Maronku
สัตว์ประหลาด

Begin with the "DEATH" : chapter 3

วะฮ่ะฮ่ะฮ่ะ~ ตอนสายในที่สุดก็เอามาลงเเล้ว หลังจาก ลืม...(ก็มันสงกรานต์นี่ -3-) พยายามเเก้ไขเรื่องบรรทัดเเล้วนะคะ...หุหุ ดีขึ้นบ้างหรือเปล่า เมนต์บอกไว้ด้วยจะดีมากเลยค่ะ
ปล.จะมาเเปะหลายวันเเล้ว เเต่บอร์ดเป็นอะไรไม่รู้ โพสไม่ได้ - -*(ซะงั้น) ตอบกระทู้ได้เเต่สร้างกระทู้ใหม่ไม่ได้...

อยากเล่าง่ะ ^^":วันนี้เปิดคอมปั๊บ เราลุกเดินไปเดินมาอยู่สักพัก ได้กลิ่นไหม้!!! กลิ่นไหม้โชยยยยย ทั้งบ้านหากันใหญ่ มันมาจากไหน หากันหน้าตาตื่น หาไปหามา ทุกคนเอาจมูกมารวมกันที่หน้าคอม "กลิ่นมันมาจากไอ้เนี่ย!!" รีบกดสวิตช์ปิดเลย หลังจากตั้งหลักได้ เปิดใหม่ "กลิ่นยังมีอยู่ไหม" "ไม่เเล้วๆ" ...กลายเป็นว่าคอมน่ะมันไม่ได้เป็นไรหรอก ลำโพงต่างหากล่ะส่งเสียฉ่าเเล้วก็ดับ....ไปเลย - -๐

เม้นต์ด้วยยยยยยยยยยยยยยยย @__@.....

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


cHaPtEr 3 : งานแรกของมัจจุราชเลี้ยงแมว...เมี๊ยว~

“โอ๊ยไซ!!!เบาๆหน่อย แกกำลังจะฉีกมือฉันเป็นชิ้นแล้ว”
“อย่ากัดหูเซ่~เรน ลงไป!!!อย่าเกาะไหล่ หนักนะ”งานเลี้ยงแมวของฉันเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อ สองสัปดาห์ก่อน แรกเริ่มเดิมทีมันเป็นงานง่ายๆ แต่ต่อมามันไม่ใช่ หลังจาก ที่ฉันได้เห็นเจ้าแมวเหมียวสองตัว ตัวหนึ่งสีขาว อีกตัวสีดำ กลายร่างจากลูกแมวน้อยน่ารักน่ากอดเป็นลูกเสือแทน แต่...มันเทียบไม่ได้กับความซนของเจ้าสองตัวที่ทั้งขบทั้งกัด ตะบบ ข่วน ทุกๆวันของฉันตอนนี้คือการลุกขึ้นมาปล้ำกับเจ้าแมวยักษ์สองตัวที่โตวันโตคืน

“วันนี้จะออกไปทำงานเธอก็มาด้วยกันสิ”ไซเรนแต่งตัวแบบเดิม เตรียมจะออกไปทำงานนอกบ้านเหมือนเคย (ถึงแม้ในสัปดาห์นี้ฉันเห็นเธอกลับบ้านครั้งเดียวก็ตาม)บ้านที่ฉันอยู่ตอนนี้ก็เป็นบ้านของไซเรน แมนชั่นหรูยอดตึกสูง สงบและเป็นส่วนตัว มิน่า!ถึงเลี้ยงแมวตัวเบ้อเริ่มได้โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น


                  คาเฟ่แห่งเดิม อันเป็นที่ชุมนุมของเรา ยังคนเนืองแน่นไปด้วยผู้คนจำนวนมาก ที่ฉันเองไม่เข้าใจว่าติดใจอะไรในรสชาติอาหารและการบริการของที่นี่นักหนา เราฝ่าฝูงชนเข้าไปหาที่นั่งอันอยู่ในมุมอับของร้าน

