StrayCat
รถบัสแมว

เรื่องเล่าของ- การ์ตูนของ- เตเต้...

ดิฉันชื่อเหมียว...

และ

ดิฉันมีเพื่อนคนนึงชื่อ เตเต้

เรารู้จักกันมาไม่นาน แต่ดิฉันก็พอรู้ว่า เค้าแอบจีบดิฉันแหงๆ

เออ ดิฉันก็สวยไม่ใช่เล่นนี่นะ (หัวเราะ)


เขาก็ดูโอเคนะ แต่ดิฉันอยากให้เราเป็นเพื่อนกันมากกว่า



...เออ ไม่เกี่ยวกับเรื่องหรอกค่ะ... ขอข้ามแล้วกัน ตัวตนคงไม่สำคัญอะไร (หัวเราะ)



เตเต้ชอบโทรหาฉัน เราคุยกันเรื่องโน้นเรื่องนี้

เขารู้ว่าฉันอ่านการ์ตูน และชอบเขียนการ์ตูนด้วย

เขาจึงไปหาการ์ตูนมาอ่าน เพื่อนให้ได้คุยกับฉันสนุกขึ้น มันอาจฟังดูน่ารำคาญ

แต่ฉันก็รู้สึกเฉยๆนะ เพราะฉันไม่ได้คิดอะไรนี่


วันหนึ่ง เตเต้โทรหาฉัน บอกว่าอยากขอให้ช่วย

เนื่องจากตื่นเต้นอะไรไม่ทราบ เขาฝากข้อความไว้ถึงฉัน มันยาวมากจนฉันไม่เชื่อว่าจะอัดไว้ได้



...เออ ไม่เกี่ยวกับเรื่องหรอกค่ะ... ขอข้ามแล้วกัน ที่มาคงไม่สำคัญอะไร...


มาฟังดีกว่าว่า เต้เขาเล่าอะไร....


ไม่ต้องตื่นเต้นหรอกค่ะ ก็แค่การ์ตูนแฟนตาซีธรรมดาๆ...


"ปิ๊บ" (เสียงกดปุ่มรีเพลย์)

----------------------------------------------------------------------------------------




"ฮัลโหล เหมียวเหรอ นี่เต้เองนะ

แม่งเมื่อคืนนอนไม่หลับเลย เราเพิ่งคิดพล็อตการ์ตูนได้ว่ะ เธอจะวาดประกวดลงบูมใช่มั้ย

มีเรื่องจะวาดรึยัง ...ไม่ดิ เออคืองี้



ช่วยเอาเรื่องของเราไปวาดให้หน่อยดิ นะนะ เราวาดไม่เป็นว่ะ


ว่าจะค่อยโทรมา แต่กลัวหลับแล้วมันลืมว่ะ... เรื่องนี้เราชอบมากเลยนะเว้ย
แม่งเอาไงดี..

เออ เล่าให้ฟังเลยละกัน ขอไปหยิบสคริปต์แป๊บนึง...


(แกร๊ก) (ตึงตึงตึงตึง)
(แอ๊ดดด)

(โครม) (ตึงตึงตึง)

(แก๊รก..)

ฮัลโหล เออ นี่ ลองนึกภาพตามนะ เราอาจจะเล่าได้ครั้งเดียว


----------------------


ตอนแรกก็...

เป็นถ้ำมืดๆอ่ะ แทนสายตาตัวละครนะ มีแสงจากไฟฉายที่มืออีกข้าง ก็เดินไปเรื่อยๆแหละ เห้นพวกค้าวคาว หินงอกหินย้อย..อะไรงี้

แล้วก็หยุดเว้ย ตัวละครก็เอาไฟส่งไปที่ความมืดข้างหน้าอ่ะ แล้วค่อยๆเห็นว่ามีอะไรกำลังคลานออกมา ยิ่งเข้าใกล้แสงไฟ มันก็ยิ่งชัดขึ้นๆ

เป็นโครงกระดูกมนุษย์อ่ะ แม่ง..เป็น10เลย แล้วไอ้คนที่ถือไฟฉายมันก็ชักปืนกลอูซี่ออกมา แล้วยิงๆๆใส่ ลองนึกภาพเกมส์เคาเตอร์ที่พี่เธอเล่นก็ได้

แล้วมุมมองมันค่อยๆถอยออกมานะ ซูมออกจากแผ่นหลังของตัวละครตัวนั้น คราวนี้เราจะเห็นตัวละครตัวนั้นเป็นทหารตัวเล็กๆ ใส่ชุดเหมือนพวกนาซีเก่าๆ วิ่งไล่ยิงผีอ่ะ

มุมกล้องมองจากด้านหลังแล้วค่อยๆหมุนไปเรื่อยๆนะ แบบเห็นทั้งร่างเลย..

เป็นทหารอายุไม่เยอะน่ะ ประมาณ 18-19ได้ ใส่หมวกเหล็กมีสัญลักษณ์สวัสดิกะน่ะ หน้าตาเอาประมาณว่าเป็นคนหน้าตายๆหน่อย เหี้ยมๆนิดๆ ตามเเส้อผ้าแม่งมีรอยเลือดอ่ะ แบบลุยมาจนเยินอะไรประมาณนี้


แล้วคราวนี้ภาพทั้งหมดก็เหมือนโดนย้อมสีน่ะ ...เหมือนแบบอยู่ในน้ำดีกว่า

วู๊บ~ตัดภาพมาเป็น แก้วน้ำของแม่มดเว้ย

ประมาณว่า ผู้หญิงชุดดำ..แม่มดแหละ ไม่สวยมาก ไม่แก่มาก เหมือนอาหมวยจีนๆจัดๆ หน้าจืดๆ ตาเศร้าๆหน่อย เออ ..แม่มดกำลังดูเหตุการณ์อยู่ทางแก้วน้ำมนต์ ต่อหน้ามันก็มียักษ์นั่งอยู่ด้วย คือ ลองนึกภาพสังเวียนมวยอ่ะ...

