smdm
จากคนกลายเป็นแมว

Flower sanctity 2:: ตอนที่ 3

Flower sanctity 2:: ตอนที่ 1
Flower sanctity 2:: ตอนที่ 2
Flower sanctity 2:: ตอนที่ 3

      รุ่นพี่นันธิดาเป็นคนแบบไหนกัน เมย์คิดพลางเดินตามรุ่นพี่ไป สำหรับโรงเรียนนี้แล้วรุ่นพี่ที่จบไปจากโรงเรียนก็ยังคงสถานะของรุ่นพี่ตลอดไป นี่เป็นสิ่งที่ธรรมเนียมของโรงเรียนพยายามปลูกฝังไว้กันนักเรียนทุกคน

      "กับกันยาเป็นยังไงบ้าง เด็กคนนั้น..." รุ่นพี่นันธิดาถามขึ้น แต่ก็เงียบไปคล้ายกำลังจัดสรรค์คำพูดที่ถูกต้อง

      "พี่กันยาช่วยดูแลหนูเสมอคะ" เมย์ไม่เข้าใจความหมายของคำถามนักจึงเลือกคำตอบแบบเป็นกลางที่สุด

      "หมายถึงความสัมพันธ์ของเธอสองคน" นันธิดาเสริม สายตาจับอยู่ที่สีหน้าของเด็กสาวอย่างพิจารณา "ถ้าพูดถึงเสน่ห์ของกันยา พี่คิดว่าเด็กคนนั้นก็สวยน่ารักพอที่จะทำให้ใครชื่นชมได้ไม่ยาก แม้แต่ผู้หญิงด้วยกันก็ตกหลุมรักกันได้แม้จะเห็นครั้งแรก" ดูเหมือนนันธิดาจะมองออก เมย์ระวังเรื่องของคำตอบ เด็กสาวพยายามเก็บอาการตื่นเต้นไว้ในใจยังคงแสดงสีหน้าปรกติ

      "คะพี่กันยาเป็นคนสวย เวลาไปเดินห้างสรรพสินค้าด้วยกันก็มักจะมีสายตาของผู้ชายเหลียวหลังอย่างสนใจอยู่เสมอ" นันธิดาดูออกว่าเด็กสาวเบื้องหน้าเธอพยายามเลี่ยงจะตอบคำถาม

      "แต่กันยาก็จะไม่มีปฎิกริยาอะไรเหมือนไม่เข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น" นันธิดาเสริมคำพูดของเมย์ เด็กสาวพยักหน้ารับฟัง แต่เธอไม่เข้าใจว่ารุ่นพี่นันธิดากำลังหมายถึงอะไร

      "นั้นเป็นปรกติของกันยานะ เด็กคนนั้นแสดงความรู้สึกแบบนั้นไม่เป็น ถ้าพูดเรื่องนี้บางคนอาจจะคิดว่าคนที่หลงรักกันยาคงจะน่าสงสารแต่จริงแล้วตัวกันยาต่างหากที่น่าสงสาร" รุ่นพี่นันธิดากล่าวด้วยความรู้สึกคล้ายการตัดพ้อ มีบางอย่างแผงอยู่ในประโยคพูดนั้น

      "หนูเหมือนจะไม่เข้าใจที่รุ่นพี่นันธิดาพูดนะคะ" นันธิดาหันมายิ้ม

      "เห็นเธออยู่ใกล้ชิดกันยาก็เลยอยากจะบอกไว้นะว่า ที่กันยาไม่ค่อยแสดงความรู้สึกไม่ใช่หมายความว่าไม่รู้สึกอะไร เด็กคนนั้นแสดงอารมณ์เกี่ยวกับความรักไม่เป็น อารมณ์ที่เกี่ยวกับความเกลียดชังก็แสดงได้ตามสัญชาตญาณ ตอนนี้เธออาจจะยังไม่คิดอะไรแต่ต่อไปเธอต้องถามตัวเองว่ากันยารู้สึกอย่างไรกับเธอกันแน่" นันธิดาอธิบายพลางเดินคู่ไปกับเมย์

      "รุ่นพี่นันธิดาอธิบายเหมือนกับทราบว่าหนูคิดอย่างไรกับรุ่นพี่กันยา"

      "ตังแต่เห็นเธอแวบแรกพี่ก็รู้แล้วว่าเธอชอบกันยา" นันธิดาตอบตรงไปตรงมา

      "น่าอายจังนะคะ ท่าทางของหนูคงชัดเจนมาก"

      "พี่ได้กลิ่นดอกกุหลาบจากตัวเธอ มันเป็นดอกกุหลาบต่างดาวที่แปลกประหลาดมาก" นันธิดาเว้นระยะดูความสนใจของเมย์

      "ดอกกุหลายต่างดาวเหรอคะ" เมย์ถามให้ความสนใจตามมารยาทของคู่สนทนา

      "ระยะแรกมันสามารถเติบโตได้ด้วยตัวเอง แต่จะบานอย่างสวยงามได้โดยได้ความรู้สึกรักเท่านั้น เวลาที่มันบานจะมีกลิ่นหอมมาก ก่อนที่จะกลายเป็นเมล็ด ดังนั้นเมล็ดของดอกกุหลาบชนิดนี้จึงหาได้ยากมาก"

      "หมายถึงว่าต้องปลูกโดยคนที่กำลังมีความรัก หนูเหมือนเคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อน" เมย์จำไมได้ว่าเธอเคยได้ยินเรื่องเหล่านี้มาจากไหน

      "ดอกกุหลาบที่พี่ว่าจะใช้ความรักเป็นปุ๋ย คุณภาพของความรักก็เป็นตัวทำให้ดอกกุหลาบชนิดนี้งดงามต่างกันไป และคุณภาพของเมล็ดก็จะต่างกันออกไป" เมย์ฟังพลางคิดตามไป

      "ดูเหมือนว่าจะปลูกยากแล้วได้เมล็ดไปจะมีประโยชน์เหรอคะ"

      "นั่นสินะ ช่างเป็นดอกกุหลาบที่ประหลาด หมายความว่าปลูกขึ้นมาใหม่ก็ต้องได้รับความรักอยู่ดีถึงจะงดงามได้" นันธิดากล่าวขึ้นเหมือนตัดพ้อ เมย์คิดตามแต่อย่างไรก็ไม่สามารถตีความหมายที่นันธิดาต้องการสื่อได้

      "แต่กลิ่นของกุหลานนั้นเค้าว่าหอมหวานมากนะ ความหอมหวานของความรักหากเปลี่ยนเป็นรูปธรรมได้ คิดว่าอย่างไรละ"

      "หากเป็นรูปธรรม ถึงจะมีกลิ่นที่หอมหวานแต่ว่าเวลาชิมก็คงจะให้ความรู้สึกขมเหมือนยาพิษ" เมย์กล่าวขึ้น นันธิดาชั่งน้ำหนักความคิดเล็กน้อยก่อนตอบ

      "เธอคงชอบดูละครหลังข่าวสินะประโยคแบบนี้พี่เองก็คุ้นเคยได้ยินผ่านหูมาหลายรอบแล้ว"

      "เอ.. คือ" เมย์หน้าแดงขึ้นมาเพราะรู้สึกเรื่องแบบนี้ไม่อยากให้ใครรู้

      "ไม่คิดว่าจะมีเด็กรุ่นนี้ดูละครหลังข่าวเท่าไร ส่วนใหญ่จะไปติดอย่างอื่นมากกว่า" รอยยิ้มที่เหมือนถือไพ่เหนือกว่าทำให้เมย์ไม่กล้าจะกล่าวอะไรต่อ นันธิดาก็เงียบตามไปด้วยทำให้บรรกาศละหว่างคนทั้งสองเงียบลงไปอีกครั้ง เมย์แม้ว่าจะไม่ค่อยชอบสุงสิงกับใคร แต่หากอยู่กับใครแล้ว เธอก็ทนความอึกอัดจากความเงียบไม่ได้เช่นกัน

      "ถ้ากุหลาบต่างดาวที่พี่นันธิดาพูดมีจริงก็ดีสินะคะ" เมย์พูดขึ้น เหมือนหลุดปากออกไปก็รู้สึกเหมือนกับว่าต้องโดนหัวเราะเยาะแน่ บางทีพี่นันธิดาอาจจะถามย้อนกลับมาว่า "เธอเชื่อเรื่องที่แต่งด้วยเหรอ"

      "ดียังไงเหรอ" นันธิดาทำท่าสนใจในสิ่งที่เด็กสาวกล่าว

      "ก็จะได้รู้ความรู้สึกของตัวเองไงคะว่าเป็นอย่างไร ถ้าความรักเป็นรูปธรรมขึ้นมาได้..." ไม่ทันกล่าวจบนันธิดาส่ายศีรษะ

      "หากเป็นรูปธรรมหมายถึง มันโดนขโมยได้ด้วยนะ เช่นถ้าพี่เอากุหลาบของเธอไป ก็เท่ากับความรักที่งดงามนั้นต้องหายไปไม่ใช่เหรอ แต่ถ้าเป็นนามธรรมถึงจะมองได้ไม่เด่นชัดแต่ก็ไม่มีใครสามารถหยิบฉวยไปได้" นันธิดากล่าวอย่างจริงจังเกิดปรกติที่พูดจาทำให้ เมย์ต้องสำรวจจุดยืนของสิ่งที่พูดอีกครั้ง

      "ดังนั้นต้องระวังรักษาดอกกุหลาบของเธออย่าให้ใครขโมยไปละ" รุ่นพี่นันธิดาพูดพลางยิ้มออกมาเล็กน้อย....



