giguntic
Member

เนม (Name) บทที่ 8 อีก 1 ผู้แตกต่าง

.. 3 ปี ..
เวลา 3 ปี ยาวนานได้ขนาดไหนกันนะ
ฉันไม่แน่ใจว่าเวลา 3 ปีสามารถจะดลบันดาลให้อะไรเกิดขึ้นได้บ้าง เปลี่ยนทารกให้เป็นเด็กน้อย แปรสภาพเด็กชายให้เป็นชาติบุรุษ หรือย่อยสลายเกียรติยศให้เหลือเพียงความอดสู คงได้แต่ขึ้นอยู่กับชีวิตใครชีวิตมัน
เมื่อ 3 ปีก่อนฉันเองก็เป็นเพียงเด็กกะโปโลที่มีชีวิตอยู่กับรอยยิ้มเดียงสาตามวัยเท่านั้น แกล้งคนโน้น แหย่คนนี้ไปตามประสา บางทีตอนนั้นอาจเป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุดสำหรับฉันแล้วก็เป็นได้ หลังจากวันนั้น สีสันในชีวิตฉันก็ถูกแทนที่ด้วยตำราเรียนขนาดมหาศาล ต้องเรียน ต้องรู้ ในทุกๆอย่างที่พ่อแม่คิดว่ามันจำเป็นและทุกอย่างที่พี่ชายเคยทำได้
... วันเวลาแห่งความสุขของฉันมันย่อยยับไปหมดแล้วตั้งแต่เมื่อ 3 ปีก่อน ...


น้ำเสียงแผ่วเบาปะปนผ่านสายลมร้อนแล้วจึงค่อยๆทวีความหนักแน่นขึ้นตามลำดับ ชายหนุ่มผู้กำลังอยู่ท่ามกลางสายตานับสิบ แม้ภาพลักษณ์ที่เป็นอยู่จะดูแปลกหูแปลกตาอยู่บางสำหรับตัวเขาในตอนนี้
พี่นนทกรในชุดสีขาวเจิดจ้าเอ่ยกล่าวจุดประสงค์เล็กๆน้อยๆสำหรับงานพิธีสำหรับเด็กอายุ 15 โดยมีหัวหน้าหมู่บ้านคนก่อนที่วัยมากเกินกว่าจะลงกิจกรรมด้วยตัวเองแล้วนั่งควบคุมอยู่อย่างเงียบๆ นี่อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีอีกก้าวสำหรับเขา แต่มันเป็นบันไดที่สูงขึ้นอีกก้าวสำหรับฉันด้วย
เด็กรุ่นราวคราวเดียวกันเดินไปรับป้ายไม้ขานชื่อกลางลานทีละคนๆ ฉันเองก็ตื่นเต้นไม่ต่างจากคนอื่น แต่มันก็เท่านั้น จะเป็นชื่อที่ดีเลิศหรือชื่อที่เลวร้าย เย็นนี้ฉันก็ยังต้องกลับบ้านไปท่องหนังสือเหมือนเดิมอย่างไม่มีโอกาสบิดพลิ้ว ยังต้องทำตัวเป็นสมุดบันทึกรองรับสิ่งที่แม่จะขีดเขียนใส่ลงไปโดยไม่สนใจว่าในหน้าหนึ่งๆในตัวของฉันเองก็อยากจะมีรูปวาดน่ารักๆอย่างที่เด็กผู้หญิงควรจะมีบ้าง
บางขณะฉันก็อดนึกสมเพชบรรดาเพื่อนร่วมชะตากรรมในวันนี้ไม่ได้ รอยยิ้มที่กรีดกรายตอนได้รับชื่อนั้นแฝงไปด้วยความรู้สึกอะไรบ้างนะ ปลื้มใจ ดีใจ พวกเขาไม่รู้รึไงนะว่าพอสายลมที่เรียกว่ากาลเวลาพัดผ่าน เรื่องราวที่เคยน่ายินดีก็กลับกลายเป็นแค่เรื่องธรรมดาเท่านั้น

