Kul-ChaN
Yowaneko

[บทความ]มุมมองต่อการ์ตูนญี่ปุ่นในสังคมไทย (ไม่เกี่ยวกับหลุมดำนะ)

จริงๆผมกะจะหายตัวจากโรงเรียนนายร้อยนี้ไปสักสัปดาห์น่ะนะเพื่อประโยชน์ต่อทุกฝ่าย (เพราะอะไรก็คงรู้ดีอยู่แล้วT[]T) ..แต่ว่าเผอิญเห็นกระทู้นี้แล้วอดจะนำมาเผยแพร่ในนี้ไม่ได้จริงๆ (ไม่แน่ใจเช่นกันว่ามีคนเอามาให้ดูในนี้แล้วรึยัง แต่ก็ขอเอาลงละกันนะครับ)

ก็ขอเชิญให้เข้าไปอ่านดูครับ

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A3763076/A3763076.html
(โดย Bleeds - ต้นฉบับบทความโดย Anna Hawkins)

หวังว่าทุกท่านคงอโหสิให้กับผมแล้วนะ ขอบคุณมากครับ

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 26 ก.ย.48 เวลา 11:48:14 น.
แสดงข้อความทั้งหมด [ All ] [ First ] [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ Last ]
กำลังแสดงทั้งหมด 43 Reply

Thaina Yu
หมาเขียวรักกระต่าย

ก็เรื่องเดิมๆ
พวกเรารู้กัน

แต่ผู้ใหญ่ โง่ๆ มัน ไม่เคย คิด จะสนใจ

ตั้งไปกี่กระทู้ก็ไร้ค่า....

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 26 ก.ย.48 เวลา 12:15:16 น.

StrayCat
รถบัสแมว

วันนึง เค้าต้องทำมาหากิน เลี้ยงลูกเลี้ยงเมียนะครับ
ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าข้าวค่าเทอม
ถ้าชีวิตยังไม่มั่นคงขนาดที่ต้องไม่ต้องห่วงพวกนี้ เค้าคงมานั่งคิดเรื่องการ์ตูนกันหรอกครับ

โง่ไม่โง่ ไม่รู้ครับ...

แต่เราจินตนาการตอนที่เราแบมือขอเงินพ่อแม่ไม่ได้ แถมยังต้องหาเงินเลี้ยงครอบครัวอีกได้รึเปล่าครับ

ประเทศไทยยังมีปัญหาใก้คิดอีกเยอะครับ ถ้าคุณคิดว่าอะไรเป็นปัญหาของคุณ พวกต้องร่วมมือกันแก้เองครับ

อย่ามาว่าเค้าโง่เลยครับ พ่อแม่ผมก็ไม่ได้สนใจครับ...

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 26 ก.ย.48 เวลา 13:17:05 น.

เน็ตโตะ
นักมวยไทยสายAgi

แค่สังคมมองว่า การ์ตูนเป็นวรรณกรรมชนิดหนึ่ง ผมก็พอใจแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 26 ก.ย.48 เวลา 13:27:16 น.

บาระ สุเรโอะ
นักสืบสาวตามคดีพลัง Y

งืบๆ เค้ามองกังไงก้อมองกังไป เค้าคิดกังยังไงก้อคิดกังไป

แต่..อยากห้ามเอาการตูนมาขายก้อพอ...แล้วก้ออย่ามาว่าร้ายการ์ตูนจนข้าน้อยไม่พอใจเป็นใช่ได้ขอรับ

ความคิดเห็นที่ 4 ตอบเมื่อ 26 ก.ย.48 เวลา 16:17:04 น.

Thaina Yu
หมาเขียวรักกระต่าย

ไม่ได้สนใจ
แล้วทำไมถึงดูถูกไว้ก่อนล่ะครับ
ในเมื่อไม่ได้รู้จัก ไม่คิดสนใจ ทำไมถึงต้องมองในแง่ลบล่ะครับ

แล้วพอพยายามบอกว่าไม่ใช่ แล้วค่อยมาบอกว่าไม่คิดจะสนใจเหรอครับ
ฟังแบบนี้แล้ว.... ขอโทษนะผมไม่ได้ว่าคุณหรอก ผมหมายถึงผู้ใหญ่กลุ่มที่ผมด่าว่าโง่น่ะ

ไม่โง่แล้ว แต่ทุเรศ ไม่คิดว่าตัวเองจะผิด ไม่เคยคิดจะยอมรับความจริง
หลงตัวเอง
ทั้งๆที่ไอ้อะไรผิดๆมันก็ยังอยู่เต็มสมอง
แต่ก็ยังคิดว่ามันถูก ไม่อยากจะเปลี่ยนความเชื่อ
เรียกว่าอะไรดีครับไอ้พวกพรรค์นี้น่ะ

แล้วคิดยังไงล่ะรับ ที่ผู้ใหญ่กลุ่มนี้ มักจะมีหน้ามีตาในสังคม ไฮโซไฮซ้อ วงการการเมือง ราชการ อะไรเทือกนั้นเถอะ
แต่เป็นพวกอย่างที่ผมว่าไว้
คิดแล้วมันไม่อยากจะคิดเลย
ว่าไอ้คนพรรค์นี้ ที่ทั้งโง่ ทั้งบ้า ทั้งทุเรศ
เป็นคนที่มีอิทธิพลต่อสังคมไทย

อย่าว่ากันเลยนะ
เพราะผมไม่มีกำลังอะไรจะไปเปลี่ยนพวกนั้น
แต่เวลามีไอ้อย่างงี้ทีไรมันก็โกรธตัวเอง ที่ทำอะไรกับไอ้พวกบัดซบพรรค์นั้นไม่ได้
ได้แต่เห่าหอนไปตามประสาหมาตัวนึง ที่ต้องทนอยู่ใต้อำนาจที่ไร้สมองแบบนี้

ผมพูดผิดตรงไหนบ้างครับ

Edit by Thaina Yu - 26 ก.ย.48 เวลา 16:52:12 น.

ความคิดเห็นที่ 5 ตอบเมื่อ 26 ก.ย.48 เวลา 16:45:17 น.

TRipLE
aLcHemIStY

ถ้าชีวิตยังไม่มั่นคงขนาดที่ต้องไม่ต้องห่วงพวกนี้ เค้าคงมานั่งคิดเรื่องการ์ตูนกันหรอกครับ
<< ขนาดไม่มีเวลามานั่งคิดแต่ยังสามารถมาด่าว่ามันไร้สาระ ไร้ประโยชน์ งี่เง่า ฯลฯ ได้เกือบทุกวี่วันยังงี้ วันดีคืนดียังมาขนไปบริจาคมั่งล่ะ เผาทิ้งมั่งล่ะ ผมไม่อยากจะนึกเลยว่าถ้าว่างขึ้นมาแล้วจะขนาดไหน

ทำไมผมซื้อนิยายเล่มละเป็นร้อยอ่านไม่มีใครว่า (มีฉากรุนแรงหนักกว่าการ์ตูนหลายๆ เรื่องอีก)
แต่ผมซื้อการ์ตูนเล่มละ 30-50 บาทอ่าน บ่นอยู่นั่นแหละ

จะว่าเสียการเรียนน่ะเรอะ? นิยายเล่มนึงผมอ่านเป็นวันๆ การ์ตูนเล่มนึงผมอ่านไม่ถึงชั่วโมง

แค่นี้ยังคิดเปรียบเทียบเอาเองไม่ได้ ไม่มีเวลามานั่งคิดว่ามันดียังไง แต่มีเวลามานั่งเค้นหาข้อเสียสารพัดสารเพขึ้นมาเพื่อด่า เหยียดหยาม ประณาม เหรอครับ?

ผมอยากให้พ่อแม่ผมไม่สนเรื่องนี้จังเลย สนเรื่องอื่นไม่ว่า แต่อย่ามาสนเรื่องนี้ ไม่มีเวลาไม่ใช่เหรอ? ถ้างั้นก็ไปทำงานสิ แต่ถ้ามีเวลาก็ช่วยสนผมในด้านอื่นเถอะ ว่าผมสบายดีไหม เรียนไม่รู้เรื่องตรงไหนรึเปล่า ถ้าผมไม่รู้เรื่องแล้วไปถามก็ช่วยอธิบายหน่อย ไม่ใช่พอผมบอกว่า "ตรงนี้ไม่รู้เรื่อง" ก็โทษว่าเป็นเพราะมัวแต่สนใจการ์ตูนไร้สาระ แล้วก็บ่นๆๆ ด่าๆๆ ไม่ได้ช่วยประเทืองปัญญาซักนิด สรุปไอ้ที่ไม่เข้าใจก็คือไม่เข้าใจอยู่วันยังค่ำ
มันก็เป็นซะยังงี้ ผมถึงไม่ค่อยอยากจะมีปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่เท่าไหร่
แล้วยังจะมาเอาของผมไปขายมั่งล่ะ ให้เช่ามั่งล่ะ งั้นผมเอารถแสนรักของพ่อแม่ไปให้ชาวบ้านเขาเช่าขับแล้วทำจนสภาพกลับมายับเยินแถมยังไม่ต้องรับผิดชอบมั่งได้ไหม

เฮ้อ... ขนาดไม่มีเวลามานั่งคิดเรื่องการ์ตูนนะเนี่ย ไม่มีเวลายังเป็นขนาดนี้ งั้นก็อย่ามีเวลาเลย ตราบใดที่ทัศนคติยังเป็นแบบนี้ก็ขอให้งานยุ่งไปตลอดชีวิตเถอะ

ผมไม่ได้คิดว่าพ่อแม่ผมโง่ เพียงแต่หัวอนุรักษ์นิยมไปหน่อย พอเห็นว่าเขาต่อต้านกันมาแต่ไหนแต่ไร ตัวเองก็เลยต่อต้านด้วย และยืนกรานว่า "เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เพราะคนสมัยก่อนเห็นว่าต้องทำแบบนี้"
...ผมเกลียดแนวคิดอนุรักษ์นิยมที่สุด

ที่สำคัญ... ขนาดไม่มีเวลานะเนี่ย ยังมีผู้ใหญ่ตั้งหลายคนสามารถมาขุดเรื่องการ์ตูนไปโจมตีออกสื่อได้ เห็นว่าถ่ายทำกันนานด้วยนิ โอ้โห... ถ้ามีเวลานี่ สงสัยเล่นจนประเทศไทยออกกฎหมายสั่งห้ามจำหน่ายการ์ตูนเลยล่ะมั้ง

ความคิดเห็นที่ 6 ตอบเมื่อ 26 ก.ย.48 เวลา 16:46:07 น.

StrayCat
รถบัสแมว

เอ้อ...
แล้วนอกจากที่เราทำในเว็บบอร์ดแล้ว เราทำอะไรบ้างรึเปล่าครับ..

ผมบอกว่า บอกว่าเค้าไม่ผิดที่ไม่สนใจ นะครับ...

ส่วนเรื่องที่เค้าดูถูก หรือเบียดเบียนเราน่ะ ผมไม่คิดจะขอโทษ หรือชี้แจงแทนคนพวกนี้นะครับ

ทุกคนมีกำลังครับ แล้วแต่ว่าจะมากน้อยแค่ใหนครับ...

ถ้าทำสุดตัวแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ...ก็ค่อยปลงแล้วมาด่าลับหลัง ยังไม่สายครับ


...ถ้าจะทำ ทำได้ครับ ว่าแต่คุณทำสุดตัวรึยังครับ?

แค่ตอนนี้พ่อแม่ไม่ว่า ผมก็พอใจแล้วครับ ..เรื่องอื่นก็ค่อยๆขยับไปละกัน

ความคิดเห็นที่ 7 ตอบเมื่อ 26 ก.ย.48 เวลา 17:47:33 น.

HM
นักวาด Lv 1

ผมเฉยนะ ไม่ชอบก็อย่าชอบสิ ผมชอบของผม จะมองยังไงก็เฉยๆ

แต่ถ้าทนไม่ไหวกับคุณภาพสำนักพิมพ์การ์ตูนบ้านเรา ก็ซื้อฉบับของญี่ปุ่นสิ คุณภาพสุดๆ แพงสุดๆเช่นกัน

Edit by HM - 26 ก.ย.48 เวลา 20:19:35 น.

ความคิดเห็นที่ 8 ตอบเมื่อ 26 ก.ย.48 เวลา 20:19:01 น.