      หอประชุมใหญ่อยู่ชั้นสามของตึกของหอสมุดกว้างขวางและหรูหรา ด้วยม่านประดับไปพื้นไม้ปาเก้จัดเรียงรวดลายสลับสีอ่อนแก่อย่างเป็นระเบียบ มีเวทียกระดับกว้างพอที่จะจัดการแสดงขนาดใหญ่ได้ ด้านหลังของเวทีจะเป็นที่ของชมรมดนตรีแบ่งกับชมรมวรสารของโรงเรียน แต่ทั้งที่มีห้องประชุมขนาดใหญ่แบบนี้กลับไม่ค่อยได้ถูกใช้งานนักเพราะความใหญ่เกินพอดีนี่ละ ห้องประชุมนี้จึงได้ใช้เฉพาะประชุมนักเรียนทั้งโรงเรียนไม่กี่ครั้งเท่านั้น

      "และนี้ก็เป็นการใช้งบฟุ่มเฟือยงี่เง่าของคณะกรรมการนักเรียน" นันธิดาสรุปในตอนท้ายหลังจากเล่าเรื่องหอประชุมนี้ให้ เมย์ฟัง มันใหญ่เกินไปสำหรับนักเรียนทั้งโรงเรียนด้วยซ้ำตามความรู้สึกเธอเพราะคนที่นั่งอยู่ในที่นี้ก็กินเข้าไปสองในสามของนักเรียนทั้งหมดยังกินพื้นที่ไม่ถึงครึ่ง

      "ฉันนี่ก็จริงนะ จบไปแล้วก็ไม่ควรพูดเรื่องแบบนี้" นันธิดาพูดอย่างมีอารมณ์ แต่เมย์ไม่คิดว่ามันเลวร้ายอะไรขนาดนั้น

      "หนูคิดว่าบางทีพี่นันธิดาอาจจะมีอคติ"

      "ก็ยอมรับว่ามีแต่มันจำเป็นเหรอทีโรงเรียนที่มีเหล่าลูกสาวของพวกไฮโซทั้งหลายเรียนอยู่ต้องทำอะไรสมฐานะ หรูหราสวยงาม เวลาเจอคนอื่นก็ต้องมองด้วยหางตาเชิดหน้าเดินผ่านไป" เมย์คิดภาพตามถึงกับหลุดหัวเราะออกมา

      "ทำท่าเหมือนพวกผู้ดีในละครหลังข่าวเลยคะแบบนั้น"

      "ประมาณนั้นละ ตลอดมาสิ่งนั้นทำให้เราเข้ากับโรงเรียนอื่นไม่ได้ แล้วเข้าร่วมกิจกรรมกับคนอื่นก็ไม่ได้ ชื่นชมในความหรูหราของตัวเอง แต่กลับเข้าสังคมอะไรไม่เป็นเลย พี่อยากให้โรงเรียนเราก้าวไปอย่างสวยงามและยอมรับในสังคม"

      "ทุกวันนี้เราหรูหราสวยงามในตู้โชว์แต่ไม่มีใครเอาไม่มีใครสนใจเชิญเราไปร่วมกิจกรรมเพราะเข้ากับโรงเรียนอื่นไม่ได้" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหน้าของเมย์ เด็กสาวเงยหน้ามอง รุ่นพี่ผอบจันทน์เดินเข้ามาแม้คำพูดเปิดตัวจะช่วนให้นึกถึงการปะทะคารมที่ไม่มีใครหยุดได้ง่ายๆแต่ท่าทีกลับอ่อนน้อมผิดกัน

      "สวัสดีคะรุ่นพี่นันธิดา"

      "ได้ยินว่าเธอชอบรังแกกันยาใช้ไหม ผอบจันทน์" รุ่นพี่นันธิดาทักตอบ

      "หนูออกจะเอ็นดูเด็กคนนั้นนะคะ ไม่ทราบว่ารุ่นพี่จะมา รุ่นพี่น่าจะบอกทางคณะกรรมการนักเรียนนะคะว่าจะมาพวกหนูจะได้เตียมจัดหาที่นั่งให้"

      "ไม่ต้องยุ่งยากหรอกเธอก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าพี่ไม่ชอบเรื่องแบบนั้น อีกอย่างพี่มาจับคู่กับมาริสาเท่านั้นเอง"

      "ในรายชื่อหนูจำได้ว่ามาริสาต้องคู่กับพยากรณ์ไม่ใช่เหรอคะ"

      "เด็กคนนั้นนอนอยู่ห้องพยาบาล ไม่ต้องอ้อมค้อมก็ได้มีอะไรถามพี่เลยสิผอบจันทน์"

      "เมื่อเช้าเกิดอะไรขึ้นคะพี่นันธิดา"

      "พี่ไม่สะดวกจะรายงานให้เธอทราบที่นี่ผอบจันทน์"

      "งั้นหนูเชิญพี่ไปที่ห้องของชมรมดนตรีดีกว่าคะ คิดว่ามีเวลาพอสมควรทีเดียวกว่าที่จะถึงตาของมาริสากับพี่นันธิดา" รุ่นพี่ผอบจันทน์พูดอย่างอ่อนน้อม พี่นันธิดาลุกขึ้นจากที่นั่งเดินให้รุ่นพี่ผอบจันทน์เดินนำหน้าไป เมย์มองตามหลังรุ่นพี่ทั้งสอง เธอเองก็สงสัยเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตอนเช้าแต่ดูเหมือนกว่า พี่นันธิดาพยายามจะปิดบังไม่ให้เธอรู้



      ห้องของชมรมดนตรีจัดเป็นสัดส่วนสามมุม คือที่เก็บเครื่องดนตรี ส่วนของการซ้อม และที่นั่งรับรอง ผอบจันทน์เสริฟชาลิปตันอย่างง่ายให้กับรุ่นพี่ของเธอก่อนที่จะนั่งฟังเรื่องราวทั้งหมด
      "พี่นันธิดาพอเดาได้ไหมคะว่าคนที่เข้ามาเป็นใคร" ผอบจันทน์ถามทันทีโดยร้อนใจเมื่อ รุ่นพี่ของเธอเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง

      "ก็ต้องรอให้พยากรณ์ตื่นขึ้นมาก่อน แต่คงเค้นพลังจิตมากจนไม่ทันดูขีดจำกัดของตัวเองเลยทำให้สมองใช้งานหนักเกินไป แต่จากวิธีการต่อสู้คงเป็นพวกแทรปมาสเตอร์ หรือ หนักกว่านั้นก็เป็นพวกดันเจี้ยนมาสเตอร์ พี่กำลังห่วงอยู่ว่าหาก มันไม่เลือกวิธีการคนอื่นในโรงเรียนคงเดือดร้อน"

      "หนูว่าถึงเวลาที่พี่ควรจะเปลี่ยนหน้าที่ให้ใครสักคนแล้วนะคะ อย่างน้อยถ้าคนนั้นกำลังเรียนอยู่ก็สามารถปกป้องทุกคนได้หากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น"

      "ปัญหาอยู่ที่ว่าดาบเล่มนั้นยังไม่ยอมรับใครนะสิ จะทำอย่างไรให้คนที่คิดอยากได้ดาบนี้เข้าใจได้นะว่า เจ้านั้นไม่ยอมให้ใครเป็นเจ้าของ ไม่มีใครเป็นเจ้าของมันได้ตลอดไป เพราะสุดท้ายมันก็จะไปหาคนที่มันยอมรับ"

      "แล้วพี่จะทำอย่างไรละคะแบบนี้หน้าที่ของพี่ก็จะกลายเป็นภาระ"

      "ก็หาทางให้มีเด็กที่คิดอย่างพยากรณ์ก็คงจะลดภาระของพี่ลงไปได้บ้าง"

      "หัวหน้าชมรมนอนกลางวันหมายเลขยี่สิบสี่นั้นเหรอคะ หนูว่าก็คงแค่คิดอะไรติงต๊องแล้วก็บ้าเกมส์เท่านั้นเอง"

      "ไม่คิดเหรอว่าบางที่เด็กคนนั้นกำลังพยายามปกป้องทุกคน คนที่มีคุณสมบัติแบบนี้ต่างหากที่ Yggdrasil ต้องการให้เป็นเจ้าของอาวุธพวกนั้น"

      "แต่ที่หนูเห็นมาคนที่ Yggdrasil เลือกถึงแม้ในตอนแรกจะเป็นคนดีแต่สุดท้ายก็ใช้พลังอำนาจที่ได้มาเพื่อตนเอง"

      "นั้นเพราะมนุษย์จะเปลี่ยนไปหากมีอำนาจเหมือนมนุษย์คนอื่น สุดท้ายก็จะหลงมัวเมาในอำนาจ"

      "แล้วภาระของการเก็บกวาดก็ใหัคนอย่างพวกพี่นันธิดาตามจัดการนี้เหรอคะ หนูข้องใจการกระทำของ Yggdrasil มานานแล้ว อีกอย่าง หน้าทีของพี่ควรจะจบเมื่อพี่จบชั้นมัธยมไม่ใช่เหรอคะ"

      "มันก็ช่วยไม่ได้ ในเมื่อพี่ยอมรับหน้าทีนี่เอง รุ่นที่แล้วก็จนแต่งงานไปแล้วลูกสองคนถึงจะหาคนรับช่วงต่อได้ เอาละชาอร่อยมาก หมดถ้วยเลย"

      "แค่ชาถุงถูกๆนะคะ"

      "เพราะเธอชงให้พี่ต่างหากผอบจันทน์" นันธิดายิ้มหวานให้รุ่นน้อง "พี่ไปก่อนนะ อ๋อเตรียมเปียนโนไว้ให้ด้วยพี่จะเล่นคู่กับเมย์บนเวที"

      "ค่ะ มีหลายคู่ใช้เปียนโนอยู่แล้ว แต่ว่าเด็กคนนั้นเล่นเปียนโนเป็นด้วยเหรอคะ"

      "เห็นเจ้าตัวบอกว่าไม่เป็น แต่พี่บอกว่าจะให้เล่นเปียนโนคู่ก็ไม่แข็งขืนอะไร จริงสิเธอคงไม่ค่อยชอบเมย์สินะ เพราะดูกันยาจะสนใจเด็กคนนั้นไม่น้อยทีเดียว"

      "พี่อย่าเอาหนูไปเทียบกับตัวอิจฉาในละครหลังข่าวสิคะ" ผอบจันทน์พูดอย่างอ่อนใจ

      "อ้าว...นั่นสิ ยังไงฝากด้วยแล้วกัน"...