“ ตระกูลต่อไป ... เชิญ! ” พี่นนเอ่ยเสียงดัง เขามองมาที่ฉันแวบหนึ่งก่อนฉันจะชันตัวขึ้นอย่างแช่มช้า สายตาเหม่อมองไปยังฟ้ากว้าง


“ ว่าไงจ้ะ ” เสียงใสๆพุ่งมาจากข้างหลังด้วยแรงกระแทกหลายร้อยแรงม้า
“ นี่เธอจะฆ่าฉันรึเนี่ยยัยเซ่อ! ”
ฉันตวาดกลับเสียงดัง เด็กสาวผมเปียข้างหน้ายังยิ้มเบิกบานเหมือนทุกที ฉันเป็นคนอารมณ์ร้อนมาแต่ไหนแต่ไร โดนคนที่บ้านกดดันมาเยอะๆก็มักจะมาระบายอารมณ์กับเพื่อนรอบข้างทุกที สุดท้ายเหลือเพียงยัยนี่ที่ยังคงทนกับนิสัยแย่ๆของฉันได้
“ ไม่ดีใจกับชื่อรึไงจ้ะ พรรษชล (พัด - สะ - ชน) ”
“ เฉยๆ ดีใจนักรึไงกับชื่อ รมณ ( ระ - มน ) ของเธอหน่ะ ”
“ แน่นอนสิ ชื่อฉันเพราะจะตายไป พ่อกับแม่ฉันดีใจกันยกใหญ่เลยรู้มั้ย ”
“ พ่อ ... แม่ ... จะดีใจงั้นเหรอ?? ” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังออกมาจากใจลึกๆของฉัน


แสงไฟสีส้มนวลตาสว่างชัดมาจากในบ้านขณะที่รอบกายมืดลงทุกขณะ ฉันบิดลูกบิดประตูช้าๆ ก้าวเท้าแต่ละข้างอย่างระมัดระวัง ใบหน้าก็แอบซ่อนรอยยิ้มอย่างมิดชิดที่สุดเท่าจะทำได้ ส่วนจินตนาการมันโบยบินไปไกลจนห้ามไม่ทันเสียแล้ว ภาพพ่อแม่ร่วมยินดีไปกับฉันเป็นความสุขเล็กๆเท่าที่ตอนนี้ฉันจะฝันถึงได้
“ ลูกกลับบ้านช้านะ! ” เสียงแม่ดังขึ้นอย่างเย็นชาทันทีที่ฉันโผล่หน้ามาให้เห็น
“ แต่หนูมีเรื่องดีๆมาเล่าให้ฟังนะคะ ” ฉันข่มใจพูดทั้งๆที่ในใจเริ้มขมวดปมแห่งความไม่พอใจขึ้นแล้วบางๆ
“ แค่รักษาเวลายังทำไม่ได้เลย ยังจะมีเรื่องดีๆอะไรเหลืออีก ?? ”
ประโยคนี้ทำเอาฉันสะอึกจนพดไม่ออก ใบหน้าร้อนวูบวาบขณะที่ลำคอตีบตัน
“ ใช่สิ! ชีวิตหนูหน่ะมันไม่มีเรื่องดีๆหรอก หนูไม่ใช่พี่นนที่แม่จะชมไปซะทุกอย่างหรอก ” ฉันกระแทกเสียงดังลั่นบ้านก่อนจะวิ่งขึ้นไปหลบอยู่ในห้อง


