Rider Black RX
(Eroman Sanjou)
Mad Man

อยากจะขอความเห็นทุกท่านหน่อยงับ

อยากจะขอความเห็นกับทุกท่านหน่อยกับเรื่องการ์ตูนไทย การที่การ์ตูนไทยหลายๆเล่มมีอันต้องปิดตัวไป อยากทราบความเห็นของแต่ละท่านว่า น่าจะมีสาเหตุจากไรบ้างแล้วถ้าจะให้ดีกาตูนไทยน่าจะเป็นยังไงถึงคิดว่ามีโอกาศรอดสูงหน่อย (ตั้งแต่ดูหลุมดำสงสัยกาตูนยิ่งโดนติดลบกว่าเดิมแน่ๆเลย) แบบว่าอยากได้ในมุมมองคนอื่นบ้างอะครับ

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 09 ก.ย.48 เวลา 00:10:02 น.
แสดงข้อความทั้งหมด [ All ] [ First ] [ 1 ] [ 2 ] [ Last ]
กำลังแสดงทั้งหมด 30 Reply

smdm
จากคนกลายเป็นแมว

มันไม่สนุกครับ

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 09 ก.ย.48 เวลา 01:49:34 น.

GuarDianNUT
นักล่าเคโมะเถื่อน

เนื้อเรื่องจำเจ อ่านแล้วน่าเบื่อ ภาพไม่สวย

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 09 ก.ย.48 เวลา 01:56:35 น.

Thaina Yu
หมาเขียวรักกระต่าย

อย่างแรกก็....
สนับสนุนให้คนวาดเยอะๆ ตั้งสำนักพิมพ์ที่มีคุณภาพเท่าจัมป์หรือในญี่ปุ่น แล้วเมื่อปริมาณมากขึ้น การแข่งขันสูงขึ้น ช่องทางกว้างขึ้น คุณภาพก็จะค่อยๆพัฒนาไปเอง

คือคุณภาพของเราสู้ญี่ปุ่นไม่ได้น่ะครับ ขนาดมีดที่ 13 ที่ผมว่าดีที่สุดในประเทศไทย(ไม่ได้ล้อเล่นนะ มันเจ๋งจริงๆ) ก็ยังสู้การ์ตูนญี่ปุ่นธรรมดาๆไม่ได้หลายเรื่อง ยิ่งไปเทียบกับพวก Oh!Great หรืออย่าง เกทแบ็คเกอร์ ไซยูกิ นี่ ยิ่งไม่เห็นฝุ่น
และที่สำคัญคือ มันมีอีกแค่ไม่กี่เรื่องที่ขายกันจริงๆจังทั้งประเทศ ที่ผมจำได้มีแค่ หนุแมน มีดที่ 13 ไกรทอง อภัยมณีซาก้า ซึ่ง 4 เรื่องนี้ก็นับได้ว่ามีคุณภาพระดับกลางๆ แต่คนอ่านก็ยังไม่สนใจกันเท่าไหร่เลย แล้วไอ้ที่คุณภาพต่ำกว่านี้ยิ่ง.....ไปกันใหญ่น่ะนะ

แล้วที่เป็นปัญหาอีกอย่างคือ
คนไทยมีอคติต่อการ์ตูนเป็นส่วนใหญ่
พูดว่า อาชีพนักเขียนการ์ตูน ก็จะถูกมองในแง่ลบแล้ว
แถมไม่มีการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม พูดง่ายๆคือไม่มีทุน ไม่มีความแน่นอน มีแต่ความเสี่ยง เลยทำให้ขาดแคลนบุคลากรถึงขั้นวิกฤตถ้าเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว

ที่สำคัญมากคือ
นายทุนประเทศไทย
มันโง่
มันคิดแต่ผลกำไรเฉพาะหน้า ของที่มีแค่แววดังมันไม่สนหรอก มันกลัวเจ๊งแล้วมันเสียหาย(ทั้งที่มีเงินพอเจ๊งได้ตั้งหลายรอบ)
พอเริ่มดังขึ้นมาบ้างถึงได้เริ่มหันมาสนใจ ช้าไปมั้ยลุง - -*
งานศิลปะส่วนใหญ่ถึงมีแต่ฝรั่งมาซื้อไปขายไงล่ะ(แล้วก็มานั่งตะโกนปาวๆว่า เงินไหลออกนอกประเทศ คนไทยไม่สนับสนุนของไทย ทู่เรศมั้ยล่ะ)
ตราบใดที่ประเทศไทยยังมีคนโง่พรรค์นี้กุมอำนาจอยู่ ก็ไม่มีวันพัฒนาหรอก
แล้วมันก็กระทบมาถึงพวกเรานี่แหละ

เฮ่อ พอเขียนจริงๆแล้วก็วกไปวนมา ทั้งที่คิดจะเขียนอะไรตั้งเยอะแยะ
เบื่อตัวเองแฮะ

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 09 ก.ย.48 เวลา 01:56:59 น.

ioroid
หุ่นเหล็ก

อ่านความเห็นข้างบนแล้วข้องใจนิดหน่อย

การลงทุนทำการ์ตูนเล่มนึงไม่ใช่ถูกๆ ต้นทุนค่าแรงก็ไม่ใช่น้อย แถมด้วยการทำงานแบบคนไทยที่ไม่ใส่ใจตารางเวลา ไม่พัฒนาคุณภาพ เอาพื้นฐานที่ไหนมาพูดว่านายทุนมันโง่ นายทุนฉลาดมากต่างหากที่ไม่ลงทุนกับการ์ตูน มันเหมือนงูกินหางที่คนไม่ซื้อการ์ตูนไทย แล้วจะมีใครทำการ์ตูนไทย

เริ่มที่คนซื้อกับนายทุนคงไม่ได้ เพราะสุดท้ายสองกลุ่มนี้ก็เป็นผู้บริโภคทั้งคู่...