Gedomaru
นักเรียนกวดวิชา

ผมว่าปัจจุบันหาการ์ตูนให้เด็กดูยากกว่าทำให้คนยอมรับว่าการ์ตูนมันเป็นของผู้ใหญ่(รวมถึงวัยรุ่น)ซะอีกนะครับ ตอนเด็กผมดูไรเดอร์ที่ผมเรียกว่า"ไอ้มดแดง"ที่อยู่ดีๆก็มีตัวประหลาดมาถล่มเมืองโดยไม่ทราบสาเหตุ แล้วก็มดขี่มอไซค์มาถีบทีตาย เป็นแบบนี้ทุกตอน ปัจจุบันไรเดอร์มีเนื้อเรื่องที่เข้มข้นและเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น ถูกใจวัยรุ่นโอตาคุ แต่พวกเด็กๆจะรับสื่อเหล่านี้รู้เรื่องหรือครับ อีกช่อง ITV เอาฟรุตบาสเก็ตมาให้ได้รับชมกัน ผมเองชอบมาก ถึงจะไม่ได้ดู ITV แต่ก็มี VCD ลิขสิทธิ์ครบทุกตอน มีหนังสือครบทุกเล่ม เนื้อเรื่องซึ้งกินใจมากๆ แต่เด็กล่ะครับ เขามีวุฒิภาวะพอจะรับรสตรงนี้ได้หรือยัง เขาสนุกกับตรงนี้หรือเปล่าครับ

ผมว่าการ์ตูนน่ะทำเอาใจวัยรุ่นและพวกผู้ใหญ่ซะเป็นส่วนใหญ่ จนไม่ได้คิดถึงเด็กตัวน้อยๆกันไปแล้ว

(เบี่ยงประเด็นไกลเลยครับ เข้าเรื่องดีกว่า)อย่าโทษผู้ใหญ่ว่าเขามองแต่ด้านลบเลยครับ เขาแค่อยู่กับความคิดเก่าๆที่ว่า"การ์ตูนเป็นของเด็ก" ทั้งที่จริงๆแล้วมันแทบจะหาการ์ตูนให้เด็กดูแทบไม่ได้ ตราบเท่าที่เขาทำได้แค่คิด(อย่างดีก็ออกทีวี) แต่ไม่ได้มายืนด่าเราฉอดๆตรงป้ายรถเมล์ก็ปล่อยเขาคิดไปเถอะครับ ถ้าเขาไม่ได้เป็นตัวการก่อการร้ายเอาระเบิดไปวางหรือเผาสำนักพิมพ์การ์ตูนก็ปล่อยเขาคิดในแง่ลบไปเถอะครับ ส่วนที่ว่าพ่อแม่เอาการ์ตูนไปเผาเพราะเขาคิดว่าการ์ตูนแย่(หลังจากที่ได้รับชมบางสื่อ) ผมว่านั่นคือปัญหาครอบครัวครับ ไม่ใช่ปัญหาสังคม ลูกควรจะอธิบายให้พ่อแม่ฟัง

มีการ์ตูนให้อ่านก็พอใจแล้วครับ เขาไม่ได้มาทำอะไรกับเราหรือการ์ตูนของเราก็ปล่อยเขาคิดไปเถอะ พ่อแม่ผมไม่เห็นมายุ่งกับการ์ตูนผมก็พอใจแล้วครับ เพราะพวกท่านเลี้ยงให้ผมเป็นคนดีและพวกท่านวางใจว่าผมแยกแยะถูกว่าอะไรดีอะไรไม่ดี

สรุปสั้นๆว่าสังคมจะคิดยังไงก็ช่างเถอะครับ เวลาและโอตาคุจะเปลี่ยนมันอย่างช้าๆครับ (ก็อย่างว่าล่ะครับ กระทู้อย่างนี้มีเยอะแล้ว เจอซะจนปลง)

ความคิดเห็นที่ 9 ตอบเมื่อ 26 ก.ย.48 เวลา 20:53:57 น.

Altimis
ร้านเต้าหู้ฟูจิวาระ

ปลงใจครับ

ยังไงเค้าก็ไม่ปรับทัศนคติใหม่อยู่ดี...

ความคิดเห็นที่ 10 ตอบเมื่อ 26 ก.ย.48 เวลา 21:13:28 น.

Mu~mu.
อยู่ป่าอยู่ดง

เดี๋ยวก็ถึงยุคของเราครับ วันที่ลุงๆสละตำแหน่งหมดแล้ว her

ความคิดเห็นที่ 11 ตอบเมื่อ 26 ก.ย.48 เวลา 21:18:56 น.

Temp
(Temp Nightflare)

แฟนของใหม่ รักใหม่ที่สุด

อย่าเพิ่งไปด่าเขา

ความคิดเห็นที่ 12 ตอบเมื่อ 26 ก.ย.48 เวลา 21:28:14 น.

mazacean
นักดู(+ดูด)แห่งเงามืด

ใครจะมองยังไง ผมไม่สนใจเพราะ ผมก็เป็นอย่างตัวผม ผมไม่ไปทำความเดือนร้อนให้ใครที่ไหน

ปล. เพราะการ์ตูนทำให้มีตัวผมทุกวันนี้ - -+

ความคิดเห็นที่ 13 ตอบเมื่อ 26 ก.ย.48 เวลา 21:36:52 น.

Thaina Yu
หมาเขียวรักกระต่าย

คนที่ชีวิตเป็นอย่างคุณเกโดกับทั่นแคท
ผมขอแสดงความยินดีด้วย

แต่มันไม่ใช่ทุกคน และคนที่ไม่ได้เป็นแบบนั้นมันก็ไม่ใช่น้อยๆ

ความคิดเห็นที่ 14 ตอบเมื่อ 26 ก.ย.48 เวลา 21:43:28 น.

Animaru
คนธรรมดาสามัญชนคนหนึ่ง

อ่า กะไม่ตอบแค่อ่านเฉยๆแต่อยากบอกว่า

การ์ตูนมันไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ใครนะครับ การ์ตูนก็เหมือนวรรณกรรมเรื่องนึ่ง จะยังไงก็ตามมันก็คือการ์ตูนมีไว้อ่านเพื่อความบันเทิง นะครับ แต่ผมสงสัยอย่างนึงคือ


เอ็งมีสิทธิ์อะไรไปว่าผู้ใหญ่ล่ะครับ


[quote=Thaina Yu]ไม่โง่แล้ว แต่ทุเรศ ไม่คิดว่าตัวเองจะผิด ไม่เคยคิดจะยอมรับความจริง
หลงตัวเอง
ทั้งๆที่ไอ้อะไรผิดๆมันก็ยังอยู่เต็มสมอง
แต่ก็ยังคิดว่ามันถูก ไม่อยากจะเปลี่ยนความเชื่อ
เรียกว่าอะไรดีครับไอ้พวกพรรค์นี้น่ะ

แล้วคิดยังไงล่ะรับ ที่ผู้ใหญ่กลุ่มนี้ มักจะมีหน้ามีตาในสังคม ไฮโซไฮซ้อ วงการการเมือง ราชการ อะไรเทือกนั้นเถอะ
แต่เป็นพวกอย่างที่ผมว่าไว้
คิดแล้วมันไม่อยากจะคิดเลย
ว่าไอ้คนพรรค์นี้ ที่ทั้งโง่ ทั้งบ้า ทั้งทุเรศ
เป็นคนที่มีอิทธิพลต่อสังคมไทย [/qoute]


เนี่ย ถ้าจะว่าผู้ใหญ่หรือว่าใคร ก่อนอื่นควรคิดก่อนครับว่าเขาเหล่านี้ไปทำอะไรให้ครับ ผู้ใหญ่ที่คุณเล่ามาว่าดูถูกการ์ตูนมันก็ไม่ใช่ใครอื่นใดก็ไม่พ้นพ่อแม่คุณเองแหละครับที่คุณว่ามาน่ะนะ ผมเชื่อว่ามีน้อยคนนักที่พ่อแม่จะให้การสนับสนุนลูกๆอย่างเต็มที่ในการซื้อหาอ่านการ์ตูน อย่างน้อยพ่อแม่คุณเขาก็ไม่ใช่แบบที่ให้การสนับสนุนแน่ๆครับเจ้าหมาเขียว^^ "

การที่จะว่าใครนั้นต้องประเมินตัวเองก่อนครับว่าตัวเองทำอะไรให้วงการใหมหรือทำอะไรเพื่อส่วนรวมในวงการ์การ์ตูนไหม ถ้าไม่ ก็ไม่มีสิทธิไปว่าใครทั้งนั้นครับขนาดตัวเองยังไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย



เข้าใจนะ OK?


edit เพิ่มเติม ย้ำอีกที ไม่ได้ทำอะไร ไม่มีสิทธิไม่ว่าคนอื่นเขา จำไว้นะ


Edit by Animaru - 26 ก.ย.48 เวลา 23:10:09 น.

ความคิดเห็นที่ 15 ตอบเมื่อ 26 ก.ย.48 เวลา 22:48:25 น.

Arseniquez
จอมมารแห่งโซลเบ็น

เอางี้ละกัน
สมัยก่อนตอนเด็กๆผมชอบอ่านการ์ตูนมากๆ ชอบวาดการ์ตูนด้วย
วาดจนกระดูกข้อมือปูดขึ้นมา แม่ผมต้องพาไปวิ่งเต้นหาหมอเป็นการยกใหญ่
แล้วก็เจอสั่งห้ามเขียนการ์ตูน
โดนตี โดนด่า โดนฉีกการ์ตูนทิ้งหลายรอบ แต่ไอ้ผมมันก็เป็นคนดื้อ ( ก็ชอบนี่หว่า ) ก็ยังพยายามวาดอยู่ แม่ก็บ่นอยู่บ่อยๆ ว่า วันๆ เขียนแต่การ์ตูน ซื้อแต่การ์ตูนมาเต็มบ้าน เดี๋ยวจะเอาไปชั่งกิโลขาย บลาๆ
ผมก็เซ็งๆ คิดเหมือนหลายๆคนว่า ทำไมต้องมาปิดกั้น ทำไมต้องมาห้ามกันด้วยวะ ไม่เข้าใจ

จนวันนี้
ผมทำงานบริษัท ทำอนิเมชั่น เขียนการ์ตูน เขียนภาพประกอบการ์ด ทำทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับการ์ตูน
หาเงินให้แม่ใช้ได้ทุกเดือน แม้จะไม่ได้มากมายขนาดร่ำรวยอะไรก็เหอะ
ตั้งแต่วันแรกที่ผมได้เงินค่าเขียนการ์ดมา ผมเอาให้แม่

"แล้วแม่ก็ไม่ด่าผมอีกเลย"

จบครับ...
ถ้าอ่านหมดนี่แล้วยังไม่เก็ต ก็จะสรุปง่ายๆ
คุณๆหลายๆคน ที่ด่าผู้ใหญ่ว่าโง่ๆน่ะ
คุณเคยทำอะไรฉลาดๆ ให้ผู้ใหญ่ได้รับรู้มั่งรึเปล่าล่ะ ว่าคุณไม่ได้ ไม่ดีอย่างที่เค้าคิด
ถ้ายังไม่ได้ทำอะไรสักอย่างแล้วมานั่งด่าคนอื่น ผมว่าไม่ค่อยแฟร์เท่าไหร่นะ
เอาง่ายๆ ถ้าคุณทำการ์ตูนมาสักเรื่อง แล้วมันสนุกแบบ Eyeshield21 ขายดีแบบดราก้อนบอล ผู้ใหญคนไหนจะไม่มาสนใจ หือ?

ขอบคุณมากๆ
มีข้อโต้แย้งใดๆ สามารถ ติดต่อได้ทาง pm และ msn ครับ คนข้างบน

ความคิดเห็นที่ 16 ตอบเมื่อ 26 ก.ย.48 เวลา 22:50:18 น.

Rune
อาจารย์ที่ปรึกษาคณะกรรมการห้องสมุด

พวกเราพร่ำบอกกันว่าการ์ตูนไม่ใช่เรื่องของเด็ก แต่พอมีผู้ใหญ่หรือใครพยายามจะแหวกเข้ามาในขอบเขต ไม่ว่าจะด้วยเจตนาดีหรือร้ายก็ตาม พวกเราจะต่อต้านทันที ประเมินค่าทันทีว่า"การรุกล้ำเข้ามา"นั้นเป็นเรื่องเลวร้าย โดยไม่ได้เอา"เจตนา"และ"วิธีการ"มารวมอยู่ในปัจจัยที่ใช้ในการประเมินเลย

เปิดใจให้กว้างกันอีกหน่อยดีไหม ? ผมว่าพวกเราค่อนข้างจะเห็นแก่ตัวและใจแคบต่อคนภายนอกมากเกินไปหน่อยนะ

พวกเราร่ำร้องบอกกันว่าการ์ตูนดีๆมีมากมาย แล้วตัวพวกเราล่ะ"ดี"แล้วหรือยัง

ภาพที่ผมเห็นเวลาไปงานการ์ตูนต่างๆ คือภาพบุคคลกลุ่มหนึ่งที่ยึดพื้นที่สาธารณะเป็นที่ส่วนตัวของตัวเอง ภาพของกลุ่มคนที่ส่งเสียงเอะอะโวยวายอย่างน่ารำคาญ ภาพบุคคลที่ปล่อยการกระทำไปกับความสนุกสนานจนลืมความรู้สึกของคนรอบข้าง ทั้งที่ใช่และไม่ใช่ชาวการ์ตูนด้วยกัน

"คนเหล่านี้ไม่มีมารยาทและกาลเทศะ" นี่คือสิ่งที่ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมามอง และเมื่อเขามองเห็นชื่องานที่ติดตัวใหญ่หราอยู่บนเวทีหรือป้ายหน้างานอะไรก็ตาม เขาก็จะรับรู้ต่อไปว่า "อ๋อ คนเหล่านี้อ่านการ์ตูน"

แน่นอน มันไม่ควรเอาไปเชื่อมโยงกันว่า "อ่านการ์ตูนแล้วทำให้ไม่มีมารยาท" แต่คนส่วนใหญ่ย่อมมองอย่างที่ผมบอกไปข้างต้น หรือเราสามารถห้ามความคิดเขาได้ทุกคน ?

ยังมีอีกหลายเรื่องที่ผมไม่ได้เอ่ยถึง ที่ขัดแย้งกันในทำนองนี้ มันเหมือนเอาหนังสือแนะนำการแต่งกายไปยื่นให้ใครสักคน แล้วบอกว่า "หนังสือเล่มนี้ดีนะ" ในขณะที่ตัวคนยื่นเองยังแต่งตัวสกปรกมอมแมมอยู่ หรือเอาหนังสือสอนทำอาหารไปยื่นให้ใครแล้วบอกว่า "หนังสือเล่มนี้ดี" ในขณะที่ตัวคนยื่นเองอ่านรอบแล้วรอบเล่าแต่ก็ยังทำอาหารไม่เป็นเพราะไม่เคยลองทำตามหนังสือ

จำที่ตัวเองพูดไว้ ทำตัวให้ดีมีประโยชน์แก่สังคม แล้วพอเวลาเด่นดัง(ในทางที่ดี)ขึ้นมาค่อยพูดว่า "ผมอ่านการ์ตูน" ดีกว่าไหมครับ ?