เป็นเวทีมวยกว้างๆ ผนังของห้องนี้ก็เป็นถ้ำหินสีดำแหละ แล้วมีรูหินแตกอยู่ด้านบน ให้แสงจันทร์แม่งส่องมาบนเวทีพอดีอ่ะ แล้วรอบเวที ก็เป็นโครงกระดูกแบบกองเลย เหมือนว่าเป็นลานประหารไรเงี้ย แต่ประหารกันด้วยการชกกับเพชรฆาตว่ะ 55

แม่มด ..คืออีเนี่ย ก็ยืนอยู่ตรงนั้น กลางเวทีน่ะ ต่อหน้ามันก็มียักษ์นั่งอยู่ที่มุมเสา ตัวแม่งใหญ่ประมาณ12ฟุตอ่ะ เป็นนักมวยตัวสีดำแดง ผมสั้นเหมือนพวกนักมวย หน้าท้องแม่งใหญ่ยังกะฆ้องวัง กล้ามแม่งใหญ่กว่าหัวคนไรเงี้ย ใบหน้ามีลายสีแดง ตาแม่งดูเหมือนเสืออ่ะ คือดุ แต่มันเย็น.. มันสงบนิ่ง

แม่มดมันดูภาพในแก้วน้ำ แล้วน้ำตาไหล ...

กองทัพกระโหลกโดนยิงจนแตกเป็นเศษสีขาว มันร้องตะโดนด้วยความเจ็บปวดแต่ไม่มีหลอดเสียง เลยมีแต่ฟันกระทบกันดัง แก่กๆๆๆๆๆ แล้วทหารคนนั้นก็วิ่งฝ่าลุยเดี่ยวเข้ามาเรื่อยๆ เหมือนค้อนอันใหญ่ที่ไล่ทุบเศษแก้ว



ยักษ์มองแม่มด พูดขึ้น.. พลางหักข้อนิ้ว
"ไม่ว่าเรื่องเล่าใหน ตำนานใหน ธรรมะย่อมชนะอธรรมทั้งนั้นแหละ.."

แม่มดเช็ดน้ำตา เริ่มมีเสียงสะอื้นออกมานิดๆ
"..แล้วเราเป็นฝ่ายอธรรมเหรอ"

ยักษ์ยิ้มนิ่ง
"แล้วแต่มุมมองนะ แต่ถ้าเรื่องนี้น่ะใช่.."

ยักษ์พูดต่อ เขาหยิบเศษผ้าเปื้อนเลือดขึ้นมาพันรอบหมัดเบ้อเริ่ม
"หลายๆเรื่องมันจบลงที่ ยักษ์ถูกเสียบหัวใจ ไม่ก็แม่มดถูกเผา.. ความดีชนะความชั่ว ซึ่งทุกคนถูกเรียนรู้มาแบบนี้ ถูกเล่ามาแบบนี้ทั้งนั้น..."

แม่มดมองยักษ์ทั้งน้ำตา

ผ้าสีขาวเปื้อนเลือดถูกมัดแน่น เขาชกไปที่ฝ่ามือเบาๆดังปุ
"แล้วทุกคน ก็อยากเป็นพระเอกใช่ไหม อยากเป็นคนดีใช่ไหม แต่น่าแปลก พอเราโตขึ้น เรากลับไม่ได้เป็นนักรบแห่งความยุติธรรมนั้นเสีย เพราะอะไร...เพราะเรารู้แล้วว่าทุกสิ่งคือสีเทา ไม่ใช่ขาว ดำ"

"สีเทา เป็นยังไง?"
แม่มดถามเสียงสั่น

"คือ...เราไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่สร้างบาดแผลให้ใคร ในโลกความจริงมันไม่มีทั้งความดีและความชั่ว ไม่ได้แบ่งกันขาวดำ ในการกระทำที่เราต้องเอาตัวรอด เราต้องเหยียบอีกคน ไม่งั้นเราก็โดนเหยียบเอง ความยุติธรรมขึ้นอยู่กับมุมมอง ในการกระทำที่เราทำไปคือสีขาวของเรา และอาจจะเป็นสีขาวของคนอื่นด้วย แต่สำหรับบางคนมันเป็นสีดำสนิท นั่นแหละคือ สีเทา..."
ชายร่างยักษ์พันเศษผ้าเข้ากับหมัดอีกข้าง

หญิงชุดดำเงียบไป สายตาเธอมองกลับหลังไปยังประตูเหล็กสีดำสนิท ทั้งคู่เริ่มรู้สึกว่า มีเสียงฝีเท้าใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงปืนที่ดังแว่วๆ

"เราจะต้องตายรึเปล่า.."


ยักษ์หมุนขดปลายเศษผ้าจนแน่น



"ใช่ เราจะตาย.."



หญิงชุดดำไม่อาจเก็บความกลัวได้อีก เธอทรุดลงกลางเวทีและแสงจันทร์ที่ส่องลงมาจากฟ้า แล้วร้องไห้

"ฉันไม่อยากตาย......ฮึก..ทำไมต้องฆ่ากัน.......ทำไม...ฮือ..."

มนุษย์ยักษ์ลุกขึ้นมาจากมุมเวที เขาลูบหัวเธอเบาๆกลางแสงจัทร์


"อย่ากลัว ..มันจะไม่เป็นอะไร..."
เขาพูดช้าๆ...


"ถึงเธอจะเป็นแม่มด.."


เสียงคำพูดขาดห้วงไปเนิ่นนาน เสียงปืนหยุดลงแล้ว..





"แต่..เธอไม่ใช่.. ความชั่วร้าย ..."




ทั้งคู่ยิ้มด้วยกัน แม่มดหันไปมองประตูบานนั้น
เสียงฝีเท้า ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ มันดังขึ้น ดังขึ้น ดังขึ้น และประตูก็เปิดออก!

