Charcoal
FREE RUNNING

Appendix E The Doctrine of Divine Essence

Appendix
E
ภาคผนวก E

The Doctrine of Divine Essence
หลักคำสอนเรื่องพระลักษณะของพระเจ้า

I
ένα
éna
1
หลักการ

1.1. พระเจ้าทรงเป็นหนึ่งโดยพระลักษณะของพระองค์ ความเป็นหนึ่งเดียวของพระเจ้า(the oneness of God) หรือพระสิริของพระเจ้า(the glory of god) เล็งถึงพระลักษณะของพระองค์

"เรากับพระบิดาเป็นหนึ่งเดียวกัน"
(ยอห์น บทที่10: ข้อ30)

1.2. ตรีเอกานุภาพทรงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันโดยพระลักษณะ แต่ประกอบด้วยสามบุคคล{trinity}

1.3. ทุกพระลักษณะของพระเจ้าทรงดำรงอยู่เสมอ มีพระลักษณะบางสิ่งซึ่ง ไม่ทรงปรากฏแก่ทูตสวรรค์หรือมนุษย์ แต่ได้รับการเปิดเผยผ่านพระคำของพระองค์

II
δύο
dýo
2
ตัวอย่างของการทรงปรากฏของพระลักษณะของพระเจ้า

2.1. ในความรอด : ความรัก

2.2. ในแผนการของพระเจ้า : ความสัพพัญญู และ การดำรงอยู่สูงสุด ของพระองค์(sovereignty)

2.3. ในน้ำพระทัยของพระเจ้า (การดำรงอยู่สูงสุด)

2.4. ในความสัตย์ซื่อ : การไม่ทรงเปลี่ยนแปลง และ ความจริง

2.5. ในการเปิดเผยพระองค์เอง : ความจริง และ ความสัพพัญญูของพระองค์

2.6. ในการทรงพิพากษาลงโทษ : ความชอบธรรม และ ความยุติธรรมของพระองค์

2.7. ในการเป็นขึ้นจากความตาย : การทรงดำรงอยู่ชั่วนิรันดร์ของพระองค์

III
τρία
tría
3
พระลักษณะของพระเจ้า พระองค์ทรง :

3.1. Love (เป็นความรัก)

3.1.1 พระเจ้าทรงเป็นความรักซึ่งดำรงชั่วนิรันดร์ และ ไม่ทรงเปลี่ยนแปลง ความรักที่พระเจ้าทรงมีต่อเราไม่มีวันที่จะลดน้อยลง หรือที่จะเพิ่มมากขึ้น

"ผู้ที่ไม่รักก็ไม่รู้จักพระเจ้าเพราะพระเจ้าทรงเป็นความรัก"

"เช่นนี้เราจึงรู้และเชื่อมั่นในความรักที่พระเจ้าทรงมีต่อเรา
พระเจ้าทรงเป็นความรัก ผู้ใดอยู่ในความรักก็อยู่ในพระเจ้าและพระเจ้าทรงอยู่ภายในเขา "
(1ยอห์น บทที่4: ข้อ8ข บทที่4 ข้อ16)

3.1.2 พระเจ้าทรงเป็นความรัก ความรักของพระองค์สามารถดำรงอยู่ ได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีสิ่งที่ทรงสร้าง (ทูตสวรรค์,หรือ มนุษย์) ที่จะได้รับ ความรักนั้น เพราะว่าพระองค์ทรงรักพระลักษณะอันสมบูรณ์แบบของพระองค์เอง

"องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงรักความชอบธรรมและความยุติธรรม
แผ่นดินโลกเต็มไปด้วยความรักมั่นคงของพระองค์"
(สดุดี บทที่33: ข้อ5)

3.1.3. ความรักของพระเจ้าทรงดำรงอยู่ได้โดยไม่จำเป็นต้องได้รับการตอบสนอง หรือ การแสดงความสัตย์ซื่อจากผู้ ที่พระองค์ทรงรัก

3.1.4 ความรักของพระเจ้าไม่สามารถประนีประนอมได้ เพราะความรักของพระองค์ทรงประกอบด้วยความชอบธรรม และความยุติธรรมอันสมบูรณ์แบบของพระองค์

3.1.5. ความรักของพระเจ้าทรงสำแดงได้สามประเภท ได้แก่

3.1.5.ก. ความรักที่ทรงมีต่อพระองค์เอง ในแต่ละบุคคลแห่งตรีเอกานุภาพทรงรักความชอบธรรมของพระองค์เอง และ ความชอบธรรมของอีก 2 บุคคลแห่งตรีเอกานุภาพ เช่น พระบิดาทรงรักพระบุตร พระบุตร และ พระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นต้น

