Anithin
นักตระเวนแดนฝัน

Legend of the Jumi - ลำนำอำลา - บทเพลงแห่งห้วงรำลึก (Pearl Version)

Legend of the Jumi

ฤดูกาลมาเยือนและผ่านเลย
และฉันก็ตามเสียงเรียกของพวกเขาไป
ฉันคิดว่าฉันเป็นอิสระ
จากพันธนาการในอดีต
ทว่าเศษเสี้ยวแห่งความทรงจำ
ยังคงผลิบานอยู่ภายในตัวฉัน

จงฟังความจริงของฉัน ดูความฝันของฉัน
ความฝันอันแสนงามเหลือเกืน

-- The Song of Mana

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Requiem: A Nostalgic Song
ลำนำอำลา บทเพลงแห่งห้วงรำลึก

ทะเลทรายสีดำพร่างพรายด้วยมหาสมุทรแห่งดวงดาว ขอบยอดขรุขระของเทือกเขาที่อยู่ไกลออกไปดูราวกับจะกรีดผ่านผืนฟ้า รัศมีจางๆ จากดวงตาวส่องให้เห็นกรอบร่างของเงาที่ยืนอยู่กลางแอ่งของเนินทราย ศีรษะที่ก้มต่ำถูกซ่อนเร้นไว้ในหมวกผ้าคลุม มิได้เงยมองท้องฟ้า หากแต่ก้มมองพื้นพิภพสีมืดแทบเท้า ร่างนั้นนิ่งเงียบ แต่หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งก็เลื่อนมือขึ้นมาปลดหมวกคลุมจากศีรษะ เผยให้เห็นใบหน้าของชายหนุ่มผู้หนึ่ง สายลมอ่อนพัดเส้นผมของเขาให้พลิ้วไหว ทว่าใบหน้าของเขายังคงถูกครอบคลุมอยู่ในเงามืด

นี่เรามาตามหาอะไรกันนะ เขาคิด...แล้วเมื่อไรการตามหานี้จะสิ้นสุดเสียที?

ดวงดาราอันเป็นประกายระยิบระยับเหมือนเพชรพลอยดูราวกับจะจับตามองเขาอยู่ห่างๆ ไม่มีอะไรแปรเปลี่ยนไปเลยแม้นว่าเวลาจะผันผ่านไปนับหลายปี ไม่ว่าจะพยายามหนีจากสายตาของพวกมันมานานเพียงไร พวกมันยังคงติดตามเขามาตลอด ไม่มีทางหนีพ้น...

ทะเลทรายอันไพศาลโอบล้อมอยู่รอบกายของชายหนุ่มดั่งสุสานดำทมิฬประดับด้วยดวงดาวอันเป็นนิรันดร์ เขาคุกเข่าลงแตะผืนทรายอุ่น รู้สึกได้ว่าแต่ละเกล็ดเลื่อนไหลผ่านร่องนิ้วของเขา

อยู่ที่นี่เอง เขาคิด เราจำสัมผัสของทราย...กับภาพของภูเขากับดวงดาวได้...

ร่างอีกร่างหนึ่งก้าวเข้ามาหาชายหนุ่มช้าๆ จากบนเนินทรายสูง...เป็นร่างของหญิงสาวที่สวมผ้าคลุมเช่นกัน เส้นผมยาวสยายของเธอปลิวสะบัดในกระแสลมอุ่น แม้ชายหนุ่มจะได้ยินเสียงฝีเท้าของอีกฝ่าย เขาก็ไม่แสดงท่าทางว่ารับรู้เลย

แต่เมื่อเธอเข้ามาใกล้...เขาก็พูดขึ้น

"อยู่ที่นี่เอง"

"ที่นี่หรือ?" หญิงสาวถาม

ชายหนุ่มคุกเข่าลงบนพื้นทรายก่อนจะพูดเบาๆ

"ที่นี่เอง...ที่เขาตายไป"