      วิสินีเป็นเด็กผู้หญิงที่ตัวเล็กเหมือนเด็กประถมอย่างดีเหน่อยคนก็จะคิดว่าเธอเป็นเด็กมัธยมต้น เธอบอกกับทุกคนว่าร่างกายเธอหยุดการเติบโตแต่จริงแล้วเป็นเรื่องของจิตใจที่ไม่ต้องการเติบโตเป็นผู้ใหญ่จนกระทบถึงร่างกาย นี่คือสิ่งที่กันยารู้จากปากของพ่อและแม่ของวิสินี เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกันในหอประชุมก่อนม่านสีแดงค่อยๆรูดมาปิดการแสดง วิสินีเดินเข้ามากุมมือของกันยาไว้ ความกลัวเดินเข้ามาเยือนเด็กสาวเมื่อถึงเวลาที่เธอต้องยืนอยู่หน้าทุกคน กันยาเห็นอาการของเด็กสาวก็พอทราบความรู้สึก มือของวิสินีเย็นเฉียบจนกันยารู้สึกกังวลขึ้นมา เธอจับไหล่สองข้างของเด็กสาวพลางยิ้ม

      "ครั้งแรกอาจจะยากลำบากแต่พี่อยู่ด้วยทั้งคนไม่ต้องกลัวนะ พี่จะอยู่ข้างเธอเอง" กันยาพูดเด็กสายไม่มีปฏิกริยาอะไร เหมือนไม่ได้ยินในสิ่งที่เธอกล่าวออกไป กันยาคิดว่าคงไม่ไหว หันซ้ายทีขวาทีหารุ่นพี่ผอบจันทน์

      "พี่ผอบจันทน์คะหนูคิดว่า เด็กคนนี้คงไม่ไหวแล้วคะ" กันยาหันไปพูดกับผอบจันทน์ด้วยความรู้สึกอันเป็นปรกติ รุ่นพี่ของเธอพยักหน้าตอบรับก่อนวิ่งไปบอกกับผู้ดำเนินรายการให้เปลี่ยนลำดับการขึ้นเวทีใหม่

      "ไม่เป็นไรคะพี่กันยา หนูเพียนงแต่เตรียมตัวเล็กน้อยเท่านั้นเอง" วิสินีพูดพลางเดินไปเลื่อนเก้าอี้ออกมากลางเวที มองไปด้านหน้าที่ยังคงมีม่านแดงปิดบังสายตาทุกคนไว้ ผอบจันทน์มองกันยาถามความเห็น กันยาพยักหน้าให้กับรุ่นพี่ของเธอ เดินไปหาเด็กสาวกลางเวที เห็นความุ่งมั่นนั้นก็อดภูมิใจไม่ได้ พาตัวเองไปนั่งลงบนเก้าอี้

      "วิสินี่พร้อมหรือยัง" กันยาถามเด็กสาว เธอพยักหน้า กันยาหันไปทางผู้ดำเนินรายการ

      "พร้อมแล้วคะ" รุ่นพี่ผอบจันทน์ชูนิ้วมือสามนิ้วนับถอยหลัง ม่านแดงก็เปิดออกมา วิสินีนั่งอยู่บนตักของกันยาหันหน้าออกหน้าเวทีเพราะการที่เธอตัวเล็กทำให้สามารถนั่งอยู่ในท่านี้ได้ เด็กสาวนั่งนิ่งตัวแข็ง สัมผัสได้ยากแม้กระทั่งลมหายใจ

      "เปเป้ตุ๊กตาของฉัน วันนี้ฉันมีเรื่องมาเล่าให้เธอฟังด้วย" กันยาออกแรงหิ้วปีกตุ๊กตาวิสินี่ขึ้นหันข้าง อย่างน้อยจะได้ลดความรู้สึกโดนจ้องมองได้บ้าง

      "ฉันชื่อเปเป้เหรอนี่ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลย รสนิยมเจ้าของฉันเป็นแบบไหนกันนี่" วิสินีพูดขึ้นกันยาทำท่าคล้ายไม่ได้ยินคำพูดของ เปเป้ตุ๊กตาของเธอ

      "ฉันได้รับดอกกุหลาบช่อใหญ่มาจากรุ่นน้องที่โรงเรียน เธอว่าน่าดีใจใช่ไหม" กันยาพูดพลางวูบหนึ่งของสายตามองลงไปหาเมย์ที่อยู่ด้านล่างเหมือนจะบอกให้ฟังสิ่งที่จะพูดให้ดี เมย์สบตากับกันยาอดรู้สึกไม่ได้ว่าสิ่งที่พูดนั้นหมายถึงเธอ

      "เหรอถ้าจำไม่ผิดโรงเรียนเธอมันโรงเรียนสตรีไม่ใช่เหรอ" วิสินีตอบดัดน้ำเสียงฟังดูกวนประสาท

      "เธอคงจะบอกว่าขอต้อนรับสู่โลกแห่งความผิดปรกติสินะ" มีเสียงฮือฮามาจากด้านล่างของคนดูเล็กน้อย

      "ถ้าบอกว่าไม่ผิดปรกติฉันก็กำลังปลอบใจเธอสินะ" น้ำเสียงของวิสินีเล่นเอากันยาอดอมยิ้มออกมาไม่ได้

      "นี่รู้ไหม ฉันโดนสารภาพรักด้วยละ เปเป้" กันยาพูดด้วยน้ำเสียงทราบซึ้งสุดหัวใจ

      "ถือว่าโชคร้ายนะ ประสบการณ์ถูกสารภาพรักครั้งแรกมาจากเพศเดียวกัน" วิสินีกลับอย่างไม่ใยดี มีเสียงหัวเราะออกมาจากคนดูบ้างเล็กน้อย

      "ฉันจะทำยังไงดีละเปเป้ ฉันมึนเลยตอนนั้นเล่นอยู่มาขอเป็นแฟนฉัน บางทีฉันคิดว่า ก็น่าสนุกดีนะ" กันยาหัวเราะขึ้นมา กริยาท่าทางที่ทั้งเขินอายและยินดีในทีเดียวกันนี้สำหรับเมย์แล้วรู้สึกว่าเป็นภาพที่หาดูได้ยาก ไม่แน่ว่าเธออาจจะไม่มีทางได้เห็นอีกแล้ว

      "รับประกันได้ว่าเธอเพี้ยนแน่นอน" วิสินีพูดเสริม แล้วกันยาก็เริ่มตีสีหน้าเศร้า

      "แต่ว่านะตอนนั้นฉันปฎิเสธไปทันที ตอนนั้นฉันกลัวขึ้นมา น้องคนนั้นน้ำตาซึมเลย ท่าทางเหมือนทำอะไรไม่ถูก" สิ้นเสียงกันยาคล้ายจะร้องไห้โฮออกมา ผู้ชมพลางส่งเสียงในลำคอคล้ายคล้อยตามเรื่องราวที่เล่าออกมา

      "เดี๋ยวหัวเราเดี๋ยวร้องไหเธอนี่ถ้าจะบ้า" วิสินีสวนกลับอีกครั้ง

      "น้องเค้าถามว่าทำไม ฉันตอบไม่ได้ว่าฉันอายสายตาของคนคนอื่น" ท่าทางของกันยานั้นเต็มไปด้วยอารมณ์ สายตาโหยหาจนไม่มีใครไม่รู้สึกว่าเรื่องนี้บางทีอาจจะเป็นความจริง

      "แล้วเธอตอบว่าอะไรละ" วิสินีถาม

      "เปเป้จะตอบว่าอะไรถ้าเป็นเธอ"

      "ฉันถามก่อนนะอยู่ๆทำไมมาย้อนถามฉัน" วิสินีทำท่าหัวเสียพูดด้วยน้ำเสียงไม่ได้ดังใจ เรียกเสียงหัวเราะกลับมาจากคนดูได้เล็กน้อย

      "ฉันบอกว่าฉันไม่ได้ชอบเธอแบบที่เธอคิด น้องคนนั้นก็เลยตัดใจอย่างง่ายดาย แต่สุดท้ายฉันก็มานั่งเสียดาย จริงแล้วฉันต้องการคนอยู่ข้างตัวนะ ใครก็ได้ แล้วฉันจะตอบแทนด้วยสิ่งเดียวกัน" กันยาพูดขึ้น สายตาเธอเหลือบมองไปทางเมย์อย่างไม่รู้ตัว ก่อนที่จะรีบหลบสายตาที่ประสานกัน

      "ขอโทษนะที่ฉันเป็นตุ๊กตา ฉันไม่สามารถปลอบเธอได้ ฉันไปไหนกับเธอได้ต่อเมื่อเธอต้องการ" ครั้งนี้วิสินีกลับพูดคล้ายต้องการปลอบใจ ภายในห้องประชุมเงียบลงตั้งใจฟังเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นต่อไป

      "ถ้าฉันซื่อตรงกับความรู้สึกของตัวเองสักนิดก็คงจะเป็นเรื่องราวที่จบลงอย่างมีความสุข ขอโทษนะเปเป้สุดท้ายก็เลยกลายเป็นเธอที่มารับฟังเรื่องของฉันอีกครั้ง" กันยาลุกขึ้นหิ้วปีกเด็กสาวขึ้นมาจัดที่นั่งลงบนเก้าอี้

      "ฉันไปก่อนนะเปเป้" กันยาหันข้างให้ทุกคนยิ้มหวานให้กับตุ๊กตา

      "เฮ้ อะไรกัน เธอน่าจะฟังเรื่องของฉันบ้างนะ ในขณะที่เธอได้ระบายควาในใจ ฉันกลับทำอะไรไม่ได้ แบบนี้ไม่ยุติธรรมเลย"