จะดูกันจริงๆคงต้องเริ่มที่คนเขียนการ์ตูน
มันคงไม่ยุติธรรม ถ้าหากเอามวยไทยไปต่อยในกติกาของยูโด หรือคาราเต้ (มองในแง่ของกีฬา) พื้นฐานมันไม่เหมือนกันคงจะเปรียบเทียบกันไม่ได้ การ์ตูนไทยถ้าไปเทียบในบรรทัดฐานของการ์ตูนญี่ปุ่นก็แพ้ตั้งแต่ในมุ้งแล้ว จะบอกว่าการ์ตูนญี่ปุ่นที่กากๆห่วยๆโง่ๆก็มี เยอะแยะมากมายกว่าการ์ตูนไทยทั้งหมดที่มีด้วยซ้ำ เพียงแต่เราไม่เห็นตรงนั้น เพราะสำนักพิมพ์(นายทุน)กรองของที่เค้าเห็นแล้วว่ามันขายไม่ได้ออกไป มันน่าเกลียดที่บูชาระบบและรูปแบบของการ์ตูนญี่ปุ่นโดยไม่ได้มองพื้นฐานของบ้านเราเลย ทุกวันนี้การ์ตูนมันก็เป็น manga ซึ่งเป็นของญี่ปุ่นอยู่แล้ว

การ์ตูนไทย ถามจริงๆเหอะว่ามันแปลว่าอะไร แค่นี้หลายๆคนก็ตอบไม่เหมือนกัน ตอบไม่ตรงคำถามแล้ว
มีจริงๆรึเปล่าก็ไม่รู้ การ์ตูนไทยแท้ๆที่คนอ่านยอมรับ

เพราะบทสรุปของการ์ตูนไทย มีแต่คนค่อนแคะว่าเหมือนเรื่องโน้นเรื่องนี้ เหมือนไปหมดทั้งโลก


การ์ตูนไทยมันไม่ไปไหน เพราะเราเทียบกับการ์ตูนญี่ปุ่นที่พัฒนาไปทุกวัน
การ์ตูนไทยตอบโจทย์ได้ดีแล้ว เพียงแต่ยังไม่หลากหลายเท่านั้น
ผมคงไม่ดีใจนัก ถ้าการ์ตูนไทยต้องดึงคนอ่านเข้ามาด้วย fan service และฉากวับๆแวบๆ หรือเนื้อเรื่องล่อแหลมอย่างที่การ์ตูนญี่ปุ่นชอบทำกัน อย่างที่คนอ่านไทยๆชอบกัน แล้วก็ด่าการ์ตูนไทยว่าไม่พัฒนา


เป็นผมก็คงไม่ขายบ้านขายรถ เอาเงินมาทำการ์ตูนให้คนอื่นด่าแน่ๆ

ด่านายทุนใครๆก็ด่าได้ แต่สุดท้ายก็ต้องไปขอเงินจากนายทุนอยู่ดี
ผมสนับสนุนนายทุน เพราะเค้าจะทำให้การ์ตูนไทยพัฒนาขึ้นมาอย่างแข็งแกร่ง ไม่ใช่โอ๋กันจนใครๆก็อยากมาทำเพราะเงินมันดี แล้วก็ออกมาเหมือนกับอนิเมชั่นไทยห่วยๆที่ภาครัฐสนับสนุนกันอย่างทุกวันนี้

มันก็จริงที่ว่าภาครัฐไม่สนใจ ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไม่สนับสนุน


ด่าไปวันๆ ทุกคนก็ทำกัน ด่ารัฐบาลว่าโกงกิน ด่าผู้ใหญ่ว่าไม่เข้าใจเด็ก ด่าๆๆๆๆๆๆๆๆ
ทุกคนก็ทำกันอย่างนี้ เป็นประเภทเดียวกับคนโง่ที่พูดถึงในคำตอบข้างบน

ถ้างั้นประเทศไทยก็เหมาะแล้ว
ประเทศไทยเหมาะสำหรับคนโง่ อ่านแล้วก็ด่าไปอย่างเดิมน่ะดีแล้ว
มันจะช่วยให้การ์ตูนไทยพัฒนาอย่างแข็งแกร่ง ไม่ใช่ลอยขึ้นมาแล้วก็ล้มลงไปต่อหน้าต่อตา เหมือนที่อนิเมชั่นสัญชาติไทย หรือเกมของคนไทยกำลังเป็นอยู่



Edit by ioroid - 09 ก.ย.48 เวลา 08:43:26 น.

ความคิดเห็นที่ 4 ตอบเมื่อ 09 ก.ย.48 เวลา 08:39:27 น.

ผีแอบ
กั้กไต๋

ต้องสู้กันไปครับ
นักเขียนทุกท่าน ต้องเรียนรู้ข้อผิดพลาดของตนเอง

ความคิดเห็นที่ 5 ตอบเมื่อ 09 ก.ย.48 เวลา 08:50:21 น.

Jay
แมวเหมียวเฝ้าโรงเรียน

Jay : มันมีตัวเลือกน้อย?
ไม่รู้สิ เจย์ว่าเส้นมันไม่สวย
อภัยมณีซาก้าก้ออ่าอยู่นะ อ่านไปอ่านมาเกลียดเส้นมันชอบกล (ในความเห็นเจย์)มันไม่สมูท แข็งๆคมๆ อ่านแล้วบาดตา

ความคิดเห็นที่ 6 ตอบเมื่อ 09 ก.ย.48 เวลา 09:02:08 น.

armsama
(alpha)

เด็กโดดเรียน

อันนี้ตามความคิดของเรานะ
ตลาดบ้านเรายังเล็กฮะ จำนวนคนอ่านการ์ตูนบ้านเรายังไม่มากพอ ถ้าเทียบในแง่ของธุรกิจแล้วจะให้กำไรมากมายคงลำบาก ลองคิดง่ายๆว่าแมกกาซีนเล่มนึงมีการ์ตูนซัก 6-8 เรื่อง แค่เรื่องค่าจ้างนักเขียนก็ลำบากแล้ว ไหนจะต้องต้องกระจายหนังสือไปตามที่ต่างๆอีก ค่าขนส่งอีก รับคืนหนังสืออีก...

