Charcoal
FREE RUNNING

Appendix F The Seven Deaths

Appendix
F
ภาคผนวก F

The Seven Deaths
การตายทั้ง 7 รูปแบบ

I
ένα
éna
1
ความตายฝ่ายร่างกาย(physical death) คือ การที่จิตใจได้จากร่างกายไป

ก. ณ เวลาที่ผู้เชื่อตาย พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงรับจิตใจ และวิญญาณมนุษย์ ซึ่งสองสิ่งนี้เป็นตัวตนที่แท้จริง ไปจากร่างกายของมนุษย์ และ นำไปยัง หน้าพระพักตร์ของพระผู้เป็นเจ้า

"ดังที่ข้าพเจ้าได้กล่าวแล้วว่า เรามั่นใจ และเราปรารถนาที่จะพ้นจากกายนี้ไปอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้ามากกว่า "
(2โครินธ์ บทที่5: ข้อ8)

{จิตใจของมนุษย์(Human soul)คือ ส่วนประกอบของมนุษย์ซึ่งตามองไม่เห็น และ ประกอบด้วย ความรู้ว่าตนเองมีตัวมีตน(self-consciousness) การคิด(mentality) ความคิดเสรีในการตัดสินใจ(volition) และ ความรู้ในความดีความชั่ว(conscience) ส่วนวิญญาณของมนุษย์(human spirit) คือส่วนหนึ่งของคริสเตียนซึ่งได้รับเมื่อเขาเชื่อในพระคริสต์ พระเจ้าทรงสร้างวิญญาณของมนุษย์เพื่อผู้เชื่อจะสามารถเข้าใจข้อมูลฝ่ายวิญญาณ(หลักคำสอนพระคัมภีร์{Bible doctrrine}) และมีความสัมพันธ์กับพระองค์ "เราไม่ได้รับวิญญาณของโลก แต่รับพระวิญญาณซึ่งมาจากพระเจ้า เพื่อเราจะเข้าใจสิ่งที่พระเจ้าประทานแก่เราอย่างไม่จำกัด "(1โครินธ์ บทที่2: ข้อ12)}

ข. ทางการแพทย์ การตายฝ่ายร่างกายนับได้ตั้งแต่กระแสไฟฟ้าของสมองหยุดนิ่ง การตายฝ่ายร่างกายไม่สามารถวัดจากกระแสไฟฟ้าของหัวใจได้

ฃ. การตายไม่ได้เป็นเรื่องโศกเศร้าสำหรับผู้เชื่อ แต่เป็นกำไรสำหรับผู้เชื่อ และเกียรติยศแด่พระเจ้า

"เพราะสำหรับข้าพเจ้า การมีชีวิตอยู่ก็เพื่อพระคริสต์และการตายก็ได้กำไร "
(ฟิลิปปี บทที่1: ข้อ21)

ค. ผู้ที่ไม่เชื่อ ไม่มีอนาคตกับพระเจ้า เมื่อเขาตายแล้ว จิตใจของเขาจะถูกส่งไปที่ๆหนึ่งซึ่งเรียกว่า "ที่ทรมาน"(torments) ซึ่งเป็นช่องหนึ่งของ"แดนคนตาย"(Hades)นี้คือที่อาศัยสำหรับผู้ที่ไม่เชื่อระหว่างรอการพิพากษาครั้งสุดท้าย และการลงโทษนิรันดร์ในบึงไฟนรก

"แล้วความตายและแดนมรณาก็ถูกโยนลงในบึงไฟ บึงไฟนี่แหละคือความตายครั้งที่สอง "
(วิวรณ์ บทที่20: ข้อ14)

II
δύο
dýo
2
ความตายฝ่ายวิญญาณคือการที่มนุษย์ถูกแยกออกจากพระเจ้าตั้งแต่เวลาเกิดฝ่ายร่างกาย เพราะการถูกการพิพากษาลงโทษโดยพระเจ้าตั้งแต่เวลาเกิดนั้น