ห้องมืดสนิท เงียบและเหงาจนน่าใจหาย แม้กระทั่งหยดน้ำที่สัมผัสได้อยู่ในขณะนี้ก็คงไม่มีรู้ได้เลยว่ามันคืออะไรหากมันไม่ได้กำลังไหลออกมาจากตาคู่นี้ จากใจดวงนี้ คงมีแต่เพียงเสียงสะอื้นร่ำไห้ของตัวเองเท่านั้นที่ดังกึกก้องอยู่ภายใน
ประคูห้องถูกเปิดออกแรงๆ แสงสว่างจากด้านนอกพุ่งเข้ามาจนฉันแสบตาไปหมด
      “ ยัยหนู! มาพูดกันให้รู้เรื่องก่อน ใครสอนให้เราประชดแบบข้างๆคูๆแบบนั้นหา แม่ไม่ชอบเลยนะ ไหนจะเรื่องเถลไถลจนกลับบ้านดึกอีก เรานี่ชักจะเอาใหญ่เข้าทุกวันแล้วนะ ”
“ พอได้แล้วน่าคุณ วันนี้ลูกเพิ่งกลับมาจากงานพิธีนะ ” เสียงของพ่อดังมาจากด้านล่าง เพราะห่วงฉันจริงๆหรือเพราะหนวกหูฉันเองก็ไม่แน่ใจ
“ ตานนก็กลับมาจากงานพิธีเหมือนกันนะ ไม่เห็นจะผิดเวลาเลย งานเขาหนักกว่ายัยหนูตั้งเยอะ เรามันสอนไม่จำ ตัวอย่างดีๆใกล้ๆตัวหน่ะไม่รู้จักจำไว้บ้าง อยากให้แม่อกแตกตายรึไงหา … ”
คำบ่นว่าตัวฉันอีกมากมายยังคงหลั่งไหลออกมาจากความคิดของแม่ เหมือนกับว่าฉันเป็นลูกที่แม่ไม่ต้องการอย่างไรอย่างนั้น แต่ไหนแต่ไรมาแล้วที่แม่มักจะสนใจพี่มากกว่าฉันเสมอ สำหรับแม่ ทุกย่างก้าวที่ฉันเดินมักจะมีเงาของพี่ซ้อนทับอยู่เสมอ ไม่เคยมีสักครั้งที่มองว่าฉันเป็นฉันเอง จนบางครั้งฉันต้องถามย้ำกับตัวเองอยู่หลายครั้ง
“ หนู ... เป็นใครเหรอคะ ” ฉันถามเสียงแหบพร่า
“ สำหรับแม่แล้วหนูเป็นใครเหรอคะ ?? ”
แต่ละคำดูเหมือนช่างยากเย็นเหลือเกินกว่าจะกล้ำกลืนฝืนพูดมันออกมาได้ น้ำตาใสๆร่วงลงมาจนฉันรู้สึกได้ แม่ตกใจจนพร่ำพูดขอโทษถึง 2-3 รอบและพยายามเดินมากอดแต่ฉันเบี่ยงตัวออกมาอีกมุมหนึ่งพลางปาดน้ำตาทิ้ง
“ แม่ ... ไม่รู้ใช่ไหม ... หนูก็ไม่รู้ ... ลูกชายของแม่ชื่อนนทกร แต่ลูกสาวของแม่เป็นแค่เด็กไม่มีชื่อ ถึงจะเข้าไอ้พิธีรับรองอะไรนั่นหนูก็ยังคงเป็นลูกสาวที่ไม่มีตัวตนสำหรับแม่อยู่ดี หนูตัดสินใจแล้ว ในโลกกว้างใบนี้คงจะมีสักที่ไหนสักแห่งที่จะบ่มเพาะให้ตัวหนูมีค่าขึ้นมาบ้าง และถ้าวันนั้นในอนาคตมาถึง หนูหวังเพียงแค่แม่จะเรียกชื่อของหนูได้อย่างเต็มปากโดยไม่มีเงาของพี่ซ้อนทับอยู่เท่านั้น ”