ส่วนเรื่องคุณภาพ เรายังสู้ของญี่ปุ่นไม่ได้ใครๆก็รู้ แต่อันนี้พอเข้าใจฮะ เพราะการแข่งขันบ้านเราน้อยทำให้การพัฒนาคุณภาพทำได้ช้า แต่ถ้านักเขียนพยายามรักษาระดับคุณภาพงานของตัวเองให้คงที่หรือดีขึ้นตลอดจะดีมาก เพราะที่เคยเห็นหลายๆคนยิ่งเขียนคุณภาพยิ่งลดลงทำให้ไม่อยากอ่าน เรายอมรับนะว่าเป็นคนนึงที่ไม่ได้อ่านการ์ตูนไทยเดี๋ยวนี้เลย แต่เพราะไม่ชอบแนวเนื้อเรื่องแบบนั้นนะ ไม่ใช่อคติ

พูดถึงประเด็นนายทุน นายทุนไม่ได้โง่นะ -''- ไม่เข้าใจว่าทำไมเอะอะก็ด่าว่านายทุน ทั้งๆที่ถ้าคุณจะทำการ์ตูนออกมาแล้วหวังให้ขายได้ มันก็คือการทำธุรกิจ แล้วทำไมไม่หัดมองในมุมมองของนักธุรกิจบ้าง

ถ้าจะให้การ์ตูนที่ทำออกมาอยู่รอดได้ มันต้องเลี้ยงตัวมันเองได้ ไม่ใช่เอาเงินจากธุรกิจส่วนอื่นมาโปะ(เพราะเอาทุนตรงโน้นมาโปะตรงนี้นี่แหละ ทำเอาเจ๊งกันไปเยอะแล้ว) สมมุติว่าถึงจะยอมชักเนื้อให้ได้ แต่ ธุรกิจที่เลี้ยงตัวเองไม่ได้ ไม่มีวันโต
ถ้าจะทำอะไรออกมาขายให้คนยอมรับ ก็ต้องดูความต้องการของตลาดด้วย...มันน่าเศร้า เพราะเหตุนี้เราถึงได้เห็นอนิเมแบบจ๊ะทิงจาไง เพราะมันขายดีกว่า อยู่รอดได้ แต่มองอีกแง่อย่างน้อยมันก็เป็นก้าวแรกๆที่จะทำให้คนสนใจการ์ตูนไทยกันมากขึ้น

ตอนที่ seed ปิดตัวไปนี่อึ้งมาก อุตส่าห์นึกว่าจะอยู่รอดได้เพราะเป็นการ์ตูนเกมที่เจาะกลุ่มคนเล่นเกมโดยเฉพาะ รึว่าเด็กไทยไม่ค่อยรักการอ่านหว่า

สำหรับการ์ตูนไทย ถ้าจะให้อยู่รอดคงต้องศึกษากลุ่มผู้บริโภคกันจริงจังกว่านี้ คุณรู้รึยังว่าการ์ตูนที่คุณทำออกมา ใครจะเป็นคนซื้อ ช่วงอายุ การศึกษาของคนอ่าน บลาๆๆ อย่าคิดว่าไม่สำคัญเพราะพวกนี้เป็นข้อมูลทางการตลาดที่สมควรจะรู้
โดยส่วนตัวเราว่าวงการการ์ตูนเราเติบโตขึ้นเรื่อยๆนะ สังเกตจากงานการ์ตูนต่างๆหรืออนิเมที่เอาเข้ามา

ปล. เรียบเรียงความคิดไม่ค่อยเก่ง โทษทีนะ

ความคิดเห็นที่ 7 ตอบเมื่อ 09 ก.ย.48 เวลา 09:53:06 น.

คิลน้อย[SeeG_Y]
แมวดุๆของHanan

เพราะแนวด้วยมั้ง ไม่ว่ายังไงก็ต้องวกไปหาพวกวรรณกรรมทุกที มันน่าเบื่อน่ะ
อีกอย่างก็คือนายทุน และคนซื้อละนะ ถ้ามีคนซื้อน้อยก็ไม่ได้กำไร และก็เจ๊งไปในที่สุด
ที่คนซื้อน้อยก็เพราะมันไม่น่าสนใจน่ะละเพราะเจอแต่แนวเดิมๆไทยๆ ไม่รุ้จะหัวโบราณอยู่ทำไมนะ ให้มันตั้งตัวได้แล้วค่อยทำแบบนั้นก็ไม่เสียหายนี้
แต่มีดที่13นี้ดีแล้วนะ จะอยุ่ในระดับไหนไม่สำคัญแต่ทำชื่อให้ประเทศไทยได้แล้วกัน ต่างคนก็ต่างมองว่าดีไม่ดี แต่ผมว่า ถึงงานเค้าจะออกมาไม่ค่อยเด่นสะดุดตา แต่ผมว่าเค้ากล้าดีนะ ยำกันเละแต่แบบโต้งๆไม่มีอ้อมค้อม แล้วงานที่เค้าได้ก็ไม่ธรรมดาเลยด้วย หน้าละพันครับ =3= ซึ่งนักเขียนปรกติหน้าละ250อย่างมากก็300ได้มั้ง
แล้วทำไมพวกพระอภัยมณีซาก้าก็ทำแล้วดังงั้นรึ? ก็เพราะเค้าเอาลงไปในนิตรสาร*oom ด้วยน่ะสิ ซึ่งยังไงคนซื้อมาก็ต้องอ่าน แล้วก็ถึงรู้ว่ามันสนุกหรือยังไง แต่ถ้าแบบที่ว่า จู่ๆก็มีมาว่าขายที่แผง ไม่มีคนสนอย่างแน่นอน เพราะกลัวไม่สนุกกลัวเปลืองเงิน

Edit by คิลน้อย[SeeG_Y] - 09 ก.ย.48 เวลา 09:59:17 น.

ความคิดเห็นที่ 8 ตอบเมื่อ 09 ก.ย.48 เวลา 09:55:45 น.

เน็ตโตะ
นักมวยไทยสายAgi

ตอบแบบเข้ากับกระทู้นะ

คงต้องทำแบบ Boom มั้ง
การ์ตูนไทยผสมผสานการ์ตูนญี่ปุ่นเข้าไป
การ์ตูนไทยในนิตยสารรายสัปดาห์ถึงจะมีโอกาสโปรโมทตัวเองบ้าง

ปล. ผมชอบอ่านมีดที่ 13 กับอภัยมณีซาก้าครับ

ความคิดเห็นที่ 9 ตอบเมื่อ 09 ก.ย.48 เวลา 10:14:13 น.

garun
แมวธรรมดา

....ตลาดการตูนลิขสิทธ ไทยไม่เอื้ออำนวนต่อการผลิตงานมาขายเองเพราะต้นทุนสูง แต่ต้องขายในราคาที่เท่ากับการตูนลิขสิทธ ที่ซื้อมาถูก(กว่าผลิตเอง)

ความคิดเห็นที่ 10 ตอบเมื่อ 09 ก.ย.48 เวลา 11:08:32 น.