-------------------------------------

เออ นะ พอไอ้ทหารมันถีบประตูเข้ามาได้เนี่ย เห็นไอ้ยักษ์แม่งยืนอยู่คนเดียวกลางสังเวียนตรงนั้นแหละ อีแม่มดนั่นหายไปใหนแล้วก็ไม่รู้ มันก็ตะโกนเลย ประมาณว่า เฮ้ย อีนังมาร มันอยู่ที่ใหน บอกมา! อะไรงี้

ไอ้ยักษ์แม่งนิ่งมาก มันพูดประมาณว่า เออ ถ้ามึงไม่ชนะกู ก็อย่าหวังจะได้ผ่านไปได้เลยประมาณนี้แหละ เหมียวลองคิดให้มันเท่ห์ๆหน่อย เราคิดไม่ออกว่ะ

ไอ้ทหารแม่งวิ่งขึ้นไปบนเวทีเลย คราวนี้มันควักปืนกลออกมาสองอันเลย แล้วยิง ปังๆๆๆๆๆๆๆ ตายๆๆๆๆซะมึง


ไอ้ยักษ์แม่งโดนเข้าไปกลางหน้าอก มันทรุดเลยเว้ย ไอ้ทหารแม่งได้โอกาสวิ่งเข้ามาเอาปืนกดหัวกะยิงซ้ำ แต่กลับเห็นลูกปืนตัวเองกลิ้งหลุนๆอยู่บนพื้น ..คือ กระสุนมันโดนดีดออกมาจากตัวไอ้ยักษ์จนหมดเลย

ไอ้ยักษ์มันมองขึ้นมา สายตาแม่งเหี้ยมมาก

แล้วมันก็ง้างหมัดเสยคางไอ้ทหารหมัดเดียวน็อค.........



จบ..ไม่ใช่ ก็ต่อนะ
คือ ไอ้ทหารนี่ก็รู้สึกตัวอีกที ว่าตัวเองแม่งอยู่บนทางเดินของหมู่บ้านแหละ หมู่บ้านมันก็แฟนตาซีๆหน่อย แบบ... บ้านมีปล่องไฟ อะไรเหมือนที่เราเคยเห็นในเกมส์rpgน่ะแหละ อารมณ์ในหมู่บ้านคือ มันเงียบสงบมาก จนดูเหมือนร้างเลย บรรยากาศมืดครึ้ม มีอีการ้องอยู่บนต้นไม้ มันก็เอ๋อๆว่า เออ กูมาอยู่ตรงนี้ได้ไง

แล้วก็มีชาวบ้านหน้าตาเศร้าๆ แม่งเดินออกมาทยอยๆมองดูเขาที่ริมถนน ทุกคนโบกมือลาให้เขา บองคนกุมมือภาวนา บางคนสวดอวยพร เขามองผ่านฝูงชนเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง ในหนั้งต่างของบ้านหลังนั้น หญิงชุดดำนอนฟุบอยู่บนโต๊ะอาหาร ข้างๆมีขวดเหล่ากองอยู่เต็มไปหมด

ทหารหนุ่มยิ้มให้ชาวบ้านที่มาส่ง แล้วเดินต่อไปจนถึงประตูหมู่บ้าน เห็นเด็กตัวเล็กๆมอมแมมคือกระบองไม้รออยู่ตรงนั้น

เด็กคนนั้นทิ้งกระบองไม้แล้ววิ่งมาเกาะขาทหารหนุ่ม

เขายิ้ม และลูบหัว

"กลับบ้านได้แล้ว ค่ำแล้ว เด๋วแม่ว่าเอา.."
เขาบอกกับเด็กคนนั้น แต่มือของเด็กน้อยยังเกาะกางเกงแน่น แล้วเบือนหน้าหนี


"พี่จะกลับมามั้ย..."
เด็กน้อยพูดไม่มองตา


เขายิ้ม แล้วนั่งลงคุยด้วย
"พี่ไม่เป็นไร เชื่อดิ"


"พ่อก็พูดแบบนี้ แล้วพ่อก็ไม่กลับมา.."
เด็กน้อยพูดเสียงสั่น




เขามองหน้าน้องชาย เด็กน้อยเริ่มร้องไห้แล้ว

"..ถ้าพี่หายไปอีกคนแล้วใครจะอยู่กับแม่........"




เขาลูบหัวน้องชายเบาๆ พลางแกะมือที่กำขากางเกงเขาแน่น



"ไปรอที่บ้าน ..พี่จะไปพาพ่อกลับมานะ.."


-----------------------------

พรึ่บ!แล้วภาพแม่งก็ดับ

ค่อยสว่างๆออกมาเห็นเป็นสังเวียนในถ้ำลางๆขึ้นมา แทนสายตาของไอ้ทหารนั่นน่ะ... สังเวียนตรงนั้นว่างเปล่า มองเริ่มมองไปรอบๆ คือตอนนี้มันโดนจับมัดนอนอยู่บนกองโครงกระดูกอ่ะ




มันพยายามมองไปรอบๆ แล้วก็เห็นไอ้ยักษ์ตัวเดิมยืนอยู่ข้างๆ



"เอ็งจะมาฆ่าแม่มดเรอะ ไอ้หนุ่ม..."

ชายร่างยักษ์ถามขึ้น ทหารหนุ่มไม่สนใจ เขามองไปยังปืนกล2กระบอกของเขาที่ตกอยู่บนเวที

ชายร่างยักษ์เดินมาบังเขาไว้ สายตาอันเลือดเย็นจ้องลงมา

"ข้าจะละชีวิตให้ ถ้าเอ็งทิ้งปืนและหันหลังกลับไปจากที่นี่ซะ.."


ทหารหนุ่มจ้องเข้าไปในดวงตาสีสนิมคู่นั้น

"ไอ้พวกชั่ว ไม่ต้องมาทำเป็นเมตตากู มึงจะฆ่าก็ฆ่า กูไม่ขอร้องขอชีวิตมึงหรอก..."