"แต่เจ้าต้องไม่กินผลจากต้นแห่งการรู้ดีรู้ชั่ว เพราะถ้าเจ้ากินผลของมันเมื่อใด เจ้าจะตายแน่นอน”"
(ปฐมกาล บทที่2: ข้อ17; )

"ฉะนั้นเช่นเดียวกับที่บาปเข้ามาในโลกเพราะมนุษย์คนเดียวและบาปนำความตายมา
และโดยทางนี้เองความตายจึงมาถึงมวลมนุษย์เพราะทุกคนได้ทำบาป "

"เพราะว่าค่าตอบแทนที่ได้จากบาปคือความตาย
แต่ของขวัญจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ใน[หรือ"ผ่านทาง"]
พระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา"
(โรม บทที่5: ข้อ12; บทที่6: ข้อ23; )

"ส่วนท่านทั้งหลายได้ตายแล้วในการล่วงละเมิดและในบาปทั้งหลาย "
(เอเฟซัส บทที่2: ข้อ1; )

ก. การตายฝ่ายวิญญาณเป็นผลลัพธ์จากการกระทำบาปดั้งเดิมของอาดัม{Adam's original sin} ซึ่งเป็นเวลาที่เขาได้สูญเสีย วิญญาณมนุษย์ของเขาไปและเสียความสัมพันธ์กับพระเจ้า ในสถานะนั้น อาดัมไม่สามารถเข้าใจข้อมูลฝ่ายวิญญาณได้

ข. สำหรับมนุษย์ทุกคนตั้งแต่อาดัมมา การตายฝ่ายวิญญาณเป็นผลลัพธ์จากการที่พระเจ้าทรงถือว่าเราเกิดมาโดยอยู่ในอาดัม และ เข้าส่วนในบาปดังเดิมของอาดัม (judicial imputation of the penalty of Adam's original sin) เป็น การตัดสินใจอย่างเป็นทางการโดยความยุติธรรมของพระเจ้า{Justice(ความยุติธรรม)} ซึ่งพระเจ้าใส่ไว้แก่ธรรมชาติบาป ทุกคนเกิดมาโดยมีชีวิตทางร่างกาย แต่ตายฝ่ายวิญญาณ

"ฉะนั้นเช่นเดียวกับที่บาปเข้ามาในโลกเพราะมนุษย์คนเดียวและบาปนำความตายมา
และโดยทางนี้เองความตายจึงมาถึงมวลมนุษย์เพราะทุกคนได้ทำบาป"

"ฉะนั้นการล่วงละเมิดเพียงครั้งเดียวส่งผลให้คนทั้งปวงถูกลงโทษฉันใด
การกระทำอันชอบธรรมเพียงครั้งเดียวก็ส่งผลให้คนทั้งปวงถูกนับเป็นผู้ชอบธรรมฉันนั้น
ซึ่งการนับเป็นผู้ชอบธรรมนี้นำชีวิตมาให้คนทั้งปวงเหล่านั้น"

"เพราะว่าค่าตอบแทนที่ได้จากบาปคือความตาย แต่ของขวัญจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ใน
[หรือ"ผ่านทาง"]พระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา"
(โรม บทที่5: ข้อ12, ข้อ18; บทที่6: ข้อ23)

ค. การเชื่อในพระเยซูคริสต์ได้แก้ไขปัญหาเรื่องการตายฝ่ายวิญญาณ

"เพราะว่าในอาดัมคนทั้งปวงตายฉันใด ในพระคริสต์คนทั้งปวงจะได้รับชีวิตฉันนั้น "
(1โครินธ์ บทที่15: ข้อ22; )

"เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ การทรงสร้างใหม่ได้เกิดขึ้นแล้ว สิ่งเก่าได้ล่วงไป สิ่งใหม่ได้เข้ามา!
[หรือ"โลกเก่าได้ล่วงไป โลกใหม่ได้เข้ามา!"]"
(2โครินธ์ บทที่5: ข้อ17 )

