smdm
จากคนกลายเป็นแมว

[นิยาย] Flower sanctity 3 :: ตอนที่ 3


Flower sanctity :: ตอนที่ 1
Flower sanctity :: ตอนที่ 2
Flower sanctity :: ตอนที่ 3
Flower sanctity :: ตอนที่ 4
Flower sanctity :: ตอนที่ 5
Flower sanctity :: ตอนที่ 6 (จบ)


Flower sanctity 2 :: ตอนที่ 1
Flower sanctity 2 :: ตอนที่ 2
Flower sanctity 2 :: ตอนที่ 3 (จบ)

Flower sanctity 3 :: ตอนที่ 1
Flower sanctity 3 :: ตอนที่ 2

Flower sanctity -EFFORT- :: ตอนที่ 1
Flower sanctity -EFFORT- :: ตอนที่ 2

Flower sanctity -EFFORT- :: ตอนที่ 3

-เทศกาลฟิกชั่นรับคริสต์มาส- Flower sanctity :: Christmas event



Flower sanctity 3 :: ตอนที่ 3

      พยากรณ์ตื่นขึ้นจากความฝัน ภาพของกันยากับเมย์กำลังโอบกอดจูบสัมผัสอย่างดูดดื่มนั้น ทบทวนอย่างไรก็ไม่น่าจะใช้เรื่องที่เธอจะฝันถึง ภายในอกบังเกิดความไม่สบายใจขึ้น แม้จะไม่แน่ใจในภาพที่เห็นบางทีเธอรู้สึกว่าในช่วงสุดท้ายของความฝันภาพของเมย์เปลี่ยนไป กลายเป็นหญิงสาวผมเงินในร่างเปลือยเปล่า มีผิวสีขาวนวนตาเหมือนกับแสงจันทร์ในคืนวันเพ็ญ ภาพนั้นซ้อนทับกับ เจ้าหญิงแห่งรัตติการ ริริส นอสเทอเรียรุส บอสประจำหอคอยชมจันทร์ในมาเมียน่าออนไลน์ ครั้งพิจารณาด้วยเหตุผลจะคิดได้ว่าเพราะเธอเล่นเกมมากเกินไป แล้วยังหมกมุ่นค้นหาความจริงของโลกแห่งจิตนาการในเครือข่ายคอมพิวเตอร์นี้ว่าคืออะไรกันแน่ แต่ความไม่สบายใจที่คั่งค้างอยู่ในอกบอกถึงสิ่งผิดปรกติ เสียงแมวร้องดังขึ้นในความเงียบสงัด พยากรณ์หันไปมองพบว่าเจ้าลูกแมวสีดำที่เธอเก็บมากำลังยืนเกาะอยู่ที่หน้าต่างจับจ้องมองเธอวูบหนึ่งก่อนกระโดดหายไป พยากรณ์สะบัดผ้านวมลุกขึ้นจากเตียง ผมสีเงินของ เจ้าหญิงแห่งรัตติการ ริริส นอสเทอเรียรุ ทำให้เธอนึกไปถึงเส้นผมสีเงินที่เก็บได้ในโรงเรียนเมื่อกลางวัน ถ้าสิ่งที่เธอเห็นในความฝันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงมันก็อธิบายความอึดอัดในใจที่เกิดขึ้นกับเธอได้ทันที...



      กลิ่นหอมของดอกราตรีลอยมาตามสายลมเย็นที่พัดผ่านหน้าต่างของเรือนรับรอง ความสบายเช่นนี้เหมือนสะกดให้ทุกชีวิตในอาคารหลับอย่างมีความสุขภายใต้กลิ่นไอของรัตติการ เมย์กำลังรู้สึกเหมือนตนเองกำลังจมดึ่งลึกลงไปในที่สักแห่งที่โอบล้อมไปด้วยความมืดแทนที่จะหวาดกลัวกลายเป็นว่าเธอรู้สึกคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี สุดสายตาลงไปกลับพบเห็นประกายแสงที่กำลังถูกความมืดเข้ารุมล้อมจนสิ้นความสุกสกาว ในเวลานั้นเสียงของกันยาก็ดังขึ้นมา

      "ช่วยด้วยเมย์ช่วยพี่ด้วย" เสียงของกันยาร้องอย่างอ่อนแรงดังก้องอยู่ในศีรษะคล้ายถูกส่งตรงมาหาเธอ ในทันทีเมย์พุ่งลึกลงไปให้ถึงแส่งสว่างนั้น แต่กลับมีพลังบางอย่างฉุดเธอขึ้นมา เด็กสาวตื่นขึ้นจากความฝันเหงื่อเม็ดโตพุดขึ้นตามใบหน้าและเนื้อตัวอย่างไร้สาเหตุแม้ว่าอากาศจะเย็น หลังเปียกชุ่มจนไม่สบายตัว นิ้วนางข้างซ้ายรู้สึกถึงความผิดปรกติ เมย์ยกมือตัวเองขึ้นมาพบว่ามีแหวนวงหนึ่งสวมอยู่ ลักษณะของมันเหมือนกับแหวนคู่ในเกมมาเมียน่าออนไลน์ เมย์คิดลำดับเหตุการณ์แต่ก็ไม่สามารถหาที่มาที่ไปของแหวนนั้นได้ เสียงลูกแมวร้องเรียกความสนใจจากเธออยู่หน้าประตูห้องของกันยา เธอหยิบแว่นที่วางไว้ด้านหัวเตียงขึ้นมาสวมมองไปตามต้นเสียง พบลูกแมวสีดำที่เธอช่วยมันมาจากสายฝนเมื่อตอนเช้า เมย์แน่ใจเช่นนั้นคงเพราะว่าแมวที่มีดวงตาสีแดงเหมือนทับทิมเช่นนี้คงไม่มีให้เห็นได้ทั่วไปแน่ มันมองมาทางเธอก่อนดันตัววิ่งหนีเข้าไปในห้องของกันยา เด็กสาวเห็นดังนั้นรีบลุกแล้วตามไปเพราะแกรงว่าจะเป็นการทำให้รุ่นพี่ของเธอตื่นขึ้นมาเสียมากกว่า

      แต่ เมื่อผลักประตูห้องนอนของรุ่นพี่เธอออกเพื่อเข้าไปจับลูกแมวตัวนั้นกลับได้พบกับเรื่องที่ไม่คาดฝันอย่างหนึ่ง ภายในห้องกันยานั่งพับเพียบอยู่บนเตียงในสภาพเกือบเปลือยกำลังจูบกับเด็กสาวอีกคนหนึ่ง เมย์จ้องมองให้ชัดเจนอีกครั้งจึงแน่ใจว่าเด็กสาวอีกคนนั้นคือตัวเธอเอง ทั้งสองหันมามองเธอ ยิ้มเหมือนพบเห็นเรื่องราวที่น่าสนุกอย่างหนึ่ง เมย์รีบถามตัวเองกลับทันทีว่านี่เธอกำลังฝันอยู่ใช่ไหม

      "เปล่าเลย นี่ไม่ใช่ความฝัน" ตัวของเธอที่นั่งอยู่บนเตียงของกันยากล่าว ก่อนเดินลงมาสู่พื้นพรมโดยไม่รีบร้อน กันยานั่งมองมาทางเมย์อย่างเลื่อนลอยคล้ายคนที่ไม่มีสติอยู่กับตัว เมย์รู้สึกเหมือนกำลังห่างไกลไปจากรุ่นพี่ของเธอทุกวินาที เธอเดินไปหากันยาทีเตียงโดยไม่สนใจอีกร่างหนึ่งของเธอ สองมือจับไหล่กันยาเรียกสติของรุ่นพี่ให้กลับมา กันยามองเมย์ด้วยสายตาที่แตกต่างออกไปจากทุกครั้ง ถวินโหยหาอย่างงมงาย เมย์หันไปหาตัวเธออีกคนที่ยืนกอดอกมองเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้น

      “คุณทำอะไรกับพี่กันยา” เมย์ถามเสียงแข็ง ร่างนั้นหัวเราะอย่างสนุกก่อนค่อยกลายร่างเป็นกันยา ไม่ทันที่จะตั้งตัวอะไร ร่างนั้นก็เข้ามาประชิดตัวเธอจับ แก้มเด็กสาวอย่างอ่อนโยนคล้ายเป็นดอกไม้บางที่ต้องถนอม สัมผัสริมฝีปากเธอดังประหนึ่งเป็นกลีบดอกไม้อันงามตา มองเข้าไปในหัวใจของเธอด้วยสายตาเหมือนพร้อมจะอยู่เคียงข้าง

      “เมย์โกรธพี่ใช้ไหมที่เย็นชากับเมย์” กันยากล่าวด้วยสีหน้าเศร้า คำถามนั้นจี้ใจดำเด็กสาวคล้ายย้ายเธอไปสู่อีกโลกหนึ่ง “พี่รักเมย์นะ แต่พี่อายที่จะพูดออกไป เพราะพี่ไม่แน่ใจว่ารักเมย์ได้นานขนานไหน หลังจากความสุขมันจะกลายเป็นความเจ็บปวด เมย์คิดว่าจะทนความรู้สึกนั้นได้เหรอ”

      “พี่กันยาคะ” เด็กสาวกล่าวด้วยใบหน้าแดงระเรื่อหัวใจของเธอเต้นแรงคล้ายเร่งเร้าให้เธอกล่าวในสิ่งที่อัดอันอยู่ในใจ

      “พี่อยากให้เราอยู่ในระยะที่มองเห็นแต่ไม่ไกล้ชิดกันเกินไป แต่ใจหนึ่งพี่ก็อยากให้เมย์ทำให้พี่รักเมย์อย่างงมงายโดยไม่สนใจสิ่งได้ เพราะความสุขของพี่มีตอนเวลาที่อยู่กับเมย์เท่านั้น” น้ำตาของเมย์ไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัวเพียงได้ยินประโยคนี้



      “เพียงแค่วินาทีเดียวก็พอขอให้พี่รักหนูจริง ก็ไม่มีอะไรจะต้องเสียใจอีกแล้วหากเกิดอะไรขึ้นจากนี้ต่อไป” เมย์ตอบจากใจสายตามองรุ่นพี่ของเธอที่อยู่เบื้องหน้า

“จูบพีสิแบบนั้น ด้วยความรู้สึกทั้งหมดของเมย์ บอกอีกว่ารักพี่ขนาดไหน” กันยากล่าวกับเด็กสาว เมย์ยืนมือออกไปจับไหล่ของรุ่นพี่เธอ เพียงตัดสินใจจะมอบทุกอย่างให้กับกันยา นิ้วนางข้างซ้ายของเธอก็คล้ายเจ็บแปลบขึ้นมา เมย์หันไปมองกันยาที่นั่งอยู่บนเตียงโดยไม่ตั้งใจ บางสิ่งบางอย่างในตัวของเธอบังคับให้จับตามองไปทางนั้น น้ำตาเม็ดงามหยดสู่เบื้องล่างจากกันยาที่นั่งบนเตียง แม้ว่าเธอจะมีใบหน้ายิ้มแยมหัวเราะอย่างเลื่อนลอย แต่ที่ไหลผ่านสองแก้มนั้นหยดน้ำตาแสนจะปวดร้าว กันยายื่นมือซ้ายมาทางเมย์คล้ายร้องห้าม แหวนคู่รักบนนิ้วนางข้างซ้ายของกันยามองดูสะดุดตาจากทุกสิ่งในโลก เพียงแค่นั้นเมย์ก็ได้เห็นมโนภาพของแสงสว่างที่กำลังโดนความมืดรอบข้างกัดกันไปทีละน้อย แสงนั้นกรีดร้องอย่างเจ็บปวดใจแทบสลาย

      เมย์ผลักร่างของกันยาเบื้องหน้าเธอออกไปก่อนเดินเข้าไปหารุ่นพี่ตัวจริงของเธอ ใช้ร่างของตนบังไว้ระหว่างกันยาทั้งสอง มองหญิงสาวเบื้องหน้าของตนด้วยความรู้สึกระวังภัย หญิงสาวเบื้องหน้าเธอยิ้มเยาะคล้ายพบเรื่องที่แสนขบขัน

      “พี่มอบความฝันที่แสนสุขให้เมย์ได้นะ ไม่มีเหตุผลอะไรทีเมย์ต้องปฎิเสธพี่ไม่ใช่เหรอ”

      “คุณไม่ใช่พี่กันยา” เมย์ตอบเสียงแข็ง หญิงสาวเบื้องหน้าส่ายศีรษะ ความมืดสายหนึ่งเคลื่อนออกมาจากร่างของเธอก่อนจู่โจมเข้าหาร่างของเมย์ เด็กสาวทรุดตัวลงแทบจะทันที

      “ความฝันจะทำให้วิญญาณของเธอรสชาติดีขึ้น” หญิงสาวเบื้องหน้ากล่าวก่อนภาพของกันยาค่อยเลือนไปกลายเป็นหญิงสาวผมเงินผู้มีผิวสีขาวเนียน เย้ายวนสายตาดังแสงจันทร์ในคืนวันเพ็ญ เธอสวมอยู่ชุดเกราะเบาสีดำสนิทเหมือนจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งที่เป็นแสงสว่าง พร้อมผ้าคลุมดำประหนึ่งคือความมืดกำบังกายเข้ามาคลุม

      “ริริส” เมย์ร้องขึ้นมา หญิงสาวเบื้องหน้าทำสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย

      “กล่าวถึงใครกัน หาเจ้ารู้ชื่อของข้ามันก็สายไปแล้ว” เมย์มองแล้วไม่ผิดแน่เบื้องหน้าของเธอคือ เจ้าหญิงแห่งรัตติการ ริริส นอสเทอเรียรุส บอสบนชั้นสูงสุดของหอคอยชมจันทร์ที่ประตูจะเปิดเฉพาะวันเพ็ญเป็นเวลาหกชั่วโมง ทำไมมอนสเตอร์ในเกมถึงมาอยู่เบื้องหน้าเธอ แต่ว่าไม่มีเวลาคิดต่อไปอีกแล้วความมืดมากมายกำลังถาโถมเข้าสู่ร่างเธออย่างหิวโหย ในวินาทีนั้นทุกอย่างของเมย์จะดับมืดลงคล้ายจมลงสู้ความมืด



      ในเวลานั้นยังมีอีกคนหนึ่งที่วิ่งเข้ามาในห้องของกันยาอย่างรีบร้อน ชัยพฤกษ์ในชุดนอนขาสั้นกับเสื้อแขนกุดผลักประตูเข้ามาสีหน้าคล้ายพายุ ที่จะโหมเข้าใส่ทุกสิ่งที่ขวางทางเธอ มองเหตุการณ์ในห้องก็ยิ่งใจเย็นไม่ได้ เจ้าหญิงแห่งรัตติการ หันมามองหน้าเหยื่อรายใหม่ยิ้มใจเย็น เดินเข้ามาหา เธอเปลี่ยนร่างเป็นชายหนุ่มสูงหน้าสำอางสวมแว่นดูคงแก่เรียนในชุดนักเรียนมัธยมปลายกางเกงสีดำขาสั้น แต่เหมือนชัยพฤกษ์จะไม่สนใจ ประสานมือสองข้างเข้าด้วยกันยื่นออกไปด้านหน้า

      “ดวงตาที่สิบของเซ” กล่าวจบบังเกิดดวงตาสีแดงสว่างขึ้นในความมืด เมื่อสังเกตดูให้ชัดจะเห็นว่าสิ่งนั้นเป็นธนูที่มีดวงตาสีแดงขนาดใหญ่ของสัตว์ร้ายประดับอยู่ ดวงตานั้นจับจ้องอยู่ที่เจ้าหญิงแห่งความมืดด้วยความดวงตาของนักล่า ภาพชายหนุ่มกลับเปลี่ยนเป็นริริสเจ้าหญิงแห่งรัตติการอีกครั้ง เธอสะบัดมือเรียกเคียวออกมาจากความมืดที่ว่างเปล่า บังเกิดอาวุธขนาดใหญ่หมุนคว้างในอากาศ คมเคียวโค้งยาวสีดำสนิทประกอบไปด้วยไออันหนังอึ้งของราตรี หมุนเข้าหาของมือของผู้เป็นนาย เจ้าหญิงแห่งรัตติการ ง้างคมเคียวและสับไปด้านหน้าในระยะไม่ไกลกันมาก แต่ก็ไม่ใกล้ขนาดที่จะจู่โจมถึง ความมืดสายหนึ่งฟันผ่านร่างของชัยพฤกษ์จากเคียว เธอรีบเรียกดอกธนูออกมาโดยไม่สนใจร่างที่กำลังโดนความมืดกัดกินสะบัดศรเงินออกไปพร้อมกับสายธนู ในช่วงอึดใจ ดอกธนูปักเข้าไต้ช่องอกของเจ้าหญิงแห่งรัตติการ แทนที่จะสามารถหวังผลจากการโจมตีครั้งนี้ ลูกธนูกลับมอดไหม้และสลายไปด้วยเปลวไฟสีดำของความมืด เจ้าหญิงแห่งรัตติการเงื้อคมเคียวอีกครั้งพร้อมจะพุ่งเข้ามาจู่โจม ชัยพฤกษ์ไม่อาจจะขยับได้ เพราะความมืดที่กำลังเกาะกินเธออย่างหิวโหยหนักอึ้งคล้ายเหล็กหลายร้อยกิโลยึดเธอไม่ให้ก้าวออกไปไหน วิญญาณของเธอออกค่อยถูกกลืนกินไปทีละน้อย แต่เวลานั้นกลับบังเกิดแสงสว่างจากพื้นเป็นอักษรเวทย์เขียนขึ้นมา ดึงร่างของชัยพฤกษ์ออกมาด้านนอกเรือนรับรอง พยากรณ์ใช้หินนักปราชญ์ดึงร่างของชัยพฤกษ์ออกมา ก่อนร่ายคาถาทำลายความมืดไปด้วยแสงแห่งพลังอันบริสุทธิ์

      “ขอบคุณพยากรณ์ ไม่คิดเลยว่าฉันจะยังมีชีวิตอยู่” ถึงจะเป็นคำของคุณแต่พยากรณ์ก็แสดงสีหน้าไม่สู้ดีนัก