ชายร่างยักษ์ยิ้ม หัวเราะเบาๆ

"ข้าชั่วตรงใหน? ข้าถูกสร้างมาเพื่อให้ฆ่าคนที่จะมาฆ่าข้า ถ้าข้าไม่ทำ ข้าก็ตาย...ไม่มีใครอยากตาย จริงไหม"



"พวกมึงฆ่าพ่อกู! กูจะฆ่ามึง!"
ทหารหนุ่มร้องตะโกน


"....ถ้าอย่างนั้น บทบาทของเราก็ต้องห้ำหั่นกันไม่เลิก..."
ชายร่างยักษ์นิ่งคิด... เขามองไปในมุมมืดของผนัง ที่ถูกขวางอยู่ด้วยกองกระดูก แล้วชักมีดที่คาดเอวของทหารหนุ่มออกมา เขาตัดเชือกที่มัดทหารหนุ่มทิ้ง ก่อนที่อีกฝ่ายจะเอ่ยถาม เขาคืนมีดให้แล้วพูดว่า


"ห้องของแม่มด อยู่หลังกองกระดูกนี้... เอ็งอยากเข้าไปก็เชิญ..."

ไม่มีคำตอบจากทหารหนุ่ม เขาเดินอย่างระแวงไปหยิบปืนกลบนพื้นสังเวียน แล้วเดินข้ามกองกระดูกตรงนั้น โดยที่ไม่ได้ละสายตาจากมนุษย์ยักษ์ แม้แต่น้อย

"ไม่จำเป็นที่จะต้องสงสัยตัวข้า... จงสงสัยในจิตเจตนาของเจ้า หากเจ้ามีจิตที่ต้องการทำลายความชั่ว ประตูบานนั้น คงเป็นคำตอบสำหรับเจ้า..."

ทหารหนุ่ม ยืนอยู่ตรงหน้าประตูสีเหล็กดำ มันดูหนาและแข็งแกร่งแม้แค่มองจากภายนอก เหมือนกับมันไม่เคยได้เปิดออกมาเลยตั้งแต่มันถูกสร้างขึ้น


มนุษย์ยักษ์เดินตามมาข้างหลัง ทหารหนุ่มวางฝ่ามือไปที่ประตู ก่อนที่จะเปิดประตู ทหารหนุ่มหันกลับมาถามมนุษย์ยักษ์


"ท่านทำอย่างนี้ทำไม..."


มนุษย์ยักษ์ยิ้ม เขานั่งลงบนกองกระดูก...

"ข้า ..ไม่ได้ลงสัยในจิตเจตนาของเอ็ง เอ็งต้องการที่จะเอาชนะความชั่ว ข้ารับรู้ได้.."

คำพูดของเขาขาดห้วงเหมือนนิ่งคิด


"ข้าแค่ สงสัยในตัวตนของเอ็งเท่านั้น..."




ทหารหนุ่มมองมนุษย์ยักษ์อย่างสงสัย เขาเตรียมปืนไว้ในมืออีกข้าง และออกแรงเปิดประตูเหล็กสีดำบานนั้น

ประตูค่อยๆเปิดออกอย่างช้าๆ.......










ภาพที่เห็น เป็นความว่างเปล่า........







--------------------------------

คือแม่ง พอเปิดแล้วใช่ป่ะ

มันเป็นมิติโล่งๆที่ไม่มีอะไรเลย เป็นห้องสีขาวที่ว่างเปล่าไม่มีผนังอ่ะ ไอ้ทหารแม่งก็อึ้งไปเลย มันหันกลับมามองมนุษย์ยักษ์ที่นั่งยิ้มอยู่ ไอ้มนุษย์ยักษ์แม่งก็พยักหน้าเบาๆ ประมาณว่าให้ไอ้หนุ่มนั่นลองก้าวผ่านเข้าไป


ทันทีที่มันยื่นมือไปในห้องนะเว้ย ช่วงของฝ่ามือที่พ้นเขตประตูเข้าไป แม่งค่อยๆระเหยออกไปเป็นไออ่ะ เหลือแต่แกนเส้นร่างของท่อนแขน


เหมือนแบบว่า ร่างของไอ้ทหารหนุ่มในตอนนี้ แม่งค่อยๆย้อนรีเพลย์กลายเป็นเส้นร่างดินสอซะอย่างนั้นแหละ!

ไอ้ทหารหนุ่มแม่งรีบชักแขนกลับเลย พอพ้นเขตประตูของห้องสีขาวแล้ว ท่อนแขนที่เลือนลางไปเมื่อกี้แม่งกลับมาชัดเจนเหมือนเดิม

แม่งก็ตกใจมาก มันหันมาหาไอ้ยักษ์แล้วชักปืนขึ้นมาจ่อเลย แล้วถามว่า เฮ้ย นี่มันเกิดเหี้ยอะไร มึงหลอกกูเหรอ อะไรงี้



มนุษย์ยักษ์หลับตาและส่ายหัว

"ข้าพูดให้ฟังเมื่อกี้แล้ว ...บทบาทของเจ้าคือธรรมะ ส่วนข้าคืออธรรม ใช่มั้ย?"

ทหารหนุ่มยังคงเล็งปืนมาทางมนุษย์ยักษ์ เขาสูญเสียความเยือกเย็นโดยสิ้นเชิง เหงื่อแตกไปทั่วทั้งร่าง เมื่อกี้เขาสัมผัสได้ถึงความกลัวที่มากกว่ากว่า ความเจ็บปวด ... มันคือ ความดับสูญ




มนุษย์ยักษ์ยิ้ม... เขาพูดอย่างช้าๆ..
"เห็นอย่างนี้ ข้าก็แน่ใจ ... ว่าในเรื่องนี้ .........เอ็งไม่ใช่ตัวเอกหรอกว่ะ......."





"มึงพูดบ้าอะไร!?"
ทหารหนุ่มกดไกปืนหนึ่งครั้ง ...

กระสุนพุ่งเข้าหน้าพากของคนยักษ์ มันเจาะลงไปเป็นรูบุ๋ม และกระเด้งออกมา โดยไม่มีบาดแผล..