3.1.5.ข ความรักส่วนตัวของพระเจ้า ซึ่งเป็นความรักที่พระองค์ทรงมีต่อผู้เชื่อทุกคนเพราะเรามีความชอบธรรมอันสมบูรณ์แบบของพระองค์(โรม บทที่8: ข้อ39; เปรียบกับ 2โครินธ์ บทที่5: ข้อ21)

"เพราะข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าความตายหรือชีวิต ไม่ว่าทูตสวรรค์หรือวิญญาณชั่ว[หรือเทพผู้ครอง]
ไม่ว่าปัจจุบันหรืออนาคต หรือฤทธิ์อำนาจใดๆ "
(โรม บทที่8: ข้อ39;)

"พระเจ้าทรงกระทำพระองค์ผู้ปราศจากบาปให้เป็นบาป[หรือ"เป็นเครื่องบูชาไถ่บาป"]เพื่อเรา
เพื่อในพระองค์เราจะกลายเป็นความชอบธรรมของพระเจ้า"
(2โครินธ์ บทที่5: ข้อ21)

3.1.5.ฃ ความรักไม่ส่วนตัวของของพระเจ้า พระเจ้าทรงรักผู้ไม่เชื่อทุกคนด้วยความรักไม่ส่วนตัว{Divine impersonal love}
(ความรักไม่มีเงื่อนไข)

"เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลกจนได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่เชื่อในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศแต่มีชีวิตนิรันดร์"
(ยอห์น บทที่3: ข้อ16)

เพราะความรักของพระเจ้าทรงดำลงอยู่จากความชอบธรรม และ ความยุติธรรมของพระองค์ ไม่ใช่เพราะคุณความดีหรือความน่ารักของผู้ที่พระองค์ทรงรัก

3.2. Sovereignty (ดำรงอยู่สูงสุด)

3.2.1. พระเจ้าทรงดำลงสูงสุดในจักรวาล

"ในวันนี้จงรับรู้และจำใส่ใจว่าพระยาห์เวห์ทรงเป็น
พระเจ้าทั้งในฟ้าสวรรค์เบื้องบนและแผ่นดินโลกเบื้องล่าง ไม่มีพระเจ้าอื่นใด "
(เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่4: ข้อ39;)

"องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกำหนดให้ตายหรือให้มีชีวิต
พระองค์ทรงนำไปสู่แดนผู้ตายและให้เป็นขึ้นมา
ความยากจนและความร่ำรวยมาจากองค์พระผู้เป็นเจ้า
พระองค์ทรงทำให้ต่ำลงและทรงยกชูขึ้น
พระองค์ทรงยกชูผู้ยากไร้ขึ้นจากธุลี
ทรงยกคนขัดสนจากกองขี้เถ้า
พระองค์ทรงให้เขานั่งร่วมกับเจ้านาย
และให้เขาครองบัลลังก์อันทรงเกียรติ

เพราะรากฐานของแผ่นดินโลกเป็นขององค์พระผู้เป็นเจ้า
พระองค์ทรงสถาปนาโลกไว้บนนั้น"
(1ซามูเอล บทที่2: ข้อ6-8;)

"ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ความยิ่งใหญ่ ฤทธานุภาพ
เกียรติสิริ บารมี และเดชานุภาพ เป็นของพระองค์
ทุกสิ่งในฟ้าสวรรค์และพิภพโลกเป็นของพระองค์
ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าราชอาณาจักรเป็นของพระองค์
พระองค์ทรงเป็นที่ยกย่องเทิดทูนในฐานะประมุขเหนือสิ่งสารพัด"
(1พงศาวดาร บทที่29: ข้อ11;)

"และทรงอธิษฐานว่า“ข้าแต่พระยาห์เวห์พระเจ้าของบรรพบุรุษของข้าพระองค์ทั้งหลาย
พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ประทับในสวรรค์ไม่ใช่หรือ?
พระองค์ทรงปกครองเหนือมวลอาณาจักรของชนชาติต่างๆ
ฤทธิ์อำนาจและแสนยานุภาพอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์
ไม่มีผู้ใดอาจต่อต้านพระองค์"
(2พงศาวดาร บทที่20: ข้อ6;)

"ให้พวกเขารู้ว่า พระองค์ผู้ทรงพระนามว่าพระยาห์เวห์
พระองค์แต่ผู้เดียวที่ทรงเป็นองค์ผู้สูงสุดเหนือมวลพิภพ"
(สดุดี บทที่83: ข้อ18;)