ไอหนาวของยามราตรีกรีดร่างกายฉันอย่างไม่มีความปราณี เสื้อหนาๆที่สวมใส่แทบจะไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักนิดนอกจากความหนักอึ้งที่เหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ฉันลูบคลำมือขวาของตัวเองช้าๆราวกับกำลังประประโลมกับตัวเอง เมื่อครู่ฉันใช้มือคู่นี้ซัดหน้าพี่นนจนเขาล้มคว่ำตอนที่เขามาขวางทางฉันไว้ คำพูดของพี่สะท้อนอยู่ในหัวของฉัน พี่ถามฉันด้วยความเป็นห่วงขณะที่ฉันซัดเขาเข้าเต็มหน้า รอยเลือดสีแดงฉานยังปรากฏให้ฉันเห็นอย่างเด่นชัดแม้ในคืนที่มืดมิด อาจเป็นเพราะมันไม่ได้ประทับที่มือคู่นี้ หากแต่มันประทับอยู่ที่ใจต่างหาก
สรรพเสียงต่างๆยังคงดังระงมอยู่ในหัวของฉันอย่างไม่มีวันลบออกไปได้ เสียงร่ำร้องแทบขาดใจของแม่ หรือเสียงร้องห้ามที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของพ่อ คำทัดทานของพี่นนหรือแม้กระทั่งเสียงตอนกำปั้นของฉันกระแทกหน้าพี่
ทว่าเสียงที่ชัดเจนที่ชัดที่สุดกลับเป็นเสียงของหัวใจฉันเองที่มันกำลังแตกเป็นเสี่ยงๆอย่างไร้ทางเยียวยากับหยดน้ำตาที่กำลังไหลพร่างพรู


“ ทำตัวแย่ขึ้นทุกวันนะสาวน้อย ”
ท่ากลางท้องฟ้าที่มืดมิด เสียงๆนี้กระชากให้ฉันเสียวสันหลังวาบขึ้นมาอย่างฉับพลัน ราวกับว่าเลือดในกายมันจับตัวกันเป็นก้อนจนแทบจะหยุดหายใจอย่างไรอย่างนั้น สัมผัสเย็นวาบบังเกิดที่ต้นคอก่อนที่มันจะไล้ลงมาจนถึงไหล่และและข้อมือ
... มือของใครก็ไม่รู้กำลังบีบมือฉันอยู่ ...
ฉันพยายามรีดเร้นแรงที่เหลือกำหมัดอีกข้างขึ้นช้าๆแต่นิ้วมันไม่ยอมให้ความร่วมมือเอาเสียเลย หมัดที่เพิ่งกำแน่นถูกเหวี่ยงออกไปด้านหลังแต่มันกลับหยุดกึกในทันที
“ อะไรกันเนี่ย! ใครสอนให้เราทำตัวกระโดกกระเดกไม่น่ารักแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ฮึ! ” หมัดของฉันถูกเจ้าของเสียงบีบเสียเต็มแรง แต่ว่าไม่รู้ทำไมยิ่งเสียงพูดชัดขึ้นเท่าไหร่ความกลัวก็ยิ่งถดถอยไปทีละน้อย ราวกับเป็นความคุ้นเคยที่มีมานาน
“ ใจคอจะไม่หันมามองกันหน่อยเหรอเนี่ย ”
ฉันหมุนตัวช้าๆขณะที่มือทั้ง 2 ข้างถูกปล่อยออก ดวงจันทร์อยู่ข้างหลังฉันจึงพอให้เกิดมุมสว่างเห็นใบหน้าของอะไรสักอย่างที่อยู่ตรงหน้าชัดเจนยิ่งขึ้น
หญิงสาวผมสั้นรูปไข่ ดวงตาเรียวคม แต่งหน้าด้วยสีที่ฉูดฉาดแบบแปลกๆคล้ายรอยสักที่แก้มด้านซ้าย มุมปากหล่อนยกขึ้นเล็กๆเหมือนคนกำลังยิ้ม เสื้อยืดสีขาวถูกเสื้อหนังสีดำใส่ทับเอาไว้รวมไปถึงกางเกงขายาวสีทึบด้วย หากไม่ได้ผิวสีขาวนวลแล้วเกรงว่าตัวหล่อนเองคงจะกลมกลืนหายไปกับความมืดเป็นแน่
... หัวใจฉันสูบฉีดแรงขึ้นขึ้นเรื่อยๆ ...
แม้จะเจือปนไปด้วยอะไรต่อมิอะไรก็ตาม แต่ฉันมั่นใจว่าหญิงสาวตรงหน้านี้มีภาพของใครคนหนึ่งที่แสนคุ้นตาซ้อนทับอยู่ แม้ว่าเมื่อก่อนเธอไม่ใช่แบบนี้ก็ตาม
“ พี่ ...สุณิสา ... ใช่มั้ยคะ? ” ฉับถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา บางทีฉันอาจจะกลัวกับคำตอบที่จะได้รับก็เป็นได้
“ แล้วคิดว่าเป็นใครกันเล่า ”
... วินาทีนั้นตัวฉันโผเข้าสู่อ้อมกอดของพี่สาวผู้แสนจะคุ้นเคยในทันที ...