เราเรียกร้องให้สังคมเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับการ์ตูน แต่พวกเราบางคนยังพูดว่า "ผมเป็นของผมอย่างนี้ และไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง" ในเวลาที่มีใครติติงหรือทักท้วงการกระทำหรือความคิดเห็นของเขาอยู่เลย

แล้วมันต่างกับคนที่เรากำลังก่นด่าอยู่ตรงไหน ? แล้วเราจะหวังให้ใครเปลี่ยนความคิดได้ ในเมื่อตัวเราเองยังไม่คิดจะเปลี่ยนเลย อีกฝ่ายเขาก็คงคิดแบบนี้แล้วก็ยังยึดความคิดเดิมเหมือนกัน

ตลกดีนะครับ ?

ความคิดเห็นที่ 17 ตอบเมื่อ 26 ก.ย.48 เวลา 23:51:59 น.

StrayCat
รถบัสแมว

การ์ตูนมันก็เริ่มจาก 2 มือกับสมองก้อนนึงครับ เหมือนกันทั้งโลก
ทุกคนเริ่มได้ แต่ว่า..จะทนกับมันมากแค่ใหน และมีความสุขกับมันแค่ใหน...

ถ้าเเน่ใจว่าการ์ตูนมันไม่ทำร้ายใคร
ก็ทำในสิ่งที่เราชอบเลยครับ

ถ้าถึงตอนนั้น มันเหนื่อย มันยากมาก
ก็มาปรึกษากันที่นี่ได้นี่ครับ...

ปล.ผมเคยอ่านเว็บของนายร้อยคนนึง ที่ชอบวาดการ์ตูนมาก แต่ก็เข้าเรียนตามความต้องการของครอบครัว ปัจจุบันเค้าจบแล้วก็รับราชการแล้ว ยังโพสการ์ตูนตัวเองลงเว็บ และวาดการ์ตูนก่อนนอนเสมอ...

แค่นี้ก็เป็นการได้"ทำ"ไปแล้วอย่างนึงครับ

ความคิดเห็นที่ 18 ตอบเมื่อ 27 ก.ย.48 เวลา 00:18:08 น.

yui000
นักขุด

ผมไม่ได้อยากจะโจมตีใครในนี้น่ะครับ

แต่ก่อนจะว่าผู้หลักผู้ใหญ่ ควรกรองให้ดีก่อน เพราะคุณเองอีกไม่นานก็จะเป็นผู้ใหญ่ เราจะเล่าให้เด็กฟังยังไงครับว่าเรา เอาชนะผู้ใหญ่ยุคก่อนได้ เพราะการหักล้างอย่างรุนแรงด้วยเหตุผลที่เหนือกว่าของเด็ก

สักวัน เด็กๆพวกนั้น อาจจะทำอย่างเดียวกัน โดยมีเหตุผลที่ถูกต้องและเหนือกว่า

ถึงตอนนั้นเราจะยอมรับกันได้มั้ยว่า ความคิดของพวกเรามันผิด
ถ้าใครยอมรับได้ ก็ยืดอกได้เลยว่า "ข้านี่แหละผู้มีวิสัยทรรศน์ และจิตใจที่กว้างขวาง"

แต่ยังไม่ถึงตอนนั้น ไม่ว่าใครก็พูดได้ทั้งนั้น สักวันมันก็จะเป็นแค่ลมปาก

ผมไม่ได้หมายถึงการที่เราทุกคน บอกว่าการ์ตูนเป็นเรื่องที่ดี เป็นของดี เป็นเรื่องที่ผิด เพราะผมเองก็เป็นแนวร่วมคนนึงที่อยากเห็นวงการการ์ตูนในเมืองไทยเติบโต อยากเห็นการตูนที่เหมาะกับวัย และความสนใจของคนทุกเพศทุกวัย วางขาย และสามารถผลิตการ์ตูนให้แก่ตลาดได้ด้วยตนเอง แทนที่จะรับลิขสิทธิจาก สำนักพิมพ์ต่างประเทศมาขายต่อ เพราะนี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การ์ตูนดีๆ บางเรื่อง ที่ยอดขายไม่เข้าเป้าถูกเลื่อนกำหนดการพิมพ์ออกไปเรื่อยๆ เพราะสำนักพิมพ์ต่างๆ ต้องการกำไรเพื่อเลี้ยงตัวเองให้รอด และยังต้องจ่ายค่าลิขสิทธิแพงๆให้แก่ต่างประเทศ จนต้องเพิ่มยอดขายการ์ตูนบางเรื่อง หรือลดคุณภาพหนังสือ เพื่อลดต้นทุน หรืออะไรอีกจิปาถะ ที่แต่ละสำนักพิมพ์จะงัดขึ้นมาบริหารตนเอง

แต่ผมอยากบอกว่า เราลืมภาพลักษณ์ในการเคารพกันแบบนับญาติ ตามแบบไทยที่มีมาช้านาน ไปใช้การเรียกชื่อหรือ สรรพนามนำหน้าตามแบบวัฒนธรรมชาติอื่น (อันที่จริงมันเป็นที่รูปแบบของโครงสร้างสังคม ผมก็ไม่ได้โทษการ์ตูนหรอกน่ะครับ)แต่สิ่งที่ผมห่วงคือเด็กที่อ่านการ์ตูนแล้วเอาอย่างคำพูดในการตูนมาพูดกับผู้ใหญ่ สำหรับเด็กไทยมันคงดูไม่น่ารักหรอกครับ เผลอผมกลัวว่ามันจะกลายเป็นแบบปฏิบัติในสังคมไปซะ ถ้าเราไม่จัดการสอนสิ่งที่ดีที่ถูกให้เด็กๆ (แต่ผมก็ไม่ได้ห้ามเด็กอ่านการ์ตูนหรอกน่ะครับ ที่หวังก็คือเราสอนเด็กได้มั้ยว่าเวลาพูดกับผู้ใหญ่ ให้มีความอ่อนน้อม)

แต่ผมอาจจะไม่สมหวังก็ได้ เพราะบางคนในบอร์ดนี้ก็(ข้อใช้คำนี้เถอะนะครับ)
"ก้าวร้าว" ในความคิดเป็นอย่างมาก บางทีสิ่งที่เค้าคิดอาจถูกต้อง แต่การแสดงออกไม่ควรกระทำโดยการว่ากล่าวผู้ที่สูงกว่าด้วยวัยวุฒิ ซึ่งเป็นการกระทำที่ผมถือว่า "เสียมารยาทอย่างยิ่ง" เมื่อออกปากว่าเช่นนั้นโดยมีเนื้อความเป็นลักษณะเหมารวม ผู้ใหญ่ไม่ได้เป็นอย่างที่เค้าคิดทั้งหมดซะทีเดียว

ถึงเหตุผลของเค้าอาจจะถูกต้อง การแสดงเหตุผลของเค้าสามารถทำให้ผมยอมรับได้ แต่ถ้าให้พิจารณา การกระทำถือว่าไม่ผ่าน (ผมไม่ได้ถิอวิสาสะ ตัดสินการกระทำของใครนะครับ ผมยกขึ้นมาว่า "ถ้าให้ผมพิจารณา" ซึ่งนั่นก็คือความคิดของผม นานาจิตตัง ครับ) เหตุผลของเค้าอยู่ในกรอบของเค้า แต่เค้าอาจจะไม่เคยคิดในฐานะคนอื่นที่มีกรอบที่แตกต่าง ใจเขาใจเราก็จำเป็น

ผมเองก็ไม่ได้เชิดชูผู้ใหญ่ว่าสูงส่ง ลบหลู่ไม่ได้ ในขณะเดียวกันผมก็ไม่ได้ยกย่องการ์ตูนว่าเป็นอุปกรณ์วิเศษมาจากไหน แต่ผมจะไม่ว่ากล่าวผู้ใหญ่เพียงเพราะเค้าไม่พยายามจะเข้าใจ และในขณะเดียวกัน ถ้ามีผู้ใหญ่มาบอกว่า การ์ตูนไม่ดีอย่างโน้นอย่างนี้ ถ้าผมมีกระบอกเสียงที่ใหญ่และดังพอ ผมก็อยากจะตอบโต้ผู้ใหญ่คนนั้นเป็นรายคนไป แต่ในขณะที่ทำอะไรไม่ได้ สู้เราเคารพในความคิดของเค้า ว่าเค้ามีสิทธิที่จะคิด ถึงเราบางครั้งเราอาจถูกระรานด้วยคำพูด เราก็ยังมีความสุขกับการอ่านการ์ตูนของพวกเราได้ โดยไม่ลืมขอบเขตของการเคารพและการปฏิบัติตนในสังคมไทยที่ถูกต้อง

สุดท้ายนี้ ผมอยากให้ทุกคนที่เคยมีอคติต่อผู้ใหญ่ที่เคยว่ากล่าวเราว่าการ์ตูนไม่ดี ทิ้งความคิดเหล่านั้นไปเสีย บางทีเค้าอาจมีอะไรดีๆ ที่บางอย่างเราไม่เคยรับรู้จากหนังสือไว้ประดับสมองก็ได้ ซึ่งนั้นหมายความว่าผู้ใหญ่คนนั้นมีดีพอจะพูดว่า การ์ตูนไม่ดี (แต่สำหรับพวกเรา ยังไงก็ดี)

ความคิดเห็นที่ 19 ตอบเมื่อ 27 ก.ย.48 เวลา 03:29:12 น.

II
(Pil)

นิดนึงพอ

ปล.ผมเคยอ่านเว็บของนายร้อยคนนึง < รู้สึกว่าผมก้อเคยเหนนะ

อย่าเพิ่งไปว่าเค้าคับ เราพยายามเต็มที่ก่อนแล้วหรือยังเอ่ย

นะ

ความคิดเห็นที่ 20 ตอบเมื่อ 27 ก.ย.48 เวลา 04:27:38 น.

Thaina Yu
หมาเขียวรักกระต่าย

ว่าก็ว่าเถอะ
หมายถึงผมสินะ
ไม่ได้อะไรหรอก แค่ร้อนตัวเฉยๆ

ผมพูดก็ไม่มีอะไรยืนยันหรอกนะ จริงๆแล้วผมก็เป็นคนที่ไม่ค่อยมีมารยาท แต่ผมก็มีสัมมาคารวะกับผู้ใหญ่นะ เวลาปกติก็เป็นคนสุภาพด้วย(ชมตัวเองไปซะแล้ว ช่างเถอะ)
แต่ผมก็มีอะไรที่ไม่อยากทน ไม่คิดจะทน แล้วก็อัดอั้นตันใจต้องการระบายออกเป็นจุดอ่อนอยู่เหมือนกัน หนึ่งในนั้นคือเรื่องนี้แหละ

ใจความสำคัญในความคิดผมคือ
ผู้ใหญ่ คิดว่าการ์ตูน เป็นของๆเด็ก เป็นของไร้สาระ
เป็นความคิดที่ผิดมั้ย???
ผิด เต็มประตู ในความคิดผมนะ ผมอาจจะคิดไปเอง แต่ผมคิดว่าหลายคนก็คิดแบบนี้

แต่ ผู้ใหญ่ เคยคิดจะฟังมั้ย
ไม่
เคยคิดจะมองในมุมกลับมั้ย
ไม่
เคยคิดว่า น่าจะเปลี่ยนทัศนคติมั่งมั้ย
ไม่
เคยคิดจะดูสิ่งที่เด็กไร้สมองอย่างพวกเราร้องแรกแหกกระเชอมั่งมั้ย
ไม่

ของที่มันดีอยู่ อยู่ดีๆของมัน
กลับถูกมองว่าเป็นของไม่ดี
เด็กอย่างเราพูด ไม่ฟัง ไม่คิดจะฟัง ยิ่งเห็นเป็นเด็กยิ่งไม่ฟัง เพราะถือตัวว่า ยังไงตูก็ถูก ยังไงเด็กก็ไม่ได้เก่งเท่าผู้ใหญ่ ยังไงเด็กก็ต้องโง่กว่าผู้ใหญ่ เด็กต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่ตาม
ขนบ</font> ธรรมเนียม</font> <font size="5">วัฒนธรรม</font> <font size="6">อันดีงาม <font size="7">ของสังคมไทย

ไม่ว่าคนๆนั้น จะเป็นคนดีขนาดไหน จะเก่งขนาดไหน จะฉลาดขนาดไหน จะมีอำนาจมากแค่ไหน
เขามีสิทธิ์ที่จะทำให้สิ่งที่ดี กลายเป็นสิ่งที่ไม่ดีในสายตาคนอื่นได้งั้นเหรอ
มีสิทธิ์ที่จะดูถูกเหยียดหยามสิ่งที่เขาถืออคติด้วยทั้งๆที่ยังไม่รู้จักมันได้เหรอ
มีสิทธิ์ที่จะดูหมิ่นคนอื่นโดยไม่มีเหตุผลได้งั้นเหรอ
นั่นคือสิทธิที่ผู้ใหญ่ควรมีต่อเด็กเหรอครับ ผมว่าไม่ใช่

จริงๆผมชอบระบบอาวุโสนะ ผมเรียกคนที่อายุมากกว่าตัวเองว่า พี่ น้า ลุง ตามอายุที่เห็นเสมอ ผมก็คิดว่าคนที่อายุมากกว่า ควรได้รับการเคารพ
แต่ว่ามันมีผู้ใหญ่จำพวกที่เห็นเด็กเป็นเหมือนทาส เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต่ำต้อยกว่า เป็นสิ่งมีชีวิตที่ควรทำตามคำสั่ง(ที่มักจะเรียกว่า คำสอน คำชี้แนะ) และตัวเองคือผู้สูงส่ง ถ้าเด็กมีปัญหา ตัวเองต้องถูก ใช้เหตุผลไม่ได้ก็อ้างโน่นอ้างนี่ อ้างประสบการณ์ ใช้วิธีการเอาตัวรอดให้ตัวเองไม่ผิด ฯลฯ

กฏหมายมีช่องโหว่ให้คนชั่วๆใช้ประโยชน์ กฏสังคมก็มีช่องโหว่ให้คนทุเรศๆใช้ประโยชน์ ฉันใดก็ฉันนั้นแหละครับ