“ไงสาวน้อย เลี้ยงแมวไปถึงไหนแล้วจ๊ะ”ลีนาทักแล้วยิ้ม
“เป็นไงแมวของไซเรน น่ารักหรือเปล่า ฉันไม่เคยเห็นสักครั้งเลยนะ”
“ก็น่ารักดี แต่ปากกว้างไปหน่อย”
“หือ?”
“อืมม์ ปากกว้าง และก็ซน”ฉันโชว์แผลที่มือที่ถูกเจ้าไซทึ้งให้ลีนาดู
“แมวตัวใหญ่เลยนะนี่”ลีนาทำหน้าเหย
“นี่งานของเธอ”ไซเรนยื่นเศษกระดาษให้ลีนาสองแผ่น ก่อนจะยื่นอีกสามแผ่นให้มีนา
“ส่วนอันนี้ของเธออาคิราภ์”ไซเรนยื่นกระดาษชิ้นหนึ่งให้ฉัน
“โอ้ว!มัจจุราชเลี้ยงแมวได้ทำงานแรกแล้ว”
“งั้นก็หมายความว่าวันนี้คิราภ์จะไปกระทรวง รายงานตัวแล้วสิ”มีนาถามหยุดมือที่กำลังพยายามปัดผมที่ลงมาปรกหน้าจนมองไม่เห็นตาออกไป

“ใช่ วันนี้หลังฉันทำงานเสร็จจะเข้ากระทรวง”
“ตายแล้ว!!ไซเรนจะเข้ากระทรวง เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้”
“ใช่ๆ หิมะตกเลยล่ะ”มีนาพยักหน้าอย่างมันใจ
“อาคิราภ์ เธอจะไปกับฉันหรือจะอยู่กับมีนาก็ได้นะ แต่เช้านี้ฉันรีบ”ไซเรนดื่มนมแก้วใหญ่ก่อนจะเริ่มกดโทรศัพท์มือถือง่วน

“นี่คิราภ์ไปกับไซเรนดีกว่านะ วันนี้งานฉันมันไม่สวยเท่าไหร่”มีนาบอกแล้วยักไหล่
“นั่นสิ สาวน้อยเธอไปกับไซเรนดีกว่า เพราะวันนี้ฉันไปทำงานไกล จะได้ไม่ต้องย้อนกลับมาส่งตัวเธออีก” ฉันไม่มีทางเลือกเป็นอันว่าวันนี้ฉันต้องเดินตามไซเรนต้อยๆ

                  
                        ฉันไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่าไซเรนจะมีรถส่วนตัวด้วย เธอพาฉันไปขึ้นรถก่อนจะขับไปยังสตูดิโอถ่ายภาพแห่งหนึ่ง ที่นั่นมีทีมงานเป็นต่างชาติเสียส่วนใหญ่เดนกันขวักไขว่เต็มไปหมด โอ๊ย!ลายตา

“สวัสดีครับคุณไซเรน มาช้าจังเลยนะครับ”ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ส่งเสียงทักไซเรน
“....”ไม่มีเสียงตอบจากเธอ..ไซเรน (เงียบสมชื่อ)
“แล้วเด็กคนนี้ใครครับ ผมเพิ่งจะเคยเห็น”
“......”เงียบเหมือนเคย ในที่สุดชายหนุ่มคนนั้นก็ตัดสินใจถามฉันเองดีกว่า
“สวัสดีครับสาวน้อย”ชายหนุ่มก้มตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาฉัน ว้าว!!!....คนอะไรทำไมถึงหล่อขนาดนี้...นายแบบแน่ๆนายคนนี้

“สวัสดีค่ะ”
“ผมชื่อโอแทลลอส คุณคงคุ้นชื่อผมแล้ว” ไม่คุ้นได้ยังไง!....นายแบบดังระดับโลกหล่อกระชากใจขนาดนั้นสาวๆหลายร้อยหรืออาจถึงพัน คงยอมตายเพื่อจะได้อยู่กับเขาสักชั่วโมง แต่วันนี้เขาอยู่นี่แล้วอยู่ตรงหน้าฉัน!!!