      “ไม่แน่ว่าเราจะรอดหรือเปล่านะ ฉันวาดวงกลมสะกดได้แค่ส่วนเดียว มีใครรู้จักพอจะเรียกความช่วยเหลือได้บ้างไหม” พยากรณ์หันมาถาม

      “พี่นันธิดา แล้วก็พี่ชายของนาฬิกา ยังมีปรเมนทร์” ชัยพฤกษ์ ไล่ชื่อก่อนหยิบมือถืออกมา

      “พี่นันธิดาติดต่อไม่ได้ในเวลานี้ ส่วนปรเมนทร์เรียกมาก็ตายเปล่า หมอนั้น...” พยากรณ์สงบคำก่อนถอนหายใจออกมา

      “บดินทร์พี่ชายของนาฬิกานอนเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาลแล้วเราจะมีวิธีสู้เหรอ” ชัยพฤกษ์ถามขึ้นเพราะแน่ใจว่าบางทีพยากรณ์อาจจะวางแผนอะไรไว้อยู่แล้ว

      “นั้นสิระดับบอสเลยนะ ถ้ามีเวลาวาดวงกลมสะกดให้ครบก็คงดี”

      “เธอวาดไปฉันจะถ่วงเวลาไว้” ชัยพฤกษ์เสนอ

      “วาดอยู่นะตอนนี้ก็วาดอยู่ บนฟ้านั้นไงถ้าเธอเห็น คงจะพอถ่วงเวลาไม่ให้ ริริสออกไปข้างนอกได้อย่างน้อยก็จนกว่าตะวันจะพ้นขอบฟ้า” พยากรณ์ตอบ ชัยพฤกษ์มองขึ้นไปบนฟ้าไม่พบอะไรก็อดที่ขมวดคิ้วตั้งคำถามขึ้นมาในใจไม่ได้ ภาพลักษณ์ของพยากรณ์ในสายตาของเพื่อนร่วมชั้นปีมองว่าเธอออกจะเพี้ยนแล้วก็เก็บตัว แต่จะไม่เชื่อเรื่องที่เธอพูดก็คงไม่ได้ อย่างไรชีวิตเธอก็มีส่วนหนึ่งเป็นของพยากรณ์แล้วโดยการช่วยเหลือ เมื่อครู่

“แต่ท่าจะไม่ทันแล้ว” สิ้นคำพูดของพยากรณ์ ร่างของริริสปรากฏตัวต่อพวกเธอทั้งสอง ชัยพฤกษ์เรียกลูกธนูออกมาสะบัดสายพุ่งเข้าจู่โจมโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ริริสไม่หลบแต่อย่างไร ความมืดแห่งรัตติการปกป้องเธอกัดกินลูกธนูสลายไปตั้งแต่ในอากาศ

“ลูกธนูธรรมดาทำอะไรริริสไมได้หรอก” พยากรณ์อธิบาย “ถ้าเป็นลูกธนูที่เกิดจากเวทมนตร์มันก็อีกเรื่องหนึ่ง” ไม่ทันจะกล่าวอะไรมากไปกว่านี้คมเคียวก็บรรลุเข้าถึงทั้งสองคน ชัยพฤกษ์ใช้คันธนูต้านไว้ได้แต่ความมืดก็เคลื่อนที่เป็นสายเข้ามาในร่างของเธอ บนพื้นบังเกิดรวดลายวงกลมอันพิเศษขึ้น ณ จุดยืนของทั้งสองคน กำเนิดแสงสว่างชำระความมืดของคมเคียว อาวุธของเจ้าหญิงแห่งรัตติการสลายไปแทบจะทันที ในขณะที่เธอนั้นถอยไปด้านหลังด้วยปีกของปิศาจแห่งราตรี พร้อมกลับคืนมันสู่สภาพผ้าคลุมเช่นเดิม ชัยพฤกษ์ดูท่าทีของริริส ก็รู้สึกได้ว่าลำแสงนั้นทำให้ท่าทีของเจ้าหญิงแห่งรัตติการเปลี่ยนไปบ้าง

      “เธอเตรียมการไว้หมดแล้วนี่ แบบนี้เราพอมีทางชนะใช่ไหม?” ชัยพฤกษ์ถาม พยากรณ์ส่ายศีรษะด้วยความรู้สึกลังเลเล็กน้อย

      “เราสู้เธอไม่ได้หรอก แค่จะยับยั้งให้เธออยู่ตรงนี้จนถึงเช้ายังแทบจะเป็นไปไม่ได้” พยากรณ์พูดบั่นทอนกำลังใจแต่นั้นเป็นความจริง การมองอะไรให้เลวร้ายที่สุดดูจะเป็นนิสัยที่แก้ไม่หาย เจ้าหญิงแห่งรัตติการประดับรอยยิ้มไว้บนริมฝีปากแดง คมเคียวแห่งความมืดปรากฏขึ้นอีกครั้ง...





      เด็กสาวไม่ขยับไหวติงเธอนอนนิ่งมีเพียงลมหายใจเพียบเบาบางเพื่อเลี้ยงร่างกายในยังคงมีชีวิตอยู่ เมย์กำลังจะตายแบบนั้นเหรอ กันยามองร่างของเด็กสาวประกอบสติของตัวเองทีละน้อยและใช้เวลาอันเนินนาน เพียงแค่จะรู้สึกว่าเมย์กำลังจะตาย เธอทำอะไรไม่ได้นอกจากหลั่งน้ำตาออกมา หน้าตาเลื่อนลอยมัวเมาอยู่ในความสุขแต่หยาดน้ำตาเม็ดงามไหลผ่านสองแก้มไม่ขาดสาย

      ลึกลงไปในจิตใจของเมย์ ความมืดของเจ้าหญิงแห่งรัตติการอยู่ล้อมลอบตัวเธอแต่หาได้ทำร้ายไม่ จิตใจของเด็กสาวกลับอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อม เพียงแต่หลับในสภาพที่ไม่สามารถควบคุมร่างกายของเธอ

      “ปรกติมนุษย์จะมีธาตุทั้งหลายในจำนวนที่พอดีกัน มากน้อยไม่แน่นอนแต่ไม่ถึงกับทำให้เสียสภาพของความเป็นวิญญาณมนุษย์” ดวงตาสีแดงในความมืดกล่าวขึ้นในจิตใจของเมย์ เด็กสาวขยับตัวเล็กน้อยตั้งใจฟังเรื่องราวที่กล่าวขึ้น

      “ความมืดของริริสจะกัดกินธาตุ เพื่อทำลายสมดุล วิญญาณจะอยู่ในสภาพไม่คุ้นเคยและแตกสลายไป”

      “หมายถึงว่า ฉันควรจะแตกสลายไปแล้วสินะลูกแมวน้อย” เมย์กล่าวขึ้น

      “ถ้าเป็นมนุษย์หรือวิญญาณที่ถือกำเนิดใหม่เธอไม่ควรจะทนอยู่ในสภาพความมืดเข้มข้นได้” เสียงนั้นกล่าวอย่างแปลกใจ

      “แต่ก็เหมือนตายแล้วไม่ใช่เหรอ ฉันช่วยพี่กันยาก็ยังไม่ได้ และไม่สามารถทำอะไรได้อีกแล้ว แปลกจังทั้งที่ตรงนี้มืดมิดจนไม่อาจจะเห็นอะไรแต่ทำไมฉันจึงรู้สึกว่าที่ตรงนี้งดงามนัก” เมย์ยังสามารถพูดได้อย่างปรกติและใจเย็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

      “เพราะเธอไม่ต้องใช้แสงสว่างตัดสินว่าสิ่งไหนงดงามหรือไม่งดงาม” เสียงลึกลับนั้นอธิบาย

      “เช่นนั้นเหรอ” เมย์อมยิ้มออกมา “ไม่ว่าคุณจะคืออะไร ช่วยพี่กันยาได้ไหม” เมย์กล่าวขึ้น ความเงียบสงัดเข้ามาแทนทีคำตอบ แม้ว่าจะไม่เห็นอะไรแต่เมย์ก็รู้ว่า ลูกแมวตัวนั้นยังอยู่ข้างเธอ

      “วิญญาณของเจ้าชาชินกับความมืด ชาติก่อนหน้านี่คงจะมีความเกี่ยวข้องกับมัน ความสามารถของข้าสามารถโอนย้ายข้อมูลที่บันทึกอยู่ในวิญญาณกลับมาให้เจ้าใหม่ แต่เจ้าต้องเป็นคนเลือกเองว่าอยากจะรู้ข้อมูลของตัวเองในชาติไหน” เมย์ฟังแล้วดูไม่ชัดเจนนักในถ้อยคำที่ลูกแมวน้อยกล่าวออกมา

      “ชาติก่อน มีจริงเหรอ แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร อีกอย่างหมายความว่าฉันจะเสียความเป็นตัวของตัวเองในตอนนี้ใช้ไหม”

      “แค่เธอจดจำเรื่องราวส่วนหนึ่งในวิญญาณของเธอได้เท่านั้น ส่วนมันจะส่งผลกระทบต่อตัวเธอในตอนนี้หรือไม่เป็นเรื่องที่ข้าก็ตอบไม่ได้”

      “จะมีทางแก้ไขอะไรอีกเหรอเหรอ” เมย์กล่าวอย่าท้อแท้ใจ ก่อนลุกขึ้นจากการนอน เบื้องหน้ามีตัวเธอในอดีตชาติยืนเรียงกันไป มากมาย สิ่งที่เห็นไม่ได้สัมผัสได้จากแสงสว่างแต่เธอรู้สึกถึงการคงอยู่อย่างลึกซึ่งยิ่งกว่าการมอง

      “วิญญาณฉันตายเกิดตายเกิดมาเป็นเวลานานเท่าไรแล้วถึงมีตัวตนมากมายถึงเพียงนี้” เมย์ถามเพราะไม่เชื่อสายตาของตัวเอง

      “กึ่งหนึ่งของอายุข้า นานจนน่าจะเบื่อหน่ายกับการเวียนว่ายตายเกิด วิญญาณของเจ้าน่าประหลาดนักทั้งหมดเกิดในสภาพของสิ่งมีชีวิตที่มีปัญญา”

      “รู้สึกว่าจะเกิดมาเป็นผู้หญิงตลอดเลยนะ” เมย์ไม่เร่งรีบเธอไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมในสถานการณ์เช่นนี้เธอถึงได้เบาใจได้ถึงเพียงนี้

      “คนนี้แล้วกัน” เมย์กล่าวจบทุกร่างก็หายไปคงไว้เพียงหนึ่ง เป็นร่างของเอลฟ์สาวผมยาวสีดำสนิทหน้าตาทรงเสน่ห์ ทรวดทรงรูปร่างโค้งเว้าเต็มไปด้วยความเย้ายวนอย่างที่หญิงหลายคนต้องการ เมย์สัมผัสร่างนั้นให้แน่ใจอีกครั้งด้วยจิตของเธอก่อนถอนหายใจออกมาบ่นตัดพ้อเล็กน้อย

“ทำไมกันน่าทั้งที่ชาติก่อนออกจะสวยเท่ขนาดนี้แต่ทำไมตอนนี้ถึงไม่ได้ครึ่งของร่างนี้เสียเลย” เมย์พูดอย่างใจเย็นแถมยังแฝงไปด้วยอารมณ์ขัน ลูกแมวน้อยหันไปมองเด็กสาว เหมือนใช้ความคิดเล็กน้อย

      “วิญญาณเธอคงดูดซับความมืดไปไม่น้อยสินะถึงได้ใจเย็นอยู่แบบนี้” เสียงนั้นถามขึ้นเหมือนต้องการความแน่ใจ

      “นั้นสินะ” เมย์ตอบสีหน้าปล่อยวาง

      “แล้วคงรู้ใช่ไหมว่าเธอเลือกอะไรออกมา”

      “อันนี้ไม่รู้ แต่ฉันเคยเป็นเอล์ฟด้วยเหรอ แถมยังสวยขนาดนี้ด้วย ก็เลยรู้สึกน่าสนใจดีว่าจะทำอะไรได้ไหม”...



      ร่างที่นอนแน่นิ่งของเมย์ค่อยขยับขึ้นมา เจ้าลูกแมวตัวน้อยที่ก่อนหน้านี้เข้ามาดมร่างเธอพร้อมใช้ขาหน้าเขี่ยพยายามจะปลุกเด็กสาวรีบถอยหนีด้วยความตกใจ

      “ตื่นแล้ว ตื่นแล้ว” เมย์บ่นขึ้นมาก่อนลุกขึ้นหันไปมองกันยาที่ยังอยู่ในสภาพเลื่อนลอย ความมืดที่อยู่ในตัวรุ่นพี่เธอถูกถ่ายเทลงมาทางตัวเมย์อย่างรวดเร็ว จากสายตาที่เลื่อนลอยเริ่มมีสติขึ้น ก่อนจะคว้ายตัวเด็กสาวเบื้องหน้ากอดไว้ร้องไห้โฮออกมา เมย์ลูบศีรษะลงไปจนถึงด้านหลังรุ่นพี่ของเธออย่างปลอบโยนก่อนกระซิบข้างหู

      “หลับได้แล้วคะพี่กันยาฝันร้ายผ่านไปแล้ว” สิ้นคำพูด กันยาหมดสติภายใต้อ้อมกอดของรุ่นน้องเธอ เมย์หัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงขบขันเหมือนพบเห็นการกระทำอันไร้เดียงสาของเด็กน้อย กลัดกระดุมชุดนอนของกันยาให้เรียบร้อย จัดเธอนอนบนเตียงพร้อมห่มผ้านวม เลื่อนเก้าอี้มานั่งมองสีหน้ายามหลับของรุ่นพี่คนสวย ฮำเพลงอมยิ้มออกมาอย่างมีความสุข...



      คมเคียวของเจ้าหญิงแห่งรัตติการ รุกไล่อย่างรุ่นแรงแม้ว่า ชัยพฤกษ์จะได้ผลเสริมจากเวทมนตร์ของพยากรณ์แต่อย่างไรก็ไม่มีทางจะสู้กับสิ่งมีชีวิตระดับสูงเช่นนี้ได้ จึงได้แต่อาศัยพื้นทีของวงกลมเวทมนตร์ในการโจมตีและป้องกัน ลูกธนูที่อาบไปด้วยมนตร์แห่งแสงสว่าง สามารถสร้างบาดแผลให้แก่ ริริสได้ แต่นั้นไม่น่าภูมิใจอะไรหากเทียบกับการจู่โจมของความมืดที่เริ่มดับแสงสว่างลงทีละนิด

      “ถ้าในสภาพนี้ไม่นานพลังของแสงต้องสูญเสียไปสิ้นแน่” พยากรณ์ร้องออกมา

      “แล้วจะไม่มีใครมาช่วยเราเลยหรือยังไง” ชัยพฤกษ์ร้องถาม ขณะที่ยังไม่วางตาจากริริสที่ใข้คมเคียวโฉบเข้ามาทำร้ายอยู่ตลอดเวลา พยากรณ์ไม่ทราบว่าจะตอบอย่างไรเธอไม่เคยชินเรื่องการพบกับคนอื่นเท่าไรนัก คบใครก็ไม่ได้นานเพราะนิสัยประหลาดหลายอย่างของเธอ มันไม่แปลกเลยที่เธอจะไม่รู้จักใครที่จะช่วยเหลือเธอได้ในเวลาแบบนี้ ในขณะทางชัยพฤกษ์นั้นไม่ต้องการให้ใครทราบว่า เธอคงมีอีกด้านหนึ่งของชีวิต ดังนั้นคนทีเธอรู้จักจึงไม่สามารถช่วยเหลือเธอในเรื่องนี้ได้ สองสาวหันมามองหน้ากัน แล้วก็สู้ต่อ พยากรณ์สร้างเกราะป้องกันความมืด ส่วนชัยพฤกษ์สะบัดลูกธนูจู่โจมออกไป ในสภาพนี้คงไม่ชนะ แต่ต้องยันอยู่ให้ได้นานทีสุดจนกว่าพยากรณ์จะสร้างเขตเวทมนตร์เสร็จ ในขณะนั้นบังเกิดสภาพวะที่แสงสว่างดับวูบลงไปทุกคนตกอยู่ในความมืดที่หนักอึ้งแสงสวางในวงกลมเวทมนตร์ต่อสู้กับพลังของความมืดจนแตกสลายไปและเขตเวทย์ทีพยากรณ์วาดไว้บนฟ้าก็ถูกทำลายตามไปด้วย มันเกิดอะไรขึ้น? ทั้งสองสาวมองหน้ากับวูบหนึ่งก่อนที่พยากรณ์จะทรุดลงไป เสียงหัวเราะของเจ้าหญิงแห่งรัตติกาลดังใกล้เข้ามา ชัยพฤกษ์ สะบัดดอกธนูออกไปอย่างต่อเนื่องแต่หาเป็นผลไม่เนื่องจากวงกลมแห่งแสงนั้นโดนทำลายไปแล้ว คมเคียวตวัดฟันหมายสับร่างของเธอออกเป็นสองท่อน

      “อาค์เซรินนอน” พยากรณ์กล่าวขึ้น ปรากฎไม้เท้าขนาดใหญ่ออกมากลางอากาศพุ่งต่อต้านคมเคียวแห่งรัตติการสลายไป วงกลมเวทมนตร์ถูกวาดขึ้นจากความว่างเปล่านับร้อยวงรอบทิศทาง กำเนิดดวงไฟสีแดงที่ค่อยเปลี่ยนเป็นสีดำที่มืดมิดพุ่งออกไปโจมตีเจ้าหญิงแห่งรัตติการให้เสียสมาธิ พยากรณ์ค่อยลุกขึ้นจากพื้น เหมือนจะทรงตัวไม่ดีนักแต่เธอก็ยิ้มออกมา ชัยพฤกษ์จับตามองอาการของเพื่อน อย่างเป็นห่วง พยากรณ์กับหันมายิ้มให้เธอหวังให้หายเป็นห่วง แต่รอยยิ้มนั้นกลับเย้ายวนนักยิ่งเพียงแค่เห็นก็เกิดอาการคล้ายตกหลุมรักขึ้นมาในทันที