แล้วก็อย่างที่คุณสเตรย์แคทว่าไว้
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
วันนึง เค้าต้องทำมาหากิน เลี้ยงลูกเลี้ยงเมียนะครับ
ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าข้าวค่าเทอม
ถ้าชีวิตยังไม่มั่นคงขนาดที่ต้องไม่ต้องห่วงพวกนี้ เค้าคงมานั่งคิดเรื่องการ์ตูนกันหรอกครับ
<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<
สังคมมันเปลี่ยนไปแล้ว ผู้ใหญ่ไม่ได้มีเวลาให้เด็กเหมือนก่อน และทางเลือกไปอนาคตก็มีมากขึ้น สื่อต่างๆก็กว้างขวางมากขึ้น แต่ผู้ใหญ่ก็ยังคิดว่ามีหน้าที่เลือกทางเดินให้เด็กเหมือนเมื่อก่อน(ย้ำนะว่า เลือกให้ ไม่ใช่ชี้แนะหรือแนะนำ) แล้วก็ไม่ยอมปล่อยให้เด็กเลือกอนาคตเอง ถ้าเด็กทำอะไรนอกกรอบหน่อยก็ลงโทษ ลงโทษ แค่คิดว่าจะผิดก็ลงโทษท่าเดียว ทั้งๆที่กรอบก็ขีดเอาเองตามใจ คิดแต่ว่าเด็กได้แต่อมมือตลอด ต้องมาเคี่ยวเข็ญดูแล แต่ก็ทำได้แค่ครึ่งๆกลางๆไม่เหมือนสมัยก่อน ผลคือเละ แต่ก็ยังคิดว่าดีแล้ว เราทำถูกแล้ว มันเลวก็เพราะตัวมันเอง ผมละแค้นผู้ใหญ่พวกนี้ยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น

และถ้าผู้ใหญ่พรรค์นี้มีแค่ไม่กี่คนผมคงไม่คิดมากหรอก นี่มันเห็นได้ทั่วไปในสังคมไทยเลย
ตาม"ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของสังคมไทย" สมควรอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ทุกประเภท
ตาม"ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของสังคมไทย" สมควรกราบไหว้บูชาพระภิกษุทุกรูป.
แต่ถ้าป็นพระทุศีล จะอยากกราบไหว้อยู่มั้ย
ผมก็คิดเหมือนกันว่า ผมไม่อยากจะอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่โง่ๆพรรค์นี้

Edit : พิมพ์ผิดแล้วลืมแก้

Edit by Thaina Yu - 27 ก.ย.48 เวลา 14:53:30 น.

ความคิดเห็นที่ 21 ตอบเมื่อ 27 ก.ย.48 เวลา 05:15:09 น.

Rithophen
Hell Knight Tango

คุณว่าผู้ใหญ่โง่ งั้นก็เท่ากับคุณด่าตัวเองว่าโง่ด้วย? งั้นถามว่าถ้าคุณ Thaina Yu อายุมากขึ้นคุณจะใช้คำแทนตัวเองว่า ผู้ใหญ่ไหม? หรือเอาคำอื่นที่ฟังแล้วแสลงใจ? มองโลกในแง่ร้ายจะอะไรขนาดนั้น? คุณมีความมั่นใจว่าผู้ใหญ่ทุกคนโง่ อย่างนั้นเลย?
"อย่าเหมารวม ว่าผู้ใหญ่จะเป็นอย่างที่คุณคิดซะทั้งหมด"


Edit by Rithophen - 27 ก.ย.48 เวลา 07:21:54 น.

ความคิดเห็นที่ 22 ตอบเมื่อ 27 ก.ย.48 เวลา 07:18:53 น.

Rithophen
Hell Knight Tango

ผมอยู่กับยายของผม มาแต่เด็ก ท่านมักจะบ่นบ่อยๆ "ว่าโตป่านนี้ยังอ่านการ์ตูนอยู่ได้" แต่ผมไม่เคยคิดว่า ท่านโง่เลยซักนิด
ถ้าคุณ Thaina Yu คิดว่า ผู้ใหญ่โง่ งั่นจะรวมถึงบุพการีด้วยหรือ?

มาตอนนี้....
เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาคุณยายของผมท่านนั่งดู FMA ช่อง itv ด้วยซ้ำไป

ความคิดเห็นที่ 23 ตอบเมื่อ 27 ก.ย.48 เวลา 07:26:28 น.

Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

แย่นะ....รอบตัวคุณมีแต่ผู้ใหญ่แบบนั้น

ความคิดเห็นที่ 24 ตอบเมื่อ 27 ก.ย.48 เวลา 07:47:22 น.

Gemma
(GEMM∀)

พระเอก G

Stray Cat เจ๋ง!!

ความคิดเห็นที่ 25 ตอบเมื่อ 27 ก.ย.48 เวลา 07:58:47 น.

Mei~Chan~@^-^@
ประธาณชมรมคอมฯ

อืม ให้ใครซักคนในบอร์ดนี้ลงสมัครเป็น สส. สิแล้วพวกเราช่วยกันเลือก อาจจะได้เข้าไปทำอะไรซักอย่างก็ได้นะ เหอๆ

ปล.ลดดีกรีความร้อนของกระทู้ลงหน่อยน่อ เริ่มร้อนเกินไปแล้ว เด๋วทะเลาะกันเปล่าๆ

Edit by Mei~Chan~@^-^@ - 27 ก.ย.48 เวลา 08:49:32 น.

ความคิดเห็นที่ 26 ตอบเมื่อ 27 ก.ย.48 เวลา 08:46:44 น.

Kikun
(Crescent)

Proctor

อืม... ท่านริธ หากผมจับใจความไม่ผิด ผมว่าคุณ Thaina Yu คงจะหมายถึง เขาไม่อยากอ่อนน้อมกับผู้ใหญ่ที่ไม่ฟังเหตุผลแล้วก็เอาแต่ใจตัวเองเป็นใหญ่กระมังครับ เขาไม่ได้เหมารวมถึงผู้ใหญ่ทุกคนนะ

เรื่องนี้ผมพอเข้าใจครับ เพราะผู้ใหญ่ก็มีหลายประเภท ยังไงพวกเขาก็เป็นคนเหมือนกันนี่นา
ผมก็ไม่ได้ว่าความคิดของคุณ Thaina Yu มันจะเป็นความคิดที่ผิดอะไรนะ ผมเชื่อว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรที่มันถูกผิดตายตัวหรอก แต่จะมีคำว่า "ฉลาด" กับ "ฉลาดน้อย" แทน

( "ฉลาดน้อย" ผมไม่ได้หมายถึง "โง่" นะ จะหมายถึงการกระทำที่ยังไม่พินิจรอบคอบเพียงพอ ซึ่งอาจทำให้เกิดผลเสียกับตัวเอง ... บอกไว้ก่อนเดี๋ยวจะคิดมากไปโน่น แต่หากคุณจะยังเหมาความว่า "โง่" ก็แล้วแต่คุณนะ นานาจิตตังเอวังดังนั้นแล)

ดังนั้นไม่มีคำตอบที่ถูกต้องที่สุดของคำถามว่า "ผู้ใหญ่ คิดว่าการ์ตูน เป็นของๆเด็ก เป็นของไร้สาระ เป็นสิ่งถูกหรือผิด?" ในมุมมองของผมครับ

สิ่งนึงที่เราต้องเข้าใจในฐานะที่เราเป็นมนุษย์ครับ มนุษย์เป็นสัตว์สังคม และ สังคมก็มีกฏระเบียบวัฒนธรรมประเพณี และเราอยู่ในประเทศไทย ซึ่งประเทศไทยก็มีวัฒนธรรมแบบไทย หนึ่งในนั้นก็คือการนับถือเคารพเชื่อฟังผู้ใหญ่

แน่นอน ทันใดที่คุณทำผิดวัฒนธรรมอันนี้ โดยการด่าต่อว่าผู้ใหญ่ ทุกคนในสังคมก็ย่อมเห็นว่าคุณผิด เพราะคุณกำลังอยู่ใต้กรอบวัฒนธรรมนี้อยู่ และอาจคุณกำลังยืนยันที่จะกระทำต่อไป ทั้งๆที่คุณก็รู้ตัวว่ากำลังอยู่ในกรอบวัฒนธรรมอันนี้แล้วล่ะก็ ผมว่ามันฉลาดน้อยครับ เพราะคุณนั่นล่ะที่จะโดนขับไล่ออกจากสังคม

จะดีกว่าไหม หากคุณเข้าใจกฏวัฒนธรรมอันนี้ให้ดีก่อน แล้วค่อยไปใช้ประยุกต์เพื่อเปลี่ยนแง่คิดพวกผู้ใหญ่เหล่านั้นที่คุณกล่าวถึง ?

จากประสบการณ์ชีวิตของผม ตำแหน่งงานหากเทียบกับอายุผมก็ค่อนข้างไปค้ำเหนือหัวผู้ใหญ่หลายคน ดังนั้นแน่นอนมันต้องมีปัญหาในสภาพกดดันเกิดขึ้นครับ ผมก็เจออะไรดีๆมาเยอะกับผู้ใหญ่เหล่านั้นเหมือนกัน(ประชด) แต่หากขิงก็รา ข่าก็แรงใส่กัน เราที่เป็นฝ่ายเด็กกว่ายังไงก็มีแต่จะเสียเปรียบครับ นั่นก็ฉลาดน้อยไปนิดหากจะไปแรงแข็งข้อกับเขา ไม่ใช่ว่าเราต้องการไปทะเลาะกับเขา แต่เราต้องการให้เขาเปิดใจฟังเรา

การที่จะทำให้พวกผู้ใหญ่เหล่านั้นยอมเปิดใจรับฟังได้โดยที่เราไม่ต้องไปแข็งข้อกับเขา มันก็มีวิธีครับ ซึ่งวิธีมันก็ประยุกต์มาจากการที่เราเข้าใจกฏวัฒนธรรมสังคมอันนี้เสียก่อน

ลองเปลี่ยนคำบ่นเป็นคำถามดูสิครับ
"ทำยังไงถึงจะให้ผู้ใหญ่ในสังคมไทยเปิดใจรับการ์ตูน ?"

แล้วก็ลองตั้งสมมุติฐานแล้วทดลองไล่ทำไปเรื่อยๆตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ผมว่ามันน่าจะฉลาดกว่าที่เราจะมานั่งบ่นแบบนี้นะ คุณว่าไหม?

ปกติผมจะไม่ทำในสิ่งที่ฉลาดน้อยนะเพราะมันเสียเวลา แต่ผมรู้สึกว่าคุณ Thaina Yu ก็เป็นคนตรงไปตรงมากล้าพูดกล้าคิดดี (แถมมีน้ำใจแก้ศัพท์คำผิดให้ผมด้วย) ก็รู้สึกเสียดายหากต้องเสียคนอย่างคุณไปครับ

ก็อยากให้คุณ Thaina Yu เก็บไว้เป็นแง่คิดมุมมองนึงในการตัดสินใจครับผม
หากมันเป็นสิ่งที่คุณรู้ดีอยู่แล้ว(ซึ่งผมเชื่ออย่างนั้น) ผมก็อยากให้คุณหวนกลับไปพินิจอีกครั้งครับ

สุดท้ายนี้ก็....การ์ตูนไทยจงเจริญ~!! ยิปปี้~!!

ความคิดเห็นที่ 27 ตอบเมื่อ 27 ก.ย.48 เวลา 09:10:09 น.

Silfer
วิจัยฝุ่น

อ่านๆดูแล้วค่อนข้างเห็นด้วยกับที่ Rune พูดมาเป็นอย่างมาก ภาพลักษณ์ของพวกเราชาวการ์ตูนที่แสดงออกไปในงานสาธารณะมันดูไม่ดีจริงๆ ผมไม่ได้เหมารวมด่าว่าทั้งหมดนะครับ แต่อย่างน้อยมันก็เกินครึ่งแน่ๆล่ะ ไหนจะทั้งตะโกะโหวกเหวกเสียงดัง ใช้พื้นที่สาธารณะ (กินที่เกิน ประมาณนั้น) แต่งตัวไม่ค่อยน่าดูกันซักเท่าไหร่ (ไม่ได้พูดถึงส่วนคอสเพลย์นะครับ พูดถึงชุดไปรเวท) คือก็เข้าใจอยู่ว่าเจตนาพวกเราก็ไม่ได้จะทำให้ภาพลักษณ์ของกลุ่มออกมาแย่หรือมีเจตนาร้ายอะไรหรอก แต่สาเหตุหลักๆน่าจะมาจากการ "รักสนุก" เกินควร เกินขอบลิมิตมากเกินไปมากกว่า เพราะงานแบบนี้นานๆทีมี นานๆทีจะได้มารวมตัวกัน นานๆทีจะมีพวกหัวอกเดียวกันมารวมตัวกันเยอะๆ แต่งคอสเพลย์ แหกปากร้องคาราโอเกะกัน ฯลฯ อีกมากมาย ความตื่นเต้นมันย่อมระงับไม่อยู่ แต่ก็สมควรจะสำรวมหน่อย เพราะคนรอบข้างที่ไม่ใช่กลุ่มพวกเรามองแล้วกลายเป็นกลุ่มไม่ดีไปซะงั้น ไม่น่ายุ่ง คล้ายเด็กติดยา แต่นี่เป็นติดการ์ตูน ติดเกม (พวกที่รับลูกหลงไปด้วยก็อาจเป็นพวกแต่งคอสฯที่เดินๆกันในงาน เพราะการแต่งคอสฯยังถือเป็นเรื่องที่แปลกในสังคมไทยเราทั้งๆที่คอสฯจริงๆแล้วคืออะไร พวกเราคงรู้ๆกันดีอยู่)

ในเรื่องมุมมองของผู้ใหญ่ ผมว่าก็แล้วแต่คนด้วยแหละครับ ไม่น่าไปด่าว่าแบบเหมารวมน่ะ เพราะอย่างครอบครัวผม พูดตรงๆก็ไม่ได้ชอบให้ซื้อการ์ตูนซักเท่าไหร่หรอก แต่ก็ไม่ได้ห้าม เพราะเค้าก็รู้ดีว่า ถ้าไอ้ลูกคนนี้ไม่มาติดการ์ตูนติดเกม มันคงไปติดอย่างอื่นแทน (มั้ง) ผมเองก็เรียนอยู่ในมหาลัยฯที่มีชื่อมากที่หนึ่ง เกรดอาจไม่ถึงกับสวยหรู แต่ไม่ถึงก็ย่ำแย่ จะไทร์มิไทร์ฯแหล่ เค้าก็เห็นว่าเราควบคุมตัวเองได้ ขอเพียงแค่ทำตัวอยู่ในขอบเขตทั้ง2ฝ่าย ปัญหามันก็จะไม่เกิดครับ เราก็อย่าไปสปอยล์จนทำให้ฝ่ายผู้ใหญ่ปวดหัว ผู้ใหญ่ก็ไม่ควรอนุรักษ์นิยมจนไม่เปิดรับอะไรใหม่ๆ แต่จริงๆปัญหานี้ผมว่ามันจะค่อยๆหายไปตามเวลานะครับ เพราะคนยุคใหม่ๆก็ค่อยๆก้าวเข้ามาในสังคมเรื่อยๆ ดูง่ายๆ ในมหาลัยฯ เดี๋ยวนี้มีนักศึกษาไปไหนมาไหน พกการ์ตูนไปพร้อมกับหนังสือเรียนเพียบ คนพวกนี้แหละครับ ที่กำลังจะกลายเป็น "ผู้ใหญ่" ที่เป็นหัวข้อประเด็นกระทู้นี้ ในอนาคต เชื่อว่าปล่อยให้มันเป็นไปตามกรรมจะดีกว่า อย่าทำอะไรให้มันเกินเลยก็พอ (ต้องทั้ง2ฝ่ายอ่ะนะ)

Edit by Silfer - 27 ก.ย.48 เวลา 09:18:42 น.