“สาวน้อย คุณชื่ออะไรครับ”
“อาคิราภ์ ...ค...ค่ะ”
“คิราภ์สินะครับ”
“โอแทลไปแต่งตัวได้แล้ว”เสียงทีมงานคนหนึ่งเรียก โอ๊ย....อย่าเพิ่งไปนะขอร้อง อย่างน้อยขอฉันจ้องตาสัก สองวินาทีก็ยังดี

“ครับๆ” เขาหันไปตอบแล้วค่อยหันกลับมามองฉันด้วยนัยน์ตาสีสวย ที่ไล่สีตั้งแต่สีฟ้าไล่ไปเหลืองและเป็นสีเขียว
“แล้วเจอกันนะสาวน้อย”

                  ชิ...มีคนเรียกฉันว่าสาวน้อยอีกแล้ว แต่ไม่เป็นไรหรอกคนเรียกหล่อ ให้อภัย...

                  
ฉันฝันไปใช่ไหมนี่ ฉันรู้สึกเหมือนตัวค่อยๆลอยขึ้นไป หน้าร้อนผ่าว คนอะไรหล่อสุดยอดเลย...แต่ความชื่นชมของฉันยิ่งทวีขึ้นเมื่อเขาเริ่มทำงาน เสื้อผ้าไม่ได้สวยสะดุดตา แต่เครื่องเพชรที่ใส่ต่างหากที่ดึงดูดสายตา ไซเรนทำงานอย่างดีเยี่ยม ภาพของเธอที่ถ่ายออกมาสวยๆทั้งนั้น ตาสีดำสนิทที่มองกล้อง ให้ความรู้สึกน่าค้นหา ยิ่งทำให้เธอโดดเด่นพอๆกันเครื่องเพชรมูลค่าสูงพวกนั้น ถ้าฉันเป็นผู้ชายคงหลงเสน่ห์เธอไปแล้ว (ถึงแม้จะไม่เคยยิ้มเลยสักครั้งก็ตาม) โอแทลลอส ก็ทำงานได้อย่างดีเยี่ยมเหมือนกัน สองคนนี้เป็นคู่ที่เหมาะกันมากๆเลย

“ขอภาพคู่ภาพสุดท้ายหน่อยครับ”
“ผมดีใจจังได้ถ่ายภาพคู่กับคุณไซเรนด้วย” โอแทลลอสบอกแล้วยิ้ม เขารู้ไหมนี่ว่าเขายิ้มแล้วอาจทำให้สาวๆทำใจละลายได้เลยนะ

“....”ไซเรนเธอยังคงเงียบไม่พูดสักคำเดียว
“เข้าไปใกล้ๆกันหน่อยครับ คุณไซเรนทำเหมือนกระซิบข้างหูหน่อยครับ นั่นล่ะครับ ดีครับ”ไซเรนเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ๆใบหูของโอแทล ดูเซ็กซี่ดีจัง

“ทำหน้าที่องครักษ์ของเจ้าไปซะ อย่ามายุ่งกับข้า” โอ๊โฮ…!!!ไซเรน ฉันละเชื่อเลยถึงฉันจะอยู่ไกลก็เถอะ ฉันไม่คิดว่าจะมีคนกล้าบอกแบบนี้กับนายแบบชื่อดังขนาดนี้ ว่าแต่ ใครคือองครักษ์ล่ะ?.....

“โอเคครับ เรียบร้อย ขอบคุณนะครับพวกคุณทำให้งานของผมง่ายขึ้นเยอะเลย” น่าสงสารช่างภาพนะ ดูไม่ค่อยมีใครฟังเขาเลย

                  งานของไซเรนเสร็จสิ้นภายใน 3 ชั่วโมงอย่างง่ายดาย ตอนนี้ไซเรนกำลังจะพาฉันไปไหนสักแห่ง เธอจับฉันยัดเข้าไปในรถ แล้วออกรถไปทางย่านการค้า