      “หยุดได้แล้ว อาค์เซรินอน” เสียงนั้นกล่าวอย่างนุ่มนวล ในทันทีไม้เท้านั้นก็กลับมาตั้งอยู่ข้างกายพยากรณ์ วงกลมเวทย์เล็กนับร้อยที่ถูกสร้างขึ้นหายไปสิ้น เจ้าหญิงแห่งรัตติกาลทรุดลงไอดำของเปลวไฟแห่งความมืดยังคงคุอยู่บนร่าง

      “ใครกัน” ชัยพฤกษ์ถามขึ้นแต่ดูเหมือนจะไม่ได้รับคำตอบ พยากรณ์แบบมือออกปรากฏแหวนสีเงินอยู่บนฝ่ามือวงหนึ่ง

      “แหวนวงนี่เป็นชิ้นส่วนหนึ่งของเธอใช่ไหม ภายในสลักชื่อของเธอไว้ เจ้าหญิงแห่งรัตติการ ริริส นอสเทอเรียรุส เป็นของชิ้นสำคัญที่จะทำการเชื่อต่อเจ้านายกับข้ารับใช้” ริริสได้ยินสิ่งที่พยากรณ์พูดถึงกับแสดงความรู้สึกทางสีหน้า

      “เรื่องนั้นทำให้ข้ายอมแพ้เสียก่อนเถอะค่อยพูดคุยกัน” เสียงนั้นกล่าวอย่างเกรี้ยวกราดและดุดัน ผ้าคลุมของริริสเปลี่ยนเป็นปีกของปิศาจแห่งราตรี ความมืดถาโถมบริเวณโดยรอบก่อนเกิดสายลมหมุนอันทวีความรุนแรงขึ้นทีละน้อย เสียงพัดไหวของมวลอากาศประสานเกิดสำเนียงเสียงที่น่าเกรงขาม ชัยพฤกษ์ ขึ้นดอกธนูหวังหยุดยังการร่ายเวทย์ เพียงแต่สายลมทำให้เธอมิอาจจะจู่โจมถึงเป้าหมาย อีกทั้งวงกลมแห่งแสงที่วาดขึ้นมาก็สลายไปแล้วด้วย พยากรณ์หลับตาลงอมยิ้มโดยสงบ เช่นไร้เรื่องราวให้คิดมากความ เพียงแค่นั้นกลับดูมีเสน่ห์ถึงที่สุด หัวใจของชัยพฤกษ์เต้นตึกตักด้วยความตื่นเต้น พองโตด้วยความปิติทั้งที่เวลาเป็นตายใกล้จะมาถึง พายุรุนแรงขึ้นแรงลมแทบจะพัดร่างบอกบางของหญิงสาวหมุนวนเข้าไปในใจกลางของมัน แต่แล้วมันก็จบลง สายลมที่บ้าคลั่งกลับสลายไป เหมือนสิ่งที่พบเมื่อครู่เป็นเพียงความฝัน เจ้าหญิงแห่งรัตติการ ริริส นอสเทอเรียรุส กลับอยู่ในร่างของเด็กผู้หญิงวัยสิบสองสิบสามขวบ เกราะเบาสีดำรัตติการกับผ้าคลุมกลายเป็นชุดหลวมร่วงลงสู้พื้น เด็กหญิงรีบมัดผ้าคลุมห่อร่างไว้คล้ายปกป้องตัวเอง

      “ทำไมฉันถึงใช้ความมืดไม่ได้ ทั้งที่รอบข้างเต็มไปด้วยความมืด แต่ทำไมฉันถึงหยิบฉวยมันมารับใช้ไม่ได้ คล้ายกับว่าพวกมันมีเจ้านายใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่า เหนือกว่าข้าเจ้าหญิงแห่งรัตติกาลแล้วยังมีปิศาจตนใดหรือที่ความคุมความมืดได้ดังใจ”

      ”ริริสท่านแพ้ข้าแล้วใช้ไหม” พยากรณ์ถามขึ้น ริริสส่ายศีรษะ

“ไม่มีประโยชน์ข้าในตอนนี้ไร้ซึ่งพลัง หากท่านหมายชีวิตใด ลงมือเองมิสู้ดีกว่าให้ปิศาจที่ไร้ประโยชน์แล้วเช่นข้ารับใช้”

      “เช่นนั้นเป็นไรไป” พยากรณ์ตอบ ความมืดที่ยิ่งกว่ารัตติกาลใดก็ถาโถมลงมาสู่พื้นดินปิดบังทุกสายตา ชัยพฤกษ์หมุนไปรอบตัวเงยหน้าขึ้นด้านบนก็หาแสงแสงใดพบไม่ เธอถอยไปด้านหลังหันซ้ายขวาคว้ามือเปะปะรอบด้านไปทั่วในดินแดนที่ไร้แสงเพื่อหาทางออกจากความมืด ในเวลาที่หวาดกลัวและสับสนก็มีมือหนึ่งเอื่อมมาจับไหล่เธอไว้ให้หยุด

      “ตื่นชัยพฤกษ์ ลืมตาขึ้นมา” เสียงพยากรณ์ร้องขึ้นมาทำให้หญิงสาวรีบเปิดตาขึ้นมาดู รอบข้างของเธอเป็นสนามหญ้าหน้าเรือนรับรอง

      “เกิดอะไรขึ้น นี่อย่าบอกว่าทั้งหมดเป็นเพียงความฝัน” ชัยพฤกษ์ร้องถาม

      “ถ้าเป็นความฝันเธอต้องเล่าให้ฉันฟังแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นและ เจ้าหญิงแห่งรัตติกาล หายไปไหนกัน” พยากรณ์ถามกลับ ชัยพฤกษ์เงียบไปเธอพยายามใช้สติที่มีทั้งหมดค่อยคิดเรื่องราว หมุนไปรอบตัว พบธนูของเธอตกอยู่บนพื้นจึงหยิบขึ้นมา

      “เธอรู้สึกตัวครั้งสุดท้ายตอนไหน” ชัยพฤกษ์หันกลับไปถามพยากรณ์ที่กำลังพยายามลำดับเหตุการณ์อยู่

      “จำไม่ค่อยได้ เหมือน ความทรงจำขาดไปรู้สึกตัวอีกครั้ง ทุกอย่างก็เหมือนจบลงแล้ว” พยากรณ์กล่าวอย่างไม่ชัดเจนนัก ซัยพฤกษ์ฟังแล้วถึงกับไหล่ตก

      “พักผ่อนกันก่อนพรุ่งนี้มีเวลาเราจะมาไล่เรื่องราวที่เกิดขึ้นกัน ฉันต้องเข้าไปดูกันยากับมาริสาไม่รู้สองคนนั้นเป็นอะไรมากหรือเปล่า” ชัยพฤกษ์กล่าวขึ้นก่อนเดินมุ่งหน้ากลับเข้าไปในเรื่องรับรอง

      “ฉันไปด้วยบางทีอาจจะช่วยอะไรได้” พยากรณ์กล่าว หญิงสาวเบื้องหน้าหันกลับมาพยักหน้ารีบก้าวเท้าเดินกลับไปห้องกันยาอย่างรวดเร็ว แต่เพียงชั้นหนึ่งก็พบสองพี่น้องชมรมวรสารนอนนิ่งอยู่บนพื้นชั้นหนึ่งนอนหลับไม่ได้สติ ชัยพฤกษ์รีบสั่งให้พยากรณ์ดูแลสองคนนี้ก่อนรีบวิ่งขึ้นไปห้องกันยาเกรงว่าเหตุร้ายยังไม่สิ้นสุด เมื่อเข้าไปพบว่าเมย์กำลังยืนมองกันยาทีนอนอยู่ก็เบาใจข้อหนึ่งว่าเมย์ไม่เป็นอะไรมาก แต่ยังไงอาการของกันยาที่เธอเห็นนั้นก็น่าเป็นห่วง

      “เป็นอะไรหรือเปล่ามาริสา” ชัยพฤกษ์กล่าวนำเด็กสาวหันมาตามต้นเสียง ส่ายศีรษะเล็กน้อย

      “กันยาละฉันว่าน่าเป็นห่วงกันยามากกว่า โดนปิศาจเล่นงานถึงขนาดนั้น“ พยากรณ์โผงออกมาทั้งที่วิ่งตามเข้ามาที่หลัง หยุดมองวูบหนึ่งจึงเดินหน้าเข้ามามองเพื่อนร่วมชั้นที่นอนสงบอยู่บนเตียง

      “โดนเล่นงาน?” เมย์ทวนคำ

      “เจ้าหญิงแห่งรัตติกาลจะหลอกลวงโดนใช้ภาพคนที่เหยื่อรักเข้ามาหาแล้วล่อลวงให้มัวเมาก่อนจะสูบกินวิญญาณ ในบันทึกที่อ่านในมาเมียน่าเขียนไว้แบบนั้น แต่ว่า... หินนักปราชญ์” พยากรณ์ประสานสองมือเรียกหินรูปร่างเรียวออกมาก้อนหนึ่ง คว้ามันไว้โดยเร็วก่อนจะตกลงตามแรงดึงดูดของโลก แล้วเริ่มร่ายเวทย์ด้วยภาษาที่แปลกหู ประกายแสงคล้ายหิ่งห้อยลอยออกมาจากร่างของพยากรณ์มากมายมุ่งไปหาทางกันยาที่นอนบนเตียงก่อนแตกสลายไป เกิดละอองแสงสว่างโปรยลงบนตัวสาวผมหยักศกที่นอนสงบอยู่ ตัวพยากรณ์ถึงกับเซไปลงไป เมย์ประคองร่างของรุ่นพี่ไว้เหมือนเตรียมตัวอยู่แล้ว พยากรณ์กล่าวขอบใจรุ่นน้อง

      “ถ้าเป็นอะไรเราค่อยมาปรึกษากันอีกทีแล้วกันว่าจะทำอย่างไร” พยากรณ์กล่าวอย่างถอนใจชัยพฤกษ์ ในเวลานั้นหวนนึกไปถึงสองพี่น้องชมรมวรสารแต่ไม่ทันเอ่ยปากพยากรณ์ก็ชิงอธิบาย

      “สองคนนั้นไม่เป็นอะไร เดินละเมอลงมาด้านล่างเท่านั้นเอง” พยากรณ์เดาได้จากสายตาของชัยพฤกษ์ว่าจะถามเธอเกี่ยวกับเรื่องนี้ กันยาที่นอนนิ่งไม่ไหวติงในครั้งแรกเริ่มขยับตัวเล็กน้อยลืมตาขึ้นมองทุกคนในห้อง

      “ขอบใจนะพยากรณ์ ไม่ว่าจะด้วยอะไรก็ตาม ตอนนี้ฉันรู้สึกดีขึ้นมากทีเดียว” กันยากล่าวอย่างโรยแรง เมย์เดินเข้าไปดูรุ่นพี่ของเธอให้แน่ใจอีกครั้งว่าดีขึ้นมากเพียงไหน กันยามองเมย์วูบหนึ่งก่อนหลบตาด้วยความรู้สึกสับสน เด็กสาวระบายลมหายใจเล็กน้อย ชัยพฤกษ์เดินตามเข้ามาดูเมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนสาวดีขึ้นก็ยิ้มออกมาได้

      “แบบนั้นก็เบาใจหน่อยละ ถ้าเมย์มีอะไรก็ไปเรียกพีได้ที่ห้องนะ แล้วก็ทุกคนพยายามเก็บเรื่องนี้ให้เป็นความลับหน่อยแล้วกัน เรื่องพวกนี้อธิบายยากมากโดยเฉพาะกับคนที่ไม่เคยสัมผัสมัน”

      “หมายความว่าเราจะไม่แจ้งให้คณะกรรมการนักเรียนทราบเหรอคะ” เมย์ถาม ชัยพฤกษ์พยักหน้าสีหน้าเหนื่อยอ่อน

      “เดี๋ยวพี่จะแจ้งเอง แล้วต้องไปที่สภานักเรียนให้หาทางช่วยเหลือ ส่วนละเอียดกว่านี้เมย์รู้แล้วจะทำให้ชีวิตยุ่งยากเสียเปล่า” ชัยพฤกษ์ตัดบทเดินออกไปจากห้องทันทีโดยไม่สนใจพยากรณ์ที่ยืนอยู่

      “ที่แท้ก็คนของสภานักเรียนเหรอนี่” พยากรณ์กล่าวกับตัวเอง ก่อนหันไปทางเมย์ทีมองตามหลังชัยพฤกษ์ไปด้วยความสงสัย

      “มีปัญหาอะไรก็โทรหาพี่ได้เลยนะ พี่จะกลับจะรีบกลับไปหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่ปิศาจในเกมส์ออกมาในโลกได้อย่างไร” กล่าวจบพยากรณ์ก็ร่ายเวทย์ร่างกายเปลี่ยนเป็นแสงสว่างพุ่งหายไปสู่ท้องฟ้า

      “เมย์” เสียงของกันยากล่าวขึ้นมาในความเงียบ เด็กสาวหันไปรับฟังคำสั่ง

      “ไปนอนเถอะนะ”

      “คะพี่กันยา”....



      กันยาไม่สามารถข่มตาหลับลงไปได้ ภาพของเมย์ที่เข้ามาคลอเคลียเธอด้วยแรงของความปรารถนาตรึงอยู่ในหัวใจ สัมผัสทั้งหมดยังคงค้างคาอยู่ กันยากำผ้าห่มแน่น พยามสงบจิตใจแต่หาเป็นผลไม่กลับยิ่งรู้สึก ทรมานและสับสน ถ้าเมย์ไม่ปลดปล่อยความรู้สึกเหล่านี้ให้เธอ คงยากที่จะทำให้จิตใจสงบลงได้ หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความต้องการที่ปิศาจแห่งรัตติการกัดรอยแผลไว้เป็นพิษร้าย เธอพยายามความคุมตัวเองแต่พบว่ามันไม่งาย โดยเฉพาะเมื่อเมย์เดินเข้ามาที่ข้างเตียงของเธอ แม้ว่านั้นจะใช้หรือไม่ใช้เมย์ เธอก็ต้องการ กันยาสับสนถึงที่สุด

      “พี่กันยาคะ” เมย์พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “หนูนอนเป็นเพื่อนพี่ไหมคะ”

      “ไม่เมย์ โปรดกลับไปเถอะ อยากเข้ามาใกล้พี่ ไม่ว่าเธอจะเป็นอะไร” ถึงจะกล่าวเช่นนั้นแต่สายตาที่แสดงออกมากลับเต็มไปด้วยความวิงวอน เมย์ขึ้นไปบนเตียงของกันยา พร้อมเปิดผ้าห่มแทรกตัวเข้าไป กุมมือของรุ่นพี่ของเธอไว้

      “หลับเถอะนะคะหนูอยู่ข้างพี่เอง” นั้นเป็นคำพูดสุดท้ายของเมย์ก่อนที่กันยาจะหลับลงไปเองอย่างสงบ ความอบอุ่นที่เกิดจากการสัมผัสเกาะกุมมือซึ่งกันและกันอย่างแนบแน่นนั้นทดแทนทุกรสสัมผัสที่กันยาต้องการอย่างเกินความต้องการ จิตใจของเธอพองโตอีกครั้ง



      “ล้างหน้าล้างตาก่อนนะคะพี่กันยา หกโมงครึ่งแล้วคะ” เมย์ส่งเสียงเรียกรุ่นพี่ของเธอให้รู้สึกตัวจากห้วงนิทรา กันยาค่อยลืมตาขึ้นมาก่อนขยับตัวนั่งบนเตียง มองเด็กสาวปล่อยผมในชุดนักเรียน เลื่อนรถเข็นที่บรรทุกอ่างล้างหน้าและผ้าเช็ดตัวมา สีหน้าของเมย์เปลี่ยนไปเล็กน้อยในสายตาของกันยา ซึ่งเธอบอกไม่ถูกว่าทำไมแต่มองแล้วให้ความรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก หรืออาจจะเพราะแสงแดดยามเช่าที่ส่องผ่านแนวของต้นราตรีที่ลอดผ่านหน้าต่างมา

      “จนเมย์อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วพี่ยังไม่ตื่นอีกเหรอนี่ น่าอายจริง” กันยาพูดเหมือนตัดพ้อเล็กน้อย เมย์เลื่อนอ่างล้างหน้ามาโดยไม่กล่าวอะไรเพิ่ม กันยาเมื่อเตรียมจะล้างหน้าก็พบว่าที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอมีแหวนวงหนึ่งสวมอยู่ กันยามองอย่างตั้งคำถาม เมย์เห็นดังนั้นก็ชูของเธอขึ้นมาให้รุ่นพี่ของเธอได้เห็นเช่นกัน

      “แหวนคู่รัก ของในเกมมาเมียน่าออนไลน์อีกแล้วเหรอ” กันยาตั้งคำถาม “ทำไมของแบบนี้ถึงมาสวมอยู่แบบนี้ได้”

      “หนูก็ไม่รู้คะ ตื่นมาเมื่อคืนก็พบมันสวมอยู่แล้ว” กันยานิ่งคิดเล็กน้อยก่อนลงมือล้างหน้า ใช้มือกวักน้ำอุ่นขึ้นมาทำให้รู้สึกตื่นอย่างเต็มตาก่อน หยิบผ้าขนหนูซับหน้าให้แห้ง

      “คงเพราะเมื่อคืน แต่ทำไมมันถึงมาสวมนิ้วแบบนี้ได้” กันยาพูดสีหน้าเศร้า ก่อนพยายามขยับแหวน ถอดออกมาดู สังเกตอย่างถี่ถ้วนพบด้านในแหวนมีอักษรเขียนอยู่ด้วยภาษาที่กันยาเหมือนจะเคยพบเห็นและคุ้นเคยอย่างมากมาก่อน

      “เขียนว่าอะไรบ้างละนี่” เธอตั้งคำถามก่อนจะสวมมันกลับอย่างเดิม

      “ไม่อายเหรอคะถ้าจะสวมแหวนนี้คู่กับหนู” เมย์ถามขึ้น

      “ห้ามตั้งคำถามกับรุ่นพี่ไม่ใช่เหรอ” กันยาใช้กฎเหล็กป้องกันตัวเอง

      เมย์ยิ้มออกมา นั้นเป็นรอยยิ้มที่ทำให้กันยาหัวใจเต้นคล้ายพบเจอกับสิ่งที่น่ายินดีอย่างหนึ่ง กันยามองใบหน้าเด็กสาวตาค้างอย่างไม่รู้ตัว

      “ถ้าพี่ไม่อายหนูก็ไม่ว่าอะไร เอาละเดี๋ยวจะเตรียมอาหารเช้ามาให้นะคะ พี่กันยาอาบน้ำแต่งตัวรอได้เลยคะ” เมย์เข็นรถออกไป กันยายังมองตามหลังอย่างไม่วางตาทั้งที่ใจจริงแล้วเธอต้องการบอกว่าอาหารเช้าเธอไม่ทานหรอกยามปรกติ แต่กลับพูดไม่ออก กันยาจับหัวใจตัวเองให้แน่ใจว่าเสียงหัวใจเต้นที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นจากจิตสำนึกแต่เป็นของจริง ปัจจุบันมันก็ยังเต้นอยู่...