"เราคือพระยาห์เวห์ ไม่มีใครอื่น
นอกจากเราแล้ว ไม่มีพระเจ้าอื่นใด
เราจะทำให้เจ้าเข้มแข็งขึ้น
แม้ว่าเจ้าจะไม่รู้จักเรา
เพื่อจากที่ดวงอาทิตย์ขึ้น
จดที่ดวงอาทิตย์ตก
มนุษย์จะรู้ว่าไม่มีใครอื่นนอกจากเรา
เราคือพระยาห์เวห์ ไม่มีใครอื่น"
(อิสยาห์ บทที่45: ข้อ5-6;)

"“พระเจ้าองค์นี้ผู้ทรงสร้างโลกและสรรพสิ่งในโลกทรงเป็นเจ้าเหนือฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก
พระองค์ไม่ได้ประทับในวิหารที่สร้างขึ้นด้วยน้ำมือมนุษย์"
(กิจการ บทที่17: ข้อ24)

3.2.2. พระมหากษัตริย์ของสวรรค์และโลก

"เพราะพระยาห์เวห์ผู้สูงสุดนั้นน่าครั่นคร้ามยิ่งนัก
ทรงเป็นจอมกษัตริย์แห่งสากลโลก!"

"ข้าพเจ้ากล่าวว่า “ข้าพเจ้าจะระแวดระวังทางของตน
และจะไม่ปล่อยให้ลิ้นทำบาป
ข้าพเจ้าจะไม่ปริปาก
ตราบใดที่คนอธรรมอยู่ตรงหน้า”"
(สดุดี บทที่47: ข้อ2; บทที่39: ข้อ1ก;)

"และขออย่าให้ข้าพระองค์ทั้งหลายล้มลงเมื่อถูกทดลอง
แต่ขอทรงช่วยข้าพระองค์ทั้งหลายให้พ้นจากมารร้าย
[หรือสิ่งชั่วร้ายสำเนาต้นฉบับบางสำเนามีข้อความว่า"เหตุว่าราชอาณาจักร
เดชานุภาพ และพระเกียรติสิริเป็นของพระองค์ตลอดนิรันดร์ อาเมน"]"
(มัทธิว บทที่6: ข้อ13;)

"ประเด็นที่เรากำลังกล่าวถึงก็คือเรามีมหาปุโรหิตอย่างนี้ ผู้ซึ่งประทับเบื้องขวาพระที่นั่งขององค์ผู้ทรงบารมีในสวรรค์ "
(ฮีบรู บทที่8: ข้อ1;)

"ทันใดนั้นข้าพเจ้าก็อยู่ในพระวิญญาณและตรงหน้าข้าพเจ้ามีพระที่นั่งตั้งอยู่ในสวรรค์ มีผู้หนึ่ง
ประทับบนพระที่นั่งนั้นผู้ประทับอยู่นั้นทรงโอ่อ่าตระการตาดั่งเพชรนิลจินดา สายรุ้งดุจมรกต ล้อมรอบพระที่นั่ง"
(วิวรณ์ บทที่4: ข้อ2-3)

3.2.3. การที่พระองค์ทรงดำรงอยู่สูงสุดนั้นดำรงอยู่ชั่วนิรันดร์

"พระที่นั่งของพระองค์ได้รับการสถาปนาไว้ตั้งแต่ครั้งดึกดำบรรพ์
พระองค์ดำรงอยู่ตลอดนิรันดร์กาล"
(สดุดี บทที่93: ข้อ2;)

ไม่มีที่สิ้นสุด

"ข้าแต่พระยาห์เวห์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย
พระนามของพระองค์เกริกไกรทั่วแผ่นดินโลกจริงๆ!
พระองค์ทรงตั้งเกียรติสิริของพระองค์
เหนือฟ้าสวรรค์"
(สดุดี บทที่8: ข้อ1;)

"แต่ถ้ามาจากพระเจ้า พวกท่านก็ไม่อาจหยุดยั้งคนเหล่านี้ได้
จะกลายเป็นว่าท่านเองนั่นแหละที่ต่อสู้กับพระเจ้า”"
(กิจการ บทที่5: ข้อ39;)

"เมื่อครั้งพระเจ้าทรงสัญญากับอับราฮัม เนื่องจากไม่มีใครยิ่งใหญ่กว่าที่พระองค์จะทรงอ้างถึงในคำสาบาน
พระองค์จึงทรงสาบานโดยอ้างพระองค์เอง "
(ฮีบรู บทที่6: ข้อ13)