“นี่เราจะไปไหนกันน่ะ”
“...”
“ไม่บอกแล้วจะรู้ไหม?”
“...”ไซเรนไม่ตอบแต่เลี้ยวขวาเข้าไปในซอยเปลี่ยว อย่างแรงชนิดตัวแทบหลุดออกจากเบาะ
“เบาๆก็ได้”ไซเรนไม่ได้ฟังฉันเลย เธอเดินดุ่มๆลงจากรถไปทันทีที่รถจอดสนิท
“นี่จะไปไหนน่ะ”ฉันไม่รอฟังคำตอบจากไซเรนอีกแล้วฉันรีบลงจากรถแล้วออกวิ่งตาม ไซเรนเดินเข้าไปในร้านเหล้าที่ดูสกปรก

“เชิญ”เสียงชายแก่หน้าตายับย่น ดวงตาปูดโปนเหมือนคนอดนอนมาเป็นสิบๆปีเชื้อเชิญแบบไม่เต็มใจ ด้วยเสียงสั้นและห้วนเป็นพิเศษ คนในร้านมีเพียงสามคน เจ้าของหนึ่งคน และขี้เมาอีกสอง ที่เมาไม่ได้สติอยู่ตรงมุมห้อง

“ขอฮาเดส”ไซเรนพูดด้วยเสียงเรียบ...สนิทเหมือนเคย ชายแก่มองหน้าเธออยู่ครู่หนึ่ง
“รหัส”เสียงสั่งสั้นห้วนของชายแก่นั่นทำให้ฉันรู้สึกสับสนว่าสองคนนี้ทำไรกัน

“แลนด์ออฟไซเรน”
“แล้วเด็กคนนั้นล่ะ”
“สังกัด” ฉันฟังไม่เห็นรู้เรื่องเลยพูดเรื่องอะไรกันเนี่ย...
“ผ่าน!!...ตามมา”ชายแก่เดินออกจากเหล่าเคาท์เตอร์ แล้วพาเดินไปที่โทรศัพท์เก่าๆแบบหมุนเครื่องหนึ่งที่ซุกอยู่บนโต๊ะเกือบมุมสุดของร้าน ชายคนนั้นยกหูขึ้นแต่ไม่ได้หมุนเบอร์

“เฮ้ย...เปิด”ชายแก่พูด
“ใคร?”เสียงหนึ่งตอบกลับมา
“แลนด์ออฟไซเรน!” หางเสียงชายแก่มีความเร่งร้อนแฝงอยู่ ในขณะที่ไซเรนไม่มีปฏิกิริยาอะไรตอบกลับมาเลย

“ได้! เบียร์สามขวด”นี่เขาคุยเรื่องเดียวกันหรือเปล่านี่....เอาเข้าไป ทันทีที่ชายแก่วางหูโทรศัพท์ลง โทรศัพท์ปุโรทั่งนั่นก็กลิ้งลงมานอนกับพื้นแล้วสั่นอย่างแรงจนโคมไฟที่แขวนอยู่สั่นไหว ชายขี้เมาสองคนงุนงงเงยหน้าขึ้นมองแล้วก็ฟุบกลับลงไปใหม่ ทันใดนั้นโทรศัพท์ก็มีขนาดใหญ่ขึ้น(อันที่จริงตัวเราเล็กลงต่างหาก) ก่อนที่ทั้งฉันและไซเรนจะหายเข้าไปตามช่องที่เจาะเป็นรูของหูฟังโทรศัพท์...ฉันหลับตาปี๋และอยากร้องออกมาดังๆว่า

อ๊ากกกกกกก!............(แต่ก็ไม่ได้ร้องออกมา)

“ยินดีต้อนรับคุณไซเรน”เสียงเหมือนหุ่นยนต์ดังขึ้น ฉันค่อยลืมตาขึ้นทีละข้างอย่างช้าๆ...อาฮ้า!! ไม่มีอะไรผิดปรกติ ....แต่ฉันคิดผิดเพราะตอนนี้ฉันเห็นแค่ด้านหลังของไซเรนเท่านั้น

“สวัสดี”ไซเรนตอบแล้วก้มหน้าให้ทางต้นเสียงเล็กน้อย
“ไม่พบกันนานเลยครับคุณไซเรน”
“เช่นกันค่ะขอตัวก่อนนะคะ”ไซเรนกล่าวอย่างสุภาพแล้วออกเดิน