      หญิงสาวผมหยักศกยาวยืนถอนหายใจ มือจับไวโอรินกับคันชักตั้งท่าจะเล่นแต่กลับไม่สามารถขยับมือได้ สีหน้าเธอบอกถึงความอ่อนแรง รู้สึกว่าทั้งสติสมาธิและสมองของเธอไม่สามารถลำดับการกระทำได้อีกทั้งภาพและความรู้สึกเมื่อคืนยังรบกวนเธออยู่ตลอดเวลา กันยารีบเก็บไวโอลินลงในกล่อง เลื่อนตัวเองไปนั่นพักอยู่ริมลานประชุมภายในสวนป่า แม้จะหายใจก็ยังทำได้ยาก พิษของริริสเริ่มจู่โจมเธออีกครั้ง

      “พี่กันยาคะ” เสียงเด็กสาวเรียกเธอจากด้านหลังก่อนที่จะค่อยเดินลงมาตามบันไดสู่ลานประชุม เมย์รีบเร่งคล้ายเป็นห่วงรุ่นพี่ของเธอ

      “เมย์” กันยามองเด็กสาวเบื้องหน้าเหมือนภาพของความฝัน “พาพี่ไปห้องพยาบาลหน่อย” กันยาค่อยลุกขึ้นมาพร้อมกล่องไวโอลิน เดินไปหาเด็กสาว เมย์วิ่งเข้ามาพยุงรุ่นพี่ของเธอ รสสัมผัสของเด็กสาวทำให้กันยาไม่สามารถประกอบสติตัวเองได้ ร่างกายไร้แรงต่อต้าน เมย์กอดกันยาไว้ดูดซึมความมืดที่ก่อขึ้นกัดกินวิญญาณ สติของกันยาจึงค่อยกลับคืนมา แต่ว่าความรู้สึกถวินหานั้นยังไม่ขาดช่วง กันยาใช้สายตาจับอยู่ที่ใบหน้าของรุ่นน้อง

      “พี่กันยาคะ” เมย์เรียกกันยาให้รู้ตัวก่อนที่เธอจะจู่โจมริมฝีปากของรุ่นน้อง เมย์สู้สายตาของกันยา ทำให้กันยาเองต่างหากที่ต้องหลบสายตาถอยออกมาจากอ้อมกอดของรุ่นน้อง

      “ทำไมเมย์ถึงมาที่นี้ได้”

      “หนูรู้สึกได้ยินพี่กันยาเรียกให้ช่วย ก็เลยมาที่นี่ คงเป็นเพราะแหวนที่เราสวมกันไว้” เด็กสาวตอบอย่างยิ้มแย้ม รอยยิ้มของเมย์กลับทำให้กันยาสบายใจขึ้นมา แม้ว่ามีบางอย่างผิดออกไปจากทุกครั้ง เมย์ไม่ใช่คนที่จะยิ้มแย้มได้ง่ายแบบนี้ และรุ่นน้องของเธอก็ไม่ใช้คนที่ดูสวยสดใสอย่างในตอนนี้ แต่กันยาก็ไม่ลืมคิดว่าความรู้สึกของเธอที่มีต่อเมย์ก็เป็นสิ่งที่พิเศษพอที่จะทำให้เด็กสาวคนนี้ดูดีในสายตาของเธอ

      “เรื่องเมื่อคืน พี่อยากจะเล่าให้เมย์ฟัง” กันยาเลือกที่จะนั่งลงข้างลานประชุมวางกระเป๋าไวโอลินไว้ข้างตัว หลับตาเล็กน้อยลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมย์นั่งลงข้างรุ่นพี่คนสวย ฟังเรื่องราวแต่ต้นจนจบโดยไม่แสดงท่าทีตกใจอะไรผิดกับที่กันยาคาดไว้ว่า

“พี่ไม่รู้หรอกนะว่าใจจริงของพี่คิดอย่างไรกันแน่กับเรื่องของเมย์ แต่เจ้าหญิงแห่งรัตติการมีความสามารถในการอ่านจิตใจแล้วใช้ปลอมตัวเป็นร่างของคนที่รักเข้ามาหลอกลวงเข้าสู่ความมืด ร่างกายของพี่จดจำสัมผัสนั้นและดูเหมือนว่ามันทำลายสติจนเสียผู้เสียคน” กันยาพูดเสียงเศร้า

      “เหมือนมีอะไรที่หนูพอจะช่วยได้ไหมคะ” เมย์ถาม

      “พี่อาจจะลืมตัวทำอะไรเมย์ลงไปก็ได้หากอยู่ใกล้กัน และสิ่งที่ทำไปมันเป็นเพียงความต้องการเท่านั้น แบบนั้นไม่เท่ากับว่าพี่ทำร้ายเมย์เหรอ” เมย์เงียบไปครู่หนึ่ง

      “พี่ไม่เข้าใจเหรอคะว่าหนูคิดอย่างไรกับพี่” เมย์กล่าวตามตรง

      “พี่... นั้นสินะ” กันยาระบายลมหายใจออกมา เมย์จับมือของรุ่นพี่เธอไว้กุมไว้อย่างอบอุ่นไม่รัดแน่นแต่ก็รู้สึกว่าแนบชิด สายตามองรุ่นพี่คนสวยของเธออย่างเห็นใจ

      “พี่กันยาพักสักหน่อยอาการพวกนี้ก็จะหายไปเองค่ะพิษของริริสทำให้จิตใจของพี่ก่อความมืดขึ้นมาภายในแล้วทำให้วิญญาณเสียสมดุล แล้วร่างกายก็ตอบสนองกับความผิดปรกตินั้น” เมย์กล่าว

      “เมย์ไปรู้เรื่องพวกนี้มาจากไหนเหรอ หรือว่าเมย์เคยอ่านมาจากในเกม”

      “คะ ดังนั้นหากพักสักหน่อยก็จะกลับเป็นพี่กันยาคนเดิมที่ ก่อกำแพงในหัวใจได้อย่างมิดชิด แข็งแรงเกินกว่าจะเผยความรู้สึกออกมา” เด็กสาวตอบ ก่อนฉุดมือรุ่นพี่ของลุกขึ้น กันยาลุกขึ้นตามแรงของรุ่นน้องของเธอ เมย์ปล่อยมือออก กันยากลับรีบจับกุมเอาไว้

      “ขออยู่แบบนี้จนกว่าจะเดินออกจากสวนป่าได้ไหมไหม” กันยาเสนอ ท่าทีของเธอเป็นเช่นยามปรกติที่พูดโดยไม่ต้องใส่ความรู้สึกเขินอายในการเดิมพันสิ่งที่กล่าวออกมา เมย์พยักหน้าอย่างไร้เรื่องราว ทั้งสองแนบชิดเดินออกไปด้วยกัน



      ชัยพฤกษ์ก้าวเท้าเดินอย่างเร่งรีบในทางเดินของห้องพยาบาลก่อนผลักประตูห้องเข้าไปอย่างเคยชิน เด็กหนุ่มร่างสูงนั่งพิงหลังยืดขายาวอยู่บนเตียงผู้ป่วยละสายตาเอกสารปึกโตที่ถืออยู่ในมือ มองมาทางเธอแววตาบอกถึงความดีใจ

      “ชัยพฤกษ์ คิดว่าจะไม่เห็นเธอมาเยี่ยมผมแล้วนะ อะไรกันทำให้เธอยอมมาถึงนี่”

      “มีเรื่องรายงานกับประธานภาค ก็เลยมาเสริมรายละเอียดเพิ่มเติม เรื่องที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนฉันเมื่อคืนนายคงจะรู้แล้ว” เด็กหนุ่มพยักหน้า โชว์ปึกเอกสารให้ดู

      “ได้รับมาเมื่อเช้า นี่เธอคงเสียเวลานั่งพิมพ์รายงานทั้งคืนเลยสินะ” เด็กหนุ่มยังคงกล่าวอย่างใจเย็น

      “เจอเรื่องแบบนี้ฉันคงหลับตาลงหรอกนะ แล้วเอายังไงละไหนบอกว่าปรเมนทร์จะรับรองความปลอดภัยของคนในโรงเรียนได้ แต่อีกฝ่ายกลับส่งเจ้าหญิงแห่งรัตติที่สามารถผ่านกำแพงอาคมได้โดยไม่ทำให้กำแพงแตก นี่มัน...”

      “มันก็สุดวิสัยที่จะรับรู้จริงนะแบบนั้น”

      “แล้วครั้งต่อไปหากมันเรียกปิศาจระดับสูงมากพวกฉันมิตายกันหมดเหรอ” ชายหนุ่มยิ้มรับก่อนจะอ่อนท่าทีลง

      “แบบนั้นผมเองก็รับมือไม่ไหว แค่ระดับกลางกว่าจะจัดการได้ก็ยังโดนหามเข้าโรงพยาบาลแบบนี้เลย“

      “บดินทร์นายมีทางออกอื่นไหม ที่จะสู้กับพวกนี้” ชัยพฤกษ์ถามขึ้นทาทางจริงจังของเธอทำให้เด็กหนุ่มต้องหลบสายตา

      “พลังของพวกนั้นมากเกินไปแล้ว ไม่ค่อยแน่ใจเลยว่าจะรับมือยังไง นอกจากขอความร่วมมือจากคนที่จัดการเจ้าหญิงแห่งรัตติการเมื่อคืน”

      “พยากรณ์ไม่รู้เรื่องเธอโดนยึดร่างกายไปตอนที่เรื่องทุกอย่างกำลังเกิดขึ้น”

      “อือ ผมว่าถ้ามีเรื่องอะไรคนนั้นก็คงช่วยเราอีกนั้นละแม้ว่าเค้าจะปิดบังตัว ยังไงตอนนี้ต้องพยายามดำเนินกิจกรรมให้โรงเรียนในเขตของเราจับมือกันให้ได้ แล้วเดี๋ยวผมจะกลับไปที่โรงเรียนแล้ววันนี้ คงพอช่วยประสานงานได้อีกแรง” ชัยพฤกษ์ฟังที่บดินทร์พูดแล้วก็คิดว่ามันไม่เชิงถูกต้องเสียทีเดียว

      “สภานักเรียนช่วงเหลืออะไรพวกเราไม่ได้เลยเหรอ”

      “เอาว่าตอนนี้เราสบายใจได้อีกนานเพราะว่าพิธีการอันเชิญจะทำได้เฉพาะเวลาที่พระจันทร์เต็มดวงเท่านั้นเอง” บดินทร์กล่าวพลางขยับลงมาจากเตียงเดินเข้าหาเด็กสาวที่มีใบหน้าละม้ายไปทางเด็กผู้ชายเจ้าสำอางอย่างเบาใจ

      “ถ้ามีกำหนดเวลาแบบนั้น เป็นฉันคงจะอันเชิญมาเป็นโหลเอาไว้ใช้ยาวเลยจะได้ไม่ต้องเรียกบ่อย” ชัยพฤกษ์พูดติดตลก แต่คำพูดนี้เล่นเอาบดินทร์เดินกลับไปหัวเตียงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ทำเอาเด็กสาวอดขมวดคิ้วตั้งคำถามไม่ได้...



            กันยามองกองเอกสารข้อมูลของแต่ละโรงเรียนตรงหน้าแล้วถึงกับใช้มือยันหน้าผากไว้กับโต๊ะ กำลังใช้ความคิดอย่างรุนแรง ก่อนส่ายศีรษะในที่สุด ผอบจันทร์ประธานนักเรียนเดินหลังตรงเข้ามาในห้องของชมรมคอมพิวเตอร์ สีหน้าดูรีบร้อนคล้ายทราบว่าเกิดปัญหาใหญ่ขึ้น

      “เป็นอะไรกันยาถึงโทรเรียกพี่มาที่ห้องนี้” ผอบจันทร์ถาม

      “ขอโทษนะคะที่หนูเรียกพี่มาทีนี่ เพราะว่าที่คณะกรรมการนักเรียนมีคนมากหนูไม่วางใจนักที่จะพูดที่นั้น”

      “เกิดอะไรขึ้นกันยา” ผอบจันทร์กล่าวพลางจัดผมยาวของเธอให้เข้าทีเข้าทาง และนั่งลงตรงข้ามเด็กสาวรุ่นน้อง กันยาพลิกข้อมือดูนาฬิกา

      “หนูทำงานที่พี่มอบให้ไว้ไม่ได้คะ ตั้งแต่ช่วงเรียนเมื่อตอนเช้าแล้วหนูไม่มีสมาธิเลย ลำดับเหตุการณ์หรือวางแผนอะไรก็ไม่ค่อยได้ ก็เลยขอลาคุณครูออกไปที่ห้องพยาบาล คุณหมอประจำห้องก็ไม่พบอะไรผิดปรกติ” กันยาเงียบไปเล็กน้อย

      “รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเลยคะ”

      “ลองไปตรวจดูที่โรงพยาบาลดูไหม เดี๋ยวพี่เขียนใบลารับรองให้อีกใบ พักผ่อนก่อนแล้วยังไงถ้าไม่ไหวจริงก็ค่อยคิดหาทางกัน” ผอบจันทร์กล่าวอย่างปลอบโยน กันยาก้มลงใช้ความคิด แต่นั้นทำได้แค่พยายามเท่านั้น เธอพลิกนาฬิกาข้อมือดูอีกรอบ อีกนานกว่าจะถึงเวลาพักเที่ยงมีเวลาอีกมากทีเดียวกว่าเมย์จะมาที่ห้องนี้ตามปรกติ

      “หากหนูทำงานไม่ได้คนที่จะต้องรับภาระต่อไปคือเมย์ หนูอยากให้พี่หาทางออกตรงนี้ให้” กันยากล่าวอย่างตรงไปตรงมา ผอบจันทร์เงียบไปเล็กน้อยสายตาที่ดูไม่พอใจในวูบแรกกลับเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยน

      “ก็ดีไม่ใช่เหรอ พี่ก็สงสัยในตัวเด็กคนนั้นเหมือนกันว่าจะเป็นตัวแทนของเธอได้สักแค่ไหน ทำได้เท่ากับที่กันยาทำหน้าที่แทนพี่นั้นธิดาได้ไหม”

      “แบบนั้นหากเมย์ทำไม่ได้”

      “ก็ต้องออกจากการเป็นเลขาของเธอไงกันยาเพื่อที่จะให้เธอหาคนใหม่ที่มีความสามารถช่วยงานของเธอได้” ผอบจันทร์พูดเด็ดขาด กันยาในเวลานี้ไม่สามารถคิดหรือโต้ตอบอะไรได้มากมาย เธอไม่สามารถคิดอะไรที่มีความซับซ้อนได้ เพียงแค่ควบคุมสติให้คงอยู่ก็แทบจะถึงที่สุดแล้ว เหตุผลของรุ่นพี่ผอบจันทน์ในเวลานี้จึงถูกต้องที่สุด ผอบจันทน์เห็นท่าทีของกันยาในเวลานี้แล้วรู้สึกผิดอยู่บ้างที่ตัดสินใจกล่าวแบบนี้ออกไป

      “พี่เองก็ไม่มีทางออกให้เลือกมากนัก ถ้าไม่ทำแบบนี้ หลายสิ่งหลายอย่างที่พี่วางแผนเอาไว้ก็จะพังหมดตั้งแต่เริ่ม ลองเชื่อใจคนที่เธอเลือกดูหน่อยสิกันยา ให้แบกภาระของเธอจนกว่าจะหายดีแล้วกลับมานำภาระทุกอย่างคืนไปได้อีกครั้ง” กันยาได้แต่พยักหน้า มองยังสายตารุ่นพี่เธออย่างน่าสงสาร นี่ไม่ใช่กันยายามปรกติที่จะสามารถพบเห็นได้ นี่เป็นตัวจริงของเด็กสาวคนนี้ ที่มีเพียงผอบจันทน์เท่านั้นที่เคยเห็น

      “เด็กคนนั้นแบกอะไรที่หนักเกินตัวแบบนี้ไม่ไหวหรอกคะ เพียงแค่กิจกรรมของนักเรียนใหม่ทุกสัปดาห์ก็น่าจะหนักทำอะไรไม่ได้แล้ว” กันยาไม่ละความพยายามที่จะให้รุ่นพี่ของเธอแนะนำทางออกที่ดีให้กับเธอ

      “ถ้าเปลี่ยนกลับมาเป็นรุ่นของเธอกับพี่นันธิดาละ กันยาคิดว่าจะทำได้ไหม”

      “ได้คะเพราะนั้นเป็นหนู” กันยาตอบทันที

      “นันธิดาเลือกเธอเพราะเหตุผลในเรื่องของงาน ในขณะที่เธอเลือกมาริสาด้วยเหตุผลอื่น เด็กคนนั้นถึงทำไม่ได้แบบนั้นเหรอ” กันยาอดก้มลงกุมขมับไม่ได้