และการตัดสินพระทัยของพระองค์ทรงสมบูรณ์แบบและดำรงสูงสุด

"เมื่อพระองค์ทรงฉวยไป ใครจะยับยั้งพระองค์ได้?
ใครจะอาจหาญทูลถามพระองค์ว่า ‘ทรงทำอะไรนั่น?’"
(โยบ บทที่9: ข้อ12;)

"พระเจ้าของเราประทับในสวรรค์
พระองค์ทรงกระทำทุกสิ่งตามชอบพระทัย"

"องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกระทำสิ่งใดๆ ตามชอบพระทัยพระองค์
ในฟ้าสวรรค์และบนแผ่นดินโลก
ในห้วงสมุทรและที่ลึกทั้งหลาย"
(สดุดี บทที่115: ข้อ3; บทที่135: ข้อ6;)

"พระทัยของกษัตริย์อยู่ในพระหัตถ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นเหมือนธารน้ำไหล
ซึ่งพระเจ้าทรงนำไปสู่คนทั้งปวงที่พระองค์พอพระทัย"
(สุภาษิต บทที่21: ข้อ1;)

"มวลประชาชาติในโลกนี้ล้วนไร้ค่า
พระองค์ทรงมีอำนาจ
ที่จะทำต่อเหล่าทูตสวรรค์
และต่อมวลประชาชาติตามชอบพระทัยของพระองค์
ไม่มีผู้ใดสามารถยับยั้งพระหัตถ์ของพระองค์
หรือกล่าวกับพระองค์ได้ว่า “พระองค์ทำอะไรนี่?”"
(ดาเนียล บทที่4: ข้อ35)

3.2.4. การตัดสินพระทัยของพระองค์ทรงดำรงสูงสุด(ไม่มีสิ่งใดซึ่งจะขัดขวางการตัดสินพระทัยของพระองค์)

"เราแจ้งอวสานตั้งแต่ตอนต้น
แจ้งสิ่งที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งโบราณ
เราลั่นวาจาไว้ว่าความมุ่งหมายของเราจะคงอยู่
เราจะทำทุกสิ่งตามที่เห็นชอบ"
(อิสยาห์ บทที่46: ข้อ10ข;)

"พระองค์[หรือ"สายพระเนตรพระองค์ด้วยความรัก พระองค์"]ทรงกำหนดไว้ล่วงหน้าที่จะรับเราเป็น
บุตรของพระองค์ผ่านทางพระเยซูคริสต์ตามพระประสงค์อันดีของพระองค์"
(เอเฟซัส บทที่1: ข้อ5)

แผนการที่พระองค์ทรงมีต่อมนุษย์ชาติจึงจะดำเนินไปตามน้ำพระทัยของพระองค์อย่างแน่นอน

"แผ่นดินโลกและทุกสิ่งในโลกเป็นขององค์พระผู้เป็นเจ้า
โลกและทุกชีวิตในโลกเป็นของพระองค์
เพราะพระองค์ทรงตั้งแผ่นดินไว้เหนือท้องทะเล
ทรงสถาปนามันไว้บนห้วงน้ำ

ผู้ใดเล่าจะได้ขึ้นไปยังภูเขาขององค์พระผู้เป็นเจ้า?
ใครเล่าจะยืนอยู่ในที่ประทับอันบริสุทธิ์ของพระองค์?
คือผู้ที่มือสะอาดและใจบริสุทธิ์
ผู้ที่ไม่ได้มอบใจให้แก่รูปเคารพ
หรือสาบานโดยอ้างพระจอมปลอม[หรือ"สาบานเท็จ"]

เขาจะได้รับพระพรจากองค์พระผู้เป็นเจ้า
จะได้รับการพิสูจน์ว่าเขาชอบธรรมจากพระเจ้าองค์พระผู้ช่วยให้รอดของเขา
คนเช่นนี้แหละเป็นคนที่แสวงหาพระองค์
เป็นผู้ที่แสวงหาพระพักตร์พระองค์
ข้าแต่พระเจ้าของยาโคบ[สำเนาต้นฉบับภาษาฮีบรูส่วนใหญ่ว่า"ผู้แสวงหาหน้าของท่านนะยาโคบเอ๋ย"]
เสลาห์

ประตูเมืองเอ๋ย จงเปิดออก
ประตูโบราณเอ๋ย จงเปิดออก
เพื่อกษัตริย์ผู้ทรงเกียรติสิริจะได้เสด็จเข้ามา
ผู้ใดคือกษัตริย์ผู้ทรงเกียรติสิริองค์นี้?
คือองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเข้มแข็งและทรงฤทธิ์
องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเกรียงไกรในการศึก
ประตูเมืองเอ๋ย จงเปิดออก
ประตูโบราณเอ๋ย จงเปิดออก
เพื่อกษัตริย์ผู้ทรงเกียรติสิริจะได้เสด็จเข้ามา
กษัตริย์ผู้ทรงเกียรติสิริองค์นี้คือผู้ใด?
คือองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงฤทธิ์
พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ผู้ทรงเกียรติสิริ
เสลาห์"
(สดุดี บทที่24)