      "ราตรีสวัสดิ์ แล้วพรุ่งนี้ฉันจะมาเล่าความทุกข์ใจของฉันให้เธอฟังอีก" กันยาเดินไปจากเวทีพร้อมกับม่านค่อยปิดตัวลง เสียงปรบมือดังขึ้นอย่างพร้อมเพียงกันอีกครั้ง กันยาถอนหายใจอย่างโล่งอก วิสินีหันมาทางเธอสีหน้าไม่สู้ดีนักล้มลงไปจากเก้าอี้ กันยาวิ่งเข้าไปหาคนแรก วิสินีชักอยู่กับพื้น กันยารีบพับผ้าเช็ดหน้าใส่ปากเด็กสาวก่อนเป็นอย่างแรก

      "พี่นันธิดาคะ" กันยาร้องขึ้นมาเสียงประกาศของผู้ดำเนินรายการกลบเสียงนั้นกันยารีบลุกจะไปแย่งไมค์ของผู้ดำเนินรายการที่ยังไม่ทราบว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น รุ่นพี่นันธิดากลับมายืนอยู่เบื้องหน้า อุ้มวิสินีเดินออกไปด้านหลังห้องประชุม จัดให้นอนในที่อากาศถ่ายเท มือจับอยู่ที่ต้นคอของเด็กผู้หญิงตัวเล็ก สีหน้ายังคงปรกติ

      "แค่ชักเท่านั้น"

      "ทำไมกันทั้งที่ครั้งแรกก็ยังปรกติดี" กันยากล่าวขึ้นอย่างสงสัย

      "ฝืนน่ะสิ" รุ่นพี่ผอบจันทน์เดินตามหลังมาติดๆสอบถามถึงอาการที่เกิดชึ้น รุ่นพี่นันธิดาลังแลที่จะตอบคำถาม

      "คงจะเครียดมาก ได้นอนพักหน่อยเดี๋ยวก็หายละ ให้พวกกรรมการนักเรียนเอารถเข็นมาพาเด็กคนนี้ไปห้องพยาบาลดีกว่าผอบจันทน์"

      "ได้คะพี่นันธิดา" ผอบจันทน์รับคำก่อนวิ่งออกไปสั่งคณะกรรมการนักเรียนที่อยู่แถวนั้น

      "งั้นเดี๋ยวหนูตามไปดูอาการแล้วติดต่อทางผู้ปกครองของวิสินีนะคะ" กันยาเสนอตัว

      "ไม่ต้องก็ได้มั้ง มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เห็นนักหรอก อีกไม่นานเมย์ก็ขึ้นเวทีแล้วในฐานะของรุ่นพี่ที่ 'สนิทสนม' ไม่คิดจะอยู่ดูหน่อยเหรอ"

      "ไม่จำเป็นคะเด็กคนนั้นคงไม่งอนอะไรด้วยเรื่องแบบนั้นหรอกคะ" กันยากล่าวอย่างมั่นใจ

      "แบบนั้นก็ ตามใจเธอ พี่กลับไปนั่งก่อนละ"

      "พี่นันธิดาคะ" กันยาร้องเรียกขึ้นมาหลังจากรุ่นพี่ของเธอกำลังเดินกลับไป

      "บอกเมย์ด้วยนะคะว่า"

      "ว่า?"

      "มะ...ไม่มีอะไรคะ" กันยาถอนหายใจออกมาทิ้งท้าย ท่าทีลังเลนั้นทำให้นันธิดาหยุดรอการตัดสินใจของรุ่นน้องเธอ กันยาถอดเข็มตราโรงเรียนตรงหน้าอกให้กับรุ่นพี่ของเธอ

      "รุ่นพี่ช่วยเอาให้เมย์แทนหนูด้วยนะคะ" กันยากล่าวในทีสุด นันธิดารับเข็มนั้นมาก่อนยิ้มให้กับรุ่นน้องของตัวเอง

      "วางใจได้เลย" นันธิดากล่าวก่อนเดินกลับไป...



      แม้ว่าจะมีอีกสามคู่ขึ้นเวทีไปแล้วแต่ว่าพี่กันยากันวิสินีก็ยังไม่กลับมานั่งทีเดิม แล้วพี่นันธิดากลับหายไปอีก ในใจของเมย์คิดว่าต้องมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นแน่นอน วันนี้ดูเหมือนจะมีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นรอบตัวเธอแต่ดันเป็นเหตุการณ์ที่เธอไม่สามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น ในระหว่างนั้นพี่นันธิดาก็กลับมายังที่นั่ง สายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้ของเมย์ยิ่งทำให้นันธิดานึกสนุกที่จะสงบคำไว้ก่อน ทำทีมานั่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความแตกต่างระหว่างรุ่นยิ่งทำให้เมย์ถามอะไรไม่ได้อีก สีหน้าของเด็กสาวอยู่ในอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด นันธิดาเริ่มรู้สึกว่าแบบนี้ก็ทำเกินไปหน่อย จนการแสดงจบลงคนทั้งห้องประชุมปรบมือเมื่อนั้นนันธิดาจึงเริ่มพูด

      "กันยาฝากเอานี่มาให้เธอนะเมย์ วิสินีชักขึ้นมาต้องไปเข็นไปห้องพยาบาล ทางกันยาก็คงรู้สึกว่าอยู่ในความรับผิดชอบของเธอจึงไปเฝ้าดูอาการ" นันธิดาส่งเข็มของกันยาให้แก่เมย์ เด็กสาวรับมาเพียงแต่สิ่งเล็กน้อยแต่มันกลับทำให้หัวใจของเมย์พองโตขึ้นมาอย่างประหลาด

      "วิสินีคงไม่เป็นไรมากใช้ไหมคะพี่นันธิดา"

      "ถ้าเป็นมากพี่ก็คงไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้หรอก" นันธิดาเสริมให้ความมั่นใจ เมย์มองเข็มรูปดอกบัวแก้วอันเป็นสัญลักษณ์ของโรงเรียนอยู่อึดใจ ก่อนกำเอาไว้ในมือ

      "ไม่เอาติดหน้าอกเหรอ" นันธิดาถามขึ้น เมย์เพียงส่ายศีรษะแล้วนั่งเงียบอยู่แบบนั้น ภายในอกคล้ายมีบางอย่างเบ่งบานอยู่ภายใน ถ้าหากมีเรื่องที่น่าดีใจไปกว่านี้สำหรับเมย์นั้นกลัวเหลือเกินที่จะไม่สามารถอดทนต่อความรู้สึกที่อยู่ข้างในได้อีก...



      เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมเพียงกันอีกครั้งก่อนม่านสีแดงจะรูดมาปิด เมย์รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกหลังจากการเล่นเปียนโนละหว่างเธอกับพี่นันธิดาจบลงไปได้

      "ถึงแม้ว่าจะกระท่อนกระแท่นแต่ก็นับว่าดีทีเดียวสำหรับการเล่นแบบไม่เคยซ้อมกันมาก่อน" นันธิดาเอื้อมมือไปขยี้ศีรษะเด็กสาวเบาๆ

      "เพราะพี่นันธิดาช่วยไว้ต่างหากคะ" นันธิดายิ้มรับก่อนลุกขึ้น เมย์รีบลุกตามก่อนคนในคณะกรรมการนักเรียนจะรีบเข็นเปียนโนเข้าไปเก็บหลังฉากของเวที

      "สังคมในโรงเรียนนี้ต้องการคนเก่งมากกว่าคนที่นั่งถ่อมตัวนะรู้ไหม แบบเธอถ้าอยู่ในคณะกรรมการนักเรียนโดนแกล้งวันละสามเวลาแน่นอน จริงไหมผอบจันทน์" นันธิดาพูดอยุ่กับเมย์อยู่ดีๆก็หันไปพูดกับผอบจันทน์

      "เก่งแบบกันยาก็ยังแย่เลยคะ ถ้าไม่มีพรรคพวกเพื่อนฝูง" ผอบจันทน์เสริมขึ้นมาสีหน้าเรียบเหมือนไม่ได้คิดอะไรมากกับคำพูดของเธอ

      "พี่จะไปดูอาการเด็กคนนั้นหน่อยนะ ว่าจะเอาเมย์นำทางไปด้วย ไม่ได้มาโรงเรียนนานเริ่มจะจำทางไม่ได้แล้วว่าห้องพยาบาลอยู่ทางไหน" นันธิดาพูดน้ำเสียงทีเล่นทีจริง ผอบจันทน์ยิ้มรับเล็กน้อย

      "ตามสบายคะรุ่นพี่นันธิดา"

      "แหมแบบนี้ละพี่ถึงรักเธอผอบจันทน์"

      "กรุณาอยากพูดคำว่ารักง่ายอย่างนั้นสิคะโดยเฉพาะรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามคิดอย่างไร" พี่นันธิดาไม่กล่าวอะไรต่อ นอกจากสายตาแสดงการขอโทษ ก่อนเดินนำไปเด็กสาวเดินตามหลังออกจากห้องประชุม มองด้านหลังของพี่นันธิดา สงสัยในความสัมพันธของรุ่นพี่ทั้งสองของตน แต่ก็ได้แต่เงียบไว้เพราะรู้สึกไม่เหมาะที่จะถามอะไรออกไป...