      “เมย์กำลังเติบโตเป็นดอกไม้ที่สมบูรณ์แบบแต่พี่ทำแบบนี้เท่ากับตัดทางที่จะทำให้ดอกตูมแบ่งบาน” กันยากล่าวจบก็ถึงกับตากลับล้มลงไปบนโต๊ะ ผอบจันทน์รีบลุกขึ้นจะเข้าไปดูกันยา แต่ในตอนนั้นกลับมีสองมือวางอยู่บนไหล่รุ่นน้องของเธอ นั้นคือเมย์ เด็กสาวทีทั้งสองกำลังพูดถึงเรื่องกันอยู่ เธอจับให้กันยานั่งพิงเก้าอี้ ไม่กี่อึดใจกันยาค่อยลืมตาขึ้นมา อาการเหมือนคนตื่นขึ้นมาจากการหมดสติ ผอบจันทร์ไม่วางใจที่เห็นแบบนั้นรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา



      “เด็กคนนี้อาการหนักขนาดนี้แล้วทำไมถึงไปพาไปหาหมอ” ผอบจันทน์ร้องโวยขึ้นมาท่าทางร้อนรนเช่นนี้ยากนักที่ใครจะได้เห็น เมย์เข้าใจความรู้สึกของประธานนักเรียนผู้เผ้ามองจากหอคอยสูงคนนี้ได้ไม่ยาก โทรศัพท์ที่โทรอยู่กลับใช้การไม่ได้ เธอเก็บโทรศัพท์อย่างหัวเสีย ก่อนทำท่าจะเดินออกไปจากห้อง

      “ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าไม่ให้พี่กันยาต้องคิดมากอีกสัปดาห์หนึ่งก็จะกลับเป็นปรกติเอง ส่งไปโรงพยาบาลทางนั้นก็จัดการอะไรไม่ได้หรอกค่ะ” เมย์กล่าวด้วยเสียงเรียบ ใจหนึ่งนึกโกรธผอบจันทร์ที่ทำให้รุ่นพี่ของเธอต้องคิดอะไรวุ่นวายจนถึงกับหมดสติไป แต่อีกใจหนึ่งก็เข้าใจความรู้สึกเจ็บปวดที่ต้องการช่วยเหลือคนที่รักแต่ทำอะไรได้ไม่ดังใจ เมย์รู้สึกว่าไม่มีประโยชน์ที่จะโกรธหรือแสดงความไม่พอใจอะไรออกมา คำพูดของเมย์นั้นกลับทำให้ผอบจันทร์หันมามองหน้าเด็กสาวในทิศตรงกันข้ามอย่างตั้งคำถาม

      “หนูของอนุญาตนั่งนะคะพี่ผอบจันทน์” เมย์กล่าว รุ่นพี่ของเธอเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนนั่งลงในทีเดียว

      “กันยาเป็นอะไร” ประธานนักเรียนสาวกล่าวเสียงเรียบ

      “สมองของพี่กันยาตอนนี้ทำงานหนักมากคะ ยิ่งมีเรื่องต้องคิดก็จะยิ่งทำงานเพิ่มขึ้น สภาพไม่ต่างกับโดนยากล่อมประสาทอยู่ตลอดเวลาแต่ก็พยายามจะรักษาสติของตัวเองไว้” เมย์อธิบายผอบจันทน์คิดตามเหตุผล รวมมือสองข้างของตนเข้าด้วยกันคล้ายเตือนตัวเอง

      “ประมาณคนเมาพยายามเดินให้เป็นเส้นตรงแบบนั้นเหรอ” ผอบจันทน์เสริม “แล้วทำไมถึงเป็นแบบนั้นได้”

      “ตอนนี้ในเลือดของพี่กันยามีไวรัสที่ผลิตสารกล่อมประสาทไหลเวียนอยู่คะ ร่างกายจะกำจัดไปเองทีละน้อย”

      “แบบนั้นก็น่าจะไปหาหมอ” ผอบจันทน์เสนอ เมย์เพียงยิ้มตอบรับเล็กน้อย

      “วิทยาการของโลกในตอนนี้ตรวจไม่พบหรอกคะ ช่วงหนึ่งสัปดาห์นี่ ตามกฎหนูจะดูแลเรื่องงานทั้งหมดเอง” เมย์เสนอตัวอย่างมั่นใจ ภาพของเด็กสาวเบื้องหน้าของผอบจันทน์เปลี่ยนไปเล็กน้อยคล้ายไม่ใช่คนเดิม รวมถึงเรื่องที่พูดและอาการของกันยาทั้งหมดล้วนไม่น่าไว้วางใจ ที่น่ากลัวที่สุดก็คือแววตาที่เปลี่ยนไปของเด็กสาวทำให้ผอบจันทน์เยือกเย็นยิ่งขึ้น เธอขยับตัวลุกจากที่นั่งทำให้เมย์ต้องรีบลุกตาม กันยาเห็นเช่นนั้นก็จะลุกขึ้นบ้างแต่เมย์กดไหล่ของกันยาไว้ให้นั่งลงเพราะทราบว่ารุ่นพี่ของเธออาการยังไม่สู้ดีนัก

      “พี่กันยาคงต้องนั่งไม่ขยับไปไหนพักหนึ่งพี่ผอบจันทน์คงไม่ว่าอะไรนะคะที่ไม่ได้ลุกขึ้นส่ง” เมย์ออกตัวแทน

      “ยังไงก็ให้กันยาไปนอนห้องพยาบาลเถอะ แล้วก็จัดการงานของกันยาแทนด้วยแล้วกัน ช่วงนี้คงต้องลำบากกันหน่อยละ” ผอบจันทน์กล่าวจบก็เดินออกจากของชมรมคอมพิวเตอร์ไป เมย์ที่มองตามหลังไปจนสิ้นสุดเงาของผอบจันทน์ถึงกับ ระบายลมหายใจออกมาทรุดตัวนั่งลงข้างรุ่นพี่ของเธอ

      “ยังไม่ถึงเวลาพักไม่ใช่เหรอ เมย์ ทำไมถึงออกมาจากห้องเรียนได้” กันยาถามด้วยความเหนื่อยอ่อน เมย์คว้ามือของรุ่นพี่เธอกุมไว้ให้แนบชิด

      “พี่กันยาเรียกหนูมานี่คะ” เมย์ตอบ

      “เมื่อไรกัน” กันยาค่อยหลับตาลงสีหน้าเริ่มกลับเป็นปรกติ แต่จะยังกังวลเรื่องที่เมย์จะต้องรับภาระแทนเธอ ถึงปัญหาทั้งหลายกำลังเดินทางเข้ามาแต่กันยาก็รู้สึกสบายใจที่มีเด็กสาวอยู่ใกล้ ในขณะที่ทางผอบจันทร์ไม่สู้จะสบายใจนัก เธอกำลังระแวงเด็กสาวที่ชื่อมาริสาอย่างที่สุด แววตานั้นต่างออกไปจากมาริสารที่เธอรู้จัก และแน่นอนว่าอาการของกันยาอาจจะเกี่ยวข้องเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ความกังวลที่เกิดขึ้นถูกระบายออกโดยการใช้นิ้วชี้ข้างที่ถนัดพันเส้นผมตัวเองอย่างลืมตัวขบคิดปัญหาทั้งหมดทีละขั้นต่อ ก่อนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ใช้สองมือกดหมายเลขอย่างเร็ว พลางเดินลงไปจากตัวตึก

      “สวัสดีผอบจันทน์” เสียงชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพจากปลายสาย

      “สวัสดีค่ะ เอกสารที่คุณส่งมาเมื่อเช้าดิฉันได้อ่านแล้วนะคะ ร่วมถึงข้อเสนอของคุณที่แนบมากับเอกสาร ดิฉันขอรับความช่วยเหลือส่งคนของคุณมาได้เลยค่ะ”

“หวังว่าที่ยอมรับข้อเสนอของสภานักเรียนนี่ คงไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นมาอีกนะครับ” เสียงปลายสายถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่มีอะไร ตอนนี้ยังไม่มี แต่รู้สึกว่าเป้าหมายของพวกมันหมายถึงรุ่นน้องของดิฉันจะเริ่มมีอาการผิดปรกติ ดิฉันต้องการคนที่สามารถคุ้มครองเธอได้”...



      ไฟแรงกระทะร้อนน้ำมันระอุนิ่งสะสมความร้อนของเปลวไฟ เตาส่งเสียงฟู่ขู่ใส่กระทะใบโต พ่นเปลวเพลิงสีแดงน่าเกรงขาม เมย์จับผ้ากันเปื้อนขาวผูกสายด้านหลังทับไว้กับชุดนักเรียน สวมหมวกเก็บผมควงตาหลิวคู่กระบวย คล้ายอาวุธคู่จัดชิ้นเนื้อหมูหั่นพอดีคำลงเล่นน้ำมันร้อนไม่ถึงอึดใจก็จับขึ้นมาสะบัดพักไว้เทน้ำมันเก่าออกจากกระทะ กระดกชิ้นเนื้อลงไปในรับความร้อนบนกระทะเหล็กสีดำอีกครั้งพร้อมใบกระเพาะตักตวงเครื่องปรุงน้ำปลาน้ำตาลแดงแทรกรสหวานติดปลายลิ้น น้ำมันหอยหอมพริกกระเทียมโขกสีขาวแดงประดับ ตบซีอิ้วดำตบท้ายเพิ่มสีสันให้เนื้อชวนรับประทานไม่ถึงสองนาทีก็ได้ผัดกระเพาะส่งกลิ่นยวนใจ หอมทั่วบริเวณกระตุ่นต่อมอยากอาหารของนักเรียน ที่เริ่มเข้ามาในโรงอาหารให้มุ่งมาที่ร้านริมสุดติดทางออกด้วยความสงสัยในกลิ่นหอมที่คุ้นเคยนั้น กันยาที่นั่งอยู่บนโต๊ะถึงในครั้งแรกที่โดนเมย์จูงมือมานั่งในโรงอาหารนั้นจะไม่มีความอยากอาหารแม้แต่น้อยแต่เมื่อสัมผัสกลิ่นของใบกระเพาะนั้นก็รู้สึกอกใจไม่ได้ กระตุ่นน้ำลายให้อยากสัมผัสความอร่อยโดยไว เมย์เดินยกจานข้าวใส่ถาดลงมามาบริการถึงโต๊ะ

      “ทานนะคะพี่กันยาตอนเช้าพี่ก็ทานได้นิดเดียวถ้าไม่มีอะไรตกถึงท้องท่าจะแย่เอา แล้วก็กลับไปพักทีห้องชมรมหรือห้องพยาบาลก็ได้ หนูขอไปช่วยป้าสังเวียนแกหน่อย เห็นบ่นว่าปวดไหล่ปวดหลังตามภาษาคนแก่ แล้วจะตามไปคะ” กันยามองเด็กสาวก่อนก้มลงไปมองอาหารด้านหน้า

      “จะมาสั่งรุ่นพี่ได้ยังไงกัน” กันยากล่าวทั้งรอยยิ้ม “พี่รอเมย์อยู่นี่ละ รอมาทานด้วยกัน”

      “เดี๋ยวอาหารเย็นหมดสิคะ” เมย์กล่าวพลางถอนหายใจ “หนูอยากให้พี่ทานตอนร้อนนะคะถึงรีบนำมาให้” เมย์แย้งขึ้นมา กันยาไม่ใช่คนไม่มีเหตุผล เธอเงียบไปก่อนพยักหน้าเล็กน้อย เมย์มองก็รู้ว่ากันยาอยากนั่งทานพร้อมกับเธอ ถ้ายามปรกตินี่คงเป็นเรื่องที่น่าดีใจ แต่เพราะรุ่นพี่ของเธอกำลังอยู่ในสภาพที่ขาดความเป็นตัวของตัวเองอย่างมาก จึ่งไม่นับเป็นความสำเร็จอะไร จริงแล้วเธอก็คิดว่าน่าจะใช้จังหวะนี่ฉวยโอกาสหลายอย่างเอาไว้

      “งั้นรอหนูสักห้านาทีนะคะ” เมย์กล่าวเสร็จก็เดินกลับไปในครัวหลังร้านป้าสังเวียน กันยานั่งอยู่ที่โต๊ะคนเดียวเริ่มทำอะไรไม่ค่อยถูก ผิวกายยังจดจำรสสัมผัสของเมื่อคืนได้คล้ายกระตุ่นให้เธอกลับไปนึกถึงความรู้สึกเหล่านั้นอีก รุ่นน้องของเธอเป็นคนแรกที่เธอถวินหาความช่วยเหลือขอเพียงแค่อยู่ใกล้ชิด แต่จะเรียกร้องให้เมย์ มาประกบกับเธอตลอดเวลาก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรกระทำ ตัวแทนของเมย์อาจจะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นกันยาฉุดคิดขึ้นมาถอดแหวนสีทองที่สวบลงในนิ้วนางข้างซ้ายออกมาสัมผัสไว้ด้วยสองมือ รสสัมผัสแห่งรัตติการที่กลายเป็นรอยเขี้ยวแห่งความเจ็บปวดจึงค่อยจางไป

      “สวัสดีค่ะ” เสียงหนึ่งกล่าวขึ้นเบื้องหน้าเป็นเด็กสาวแปลกหน้าไปผมทรงหางม้าสีน้ำตาล ใบหน้างามนั้นสัมผัสได้ถึงความเด็ดเดี่ยวของเด็กสาว ดวงตากลมโตสายตามั่นคง ผิวพรรณหมดจดสวยงาม เป็นเด็กสาวที่มีช่วงคอขาวผ่องงามระหงส์ชวนมอง แต่เธอไม่ใช่นักเรียนของที่นี่

      “สวัสดีค่ะมีอะไรให้พี่ช่วยเหรอคะ”

      “หนูอัปสรสวรรค์คะเป็นคนของสภานักเรียน” เธอแนะนำตัว กันยามองไปที่เข็มกลัดรูปตรีบนจักรสีเงินอันเป็นเครื่องหมายของสภานักเรียนบนหน้าอกก็พอคาดเดาได้ว่าเด็กสาวคนนี้มาจากไหน

      “หนูมาคุ้มครองรุ่นพี่กันยาคะ” เด็กสาวเบื้องหน้าสรุปการปรากฏตัวของเธอ กันยาพยักหน้ารับฟังเรื่องพวกนี้ชวนขบคิดแต่เธอไม่สามารถประกอบเรื่องราวทังหมดเข้ากันได้ นี่เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากของกันยา

      “ขอโทษนะ พี่คงคุยกับเธอไม่รู้เรื่องตอนนี้เพราะไม่ค่อยสบาย รอเลขาพี่หน่อยได้ไหม นั่งสิ อัปสรสวรรค์” กันยาพอจะทราบว่าเธอไม่ควรคิดอะไรมาก เด็กสาวแปลกหน้ารับคำก่อนนั่งลงตรงข้ามกับกันยา

      “หนูรีบมาไปหน่อย เลยไม่ทันได้เตรียมชุดนักเรียนของที่นี่มาด้วย หลายคนมองหนูกลายเป็นของแปลกไปเลย” อัปสรสวรรค์หาหัวข้อชวนคุยกับกันยา ดูเหมือนเธอจะเข้าใจจุดประสงค์นี้ดี แต่อย่างไรก็ได้แต่ยิ้มตอบออกมา เมื่อเห็นฝ่ายตรงข้ามเงียบไปเด็กสาวก็เริ่มวางตัวไม่ถูก ทั้งกระโปรงน้ำเงินและก็เข็มทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก กันยาจับแหวนในมือพยายามส่งข้อข้อความให้เมย์ ทั้งที่ไม่รู้ว่าจะทำสำเร็จไหม แต่ตามคุณสมบัติของแหวนคู่รักมันควรจะส่งเธอไปหาเมย์ได้ทุกครั้งที่ต้องการด้วยซ้ำไป แหวนนั้นดูเป็นที่สนใจแก่อัปสรสวรรค์

      “แหวนนี้เขียนอะไรไว้ด้วยนี่คะขอหนูดูหน่อยได้ไหม” กันยาพลิกด้านในแหวนส่องดู เธอก็สงสัยเหมือนกันว่าข้อความพวกนี้มีความหมายอะไร บางทีอาจจะเป็นเพียงลวดลายที่สลักไว้ด้านใน

      “เป็นภาษาอะไรก็ไม่รู้เหมือนว่าจะเคยเห็นแต่นึกไม่ออกว่าเห็นมาจากไหน” กันยากล่าวนำก่อนพลิกแหวนให้เด็กสาวแปลกหน้าดูโดยยังไม่ยอมปล่อยออกจากมือด้วยสำนึกว่านี่เป็นสิ่งสำคัญ

      “ภาษาสากลอารยธรรมคะ” เด็กสาวมองอย่างตั้งใจก่อนอ่านที่ละคำ “ระดับสูง นักบวชหญิง แสงสว่าง นาตาลี เซบีอา ระดับสูงคำนี้หมายถึงสูงอย่างทีไม่มีอะไรจะเหนือกว่านี้แล้วนะคะ นี่น่าจะเป็นชื่อเจ้าของแหวน” เด็กสาวสรุปในทีสุด กันยารู้สึกคุ้นอย่างเหลือเกินกับคำว่า นาตาลี เซบีอา เป็นชื่อของอะไรสักอย่างในมาเนียน่าออนไลน์

      “อาร์ค นานารีม โอ เซบี นาตาลี เซบีอา บทนี้มันจะเป็นบทนำเวลาใช้เวทย์มนตร์สายของแสงสว่าง เวลาใช้เวทมนตร์ของใครต้องเอยชื่อของเจ้าของเพื่อขอยืมพลัง แหวนสลักชื่อแบบนี้มักจะถูกสร้างขึ้นเป็นตัวแทนของเจ้าของ ถ้าแหวนวงนี้เป็นของ ผู้นำแห่งแสงสว่าง นาตาลี เซบีอา จริง น่าตกใจไม่น้อย” กันยาฟังที่เด็กสาวแปลกหน้ากล่าวแล้วให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าเด็กคนนี้มาจากคนละโลกกับที่เธออยู่ กันยาไม่คิดแยกแยะเรื่องราวพวกนี้ให้หนักสมองเพียงรับฟังไว้ทั้งหมด