ความคิดเห็นที่ 28 ตอบเมื่อ 27 ก.ย.48 เวลา 09:14:58 น.

chaos
ultimate knight

กรุณาย้อนกลับไปดูความคิดเห็นที่ 16 และ 17
นึกว่าจะจบตั้งแต่ 17แล้วนะ

ความคิดเห็นที่ 29 ตอบเมื่อ 27 ก.ย.48 เวลา 09:44:33 น.

Animaru
คนธรรมดาสามัญชนคนหนึ่ง

From : Thaina Yu 27 ก.ย.48 05:29:01

--------------------------------------------------------------------------------
เพิ่มเติม ย้ำอีกที ไม่ได้ทำอะไร ไม่มีสิทธิไม่ว่าคนอื่นเขา จำไว้นะ

.....จริงเหรอ???
การที่คนเราเห็นอะไรที่ผิด จะว่าไม่ได้เหรอ
สมมุติว่ามีคนมาดูถูกมหาลัยผม ผมเองก็ไม่เคยทำกิจกรรมอะไรให้มหาลัยดีขึ้น ไม่ได้ทำอะไรเพื่อมหาลัย ผมก็เลยต้องเฉยๆกับคนที่มาว่ามหาลัยผมสินะ

มันไม่เกี่ยวกันเลยว่าใครไม่ทำอะไรแล้วจะว่าอะไรใครไม่ได้
ผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกก็ว่าไปตามถูกสิ
คนที่ทำประโยชน์ ทำผิด ห้ามคนที่ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรเลยมาว่าเค้างั้นเหรอ ผมว่าไม่ใช่
หัวหน้าสามคมอนุรักษ์ป่าไม้ จะเตะขอทานที่เกะกะลูกตา ขอทานไม่มีสิทธิ์ว่าเค้าหรือไงครับ???

คนเราไม่ใช่ว่าจะทำอะไรได้สำเร็จเสมอ

คนที่ทำไม่สำเร็จก็ควรจะเงียบๆหุบปากไป ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ทำเรื่องของตัวเองให้ได้ก่อน
หรือไงครับ



<<<< ถ้าจะเห่าก็ไปเห่าใส่สารหนูนะ ผมไม่ได้เปิดโอกาศให้มีการpmมาหาเพื่อตอบคำถาม ถ้าต้องการคำถามและคำตอบก็ต้องรีพลายในนี้นะครับ ถ้าจะpm ก็ไปหาสารหนู หรือว่าไม่กล้าpmไปหาเขาครับ?






ก็อย่างที่พูดไปแหละครับถ้าตัวเองไม่ทำอะไรเลยก็ไม่มีสิทธิที่จะไปว่าใครต่อใครได้ ตราบใดที่ตัวเองไม่ทำอะไรเลย จะทำสำเร็จหรือไม่ก็ตามก็ถือว่าทำครับ ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลยแล้วนั่งเห่าหอนไปวันๆมาเล่นคำเล่นมุขตลกเป็น cha เป็นไซคิกฟ่อ เดี๊ญวอณาคตก็โดนจับเข้าคุกเหมือนสองคนนี้หรอกครับถ้ายังไม่เปลี่ยนความคิดและใช้เหตุใช้ผลในการพูดคุยและพิจารณาสิ่งต่างๆให้ถี่ถ้วนก่อนพูด



สมมุติว่ามีคนมาดูถูกมหาลัยผม ผมเองก็ไม่เคยทำกิจกรรมอะไรให้มหาลัยดีขึ้น ไม่ได้ทำอะไรเพื่อมหาลัย ผมก็เลยต้องเฉยๆกับคนที่มาว่ามหาลัยผมสินะ
<<<< ใช่ครับ มหาลัยดีๆทั่วประเทศก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น ถ้าคุณไม่ทำอะไรให้กับมหาลัยของคุณเลย คุณก็ไม่สมกับเป็นนักศึกษาของมหาลัยนั้นๆ สมควรลาออกไปดีกว่าครับ แล้วยังมีหน้ามาพูดอีกว่าไม่เคยทำกิจกรรมมหาลัย กิจกรรมมหาลัยเขาจัดไว้ให้ทำถ้าไม่ทำก็ไม่ผ่าน อย่างน้อยสุดถ้าไม่ทำก็ต้องเข้าร่วมแต่นี่ไม่ทำอะไรเลย ถ้ามีคนมาว่ามหาลัยคุณมันก็สมควรแล้วล่ะครับ เพราะนักศึกษาอย่างคุณมันไม่ได้ความไร้ประสิทธิภาพเอง




มันไม่เกี่ยวกันเลยว่าใครไม่ทำอะไรแล้วจะว่าอะไรใครไม่ได้ <<<< ฉลาดขึ้นบ้างยังครับ??? ถ้าคุณไม่มีส่วนร่วมหรือส่งเสริมในกิจการใดกินการหนึ่งคุณก็ไม่มีสิทธิที่จะไปออกเสียงว่าเขาได้นะครับ มันไม่ใช่เรื่องของคุณ เสื_ _ !!! แต่ถ้าเป็นเรื่องของคุณแล้วคุณไม่ทำอะไร ก็ไม่มีสิทธิไปว่าเขาเช่นกันนะครับ โอเคเข้าใจนะครับ???

ผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกก็ว่าไปตามถูกสิ <<<< ก็ว่าไปสิครับ ถ้าคุณอยากว่าก็ไปว่าคนเดียวเงียบๆในห้องนอนคุณ การที่คุณมาป่าวประกาศว่านั้นมันไม่ถูกไม่ควรนะครับน่าเกลียดมากกกกก


หัวหน้าสามคมอนุรักษ์ป่าไม้ จะเตะขอทานที่เกะกะลูกตา ขอทานไม่มีสิทธิ์ว่าเค้าหรือไงครับ???

<<<<< ถ้าขอทานมาอยู่ในเขตก็ผิดครับ และคนเตะก็ผิด แต่ขอบอกนะครับว่ายกตัวอย่างโง่ๆอย่างนี้มาได้ไง ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนไปทำร้ายหรือเตะคนที่บุกรุกเขตหวงห้ามหรอกนะครับ ถ้าเขาไมได้เตะแต่ไล่ออกไปขอทานก็ไม่มีสิทธิว่าได้เลยนะครับ ตัวอย่างแบบนี้ก็เคยมีนะ ช่วง3-4ปีก่อนที่มีข่าวคนไร้ที่อยู่อาศัยบุกรุกเขาเขียว แล้วไปตั้งทำเลที่อยู่ในนั้น แต่ก็ไม่มีใครไปทำร้ายหรือทำลายข้าวของแต่อย่างใด เพราะบอกเขาเฉยๆเขาก็ยอมออกไป และคนร่อนเร่เหล่านั้นก็ไม่สามารถว่าเจ้าหน้าที่ได้


โอเคนะครับถ้าจะคุยก็คุยแบบลูกผู้ชายในนี้นะครับ


3ปีดูแล้วท่าทางแกไม่ได้เติบโตอะไรขึ้นมาเลยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 30 ตอบเมื่อ 27 ก.ย.48 เวลา 10:04:56 น.

Kikun
(Crescent)

Proctor

อืม...นิดนึงแน่ะ คุณ Animaru
ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม แต่ผมว่าการเอา PM มาแปะในบอร์ดเป็นเรื่องไม่ควรนะ

คนเสียน่ะคุณ แล้วใครมันจะกล้า PM ไปหาคุณอีกล่ะถ้าหากเขาต้องการคุยกับคุณแบบเป็นส่วนตัว? เมื่อหากวันดีคืนดีข้อความ PM อาจจะโดนโพสต์กลางบอร์ดได้...มันจะเชื่อได้ขนาดไหนกัน..จริงปะ? นั่นคือคนทั่วไปที่มาอ่านจะคิดว่าคุณเป็นคนเก็บความลับไม่อยู่ครับ ส่วนตัวผมคิดว่ามันเป็นการปิดช่องการรับวิสัยทัศน์จากคนอื่นนะ มันจะโอเคตรงที่ว่าเพื่อนสนิทที่รู้จักคุณย่อมรู้ว่าสไตล์คุณเป็นคนยังไง แต่คงไม่ใช่คนทั้งหมดในสังคมครับ....

เอ่อ.... แต่หากมันเป็นสิ่งที่คุณต้องการ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ
ไม่ใช่อะไรหรอก ผมหวังดีน่อ (^.^;

แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้วก็ขออีกนิดนึงละกัน...
หากคุณ Animaru ประสงค์ต้องการให้เรื่องจบไปด้วยการคุยกันดีๆให้สังคมสงบแล้วล่ะก็ ผมคิดว่าสิ่งที่คุณทำมันอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดแน่ะ มีความรู้สึกเหมือนโยนฝืนลงกองไฟยังไงชอบกล (^.^;

ส่วนคุณ Thaina Yu ครับ
ได้อ่านข้อความนี้แล้ว กรุณาใจเย็นๆก่อนตอบครับ ตอนนี้คุณเป็นฝ่ายเสียเปรียบนะเพราะคุณกำลังอยู่ในกรอบวัฒนธรรมไทย หากจะยังขิงก็รา ข่าก็แรงใส่กันอีก ใครๆเขาก็จะรุมคุณแบบคุณมะละกอโดนนั่นล่ะครับ แล้วคุณก็จะเป็นมะละกอหมายเลข 2 (นั่นล่ะที่ผมเรียกว่า "โง่" ไม่ใช่ "ฉลาดน้อย") .... ไม่เชื่อก็ลองดูสิ ผมไม่ห้าม พิสูจน์ด้วยตัวคุณเองได้ ลองหัวแข็งโหมอารมณ์ใส่คนอื่นกลับดูสิครับ.. (คือผมเสียดายคุณน่ะ แต่ผมก็เคารพการตัดสินใจของคุณนะ)

หากคุณเชื่อผม ลองใจเย็นๆ ลองเปิดวิสัยทัศน์รับฟังกันและกันแล้วก็คุยกันดีๆ อย่าเอาอารมณ์โหมกันใส่กันครับ ตรงไหนที่คิดไม่ตรงกันก็ค่อยๆไล่หาเหตุผลไปเรื่อยๆ คุยกันดีๆสบายๆดีกว่าแน่ะ ถ้าคุณไม่ชอบผู้ใหญ่ที่ไม่ยอมเปิดใจรับฟังเอาแต่อารมณ์เป็นใหญ่ คุณก็ต้องอย่าเป็นเหมือนผู้ใหญ่เหล่านั้นครับ

เปิดใจรับฟังอย่างมีเหตุผลครับ ของแบบนี้มันต้องใช้เวลาในการปรับให้ตรงกัน จะมาเปลี่ยนความคิดของคนในกระทู้เพียงกระทู้เดียวมันเป็นไปไม่ได้หรอก ใจเย็นๆ ค่อยๆเป็นค่อยๆไปกันดีกว่าแน่ะ

ผมต้องการเตือนสติคุณเป็นครั้งสุดท้ายนะ
เพราะไม่อยากให้เรื่องมันยาวเป็นปัญหามะละกออีก ให้มันจบไปอย่าง Happy Ending ดีกว่าครับ

(ฮิ้ว และแล้วเวลาพักก็หมดไปกับการพิมพ์กระทู้ ขอให้มันคุ้มค่ากับที่เสียไปเถอะ สาธุ...)