      วิสินีได้สติไม่นานหลังจากมานอนที่ห้องพยาบาล กันยาเล่าเรื่องทีเกิดขึ้นให้กับเด็กสาวตัวน้อยฟัง เธอพยักหน้ารับฟังก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาผู้ปกครองของเธอให้หายเป็นห่วง

      "คิดว่าจะผ่านไปได้ด้วยดีแล้วนะคะแต่ว่าในที่สุดก็เหมือนเชือกบางอย่างมันขาดออกจากกัน สติดับวูบไปเลย" เด็กสาวพูดคล้ายกล่าโทษตัวเอง

      "แต่เธอก็ทำได้ดีมากนะวิสินี" กันยากล่าวชมเด็กสาว

      "แต่ว่าพี่กันยาไม่อยู่ดูมาริสาเหรอคะ เป็นเพราะหนูอีกแล้วเหรอคะแบบนี้ หนูคิดว่ามาริสาคงน้อยใจน่าดูเลยนะคะ" กันยาโดนคำถามนี้ถึงกับปั้นสีหน้าไม่ถูก

      "ไม่เห็นต้องน้อยใจอะไรเลย"

      "พี่กันยากับมาริสามีความสัมพันธ์แบบไหนกันคะ" วิสินีรุกถามต่อ

      "จะให้เป็นแบบไหนละ" กันยาถามกลับ

      "เป็นแฟนกันหรือเปล่าคะ" วิสินียิงคำถาม กันยานิ่งไปก่อนยิ้มออกมา

      "ความรู้สึกละหว่างพี่กับเมย์มันเรียกว่าซับซ้อนจนพี่เองก็แยกไม่ถูกเหมือนกันว่าควรจะเรียกว่าเป็นอะไรกัน วิสินีถามพี่นี่เพราะว่าชอบพี่อยู่หรือเปล่า"

      "หนูอยากให้พี่เป็นพี่สาวนะคะ"

      "ไม่ได้จ๊ะ" กันยาตอบทันที

      "ทำไมละคะ"

      "เพราะความรู้สึกนี่พี่มอบให้กับเมย์ไปแล้ว" ช่างเป็นคำตอบที่ชวนสับสนไม่น้อยสำหรับวิสินี แต่กันยาตอบเหมือนเป็นเรื่องที่เข้าใจได้โดยง่าย เวลานั้นเป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงกระดิ่งห้องพยาบาลดังขึ้น เป็นพี่นันธิดากับเมย์เดินเข้ามาให้ห้อง นันธิดามองหน้าเด็กสาวที่นั่งอยู่บนเตียงแล้วก็พยักหน้า

      "เห็นไหมบอกว่าแล้วไม่มีอะไรน่าเป็นหว่ง แบบนั้นเดี๋ยวพี่ก็คงจะกลับแล้วละนะกันยา" กันยารีบลุกขึ้นทำท่าจะไปส่ง

      "พี่ไม่อยู่คุยกับพยากรณ์ก่อนเหรอคะ"

      "เดี๋ยวติดต่อกับเจ้าตัวที่หลังก็คงได้มั้ง" นันธิดาสรุป ไม่ทันขาดคำ พยากรณ์ก็ลุกขึนมานั่งบนเตียง หันซ้ายหันขวาสีหน้าคล้ายยังไม่ตื่นดีนัก

      "อาค์เซรินนอน หายไป" พยากรณ์ร้องขึ้นมา หันหน้าถามกับทุกคน กันยาเป็นคนแรกที่เดินเข้าไปหาพยากรณ์ ก่อนนันธิดาจะตามเข้าไป

      "ครั้งสุดท้ายก็คือวางไว้ข้างเธอนะพยากรณ์" กันยาอธิบาย พยากรณ์ทำหน้าตายุ่งยากใจมากขึ้น

      "แย่แล้วแย่แน่ๆแบบนี้" พยากรณ์บ่นขึ้นมาไม่มีใครเข้าใจหรอกว่ามันแย่อย่างไร แต่เมย์ก็รู้สึกว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

      "พี่พยากรณ์คะ" เมย์พูดเสียงอ่อน "คือว่าไม้เท้าพี่หนูจับแล้ว มันก็หายไปนะคะ" พยากรณ์มองเมย์สายตาจ้องเขมง

      "เอาคืนมานะ" เสียงของพยากรณ์คล้ายเยือกเย็นไปถึงไขกระดูก เด็กสาวทำท่าจะร้องไห้ออกมา

      "จะทำอย่างไรละคะ" เมย์ย้อนถามอย่างกลัวๆ

      "ประสานมือสองข้างออกไปด้านหน้ายืดแขนตรง จินตนาการรูปร่างของไม้เท้าอย่าให้ผิดเพี้ยน ตะโกนชื่อของมันออกมาว่า อาค์เซรินนอน" เมย์มองกันยารุ่นพี่ของเธอก่อนหันไปมองนันธิดารุ่นพี่ของรุ่นพี่ของเธอ เพื่อจะมีความเห็นอื่นบ้างแต่ทั้งสองก็ได้แต่ยืนนิ่ง กันยานึกย้อนไปตอนที่พยากรเรียกไม้เท้าออกมา ดูอย่างไรมันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าจะทำกันง่ายดายขนาดนั้น เมย์เห็นว่าไม่มีใครมีความเห็นอย่างอื่นก็ทำตาม ขั้นแรกประสานมือไปด้านหน้า นึกภาพของไม้เท้าแล้วก็พูดออกมา

      "อาค์เซรินนอน" ไม่มีอะไรเกิดขึ้นนี้ละเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วสำหรับเมย์ มันจะเป็นไปได้อย่างไรที่ไม้เท้าจะออกมาจากมือเธอ แต่พยากรณ์ดูเหมือนจะยอมรับไม่ได้

      "เอาใหม่สิมาริสา"

      "อาค์เซรินนอน" เมย์ร้องออกมาอีกครั้ง

      "แย่แลัว แย่แล้ว" พยากรณ์คล้ายจะร้องไห้เสียให้ได้ รุ่นพี่นันธิดา มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพลางได้แต่ถอนหายใจ

      "ตามพี่มานี่หน่อยพยากรณ์" นันธิดาเดินนำออกไปจากห้องพยาบาลโดยไม่สนใจว่ามีใครจะตามออกมาไหม แต่สำหรับพยากรณ์หรือนักเรียนของที่นี่แล้วคำสั่งของรุ่นพี่ถือเป็นคำสั่ง พยากรณ์รีบลุกตามไปท่าทางยังอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด เมย์เองสับสนว่าไม่รู้จะทำอย่างไรดี มองหน้ารุ่นพี่กันยา

      "ถ้าทำแบบนี้แล้วไม้เท้านั้นจะออกมาจริงเหรอคะ" เมย์ถาม

      "เมื่อเช้าเห็นพยากรณ์ทำแบบนั้นมันก็ออกมาจริงๆนะ" คำตอบของกันยานำพาความปวดศีรษะให้กับรุ่นน้องไม่น้อย



      ทำไมทางเดินระหวางตึกทอดยาวไปผิดปรกติ เหมือนกับว่าไร้ที่สิ้นสุด แล้วสถานทีก็เริ่มแตกต่างจากตึกเรียนของเธอ พยากรณ์เก็บคำถามมากมายไว้ในใจ เหมือนเป็นกฎสำหรับโรงเรียนนี้ รุ่นน้องสงสัยในการกระทำของรุ่นพี่ได้แต่ห้ามถาม ทำอย่างไรก็ได้ให้รุ่นพี่ตอบคำถามโดยห้ามถาม สำหรับรุ่นพี่ที่สนิทกันบ้างแล้ว กฎข้อนี้จะคลายตัวลงเองตามลำดับความสนิท แต่สำหรับรุ่นพี่ที่ไม่เคยพบหน้ากันเท่าไร กฏข้อนี่ถือเป็นมารยาทที่ต้องปฎิบัติตามอย่างระมัดระวัง

      "ไม่คุ้นเลยนะคะที่แถวนี้ เหมือนกับว่าเราไม่ได้อยู่ในโรงเรียนแบบนั้นละค่ะ"

      "อือเราข้ามมาทีอื่นตั้งนานแล้ว" นันธิดาตอบก่อนหยุดอยู่หน้าประตูบานหนึ่ง เคาะประตูสามครั้งประตูบานนั้นก็เปิดออก ภายในห้องสีเหลียมสีขาวประมาณสี่คูณสี่คูณสี่ มีชายหนุ่มคนหนึ่งอยู่ในชุดสูทสีดำเน็ดไทสีขาวดูสะดุดตา

      "สวัสดีนันธิดา สวัสดีพยากรณ์ แปลกใจที่เห็นเธอมาถึงนี่ นันธิดา" ชายหนุ่มคนนั้นกล่าวอย่างสุภาพ

      "นั้นละคนที่จัดแจงส่งไม้เท้านั้นให้เธอ" นันธิดาแนะนำตัวชายเบื้องหน้า "ฉันมานี้ก็จะขอไม้เท้าอันใหม่ให้กับเด็กคนนี้"

      "เกิดอะไรขึ้นกับ อาค์เซรินนอน หรือครับ" ชายคนนั้นถามกลับมา พยากรณ์คิดจะอธิบายแต่นันธิดารีบจับไหลของเด็กสาวไว้ไม่ให้กล่าวอะไรมากความ

      "คงไม่เกินความสามารถของ Yggdrasil มั้งถ้าจะถามสาเหตุ"

      "จริงผมอยากจะพูดคุยกับคนที่รับของพวกนั้นไปใช้บ้างสิครับว่ารู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง แล้วเอาไปใช้เพื่ออะไรบ้าง บางคนได้พลังไปก็เอาไปใช้เพื่อตนเอง ในขณะที่บางคนก็เลือกที่จะนำไปใช้เพื่อคนอื่น แล้วคุณละพยากรณ์นำไปใช้เพื่อตนเองหรือผู้อื่น" ดวงตาของชายเบื้อหน้าจ้องมองลึกลงไปในตัวของเด็กสาว พยากรณ์ถอยหลังออกไปก้าวหนึ่ง ชายเบื้องหน้ายิ้มเล็กน้อยให้บรรยกาศลดความตึงเครียดลง