"เนื่องจากพระเจ้าทรงประสงค์จะให้บรรดาทายาทผู้จะได้รับสิ่งที่ทรงสัญญาไว้รู้
อย่างชัดเจนว่าความมุ่งหมายของพระองค์นั้นไม่เปลี่ยนแปลง
พระองค์จึงทรงยืนยันพระสัญญานั้นด้วยคำสาบาน"
(ฮีบรู บทที่6: ข้อ17)

โดยเฉพาะ

3.2.4.ก ความรอด

"คือเป็นบุตรที่ไม่ได้เกิดจากการสืบเชื้อสายตามธรรมชาติ[ภาษากรีกว่า"จากสายเลือด"]
หรือจากการตัดสินใจของมนุษย์ หรือจากเจตจำนงของสามี แต่เกิดจากพระเจ้า"
(ยอห์น บทที่1: ข้อ13;)

"เพราะพระองค์ตรัสกับโมเสสว่า “เราประสงค์จะเมตตาใคร ก็จะเมตตาคนนั้น
เราประสงค์จะกรุณาใคร ก็จะกรุณาคนนั้น”[และองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “เราจะให้ความดีทั้งหมดของเราประจักษ์แจ้งต่อหน้าเจ้า และเราจะประกาศนามของเรา คือพระยาห์เวห์ต่อหน้าเจ้า เราจะเมตตาใครก็จะเมตตาคนนั้น เราจะกรุณาใครก็จะกรุณาคนนั้น อพยพ บทที่33: ข้อ19] ฉะนั้นสิ่งนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความปรารถนาหรือความพยายามของมนุษย์ แต่ขึ้นอยู่กับพระเมตตาของพระเจ้า เพราะในพระคัมภีร์ พระเจ้าตรัสแก่ ฟาโรห์ว่า “เรายกเจ้าให้เป็นใหญ่ก็เพื่อจุดประสงค์ข้อนี้เอง คือเพื่อเราจะได้สำแดงฤทธิ์อำนาจของเราให้ปรากฏทางเจ้า และเพื่อนามของเราจะเลื่อง ลือไปทั่วโลก”[แต่เราได้ยกเจ้าให้เป็นใหญ่[หรือ"เราได้ไว้ชีวิตเจ้า"]ก็เพื่อจุดประสงค์ข้อนี้เอง คือเพื่อเราจะได้สำแดงฤทธิ์อำนาจของเราแก่เจ้า และ เพื่อนามของเราจะเลื่องลือไปทั่วโลก อพยพ บทที่9: ข้อ16] ฉะนั้นพระเจ้าทรงเมตตาผู้ที่ทรงประสงค์จะเมตตา และผู้ที่ทรง ประสงค์จะให้มีใจแข็งกระด้าง พระองค์ก็ทรงทำให้ใจของเขาแข็งกระด้าง พวกท่านบางคนอาจจะกล่าวกับข้าพเจ้าว่า “ถ้าเช่นนั้นทำไมพระเจ้ายังทรงตำหนิเรา? เพราะใครเล่าจะขัดขืนพระประสงค์ของพระองค์ได้?” แต่ มนุษย์เอ๋ย ท่านเป็นใครเล่าที่จะย้อนพระเจ้าได้? “ควรหรือที่สิ่งที่ถูกปั้นจะพูดกับช่างปั้นว่า ‘ทำไมถึงสร้างฉันอย่างนี้’?”[เจ้าทำให้สิ่งต่างๆ กลับ ตาลปัตร ราวกับว่าช่างปั้นเป็นดินเหนียว! ควรหรือที่สิ่งที่ถูกปั้นจะพูดกับช่างปั้นว่า“ท่านไม่ได้สร้างเรา”?ควรหรือที่หม้อไหจะพูดกับช่างปั้นว่า
“ท่านไม่รู้อะไร”? อิสยาห์ บทที่29: ข้อ16] ช่างปั้นไม่มีสิทธิ์เอาดินก้อนเดียวกันมาปั้นเป็นภาชนะสวยงามและปั้นเป็นภาชนะใช้สอยทั่วไปหรือ? ในเรื่องการเลือกจะสำแดงพระพิโรธและให้ฤทธานุภาพของพระองค์เป็นที่ประจักษ์นั้น จะว่าอย่างไรถ้าพระเจ้าทรงอดกลั้นพระทัยอย่างยิ่งต่อผู้ที่เป็น เป้าของพระพิโรธ ผู้ซึ่งเตรียมไว้เพื่อความพินาศ? จะว่าอย่างไรถ้าพระองค์ทรงกระทำเช่นนี้เพื่อสำแดงพระเกียรติสิริอันอุดมแก่ผู้ที่ได้รับพระเมตตา คุณของพระองค์ ผู้ซึ่งทรงเตรียมไว้ล่วงหน้าเพื่อพระเกียรติสิริ? "
(โรม บทที่9: ข้อ15-23)