"ใครกัน?" หญิงสาวถามเสียงแผ่ว

"อัศวินคนที่ให้ผ้าคลุมนี่กับผม" ชายหนุ่มตอบ "เมื่อหลายปีมาแล้ว ผมบังเอิญเจอคนใกล้ตายคนนึงตอนเดินทางอยู่ เขานอนจมกองเลือด ถูกไอร้อนแผดเผาจนอ่อนระโหยเต็มที เขาขอน้ำจากผม ผมมีน้ำเหลืออยู่ไม่มาก แต่ผมทำเป็นแล้งน้ำใจไม่ให้เขาไม่ได้ เพราะอย่างนี้เขาเลยให้ผ้าคลุมสีเขียวทรายที่เป็นของอย่างเดียวที่เขามีเหลืออยู่กับผม...ก่อนที่เขาจะตาย"

"แล้วมาหาหลุมศพของเขาทำไมล่ะ?" หญิงสาวถาม

ชายหนุ่มไม่ตอบอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วก็พูดขึ้นด้วยเสียงแผ่วต่ำ

"เพราะเขาบอกผมว่า...เมื่อไหร่ที่ผมเจอหลุมศพของเขาอีกครั้ง การเดินทางของผมก็จะจบสิ้น แล้วผมก็คิดอยู่เสมอว่านั่นหมายความว่า...เมื่อไหร่ที่ผมเจอหลุมศพของเขา นั่นคือเวลาตายของผม..."

หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง หญิงสาวจึงได้เอ่ยขึ้น

"หรือบางที...อาจจะหมายความว่าเมื่อนั้นเราจะได้พบสิ่งที่กำลังตามหาอยู่ก็ได้...อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ก็ได้"

ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนก่อนจะหันกลับไปมองหญิงสาว

"อาจจะ...นะ" เขาตอบ

หญิงสาวค่อยๆ ก้าวเข้ามาหาเขา จนกระทั่งทั้งสองยืนอยู่ใกล้กันมาก และชายหนุ่มก็โอบแขนรอบไหล่ของเธอ รั้งร่างของหญิงสาวเข้ามาแนบชิด

"ผมไม่รู้ว่าคำพูดนั้นหมายความว่ายังไงกันแน่" เขาเอ่ยกับความมืดแห่งรัตติกาล "แต่ผมรู้อยู่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น...

"ว่าผมหาหลุมศพของเขาไม่เจอเสียแล้ว"

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


บันทึกของกระบองเพชร: เกมตำนานแห่งจูมิ

ดวงตะวันสีแดงฉานลอยเด่นอยู่เหนือทะเลทราย สาดลำแสงอันอบอุ่นข้ามเนินทรายสูงต่ำที่เป็นประกายระยิบระยับจนแสบตา ส่องให้เห็นภาพของกระบองเพชรเพียงต้นเดียวที่สามารถรอดชีวิตอยู่ท่ามกลางเนินทรายอันเดียวดาย ทะเลทรายที่ลาดเป็นเกลียวคลื่นนั้นว่างเปล่า ทว่าหลังจากเวลาผ่านไปพักหนึ่ง แสงเจิดจ้าก็ก่อให้เกิดเงาสองเงาทาบทับบนผืนทราย เป็นเงาของเด็กสองคนที่มีเส้นผมสีแดงสะท้อนแสงแดดเป็นประกายสีม่วงจางๆ

เด็กผมแดงคนหนึ่งนั้นเป็นเด็กหญิงที่ดูจะมีอายุไม่มากกว่าเก้าขวบ ดวงหน้าเล็กๆ สีขาวดูละเอียดอ่อนราวกับกระเบื้องเนื้อดี ดวงตาสีเข้มใส สีหน้าฉายแววจริงจังและกล้าตัดสินใจเกินวัย ส่วนเด็กอีกคนหนึ่งเป็นน้องชายของเธอ ดูจะอายุน้อยกว่าพอประมาณ และมีโครงหน้าคล้ายกัน เว้นแต่ดวงตาที่เหลือบมองผ่านปอยผมตรงหนาปรกหน้าผากซึ่งบอกความดื้อรั้นและเฉื่อยชา

เด็กทั้งสองก้าวเข้ามาใกล้ต้นกระบองเพชร ก่อนที่เด็กหญิงจะคุกเข่าลงข้างๆ มัน แล้วพูดกับมันอย่างน่าประหลาดใจ

"มาอยู่นี่เอง กระบองเพชรน้อย" เธอว่า "เจ้าหายไปนานซะจนอาจารย์เป็นห่วงแน่ะ"

เจ้ากระบองเพชรน้อยอ้าปาก แต่ก็พูดเพียงสองคำเท่านั้นว่า

"เกมประหลาด!"