III
τρία
tría
3
การตายครั้งที่สอง หมายถึง การพิพากษาลงโทษครั้งสุดท้าย คือ การที่จิตใจถูกแยกออกจากพระเจ้าตรอดชั่วนิรันดร์

"เหมือนที่มนุษย์ถูกกำหนดให้ตายครั้งเดียว หลังจากนั้นต้องพบกับการพิพากษา "
(ฮีบรู บทที่9: ข้อ27; )

"และข้าพเจ้าเห็นบรรดาผู้ตายทั้งผู้ใหญ่ผู้น้อยยืนอยู่หน้าพระที่นั่ง หนังสือเล่มต่างๆ เปิดออก
หนังสืออีกเล่มหนึ่งก็เปิดออกด้วย คือหนังสือแห่งชีวิต
และผู้ที่ตายแล้วทั้งหมดก็ถูกพิพากษาตามการกระทำของตนตามที่บันทึกไว้ในหนังสือเหล่านั้น
ทะเลคืนคนตายที่อยู่ในทะเล
ความตายและแดนมรณาก็คืนคนตายที่อยู่ในนั้นและแต่ละคนถูกพิพากษาตามการกระทำของตน
แล้วความตายและแดนมรณาก็ถูกโยนลงในบึงไฟ
บึงไฟนี่แหละคือความตายครั้งที่สอง
ถ้าผู้ใดไม่ได้มีชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิตผู้นั้นต้องถูกทิ้งลงในบึงไฟ"
(วิวรณ์ บทที่20: ข้อ12-15)

IV
τέσσερα
téssera
4
การตายโดยตำแหน่งในพระคริสต์ (positional death) หมายถึง การที่ผู้เชื่อได้เข้าส่วนในการตายบนไม้กางเขนของพระคริสต์ นอกจากการตายของพระองค์ ผู้เชื่อทุกคนได้เข้าส่วนในการเป็นขึ้นจากความตายของพระองค์ และการที่พระองค์ทรงประทับอยู่ที่เบื้องขวาพระหัตถ์ ของพระบิดา

"เช่นนี้แล้วเราจะว่าอย่างไร? เราควรจะทำบาปต่อไปเพื่อพระคุณจะได้มีมากยิ่งขึ้นหรือ?
อย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย! เราได้ตายต่อบาปแล้ว เราจะดำเนินชีวิตในบาปต่อไปได้อย่างไร?
ท่านไม่รู้หรือว่าเราทั้งปวงที่รับบัพติศมาเข้าในพระเยซูคริสต์ก็ได้รับบัพติศมาเข้าในความตายของพระองค์?
ฉะนั้นเราจึงถูกฝังไว้กับพระองค์แล้วโดยการบัพติศมาเข้าในความตาย
เพื่อว่าเราเองก็จะได้มีชีวิตใหม่เช่นเดียวกับที่ทรงให้พระคริสต์เป็นขึ้นจากตายโดยพระเกียรติสิริของพระบิดา
ถ้าเราได้มีส่วนร่วมกับพระองค์ในการตายเหมือนพระองค์ แน่นอนเราจะมีส่วนร่วมในการเป็นขึ้นจากตายเหมือนพระองค์
เพราะเรารู้ว่าตัวเก่าของเราถูกตรึงไว้กับพระองค์แล้วเพื่อกายบาปนั้นจะถูกขจัดไป[หรือ"จะถูกทำให้สิ้นฤทธิ์"] เพื่อเราจะไม่เป็นทาสบาปอีกต่อไป เพราะว่าผู้ใดที่ตายแล้วก็เป็นอิสระจากบาป ถ้าเราตายกับพระคริสต์แล้ว เราเชื่อว่าเราจะมีชีวิตกับพระองค์ด้วย
เพราะเรารู้ว่าในเมื่อทรงให้พระคริสต์เป็นขึ้นจากตายแล้ว พระองค์จะไม่มีวันตายอีก ความตายไม่มีอำนาจเหนือพระองค์อีกต่อไป
ที่พระองค์ทรงตายนั้นทรงตายต่อบาปครั้งเดียวเป็นพอ แต่ที่พระองค์ทรงมีชีวิตอยู่นั้นทรงมีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้า
ในทำนองเดียวกันจงถือว่าตัวท่านเองตายต่อบาปและมีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้าในพระเยซูคริสต์
เหตุฉะนั้นอย่าให้บาปครอบครองกายที่ต้องตายของท่าน ซึ่งทำให้ท่านต้องยอมทำตามความปรารถนาชั่วของกายนั้น
อย่ายกส่วนต่างๆ ในกายของท่านให้แก่บาปเป็นเครื่องมือของความชั่วร้าย แต่จงถวายตัวของท่านเองแด่พระเจ้าในฐานะผู้ที่ทรงให้มีชีวิต
เป็นขึ้นจากตาย และถวายส่วนต่างๆ ในกายของท่านแด่พระองค์ให้เป็นเครื่องมือของความชอบธรรม
เพราะบาปจะไม่เป็นนายของท่านอีกต่อไป ด้วยว่าท่านไม่ได้อยู่ใต้บทบัญญัติแต่อยู่ใต้พระคุณ"
(โรม บทที่6: ข้อ1-14; )