PS: หากเวลาที่เสียไปมันไม่มีค่าอะไรเลย ผมก็คงจะไม่ขอออกความเห็นอีกต่อไปแล้วน่ะ เอาเวลาไปเล่น H-Game ดูหนังโป๊ยังฉลาดกว่าเลย โหลดดองไว้เยอะมาก (ฮา)

ความคิดเห็นที่ 31 ตอบเมื่อ 27 ก.ย.48 เวลา 12:02:42 น.

yui000
นักขุด

อืม ผมเป็นคนเปิดประเด็นในเรื่องที่ว่าควรทำตัวให้อยู่ในขอบเขตและอ่อนน้อมกับผู้ใหญ่ จะขอเข้ามาตอบก็แล้วกันนะครับ

แต่ก่อนอื่น ขอติ Animaru เรื่อง PM
ไม่ควรเอาPM ที่คนอื่นส่งถึงมาโพสโชว์ให้ชาวบ้านเห็นน่ะครับ เพราะถ้ามันเป็นสิ่งที่เค้าต้องการให้คนอื่นเห็นมัน คงจะปรากฏเป็นกระทู้ใหม่ หรือ REPLY ในกระทู้นี้ไปแล้ว

PM ควรเป็นเรื่องส่วนบุคคลครับ เหมือนกับมีคนเอาจดหมายรักส่งให้คุณ แต่คุณกลับเอามันไปแปะโชว์ที่บอร์ดให้คนอื่นเห็นซะงั้น ผลกระทบไม่ดีด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย ประจานคนอื่นได้ ในขณะเดียวกันก็ประจานนิสัยตัวเองได้ด้วยเช่นกัน

ท่อนแรก
คุณไม่ได้ "ไม่ได้อะไรหรอก" แล้วละครับเพราะผมขอยอมรับเลยว่า ผมต้องการติเตียนการกระทำของคุณจริงๆ (ถึงไม่ใช้หน้าที่ก็เถอะ จะหาว่าผมสอดหรือ เสือ(กอ)ก็ไม่ว่ากัน)

ถ้าจะบอกว่า สังคมไทย ประกอบด้วยวัยทางสังคม 2 วัยคือ
1. เด็ก
2. ผู้ใหญ่
เราใช้อะไรเป็นดัชนีวัดครับว่า อายุขนาดไหนเด็ก อายุขนาดไหนผู้ใหญ่
ถ้าจะดูจากตัวผมเอง ด้วยวัยวุฒิที่ทำบัตรประชาชนมาแล้ว 2 รอบ น่าจะเรียกว่าผู้ใหญ่นะครับ แต่ในขณะเดียวกันก็มีผู้ใหญ่กว่าผม และผู้ใหญ่กว่านั้น(โดยผมยกความหมายของอายุ ไม่ใช่ความยิ่งใหญ่ในฐานันดรที่คนๆนั้นพึงมี)
ในขณะที่ผมอ่านการ์ตูนในฐานะผู้ใหญ่ แล้วมีผู้ใหญ่กว่ามาติเตียนว่าการอ่านการ์ตูนไม่ดี ผมก็ลองนึกกลับว่าถ้าผมไปเตือนเด็กที่กำลังทำกิจกรรมอะไรสักอย่างที่ในยุคของผมเห็นว่าไม่ดี แต่ในยุคของเค้าเห็นว่าดี มันจะเป็นยังไง

คำตอบคือ"ช่องว่างในระบบสังคมที่เติมไม่มีวันเติมเต็ม" ครับ

ผมยอมรับในเหตุผลของคุณนะที่ว่า การ์ตูนมันไม่ใช่ของสำหรับเด็กอีกแล้วตามบรรทัดฐานของคุณ แต่ขณะที่ผมเอาบรรทัดฐานของของผมวัด ผมไม่ชอบการกระทำของคุณเลยที่ร้องแร่แห่กระเซิง ซึ่งเราเป็นผู้น้อยไม่สมควรกระทำต่อผู้ใหญ่อย่างที่สุด ไม่ว่าเราจะเคารพหรือไม่ก็ตาม
เราคงไม่อยากให้บุพการีของเรา โดนใครที่ไหนก็ไม่รู้ทำร้องแร่แห่กระเซิง กันหรอกนะครับ ถ้าสมมุติว่ามีคนไม่ว่าบุพการีของคุณโดยไม่มีเคารพ ไม่ว่าจะน่าเคารพหรือไม่ คุณก็คงไม่ยอมหรอก (นี่เป็นเรื่อง common sense เลยนะครับ)
"ไม่เคารพไม่ว่า แต่ไม่ควรใช้วาจาดูหมิ่น" นี่คือสิ่งที่ผมต้องการจะบอก

ขอยกตัวอย่างหนักๆ สูงๆ เลยก็แล้วกันเผื่อว่าจะครอบคลุมกรอบของตัวคุณบ้าง
"ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ฯ ข้าพระพุทธเจ้าไม่มีเจตนาทำให้พระบรมเดชานุภาพต้องมัวหมอง"

ในหลวงของเรา ซึ่งเราทุกคนรู้และเคารพโดยหน้าที่อย่างสดุดี ในฐานะพ่อของแผ่นดิน ซึ่งกอรปกรณียกิจมากมายอันทรงแสดงถึงพระเมตตาต่อปวงชนในชาติ
แต่ในหลวงของเรา ก็ทรงได้รับความเคารพในนานาชาติในฐานะกษัตริย์ ในฐานะผู้ทรงไว้ซึ่งขัติยวงศ์ พระโลหิตสีน้ำเงินเฉกเช่น เจ้าฟ้ามหากษัตริย์ที่ทรงราชอำนาจในประเทศอื่น

ทำไมละครับ ทั้งที่ในหลวงของเราทรงปฏิบัตพระราชกรณียกิจเพียงเพื่อพสกนิกรของพระองค์ แล้วต่างชาติเกี่ยวอะไร ทำไมต้องนับถือพระองค์ในฐานะกษัตริย์

ถ้าตอบคำถามนี้ได้ คุณก็น่าจะเข้าใจได้นะครับว่า ทำไมเราต้องนับถือผู้ที่ทรงกว่า ด้วยวัย และคุณ ไม่ว่าจะเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ว่าคุณจะนับถือหรือไม่



ท่อนหลัง

การที่คุณที่ไม่ชอบเมื่อผู้ใหญ่ไม่ยอมรับความผิดมันก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ ผู้ใหญ่ก็ไม่ชอบเวลาเด็กไม่ยอมรับผิดแล้วโบ้ยไปโน้นไปนี่เหมือนกัน กฏหมายก็คือสิ่งที่บังคับสงคัมให้ปฏิบัติไปในทางเดียวกันครับ และมันเปิดโอกาศให้ผู้มีอำนาจมาตั้งแต่บรรพกาลแล้ว ถ้าจะโทษก็ต้องโทษเหล่าบรรพบุรุษที่สละเลือดรักษาแผ่นดินให้เราได้อยู่จนทุกวันนี้ครับว่ารักษาไว้ให้มีพวกมีอำนาจเหนือกฏหมมายบ้านเมืองทำไม

คุณบอกว่าผู้ใหญ่ไม่มีเวลาให้เด็กแล้วเพราะสังคมเปลี่ยนไป ไม่รู้ผมคิดไปเองรึเปล่าว่านี้คุณกำลังจะโทษว่าเป็นเพราะหน้าที่การงานที่รัดตัวของผู้ปกครองของคุณเป็นสาเหตุหนึ่งของก้าวร้าวที่เกิดจากการอบรมอันไม่เพียงพอ
นี่ก็เป็นการโทษคนอื่นก่อนโทษตัวเองนะครับ

[ตาม"ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของสังคมไทย" สมควรอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ทุกประเภท
ตาม"ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของสังคมไทย" สมควรกราบไหว้บูชาพระภิกษุทุกรูป
แต่ถ้าป็นพระทุศีล จะอยากกราบไหว้อยู่มั้ย]
ผมกราบครับ แต่ผมถือว่าผมกราบสงฆ์ ไม่ได้กราบที่ตัวบุคคลที่ทุศีล ถ้ามีคนธรรมดาที่ถึงพร้อมด้วยความดีครบถ้วนตามอุดมคติของผม ไม่ต้องรอให้บวชเป็นพระนิกายไหน ศาสนาไหน ผมยินดีกราบเดี๋ยวนั้นเลย
และผมเคารพผู้ใหญ่ก็เหมือนกันทุกคนครับ ต่อให้ไม่ชอบหน้าแค่ไหน เมื่อเจอก็ต้องไหว้ เมื่อไปก็ต้องลา

สุดท้ายไม่รู้ว่าคุณจะรู้ตัวหรือไม่ แต่ตอนนี้คุณกำลังถูกผู้ที่มีวัยเป็นผู้ใหญ่หลายท่านที่อยู่ในบอร์ดแห่งนี้ติเตียนอยู่
edit
อ้าวมีคนตัดหน้าเตือนอนิซะแล้ว ^^


Edit by yui000 - 27 ก.ย.48 เวลา 12:05:56 น.

Edit by yui000 - 27 ก.ย.48 เวลา 12:09:57 น.

ความคิดเห็นที่ 32 ตอบเมื่อ 27 ก.ย.48 เวลา 12:05:15 น.

Kul-ChaN
Yowaneko

ตอนแรกกลับมา..นึกตัวเองว่าจะโดนตำนิอีกแล้วเพราะคนมาโผสกันเยอะจริงๆ...แต่มันคนล่ะเรื่องแล้วนินะ ตกลงที่ผมทำก็คงจะจบไปแล้วจริงๆแหละ ไม่มีคนพยาบาทต่อ ฟู?

โดยส่วนตัวผมอ่านบทความที่ผมเอามาให้ดูนี้แล้วคิดแค่ว่า

"เมืองไทยไม่มีทางจะจัดเรตการ์ตูนได้ในชาตินี้แน่นอน!!"

หนังมันยังทำไม่ได้เลยนินะ ส่วนเรื่องผู้มีอำนาจนั้น...อย่าคิดให้ปวดหัวดีกว่า ก็คิดแต่ "มาทำให้การ์ตูนนั้น ถูกจัดให้เทียบเท่ากับวรรณกรรมในสายตาทุกๆคนดีกว่า"

ลืมเตือน...โปรดใช้วิจารณญาณแล้วมีสติด้วยนะครับ จริงๆก็ต้องใช้กับทุกบทความและข่าวข้อเท็จจริงทั้งหลายนั้นแหละนินะ ...เนี้ยว!!

ความคิดเห็นที่ 33 ตอบเมื่อ 27 ก.ย.48 เวลา 12:33:14 น.

Thaina Yu
หมาเขียวรักกระต่าย

อืม ขอบอกก่อนเลยนะว่า
ผมก็ PM ไปหาพี่สารแล้ว ก่อนที่จะ PM ไปหาพี่ด้วย
ผมคิดว่าเรื่องที่ผมจะตอบมันน่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างผมกะพี่ รกบอร์ด รกรีไพล มันลบไม่ได้ ไม่เหมือน PM เลยไม่ได้เอาลง
ในเมื่อรู้ว่ากล่องจดหมายพี่มันห้ามใส่จดหมายโต้ตอบของไร้สาระก็โอเค จะไม่ทำอีก

แต่ก็แหละ ผมไม่ว่าอะไรหรอกที่เอามาโชว์แบบนี้ เพราะมันก็ไม่ใช่ความลับ

ก่อนอื่นก็ต้องขอโทษที่ คำว่าผู้ใหญ่โง่ๆ ของผม มันฟังดูเหมารวมว่า "ผู้ใหญ่ โง่" ไม่ใช่ "ผู้ใหญ่ที่โง่" ในความหมายที่ผมต้องการ แต่บางคนอาจจะคิดว่าความหมายไหนมันก็ไม่ได้อยู่ดีอันนี้ผมไม่คิดแบบนั้นนะ

และอีกอย่างที่อยากจะบอก ผมไม่ได้โหมอารมณ์ใส่คนในบอร์ด แต่ผมเอาสิ่งที่ผมโหมใส่ผู้ใหญ่ที่โง่ที่ผมว่าไปให้กับคนที่ความเห็นขัดแย้งกับผมดู เพราะสิ่งที่ผมเชื่อคือ สิ่งที่ถูก มันมีอย่างเดียวในเรื่องนึงๆ แต่ตราบใดที่คนอื่นยังมีเหตุผลค้านอยู่ ก็แปลว่าเรายังไม่มีเหตุผล 100% หรืออาจจะสื่อสารไม่เข้าใจ ผมจึงต้องการหาเหตุผลที่ไม่ครบ 100 อันนั้น หรือเมื่อไหร่ผมจนปัญญาที่จะค้าน ผมก็จะยอมรับว่าผมคิดผิด
ผมไม่อยากมีสิ่งที่ไม่รู้ว่าผิดหรือถูกกันแน่อยู่ในสมอง ผมเลยต้องการที่จะพิสูจน์มันให้ชี้ชัดไปเลย แต่ถ้าเรียกกันตามภาษาชาวบ้านคงจะเรียกว่า การชอบเอาชนะ สินะครับ

เอาละ เข้าเรื่อง
ผมไม่ได้ช่วยทำกิจกรรมของทางมหาลัย แต่ผมก็เข้าร่วมกิจกรรมนะ
จริงๆคือ มหาลัยมีกิจกรรมด้วยเหรอ มหาลัยผมไม่มีนะ มีแต่กิจกรรมของนักศึกษา
ซึ่งผมก็ไม่ค่อยชอบ รับน้อง ประชุมเชียร์ หรืองานดีๆอย่างการประกวดโน่นนี่ในชื่อของมหาลัย ผมคิดว่าตัวเองยังฝีมือไม่ถึง เลยไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น
แต่ถ้ากลุ่มเพื่อนของผมต้องทำ อย่างรับน้อง ประชุมเชียร์ ผมเข้าร่วม แต่ตอนที่ต้องทำ ผมไม่ได้ทำ นานๆทีก็มีไปช่วยๆบ้างแต่ไม่ได้ไปทำจริงๆจังๆ

แต่เอาเถอะ เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกัน
ผมไม่ได้ช่วยให้อะไรบางอย่างดีขึ้น ไม่ได้ช่วยทำให้ดีขึ้น
แต่ผมก็ถือเป็นคนกลุ่มนั้น ผมเป็นเพื่อน อยู่ในที่เดียวกัน หรือการที่ผมไม่เคยวาดคอมมิคขาย ไม่มีผลงานดีๆ ไม่ได้ทำอะไรออกมาอย่างจริงจัง เลยจะไม่นับว่าผมอยู่ในกลุ่มสังคมนั้นๆ เหรอครับ??
ผมไม่ได้ส่งเสริม แต่ก็ถือว่ามีส่วนร่วมนะขอโทษเถอะ

แล้วที่ผมยกตัวอย่างขึ้นมานั่น
หมายถึงคนที่ดีที่มีประโยชน์ต่อสังคม
ทำผิด ต่อคนที่ไร้ประโยชน์ต่อสังคม
คนไร้ประโยชน์ต้องหุบปากเงียบ เฉยไว้ เพราะตัวเองไม่มีค่า ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรจากสังคม หรือไง
ผมนึกว่าพี่จะตีความได้นะ แต่ในเมื่อไม่ได้ก็ขอให้ลองตีความแบบนี้ดูละกัน
สิ่งที่พี่พูดคือแบบนี้เลย ผม คือคนไร้ค่า
แต่มีคนทำผิดต่อผม และกลุ่มคนที่เป็นพวกเดียวกับผม
ผมโกรธ ผมด่า ผมร้องแรกแหกกระเชอ
พี่ก็มาสั่งให้ผมหุบปาก เพราะผมไม่ได้ทำประโยชน์อะไร ไม่สมควรว่าอะไรใคร
เหรอ???? ผมว่าไม่ใช่นะ

หรือถ้าคิดว่าใช่ ผมคิดคนละอย่างกับพี่
อย่างที่ผมบอก ผมเชื่อว่า ถ้าผิด ก็สมควรจะผิด ถ้าถูก ก็สมควรจะถูก
มันคือสิ่งที่เรียกว่าความยุติธรรม

แล้วก็นะ
ผมไม่เห็นว่า PM มันไม่เป็นลูกผู้ชายตรงไหน
ผมไม่ได้แทงข้างหลังพี่ในที่ลับแล้วมาป่าวประกาศว่าผมชนะพี่ได้ซะหน่อย และผมก็ไม่ได้ทำร้ายอะไรพี่เลยด้วย แค่บอกว่า ผมไม่เห็นด้วย เรื่องนี้ๆๆๆ เพราะอะไร
แล้วก็นะ สามปีที่แล้ว พี่รู้จักผมดีพอที่จะบอกว่าผมโตขึ้นจากตอนนั้นรึเปล่างั้นเหรอ???