มนุษย์ยักษ์ยืนขึ้น เขาเดินเข้ามาอย่างช้าๆ
"ตัวของเอ็งไม่มีทางไปถึงที่ห้องข้างหน้าได้ มันเป็นชะตากรรมที่กำหนดไว้ มันเป็นบทบาทที่กำหนดตัวตนเอ็งไว้แล้ว....."

"ไม่รู้เรื่องโว้ยยยยยย!"
ทหารหนุ่มกดไกรัวไม่ยั้ง เขาค่อยๆถอยก้าวไปเรื่อยๆห่างจากคนยักษ์
กระสุนทุกนัดพุ่งเข้าไปในร่างคนยักษ์จนหมด มันทะลุผ่านไปโดยไม่มีบาดแผลแม้แต่น้อย เหมือนอากาศที่วิ่งผ่านผ้าม่าน

"และ เอ็งทำร้ายข้าได้ไม่มากไปกว่านี้แล้ว ในเมื่อบทบาทที่ถูกกำหนดได้จบลง เอ็งมีทางเลือกว่าจะสิ้นสุดมันที่นี่ หรือย้อนกลับไป เพราะข้า... ไม่อยากที่จะฆ่าใครอีกแล้ว ข้าเหนื่อยกับการเป็นอธรรมเช่นกัน......."

"ช่างแม่งมืงงงงงงง ตายซะ~~!!!!"
ปังๆๆๆๆ

เขายิงปืนไม่ยั้ง....

เขาพยายามนึกเรื่องราวของตัวเอง...

นึกยังไง มันก็นึกไม่ออก...

เด็กผู้ชายคนเล็กตรงนั้น เป็นน้องเราเหรอ...

แล้วอย่างอื่นล่ะ ผู้หญิงชุดดำตรงนั้น...เป็นแม่เรานี่...

ไอ้ยักษ์มันโกหก ...เรามีตัวตน ...เรามีชีวิต ....เรามีที่ให้กลับไป......



แล้วคนอื่นล่ะ...ใคร.. หมู่บ้านตรงนั้น....บ้านใคร....



แต่เมื่อพยายามนึกถึงสิ่งอื่นที่มากกว่านั้น มันกลับเป็นแค่ความว่างเปล่า



ความว่างเปล่า เหมือนห้องหลังประตูสีดำ ไม่มีความเศร้า ไม่มีความสูญเสีย ไม่มีอะไรตั้งแต่แรก





ภาพตรงหน้าเปลี่ยนไปเป็น มนุษย์ยักษ์ที่กำลังเงื้อแขน ง้างหมัดเหมือนคันธนู


"ข้าช่วยเอ็งไม่ได้ว่ะ"
มนุษย์ยักษ์เอ่ยเบาๆ กับทหารหนุ่มที่น้ำตานองหน้า เขายังคงสาดกระสุนใส่ความว่างเปล่าอย่างไม่ยั้ง








และหมัดนั้นก็พุ่งลงมาบดขยี้ร่างกายและใบหน้าของทหารหนุ่มจนแหลกเละ....







-------------

เออ...

ตัดภาพไปเลยก็ได้ แบบข้ามไปซัก10ปี ไอ้ยักษ์นั่นยังคงนั่งเฝ้าอยู่ที่มุมบนเวทีของมันเหมือนเดิม อาจจะมีหงอก มีเคราบ้าง มันก็ยังคงครุ่นคิดวิธีที่จะหลบหนีจาก"บท" ของมัน

แล้วแม่งทุกอย่างก็คล้ายๆเหมือนเดิม ในคืนที่มีแสงจันทร์สาดลงมา ไอ้ยักษ์ก็นั่งอยู่ตรงนั้น มีเสียงคนเดินเข้ามาจากข้างนอก

ไอ้ยักษ์มันมองต้นเสียง ยิ้มเหมือนดีใจที่สิ้นสุดการรอคอย...


ประตูถูกถีบออกมาอีกครั้ง ปรากฏร่างชายคนหนึ่ง ถือดาบใหญ่ยักษ์ มีเกราะที่ลำตัวเป็นโลหะเงินแวววาว ใบหน้าคมเข้ม มีแววคล้ายผู้มาเยือนคนสุดท้ายของห้องนี้อยู่มาก

ชายผู้นั้น - อัศวินผู้นั้น ชี้ดาบมาที่มนุษย์ยักษ์ เขาค่อยๆก้าวขึ้นมาบนเวที

"ท่านฆ่าพี่ชายข้าใช่ไหม..."

มนุษย์ยักษ์ยิ้มพยักหน้า.. เขาพูดกับตัวเองเบาๆ..อย่างนี้พระเอกแน่ๆ


"วันนี้ ข้าจะมาเอาชีวิตท่าน และนางแม่มดผู้นั้น กรุณาบอกทางไปหานางไว้ก่อน เพราะข้าไม่แน่ใจว่าท่านจะมีโอกาสภายหลังหรือเปล่า"

มนุษย์ยักษ์ยืนขึ้น เขาหักนิ้วกร็อบแกร็บ แล้วชี้ไปที่ประตูบานสีดำที่อยู่ด้านหลังของกองกระดูก

อัศวินผู้นั้นพยักหน้า เขาจับดาบอย่างมั่นคง

"ข้าคงต้องสะสางเรื่องของเราก่อน ...ท่านมีนามหรือไม่..."


มนุษย์ยักษ์นิ่งนึก ก่อนที่จะพูดด้วยเสียงแหบพร่า



"ทุกครั้งที่นึกถึงนาม ข้าพบความว่างเปล่า..."




อัศวินยิ้ม แล้วพุ่งเข้าเงื้อดาบพุ่งเข้ามา...




แล้วทั้งคู่ก็ฟาดฟันกันอย่างดุเดือด...











อีกมุมหนึ่งของห้อง ...