      “เธอพูดถึงเวทมนตร์ อธิบายให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ไหม” กันยาถาม

      “คะขอให้พูดได้ถูกต้องเป็นภาษาอะไรก็ได้ และผ่านการทำสัญญามาแล้ว ก็จะสามารถใช้เวทย์ที่คนเหล่านั้นตั้งขึ้นมาได้ แต่เรื่องแบบนี้ไม่มีประโยชน์อะไรกับมนุษย์หรอกคะ”

      “ทำไมกัน ฟังดูคำว่าเวทมนตร์น่าจะสะดวกดีไม่ใช่เหรอ”

      “เพราะความสามารถทางเวทย์ของมนุษย์เป็นศูนย์นะสิคะ” เด็กสาวพูดพลางยกนิ้วเป็นวงกลม กันยาฟังแล้วก็เริ่มคิดแล้วเหตุผลที่พยากรณ์สามารถใช้เวทย์ได้ละเพราะอะไร เพียงแค่นั้นก็ทราบว่าตนคิดผิด สมองของกันยาหนักอึ่งจนเกินกว่าจะควบคุมตัวเองให้นั่งอยู่บนเก้าอี้ ในจังหวะนั้นเองมือหนึ่งจับไหลของกันยาไว้เพียงให้เธอทรงตัวอยู่ได้ เมย์ถือถาดอาหารมาด้วยมือข้างหนึ่งมีอาหารวางอยู่สองจาน เป็นข้าวผัดใหม่สีนวลตาหอมกลิ่นข้าวคลุกกับไข่แดง แตะจมูกเรียกน้ำลาย อัปสรสวรรค์มองเมย์ด้วยสายตาเบิกกว่าง ภาพที่เห็นนั้นคือความมืดที่ดำดึ่งอย่างไร้จุดหมายและเข้มข้นจนปลุกเร้าความหวาดกลัวในจิตใจให้แสดงออกทางสีหน้า นั้นทำให้เด็กสาวแปลกหน้าถึงกับต้องลุกจากเก้าอี้ถอยออกมา เมย์ตอบโต้กริยาเช่นนั้นด้วยรอยยิ้ม

      “คงไม่ได้ทานอะไรมาใช่ไหมคะ ก็เลยผัดข้าวมาเผื่อด้วยเลย” เมย์จัดจานข้าวลงบนโต๊ะก่อนเดินไปที่จุดบริการน้ำและกลับมาด้วยเหยือกน้ำกับแก้วสามใบ อาการของกันยาที่คล้ายคนจะเป็นลมในตอนแรกเริ่มกลับเป็นปรกติ อัปสรสวรรค์อดกลืนน้ำลายลงคอไม่ได้ก่อนตัดสินใจนั่งลงเช่นเดิม...


ภาพใหญ่ 450K


      อัปสรสวรรค์อธิบายการมาของเธอให้เมย์ทราบเพราะกันยาบอกว่าถ้ามีเรื่องอะไรขอให้บอกเลขาของเธอ ในครั้งแรกเธอดูเหมือนจะไม่กล้าพูดอะไรมาก แต่เพียงได้ลิ้มรสชาติของข้าวผัดที่เมย์ทำมา ความคิดในแง่มุมทั้งหลานที่มีต่อเมย์ก็ดีขึ้น

      “เมื่อเช้าที่สภานักเรียนวุ่นวายกันใหญ่เพราะเรื่องนี้เลยละคะพี่เมย์ เพราะเรื่องนี้จะทำให้กิจกรรมรวมของสามโรงเรียนต้องสะดุด หนูเลยต้องย้ายมาเรียนที่นี้ก่อน เพื่อปกป้องพี่กันยากับพี่เมย์”

      “ไม่ต้องเรียกพี่นำหน้าก็ได้ ฉันพึ่งมอสี่เองนะ”

      “หนูอายุสิบสี่เองคะพึ่งฉลองวันเกิดไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี้เอง”

      “นั้นละ ถ้าใครมาเรียกพี่ตอนนี้แล้วรู้สึกแปลกๆแฮะแล้วอีกอย่างโรงเรียนนี้นับพี่นับน้องกันตามรุ่นด้วยอย่างตัวฉันกับพี่กันยาก็อายุเท่ากันนะ”

      “แต่หนูก็ไม่ใช่นักเรียนของที่นี้แต่แรกนี่คะพี่เมย์” อัปสรสวรรค์พูดเสียงหวาน เมย์เองไม่อยากจะโต้เถียงยืดยาว อยากจะคุยเรื่องธุระให้จบก่อนจึงพยักหน้ารับไป

      “เข้าเรื่องต่อแล้วกันแบบนั้น” เมย์หันไปมองทางกันยาที่พยายามนั่งนิ่งไม่คิดอะไร เด็กสาวทราบว่าเป็นไปไม่ได้ที่รุ่นพี่ของเธอจะปล่อยวางได้ แม้จะบอกให้ไปรอที่ห้องชมรมก็คงไม่ยอมอีกเช่นกัน

      “ก็จบแล้วไงคะหนูมาปกป้องพี่กันยากับพี่เมย์” อัปสรสวรรค์สรุปอีกครั้ง เมย์นิ่งไปพักหนึ่ง

      “เดี๋ยวสิ แล้วอะไรทำไมพวกนั้นถึงต้องเรียกปิศาจเพื่อมาทำลายพวกเราด้วย”

      “หนูไม่ทราบเหมือนกันคะเพียงแต่เคยได้ยินว่าเขตการศึกษาแถบนี้อยู่ในพื้นที่อันตรายของสภานักเรียน” เมย์ฟังแล้วถึงอดตีสีหน้าตั้งคำถามไม่ได้

      “เขตอันตรายยังไงเหรอ” เด็กสาวถามขึ้นด้วยความสงสัย ในขณะที่กำลังสนใจเรื่องราวอยู่ กันยาก็เอื้อมมือมาจับมือของเมย์ไว้ เด็กสาวหันไปมองทางรุ่นพี่ของเธอที่กำลังตั้งใจฟังก็คาดเดาได้สองสามส่วนว่ากันยากำลังสนใจเรื่องนี้มาก

      “มีคดีเกิดขึ้นบ่อยนะคะ ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยจนถึงฆ่ากันตายระดับของจิตใจที่ตกลงไปของคนในพื้นที่นี้ละมังคะถึงทำให้สภานักเรียนจัดเขตนี่ให้เป็นพื้นที่อันตราย”

      “และถ้ากิจกรรมนี่สำเร็จจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น?” กันยาถามสีหน้าไม่มั่นใจนักว่ากล่าวออกไปถูกต้องหรือไม่ อัปสรสวรรค์พยักหน้าเล็กน้อย

      “คะหลายคนคิดว่าน่าจะดีขึ้น แต่ถามต่อไปว่าเพราะอะไรหนูก็คงต้องตอบว่า ไม่ทราบคะ แต่เมื่อก่อนทั้ง รังสิมันตุและธาษตรี ก็เป็นโรงเรียนที่ไม่มีเรื่องต่อกัน ทุกอย่างก็สงบสุขดี แต่พอเริ่มมีเรื่องกันก็เหมือนจะฉุดทุกอย่างให้เลวร้าย เลยมีคนคิดว่านี่น่าจะเป็นสาเหตุ หลังจากพยายามจัดการส่วนอื่น หลงทางอยู่นาน” กันยาเริ่มคิด เธอคิดจะประกอบความเกี่ยวข้องของทุกเรื่องเข้าด้วยกันแต่นั้นดูเหมือนจะทำให้เธอแย่ กันยากำมือของเมย์แน่นโดยไม่รู้ตัวเมย์ระบายลมหายใจ ขยับตัวเข้าใกล้รุ่นพี่ของเธอ ก่อนผลักให้แอนตัวลงมานอนบนตัก

      “วิธีหน้าที่ช่วยคุ้มครองพี่กันยาได้มากคืออย่าให้พี่กันยาคิดอะไรซับซ้อนมากในช่วงสัปดาห์นี้ พี่เค้าไม่สบายมาก” เมย์อธิบาย อัปสรสวรรค์เหมือนจะพยักหน้ารับฟัง มองกันยาที่เอนตัวหลับลงบนตักของเมย์แล้วก็รู้สึกอดเขินแทนไม่ได้ เมย์เห็นท่าทางแบบนั้นจำต้องพูดอะไรขึ้นมาบ้าง

      “คงไม่ใช่เห็นว่านี่เป็นของแปลกมั้งอัปสรสวรรค์” เมย์พูดทั้งรอยยิ้ม ก่อนจะสังเกตสายตาของคนในโรงอาหารหลายคนก็มองเธอกับกันยาแปลกไปเหมือนกัน สำหรับนักเรียนที่มาชื้ออาหารอย่างเดียวคงไม่ค่อยสังเกตเรื่องราวที่เกิดขึ้นเท่าไร แต่สำหรับคนอื่นแล้วกันยาเปรียบเหมือนศัตรูหรือคนที่รุ่นพี่ของตนไม่ค่อยชอบ การกระทำจึงมักเป็นการเก็บจุดอ่อนทั้งหลายรายงานต่อรุ่นพี่ชั้นต่อๆไป แต่จะทำอย่างไรได้ในเวลาแบบนี้ การอดทนไปก่อนอาจจะเป็นทางเลือกที่ถูกต้องที่สุด

      “ก็เข้าใจคะว่าโรงเรียนสตรีล้วนมันจะมีเรื่องแบบนี้ให้ได้ยินอยู่บ่อยครั้งจากปากต่อปาก” อัปสรสวรรค์ทำหน้าตาคล้ายบอกว่าไม่ติดใจอะไร

      “คือจะบอกว่าตอนนี้พี่กันยาป่วยมาก แล้วฉันเองก็พยายามช่วยให้พี่กันยารู้สึกดีขึ้นโดยวิธีสัมผัสบำบัด”

      “สัมผัสบำบัดก็ต้องคนที่มีความใกล้ชิดกันอยู่ดีละคะถึงจะใช้ได้” อัปสรสวรรค์กล่าวด้วยเหตุผล เมย์อึ้งไปเล็กน้อยเพราะไม่แน่ใจว่าจะแก้ตัวอย่างไรดี

      “รุ่นพี่กับเลขาเค้าก็สนิทสนมกัยเป็นพิเศษอยู่แล้วเพราะต้องช่วยกันทำกิจกรรม” เมย์แก้ตัว

      “เอาละค่ะ ยังไงก็ขอบคุณสำหรับข้าวผัดแสนอร่อยนะคะ เดี๋ยวต้องไปรายงานตัวกับผู้อำนวยการแล้วก็ประธานนักเรียนอีก บ่ายๆเจอกันที่ห้องนะคะพี่เมย์” เด็กสาวผมสีน้ำตาลหางม้ากล่าวก่อนลุกขึ้น เมย์พยักหน้ารับจับใจความทั้งหมดพอคาดเดาได้ว่าเด็กคนนี้คงจะมาเรียนที่ห้องเธอ เมื่อก้มลงไปมองกันยาที่นอนบนตักของตัวเองก็พบว่ารุ่นพี่คนสวยของเธอหลับไปแล้ว เมย์ระบายลมหายใจเล็กน้อยก่อนจะอมยิ้มออกมา...



      ประธานนักเรียนโรงเรียนกมุทะรัตน์นั่งตีสีหน้าเครียดบนเก้าอี้ชุดน้ำชาที่จัดไว้เพียงสองที่เบื้องหน้าของเธอคือ คนของสภานักเรียนที่ถูกส่งมาแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ผอบจันทน์หวังมากเกินไป เธอรู้สึกแบบนั้น เมื่อเห็นเด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งเบื้องหน้า

      “คือสถานการณ์ โรงเรียนเราโดน...”

      “ทราบแล้วคะ” ไม่ทันจะกล่าวจบอัปสรสวรรค์กล่าวตัดหน้าทันที “เมื่อคื่นมีปิศาจเข้ามาโจมตีนักเรียนที่พักอยู่ในโรงเรียน เป้าหมายของหนูที่ถูกส่งมาก็เพื่อคุ้มกันพี่กันยากับพี่เมย์ที่อาจจะเป็นเป้าหมายของคนที่ไม่อยากให้เกิดกิจกรรมรวมขึ้น” การเข้าใจสถานการถือว่าเป็นความแสดงความสามารถชนิดหนึ่ง แต่เช่นนั้นก็ยังไม่เป็นที่น่าเชื่อใจผอบจันทน์อดรู้สึกตั้งคำถามไม่ได้

      “แต่เธออายุแค่สิบสีขวบเองคนของสภานักเรียนไม่มีคนอื่นแล้วเหรอ อย่างน้อยก็ไม่ส่งเด็กอย่างเธอมาเสี่ยงอันตรายแบบนี้” ผอบจันทน์กล่าวตามตรงหลังจากได้ทราบอายุของเด็กผมหางม้าเบื้องหน้า

      “อ๋อ เพราะส่วนใหญ่เป็นผู้ชายนะคะ ผู้หญิงที่ฝีมือดีหน่อยก็มีแต่หนูเท่านั้นเอง จริงแล้วประธานสภานักเรียนก็ตั้งใจว่าจะส่งหนุ่มหน้าตาดีหน่อยปลอมเป็นผู้หญิงเข้ามาเหมือนกัน แต่กลัวความจริงจะแตกแล้วทำให้เสียชื่อเสียงเลยส่งหนูมาแทน” ผอบจันทน์ได้ฟังคำอธิบายถึงกับเอนหลังโดยไม่รู้ตัว

      “ในรายงานของสภานักเรียนที่ส่งมาให้ดิฉันก็พอจะสรุปได้ว่า ปรกติแทบจะไม่มีทางสู้กับปิศาจที่ถูกส่งมาจัดการกันยาได้เลยนอกจากมีการวางแผนอย่างดี ถือว่าโชคดีที่กันยารอดมาได้ แต่ก็ยังมีผลข้างเคียง เธอไปพบกับกันยามาแล้วคงจะสังเกตได้ แล้วอีกข้อคือท่าทางที่เปลี่ยนไปของเลขาของกันยา”

      “พี่เมย์ใช่ไหมคะ” อัปสรสวรรค์กล่าวอย่างสนใจ

      “ใช่มาริสา เด็กคนนั้นเปลี่ยนไป แม้ว่าจะมองได้ยากแต่ดิฉันคิดว่า บางทีเธออาจจะโดนปิศาจเข้าสิง นี้พูดตามความรู้สึกนะ” ผอบจันทน์กล่าวด้วยเสียงอันเบา เด็กหญิงผมหางม้าทบทวนเล็กน้อย เมย์ที่ความมืดมากมายร้อมตัวอยู่จนน่าขนลุก บางทีก็เป็นไปได้ว่านั้นเป็นผลข้างเคียงจากเรื่องที่เกิดขึ้นจากเมื่อคืน

      “แต่หนูกลับรู้สึกว่าพี่เค้าสติแจ่มใสเป็นพิเศษนะคะ คนที่โดนควบคุมไม่น่าจะเป็นแบบนี้” อัปสรสวรรค์แย้ง

      “ดิฉันอธิบายไม่ได้เหมือนกันแต่จากอาการต่างที่เกิดขึ้นกับกันยา คือดูเหมือนต้องอยู่ใกล้กับเด็กคนนั้นตลอดถึงจะพูดคุยรู้เรื่องมันก็แปลกมาก” อัปสรสวรรค์นิ่งฟังสิ่งที่ประธานนักเรียนเบื้องหน้ากำลังกล่าว สีหน้านั้นทำให้ผอบจันทน์หยุดเล็กน้อยรอดูการโต้ตอบของเด็กหญิง

      “หมายถึงว่าพี่เมย์น่าจะเป็นศัตรูที่แท้จริง”

      “อยากให้จับตามองเป็นพิเศษ ดิฉันก็สรุปอะไรไม่ถูกเหมือนกัน กันยาในสภาพนี้คงทำอะไรไม่ได้หากกลายเป็นหุ่นเชิดก็ยิ่งจะแย่เข้าไปใหญ่ แต่ยอมรับว่าสงสัยในตัวของมาริสา” นั้นเป็นการพูดด้วยความเป็นห่วง อัปสรสวรรค์ทราบในความรู้สึกของประธานนักเรียนคนนี้ พร้อมลุกขึ้น

      “คะ แบบนั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ ชุดนักเรียนถูกส่งมาแล้ว อยากจะแนะนำตัวให้เพื่อนร่วมชั้นเห็นหน้าเห็นตาคุ้นเคยกันให้เร็วหน่อยคะ” ผอบจันทร์พยักหน้าครั้งหนึ่งก่อนลุกขึ้นเตรียมตัวส่ง

      “มีคำถามข้อหนึ่งคะ” อัปสรสวรรค์กล่าว “ถ้าพี่เมย์เป็นทาสของปิศาจจริงแล้วจะให้ฆ่าไหมคะ” เด็กหญิงถามออกมาโดยสีหน้าไม่ไหวติง นั่นทำให้ผอบจันทน์ยืนนิ่งเธอไม่เคยคิดถึงเรื่องพวกนี้

      “ปกป้องกันยาสิ” ประธานนักเรียนสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงคล้ายคำสั่ง

      “ฆ่าได้หรือไม่ละคะ” อัปสรสวรรค์ย้ำคำถามอีกครั้ง แววตาของผอบจันทน์ลังเลที่จะตอบอย่างชัดเจน เด็กหญิงละบายลมหายใจพร้อมรอยยิ้มกริ่มประดับริมฝีปากน้อยของเธอก่อนเดินออกไปจากอาคารเรือนชั้นเดียว...