      "อาค์เซรินนอน หายไปอยู่กับเด็กสาวที่ชื่อว่ามาริสาเป็นเพราะคุณใช้เค้าผิดประเภท เค้าจึงคิดจะลองหาเจ้าของใหม่ ผมเองก็สับสนเหมือนกันว่าทำไมทั้งทีลักษณะนิสัยของคุณในการเล่นเกมส์เหมาะกับอาค์เซรินนอน มากแต่พอนำมาใช้จริงแล้วคุณกลับ ใช้ไปในทางคุ้มกันและปกป้องเสียมากกว่า ไม่มีครั้งใดที่คุณใช้เค้าเพื่อร่ายเวทย์ในการทำลาย"

      "ตกลงกลายเป็นอาค์เซรินนอนหนีจากฉันไปเองแบบนั้นเหรอ" พยากรณ์ถามขึ้นมา ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำพยักหน้า

      "ปรกติลักษณะนิสัยของมนุษย์ในเกมส์กับชีวิตจริงจะคล้ายกัน ผมเลยยึดเป็นพื้นฐานในการเลือกอาวุธให้ แต่สำหรับคุณในเกมส์ดูเหมือนจะชอบเวทย์ทำลายล้างระดับสูงแต่พอในชีวิตจริงกับ เอาตัวเองเข้าแลกในการต่อสู้ โดยไม่คิดจะทำร้ายใคร"

      "เดี๋ยวก่อน ฉันต้องถามคุณกลับแล้วว่าทำไมถึงกล้าให้อาวุธกับคนที่มีนิสัยในการเล่นรักการทำลายล้าง" นันธิดากอดอกถามขึ้นอย่างหัวเสีย

      "จุดประสงค์ของคุณเปลี่ยนไปแล้วแบบนั้นเหรอ หรือว่าจริงแล้วคนที่ฉันควรหันปลายดาบใส่น่าจะเป็นคุณมากกมาย"

      "ข้อมูลของพยากรณ์บอกว่าเธอรักการทำลายล้างก็จริง แต่ว่าเธอไม่เคยใช้ในการก่อกวนผู้เล่นคนอื่นในเกมส์"

      "แล้วอะไรจะยืนยันได้ว่า คนที่คุณให้ของพวกนั้นไปจะใช้พลังที่ได้อย่างที่เล่นในเกมส์"

      "เราเถียงกันเรื่องนี้มาหลายรอบแล้ว ผมอธิบายเรื่องนี้กับคุณก็หลายรอบแล้ว"

      "จุดประสงค์ที่คุณให้ของในเกมส์แก่พวกเราคืออะไร" พยากรณ์ถามขึ้นมา นันธิดาคล้ายโดยปิดปากทันที ชายในชุดสูทถอนหายใจ

      "ถึงผมเล่าไป พอคุณเดินออกจากห้องนี้ความทรงจำส่วนนั้นก็ต้องถูกลบอยู่ดี สู้ผมบอกให้คุณค้นหาคำตอบด้วยตัวเองจะดีกว่าเพราะความทรงจำนั้นจะคงอยูกับคุณตลอดไปเท่าที่คุณอยากจะจดจำมัน คิดว่ามันคือเกมแล้วกัน คุณกำลังเล่นเกมต่อในโลกของคุณ แล้วมีเหล่า เกมส์มาสเตอร์คอยควบคุมผู้เล่นอยู่อีกที หากผู้เล่นคนไหนทำตัวแหกกฎ" ทั้งห้องเหมือนตกอยู่ในความเงียบ พยากรณ์คล้ายไม่เชื่อว่าความทรงจำของเธอจะถูกใครลบออกไปได้ แต่ว่าอำนาจของอาค์เซรินนอนก็เป็นของจริง

      "ถ้าคุณอยากจะเล่นเกมนี้ต่อ หัวใจแห่งพาวเกีย ดูเหมือนจะเหมาะกับคุณ แต่ว่ามันไม่ใช่ของเด็กเล่นแบบ อาค์เซรินนอน ที่ผมส่งให้คุณนะ การที่จะได้มันมาคงไม่ใช่เรื่องง่าย"

      "ไม่ใช่ของเด็กเล่นหมายถึงว่าเป็นของระดับเดียวกับ เอลทาเนีย หรือยังไง"

      "พูดแบบนั้นก็ไม่ผิดนะ" ชายหนุ่มพยักหน้า

      "แล้วมันอยู่ที่ไหน"

      "ห่างจากโลกไปประมาณ แสนล้านล้านปีแสง หัวใจของพาวเกียอยู่ที่ดาวดวงนั้น"

      "บ้าบอไปใหญ่แล้ว ฮิวดาส" นันธิดาฟังอยู่นานถึงกับหมดความอดทน

      "เรียกผมว่า Yggdrasil ดีกว่านะ"

      "ออกเสียงลำบาก ฉันเถียงกับเธอเรื่องชื่อเรียกมาสองร้อยกว่าครั้งได้แล้วมั่ง มาเข้าประเด็นของเรื่องดีกว่า ขอไม้เท้านักบวชระดับเดียวกับ อาค์เซรินนอน ให้พยากรณ์ก็พอ ฉันคิดว่าในช่วงชีวิตของฉันคงยังไม่มีความจำเป็นขนาดที่ต้องส่งใครไปดาวดวงไหนหรอก"

      "น่าเสียดายนะได้พบกับคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมทั้งที งั้นผมให้หินนักนักปราชณแก่คุณแล้วกัน แต่ผมคิดว่าคุณคงไม่ค่อยชอบเท่าไรนักเพราะรูปร่างของมันดูไม่ดีเท่ากับ อาค์เซรินนอน"

      "รู้แบบนั้นแล้วทำไมไม่ให้ของที่มันเหมาะกับเด็กสาวละ" นันธิดากล่าวอย่างหัวเสีย

      "มนุษย์ต้องเรียนรู้อีกแยะกว่าจะถึงวันนั้น ทุกอย่างเป็นบททดสอบให้มนุษย์เติบโตขึ้นอย่างสมบูรณ์" พูดจบชายในชุดสูทสีดำก็หายตัวไปกับตา นันธิดาระบายลมหายใจเเหมือนพยายามสกัดความรู้สึกบางอย่างที่สุมอยู่ในใจ ภาพรอบข้างกลับเป็นระเบียงทางเดินในโรงเรียน พยากรณ์รูสึกได้ว่าในตัวเองมีของบางอย่างถูกส่งเข้ามา เธอไม่รอช้าประสานมือไปด้านหน้าตะโกนด้วยเสียงอันมั่นใจว่า

      "หินนักปราชณ์" ปรากฎหินสีเขียวเข้มลักษณะ คล้ายหินภูเขาธรรมดาก้อนหนึ่งลอยอยู่ด้านหน้า ก่อนตกลงพื้นตามแรงโน้มถ่วง หินนักปราชณ์กลิ้งกระดอนไปตามแรงกระทบก่อนหยุดอยู่ที่ริมผนัง เด็กสาวยืนนิ่งมองก่อนหินก้อนนั้นอย่างผิดหวัง ก่อนเดินเข้าไปเก็บมันขึ้นมา

      "ถ้าพูดถึงคุณสมบัติ หินนักปราชณออกจะเหนือกว่าอาค์เซรินนอนด้วยซ่ำแต่ว่า รูปร่างของมันช่างดูไร้ค่าอะไรขนาดนั้น" พยากรณ์ตัดพ้อ

      "เอาละพี่ก็ช่วยเธอได้เต็มทีเท่านี้ละ แบบนี้อาจจะดีกว่าเธอมากกว่าก็ได้นะพยากรณ์ ถึงแม้ว่าดูเหมือนจะเป็นการเล่นสนุกแต่ถ้าตายขึ้นมานั้นก็คือความจริงนะ" น้ำเสียงของนันธิดาจริงจังจนรู้สึกได้ว่านั้นเป็นคำเตือน "เอาละเดี๋ยวเราคงต้องมีเรื่องคุยกันต่อเรื่องของ คนที่เข้ามาในโรงเรียนคิดจะเอาดาบที่ลานประชุม เธอจำหน้าตาของมันได้ใช้ไหม"

      "คะ หนูจำหน้าตาของหมอนั้นได้ชัดเจนทีเดียว" พยากรณ์ตอบ ก่อนจะเก็บหินนักปราชณ์เข้าไปในตัว ....



      เมย์ยังคงพยายามจะเรียกไม้เท้าของพยากรณ์ออกมาแต่ดูเป็นความพยายามที่ไร้ผล เด็กสาวไหล่ตกลงก่อนขอตัวนั่งนึกว่าทำอย่างไรไม่เท้าถึงหายไปในตอนแรก ถ้าพูดให้ถูกต้องคือเธอไมได้ทำอะไรเลยเพียงแค่ถือไว้มันก็หายไปเอง ในตอนนั้นโทรศัพทของกันยาก็ดังขึ้น รุ่นพี่คนสวยตอบทักไปไม่กีคำก็วางสาย

      "ไม่เป็นไรแล้วเมย์ พี่นันธิดาจัดการเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว ดูเหมือนว่าจะกลับไปแล้วด้วย" กันยาบอกกับเมย์เด็กสาวเหมือนจะยิ้มออกมาบ้าง ในขณะอีกทางหนึ่งพ่อแม่ของวิสินีก็มารับเธอถึงโรงเรียน วันนี้เรื่องวุ่นวายต่างๆเหมือนจะจบลงด้วยดี กิจวัตประจำวันเริ่มเป็นปรกติ ตอนเที่ยงทานอาหารกันสามคนโดย เกตุมณี ตามมาด้วย เหมือนเช่นทุกวัน

      "พี่กันยาน่าจะได้เห็นช่วงที่เมย์เล่นเปียนโนนะคะ" เกตุมณีกล่าวขึ้นในตอนท้ายหลังจากรู้ว่ากันยาไม่ได้อยู่ดู สำหรับกันยารู้สึกเหมือนโดนตำหนิอย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้จะรู้ว่าเด็กคนนี้มีเจตนาตรงตามคำพูด