3.2.4.ข ชีวิตหลังความรอด และ การทรงจัดเตรียม

"มีกายเดียวและพระวิญญาณองค์เดียวเหมือนกับที่ทรงเรียกท่านมาสู่ความหวังเดียวเมื่อทรงเรียกท่าน
มีองค์พระผู้เป็นเจ้าองค์เดียว ความเชื่อเดียว บัพติศมาเดียว มีพระเจ้าองค์เดียวผู้ทรงเป็นพระบิดาของทั้งปวง
ผู้ทรงอยู่เหนือทั้งมวล ทั่วทั้งสิ้น และในทั้งหมด แต่พระคุณนั้นประทานแก่เราแต่ละคนตามที่พระคริสต์ทรงแบ่งสรร ฉะนั้นจึงมีกล่าว[หรือ"พระเจ้าจึงตรัส"]ไว้ว่า

“เมื่อพระองค์เสด็จขึ้นสู่เบื้องสูง
ทรงนำเชลยไปด้วย
และประทานของประทานแก่มนุษย์”
[เมื่อพระองค์เสด็จขึ้นสู่เบื้องสูงพระองค์ทรงนำเชลยไปด้วยพระองค์ทรงรับของถวายจากมนุษย์
แม้แต่จาก[หรือ"รับของถวายเพื่อมนุษย์ / แม้แต่"]คนที่ชอบกบฏข้าแต่
พระเจ้าพระยาห์เวห์ เพื่อพระองค์[หรือ"พวกเขา"]จะประทับที่นั่น(สดุดี บทที่68: ข้อ18)](ที่ว่า “พระองค์เสด็จขึ้น” นั้นย่อมไม่อาจหมายความเป็นอื่น นอกจากว่าพระองค์ได้เสด็จลงสู่เบื้องต่ำของโลกด้วย[หรือ"ที่ลึกแห่งโลก"]พระองค์ผู้เสด็จลงคือองค์เดียวกับที่เสด็จขึ้นสูงเหนือฟ้าสวรรค์ทั้งมวล เพื่อทรงเติมทั่วทั้งจักรวาลให้สมบูรณ์) พระองค์เองทรงให้บางคนเป็นอัครทูต บางคนเป็นผู้เผยพระวจนะ บางคนเป็นผู้เผยแพร่ข่าวประเสริฐ บางคนเป็นศิษยาภิบาลและอาจารย์ เพื่อเตรียมประชากรของพระเจ้าสำหรับงานรับใช้ เพื่อ ว่าพระกายของพระคริสต์จะได้รับการเสริมสร้างขึ้น จนกว่าเราทั้งหมดจะบรรลุความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในความเชื่อและในความรู้ถึงพระบุตรของพระเจ้า จนเราเติบโตเป็นผู้ใหญ่คือเต็มถึงขนาดความไพบูลย์ของพระคริสต์"
(เอเฟซัส บทที่4: ข้อ4-13)

3.3. Righteousness (ชอบธรรม)

3.3.1. พระเจ้าทรงเป็นผู้ที่บริสุทธิ์และชอบธรรม

"จงแจ้งชุมชนอิสราเอลทั้งหมดว่า ‘เจ้าทั้งหลายจงบริสุทธิ์เพราะเราคือพระยาห์เวห์ พระเจ้าของเจ้าเป็นผู้บริสุทธิ์"
(เลวีนิติ บทที่19: ข้อ2ข;)

"ไม่มีผู้ใดบริสุทธิ์สูงส่งเสมอเหมือนองค์พระผู้เป็นเจ้า
ไม่มีผู้ใดนอกจากพระองค์
ไม่มีศิลาใดเสมอเหมือนพระเจ้าของเรา"
(1ซามูเอล บทที่2: ข้อ2;)

"ถึงกระนั้นพระองค์ทรงประทับบนบัลลังก์ เป็นองค์บริสุทธิ์
พระองค์ทรงเป็นที่สรรเสริญของอิสราเอล[หรือ"แม้กระนั้นพระองค์ทรงบริสุทธิ์ /
ประทับบนบัลลังก์เหนือการสรรเสริญของอิสราเอล"]"