      พอรู้ตัวอีกครั้งก็กลายเป็นว่าเธอโดนตามประกบ เมย์มองสีหน้าตัวเองที่สะท้อนจากกระจกหน้าอ่างล้างมือ ทำไมเธอต้องทำสีหน้าจริงจังขนาดนี้แค่ถูกตามประกบไม่ให้ห่างจากสายตาเท่านั้นเอง จากคนของสภานักเรียน

      “ว่าแต่... มันไม่เกินไปเหรอนี่เวลาเข้าห้องน้ำยังตามมานี่” เมย์พูดออกมาพลางถอนหายใจอย่างอ่อนแรง

      “งานของหนูตามคุ้มครองพี่เมย์นี่คะ” เด็กหญิงกล่าวพลางเดินออกมาจากห้องน้ำ ตามมาทีอ่างล้างมือ

      “จำได้ว่าตอนแรกบอกว่ามาปกป้องพี่กันยาไม่ใช่เหรอ” เมย์ถามเพื่อความชัดเจน เพราะถ้าเป็นจริงอย่างน้อยที่สุดเธอจะได้เบาใจ เปอร์เซ็นการเกิดเรื่องไม่คาดฝันจะได้น้อยลง

      “ค่ะก็ต้องปกป้องทั้งสองคนละ อือหนูคิดว่าถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับพี่กันยาพี่เมย์ก็ต้องรู้ ดังนั้นอยู่กับพี่เมย์น่าจะดีกว่าตามประกบพี่กันยาหากเกิดเรื่องกับพี่เมย์ก็คงไม่ทราบอะไร” เหตุผลของอัปสรสวรรค์รับฟังได้ แบบนั้นเท่ากับว่าไม่มีเหตุผลที่จะกันเด็กคนนี้ให้ไปไกลจากเธอนะสิ

      “เหมือนว่าเธอจะรู้เรื่องทั้งหมดนะ บอกหน่อยได้ไหมว่าใครเป็นคนทำเรื่องทั้งหมดแล้วก็ทำเพื่อจุดประสงค์อะไร” กันยาถามเสียงเรียบ เด็กหญิงพยักหน้า

      “พี่กับพี่กันยาจูบกันหรือยังคะ” เมย์หันควับอดหน้าแดงออกมาไม่ได้

      “ไม่เคยจะบ้าเหรอเรื่องแบบนั้น”

      “แสดงว่าแค่หนุนตักจับมือกันเท่านั้นเอง” อัปสรสวรรค์พูดพลางทำท่าคิดตามคลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องขบคิด ซึ่งเมย์ไม่รู้สึกแบบนั้นเลย

      “นี่ไม่ต้องแกล้งมาเฉไฉพูดเรื่องอื่นเลยนะ” เมย์แกล้งทำเสียดุ เด็กหญิงหันมา

      “หนูเปล่าเฉไฉนะคะพี่เมย์” อัปสรสวรรค์กล่าวพลางเดินเข้าหาเมย์อย่างไม่ทันตั้งตัว “เพียงแต่ทั้งหมดเป็นความลับของสภานักเรียน แต่หนูจะบอกพี่เมย์ก็ได้ แต่ถ้าใช้มันต่อรองกับพี่เมย์ได้หนูว่าคงจะดีกว่า” น้ำเสียงของเด็กสาวออดอ้อนไม่น้อยสีหน้าและแววตาเอาจริงของอัปสรสวรรค์เอาใจเมย์เผลอใจเต้นออกมา

      “นี่อยากบอกนะว่าเธอมีรสนิยมประเภทนี้” การรุกไล่ของเด็กหญิงทำให้เมย์ต้องรีบถามอย่างตรงไปตรงมา

      “เปล่าคะ แต่ว่าพี่เมย์ การเรียนรู้ก็เป็นสิ่งสำคัญ หนู..” เด็กหญิงคว้ามือสองข้างของเมย์มาถือไวประสานด้วยกัน “ให้หนูได้เห็นพี่สองคนจูบกันได้ไหมคะ”

      “ไม่ได้ ไม่มีทางและเรื่องแบบนั้นเป็นไปไม่ได้” เมย์ตอบอย่างหัวเสีย เด็กหญิงก้าวต่อเข้ามา ผลักหลังของเมย์ไปติดกำแพงใกล้อ่างล้างมือในห้องน้ำ ค่อยยื่นหน้าเข้ามาใกล้เมย์ทีละน้อย

      “แบบนั้นจูบกับหนูหน่อยได้ไหมคะ” เมย์คิดจะผงะไปด้านหลังแต่พบว่าทั้งตัวทั้งหัวติดกำแพงแล้วไม่ทางถอยไปมากกว่านี้ นอกจากจะผลัดเด็กคนนี้ออกไป

      “ไม่ได้” เมย์เลือกที่จะตอบอย่างใจเย็นโดนไม่ทำอะไรรุนแรงออกไปเพียงเพราะคิดว่าเด็กคนนี้ไม่ได้คิดร้ายอะไรกับเธอ อัปสรสวรรค์ค้อนเล็กน้อยด้วยสายตา

      “แบบนั้นขอหนูกอดได้ไหมคะ” เด็กหญิงรุกต่อ เมย์จริงแล้วก็ไม่ได้รังเกียจอะไรถ้าแต่ทำอะไรประเจิดประเจ้อมากก็ใช่ว่าจะดี จึงใช้มือลูบศีรษะเด็กหญิงเหมือนเอ็นดูก่อนเดินสวนออกไปกระซิบว่ามีคนมา อัปสรสวรรค์ยืนงง ถ้าเธอจำไม่ผิดได้จับมือของเมย์ไว้ทั้งสองข้างแล้วไม่ใช่เหรอ แต่ทำไมกลับพบตัวเองอยู่ในสภาพสองมือแนบข้างลำตัวแล้วก็ถอยออกมาจากจุดที่ยืนครั้งสุดท้ายเมตรกว่าได้ เด็กหญิงเริ่มสับสน หรือว่าเธอโดนผลัก หรือว่าอย่างไรกันแน่ทำไมเหมือนความทรงจำช่วงนั้นอยู่ก็หายไป มีนักเรียนสองสามคนเดินสวนกับเมย์ที่เดินออกไปจริงอย่างที่เธอพูดทิ้งท้ายไว้ สำหรับอัปสรสวรรค์แม้ว่าเมย์จะดูไม่น่าไว้วางใจนักเพราะเหมือนกำลังปกปิดอะไรบางอย่างอยู่ แต่ความมืดที่วนเวียนอยู่ข้างเธอคงไม่ใช่ความชั่วร้ายเช่นปิศาจทั้งหลาย เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน...

Edit by smdm - 18 ก.ค.48 เวลา 06:24:16 น.

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 13 ก.ค.48 เวลา 03:01:34 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 10 จากทั้งหมด 10 Reply

smdm
จากคนกลายเป็นแมว

(ต่อยาวไม่พอฮับ)
      น้ำชาหอมกรุ่นถูกรินลงในถ้วยเคลือบใบจิ๋วก่อนจะถูกมือของเด็กหนุ่มยกขึ้นดื่มด่ำความลำลึกของรสชาติกลมกล่อมและกลิ่นชาหอม เขาขยับแว่นเล็กน้อยก่อนวางถ้วยชาลง พยักหน้าด้วยความพอใจ

      “สมกับที่ใครก็เรียกว่าโรงเรียนคุณหนูจริงขนาดชารับแขกยังเป็นของชั้นเลิศ เทียบกับชาถุงที่ใช้ต้อนรับในสภานักเรียนแล้วเรียกได้ว่า ต่ำสุดสูงสุด คงจะสมควร” บดินทร์ประธานนักเรียนโรงเรียนธาษตรี วิจารณ์อย่างออกรส ผอบจันทร์ เพียงตีสีหน้าเรียนเฉยวางตัวมาดคุณหนูนั่งประสานมือบนตัก สายตามองตรงยังผู้สนทนา

      “เป็นชาที่แย่ที่สุดสำหรับคนที่มาไม่ดูกาละเทสะแล้วคะสำหรับกานี้” ผอบจันทร์กล่าวตามตรง เด็กหนุ่มยิ้มสู้

      “ใจเย็นสิ ผมไม่เข้าใจหรอกนะว่าคุณจงเกลียดอะไรคนของสภานักเรียนนัก แต่ว่ายังไงวันนี้ผมก็นัดกับปรเมนทร์ แค่มาเร็วกว่าเดิมสองสามชั่วโมงคงไม่เป็นไร”

      “คนของสภานักเรียนมาดิฉันกับเลขาก็ต้องลงมาต้อนรับยังไงคะทั้งที่นี่เป็นเวลาเรียน”

      “อือ...” บดินทร์เหมือนจะเห็นสาเหตุที่ทำให้หญิงสาวที่สวยพร้อมเช่นเดียวกับดอกพุทธรักษาสีเหลืองนวลตาคนนี้ว่าท่าใหญ่โตคิ้วขมวดแทบจะติดกัน “งั้นครั้งหน้าผมจะแอบเข้ามาแล้วกันจะได้ไม่ต้องเดือดร้อนใคร”

      “ครั้งหลังกรุณามาเป็นเวลา” ผอบจันทน์กล่าวอย่างเด็ดขาด บดินทร์คิดจะโต้ตอบแต่ก็สงบปากไว้ ตัดสินใจรินน้ำชายกขึ้นดื่มอีกครั้ง

      “งันก็ไปเรียนได้เลย ผมรอปรเมนทร์ อยู่นี่ละไม่ต้องเป็นห่วง” บดินทร์เสนอทางออก แทนที่จะเป็นการดีกลับทำให้หญิงสาวเบื้องหน้าตีสีหน้าเป็นตุ๊กตาไร้ความรู้สึกเหมือนพยายามกดเก็บอารมณ์ที่แท้จริงไว้ภายใน

      “นี่โรงเรียนสตรีนะคะ” นี่เป็นคำอธิบายที่สั่นที่สุดเท่าที่จะคิดได้ บดินทร์ขยับแว่นแก้เขิน นั่งนิ่งที่โต๊ะน้ำชา เริ่มไม่ค่อยกล้าขยับซ้ายหรือขวาให้เคืองอารมณ์ของตุ๊กตาคุณหนูที่ใกล้จะประทุความโกรธออกมา บดินทร์จึงทนนั่งเวลาผ่านไปได้สิบนาที ก็รู้สึกทนไม่ไหว ความเงียบของที่นี่พูดได้เลยว่าเงียบเกินไปทั้งที่มีคนอยู่สี่ห้าคนได้

      “เออ ปรเมนทร์เจอซากแมวดำทั้งหมด สิบสองตัวในหอนาฬิกาที่โรงเรียน” บดินทร์เกริ่นนำ ในครั้งแรกผอบจันทน์ไม่เข้าใจว่าเด็กหนุ่มท่าทางสำอางคนนี้กำลังกล่าวถึงอะไร

      “พิธีกรรมเรียกปิศาจมักจะทำในวันพระจันทร์เต็มดวงแล้วจะมีสัญญาอยู่ถึงวันเดือนมืด ผมสรุปง่ายหน่อยแล้วกันว่า มากที่สุดยังเหลือปิศาจอีกสิบเอ็ดตน ดีที่สุดคือไม่มีตัวอะไรอีกแล้วที่จะมายุ่งกับพวกเรา จนถึงพระจันทร์เต็มดวงครั้งหน้า” ผอบจันทร์ฟังแล้วพยักหน้า

      “ในยามปรกติดิฉันคงจะต้องถอนตัวยกเลิกไม่เข้าร่วมอะไรที่ทำให้นักเรียนต้องไปเสี่ยง แต่ว่าในตอนนี้คงทำแบบนั้นไม่ได้ จึงต้องถามกลับไปว่า สภานักเรียนนอกจากส่งเด็กมาคุ้มครอง กันยา แม่งานของกิจกรรมครั้งนี้แล้วคิดจะทำอะไรอย่างอื่นไหม” คำถามของผอบจันทน์ทำให้บดินทร์โล่งใจไปส่วนหนึ่งที่สามารถพูดจาเข้าเรื่องได้

      “นักเรียนหญิงของสภานักเรียนมีไม่มากนัก แม้แต่ผู้ชายก็เถอะเราก็ใช้ว่ามีมากมาย อัปสรสวรรค์ถือว่าเป็นนักเรียนหญิงที่เก่งที่สุด...อือ น่าจะเก่งที่สุดนะ”

      “แล้วอย่างอื่นละ จับคนที่ทำพิธีเรียกปิศาจออกมา หรือป้องกันไม่ให้มันมาทำร้ายนักเรียนที่นี่ได้ไหม”

      “เราไม่มีปัญญาขนาดนั้นนะสิ” บดินทร์พูดพลางถอนหายใจออกมา

      “แบบนั้นนักเรียนของดิฉันไม่ตายเหรอคะ” นี่ไม่ใช่คำถาม ผอบจันทร์คิดจะชี้เรื่องของความถูกต้อง

      “เราจะต้องหากุญแจของเหตุการณ์เมื่อคืน ทุกอย่างจบลงได้เพราะใคร นี่คืออย่างแรกที่พวกผมจะทำ ส่วนเรื่องที่สอง ก็พวกเราสองคนจะมาเฝ้าโรงเรียนให้คืนนี้..”

      “นี่โรงเรียนสตรีนะแถมยังเป็นช่วงกลางคืนด้วย”

      “ก็คงแอบเข้ามา ถ้าคุณรู้สึกไม่สบายใจจะให้ผมตอบว่า รออยู่นอกกำแพงจนกว่าจะเกิดเรื่องก็ได้” ผอบจันทน์ทราบว่านี่คงหมายถึงให้เธอเลือกว่าจะฟังความจริงหรือเลือกอะไร นั้นทำให้ประธานนักเรียนแห่งโรงเรียนกมุทะรัตน์ ต้องสงบฝีปากลง ท่าทีอ่อนลงของผอบจันทน์ทำให้เด็กหนุ่มกล้าที่จะพูดมากขึ้น

      “และเรื่องที่สาม คงจะรีบประสานงานให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางให้เรียบร้อย” ฟังจบทั้งสามข้อแล้วผอบจันทน์อดนึกไม่ได้ว่า โรงเรียนของตัวจะได้ประโยชน์อะไรบ้างเล่าจากเรื่องทั้งหมด แต่ก็สงบคำไว้ในใจ นั่งเงียบไม่กล่าวอะไรอยู่ในสภาพตุ๊กตาสาวสวยที่เต็มไปด้วยความเก็บกด จ้องมองไปยังบดินทร์อย่างไม่วางตา



      สิ่งหนึ่งที่จะเฉลยความจริงได้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนคือ ความทรงจำของดวงดาว สมุดเล่มโตที่บันทึกสิ่งทั้งหลายที่เกิดขึ้น ปรเมนทร์ กับ บดินทร์ จริงแล้วต้องการมีดูภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน จึงหวังจะใช้ความสามารถของชาเขียวใช้ความทรงจำของดวงดาวเปิดดูเรื่องราวที่เกิดขึ้น พยากรณ์เองก็อยากจะเห็นในส่วนที่ตนเองไม่รับรู้จึงตามมาด้วย รวมถึงผอบจันทน์ ด้วยถือว่านี่เป็นเรื่องที่เธอควรจะรับทราบ หนังสือเล่มโตถูกเรียกออกมาจากอากาศธาตุก่อนตกลงสู้พื้นและเปิดออก เผยให้ผู้อยู่ใต้อาคมของ ความทรงจำของดวงดาวเห็นภาพที่เกิดขึ้น ท้องฟ้ากลับเป็นราตรีอันโดดเด่นและการต่อสู้ก็เริ่มขึ้น พยากรณ์ ถึงกับอึ้งไปเมื่อเห็นตนเองเรียกอาค์เซรินนอนออกมาต่อกรกับเจ้าหญิงแห่รัตติการให้จนมุมได้ แน่นอนว่าพยากรณ์คิดได้ทันทีว่า อาค์เซรินนอน ไม่ได้อยู่ที่เธอแต่กลับอยู่ที่ตัวของมาริสาเลขาของกันยาต่างหาก บันทึกของดวงดาวกล่าวไปถึงการตกลงเป็นปิศาจรับใช้ของเจ้าหญิงแห่งรัตติกาลก่อนที่บันทึกจะถูกปิดบังด้วยความมืดถาโถมลงมาจากฟากฟ้า ชาเขียวรีบคลายมนตร์ของความทรงจำของดวงดาวทันทีก่อนที่จะมีใครโดนความมืดพัดพาไป ปรเมนทร์กับบดินทร์หันมาสบตากันวูบหนึ่ง สีหน้าไม่สู้ดีนัก

      “คงไม่ได้โกรธหรอกนะว่าให้เธอมาก็คงตายเปล่าปรเมนทร์” พยากรณ์กล่าวอย่างตรงไปตรงมา เด็กหนุ่มหันมาคล้ายคิดจะต่อปากต่อคำด้วยแต่สุดท้ายก็เงียบ

      “หมอนี้สู้ไม่ได้จริงนั้นละ ผมเองก็คงสู้ไม่ได้” บดินทร์เสริม “แต่น่าตกใจจริงทั้งที่ไม่ใช่คนของสภานักเรียนอย่างคุณพยากรณ์ กลับสามารถใช้เวทมนตร์ได้”

      “ถ้าหมายถึงคนที่จัดการกับเจ้าหญิงแห่งความมืดละก็นั้นไม่ใช่ฉัน” พยากรณ์อธิบายก่อนจะเกิดความเข้าใจผิด

      “แต่คนที่วางแผนจำกัดเขตเจ้าหญิงแห่งรัตติกาลจนถึงตอนเช้าก็เธอเองไม่ใช่เหรอ รวมถึงการวาดเขตเวทมนตร์ ‘กักจำกัด’ และสร้างดินแดนแห่งแสงป้องกันตัวแล้วก็ล่อเป้า ทั้งยังร่ายเวทย์สนับสนุนต่อต้านป้องกันอีก” บดินทร์แยกแยะให้ฟัง

      “ก็แค่ทำเหมือนในเกมที่ทำกัน ฉันขอตัวก่อนนะ คิดว่าไปช่วยงานทางกันยาคงจะมีประโยชน์กว่า” พยากรณ์หันไปกล่าวลาประธานนักเรียนของเธอก่อนจะเดินกลับไป ผอบจันทน์กอดอกใช้ความคิด นิ้วชี้ข้างขวาพันเส้นผมตัวเองเล่นอย่างลืมตัว ในที่สุดก็ตัดสินใจได้บางอย่าง

      “ถ้าดิฉันทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไรชะพวกคุณคงทำอะไรสะดวกกว่า” ผอบจันทน์ยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนเดินกลับไป

      “แปลก” บดินทร์พูดขึ้น

      “ต้องบอกว่าแปลกมากต่างหากครับ” ชาเขียวเสริม

      “แปลกยังไงกัน” ปรเมนทร์ถามทั้งสองคน...