“คุณไซเรน ไม่พบกันนานเลยนะคะ”หญิงในชุดสีดำยาวคล้ายๆพวกแม่ชีแต่ไม่มีผ้าคลุมศีรษะ เธอกลับสวมหมวกเล็กๆใบเก๋สีเขียวตะไคร่ไว้บนนั้นแทน

“เช่นกันค่ะ”หลังจากนั้นก็มีเสียงทักทายเธอเป็นระยะๆไปตลอดทาง ดูท่าจะเป็นคนกว้างขวางมากทีเดียว
“คิดจะเดินตามหลังไปอีกนานแค่ไหนกัน”ไซเรนพูดกับฉัน
“ก็เธอเดินไม่รอฉันนี่”
“มาเดินข้างๆ”ฉันขึ้นมาเดินๆข้างไซเรน ทันทีที่ฉันเงยหน้าขึ้น หัวของฉันก็หมุนคว้าง คนที่นี่นอกจะแต่งตัวคล้ายแม่ชีแล้ว ยังมีบางพวก(ซึ่งเป็นส่วนใหญ่) ใส่เสื้อคลุมมีฮูตสีดำขนาดใหญ่แล้วถือเคียวเดินกันไปมาขวักไขว่บางคนมีวิญญาณลอยตามมาด้วย(นี่เองเป็นสาเหตุว่าทำไมถึงไม่ให้ฉันเดินตามหลัง) ห้องโถงเพดาลสูง สร้างเป็นโดมที่สูงขึ้นไปจนต้องมองแทบคอตั้งบ่า ทุกชั้นมีคนกำลังเดินไปมาบ้าง หรือไม่ก็เป็นโต๊ะทำงาน เพดานเป็นช่องแสงที่ทำจากกระจกสีทอดเงาลงพื้นข้างล่างซึ่งจัดเป็นสวนสวยรูปวงกลม มีน้ำตกๆลงมาตลอด

“ว้าว!”ฉันอุทาน แล้วเหลือบไปเห็นป้ายทองเหลืองขัดจนขึ้นเงาขนาดใหญ่ป้ายหนึ่ง

                  กระทรวงแห่งความตายยินดีต้อนรับ เราพร้อมบริการคุณ....เป็นฉัน ฉันคงไม่อยากได้รับบริการจากกระทรวงนี้เท่าไหร่...หรือว่าคุณอยาก?

“มัจจุราชใหม่รายงานตัว”เสียงไซเรนพูดกับใครคนหนึ่ง ซึ่งฉันหันไปมองมันไม่มีอะไรนอกจากรูปปั้นโครงกระดูกถือเคียวอันใหญ่ยักษ์ที่ดูยังไง คนปั้นคงไม่โปร ดูบิดเบี้ยวชอบกล

“รับทราบค่ะ”ทันใดนั้นโครงกระดูกตอบแล้วขยับตัวไปด้านข้างสองสามก้าว เคาท์เตอร์วงกลมปรากฏขึ้น พนักงานสาวผมแดงเป็นลอนในชุดเหมือนแม่ชียิ้มต้อนรับ

“น้องคนนี้หรือคะมัจจุราชหน้าใหม่”พนักงานสาวชะโงกหน้าเข้ามาหาฉันใกล้มากไม่ใช่แค่คืบ แต่หน้าเราหากกันแค่ ไม่กี่มิลลิเมตร จนฉันเห็นแต่ลูกนัยน์ตาของเธอว่ามันเป็นสีฟ้า

“น้องชื่ออาคิราภ์ใช่ไหมคะ”พนักงานสาวถามแต่เธอไม่ได้รอคำตอบเลย เธอกดปุ่มบางอย่างบนโต๊ะ ทำให้มีคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุด ที่หน้าจอเป็นเพียงแผ่นใสๆเลื่อนขึ้นมาจากพื้นโต๊ะ

“ค่ะ น้องอาคิราภ์ เกิดเมื่อประมาณสองอาทิตย์กับอีกสองวัน อายุตอนเกิด 16....”แล้วพนักงานสาวก็พล่ามประวัติของฉันแทบจะทั้งหมด (ฉันเพิ่งรู้ตอนหลังว่าอายุที่นี่เขานับจากวันตายเป็นต้นมา)