"ท่านถูกฝังไว้กับพระองค์ในพิธีบัพติศมา
และทรงให้ท่านเป็นขึ้นจากตายกับพระองค์ผ่านทาง
ความเชื่อของท่านในฤทธิ์อำนาจของ
พระเจ้าผู้ทรงให้พระองค์เป็นขึ้นจากตาย"

"เพราะท่านตายแล้ว และบัดนี้ชีวิตของท่านถูกซ่อนอยู่กับพระคริสต์ในพระเจ้า "
(โคโลสี บทที่2: ข้อ12; บทที่3: ข้อ3)

V
πέντε
pénte
5
การตายชั่วคราวบนโลก (temporal death) คือ การที่ผู้เชื่อถูกแยกออกจากพระเจ้าเป็นเวลาชั่วคราว

ก. ทุกครั้งที่ผู้เชื่ออยู่นอกสัมพันธ์ภาพกับพระเจ้าเพราะการกระทำบาป ไม่ว่าจะเป็นบาปทางความคิด คำพูด หรือการกระทำ เขากำลังดำเนินชีวิตฝ่าย เนื้อหนัง ซึ่งพระคัมภีร์หลายข้อเรียกว่า ความตาย

"เพราะบุตรชายคนนี้ของเราได้ตายไปแล้วและกลับเป็นขึ้นมาอีก
เขาหายไปแล้วและได้พบกันอีก’ ดังนั้นเขาทั้งหลายจึงเริ่มเฉลิมฉลองกัน"

"แต่ที่เราต้องเฉลิมฉลองและยินดีกัน
เพราะน้องคนนี้ของเจ้าได้ตายไปแล้วและกลับเป็นขึ้นมาอีก
เขาหายไปแล้วและได้พบกันอีก"
(ลูกา บทที่15: ข้อ24, ข้อ32; )

"จิตใจของคนบาป[หรือ"จิตใจที่จดจ่ออยู่กับเนื้อหนัง"]นำไปสู่ความตาย
แต่จิตใจที่พระวิญญาณทรงควบคุมนำไปสู่ชีวิตและสันติสุข "
(โรม บทที่8: ข้อ6; )

"เนื่องจากความสว่างทำให้เห็นทุกสิ่งชัดแจ้ง ด้วยเหตุนี้จึงกล่าวกันว่า

“โอ ผู้ที่หลับอยู่ จงตื่นขึ้น
จงฟื้นขึ้นจากความตาย
และพระคริสต์จะทรงส่องสว่างแก่ท่าน”"
(เอเฟซัส บทที่5: ข้อ14; )