"ขอไม้กวาดหน่อยสิพี่ลิซ่า" เด็กชายว่าแล้วก็ไม่รอคำตอบของพี่สาว แต่กระตุกไม้กวาดไปจากมือของเธอแทน "วันนี้ฉันจะทำให้มันบินให้ได้เลยคอยดู"

ทว่าลิซ่ากำลังสนใจใบไม้ที่ต้นกระบองเพชรยื่นให้ ก่อนที่เธอจะหันไปทางน้องชาย

"ดูสิ" เธอเรียก "กระบองเพชรน้อยเขียนโน้ตไว้บนใบไม้นี่ด้วย โห...ยาวน่าดูเลย พี่อ่านดีมั้ยนะ?"

"เออๆ" ผู้เป็นน้องชายตอบ จริงๆ แล้วเขาก็ไม่ได้ตั้งใจฟังเท่าใดนัก เพราะกำลังพยายามจินตนาการว่าไม้กวาดของลิซ่าเป็นเครื่องบินอยู่

ลิซ่าจึงเริ่มอ่านใบไม้ใบนั้น


บันทึกกระบองเพชรหมายเลข ???: "เกมตำนานแห่งจูมิ"

"วันนี้ไปที่ทะเลทรายสนุกดี แต่พอตกเย็นก็เริ่มเหงานิดๆ ละ เราเลยตัดสินใจจะเล่นเกมที่เจ้านายสอนมาโดยใช้หินสีแทนอัญมณี เจ้านายเรียกเกมนี้ว่าเกมจูมิ กฎคือจับคู่อัญมณีทั้งหมดเรียงตามแผนผัง อัญมณีหลักๆ มีแปดอย่าง คือไข่มุกดำ ลาปิสลาซูลี่ อเล็กซานไดรท์ ฟลูออไรท์ ทับทิม เพชร มรกต แล้วก็ไพลิน

แต่เกมไม่ยักออกมาอย่างที่เจ้านายบอกยังไงไม่รู้ อย่างแรกคือมีหินเพิ่มมาอีกสามก้อนทั้งที่ไม่น่าจะมีเลย ก็มีหินสีฟ้า ผลึกสีขาวหิมะ แล้วก็บุษราคัมที่สีเหมือนอำพัน เราไม่รู้จะทำไงกับพวกนี้ดีเลยเอามารวมกันด้วย

พอเล่นไปพักนึงก็ชักแปลกๆ ละ ทับทิมกับเพชรร่วงลงมาด้วยกันตามกฎ เราเลยจับสองเม็ดนั้นแยกออกมาคู่กัน แต่แล้วผลึกสีขาวก็เอาแต่ร่วงลงมาคู่กับมรกต ซึ่งก็แปลก เพราะมรกตต้องร่วงลงมาเม็ดเดียว ในเมื่อผลึกสีขาวเป็นหินเกินมาอยู่แล้ว เราเลยตัดสินใจจับมันเรียงบนแผนผังคู่กัน

แล้วเราก็เพิ่งสังเกตว่าหินสีอำพันกลิ้งหายไปแล้ว หาไม่เจอด้วย เราเลยช่างมันดีกว่า เพราะมันก็เป็นแค่หินที่มีเกินแค่นั้น

แต่ทีนี้ก็เริ่มยุ่งใหญ่ละ ฟลูออไรท์ต้องคู่กับอเล็กซานไดรท์ ทีแรกก็ดูเหมือนจะใช่นะ แต่มันก็ไม่ใช่ เพราะฟลูออไรท์เกิดไปคู่กับหินสีฟ้าแทน แปลกมากๆ เลย แล้วไพลินก็ตกหลุมทรายจมหายไป เราเอื้อมมือลงไปหยิบไม่ถึง เลยต้องทิ้งมันไว้แบบนั้น

แล้วทับทิมก็แตก เราจำได้ว่าตามกฎแล้วถ้าพลอยเม็ดไหนแตก พอจบเกมก็ซ่อมได้ เลยช่างมันก่อน