ร่างที่แห้งเหี่ยวค่อยๆลุกขึ้นจากกองกระดูก

ใบหน้านั้นเละยับเยิน และร่างกายเขาบิดเบี้ยวไม่สมประกอบ

เขาหยิบหมวกทหาร ขึ้นมาดู- ด้วยตาที่มองไม่เห็น เขาลูบคลำ และวางมันลงบนกองโครงกระดูกนั้น


ร่างนั้นหันหลังให้กับเสียงการต่อสู้ของ อัศวิน และ มนุษย์ยักษ์

เดินไปตรงหน้าบานประตูสีดำทะมึน



และประทับฝ่ามือลงไป


ผลัก ...




เปิด ....



แล้วก้าวเท้าเข้าไปในนั้น




ทุกอย่างค่อยๆเลือนราง ..
ร่างที่บิดเบี้ยวค่อยๆระเหยหาย สะเก็ดแผลสีดำและรอยแห้งเหี่ยวบนร่างกายบนร่างกาย จางหายไปเหมือนเขม่าดินสอ

จิตใจของเขาสงบนิ่ง แม้ทุกสิ่งนั้นจะดับสูญไปในไม่ช้า แต่ก็รู้ว่าหน้าที่ของเขาก็คงจบลงแล้วอย่างสมบูรณ์




เขาถามตัวเองว่า..
ความกลัวในครั้งแรกที่พบกับห้องสีขาวไร้ผนังนี่หายไปใหน...



ไม่มีคำตอบใดๆ

เขายิ้มให้กับชีวิตที่มองไม่เห็น






หลับตา...











และหายไป ในหน้ากระดาษสีขาว.....















"ปี๊บ..."(เสียงปุ่มกดหยุดรีเพลย์)

------------------------------------

Edit by StrayCat - 25 เม.ย.48 เวลา 10:57:49 น.

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 25 เม.ย.48 เวลา 07:59:42 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 13 จากทั้งหมด 13 Reply

ผู้พ่ายแพ้
RYDER

เด็ดมากเลยจอร์จ ช่วงบทเหมียวแนะนำตัวนี่ขำๆดี พอมาถึงเรื่องเล่านี่ มันชวนให้อ่านต่อจนจบเลยนะนี่ เอาไปลง blog สูได้เลย การันตีๆ

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 25 เม.ย.48 เวลา 08:56:41 น.

Izabelle
Oversea Student

ไม่แนะนำให้ใช้คำหยาบจนเกินไป มีบางเป็นบางจังหวะพอเป็นอารมณ์เสริม แต่อย่าเยอะมาก
แต่ช่วยให้ภาพตอนพระเอกตัวจริงโผล่ดูดีจริงๆ
แต่งเรื่องออกมาได้ไม่เลว สื่ออะไรที่ไม่เคยเห็นดี
บทสรุปสุดท้ายของนายทหารที่ยังไม่ตายเร่งไปนิด น่าจะมีคำพูดหรือความคิดทิ้งทวนสักคำ เพราะตอนแรกมองภาพไม่เห็นต้องอ่านทวนอีกทีถึงเข้าใจ
รวมๆแล้วเป็นเรื่องที่ให้ข้อคิดดี และดูหนัก
ความเห็นส่วนตัว : แม่มดละแม่มด ออกมาฉากเดียวเองหรอ เราชอบแม่มดอะ >.<~
แล้วตกลงเหมียวรู้สึกยังไงแล้วได้เขียนเป็นการตูนให้ไหมอะ

Edit by Izabelle - 25 เม.ย.48 เวลา 09:06:12 น.

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 25 เม.ย.48 เวลา 09:04:05 น.

Asahi
ผู้ผลิตเกลือสารพัดหมักและดอง

อ่านแล้ว ความรู้สึกถูกใจกับที่ผมคิดเหมือนกัน เป็นฟิคสื่อความเข้าใจตามแต่ผู้อ่านจะตีความ-จินตนาการเอง
พระเอกกับผู้ร้ายคืออะไร ใครเป็นคนกำหนดกัน...
แต่จบห้วนเกินไปนะ? ทำไมถึงกล่าวถึงพี่ชายของอัศวิน แทนที่จะเป็นตัวอัศวินเอง
อาจจะ "สนองเจตนารมณ์ต่อ" หรือ "ค้นพบความจริงเบื้องหลังประตูเหล็กสีดำ" บลาๆๆ

กองกระดูกที่หน้าประตูนั่นคือกระดูกของ "พระเอก" ก่อนหน้านี้ใช่มั้ย? เห็นทหารปืนกลกล่าวไว้ด้วยนี่นา ว่าก่อนหน้านี้มนุษย์ยักษ์ก็ได้ฆ่าพ่อเขาไป

ว่าแต่ว่า... แล้วเต้กับเหมียวในตอนแรกมีไว้ทำไม = ="
ผมอ่านแล้วรู้สึกเหมือนนี่จะเป็นฟิคสดเลยนะ

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 25 เม.ย.48 เวลา 09:59:32 น.

Asahi
ผู้ผลิตเกลือสารพัดหมักและดอง

StrayCat : "มันดูไม่ละเอียดไปเหรอ ถึงเรียกว่าฟิกสด" <= ทำไมถึงคิดว่าฟิคสดแล้วมันจะไม่ละเอียด =_= ฟิคสดผมไม่ละเอียดสินะ :'( เหอๆๆ

ผมมีแนวคิดว่า "ฟิคสด" จะด้อยกว่า "ฟิคปรุงแล้ว" ตรงที่การลำดับความ/ประโยค การดึงเนื้อเรื่องให้ดำเนินไป แนวคิดที่ให้จากเนื้อเรื่อง และตอนจบที่ประทับใจ

ผมทักว่าฟิคสด เพราะ.....
- ผมเห็นว่าลำดับคำของท่านดูแปลกและขัดแย้ง คือประโยคภาษาพูดที่เตเต้บรรยายฉากในตอนแรกลากยาวไปจนกลายเป็นภาษาความคิดของมนุษย์ยักษ์.... แต่จริงๆแล้วมันก็เป็นสไตล์อีกแบบนึงนะ? ผมตัดสินใจเร็วไปเอง+ช่วงนี้ผมแต่งแต่ฟิคสด
- ตอนจบจริงๆก็ต้องจบด้วยตัวละครหลัก ถูกแล้ว... ไม่งั้นก็จะกลายเป็นตัวละครที่ "โผล่มาทำไม" ไปซะงั้น ส่วนน้องชายที่เป็นอัศวินก็ให้เป็นเนื้อเรื่องส่วนของเขาต่อไป

จริงๆเนื้อเรื่องก็ดีแล้วนะ? (เหมือนกัน... ผมไม่ได้ชมเพราะสำนึกผิดนะ grin)

Edit : อ้อ... ฟิคสดของผมที่ว่า คือฟิคที่นึกขึ้นมา แล้วพิมพ์+โพสม้วนเดียวจบในวันเดียวครับ

Edit by Asahi - 25 เม.ย.48 เวลา 13:47:48 น.