"พระเจ้าทรงครอบครองเหนือนานาประชาชาติ
พระเจ้าประทับบนพระที่นั่งบริสุทธิ์ของพระองค์"

"พระองค์ทรงชำระค่าไถ่สำหรับประชากรของพระองค์
พระองค์ทรงสถาปนาพันธสัญญาของพระองค์ไว้เป็นนิตย์
พระนามของพระองค์นั้นศักดิ์สิทธิ์ น่าเกรงขามยิ่งนัก"
(สดุดี บทที่22: ข้อ3; บทที่47: ข้อ8; บทที่111: ข้อ9)

"ต่างร้องขานรับต่อๆ กันว่า
“บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ คือพระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์
ทั่วโลกเต็มไปด้วยพระเกียรติสิริของพระองค์”"
(อิสยาห์ บทที่6: ข้อ3;)

"ข้าพระองค์จะไม่อยู่ในโลกอีกต่อไปแต่พวกเขายังอยู่ในโลกและข้าพระองค์กำลังจะไปหาพระองค์
ข้าแต่พระบิดาผู้บริสุทธิ์ ขอทรงปกป้องคุ้มครองพวก เขาไว้โดยฤทธานุภาพแห่งพระนามของพระองค์
พระนามซึ่งพระองค์ประทานแก่ข้าพระองค์ เพื่อพวกเขาจะเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนที่พระองค์กับข้าพระองค์เป็นหนึ่งเดียวกัน "
(ยอห์น บทที่17: ข้อ11;)

"จงเขียนถึงทูตสวรรค์{ศิษยาภิบาล}แห่งคริสตจักรที่เมืองฟีลาเดลเฟียว่า
พระองค์ผู้ทรงบริสุทธิ์และสัตย์จริง ผู้ทรงถือกุญแจของดาวิด
สิ่งที่พระองค์ทรงเปิดแล้วไม่มีใครปิดได้และสิ่งที่พระองค์ทรงปิดแล้วไม่มีใครเปิดได้ "

"สิ่งมีชีวิตทั้งสี่นี้ แต่ละตนมีหกปีกและมีดวงตาทั่วไปหมดแม้แต่ใต้ปีก ต่างร้องขานทั้งวันทั้งคืนไม่หยุดว่า

“บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์
คือองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์
ผู้ทรงดำรงอยู่ในอดีตและดำรงอยู่ในปัจจุบัน
และจะเสด็จมา”"

"พวกเขาร้องเสียงดังว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าองค์เจ้าชีวิต ผู้ทรงบริสุทธิ์และทรงสัตย์จริง
อีกนานเท่าใดกว่าพระองค์จะทรงพิพากษาชาวโลกและแก้แค้นให้พวกเราผู้หลั่งเลือดพลีชีวิต?” "

(วิวรณ์ บทที่3: ข้อ7; บทที่4: ข้อ8; บทที่6: ข้อ10)

3.3.2. พระเจ้าทรงแสนดี{ความดี}

"องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงแสนดีและเที่ยงธรรม
ดังนั้นพระองค์จึงทรงสอนทางของพระองค์แก่คนบาป"

"เชิญชิมดูแล้วจะรู้ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงแสนดี
ความสุขมีแก่ผู้ที่ลี้ภัยในพระองค์"

"ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงแสนดีและพร้อมที่จะอภัยโทษ
ทรงเปี่ยมด้วยความรักมั่นคงต่อทุกคนที่ร้องทูลพระองค์"

"พระองค์ทรงแสนดี และสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำนั้นดีเลิศ
ขอทรงสอนกฎหมายของพระองค์แก่ข้าพระองค์"
(สดุดี บทที่25: ข้อ8; บทที่34: ข้อ8; บทที่86: ข้อ5; บทที่119: ข้อ68;)

"พระเยซูตรัสตอบว่า “ทำไมท่านจึงบอกว่าเราประเสริฐ?
นอกจากพระเจ้าแล้ว ไม่มีใครอื่นที่ประเสริฐ "
(ลูกา บทที่18: ข้อ19)

3.3.3. ปราศจากบาป

"พระเจ้าทรงกระทำพระองค์ผู้ปราศจากบาปให้เป็นบาป[หรือ"เป็นเครื่องบูชาไถ่บาป]เพื่อเรา
เพื่อในพระองค์เราจะกลายเป็นความชอบธรรมของพระเจ้า"
(2โครินธ์ บทที่5: ข้อ21;)