“ นี่ยัยหนู ... พี่ได้ข่าวแย่ๆของเธอมาเยอะเยอะเชียว ทำไมเป็นอย่างนี้ล่ะ ” พี่สุณิสาเอ่ยถามขณะที่เราจูงกันมานั่งที่ใต้โคนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง
ฉันได้แต่ก้มหน้าหลบ ไม่มีคำตอบใดที่สมควรจะตอบออกไปเลยสักคำ
“ พี่คิดว่าพี่พอรู้มาแล้วนะ ไม่ต้องตอบก็ได้ ” เสียงพี่อ่อนโยนลงคล้ายกับไม่ต้องการให้ฉันคิดอะไรมากไปกว่านี้
“ พี่ ... หายไปไหนมาเหรอคะ? แล้วทำไมพี่ถึงแต่งตัว ... ? เอ่อ ! ขอโทษค่ะ ” คำพูดของฉันสะดุดอยู่ตรงนั้น เพิ่งรู้สึกตัวว่าถามเรื่องไม่เหมาะสมไปเสียแล้ว
“ ไม่เป็นไรหรอก คือพี่ก็แค่เบื่อๆก็เลยหนีไปน่ะ แล้วที่แต่งตัวแบบนี้ก็ ... เอ จะว่ายังดีล่ะ ” พี่สุณิสาขยี้ผมตัวเองแก้เก้อ บางทีคำถามนี้คงยากเกินไปก็เป็นได้
“ พี่หายไปตั้งแต่ตอนนั้น 3 ปีมาแล้วสินะคะ ”
“ 3 ปีมาแล้วเหรอ! นานขนาดนี้เชียว พี่ก็มัวแต่เกะมะเหรกเกเรอยู่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย ”
“ พี่ก็หายไป พี่นนเองก็เปลี่ยนไป 3 ปีที่แล้วมันเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ? ”
“ เอ่อ ... ”
สีหน้าของพี่สาวสลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาทอแววเศร้าหมองขึ้นมาเพียงชั่ววูบก่อนที่เธอจะซ่อนมันกลับไป
ฉันไม่แน่ใจว่ามันหมายความอะไร แต่คงเป็นเพราะเหตุการณ์อะไรซักอย่างในตอนนั้นแน่ๆ พี่สุณิสาเคยเป็นเด็กสาวน่ารักแม้จะกระโกกระเดกไปบ้าง แต่ตอนนี้พี่แทบจะคล้ายผู้ชายไปขึ้นทุกทีแถมแต่งหน้าแปลกๆอีกต่างหาก พี่นนที่เคยเป็นคนช่างพูดและสนุกสนานร่าเริงก็กลายเป็นคนเงียบขรึมไม่ค่อยช่างพูดช่างจา มุ่งมั่นอยู่กับงานเพียงอย่างเดียว
“ คนที่พี่ชอบ ... เขาหายตัวไปน่ะ ” พี่สาวกล่าวเสียงแผ่ว
ฉันลังเลนิดๆ จะถามดีหรือเปล่าว่าคนที่พี่พูดถึงเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง
“ ใครเหรอคะ? ”
พี่สาวแหงนมองท้องฟ้า ไม่มีคำตอบใดๆหลุดรอดออกมาทั้งสิ้น ฉันแหงนมองตาม คนก็ไม่มีคำตอบ ฟ้าก็ไม่มีคำตอบ จริงๆแล้วคำตอบของคนเราอยู่ที่ไหนกันแน่นะ ...