ความคิดเห็นที่ 4 ตอบเมื่อ 25 เม.ย.48 เวลา 12:10:54 น.

Agleam Aloft
เด็กเก็บกด

ดันบอกเองซะแล้วว่าเป็นมุมของตัวประกอบแล้วเราจะพูดอะไรล่ะเนี่ย *-*

เรื่องความห้วน ผมว่าไม่อะ เราไม่ชอบอะไรที่อธิบายละเอียดซะทุกอย่างเหมือนละครหลังข่าว

ความคิดเห็นที่ 5 ตอบเมื่อ 25 เม.ย.48 เวลา 12:35:05 น.

Temp
(Temp Nightflare)

แฟนของใหม่ รักใหม่ที่สุด

เรื่องความห้วนผมเองก็เฉยๆครับ เพราะหลังๆผมก็เริ่มหันเหเข้าแนวนี้เหมือนกัน ชอบสไตล์ที่ให้คนอ่านคิดตามน่ะนะ

เห็นหลายเรื่องแล้วที่พี่น้ำใช้วิธีเอาภาษาพูดแบบติดคำหยาบโลนหน่อยๆมาใช้ เพราะไม่ค่อยบรรยายมากมาย ผมว่ามันกูดูเป็นสไตล์ไปอีกแบบนะ ผมเฉยๆกับภาษาหยาบน่ะ คงเพราะเป็นผู้ชายมั้ง?

สรุปตามมุมมองของผม ยักษ์เป็นพระเอกแหะ tongue หรือย่างน้อยที่สุด จุดรวมของเรื่องทั้งเรื่องก็ตกอยู่ที่ยักษ์นี่แหละ แล้วการแบ่งแยก ขาว เทา ดำ นั้นก็โดนใจมากเลย ชอบ

ความคิดเห็นที่ 6 ตอบเมื่อ 25 เม.ย.48 เวลา 13:11:21 น.

Draco
นักแปลผู้ทรนง

เวิร์คนะ - -b

อ่านแล้วรู้สึกโดนดี เหมือนเรื่องสั้นหลายๆ เรื่องของน้ำที่ผ่านมา แต่เรื่องนี้เหมือนต้องใช้ความคิดตามมากกว่าเดิม ไม่งั้นจะหลุดกลางทางเอาจริงๆ นะนั่น ( คือหลุดมาแล้วน่ะ พอมาอ่านอีกรอบถึงเก็ท )

ว่าแต่... นายเตเต้นี่ มันจีบสาวไม่ได้เรื่องจริงๆ แฮะ

ความคิดเห็นที่ 7 ตอบเมื่อ 25 เม.ย.48 เวลา 16:48:29 น.

Dr.Cid
อาจารย์ห้องพยาบาล

ยังไม่ค่อยเก็ทว่าคุณพี่ชายตัวประกอบนี่เค้ารู้สึกยังไงในตอนจบแฮะ
แล้วรีเพลย์ตอนท้ายสุด จะสื่อว่าไงนะครับ (ขออภัยอาจจะสมองช้าไปหน่อย)

แต่ก็น่าสนใจดีครับ

ความคิดเห็นที่ 8 ตอบเมื่อ 25 เม.ย.48 เวลา 17:13:16 น.

ผู้ติดตามอ่าน
(เน็ตโตะ)

นักมวยไทยสายAgi

ไม่มีคำหยาบ ผมเลิกอ่านจริงๆด้วยนะ

จาก ผู้ติดตามอ่าน

ความคิดเห็นที่ 9 ตอบเมื่อ 25 เม.ย.48 เวลา 22:09:28 น.

StrayCat
รถบัสแมว

อัพเดท
ตอบกันหน่อย คุณasahi

1. เรื่องนี้เป็นพล็อตมาจากการ์ตูนที่ผมไม่ใช้ ว่าด้วยเรื่องการแยก ธรรมะ อธรรม ที่ซ้อนทับกับบทบาทของตัวละคร พระเอก ตัวดี ตัวร้าย ตัวประกอบ ..เกิดจากความคิดเล็กๆที่อ่านการ์ตูนเยอะๆจนเห็นตัวประกอบตายอย่างด้อยค่าไปหลายตัว ก็แค่อยากโฟกัสมุมมองของตัวประกอบบ้าง เลยจับมันมาทำพระเอก ซะ

2.ทำไมไม่กล่าวถึงอัศวิน ...คำว่าอัศวิน ...แค่คำเดียวก็มีเปลือกของความเป็นพระเอกแล้วครับ..ซึ่งผมต้องการให้เห็นมุมมองของชีวิตตัวประกอบที่มาทำเป็นพระเอก ดังนั้นเลยจับตาอัศวินที่น่าจะเป้นพระเอก ไปเป็นตัวประกอบซะ

3.กระดูกตรงนั้น เป็นกองของหลายๆ ตัวประกอบก่อนหน้านี้ที่มาตาย เป็นพ่อของพระเอกด้วยก็ใช่ โดนตายักษ์ต่อยตายกองๆกัน