แล้วก็คุณยูอิครับ
ผมไม่ได้คิดว่า ผมก้าวร้าวเพราะไม่มีคนอบรมสั่งสอนนะครับ
แต่ผมก้าวร้าว เพราะผมต้องการจะไม่อ่อนน้อมกับคนที่ผมถือว่าไม่ควรเคารพ ผมก้าวร้าวโดยนิสัยของผมเองผมไม่ได้โทษใคร และผมคิดว่า การแสดงความเห็นที่ถูกต้องด้วยคำพูดที่รุนแรง มันไม่ใช่ความก้าวร้าวนะ แต่ถ้าเทียบกับกรอบของสังคม โอเค คือผมเป็นคนผิดที่ไม่อ่อนน้อม ทำท่าทางก้าวร้าว
แต่ผมเชื่อว่าตัวเองถูก และผมมีเหตุผล ทำไมผู้ใหญ่ไม่ใช้เหตุผลกับผมล่ะ
เหมือนที่รายการหลุมดำชอบพูดว่า เจตนาเดราคือต้องการกำจัดของไม่ดีออกไปจากสังคมไทย ปัดสิ่งที่พยายามจะบอกว่า คุณผิดนะ ด้วยการเอาเจตนาบังหน้านั่นแหละ

แล้วผมก็เชื่อว่าผมฟังคนอื่นนะ แต่ผมมีเหตุผลที่ทำให้ผมไม่เห็นด้วยในหลายๆจุด แต่ก็ขอโทษด้วยที่ดูเหมือนว่าใช้อารมณ์ใส่ เพราะผมก็กำลังมีอารมณ์รุนแรงเพราะเมื่อนึกถึงสิ่งเหล่านี้ที่ผมทั้งเกลียดทั้งแค้น มันก็ทนไม่ไหวจริงๆ

แต่ผมก็มีเหตุผลแล้วนะ

ความคิดเห็นที่ 34 ตอบเมื่อ 27 ก.ย.48 เวลา 12:58:12 น.

elemental papers
นายกระดาษพลัง

หลังจากอ่านกระทู้ตามที่ลิ้งค์มาให้ "อืม เป็นบทความที่ดีนะ" --> คิดได้แค่นี้แหล่ะ(มั้ง)

แต่ไล่อ่านรีไพลของกระทู้นี้(หมายถึงกระทู้ที่พอคเก็ตนี้แล) ทำให้นึกอะไรได้อย่างหนึ่ง

ไอ้ที่เขาว่ายกย่องนิยาย ละครแสดงคน ศิลปกรทั้งหลายแลยกเว้นการ์ตูน ว่าทำไมถึงเป็นงานศิลป วรรณกรรม เป็นของน่ายกย่อง ฯลฯ เคยคิดบ้างใหมว่าจริง ๆ แล้วมันทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เฉกเช่นรีไพลของคุณอาเซนิค (ระวังห้ามรับประทาน) ได้กล่าวไว้ว่า "แล้วแม่ก็ไม่ด่าผมอีกเลย" ทำไมถึงไม่ด่า? ก็เพราะมันได้เงินได้งานเป็นชิ้นเป็นอัน เป็นกอบเป็นกำ เลี้ยงชีพได้ จึงดูมีสาระ (ในสายตาผู้อื่น)

แล้วหนังฤๅละครอะไรเทือกนั้นล่ะ? แต่แรกแต่เดิมมีพ่อแม่ที่ใหนอยากให้ลูกเป็นนักร้องเป็นลิเก? ต่างพูดว่าเป็นอาชีพเต้นรำทำกิน แต่บัดนี้กลายเป็นว่ามีพู้ปกครองบางกลุ่มสนับสนุนเสียอีก เพราะอะไร? เพราะเห็นว่ารายได้งาม เลี้ยงชีพได้ จึงกลายเป็นมีสาระ

หยุดตรงนี้เสียก่อน เดี๋ยวจะมีคำแย้ง ทำไมนิยายหรือละครถูกยกย่องว่าวรรณกรรม แล้วมีคนซื้อคนอ่าน แต่ต้นสิ่งที่เรียกว่าวรรณกรรม (คืองานที่คนมีระดับทำ) แสดงออกถึงความงาม เรื่องราวต่าง ๆ ตำนาน ความเชื่อ ฯลฯ แล้วถามตรง ๆ ว่ามันมีประโยช์นต่อการดำรงชีวิตใหม? ตอบว่าไม่ แล้วทำไมมันถึงได้รับการยกย่อง เพราะมันยกระดับจากคนธรรมดาเป็น "ผู้มีความชอบเช่นคนมีวรรณะ" นะสิ ทั้งนี้ การสร้างกาพย์กลอนโคลงฉันท์ ยังแสดงถึงระดับปัญญาของผู้แต่ง (เรื่องของเรื่องคือพยายามยกตนให้ต่างจาก "ชาวบ้านธรรมดา ๆ" ว่างั้นเถอะ) แล้วนิทานล่ะ? นิทานคือเรื่องเล่าที่แสดงถึงเรื่องราวความเชื่อ วิธีปลูกฝังคน โดยมากจะเล่าให้เด็กฟัง เพราะไม้อ่อนดัดง่าย... ทำให้ภาพลักษ์ณนิทานคือเรื่องสำหรับเด็ก และด้วยที่ว่านิทานมักสอดแทรกเรื่องราวที่ดูไม่น่าเชื่อ หรือเกินจริง เมื่อโตมาไม่เจออย่างนิทาน เช่นนี้ ทำให้คนที่มีอายุกลาง ๆ มักบอกว่านิทานไร้สาระ หามีสิ่งใดไม่ ในขณะที่ผู้มีอายุมาก ๆ มักเล่านิทานแล้วแฝงกลยุทธ์อบรมเด็กเอาไว้...(ชะเอิงเอย มันอยู่ที่วิธีคิด) อีกทั้งงานศิลปส่วนมากสร้างเพื่อความบัณเทิง จึงมีผู้บริโภคอยู่ และแน่นอนว่าเด็กเขาไม่บริโภคกันหรอก มันไปวิ่งเล่นอยู่...(อ้อ แล้วกำลังเรียนด้วย)

แล้วทำไมละครสมัยนี้ไม่ค่อยแสดงถึงความงาม หรือรูปแบบศิลปะตามแบบเก่า ๆ ล่ะ? เพราะมันเข้าถึงผู้บริโภคยาก และผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็ชอบเรื่องผัวเมียชายชู้หญิงโฉดชาวบ้านตบกระโหลกกันเสียด้วยสิ (ติดตามเรื่องราว "เม้าท์" ได้ตามท้องตลาดไกล้บ้านท่าน) แต่ถ้าเป็นเล่นละครตลกโปกฮา คุณก็จะบอกว่าละครตลกไร้สาระ (ก็มันจะหวังสาระอะไรล่ะคู้น เขาเอาไว้คลายเครียด อยากดูมีสาระก็ดูสาระคดีซี้-->ถึงแม้บางทีจะแอบสาระไว้บ้างก็เถอะ) และด้วยเหตุผลเดียวกัน การ์ตูนที่มีเนื้อหาง่าย ๆ จะสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า และในสายตาของคนที่มีอายุมาหน่อยก็จะบอกว่าการ์ตูนเด็ก และการ์ตูนที่มีเนื้อหาซับซ้อนขึ้นมาคุณก็จะเรียกว่า "การ์ตูนเด็กโต"

คำว่าภาพลักษณ์เป็นอะไรที่ลบเลือนยาก เหมือนกับคุณไปกินอาหารร้านที่ไม่เคยเจอ ถ้วยแรกให้ความรู้สึกว่า "*** ไม่คุ้ม***หาย" อะไรทำนองนี้ คุณจะไม่กลับไปกินอีกแม้ร้านนั้นจะเปลี่ยนพ่อครัวก็ตาม (หรืออาจไป แต่ก็จะไปแบบไม่หวังอะไรมาก) เหมือนกัน งานที่แต่เดิมทำมาให้เด็กดู มันก็กลายเป็นภาพลักษณ์ให้เด็กดู ซ้ำยังไม่มีผู้ใดสร้างรายได้ถล่มทลายเหมือนสมรักษ์ คำสิงห์ มันก็กลายเป็นไม่มีสาระในการเลี้ยงชีพ...

ถามจริงๆ เถอะ มีแม่ค้าตามตลาดที่ใหนเขาสนใจวรรณศิลปกันมั้ง?

หรือหมายความว่า งานที่เรียกว่า "ศิลปะ" นั้น เข้าใจกันเฉพาะกลุ่ม จำกัดวง คุณคงไม่เข้าใจหรอกหากมีคนชี้รูปปัดผู่กันมั้วๆ แล้วบอกว่า "นี่คือศิลป" เพียงแต่ว่ากลุ่มนั้นเล็กใหญ่ อายุมากอายุน้อย ก็เท่านั้นเอง

ส่วนที่ว่าการ์ตูนไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ ทบทวนด้วยว่าจริงเท็จประการใด "วรรณกรรมเด็ก" นั้นแย่งเวลาคุณมากเกินไปหรือเปล่า ผู้ใหญ่ที่เอาแต่ดูหนังฟังเพลงจนไม่ทำการทำงานก็ไม่มีใครเรียกว่าเป็นคนดีนักหรอก คุณอาจเป็นคนที่ "วรรณกรรมเด็ก" แย่งเวลาไม่มาก แล้วคนอื่นล่ะ? ที่เหลือล่ะ? คนในวงการเดียวกับคุณล่ะ?

สุรา หลายคนบอกว่ามันเป็นสิ่งไม่ดี แต่ก็มีอีกมากคนทั่วโลกยอมรับมันในฐานะ "สิ่งเลวร้ายที่จำเป็น" เพราะอะไร? เพราะผู้เสพสุรามีมาก อายุอานามมักเป็นผู้อยู่ในวัยทำงาน และผู้มีชนชั้นเองก็เสพ และเพื่อให้มีเสพกันต่อไป จึงไม่คิดห้ามขาย

ไม่คิดเล่นๆ บ้างเหรอ หาก "แม้วคนดี" ชูการ์ตูนแล้วพูดว่า "มาทำการ์ตูนกันเถอะ" แล้วมันจะไม่บ้ากันตาม?

หวังเพียงแต่ว่าสักวันหนึ่งคงมีคนใหญ่คนโตติดการ์ตูนบ้าง หรืออาจเป็นพวกคนการ์ตูนเป็นคนมีหน้ามีตาเสียบ้าง(แบบไปมีรายได้เกินล้านต่อเดือนอะไรเทือกนั้น)

...ฝันเฟื่องชัด ๆ

ความคิดเห็นที่ 35 ตอบเมื่อ 27 ก.ย.48 เวลา 13:40:07 น.

StrayCat
รถบัสแมว

พยายามจับประเด็นแล้วตอบเท่าที่ได้แล้วกันครับ

ตอบคุณ Thaina yu
การเรียกร้อง ทำได้นะครับ..ถูกด้วย ถ้าคุณไม่ได้ไปดูถูกใคร..


แต่ว่า ผมเกรงว่ามันจะเปล่าประโยชน์ เพราะ...



คำพูดไม่เคยมีพลังเท่าการกระทำครับ...



เอ้า คุณไทยน่าอยู่(ขออนุญาติเรียกอย่างนี้นะครับ สะดวกกว่า)ไม่ได้วาดการ์ตูนใช่มั้ยครับ

งั้น คุณเคยเอาการ์ตูนให้ผู้ใหญ่ที่คุณไม่ชอบอ่านรึเปล่า..

ทำให้เขาได้เข้าใจด้วยการกระทำครับ ไม่ใช่แค่คำพูดนะครับ ถ้าเขาไม่อ่าน ก็ต้องทำให้เขาอ่านครับ จะขอร้อง จะหลอกล่อ ยังไงก็ต้องทำครับ ..

เช่น ถ้าเขาพูดมา ว่ามา ว่ามันไม่ดี... คุณก็ต้องยื่นให้เขาดู... ว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาว่าครับ

เริ่มที่คนใกล้ตัวครับ..