“ถูกต้องใช่ไหมคะ?” พนักงานสาวถามฉันแล้วฉีกยิ้มกว้าง
“เอ่อ...เอ่อ ใช่ค่ะ”
“ขอรูปด้วยค่ะ”
“เอ๊ะรูป!!”ฉันพยายามจะหันไปมองหน้าไซเรนแต่ดูเธอจะไม่ได้สนใจกิจกรรมระหว่างฉันกับพนักงานเลย
“ในกระเป๋าขวา...” อ๊อ~ในกระเป๋าขวา ฉันหยิบมันออกมายื่นให้พนักงานสาวทันที
“เรารับแจ้งการรายงานตัวของคุณแล้วนะคะ ทางเราอนุมัติการทำงานของคุณทันที นี่คือบัตรประจำตัวมัจจุราช ไม่ว่าคุณจะอยู่แคว้นหรือเขตไหน ขอให้พกติดตัวไว้นะคะ”พนักงานสาวหยิบวัตถุทรงกลมเล็กๆขึ้นมา ฉันมองมันอย่างงงๆ...นี่เรียกว่าบัตรงั้นหรือ?

“น้องรับงานมาจากหัวหน้าแล้วใช่ไหมคะ ไม่ทราบว่าเปิดดูหรือยังคะ?”
“ยังค่ะ”ฉันตอบแล้วล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงข้างขวาควานหามันออกมาแต่ไม่เจอ....อ้อ..มันอยู่กระเป๋าซ้าย

“ระวังใบคำสั่งหายนะคะ”พนักงานสาวบอกยิ้มๆ
“ค่ะ ตั้งใจฟังดีๆนะคะ ต่อไปน้องต้องเข้าเรียนในโรงเรียนมัจจุราช ที่นั่นมีการเรียนการสอนสัปดาห์ละ4วัน ไม่มีหลักสูตรตายตัว และไม่กำหนดช่วงเวลาจบการศึกษาไว้แน่ชัด ไม่บังคับจำนวนชั่วโมงเรียน ขึ้นอยู่กับความสามารถของมัจจุราชท่านนั้นๆว่ามากน้อยแค่ไหน และไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น รายละเอียดสามารถดูได้จากบัตรประจำตัวค่ะ ขอบคุณที่ใช้บริการ กระทรวงแห่งความตายเราพร้อมบริการคุณ”พนักงานสาวพูดแบบไฟแลบก่อนจะหายแวบไปเหมือนคนกดปิดทีวี แล้วเจ้าโครงกระดูกบิดๆเบี้ยวๆนั่นก็กลับมายืนในตำแหน่งเดิมของมัน

“เอ่อ...เขาว่ายังไงนะ”ฉันถามไซเรนที่ยืนอยู่ข้างๆฉันตลอด แต่เหมือนไม่ได้อยู่กับฉันตลอด เพราะฉันแทบจะไม่รับรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของเธอเลย

“เปิดดูเองสิ”ไซเรนตอบ แล้วล้วงของอย่างหนึ่งออกมาจากกระเป๋า บัตรขนาดเล็กอยู่ในมือไซเรน เธอดีดมันเบาๆ ด้วยนิ้วชี้ ทันใดนั้นก็เกิดภาพขึ้นในอากาศ

“สวัสดีค่ะเจ้านายไซเรน ต้องการทราบข้อมูลอะไรคะ”
“ตารางงานรับวิญญาณ”
“จัดแสดงข้อมูลเดี๋ยวนี้ค่ะ”ภาพตารางสีเหลืองอ่อนเหมือนกระดาษใบนั้นปรากฏขึ้นในอากาศ บางช่องมีแสงสีเขียวกระพริบ เขียนว่า ‘กำลังปฏิบัติงาน’ บางอันเป็นสีแดง เขียนว่า ‘ปฏิบัติการเสร็จสิ้นง