Jay
แมวเหมียวเฝ้าโรงเรียน

Quote : Jay
Jay : มันมีตัวเลือกน้อย?
ไม่รู้สิ เจย์ว่าเส้นมันไม่สวย
อภัยมณีซาก้าก้ออ่าอยู่นะ อ่านไปอ่านมาเกลียดเส้นมันชอบกล (ในความเห็นเจย์)มันไม่สมูท แข็งๆคมๆ อ่านแล้วบาดตา

อะ นี่ตอบแบบหลุดประเด็นนะ
เจย์ตอบในแนวว่า ทำไมเจย์ไม่ชอบอ่านการ์ตูนไทย เพราะถ้าเป็นเกี่ยวกับเบื้องลึกนี่ไม่มีความเห็นเท่าไหร่

ความคิดเห็นที่ 11 ตอบเมื่อ 09 ก.ย.48 เวลา 11:20:13 น.

ทากcyber
บก. SeeG

ปัญหาอยู๋ที่คนไทยไม่ค่อยชอบอ่านล่ะมั๊ง ถึงตอนนี้จะเริ่มเยอะขึ้นแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่พอแถม ผู้ใหญ่ก็มองการ์ตูนเป็นของสำหรับเด็กอีก

แต่ช่างเหอะ เพราะเด็กที่อ่านการ์ตูนในวันนี้ก็จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่อ่านกร์ตูนในวันหน้า


อย่าว่าแต่เรื่องการ์ตูฯเลย เรื่องวงการเกมก็น่าเป็นห่วง T_T เรื่องนี้ไม่ควรพูดเดี๋ยวจะกระเทือนถึงอนาคตเรา T_T

ความคิดเห็นที่ 12 ตอบเมื่อ 09 ก.ย.48 เวลา 11:32:41 น.

chaos
ultimate knight

การนำเสนอเรื่อง เทคนิคการถ่ายทอดเนื้อเรื่อง มุขไม่ประทับใจ คุณภาพของภาพ ทุน....

ส่วนตัวแล้วคิดว่าปัญหาคงไม่ใช่เรื่องภาพสักเท่าไร เพราะการตูนญี่ปุ่นภาพห่วยนรกยังขายออกเลย
เรื่องนายทุนไม่อยากพูด เพราะยังไงก็ต้องพึ่งเขา มนุษย์ธรรมดาอย่างเราๆเลยต้องกัดฟันนั่งรองานคอมมิคปาร์ตี้ไง

ความคิดเห็นที่ 13 ตอบเมื่อ 09 ก.ย.48 เวลา 12:09:40 น.

เมฆหมอกกับนกน้อยไนติงเกล
(Chronicle)

คนธรรมดาที่บังเอิญผ่านมา

แล้วท่านนายทุน N ล่ะ?
อยากให้สร้างงานประเภทออริจินัลไม่ลอกเลียนผลงานคนอื่นๆจะดีมาก(คิดงั้นนะ?)

ความคิดเห็นที่ 14 ตอบเมื่อ 09 ก.ย.48 เวลา 12:37:22 น.

Blade
คนบ้าในไร่แห้ว

คิดแบบเดียวกับ ioroid แต่ขอตอบสั้นๆแบบ smdm ครับ

มันไม่สนุกครับ

ความคิดเห็นที่ 15 ตอบเมื่อ 09 ก.ย.48 เวลา 13:18:07 น.

Diavolo
ผู้นำสมดุลมาสู่พลัง

คำตอบมันง่ายสุดๆครับ - เขียนกันแบบภูมิปัญญาคนป่า

ความคิดเห็นที่ 16 ตอบเมื่อ 09 ก.ย.48 เวลา 14:01:07 น.

Feirith
ตัวขี้เกียจ

ตอบสั้นๆเช่นกัน

"เพราะมันไม่สนุกครับ"

แล้วก็เห็นด้วยที่ว่านายทุนไม่ได้โง่หรอกนะครับ แต่ถ้าจะไปว่าเขามันกคงเกินไป

อย่างไรก็ตาม ผมสงสัยว่าเหตุไฉนถึงยังไม่มีนิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์ (รายเดือน,รายปักษ์ก็ได้) ที่รวมเอาผลงานของคนที่ขายได้จากค่ายต่างๆมารวมกันในเล่มเดียวกันสักทีนะ

...ทำนองว่า รวมกันเราอยู่ จะแยกค่ายไปทำไม

Edit by Feirith - 09 ก.ย.48 เวลา 16:09:37 น.

ความคิดเห็นที่ 17 ตอบเมื่อ 09 ก.ย.48 เวลา 16:04:12 น.

นายตาหวาน
Game Programer

อ่า ...  ผมว่าหลาย ๆ อย่างนะครับ

ทั้งเรื่องการขาดการ สนับสนุนจากหลาย ๆ ฝ่าย โดยเฉพาะภาครัฐ  คือ ผมมองว่าด้านศิลปะวัฒนธรรมนี่ภาครัฐแทบจะไม่สนใจเลย (หรือว่ารมต.ด้านนี้มันแต่ทำบ้าอะไรก็ไม่รู้) แล้วก็คนไทยยึดติดกับคำว่า "วัฒนธรรมไทย (ในอดีต)" เกินไป

ในญี่ปุ่น  ที่เห็น  หนังสือบ้าบอไรมันก็วาดภาพการ์ตูนประกอบยัน  หนังสือคอมเอย หนังสือเมดเอย  หนังสือจัดสวน หนังสือโน่นหนังสือนั่น  เมืองไทยภาพประกอบแทบจะไม่มี (หนังสือมันจะหนาเกินต้นทุนมันจะสูงมากไป)  ตรงนี้ก็เลยเกิดการจ้างงานมากขึ้น นักเขียนก็เลยมากขึ้น

อีกอย่าง ก็ นักอ่านในไทยไม่สนับสนุนด้วยมั้ง  (ผมก็ไม่ค่อยซื้อถ้าไม่ใช่เรื่องที่ชอบจริง ๆ ) คือ แบบพวกที่อ่านแล้วบอกไม่สนุกนี่ผมก็โอเคนะ (ปกติ)  แต่พวกที่ยังไม่ทัีนเปิดก็ด่าก่อนแล้วนนี่เมืองไทยเยอะนะครับผมว่า ...  จริงไม่ต้องมองไปไกลก็ได้มั้งครับ  ได้ข่าวว่าตามงานการ์ตูน งานโดจินจะขายง่ายมากกว่า Original ด้วยนี่ (คิดว่าเกี่ยวนะครับเพราะว่า Doujin นี่จะใช้ตัวละครที่มีอยู่แล้วเป็นฐาน รู้สึกเหมือนว่าจะได้ประโยชน์จากตรงนี้เหมือนกัน  แต่ผมไม่ได้หมายความว่าจะเกาะเอาชื่อเสียงของต้นฉบับเพื่อให้หนังสือขายได้ นะครับ  เพราะงานแบบนี้ทำยังไงก็ขาดทุน (อ้าว) คนที่ทำจึงน่าจะเป็นคนที่มีใจรักมากกว่า)

:D 

ความคิดเห็นที่ 18 ตอบเมื่อ 09 ก.ย.48 เวลา 17:56:34 น.