ผมเคยเอา"ควันใต้หมวก" ให้แม่อ่าน
แน่นอนครับ แม่ผมบอกว่า ยังกะเด็กเขียนเล่น...

แต่หลังจากนั้น แม่ผมก็อ่านทุกเรื่อง ที่ผมแนะนำให้อ่าน
เพราะผมให้แกดูครั้งนึงแล้ว แล้วมันก็ไม่ได้เข้าใจหรือติ๊งต๊องไร้ปัญญายากอะไรเลยไงครับ..

รุ่นน้องคนเก่งของผมก็เคยถามหาanimationของgibli ไปให้แม่ดู เพราะเค้าบอกว่าเอาเรื่องอื่นให้ดูแล้วที่บ้านชอบ...


โอเค ถ้าชีวิตผมอาจจะง่ายไป..
เอางี้ วันใหนที่คุณเริ่มทำแล้วมันลำบากละก็ เอามาเล่ากันฟังดีไหม จะได้ช่วยกันคิด


ที่พิมพ์มาทั้งหมด 2-3 รีพลาย ผมอยากจะบอกว่า

หากคุณจะเรียกร้องตรงนี้ มันไม่ผิดครับ แต่มันไม่ประโยชน์จริงๆครับ ..เพราะมีแต่พวกเราๆทั้งนั้น

ลงมือทำจริงๆเลยดีกว่า บนโลกแห่งความจริง ไม่เขียนการ์ตูนก็ทำได้นะครับ
ยังไม่ต้องคิดถึงเรื่องนโยบายของรัฐเลยครับ ไม่เริ่มเดิน1ก้าว จะข้ามไปก้าวที่100ได้ไงฮะ


ปล. ชีวิตต้องสู้ครับ ในpocketแห่งนี้มีคนที่ประสบปัญหาเหมือนๆกันแน่นอน ผมเคยอ่านจากกระทู้ๆหนึ่งที่เขียนเล่าประวัติเกี่ยวกับการปิดกั้นของพ่อแม่กับการ์ตูน (ผมหาไม่เจอซะแล้ว จะquoteใครมันคงลำบาก) แต่ละคนโดนกันมาหนักมากๆ แล้วปัจจุบันคนพวกนั้นก็ยังทุ่มสุดตัวอยู่ (เทียบกับผมแล้วดูมันว่างจนนั่งมองเมฆไปเลย)


ปล.2 ที่ตอบเพราะ..ผมอยากคุยด้วย ผมไม่ได้อยากเอาชนะคุณนะครับ smile


Edit by StrayCat - 27 ก.ย.48 เวลา 14:40:36 น.

ความคิดเห็นที่ 36 ตอบเมื่อ 27 ก.ย.48 เวลา 14:33:18 น.

Thaina Yu
หมาเขียวรักกระต่าย

เคยสิครับ
แต่ไม่ได้ผล
ย่าผมไม่สนใจเลย แค่ถือมาให้เห็นก็บอกให้เอาไปไกลๆแล้ว
อาจารย์มัธยมผม ผมบอกให้ดูการ์ตูนที่อาจารย์ยึดมา(จากการที่เห็นผมและเพื่อนเอามาอ่านตอนเช้าที่สนามก่อนเข้าแถว) อาจารย์บอกว่า "ครูไม่สนใจหรอก เธอไม่ต้องมาชักจูงครูทั้งนั้น ครูรู้แต่ว่ามันมี ไอ้นี่" เปิดเลิฟฮินะที่ยึดมาหน้าที่มีรูปเสื้อผ้าขาดให้ดู "ครูเลยจะไม่คืนให้"

ผมถึงร้องแรกแหกกระเชออย่างนี้ไงล่ะ
และจริงๆที่ผมร้องขนาดนี้เพราะ ผมเข้าใจว่า คนที่ว่าผมไปในรีไพลก่อนๆ ยังไม่เข้าใจว่าผมคิดยังไงถึงได้พูดแบบนั้นออกไป
ก็ไม่ได้คิดว่าจะทะเลาะกับใครนะ เพียงแต่การอธิบายด้วยความหมายและคำพูดที่รุนแรงคงดูก้าวร้าวเกินไปอันนี้ผมก็ผิดเองที่ถ้าพูดถึงเรื่องนี้ผมจะคุมอารมณ์ไม่ได้

ไม่ได้โกรธคุณนะครับ รวมถึงคนที่รีไพลว่าผมทุกคนด้วย
แต่บางทีมันก็รู้สึกแย่ที่พยายามอธิบาย ยกตัวอย่าง แต่ไม่เข้าใจกันอยู่ดี
ผมคงส่งสารไม่ดีพอเองน่ะครับ แต่ผมก็อยากจะพูด มันก็ทนเงียบไม่ไหวจริงๆ มันแค้นครับ

Edit : อีกนิด

จริงๆบ้านผมไม่ได้ห้ามเรื่องอ่านการ์ตูน
แต่ผมเคยเห็นคนที่ที่บ้านห้าม

แล้วเรื่องที่ผู้ใหญ่คิดแต่ว่าตัวเองถูก ไม่ฟังอะไรเด็ก จนเกิดปัญหาบานปลายก็ได้แต่เชิดหน้าหนี ไม่สนใจ พอจะว่าอะไรก็เสียงดังบังหน้า แล้วก็พูดว่า "เพราะฉันคิดแบบนี้ เพราะแกนั่นแหละที่ทำให้ชั้นต้องคิดแบบนี้ ถ้ารู้ว่าแกจำเป็นจริงๆชั้นก็ไม่ทำหรอก" แต่ตอนผมจะอธิบายอะไรก็พูดว่า "ไม่ต้องมาเถียงนะ ชั้นไม่ฟัง อะไรที่ชั้นคิดก็ต้องถูก"

นั่นคือย่าผมเอง
อ้อ พ่อผมด้วย แต่พ่อผมดีหน่อย เพราะพ่อไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต เลยกล้ายอมรับผิดกับเรื่องเล็กน้อยๆบ้าง


อีกนิดเหอะ.... ตอบข้างล่าง
ที่ผมพูดไม่ใช่แค่ความแค้นส่วนตัวครับ
ผมแค่มีความแค้นเป็นแรงผลักดันในการเขียนแล้วกดรีไพล
เหตุผลและความคิดของผมไม่ใช่ความแค้นอย่างเดียว ผมใช้เหตุผลนะ

/me เห็นมั้ย อธิบายไปตั้งหลายรีไพลแล้วก็ยังมีคนไม่เข้าใจ

แล้วก็ ไม่ใช่คนทั้งโลก แต่เป็นกว่าครึ่ง หรือเกินครึ่งที่อยู่ในประเทศไทยนี่ครับ

อ้อใช่
ชื่อผมอ่านว่าไทน่าครับ
เรียกจาพนมว่าโทนี่ จา หรือโทนี่ หรือเรียกเฉินหลงว่าแจ๊คกี้ ชาน หรือแจ๊คกี้ ได้
เรียกผมว่า ไทน่า ยู หรือไทน่า ก็ไม่น่าจะยากนะครับ - -

ส่วนเรื่องที่ว่าจะเดินหนึ่งก้าวนั้นผมเห็นด้วย ทุกวันนี้ผมก็พยายามฝึกฝีมือ ทั้งคิดเนื้อเรื่อง วาดรูป ฝึก 3D เรียนเขียนโปรแกรม เข้ามหาลัยคณะมัลติมีเดีย เพื่อซักวันนึงจะไปช่วยคนอื่นถางทางให้แก่วงการการ์ตูนได้
เพียงแต่ผมแค้นพวกที่ดูถูกไว้ก่อน ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลยแต่ก็ยังมาเหยียดหยามกันอยู่ได้ เข้าใจผิดๆแล้วก็เอาแต่แพร่เชื้อความเข้าใจผิดไปทั่ว พอมีเรื่องอะไรก็ซ้ำเติมกันเข้าไป
ไอ้นี่คือต้นตอความแค้นของผม อันนี้ผมไม่แน่ใจนะว่าจะเรียกความแค้นส่วนตัวดีรึเปล่า

อีกนิดให้คุณยูอิ
ผมไม่ได้หมายถึงแค่พวกเหนือกฏหมายนะครับ
ผมเกลียดกว่านั้นคือ ไอ้พวกใช้ประโยชน์จากกฏ(ทั้งกฏหมายทั้งประเพณีจารีตทางสังคมน่ะแหละ) ทำเลวต่อคนอื่นอย่างถูกต้องตามกฏ ไอ้พวกนี้แหละคือพวกทุเรศที่ผมกล่าวถึง
ทุกวันนี้คนที่ใช้กฏหมายหากินอย่างผิดธรรมนองคลองธรรมก็ยังมีชีวิตอย่างสุขสบาย
ทุเรศเป็นที่สุดเลยล่ะครับ

Edit by Thaina Yu - ขอยืนยันว่า ทุกการ Edit ไม่มีแก้ไข มีแต่ต่อเติม

Edit by Thaina Yu - 27 ก.ย.48 เวลา 17:55:26 น.

ความคิดเห็นที่ 37 ตอบเมื่อ 27 ก.ย.48 เวลา 14:52:11 น.

mako
ปลาหมึกผู้น่ารัก

ก็อย่าเอาความแค้นส่วนตัวมาเป็นเหตุผลทั้งหมดสิ - -; ในเมื่อคุณก็รู้ว่าคนทั้งโลกไม่ได้เป็นแบบนั้นกันหมดเสียหน่อยนี่นา

ความคิดเห็นที่ 38 ตอบเมื่อ 27 ก.ย.48 เวลา 15:13:10 น.

StrayCat
รถบัสแมว

อืมม ...

โอเคครับ คุณไทน่า
ถ้าคุณกำลังพยายามฝึกฝีมืออย่างที่บอก ผมคงไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้วครับ

ผมก็จะรอคอยผลงานคุณก็แล้วกัน ...ขอให้ประสบความสำเร็จกับความตั้งใจทำครับผม


หวังว่าเมื่อถึงวันนั้น คนรอบข้างจะยอมรับความสามารถในตัวคุณครับ

แค้นอะไรก็เก็บไว้เป็นแรง...
อย่าเพิ่งไปทะเลาะกับใครเข้าละกันครับ

เราต้องทำให้เค้ายอมรับ ไม่ใช่เอาชนะนี่นา..

ความคิดเห็นที่ 39 ตอบเมื่อ 27 ก.ย.48 เวลา 18:41:11 น.

Animaru
คนธรรมดาสามัญชนคนหนึ่ง

her zzZZZ

ความคิดเห็นที่ 40 ตอบเมื่อ 27 ก.ย.48 เวลา 21:11:07 น.

RayOn
Toxicologist

อ่านมาตั้งแต่บอร์ด af แล้ว....  นี่ก็เข้าไปใน pantip

แล้วก็มา link เข้าโรงเรียน สังคม internet นี่ไวจริงๆ....

อยากให้เรามองในหลายๆ แง่มุม  เราก็มีเหตุผลของเรา
หลายคนที่ไม่ได้คิดแบบเดียวกับเรา และไม่ยอมฟังเรา เขาก็มีเหตุผลของเขา
การโต้เถียง หลายครั้งจบด้วยการปรับทัศนะคติให้ตรงกัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าเป็นทุกครั้งที่มันจะเป็นแบบนั้น  หลายครั้งที่การ วิวาทะ จบลงด้วยการบาดหมางร้าวลึกกว่าเดิม....

คนเราจดจำเรื่องเลวร้ายได้แม่นยำกว่าเรื่องดีๆ อยู่แล้วนะคะ :D  และยิ่งผู้ปกครองหลายๆท่านอยากจะปกป้องบุตรหลานจากสิ่งเลวร้ายด้วยเจตนาดี   ในขณะที่เราเองก็บอกว่า  เราเองมีวิจารณญาณพอแล้วที่จะแยกแยะ และเสพสิ่งบันเทิงเหล่านั้น โดยที่ไม่ได้ก่อให้เกิดผลเสียกับเราเอง   มันเป็นมุมมองที่เรายืนอยู่คนละด้านกัน

เราก็คงจะบอกไม่ได้หรอกค่ะ ว่าใครผิด ใครถูก...แต่ละคนมีเหตุผลของตัวเอง

แต่ละคนมีช่องว่างระหว่างวัยกันอยู่แล้วค่ะ  จะให้ผู้ใหญ่สมัยก่อนเข้ามาจูนตรงๆกับลูกทีเกิดในยุค โลกาภิวัตร โลกานุวัตร  ก็คงจะทำไม่ได้ทุกคนหรอกค่ะ..... 

ถ้าคิดว่าแค้นแล้ว ดีต่อตัวเองในการกระตุ้นตัวเองก็จงทำไป (ทุกสิ่งทุกอย่างมีสองด้านเสมอ แม้กระทั่งความแค้นอ่ะนะ ^^!)


ป.ล. ถึงบางท่าน..

Asked  Forgive ?  , can't told that.
but  not Forget is sure....

ความคิดเห็นที่ 41 ตอบเมื่อ 27 ก.ย.48 เวลา 23:26:43 น.

pongSm
หมาน้อย[NoDogNoLife]

เห็นด้วยกับสารหนูและสเตรย์แคท

ความคิดเห็นที่ 42 ตอบเมื่อ 04 ต.ค.48 เวลา 16:36:48 น.

cg
ไม่ใช่โพลีก้อนนะ

ไม่สมควรด่าเขานะ พ่อกับแม่น่ะ ทำความเข้าใจกันง่ายๆ
ไม่ใช่ให้เขารับเราอย่างเดียว เราต้องรับเขาด้วย
ง่ายจะตาย แบ่งเวลาไม่ได้ เปลี่ยนตัวเองไม่ได้ ไม่มีสิทธิ์ให้ใครเขาเปลี่ยนหรอก

ความคิดเห็นที่ 43 ตอบเมื่อ 05 ต.ค.48 เวลา 09:39:37 น.
แสดงข้อความทั้งหมด [ All ] [ First ] [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ Last ]
กำลังแสดงทั้งหมด 43 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