      พยากรณ์เปิดประตูเรือนชั้นเดียวเข้าไปกำลังพบว่าประธานชมรมสองสามชมรมนั้นโต้เถียงกันอย่างออกรสบนโต๊ะน้ำชาตัวเล็ก กันยากับเมย์นั่งติดกันแทบจะแนบชิน ดูแล้วรู้สึกเขินอยู่เหมือนกัน เพราะกันยาเล่นซบเข้าหาเมย์ชนิดที่เรียกว่าไม่สนใจสายตาของใคร อีกไม่นานคงมีข่าวลือพิลึกออกมาให้ปวดศีรษะกันอีกแน่ เมย์เองก็น่าจะวางตัวลำบากเพราะตัวเองเป็นรุ่นน้องจะมาสั่งหรือขัดแย้งกับรุ่นพี่ก็เป็นไปได้ยาก

      “รุ่นพี่ทั้งสามหนูขอพักสักครู่นะคะ” เมย์ลุกขึ้นกันยาจึงลุกตามขึ้นมา เดินตามเด็กสาวไปข้างเปียโนหลังใหญ่ที่อยู่ลึกลงไป อัปสรสวรรค์อาสาทำตัวเป็นผู้ช่วยของเมย์ คอยเสริฟน้ำชา และจดบันทึกให้ เมย์มองแล้วอดคิดไม่ได้ว่าเด็กคนนี้กำลังสนุกกับการมาเป็นนักเรียนทีนี่ ผิดกับเธอที่เข้ามาเรียนเพียงเพราะที่นี่เป็นโรงเรียนสตรีที่ไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับใครเท่าไร พยากรณ์เดินตามเข้ามาหาเมย์ที่พักอยู่ยกมือทักทายพร้อมกับกันยา

      “อีกสองคนละ ชัยพฤกษ์กับวิชชุดา หายไปไหนแล้ว” พยากรณ์ถามขึ้น

      “อยู่หลังเรือนชั้นเดียวคะ จัดการแบ่งงานกันด้านหลังส่วนหนูก็นั่งรับหน้าประธานชมรมทั้งหลายกับพี่กันยา”

      “กันยา ท่าทางอาการจะหนักมากนะนี่” พยากรณ์พูดกับเมย์ เด็กสาวพยักหน้า

      “คะพี่พยากรณ์คงไม่ได้คิดอะไรนะคะที่เห็นพี่กันยายืนซบหนูอยู่แบบนี้”

      “ดูยังไงก็อดเขินไม่ได้ คือขอยืมอาค์เซรินนอน ก่อนได้ไหมมาริสา พี่อยากจะสร้างวงกลมขนาดใหญ่สักหน่อย”

      “หนูคืนให้พี่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วคะ” เมย์กล่าวน้ำเสียงปรกติ พยากรณ์ออกจะรู้สึกผิดคาดอยู่บ้างที่เด็กสาวคนนี้กล่าวอย่างตรงไปตรงมา กันยาในเวลานั้นขาดสมาธิจนไม่สามารถรับฟังอะไรอีกแล้ว เพียงเพราะเข้าประชุมกับเมย์เธอเองก็อดไม่ได้ที่จะคิดปกป้องรุ่นน้องของเธอจนสมองทำงานหนักเกินขีดจำกัด ในขณะเดียวกัน ผอบจันทน์ยืนมองสภาพของรุ่นน้องสาวที่ไม่ดีขึ้นแม้แต่น้อยแล้วก็รู้สึกร้อนใจไม่ได้ ดวงตาของเธอสัมผัสความมืดที่ล้อมตัวมาริสาได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าอย่างไรความมืดก็ไม่ควรได้รับความไว้วางใจ...

จบ Flower sanctity 3 :: ตอนที่ 3



มาริสา
      นางเอกของเรื่องนักเรียนใหม่ชั้นมัธยมสี่ มีนิสัยที่ไม่ชอบเป็นจุดเด่นและไม่ต้องการให้ใครมาสนใจเธอเท่าไร ไปตกหลุมรักกับรุ่นพี่สาวหัวหน้าชมรมคอมพิวเตอร์ที่แสนจะสมบูรณ์พร้อมไปเสียทุกอย่าง จึงพยายามทำตัวให้ใกล้ชิดและสามารถพลักดันตัวให้สามารถยืนเคี่ยงข้างเป็นเลขารุ่นพี่ของเธอได้โดยไม่มีใครนินทา
      ชอบแต่งตัวธรรมดา ไม่สนใจเรื่องความสวยความงามของตัวเองเท่าไรนัก มีความสามารถในการทำอาหารได้เก่ง นิสัย เป็นพวกรักสงบจึงไม่ชอบหากใครมารังแกเธอ


กันยา
      นางเอกของเรื่องเป็นนักเรียนชั้นมัธยมห้าหัวหน้าชมรมคอมพิวเตอร์ ทำหน้าทีเป็นฝ่ายค้านในคณะกรรมการนักเรียน พยายามรักษาฐานะหน้าทีนี่ไว้เพราะได้รับการมอบหมายจากรุ่นพี่ของเธอที่จบไปแล้ว แม้ว่าจะทำให้เป็นศัตรูกับคนส่วนใหญ่ของโรงเรียน
      เป็นสาวสวยผมหยัดโศกยาว นิสัยใจดี อ่อนโยน บังคับสีหน้าและความรู้สึกเก่ง มีความสามารถทางการเล่นไวโอลิน มีปัญหาทางด้านร่างกายหลายอย่างเป็นข้อหยุมหยิม กำลังสับสนว่าจะทำตัวอย่างไรกับเด็กรุ่นน้องที่มาหลงรักเธอ


ผอบจันทน์
      ประธานนักเรียน เอ็นดูกันยาเป็นพิเศษอยากให้กันยามาอยู่ข้างเดียวกับเธอ ดูถายนอกจะมองเห็นว่าเป็นคนถือตัว หยิ่งและท่าทางไม่สนใจคนที่อยู่เบื่องล่าง แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นคนที่ชอบแหกกฎและธรรมเนียมปฎิบัติของโรงเรียนเป็นที่สุด มักจะยื่นมือไปช่วยกันยาเสมอแม้ว่าทำตัวเหมือนเป็นฝ่ายตรงกันข้าม และจะลงมือทำอะไรเมื่อแน่ใจเท่านั้น
      ท่าทางเหมือนคุณหนูไม่ยอมลงให้ใครง่าย ลักษณะการแต่งตัวเรียบไม่มีอะไรพิเศษแต่ต้องเนียบเสื้อผ้ามีด้ายขุยหรือรอยเพียงเล็กน้อยก็จะไม่พอใจ


ชัยพฤกษ์
      ชั้นมัธยมห้าเพื่อนของกันยารับชะตากรรมเป็นฝ่ายค้านเหมือนกัน เป็นคนที่เหมือนผู้ชายหน้าสวย เลยมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นทอม แต่จริงแล้วเป็นผู้หญิงมากทีเดียว มีสาวมาชอบหลายคนถึงเจ้าตัวจะปฎิเศษว่าไม่ได้มีรสนิยมแบบนั้น แต่ตอนนี้ก็คบอยู่กับ นาฬิกา น้องสาวของแฟนเก่า
      มีนิสัยสบายๆชอบชวยเหลือแล้วก็ปฎิเศษไม่ค่อยจะเป็นขี้แกรงใจอย่างรุนแรง ไว้ผมสั่นเพราะเหตุผลไว้ผมยาวแล้วดูแลลำบาก

-ตัวละครตัวอื่นมีรูปแล้วจะเอามาลง Profile เพิ่ม tongue-
- ขอบคุณเป็นพิเศษ -
Witna - รูปประกอบ ฉากต่อสู้ของ ชัยพฤกษ์กับพยากรณ์ n ตรวจคำผิด
ชม Blog ได้ที่ http://witna.exteen.com
Silver - รูปประกอบ ฉากเมย์ร้องไห้กับศึกประทะกับเมย์กับผอบจันทน์ รูปตัวละคร n ตรวจคำผิด
ชม Blog ได้ที่ http://color-bars.exteen.com

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้น แนะนำติชมได้เต็มที่ครับ T_T

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 13 ก.ค.48 เวลา 03:21:50 น.

Witna
Member

รูปใหญ่ เข้าไปดูได้ที่
http://www.questnewsonline.com/temp/fs_3-3.jpg
นะครับ

คำเปรย
ตอนนี้นี่อ่านแล้วชอบมาก อิมเมจลอยขึ้นมาในหัวเป็นช๊อตๆ แทบจะเขียนเป็นคอมมิคได้เลย tongue แถมจบได้น่าติดตามอย่างแรง ปั๊มตอนใหม่มาเร็วๆ นาลุง

เกี่ยวกับรูป
รูปนี่ เป็นรูปที่ชอบมาก แต่ไม่พอใจมาก (งงล่ะสิ)
ร่างไว้หลายแผ่น เนื่องจากไม่ได้มุมที่ต้องการ จนกระทั่งเขียนเสร็จออกมาแล้ว ก็ยังไม่ได้มุมที่ต้องการเลยนะนี่... ลงเส้น G ได้ห่วยมาก สันนิธฐานว่าว่างเว้นมาพักใหญ่ (ครึ่งเดือน หรือเดือนนึงจำไม่ได้) อีกอย่างคือ ล้างหัว G ไม่สะอาดก่อนใช้ เขียนออกมาเหมือนเด็กหัดวาด ถ้าไม่ติดว่าพยากรณ์น่ารัก คงเขียนใหม่ไปแล้ว แต่ขอบคุณพระเจ้าที่ย่อรูปลงมาแล้วกลบความผิดพลาดไปได้โข
"ดวงตาที่ 10 ของเซ" ก็นั่งคิด นั่งดีไซน์อยู่นาน แถมเขียนตกขอบกระดาษ ต้องหาเทบกาวมาแปะต่อกระดาษอีก... นับเป็นการเขียนที่กระท่อนกระแท่น
เลยได้บทสรุปว่า เป็นรูปที่ชอบมาก (พยากรณ์น่ารัก ดูรวมๆ แล้วออกมาดี) แต่ไม่พอใจมากเช่นกัน (เส้นห่วย เป็นแค่ภาพลายเส้น การทำงานไม่ไหลลื่น)

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 13 ก.ค.48 เวลา 03:38:32 น.

welcome.to/WallSky
(WallSky)

Hell Knight

ชั่งกิโลคำผิด
========
รัตติการ << รัตติกาล ^^"
เมย์รู้สึกเหมือนกำลังห่างไหลไปจากรุ่นพี่ของเธอทุกวินาที << ห่างไกล
ไม่ทันที่จะตัวตัวอะไร << ตั้งตัว
“เมย์โกรธพี่ใช้ไหมที่เย็นชากับเมย์” << ใช่ไหม
ความมืดถมสายหนึ่ง << อะไรหว่า - -"
เธอรีบเรียกดอกธนู << น่าจะลูกธนูนะ
สลายไปด้วย[/b]ความ[/b]เปลวไฟสีดำของความมืด << อะไรหว่า - -"
เด็กสาวไม่ขยับไหวติงเธอนอนนิ่งมีเพียงลมหายใจเพียบเบาบางเพื่อเลี้ยงร่างกายในยังคงมีชีวิตอยู่ << คำผิด แล้วก็ประโยคพิลึก อ่านเข้าใจนะ แต่มันยังไงหว่า เลือกคำมารวมกันแปลกๆ
“แค่เธอจดจำเรื่องราวส่วนหนึ่งในวิญญาณของเธอได้เท่านั้น ส่วนมันจะส่งผลกระทบต่อตัวเธอในตอนนี้***เป็นเรื่องที่ข้าก็ตอบไม่ได้” << ถ้าเติมคำว่า "หรือไม่" ลงไปน่าจะดีกว่า
สะบัดดอกธนูออกไปอย่างต่อเนื้อแต่หาเป็นผลไม่เนื้อจากวงกลมแห่งแสงนั้นโดนทำลายไปแล้ว << ต่อเนื่อง, เนื่องจาก - -"
ประกายแสงคล้ายหิงห้อย << หิ่งห้อย
สังเกตอย่างถี่ถ้วย << ถี่ถ้วน

อ่านแล้วงง
=======
“ใครกัน” ชัยพฤกษ์ถามขึ้นแต่ดูเหมือนจะไม่ได้รับคำตอบ พยากรณ์แบบมือออกปรากฏแหวนสีเงินอยู่บนฝ่ามือวงหนึ่ง
      << พยากรณ์เรียกอาค์เซรินอนได้แล้ว ? หรือคนอื่นเรียก ? หรือเป็นพยากรณ์อีกคนนึง ? หรือคนอื่นมาสิง ???
      << ... อ่านต่อไปจนถึงตอนที่สู้จบก็พอเข้าใจ ถ้าเป็น comic แล้วคงสื่อได้เข้าใจด้วยการวาดแววตาในลักษณะที่เปลี่ยนไป แต่สำหรับ fic ด้วยการบรรยายเท่านี้คงไม่เพียงพอ












“หลับได้แล้วคะพี่กันยาฝันร้ายผ่านไปแล้ว” สิ้นคำพูด กันยาหมดสติภายใต้อ้อมกอดของรุ่นน้องเธอ เมย์หัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงขบขันเหมือนพบเห็นการกระทำอันไร้เดียงสาของเด็กน้อย กลัดกระดุมชุดนอนของกันยาให้เรียบร้อย จัดเธอนอนบนเตียงพร้อมห่มผ้านวม เลื่อนเก้าอี้มานั่งมองสีหน้ายามหลับของรุ่นพี่คนสวย ฮำเพลงอมยิ้มออกมาอย่างมีความสุข...
<< น่ารักดี grin ชอบจัง


** หมดไปแค่ 400 บรรทัดของ rep0 ... ค่อยต่อทีหลัง ~_~

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 13 ก.ค.48 เวลา 10:25:24 น.

Zero_จัง
นักฆ่าที่แฝงตัวตามบอร์ดต่าง ๆ

ตอนใหม่มาแล้ว ยาวเป็นพิเศษเลยแฮะกว่าจะอ่านจบแถมมีรูปประกอบด้วย
คำผิดคราวนี้ลดลง......หรือป่าวหว่า?
/me รออ่านตอนต่อไป

ความคิดเห็นที่ 4 ตอบเมื่อ 13 ก.ค.48 เวลา 13:52:18 น.

Silver
is Silver

งิ เล่นเอาภาพร่างตัวละครมาลงเลยรึ - -;
ว่าแ่ฟิคแต่ละตอนของลุงซึมนี่ยาวๆทั้งนั้นเลยนะ ที่เขียนช้าเป็นเพราะแต่ละตอนมันยาวเกินไปรึเปล่าหว่า?
ลองตัดเป็น 2 ตอนดูสิ -3-

ความคิดเห็นที่ 5 ตอบเมื่อ 13 ก.ค.48 เวลา 17:39:04 น.

Death
The Death

ยาวมากลุงซึม เนื้อเรื่องเริ่มหลุดโลก ( หรือเริ่มเข้าเรื่อง ) การดำเนินเรื่องตอนนี้ไปไวแปลกๆ ถ้าเทียบกับ 2 ภาคแรกที่ไม่ค่อยขยับไปไหน มีฉากที่อ่านแล้วงงๆ หลายตอน ต้องอ่านต่อไปอีกหลายบรรทัดถึงจะเข้าใจ ว่าใครพูด
รูปประกอบสวยดี โดยเฉพาะรูปกันยา เอารูปกันยาอีกๆๆ

ความคิดเห็นที่ 6 ตอบเมื่อ 13 ก.ค.48 เวลา 19:40:50 น.

aria
Member

โอ้!!!ในที่สุด...ในที่สุด...ก็ได้อ่านแว้วววววว สนุกมากๆเลย ชอบรูปวาดด้วย วาดน่ารักจัง[โดยเฉพาะผอบจันทร์]อย่าลืมรีบอัพเร็วๆนะค้า เพื่อนหนูอ่านเรื่องนี้กันเพียบเลย แต่เพื่อนโพสไม่ได้เพราะยังไม่ได้เป็นสมาชิก เพื่อนๆก็เลยฝากให้หนูมาบอกคุณsmdm ว่า "สู้เค้านะคะ รีบอัพนะ จะเป็นกำลังใจให้ค่ะ" อิอิ^_^

ความคิดเห็นที่ 7 ตอบเมื่อ 13 ก.ค.48 เวลา 22:24:18 น.

BerserY
Member

ระดับโลก อ่านไม่หมด อ่ะ ตาลาย ลายเส้นก็สวย หุๆ

ความคิดเห็นที่ 8 ตอบเมื่อ 13 ก.ค.48 เวลา 23:22:46 น.

OiL
นักเรียนแว่นหนานั่งโต๊ะที่สองแถวขวาสุด

หึๆๆๆ ไป cross over กะตำนานฟุตเหล็กแล้วเรอะทั่น smdm รออ่านต่ออยู่เน้อ

ความคิดเห็นที่ 9 ตอบเมื่อ 14 ก.ค.48 เวลา 00:53:23 น.

Jammaster X
ซาตานครอส

ผมชอบฉาก action แบบนี้นะ
ยังสับสนกะตัวละครใหม่ๆอยู่
เลยทำให้อ่านแล้วสะดุดเล็กน้อย
เห็นตัวละครเยอะๆแต่กลับไม่มีภาพศัตรู ....

ขาดๆไปนิดแต่โดยรวมแล้วดีขึ้นมากเลย
ตอนนี้ที่ขาดไปอีกอน่างคง เกี่ยวกะภาพรวมของเกมแหละ

ความคิดเห็นที่ 10 ตอบเมื่อ 02 ส.ค.48 เวลา 13:13:47 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 10 จากทั้งหมด 10 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