ปลอมตัวมา
คอสเพลย์ไม่เกี่ยว

เท่าที่ถามๆเพื่อนในวงการมา สาเหตุที่มันขายไม่ดีเพราะ
1. เนื้อเรื่องที่ไม่สนุก เพราะเห็นมีแต่แนวการ์ตูนผี / บ้านทรงไทยหน้าจั่ว / มวยไทย / จักรๆวงศ์ๆ / ตลกที่ไร้เหตุผล
2. ภาพไม่เข้าตา โดยเฉพาะพวกภาพแบบสไตล์ซอยเส้นโชว์ฝีมือ
3. ค่าจ้างแรงงานรวมแล้วราคาสูงกว่าซื้อการ์ตูนลิขสิทธิ์เมืองนอกมาทำ
4. วินัยของคนเขียนต่ำ พอเก่งๆแล้วก็มักจะดื้อเก่ง ทั้งที่ฝีมือก็ไม่ใช่ว่าจะดีเลิศนักหนา
5. คนเขียน EGO สูงรับคำวิจารณ์ใดๆไม่ได้ ขาดการศึกษาหาข้อมูล ไม่ค่อยรับผิดชอบต่องานที่ทำ เลยทำให้ผลงานขาดๆช่วงเป็นระยะ และคุณภาพงานก็ต่ำลง

ปัญหาเหล่านี้คงจะแก้ได้ หากเอาอารมณ์ศิลปินออกไปหน่อยนึง แล้วไปดูที่การตลาด สิ่งแรกที่การ์ตูนไทยต้องทำก็คือเอาตัวรอดในระดับมืออาชีพ การเขียนแบบขายงานคอมมิคเกตแม้จะได้เงินมาบ้างพอสมควร แต่ระดับก็จะคาอยู่แค่ตรงนั้นโอกาสที่จะเข้าขั้นมืออาชีพก็เลือนลางพอสมควร

ความรับผิดชอบของคนเขียนอยู่ตรงไหนบ้าง
1. ทำงานคนเดียว คุณจะเก่งแบบพหูสตร ที่จะทำได้ทุกอย่างหรือเปล่า ?
2. งานที่ออกมา คุณมองเองว่าสุดยอดแต่ในสายตาของคนอื่นจะเหมือนคุณรึเปล่า ?
3. งานที่ทำมาได้เงิน คุณคิดว่าจะเอาไว้ทำให้ตัวเองอยู่รอดได้ไหม ?
4. คุณจะสามารถทำงานได้ดีเท่ากับงานชิ้นแรกที่ทำได้หรือไม่ ?
5. จะทำไปได้สักเท่าไหร่ ? (อันนี้มีข้อ 3 กระทบด้วย)

Edit by ปลอมตัวมา - 09 ก.ย.48 เวลา 19:18:24 น.

ความคิดเห็นที่ 19 ตอบเมื่อ 09 ก.ย.48 เวลา 19:02:36 น.

Arseniquez
จอมมารแห่งโซลเบ็น

ขอตอบแบบนี้ละกัน

นักเขียนไทยยังมืออาชีพไม่เท่าญี่ปุ่น( ด้านแนวคิด ) ครับ
นักเขียนไทยอีโก้แรง ครับ
นักเขียนไทยเล่าเรื่องไม่เก่งเท่าญี่ปุ่นครับ
นักเขียนไทยฝีมือดีไม่เท่าญี่ปุ่นครับ
และ
วงการการ์ตูนไทย ยังไม่มีการ์ตูนที่ดังถล่มทลายพอที่จะเป็นฮีโร่และแรงบันดาลใจให้แก่นักเขียนการ์ตูน ยุคหลังๆ อย่างที่ อ.เท็ตสึกะ โอซามุ , อ.โทริยาม่า อากิระ,อ.เออิจิโร่ โอดะ , อ.คุโบะ ไทเทะ , อ.มาซาโนริ โมริตะ และสารพัดโคตรอาจารย์ทั้งหลายแหล่ของญี่ปุ่น เคยได้ทำมา ครับ

ผมไม่ โทษคนอ่าน
และไม่ โทษนายทุน
โทษที่ตัวเองกันก่อนดีกว่า และพยายามแก้ไข พัฒนาให้ดีขึ้น

ดีกว่าที่จะโยนกลองและคำด่าไปให้คนอื่นทั้งที่ตัวเองยังไม่ได้ดีเด่อะไรเท่าไหร่ครับ

ขอบคุณครับ
การ์ตูนไทยจงเจริญ
edit : เพิ่งได้ย้อนไปอ่าน ไอโรย แกเด็ดมาก = =)b


Edit by Arseniquez - 09 ก.ย.48 เวลา 19:54:10 น.

Edit by Arseniquez - 09 ก.ย.48 เวลา 19:55:44 น.

ความคิดเห็นที่ 20 ตอบเมื่อ 09 ก.ย.48 เวลา 19:52:19 น.

Matsuri Baggins
(Matsuri ตัวป้า)

จ้าวลัทธิอาร์ตตัวป้า

เจ๊เคยอ่านของค่ายนึงที่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องผีๆ เรื่องลึกลับ จำชื่อนิตยสารกับค่ายไม่ได้แล้ว สนุกแปลกมากเลย และลายเส้นเขาก็มีเอกลักษณ์ดี แต่เสียดายที่รู้จักกันในแค่วงแคบเท่านั้นเอง ตอนนี้ไม่มีเห็นแล้ว

โดยรวมแล้ว การ์ตูนของไทยจะมีดีกับเสียแบบนี้
1. เส้นสวย ภาพสวย แต่เนื้อเรื่องธรรมดา อ่านไม่รู้เรื่อง
2. เส้นไม่สวย แต่เนื้อเรื่องดี อ่านสนุก
3. ข้อ 1 กับ 2 รวมกัน
มันเป๋ไปเป๋มาอยู่แบบนี้หละ เจ๊เองก็คิดว่าตัวเองอยู่ในลำดับ 2 นะ ไปๆมาๆตอนนี้กำลังจะตัดสินใจส่งนิยายขายดีกว่า =_=!!