"แต่หญิงม่ายที่อยู่เพื่อหาความสนุกเพลิดเพลินก็ตายทั้งเป็น "
(1ทิโมธี บทที่5: ข้อ6; )

"หลังจากมีตัณหาแล้วก็ก่อให้เกิดบาป และเมื่อบาปโตเต็มที่ก็ก่อให้เกิดความตาย"
(ยากอบ บทที่1: ข้อ15; )
{}

"“จงเขียนถึงทูตสวรรค์[ศิษยาภิบาล]แห่งคริสตจักรที่เมืองซาร์ดิสว่า
พระองค์ผู้ทรงครองวิญญาณทั้งเจ็ด[หรือ"พระวิญญาณทั้งเจ็ด"]ของพระเจ้าและดาวทั้งเจ็ดนั้นตรัสว่า
เรารู้ถึงการกระทำของเจ้า เจ้าได้รับการยกย่องว่ามีชีวิตอยู่แต่เจ้าตายแล้ว "
(วิวรณ์ บทที่3: ข้อ1)

ข. ผู้เชื่อที่อยู่นอกสัมพันธ์ภาพกับพระเจ้าสามารถกลับเข้าสู่สัมพันธ์ภาพได้โดยกระทำตาม 1 ยอห์น บทที่1: ข้อ9

VI
έξι
éxi
6
การประพฤติที่ตายแล้ว คือการรับใช้พระเจ้าที่คริสเตียนกระทำโดยอยู่นอกสัมพันธภาพกับพระเจ้า

"แต่หญิงม่ายที่อยู่เพื่อหาความสนุกเพลิดเพลินก็ตายทั้งเป็น "
(1ทิโมธี บทที่5: ข้อ6; )

"เพราะฉะนั้นให้เราผ่านหลักคำสอนเบื้องต้นเกี่ยวกับพระคริสต์และเดินหน้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่
อย่าให้เราต้องวางพื้นฐานซ้ำอีกในเรื่องการกลับใจจากการกระทำ
อันนำไปสู่ความตาย[หรือ"จากพิธีกรรมที่ไร้ประโยชน์"]และเรื่องความเชื่อในพระเจ้า "
(ฮีบรู บทที่6: ข้อ1; )

"ร่างกายที่ปราศจากวิญญาณตายแล้วฉันใด ความเชื่อที่ปราศจากการกระทำก็ตายแล้วฉันนั้น"
(ยากอบ บทที่2: ข้อ26)
{ยากอบ บทที่2: ข้อ26. เพราะกายที่ปราศจากวิญญาณ [ " πνεῦμα " pnevma / นู-มา ในบริบทนี้ควรแปลเป็น "จิตใจ"] นั้นไร้ชีพแล้วฉันใด ความ เชื่อที่ปราศจากการผลิตผลก็เป็นศพฉันนั้น

คำกรีกว่า 'นู-มา' สามารถแปลได้ว่า ลมหายใจ อิทธิพล ชีวิต วิญญาณ พระวิญญาณ จิตใจ และ วิถีชีวิต ในภาษาอังกฦษมีสำนวนว่า "To give up the ghost"("สละวิญญาณไป" แปลว่าเสียชีวิต) ชาวกรีกเคยใช้สำนวนว่า " πνεύματα ἀφίημι / pneumata aphiemi[นูมาที อาฟีอามี]"ที่ใช้เมื่อมีคนเสียชีวิต ชีวิตของคนเราอยู่ในจิตใจ เพราะฉะนั้น เมื่อจิตใจได้จากร่างกายไป คนนั้นกลายเป็นศพ มนุษย์มีชีวิตต่อเมื่อจิตใจยังคงอยู่ในร่างกายเท่านั้น ร่างกายที่ปราศจากจิตใจไม่สามารถก่อชีวิตมนุษย์ให้เกิดได้ฉันใด ความเชื่อที่ปราศจากหลักคำสอนพระคัมภีร์ไม่สามารถก่อให้มีชีวิตฝ่ายวิญญาณได้ฉันนั้น}