------------------------------------------


สำหรับตอนนี้กว่าจะได้คลอดก็ปาไปร่วม 2 เดือนได้มั้งครับ ไม่แปลกใจเลยถ้าใครจะจำไม่ได้

คนเขียนเขาย้ายที่อยู่ใหม่ครับ พบเพื่อนใหม่ สังคมใหม่ การปรับตัวครั้งใหม่ เหมือนอะไรๆมันจะเริ่มใหม่หมดเลย ทุกอย่างเลยใช้เวลาพอสมควรครับ และนั่นคงเป็นอีกเหตุผลให้เรื่องเกิดการเปลี่ยนแปลงไปขนาดนี้ครับ

อย่างน้อยผมก็ยังดีใจที่เมื่อกลับมาเขียนอีกครั้งผมก็ยังสนุกกับมันอยู่ครับ ยังสนใจที่จะรู้ว่าต่อไปพวกเขาจะต้องเจออะไร จะต้องทำยังไง ถ้าคุณจะยังสนุกกับมันอยู่บ้างผมก็คงดีใจครับ

มีลิงค์ตอนเก่าให้ด้วยครับ คนรู้จักเขาติมาเพราะกลัวคนอ่านจะลืม

http://www.pocketonline.net/board/view.php?id=3805

ไปอ่านกันลืมละกันนะครับ เจอกันตอนหน้านะ คิดเห็นยังไงก็มาคุยกนเหมือนเดิมนะครับ


Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 11 ก.ค.48 เวลา 15:49:26 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 4 จากทั้งหมด 4 Reply

sisterhood
สาวกGseedพลังโชตะ

เขียนดีขึ้นนะ สนุกกับมันไปเรื่อยๆล่ะ ^^

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 12 ก.ค.48 เวลา 08:32:46 น.

runaway guy
คนเดินทาง

อ้าว...เปลี่ยนตัวเอกซะแล้ว... กล้าหาญหายไปไหนแล้วล่ะครับ?
ว่าแต่ทำไมแม่นนทกรถึงได้โหดกับลูกสาวนัก? มีอะไรไม่พอใจรึเปล่าครับเนี่ย? หรือว่ามันเกี่ยวกับที่กล้าหาญออกจากหมู่บ้านไป?
มีแต่ข้อสงสัยแฮะ...

รอตอนต่อไปครับ

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 12 ก.ค.48 เวลา 09:25:40 น.

giguntic
Member

ถ้าทั่น runaway ไม่ทักก็ไม่ทันได้สังเกตแฮะว่าเรื่องมันมีแต่ปมที่ยังไม่แก้ ...

เหอๆ ได้เวลาแกะปมซะมั่งแล้วมั้งเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 13 ก.ค.48 เวลา 23:30:05 น.

HAGY
เจ้าหน้าที่หอสมุด พนักงานตรวจอัก

คงเป็นการดำเนินเรื่องแบบ แบ่งส่วน เป็นอีกของตัวละครใหม่สินะ ^ ^

ความคิดเห็นที่ 4 ตอบเมื่อ 22 ก.ค.48 เวลา 03:29:51 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 4 จากทั้งหมด 4 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