ตอนนี้เหลือพลอยสามเม็ด คืออเล็กซานไดรท์ ไข่มุก กับลาปิสลาซูลี่ เรารู้ว่าลาปิสลาซูลี่ต้องคู่กับไข่มุก แล้วผลก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ด้วย เราคิดว่าจบเกมแล้ว แต่แล้วเราก็เพิ่งสังเกตว่าอเล็กซานไดรท์หายไปแล้ว น่ารำคาญมากๆ

แล้วเราก็สังเกตว่าผลึกสีขาวใกล้ๆ มรกตกลายเป็นสีแดงเข้มไปซะแล้ว แปลกจัง

แล้วทับทิมก็ยังไม่กลับสภาพเดิมซะที ถึงเกมจะจบแล้วก็เถอะ

เราว่าเราต้องกลับไปอ่านกติกาใหม่แล้วแฮะ

ปล. หลังจากจบเกมแล้ว ผู้ชายคนนึงกับผู้หญิงอีกคนนึงก็มาจากทะเลทรายแล้วมาหยุดพักใกล้ๆ ผู้ชายคนนั้นผมดำใส่ผ้าคลุมสีเขียวเหลือบทราย ส่วนผู้หญิงคนนั้นตัวสูงผมยาวสีทองสวมชุดขาว ดูสวยมากๆ สองคนนั้นหยุดพูดอะไรกันก็ไม่รู้ แล้วผู้ชายก็โอบเอวผู้หญิงไว้ด้วย ดูท่าจะเป็นคู่รักกัน ทำให้เราง่วงๆ ยังไงไม่รู้ เพราะคนกำลังมีความรักน่ะน่าเบื่อมาก โล่งอกหน่อยที่สองคนนั้นไม่อยู่ค้างคืนแถวนี้ด้วย"


ลิซ่าอ่านข้อความบนใบไม้จบแล้วจึงได้โน้มตัวลงใกล้กระบองเพชร

"นี่กระบองเพชรน้อย" เธอเรียก "ให้เราช่วยหาอเล็กซานไดรท์ที่หายไปมั้ย?"

แต่กระบองเพชรก็ตอบแค่คำเดียวเท่านั้นว่า

"บ้าน!"

"นั่นสินะ" ลิซ่าว่า "กลับบ้านกันเถอะ"

เด็กหญิงมองใบไม้ที่ถืออยู่พร้อมกับขมวดคิ้วน้อยๆ แล้วหันไปทางน้องชาย

"เอ้อ...จะทำยังไงกับใบไม้นี่ดีล่ะ?" เธอถาม "จดไว้ยาวก็จริง แต่พี่ว่าเนื้อหามันดูไม่สำคัญเท่าไหร่เลย"

"ทิ้งๆ ไปเหอะ" น้องชายบอกอย่างไม่สนใจนัก

"เธอน่ะไม่ได้ฟังเลยซักนิด" พี่สาวว่า

"ฟังสิ" น้องชายแย้ง "ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับหิน แล้วก็คู่รักงี่เง่าๆ ไง"

เด็กชายแค่นเสียงเยาะอย่างไม่พอใจ

ลิซ่ามองสำรวจใบไม้ให้ถี่ถ้วนก่อนจะยักไหล่

"อือ...พี่ก็ว่างั้นแฮะ"

เด็กหญิงโน้มตัวลงหากระบองเพชร ให้เจ้ากระบองเพชรน้อยกระโจนขึ้นเกาะแขนของเธอ เอาไม้กวาดคืนมาแล้วดึงหูลากน้องชายกลับบ้านไปหาอาจารย์ ปล่อยให้ใบไม้ที่ถูกโยนทิ้งข้ามหลังไปอย่างไม่ใยดีปลิวไปในทะเลทรายตามสายลมยามเช้าก่อนจะหายลับไป...

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ปัจฉิมลิขิต: หลังจากตำนานแห่งเผ่าจูมิ