VII
επτά
eptá
7
การตายทางเพศ คือ การเสียสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งพระคัมถีร์ได้พูดถึง สองครั้ง คือใน โรม บทที่4: ข้อ17-21 และ ฮีบรู บทที่11: ข้อ11-12 ทั้งสอง ครั้งนี้เป็นการอ้างถึงอับราฮัม

"ตามที่มีเขียนไว้ว่า “เราได้ให้เจ้าเป็นบิดาของหลายชนชาติ”[เขาจะไม่เรียกเจ้าว่าอับราม[บิดาผู้ได้รับการยกย่อง]อีกต่อไป เจ้าจะมีชื่อว่าอับรา ฮัม[บิดาของคนมากมาย] เพราะเราได้ให้เจ้าเป็นบิดาของชนชาติต่างๆ ปฐมกาล บทที่17: ข้อ5 ] เขาเป็นบิดาของเราในสายพระเนตรพระเจ้าผู้ที่เขาเชื่อ คือพระเจ้าผู้ประทานชีวิตแก่คนที่ตายแล้วและทรงเรียกสิ่งที่ไม่มีเสมือนว่าสิ่งนั้นมีอยู่แล้ว ทั้งๆ ที่ไม่น่าจะมีความหวังใดๆ อับราฮัมก็ยังเชื่อ เพราะเขามีความหวัง เขาจึงได้เป็นบิดาของหลายชนชาติ เหมือนที่ได้ตรัสกับเขาไว้แล้วว่า “ พงศ์พันธุ์ของเจ้าจะเป็นเช่นนั้นแหละ”[พระองค์ทรงนำเขาออกมาข้างนอกและตรัสว่า “จงเงยหน้าขึ้นดูฟ้าแล้วนับดวงดาว หากเจ้าสามารถนับได้” แล้วพระองค์ตรัสกับเขาว่า “เผ่าพันธุ์[หรือ"เมล็ดพันธุ์"]ของเจ้าจะเป็นเช่นนั้นแหละ”

ความเชื่อของเขาไม่ได้ถดถอยเลยเมื่อเขาเผชิญกับความจริงที่ว่าร่างกายของเขาเหมือนได้ตายไปแล้ว เพราะเขามีอายุราวร้อยปีแล้ว และความจริงที่ ว่าซาราห์ก็ไม่สามารถมีบุตร กระนั้นเขาก็ไม่ได้หวั่นไหวคลางแคลงใจในพระสัญญาของพระเจ้า แต่มั่นคงในความเชื่อและถวายพระเกียรติสิริแด่พระ เจ้า เพราะเชื่อมั่นเต็มที่ว่าพระเจ้าทรงมีฤทธิ์อำนาจที่จะทำสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสัญญาไว้"
(โรม บทที่4: ข้อ17-21)

"โดยความเชื่อแม้อับราฮัมชรามากแล้วและซาราห์เองก็เป็นหมัน เขาก็ยังสามารถมีบุตรได้ เพราะเขา[หรือโดยความเชื่อแม้ซาราห์ชรามากแล้วยัง สามารถมีบุตรได้ เพราะนาง]ถือว่าพระองค์ผู้ทรงสัญญานั้นสัตย์ซื่อดังนั้นจากชายคนเดียวนี้ซึ่งเป็นเหมือนคนที่ตายแล้วก็เกิดมีลูกหลานสืบเชื้อสายมาก มายดั่งดวงดาวในท้องฟ้า และดั่งเม็ดทรายนับไม่ถ้วนที่ชายฝั่งทะเล"
(ฮีบรู บทที่11: ข้อ11-12)

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 20 มี.ค.61 เวลา 14:22:30 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