ความคิดเห็นที่ 21 ตอบเมื่อ 09 ก.ย.48 เวลา 21:44:01 น.

HM
นักวาด Lv 1

ตอบในฐานะคนวาดแล้วกันนะ

คนวาดส่วนใหญ่ไม่ได้เรียนมา ชอบการ์ตูนแล้วอยากวาด แล้วไปๆมาๆก็เอาไปขายได้
คนวาดทำงานคนเดียว ไม่มีผู้ช่วย ทำไม่ทันก็เผา
ego จัดไม่ยอมเป็นผู้ช่วยเขา จะวาดแต่งานของตัวเอง
แต่งเรื่องไม่เก่ง สตอรี่บอร์ดไม่ดี มุมมองไม่หลากหลาย อนาโตมี่แย่
วาดไม่เก่ง ลายเส้นไม่ถึง ไม่ใช่ลายเส้นแบบชินจัง แต่เป็นลายเส้นแบบมือไม่ถึง
ถึงวาดเก่งก็อาจจะไม่สนุก แต่ถ้าสนุกบางทีก็วาดไม่เก่ง

เงินไม่พอยังชีพอย่างสุขสบาย
คนอ่านบางส่วนเห็ว่าเป็นการ์ตูนไทยก็วางละ

สำหรับผมการ์ตูนไทยก็คือ
วาดโดยคนไทย เนื้อเรื่องลายเส้นเป็นยังไงไม่สน เพราะมันเหมือนการ์ตูนญี่ปุ่น จีน ฝรั่งไปหมดเป็นส่วนมาก
ใครจะพิมพ์จะอ่านยังไงคนวาดก็คนไทยอยู่ดี มันก็การ์ตูนไทยล่ะน่า....

อืม....ว่าแต่ทำไมตอบแล้ว Edit กันได้ล่ะ.....ทำไมเรา Edit ไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 22 ตอบเมื่อ 09 ก.ย.48 เวลา 21:47:55 น.

goemon
แมวเมา

เนื้อเรื่องไม่ค่อยโดนเด่น และการวาดไม่ค่อยมีเอกลักษณ์คับ
แต่ผมเองก็ตามงานของตาโปนอยู่นะคับ และดูเหมือนจะเป็นงานคนไทยคนเดียวก็ผมตามอยู่

แค่พูดไปแล้วน่าจะขึ้นกับความตั้งใจของคนวาดและคนคิดเนื้อเรื่องด้วย
รวมไปถึงการศึกษางาน

ความคิดเห็นที่ 23 ตอบเมื่อ 09 ก.ย.48 เวลา 21:51:36 น.

จักรพรรดิหลังห้อง ลิกซ์
สุภาพชน

แต่ผมชอบอ่านการ์ตูนไทยนะ grin

พยายามตามอุดหนุนมาตลอด


แต่ อ่านๆไปแล้วพอมันเจ๊งก็อดอ่าน อา......

จบสิ้นจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 24 ตอบเมื่อ 09 ก.ย.48 เวลา 22:05:54 น.

Kuroneko
Mad Scientist

เท่าที่พอนึกออกตอนนี้....

1.วงการนี้เหมือนต้นไม้ที่ให้ยาเร่งโตมากไป จึงเติบใหญ่ แต่ไม่แข็งแรง ทุ่มทุนโปรโมตจนกิจการ(เหมือนจะ)ใหญ่โตรวดเร็วจนที่คนเขียนพัฒนาฝีมือตามไม่ทัน(ถามจริง มีนิตยสารกี่หัวที่อยู่ได้ถึงปีบ้าง?) พอทุนหมดก็เจ๊ง
2.บางคนบอกว่า"ลายเส้นญี่ปุ่นเกินไป" บางคนบอกว่า"ลายเส้นไทยเกินไป" แต่ความจริงตัวปัญหาจริงมีอยู่แค่ปัญหาเดียว.....สรุปแล้วก็คือ"ลายเส้นของคุณขาดเอกลักษณ์ของตัวเอง"ต่างหาก
3.คนเขียนไม่ขยันหาข้อมูล(ต้องโทษระบบการศึกษาไทย) แนวเรื่องส่วนใหญ่จึงเป็นแนวแฟนตาซีดาดๆ หรือไม่ก็แอ็คชั่นซึ่งไม่ต้องการข้อมูลอ้างอิงอะไรมาก โดยที่ลืมคิดไปว่า 2 แนวนี้เขียนให้คนอ่านประทับใจได้ยาก และถ้าลายเส้นไม่เด็ดจริงจะจอดสนิท
4.เราคงต้องยอมรับกันเสียทีว่า"ศิลปินไส้แห้ง"น่ะมีจริง....และนักเขียนการ์ตูนที่ญี่ปุ่นที่รวยๆน่ะ มีกันไม่กี่คนหรอก(คิดเป็น%กับจำนวนนักเขียนทั้งหมด) เขียนการ์ตูนไม่รวยหรอกครับ
5.เห็นพูดกันมาหลายที่หลายวาระแล้วกับเรื่องสรรพนามเรียกนักเขียนการ์ตูนว่า"อาจารย์"เนี่ย ไอ้ที่เขาเรียกนักเขียนการ์ตูนญี่ปุ่น(บางคน)ว่าอาจารย์น่ะ ไม่ใช่เพราะเขาเป็นนักเขียนการ์ตูนเฉยๆนะ แต่ต้องมีฝีมือพอตัวด้วย พอที่จะหา"ลูกศิษย์"มาเป็นลูกมือนั่นแหละ นอกนั้นก็เป็นXXXซังเหมือนเราๆท่านๆนั่นแหละ และอีกอย่าง คนญี่ปุ่นจะใช้คำเรียกว่า"อาจารย์"กับนักประพันธ์ทุกสาขา ทั้งคนเขียนนิยาย บทละคร แต่งเพลง ฯลฯ ซึ่งประเทศเราไม่มีวัฒนธรรมในการเรียกผู้ประกอบอาชีพเหล่านี้ว่า"อาจารย์" ซึ่งผมว่าก็ไม่ใช่สิ่งไม่ดีแต่อย่างใด เพราะเป็นเรื่องความแตกต่างด้านวัฒนธรรมมากกว่าเรื่อง"ให้เกียรติ-ไม่ให้เกียรติ"กัน

แต่ที่อยากถามคือ เราหวังอะไรให้ผู้คนเรียกนักเขียนการ์ตูนไทยว่า"อาจารย์"ครับ? ถ้าไม่เก่งพอจะเป็นครูให้ใครได้ก็อย่ามาพูดเรื่องนี้กันดีกว่าล่ะมั้ง
6.อิมเมจ"การ์ตูนไทย...ห่วย"ยังติดอยู่ในใจผู้บริโภคอย่างยากจะแก้ไข เพราะขณะนี้ก็ยังหาการ์ตูนสนุกๆที่เขียนด้วยคนไทยได้ยากอยู่ คงได้แต่ปล่อยให้เหล่านักเขียนพิสูจน์ตัวเองกันต่อไป

แล้วจะมี edit ต่อเมื่อว่างครับ

Edit by Kuroneko - 10 ก.ย.48 เวลา 23:09:41 น.