สโนว์แต่งงานกับเอสเมอรัลด้า และกลายเป็นสมาชิกวุฒิสภาสูงสุดของเอทานเซลในที่สุด ทั้งสองตั้งชื่อลูกสาวคนแรกว่าแซฟไฟร์ ซึ่งทำให้ชาวจูมิที่เพิ่งรู้จักเธอสับสนเป็นอย่างมากเพราะเธอเป็นจูมิแห่งมรกต อย่างไรก็ตาม คู่สมรสรุ่นใหม่ในตระกูลขุนนางเป็นจำนวนมากดูเหมือนจะชอบและเห็นว่านี่เป็นความคิดที่ "แหวกแนว" และ "ล้ำสมัย" ดี จึงกลายเป็นธรรมเนียมนิยมในการตั้งชื่อลูกตามอัญมณีที่พวกเขาชอบที่สุด แทนที่จะตั้งตามผลึกชีวิตของเด็ก ความสับสนทั่วไปที่เกิดจากกระแสนี้มีมากจนกระทั่งท่านหญิงไดอาน่ากับสภาจำต้องร่างกฎหมายห้ามกระแสการตั้งชื่อตามใจชอบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวายในบันทึกประชากรของนครอัญมณี

อเล็กซานดร้าไม่เคยกลับมายังเอทานเซลเลย และเมื่อเวลาผ่านไปก็เกิดตำนานเล่าขานถึงอเล็กซานไดรท์ผู้ชั่วช้าที่เป็นครึ่งชายครึ่งหญิง ซึ่งจะปรากฏตัวออกมาจากเงามืดเพื่อฉกชิงผลึกชีวิตของชาวจูมิก่อนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย และนำผลึกนั้นไปสังเวยให้กับสัตว์ประหลาดอันน่าสะพรึงกลัว

องค์หญิงฟลอริน่าทรงใช้ชีวิตร่วมกับซาริสทินอย่างมีความสุข และมีพระธิดาอีกองค์หนึ่งหลังจากพระโอรสองค์แรก ทว่าชื่อของอัศวินมังกรซาริสทินกลับเลือนหายไปจากตำนาน และพระนามขององค์หญิงฟลอริน่าก็ถูกนำไปคู่กับอเล็กซานไดรท์ที่กล่าวกันว่ายอมทำทุกสิ่งได้เพื่อองค์หญิงแทน

นิสัยแปลกๆ ของเรวานเช่และความเกลียดปลาของเธอกลายเป็นเรื่องตลกในตำนานซึ่งเล่าขานถึงแดนเซอร์สาวเรวานเช่กับชายครึ่งปลาที่นำไพลินล้ำค่ามากำนัลให้เพื่อชนะใจเธอ ไม่อาจทราบได้ว่าเธอจะโกรธหรือขบขันที่รายละเอียดในเรื่องของเธอเปลี่ยนไปถึงขนาดนี้ แต่เมื่อคำนึงถึงนิสัยช่างประชดของเธอแล้วดูเหมือนจะเป็นอย่างหลังมากกว่า การที่เธอให้ความช่วยเหลือแซฟไฟร์ทำให้เธอได้รับเกียรติให้มาเยือนนครแห่งเผ่าจูมิได้ทุกเมื่อที่ต้องการ แต่เธอจะไปก็ต่อเมื่อตอนที่เอลาซัลอยู่ที่นั่นเท่านั้น

เซจกับราเชลกลายเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง และเป็นมนุษย์อีกเพียงสองคนเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าออกเอทานเซลอย่างอิสระนอกจากเรวานเช่

- อวสาน -

(จริงๆ นะคะ!)

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Author's Comment: เครื่องบิน...งั้นเหรอ?

การเดินทางในทะเลทรายของเอลาซัลได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องของเอลาซัลในเกมค่ะ เขาเคยคิดว่าเขาเป็นชาวจูมิที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวในโลก จึงได้เศร้าใจมากจนคิดจะไปฆ่าตัวตายในทะเลทราย ที่นั่นเขาได้พบกับชาวจูมิคนแรกในชีวิต ซึ่งก็คือแบล็คเพิร์ล เพราะอย่างนี้เขาถึงได้ตกหลุมรักเธอค่ะ
"เกมจูมิ" เป็นสัญลักษณ์แทนเรื่องย่อของตำนานแห่งเผ่าจูมิทั้งหมดค่ะ แต่ก็อย่างที่บัดกับลิซ่าบอกนั่นแหละ มัน...ไม่ได้สำคัญขนาดนั้นหรอกค่ะ!

Legend of the Jumi ถูกเขียนในช่วงเวลาตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน ปี 2001 ถึงวันที่ 21 ตุลาคม 2004 ค่ะ

เท่านี้แหละค่ะ แฟนฟิคเรื่องสุดท้ายของฉันจบลงจนได้ ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ!