“ปิด”ไซเรนบอกเจ้าบัตร มันปิดตัวเองลงอย่างง่ายดายก่อนที่ไซเรนจะเก็บมันเข้าไปในกระเป๋า ก่อนจะพาฉันลงไปชั้นใต้ดิน อันมีป้ายเขียนบอกว่า
                  
                        ศูนย์บริการไปรษณีย์ และขนย้าย

“แมนชั่นยอดตึก”ไซเรนบอกเบาๆ ภาพมังกรที่สร้างจากเลเซอร์ ปรากฏขึ้น มันตัวอ้วนกลมจนดูน่ารักมากกว่าน่ากลัว...ฉันชักอยากเห็นคนสร้างมันขึ้นมาเสียแล้ว

“จับหางผมไว้นะครับ”เจ้ามังกรพูดขึ้น ไซเรนเอื้อมมือไปสัมผัสมันที่โคนหาง ส่วนฉันจับลงไปที่กลางหางของมัน

“พร้อมนะครับ”แสงสว่างวาบสาดส่อง รู้สึกเหมือนตัวเองไร้น้ำหนัก มารู้ตัวอีกทีมาอยู่อยู่ในห้องนั่งเล่นของแมนชั่นแล้ว โดยมีเจ้าไซและเจ้าเรนพยายามแทะส่วนประกอบในร่างกายฉัน ส่วนไซเรนเจ้าของแมวสองตัวนี้นะหรือ หายเข้าไปในห้องเธอแล้ว ฉันล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อไม่ให้เจ้าสองตัวยุ่งแทะมือฉันเล่น เมื่อมื้อซ้ายของฉันล้วงเข้าไปในกระเป๋า ฉันก็สัมผัสกับกระดาษ ฉันดึงมันออกมาดู


                              H. Dakul
                              Final[ S.W.S.]
20.18.54


“นี่อะไรเนี่ย เล่นใบ้คำกันหรือไง”ฉันเหลือบมองนาฬิกา ตอนนี้เวลา20.05น.
“โอ้ยตายแล้ว จะถึงเวลาแล้ว!”ฉันรีบกวาดทุกอย่างเข้าประเป๋ากางเกง แล้วรีบสวมรองเท้าแบบชุ่ยๆและกำลังจะวิ่งออกจากบ้าน เอ...จะไม่บอกไซเรนหน่อยหรอ
“โอ๊ยตาย! ไซเรนฉันไปทำงานนะ”ฉันแหกปากตะโกนโดยหวังว่าไซเรนจะได้ยินก่อนจะวิ่งออกไปทิ้งเจ้าแมวยักษ์สองตัวยืนมองแบบงงๆ

แล้วฉันก็เริ่มออกวิ่ง แต่คุณรู้หรือเปล่าว่าฉันจะไปไหน?.....ไม่รู้ล่ะสิ แต่อย่ามาถามฉันนะ เพราะฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันแค่ทำตามสัญชาตญาณ

            แฮก... แฮก... แฮก....
เสียงฝีเท้าหนักๆของฉันกับเสียงหอบหายใจดังก้องอยู่ในหูของฉัน ฉันวิ่งมาหยุดที่สถานีรถไฟใต้ดินแห่งที่ใกล้ที่สุด ตอนนี้มีคนใช้บริการเยอะเหลือเกิน ทางเดินหินขัดแทบไม่มีที่ให้แทรก แต่ยังไงซะก็ต้องรีบล่ะ

                        20.10 น. ถ้าแทรกคนขนาดนี้ไปไม่ได้งานแรกต้องพลาดแน่ๆ เอาล่ะลุย!!

“ขอโทษนะคะ!!!”ฉันเริ่มออกวิ่งอีกครั้งทั้งที่ในหัวของฉันยังคงได้ยินเสียงหัวใจเต้นเหมือนมีใครมารัวกลองก็ตาม

“หลีกหน่อยค่ะ!!!” ฉันแทรกกายผ่านผู้คนมากมาย บางคนก็หลบให้แต่โดยดี แต่บางคนก็สวดเจริญพรให้ฉันตายไปซะ พวกเขาไม่รู้เลยว่าฉันน่ะตายไปแล้ว ดูเป็นเรื่องตลกดีใช่ไหมล่ะ...แต่ไม่ตลกหรอกนะฮึ!