ความคิดเห็นที่ 25 ตอบเมื่อ 09 ก.ย.48 เวลา 22:48:27 น.

Gedomaru
นักเรียนกวดวิชา

คือ.....นักเขียนการ์ตูนในเมืองไทยไม่เป็นที่สำคัญเท่ากับที่ญี่ปุ่นน่ะนะครับ สังเกตง่ายๆเลยครับว่าคนไทยจะเรียกว่า นักเขียน ส่วนที่ญี่ปุ่นจะเรียกว่า อาจารย์ อีกอย่างผมว่าอะไรๆมันก็ซ้ำซากไปหมด ทั้งหยิบละคร นิทาน วรรณคดีเก่าๆมาเมคใหม่ มันก็มีแต่ของเก่าๆทั้งนั้น ผมว่าจุดนี้แหละครับที่ทำให้มันไม่ได้รับความนิยมจนต้องเลิกผลิตไป และผมว่ามันขึ้นอยู่กับผู้อ่านด้วยล่ะครับ บางคนมองแค่ว่า "คนไทยเขียน ไม่ซื้อหรอก..."

ดูจากหนังก็ได้ครับ หนังไทยส่วนมากก็จะผลิต ผี ตลก โป๊ ฮา ระเบิดภูเขาเผากระท่อมอะไรพวกนี้ ถ้าจะเขียนการ์ตูนให้คนไทยอ่านผมว่าก็ไม่พ้นการ์ตูนตลก การ์ตูนที่วาดฉากเอาใจคนอ่าน(ก็โดนหลุมดูดอีก)

ผมฟังธงแบบสรยุทรครับ ว่าการ์ตูนที่เขียนโดยคนไทยและเหมาะกับคนไทยที่สุดเท่าที่ผมได้อ่านมา คือ ขายหัวเราะ ครับ ฟังแล้วมันอาจเหมือนประชด แต่ทุกคนคงไม่ปฏิเสธนะครับว่าเคยอ่าน

และผมว่ามันขึ้นอยู่กับผู้อ่านด้วยล่ะครับ บางคนมองแค่ว่า "คนไทยเขียน ไม่ซื้อหรอก..." ถ้าอยากให้การ์ตูนไทยขายดี/ขายได้ก็ลองวางตลาดโดยใช้ลายเส้นญี่ปุ่นดูสิครับ(ผมเห็นคนวาดเหมือนๆออกเยอะแยะ เก่งๆทั้งนั้น) วาดการ์ตูนออกมาขายแล้วไม่เปิดเผยว่าผู้เขียนเป็นใคร แล้วล่อลวงหน้าปกไว้ว่าอาจารย์จากญี่ปุ่นเขียนแล้วค่อยมาเฉลยทีหลังว่าคนไทยเขียน บางทียอดขายของเรื่องนั้นอาจจะมากกว่าที่คนอื่นๆทำมาก็ได้นะครับ

ความคิดเห็นที่ 26 ตอบเมื่อ 09 ก.ย.48 เวลา 23:17:26 น.

AsPHERE
x3 SPEED

ความรู้สึกผมเกี่ยวกับ 'การ์ตูนไทย' นะ
1. นักเขียนการ์ตูนไทยส่วนใหญ่ชอบบอกว่าตัวเองมีอารมณ์ 'ศิลปิน' ซึ่งถ้าไม่พอใจอะไรก็บอกว่าไม่มีอารมณ์ในการวาด การที่จะให้วาดต่อเนื่องคงเป็นไปไม่ได้ เพราะแม้แต่ตัวนักเขียนเองยังไม่รู้เลยว่าอารมณ์ 'ศิลปิน' จะมาเมื่อไหร แล้วจะมีอารมณ์ 'ศิลปิน' นานแค่ไหน
2. นักเขียนเมืองไทยหายากที่จะคิดว่าจะทำอาชีพ 'เขียนการ์ตูน' หาเงินเลี้ยงชีวิตครับ เพราะส่วนใหญ่มันเหมือนงานอดิเรกมากกว่าที่จะคิดจริงจังอะไร
3. เนื้อเรื่องส่วนใหญ่ค่อนข้างจำเจ ไม่ค่อยแวกแนวเท่าไร หรือไม่บ้างที่ก็ไปซ้ำกับการ์ตูนญี่ปุ่นซะงั้น ซึ่งคนอ่านจะรู้สึกเบื่อได้
4. ปรกติผลงานของคนไทยจะไม่ค่อย stable เท่าไรบ้างที่จะออกอาการเผาให้เห็นบ่อยๆ ซึ่งนั้นก็อาจจะมาจากหลายสาเหตุเช่น ใกล้สอบ, ติดธุระ, ขี้เกียจ และอื่นๆบลาๆ แต่พวกญี่ปุ่นก็มีให้เห็นบ่อยไปว่าเผา แต่คุณภาพโดยรวมเขายังถือว่าดีกว่าเรา
5. รายได้ 'นักเขียนการ์ตูนไทย' ส่วนใหญ่รายได้น้อยมากครับ ไม่เหมือนญี่ปุ่นที่เห็นอาจารย์ที่วาดเรื่องดังๆหลายเรื่อง ขายได้ดีจนร่ำรวยกว่าคนที่ทำงานเป็นนักธุรกิจบ้างคนเสียอีก
6. การ์ตูนญี่ปุ่นไม่ได้ขายแค่ภายในประเทศเท่านั้น แต่ขายได้ทั่วโลก ซึ่งถ้านักเขียนไทยยังทำได้แค่ขายในประเทศ คงไม่มีวันที่จะทำรายได้ดีได้หรอกครับ
7. อันนี้ 'ผู้อ่าน' โดยแท้เหมือนกันคือถ้าถามว่าสินค้านี้ผลิตที่ไหน สินค้าอย่างเดียวกันถ้ามันมีให้เลือกผลิตจาก 2 ประเทศเช่นไทยกับญี่ปุ่น คนไทยส่วนใหญ่จะคิดว่าของนอกดีกว่าของไทยอยู่แล้ว เช่นถ้าการ์ตูนไทยราคาเท่าการ์ตูนญี่ปุ่น [เช่น 40-45 บาท บลาๆ] จะถูกมองว่าหากำไรเกินควรเพราะค่าลิขสิทธิ์ก็ไม่ต้องเสีย และอื่นๆ อันนี้มันอยู่ในจิตใจเหมือนที่คนไทยชอบคิดว่าฝรั่งดีกว่าคนไทย หรือนิสัยดีกว่าคนไทยนั้นแหละ ของที่ผลิตในไทยก็ชอบโดนมองว่าไม่มีคุณภาพเท่าของผลิตนอกเช่นกัน
8. นายทุนก็ยังเป็นนักธุรกิจครับถึงจะมีเงินร่ำรวยให้ลงทุนเจ๊งได้เรื่อยๆ แต่คงไม่มีใครเอาเงินลงทุนกับสิ่งที่ตัวเองรู้ว่าจะไม่ได้ทุนคืนหรอกครับ เหมือนเราซื้อการ์ตูนใหม่เล่มหนึ่งมาลองอ่าน ถึงเราจะมีเงินซื้ออีกเล่ม แล้วก็ไม่ต้องสนใจว่า การ์ตูนเล่มแรกมันห่วยมากถึงขนาดเปิดอ่านแล้วโยนทิ้ง ซื้อใหม่อีกเล่มก็ได้ หรือบ้างที่อาจจะไม่มีเงินซื้ออีกเล่มเลยก็ได้ ไม่ว่าคนรวยหรือจนก็ต้องรู้สึกเสียดายเงินครับ