H.L. ตุลาคม 2004

Translator's Comment: จบลงอย่างซึ้งแถมปล. ขำขันเล็กน้อย

หลังจากได้อ่านและแปลเรื่องนี้มาแรมปี ผมรู้สึกดีใจ ซาบซึ้งใจ แต่ก็เศร้าอยู่ลึกๆ เหมือนกันครับที่แปลเรื่องนี้จบลง

ก็เหมือนกับเวลาเล่นเกมอาร์พีจีสักเกมจนจบแหละครับ ขณะนั่งฟังเพลงพร้อมกับดูรายชื่อของทีมงาน เราจะรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ...ภูมิใจ...แต่ก็ยังเหงาๆ เหมือนกับขาดอะไรบางอย่าง หรือรู้ว่าอะไรบางอย่างจบสิ้นลงแล้ว และเราจะทำอะไรต่อไปเพราะเรายังไม่จบ (ก็เขียนฟิคของตัวเองต่อไง ^^;;; )

ก็ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามอ่านและกรุณาส่งคอมเมนต์เข้ามานะครับ ทั้งเสียงติชมและความเห็นของทุกๆ คนเป็นกำลังใจให้กับผมมากในการแปลเรื่องนี้ แม้จะเป็นเพียงเล็กน้อย แต่ผมขอเปิดใจในฐานะนักเขียนฟิคคนหนึ่งล่ะครับ ว่าทุกคอมเมนต์มีความหมายมากจริงๆ แม้จะเป็นเพียงคอมเมนต์เดียวก็ทำให้ผมรู้สึกว่าได้แรงผลักดันในการทำงานต่อไปแล้ว

และท้ายนี้ก็ต้องขออภัยนะครับถ้ามีข้อผิดพลาดประการใดในด้านของการใช้ภาษา ผมขอรับไว้เองทั้งสิ้น ส่วนคำชมทั้งหมดผมก็ยกให้กับผู้เขียนด้วยความเต็มใจครับ

Anithin พฤศจิกายน 2004

Edit by Anithin - 07 พ.ย.47 เวลา 10:10:33 น.

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 07 พ.ย.47 เวลา 10:08:42 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 4 จากทั้งหมด 4 Reply

runaway guy
คนเดินทาง

แปะๆๆ ยินดีด้วยครับที่จบลงอย่างงดงาม
ว่าไปก็ทั้งดีใจที่ได้อ่านตอนจบ แล้วก็เหงาลึกๆ ที่จบลงแล้ว เป็นอารมณ์ที่ขัดแย้งกันในตัวจริงๆ ครับ
ขำบันทึกของกระบองเพชรมากๆ อ่านแล้วนึกถึงในเกม ^^
ใช้เวลาในการแต่งสามปี...ยาวนานจริงๆ ครับ
ยินดีอีกครั้งที่จบลงอย่างงดงาม ^^

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 07 พ.ย.47 เวลา 13:41:47 น.

Seki
คนพเนจร

ขอแสดงความยินดีด้วยครับ แต่ก็น่าเสียดายเช่นกัน...เพราะเรื่องที่ติดตามจบไปอีกเรื่องแล้ว ^^'

ขอให้พยายามต่อไปนะครับ

ป.ล. ใช้เวลา3ปีทำได้ขนาดนี้...แต่ฟิคเราจะครบปีอยู่แล้วยังไปไม่ถึงไหนเลย - -'

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 07 พ.ย.47 เวลา 15:37:09 น.

Away mania
ผู้ไขว่คว้าฝัน

จบจนได้ นับถือคนแต่งเลยวุ้ย

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 09 พ.ย.47 เวลา 16:45:54 น.

Izabelle
Oversea Student

อ้า กว่าจะว่างย้อนกลับมาอ่าน
น่านับถือคนแต่งจริงๆ นอกจากจะแต่งจนจบไปด้วยดีได้ยังแยกversion ได้อีกต่างหาก ถึงจุดแปลกแยกของทั้งสองversionไม่เด่นมากนักก็ตาม

ชอบสรุปย่อของเกมจูมิ ของกระบองเพชรน้อย

ยินดีด้วยทั้งคนแต่งทั้งคนแปล (^_^)

ความคิดเห็นที่ 4 ตอบเมื่อ 24 พ.ย.47 เวลา 13:41:23 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 4 จากทั้งหมด 4 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