4.เหมียวกับเตเต้ มีไว้เผื่ออำนวยความสะดวกในการเล่าและลูกเล่นของผมเอง เพราะถ้าไม่มีคำพูด (ที่เล่าเรื่องเป็นภาษาปาก)ของเตเต้ ผมก็คงต้องมานั่งร่ายยาวด้วยภาษาเขียนในเรื่องสั้นที่ยาวเฟื้อย ซึ่งหากมีส่วนใหญ่เป็นภาษาปาก สิ่งที่ผมต้องทำในการเน้น ก็แค่เขียนภาษาเขียนลงไปในช่วงที่ต้องการเน้นนั่นเอง (ข้อความที่ว่า มักจะอยู่จบเส้นคั่นเล็กๆ หรือช่วงที่ตัวละครคุยกัน นั่นแหละ)
4.1 ผมชอบภาษาเวลาที่มีคนมาเล่าหรือ ที่ผมเล่าเรื่องอะไรให้คนฟังปากต่อปาก อามณ์ตรงนั้นมันซื่อดี.. ผมเลยลองหยิบมาเป็นวิธีเขียนครับ
4.2 ผมไม่เก่งเขียนอะไรยาวๆ และสมาธิสั้นด้วย จึงพยายามใช้วิธีที่ตัวเองง่ายเข้าที่สุด... (ยอมรับผิด) 555
4.3 ส่วนช่วยในเนื้อเรื่อง เหมือนประมาณว่า เต้เล่าเรื่องนี้ในฐานะที่มันเป็นการ์ตูนแปลกๆที่ตัวเองคิด(เพราะเต้เพิ่งเริ่มอ่านการ์ตูน) ซึ่งหากไม่มีส่วนนี้ มันก็คงมีตัวที่แสดงความเป็นการ์ตูนน้อยลง..

5.จบห้วนไปเหรอ ...อืม ฟังมา2-3คนแล้ว เด๋วจะลองแก้ไขดูครับผม

6.ถามหน่อย (ผมไม่ได้โกรธนะครับ)
มันดูไม่ละเอียดไปเหรอ ถึงเรียกว่าฟิกสด พอดีเรื่องนี้ใช้เวลาคิดอยู่2อาทิตย์มั้งครับ แต่งๆในหัว เขียนเป็นสตอรี่บอร์ดการ์ตูนบ้าง บางส่วน

ปกติเวลาเขียนเนี่ย ผมจะประกอบเรื่องกันในหัว แล้วก็พิมพ์เลยทุกเรื่อง
มีแค่2เรื่องเองมั้ง จาก10ๆกว่าเรื่อง ที่ผมเขียนลงกระดาษก่อน เพราะเรื่องนึงส่งประกวด(ตกรอบ) อีกเรื่องนึงเขียนให้นิตยสาร

ถึงไม่ได้เตรียมมาก่อนเป็นหลักการ แต่ก็อยู่ในหัวมาหลายวันน่ะคับ แล้วก็พิมพ์ไม่จบ ไปคิดแล้ว พิมพ์ต่อด้วย ถ้าตามลักษณะการทำงานอย่างนี้เรียกว่าฟิคสดมั้ยคับ?

หรือว่าเพราะมันไม่ละเอียดยังไง ก็บอกได้นะครับ

ขอบคุณคับผม

อ้า..ตอบคุณIzabelle
พระเอกยังไม่ฆ่าลุงยักษ์ แม่มดก็ไม่โผล่ครับ ตามเนื้อเรื่องการ์ตูนเบสิกๆ
เหมียวจะเขียนรึเปล่า อันนี้ผมไม่ได้คิดครับ ความจริง ควรจะคิดแฮะ...เอาไงดีหว่า แฮ่ะๆ
(ถ้าเป็นการ์ตูน ก็ผมเองแหละที่เขียน)

ตอบคุณหมอซิด
เรื่องรีเพลย์สุดทเยคือ อยากจะดึงกลับสู่ที่มาของเรื่องน่ะครับ ว่ามันก็เป็นแค่เรื่องเล่าของการ์ตูน

ตอบคุณtemp กับคุณagleam aloft
ที่ไม่ห้วนเพราะผมแก้แล้วมั้งครับ

ขอบคุณทุกคนที่อ่านจบ และรับคับวิจาณ์เรื่อยๆคับ

ความคิดเห็นที่ 10 ตอบเมื่อ 26 เม.ย.48 เวลา 01:13:37 น.

Asahi
ผู้ผลิตเกลือสารพัดหมักและดอง

ฟิคสดที่ว่า เป็นคำที่ผมพูดเองหน่ะครับ ท่านเหมียวอย่าคิดอะไรกับมันมากเลย (ผมชักมึน)

Let it go!! it means nothing!! (/= =)/

ความคิดเห็นที่ 11 ตอบเมื่อ 26 เม.ย.48 เวลา 17:08:46 น.

kaori hero
ComicMaker

อ่านแล้วน่าติดตามดีอะ น่าจะเขียนต่อเฉลยสิ่งต่างๆนะครับพี่^ ^(เชียรเพราะอยากอ่าน)

คือผมพูดจากมุมมองของคนอ่าน คือมันรู้สึกสนุก และมันรู้สึกว่า ยังมีอะไรที่ยังค้างคาอยู่ อยากให้มันมีต่อ...

คือมันน่าติดตามอะครับถ้าจบแค่นี้ มันรู้สึกค้างคายังไงไม่รู้สิ เพราะงี้มั้งหลายๆคนเลยรู้สึกว่ามันห้วนๆตอนจบ(รวมทั้งผมด้วย) สรุปก็คือคนอ่านอยากอ่านต่อแต่ไม่มีให้อ่าน อ๊ากกกกกก

เพราะงั้นเอาอีกๆ อยากอ่านแฮ่tongue เรื่องใหม่ก็ได้

ความคิดเห็นที่ 12 ตอบเมื่อ 28 เม.ย.48 เวลา 00:08:15 น.

Mu~mu.
อยู่ป่าอยู่ดง

เจ๋งอ่า ok

ความคิดเห็นที่ 13 ตอบเมื่อ 18 ส.ค.48 เวลา 17:03:15 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 13 จากทั้งหมด 13 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