P.S. เอาไปแค่นี้ก่อนคิดไม่ค่อยออกแล้ว แต่นี้ความเห็นส่วนตัวล้วนๆนะ
/me กลับไปทำงานต่อ

ความคิดเห็นที่ 27 ตอบเมื่อ 10 ก.ย.48 เวลา 00:01:45 น.

Temp
(Temp Nightflare)

แฟนของใหม่ รักใหม่ที่สุด

มันไม่สนุกจริงๆนะ....

เพราะมันไม่สนุก คนถึงไม่นิยม
เพราะคนไม่นิยม นายทุนถึงไม่กล้าลงทุน
แล้วอะไรๆมันก็ไม่พัฒนาหรอก

ทำให้มันสนุกได้ซะก่อนเถอะ.... การ์ตูนไทยน่ะ

พูดตรงๆ
1 ในพันส่วนของนิตยสารการ์ตูนไทย จะเปลี่ยนเสี้ยวสีหน้าผมได้นิดนึง
ในขณะที่ผมอ่านบูม ทุกเล่มสีหน้าผมเปลี่ยนอย่างน้อย 1-2 ครั้ง

อารมณ์มันยังไม่ถึงจริงๆนะ... จะให้ทำไงได้ล่ะ
ก็การ์ตูนไทยมันไม่สนุกนี่นา - -;;;

ความคิดเห็นที่ 28 ตอบเมื่อ 10 ก.ย.48 เวลา 04:45:36 น.

[Nosferato]Hijakk
just to be an little OTAKU

ก็นะ เรื่องนี้อีกแล้ว
เอามาพูดกันเท่าไหร่ก็ไม่มีวันจบหรอก
ร้องเรียนที่ไหนก็ไม่ได้

ไปคิดเรื่องอื่นกันดีกว่า

ส่วนคนที่วาดการ์ตูน ก็ขอให้พยายามต่อไป ใช่ว่าการ์ตูนญี่ปุ่นจะทำตลาดผูกขาดซะหน่อย
ไม่งั้น marvel คงปิดตัวไปนานแล้ว เชื่อมั่นในตัวเองหน่อยน้อ

ปล.ผมเห็นมาเยอะมากๆ เลยไม่ค่อยมีอารมณ์commentซะเท่าไหร่

ความคิดเห็นที่ 29 ตอบเมื่อ 10 ก.ย.48 เวลา 13:39:13 น.

EVE
สาวก666

ขอตอบบ้างนะคะ แต่ขอตอบแบบธรรมดาชาวบ้านๆ ตามประสาคนอ่านการ์ตูนก็แล้วกัน
ที่มันปิดตัวไป...ก็น่าจะเพราะคนไม่ค่อยซื้ออะนะคะ

ที่ไม่ค่อยซื้อ...ก็เพราะ...

ปกมันไม่ชวนให้ซื้อ

พอหลวมตัวซื้อมาแล้ว
อืม...คิดว่าภาพไม่สวย(เมื่อเทียบกับการ์ตูนญี่ปุ่นที่วางอยู่ข้างๆ ณ แผงเดียวกัน น่ะนะคะ)

อ่านแล้ว...ส่วนใหญ่ก็เฉยๆ (เอ๊ะ แต่เราชอบมีดที่ 13 แฮะ)
ทั้งเนื้อเรื่องและลายเส้นสู้การ์ตูนญี่ปุ่นไม่ได้ ดังนั้น...ก็เลยเลือกซื้อการ์ตูนญี่ปุ่นมากกว่า

แล้วก็ลายเส้นของการ์ตูนไทยยัง...อืม...บอกว่าไงดีล่ะ รู้สึกเหมือนยังไม่มีเอกลักษณ์...คือเห็นแล้วมันรู้สึกเหมือน...เหมือนเป็นการ์ตูนญี่ปุ่นน่ะแหละ แต่เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นที่ยังวาดไม่ค่อยสวย พูดไม่ค่อยถูกแฮะ...ช่างมันเถอะค่ะ

แต่สรุปแล้วคือ เพราะการ์ตูนญี่ปุ่นสนุกและภาพสวยกว่า...ก็เลยเลือกซื้อการ์ตูนญี่ปุ่นซะส่วนใหญ่น่ะค่ะ
ว่ากันง่ายๆ ตรงๆ อย่างนี้แหละค่ะ

เอ่อ...นี่ความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ

ความคิดเห็นที่ 30 ตอบเมื่อ 13 ก.ย.48 เวลา 22:11:44 น.
แสดงข้อความทั้งหมด [ All ] [ First ] [ 1 ] [ 2 ] [ Last ]
กำลังแสดงทั้งหมด 30 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