                        
                        20.16.37น. ฉันหลุดจากคลื่นมนุษย์ที่ติดขัดยาว ฉันพยายามสุดลมหายใจเข้าลึกๆยาวๆเพื่อลดอาการเหนื่อยหอบลง พลางมองนาฬิกาทรงกลม สุดคลาสสิก ไม่ว่าประเทศไหนในโลกก็ใช้นาฬิกาแบบนี้ มันฟ้องว่าฉันกำลังจะไม่ทัน

                        รถไฟฟ้าใต้ดิน[ S.W.S] สถานีXXX(ปลายทางขบวนสายเหนือ).....


โอ๊ะโอ!! ฉันรีบล้วงเอาใบคำสั่งขึ้นมา [S.W.S] เหมือนกันเลยแฮะ!!! แสดงว่าน่าจะถูกทางล่ะ ว่าแต่ไหนล่ะ ฉันพยายามกวาดสายตามองไปทั่วชานชาลาที่คนแน่นจนแทบเป็นปลากระป๋อง ฉันยังไม่เห็นอะไรผิดสังเกตมากพอจะเป็นคนที่ฉันมาปลิดวิญญาณ

                        20.17.45 น. ยังไร้วี่แวว ฉันเริ่มเดินไปทั่วๆชานชาลา ในขณะเดียวกันนั้นรถขบวนใหม่กำลังเทียบชานชาลา

                        20.18.38น. มันมาแล้ว!!!!สัตว์หน้าตาประหลาดที่ครั้งก่อนมันกระโดดใส่ผู้ชายคนนั้น
                  
เจ้าสัตว์(หน้าตา)ประหลาดไต่ไปตามกำแพงเหนือหัวคนที่เดินไปมาขวักไขว่ แล้วโผนตัวไปตามเสาอ้อมไปทางชานชาลาฝั่งตรงข้าม ฉันจะวิ่งไปทันได้ยังไงกันเล่า!!! ฉันตัดสินใจวิ่งตาม ทางข้ามไปฝั่งโน้นอ้อมเกินไป? เอามันตรงนี้ล่ะ!!!! ฉันกระโดดลงไปในรางรถไฟ เสียงกรีดร้องจากหญิงที่อยู่แถวๆนั้นดังขึ้น พนักงานที่ชานชาลาส่งเสียงนกหวีดแหลมปรี๊ดใส่หู แต่ฉันไม่ได้ฟังมันหรอก ตอนนี้สติทั้งหมดของฉันอยู่กับการไล่ตามไอ้ตัวบ้านั่น....

                        20.18.54 น.ฉันเห็นแล้ว!!!!เหยื่อปลิดวิญญาณของฉัน ต้องใช่คนๆนั้นแน่ๆ คนที่ใส่เสื้อสีฟ้า.... ไม่ทันแล้ว!!!!ไอ้ตัวบ้านั่นกระโดดใส่ด้านหลังของเธอเต็มแรงราวกับเป็นภาพสโลโมชั่น เธอเซถลาไปข้างหน้าข้าวของตกกระจาย ในขณะเดียวกันรถไฟใต้ดินอีกขบวนก็แล่นเข้าเทียบชานชาลาด้วยความเร็วสูง หน้าของเธอกระแทกกับตัวรถแล้วถูกลากจากตรงจุดที่ยืนอยู่เดิมไปห้าเมตรและแน่นอน เธอดับสนิท ใบหน้าไม่เหลือเค้าเดิมให้เห็น.......และฉันไม่อยากจะดู!!!


                  แล้วเสียงกรีดร้องก็ดังระงมขึ้น เหมือนเป็นสัญญาณบอกฉันว่า ฉันทำงานนี้ไม่สำเร็จ!!....สัญชาตญาณไม่ช่วยให้ทุกอย่างสำเร็จ


                  


ตัวข้าเป็นดั่งคนตาบอดในความอนธกาล อันหาทางออกมิได้


ปล.เเอบเว้นบรรทัดมั่ว อุหุอุหุ~

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 22 เม.ย.48 เวลา 21:00:07 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