      "น่าอายออกค่ะ เล่นผิดไม่พอตรงไหนเล่นไม่ถูกดำน้ำมั่วเอาเลยก็มี ถ้าไม่มีพี่นันธิดาช่วยไว้หนูแย่ไปแล้ว" เมย์ถ่อมตัว

      "วันหลังลองเล่นคู่กับพี่ไหม พี่จะเล่นไวโอลิน ส่วนเมย์ก็เล่นเปียนโน"

      "ฝีมือของหนูคงเทียบกับพี่กันยาไม่ได้หรอกคะ" เมย์รีบออกตัว

      "เป็นโอกาสทีดีไม่ใช่เหรอเมย์ ฉันว่านะ" เกตุมณียิ้มให้เพื่อนสาว เมย์รีบหันหน้าหนีคล้ายพยายามเก็บความรู้สึกไว้ เกตุมณีพยักหน้ากับตัวเอง

      "เอาละ หนูไปก่อนนะคะพี่กันยาช่วงบ่ายก็คงงานหนักไม่แพ้ช่วงเช้า" เกตุมณียกมือไหว้ลารุ่นพี่ "กับข้าวอร่อยมากนะเมย์ วันจันทร์จะมารบกวนอีก"

      "อยากจะกินอะไรเป็นพิเศษก็โทรมานะ" เมย์กล่าวทิ้งท้ายกับเพื่อนสาว กันยาลุกขึ้นช่วยเมย์เก็บปิ่นโต เมย์เหลือบมองไปทีหน้าอกของรุ่นพี่คนสวย ว่างเปล่าไร้เข็มสีเงินอันเป็นเครื่องหมายของโรงเรียน คิดว่านี่เป็นช่วงเวลาดีที่สุดที่จะคืนเข็มโรงเรียนคืนให้รุ่นพี่ของเธอ

      "พี่กันยาคะนี่เข็มของพี่ ขอบคุณมากคะ" เมย์พูดขึ้น กันยามองเข็มในมือของเด็กสาว

      "ว่าแปลกไหมที่พี่ฝากเข็มของพี่ไปให้เมย์"

      "แปลกคะแต่ว่า ก็ทำให้หนูดีใจมาก" เมย์กล่าวตามตรง กันยาหยิบเข็มจากมือของเด็กสาวขึ้นมา

      "ทำไมไม่ใช้แข็มของพี่ติดแทนเข็มของเมย์"

      "หนูในตอนนี้ไม่กล้าที่จะทำแบบนั้นหรอกคะ"

      "เมื่อไรละถึงกล้าทีจะทำ?"

      "เมื่อรู้ว่าความรู้สึกของพี่เป็นแบบเดียวกับหนู"

      "หากเมย์ไม่มีทางรู้ความรู้สึกของพี่ละ?" คำถามนั้นเหมือนประกาศว่าอย่างไร เมย์ก็คงไม่รู้ความรู้สึกจากปากของกันยา

      "หากพี่อยากให้เมย์กอด เมย์ก็คงไม่กอดพี่เพราะไม่รู้ความรู้สึกของพี่ใช่หรือเปล่า?" กันยายิงคำถามต่อเนื่องสีหน้านั้นไม่แสดงความรู้สึกอะไรพิเศษ เรียบเฉยจนเหมือนว่าสิ่งที่พูดมาเป็นคำถามในแบบเรียน เมย์จับจ้องลงไปในดวงตาของรุ่นพี่คนสวย เธออยากจะคนหาความจริงในการกระทำของกันยา แต่นั้นก็พบเพียงกำแพงสีขาวที่ไม่มีเครื่องหมายอะไรบอก

      "ถ้าพี่ไม่พูดอย่างตรงไปตรงมา เมย์ก็คงไม่มีทางรู้สินะว่าพี่ต้องการอะไร เมย์คงไม่รู้สินะว่าพี่รู้สึกอย่างไร" กันยายิงคำถามต่อ เมย์เริ่มคิดตาม

      "หนูก็มีความรู้สึกนะคะพี่กันยา" เมย์ตอบ เด็กสาวเบื้องหน้าทั้งที่น่าจะอยู่ในอาการมึนงงกลับสดใสยิ่งขึ้น

      "ถึงหนูจะดีใจที่พี่ให้แข็มของพี่มาแทนตัวพี่แต่สิ่งที่หนูต้องการ คือให้พี่ติดเข็มของพี่ให้แก่หนูด้วยตัวของพี่เอง"

      "นี่สั่งพี่เหรอ" กันยาเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย

      "หนูจะสั่งรุ่นพี่ได้อย่างไรคะ แต่ถ้าพี่กันยาทำแบบนั้นบางทีความดีใจที่เกิดขึ้นอาจจะไประเบิดสวิทซ์บางอย่างในตัวหนูก็ได้"

      "สวิตอะไรกัน"

      "หนูจะไล่ตอนพี่ให้บอกความรู้สึกออกมา"

      "น่าสนุก" กันยารับคำท่า เธอเดินเข้าไปประชิดตัวรุ่นน้องใช้สองมือแกะเข็มของเมย์ออกจากอกเสื้อก่อนเปลี่ยนของเธอใส่แทน

      "เข็มนี่อยู่กับพี่มาตลอดตั้งแต่เข้ามาที่โรงเรียนนี้ ต่อไปต้องฝากให้เมย์รักษาด้วย" กันยาถอยห่างมาจากเมย์เล็กน้อยมองเข็มของตัวเองติดบนหน้าอกของรุ่นน้อง ก่อนจะมองใบหน้าของเด็กสาวที่พยามเก็บความรู้สึกหลายๆอย่างทั้งที่ใบหน้าแดงกำ ถึงกับทำให้กันยาต้องแอบหลบหน้าไปเพราะกลั้นหัวเราะไม่อยู่ แม้ว่าจะทำเป็นกล้าหาญขึ้นมา แต่เมย์ก็ยังเป็นเด็กสาวที่ซื่อตรงกับความรู้สึกจนไม่สามารถปิดบังได้เหมือนเดิม เด็กสาวเห็นท่าทางแอบไปอมยิ้มของรุ่นพี่คนสวยก็เริ่มรู้สึกอายสิ่งที่พูดออกไป กลั้นใจสู้กับรุ่นพี่ดูสักครั้ง

      "ขอเข็มของหนูด้วยคะพี่กันยา" เมย์ใช้ความพยายามอย่างมากมายในการพูดสิ่งนี่ออกมากันยา รีบยื้นมือออกไปส่งคืนให้กับรุ่นน้องของเธอ

      "หนูจะติดเข็มของหนูให้กับพี่ได้ไหมคะ" เมย์ถาม กันยาเพียงพยักหน้า เมย์จึงก้าวเข้าไปใกล้ก่อนจะก้มลงติดเข็มบนหน้าอก แต่ด้วยความตื่นเต้นก็ทำเข็มหลุดมือ กันยาคว้าเข็มนั้นกลางอากาศ ก่อนส่งให้เมย์อีกครั้ง เด็กสาวทั้งเขินทั้งอายในขณะที่ท่าทางนั้นกลับน่าเอ็นดูในสายตาของกันยา เด็กคนนี้แสดงความรู้สึกได้อย่างชัดเจนในขณะที่เธอกลับไม่สามารถแสดงออะไรออกไปได้ น่าสงสารเกิดไปหรือเปล่าสำหรับเด็กคนนี้ กันยาไม่ชอบตัวเองที่เป็นแบบนี้แต่ดูเหมือนจะไม่มีทางเลือก

      "อยู่ใกล้พี่น่าตื่นเต้นขนาดนั้นเลยเหรอ" กันยาถามขึ้น เด็กสาวไม่ตอบคำถาม ตั้งใจติดเข็มจนสำเร็จความเบาใจทำให้เด็กสาวยิ้มออก

      "ยืนอยู่แบบนี้ก่อน" กันยาพูดขึ้น

      "ทำไมคะพี่กันยา"

      "ตั้งคำถามกับรุ่นพี่ได้ด้วยเหรอ"

      "ขอโทษคะ หนูไม่ได้ตั้งใจ"

      "ถ้าหน้าหายแดงเมื่อไรถึงจะถอยออกไปได้"

      "แล้วต้องจ้องตากันแบบนี้ด้วยเหรอคะ"

      "อยากจ้องพี่ก็ไม่ว่าอะไรนะ" คำตอบของกันยาทำให้เด็กสาวรีบก้มหน้าลงหลบสายตาของรุ่นพี่ แต่ถึงอย่างนั้นกลิ่นหอมของกันยาก็สร้างความรู้สึกน่าอายให้แก่เด็กสาวไม่น้อย

      "แต่มาจ้องหน้าอกพี่แบบนี้ก็เริ่มรู้สึกเขินๆแล้วสิ" กันยาพูดขึ้นในขณะที่เมย์กำลังสงบสติของตัวเองได้ เด็กสาวเหมือนสติแตกอีกครั้งใบหน้านั้นกลับเป็นสีแดงยิ่งกว่าครั้งแรก กันยาอมยิ้มออกมา ฟังเด็กสาวแก้ตัวอย่างร้อนใจ...

จบตอนที่ 3

ชั่งกิโลคำผิดอีกตามเคย ฝากแก้ไขด้วยนะครับ มีความคิดเห็นอย่างไรช่วยโพสเป็นกำลังใจด้วยเหมือนเคย TT__TT

Edit :: แก้คำผิดแล้วเอาหัวไปโหม่งเต้าหู้

Edit by smdm - 16 เม.ย.48 เวลา 23:07:38 น.

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 14 เม.ย.48 เวลา 23:51:48 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 4 จากทั้งหมด 4 Reply

Silver
is Silver

ระวังเรื่อง คะ กับ ค่ะ ด้วยน้าา.....มันต่างกันพอตัวเลย แถมเขียนผิดเยอะอีกต่างหาก เหอๆๆ...
คำผิดเยอะกว่าเดิมนะ รู้สึกว่า...

ช่วยๆ เอาละเอียดๆเลยนะ แต่อาจจะมีตกไปมั่ง

เด็กพวกนั้นแสดงอารมณ์เกี่ยวกับความรักไม่เป็น อารมณ์ที่เกี่ยวกับความเกลียดชังก็แสดงได้ตามสันชาติญาน <<~ น่าจะใช้คำว่า เด็กคนนั้นนะ แล้วก็คำว่าสัญชาติญาณด้วย - -"
"ดอกกุหลายต่างดาวเหรอคะ" เมย์ถามให้ความสนใจตามมารยาทของคู่สนทนา << ต่างดาว ดีนะ ไม่เขียนเป็นต่างด้าว
"ดอกกุหลาบที่พี่ว่าจะใช้ความรักเป็นปุย << ปุ๋ย..
"นั้นสินะ ช่างเป็นดอกกุหลาบที่ประหลาด << นั่นสินะ
นันธิดาก็เงียบตามไปด้วยทำให้บรรกาศละหว่างคนทั้งสองเงียบลงไปอีกครั้ง << บรรยากาศ ระหว่าง
เมย์พูดขึ้น เมืองหลุดปากออกไป << เหมือน
แต่ถ้าเป็นนามธรรมถึงจะมองได้ไมเด่นชัด << ตกไม้เอก
หอประชุมใหญ่อยู่ชั้นสามของตึกของสมุดใหญ่ << ตึกของสมุดใหญ่ - -"??
ด้วยม่านประดับไปพื้นไม้ปาเก้จัดเรียนรวดลายสลับสีอ่อน << จัดเรียง
ชมรมวรรสารของโรงเรียน << วรสาร มั้ง
มันใหญ่เกินไปสำหรับนักเรียนทั้งโรงเรียนด้วยซ่ำ <<~ ด้วยซ้ำ
"ฉันนี่ก็จริงน่า จบไปแล้วก็ไม่ควรพูดเรื่องแบบนี้" << น่าจะใช้คำว่า จริงๆเลย น้าา~ ประมาณนี้มากกว่านา..
แม้คำพูดเปิดตัวจะช่วนให้นึกถึงการประทะคารม << ชวน ปะทะ
"พี่ไม่สะดวบจะรายงานให้เธอทราบที่นี่ผอบจันทน์ << สะดวก
ผอบจันทน์เสริฟชาลิปตั้น <<~ ลิปตัน
"ก็ต้องรอใหพยากรณ์ตื่นขึ้นมาก่อน << ให้
"หนูว่าถึงเวลาที่พี่ควรจะเปลี่ยนหน้าทีให้ใคร << หน้าที่
"มันก็ช่วยไมได้ ในเมื่อพี่ยอมรับหน้าทีนี่เอง << ตกไม้เอกเยอะนะ
"คะ มีหลายคู่ใช้เปียนโนอยู่แล้ว <<~ ค่ะ สิ ค่ะ
"อ้าว...นั้นสิ ยังไงฝากด้วยแล้วกัน"... <<~ นั่นสิ
"ไม่เป็นไรคะพี่กันยา หนูเพียนงแต่เตรียมตัวเล็กน้อยเท่านั้นเอง" <<~ อ่านแล้วงง - -"??
สัมผัสได้ยากแม้กระทั้งลมหายใจ << กระทั่ง
รสนิยมเจ้าของฉันเป็นแบบไหนกันนี้ << นี่
มีเสียหัวเราะออกมาจากคนดู << เสียง
กริยาท่าทางทีทั้งเขินอายและยินดี << ไม้เอกหายอีกแล้ว
ชมพลางสงเสียง << เหมือนข้างบน
ฉันบอกว่าฉันไมได้ชอบเธอแบบที่เธอคิด << เหมือนเดิม
"ราตรีสวัสเปเป้ << ราตรีสวัสดิ์
กันยารีบลุกจะไปแย่งไมล <<~ ไมค์
"แค่ชักเฉย" <<~ เฉยๆ
"ฝืนนะสิ" << น่ะสิ
พี่กันยากันวิสินีก็ยังไม่กลับมานั่งทีเดิม ทำให้เมย์ถามอะไรไมได้อีก << ไม้เอกก หายย~
รูปดอกบัวแก้วอันเป็นสัณญาลักษณ์ << สัญลักษณ์
ถายในอกคล้ายมีบางอย่างแบ่งบานอยู่ภายใน << ภายใน - เบ่งบาน
นันธิดาเอื่อมมือไปขยี้ศีรษะเด็กสาวเบาๆ <<~ เอื้อม
"เก่งแบบกันยาก็ยังแย่เลยคะ ถ้าไม่มีพักพวกเพื่อนฝูง" << รู้สึกว่าจะต้องเขียนว่า พรรคพวก มั้ง
"พี่จะไปดูอาการเด็กคนนั้นหน่อยนะ โดยจะเอาเมย์นำทางไปด้วย << ประโยคนี้แปลกๆนะ น่าจะเขียนว่า ให้เมย์นำทาง หรืออะไรแนวๆนี้มากกว่า
นันธิดาพูดน้ำเสียงที่เล่นทีจริง วิสินี่ได้สติไม่นาน วิสินี่ถามพี่นี่เพราะว่าชอบพี่อยู่หรือเปล่า" "เดี๋ยวติดต่อกับเจ้าตัวที่หลังก็คงได้มั้ง" <<~ ทีงี้ไม้เอกเกินนะลุง
จิตนาการณ์รูปร่างของไม้เท้าอย่าให้ผิดเพี้ยน << จินตนาการ



....ม่ะ..ไม่ไหวแล้ว ต้องไปก่อน ตอนนี้เน็ตเจ๊งบ๊ง เลยไม่ค่อยได้เล่นเลย - -"
เข้าสู้ช่วงคอมเม้นต์ก่อนดีกว่า

เหย ฉันชอบตอนนี้นะ...โดยเฉพาะตอนที่กันยาแสดง กับ ตอนติดเข็ม รู้สึกคล้ายๆพิธีมอบ rosary เลย เหอๆๆ

คำผิด...ไว้ต่อทีหลัง ไม่ก็ให้คนอื่นหาต่อละกัน +_+



ลป.(ลืมไป) ชั่งกิโลคำผิดอีกตามเคย ฝากแก้ไข้ด้วยนะครับ มีความคิดเห็นอย่างไรช่วยโพสเป็นกำลังใจด้วยเหมือนเคย TT__TT
<< คำทิ้งท้ายยังเขียนผิดเลย ลุง - -" แก้ไข ไม่ใช่แก้ไข้


Edit by Silver - 15 เม.ย.48 เวลา 01:12:51 น.

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 15 เม.ย.48 เวลา 01:11:58 น.

Jammaster X
ซาตานครอส

"หนูจะสั่งรุ่นพี่ได้อย่างไรคะ แต่ถ้าพี่กันยาทำแบบนั้นบางทีความดีใจที่เกิดขึ้นอาจจะไประเบิดสวิตบางอย่างในตัวหนูก็ได้" <--- สวิทซ์ แต่จริงๆใช้คำว่ากระตุ้นอะไรบางอย่างในตัวก็ไม่เลวนะ

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 15 เม.ย.48 เวลา 04:58:34 น.

Death
The Death

ซิลชั่งกิโลไปเยอะแล้ว - -' ....
เด็กพวกนั้นแสดงอารมณ์เกี่ยวกับความรักไม่เป็น อารมณ์ที่เกี่ยวกับความเกลียดชังก็แสดงได้ตามสันชาติญาน <<~ น่าจะใช้คำว่า เด็กคนนั้นนะ แล้วก็คำว่าสัญชาติญาณด้วย - -" << สัญชาตญาณ - -""

ตอนนี้ยาวดีแฮะ ได้อ่านเยอะหน่อย ชอบตอนท้ายๆ แต่ยังรอดูเมย์ไล่ต้อนกันยาอยู่ ออกตอนต่อเร็วๆ นะครับ

...มีเรื่องที่สงสัยมานานแล้ว ... กันยาไม่มีชื่อเล่นรึ - -'

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 16 เม.ย.48 เวลา 16:37:48 น.

welcome.to/WallSky
(WallSky)

Hell Knight

กันยาพูดเด็กสายไม่มีปฏิกริยาอะไร
<< สายอะไรหว่า ... สายตา ?

"จุดประสงค์ของคุณเปลี่ยนไปแล้วแบบนั้นเหรอ หรือว่าจริงแล้วคนที่ฉันควรหันปลายดาบใส่น่าจะเป็นคุณมากกมาย"
<< อะไรเนี่ย ^^"

"จุดประสงค์ที่คุณให้ของในเกมส์แก่พวกเราคืออะไร" พยากรณ์ถามขึ้นมา นันธิดาคล้ายโดยปิดปากทันที ชายในชุดสูทถอนหายใจ
<< อันนี้ยิ่งงงหนัก


------------------------------------------------------

Edit :: แก้คำผิดแล้วเอาหัวไปโหม่งเต้าหู้

Edit by smdm - 16 เม.ย.48 เวลา 23:07:38 น.

<< แหม ... ถึงว่าสิ กำลังจะชมว่าตอนนี้ผิดน้อยจัง ที่แท้เรามาอ่านเอาตอนแก้เสร็จแล้วนี่เอง
แต่ก็ยังมีหลุดอยู่ดีนะ สามประโยคข้างบนมันแย่ยิ่งกว่าพิมพ์ผิดหรือจำตัวสะกดผิดซะเอง

แล้วก็ ... คะ ค่ะ ... เมื่อไหร่จะใช้ถูก~

ปล. ตอนนี้ชอบฉากสุดท้ายจัง ติดเข็มกลัดให้กัน อายม้วนน น่ารัก ^-^

ความคิดเห็นที่ 4 ตอบเมื่อ 18 เม.ย.48 เวลา 14:15:31 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 4 จากทั้งหมด 4 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