"นี่เป็นเรื่องราวซึ่งเราได้ยินจากพระองค์และประกาศแก่ท่าน
คือพระเจ้าทรงเป็นความสว่าง ในพระองค์ไม่มีความมืดเลย "
(1ยอห์น บทที่1: ข้อ5)

3.3.4. พระองค์ทรงสมบูรณ์แบบด้วยพระลักษณะ

"พระองค์ทรงเป็นพระศิลา พระราชกิจของพระองค์สมบูรณ์พร้อม
และวิถีทางของพระองค์ล้วนยุติธรรม
ทรงเป็นพระเจ้าผู้ซื่อสัตย์ผู้ไม่ทำสิ่งที่ผิดใดๆ เลย
พระองค์ทรงชอบธรรมและยุติธรรม"
(เฉลยธรรมบัญญํติ บทที่32: ข้อ4ข;)

"ขอทรงยุติความโหดร้ายของคนชั่ว
และกระทำให้ผู้ชอบธรรมมั่นคงปลอดภัย
ข้าแต่พระเจ้าผู้ชอบธรรม
ผู้ทรงพิเคราะห์ความคิดและจิตใจ"

"เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงชอบธรรม
พระองค์ทรงรักความยุติธรรม
คนชอบธรรมจะเห็นพระพักตร์พระองค์"

"ฟ้าสวรรค์ประกาศความชอบธรรมของพระองค์
ชนชาติทั้งปวงเห็นพระเกียรติสิริของพระองค์"

"พระราชกิจของพระองค์สูงส่งและทรงเกียรติ
ความชอบธรรมของพระองค์ดำรงนิรันดร์"

"ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงชอบธรรม
และบทบัญญัติของพระองค์ถูกต้อง"
(สดุดี บทที่7: ข้อ9; บทที่11: ข้อ7; บทที่97; ข้อ6; บทที่111: ข้อ3; บทที่119: ข้อ137 ก;)

"ในยุคสมัยของเขา ยูดาห์จะได้รับการช่วยกู้
และอิสราเอลจะอาศัยอยู่อย่างปลอดภัย
เขาผู้นั้นจะได้รับการขนานนามว่า
‘พระยาห์เวห์ผู้ทรงเป็นความชอบธรรมของเรา’”"
(เยเรมีย์ บทที่23: ข้อ6;)

"“ข้าแต่พระบิดาผู้ชอบธรรม แม้โลกไม่รู้จักพระองค์แต่ข้าพระองค์รู้จักพระองค์
และพวกเขาก็รู้ว่าพระองค์ทรงส่งข้าพระองค์มา "
(ยอห์น บทที่17: ข้อ25ก;)

"เพราะในข่าวประเสริฐนั้น ความชอบธรรมจากพระเจ้าก็ได้รับการเปิดเผย
เป็นความชอบธรรมซึ่งเริ่มต้นด้วยความเชื่อและนำไปสู่ความ เชื่อ[หรือ"เป็นความชอบธรรมโดยความเชื่อตั้งแต่ต้นจนถึงที่สุด"] ตามที่มีเขียนไว้แล้วว่า
“คนชอบธรรมจะดำรงชีวิตโดยความเชื่อ”[ดูเถิด เขาผยองขึ้นความปรารถนาของเขา
ไม่ถูกทำนองคลองธรรมแต่คนชอบธรรมจะดำรงชีวิตโดย
ความเชื่อ[หรือ"ความซื่อสัตย์"]ของเขา ฮาบากุก บทที่2:ข้อ4]"

"เนื่องจากพวกเขาไม่รู้จักความชอบธรรมที่มาจากพระเจ้าและพยายามตั้ง
ความชอบธรรมของตนเองขึ้นมา พวกเขาจึงไม่ยอมรับความชอบธรรมของพระเจ้า"
(โรม บทที่1: ข้อ17; บทที่10: ข้อ3; )

"หากท่านรู้ว่าพระองค์ทรงชอบธรรม ท่านย่อมรู้ว่าทุกคนที่ทำสิ่งที่ถูกต้องได้บังเกิดจากพระองค์"
(1ยอห์น บทที่2: ข้อ29)

3.3.5. พระองค์ทรงชอบธรรมในทัศนคติ การกระทำ และ มาตรฐานในทุกรูปแบบ และทุกประการ

"แล้วองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับเขาว่า “นี่คือดินแดนที่เราสัญญาด้วยคำปฏิญาณไว้กับ
อับราฮัม อิสอัค และยาโคบ เมื่อเรากล่าวว่า ‘เราจะยกดินแดนนี้ให้แก่วงศ์วานของเจ้า’
ตอนนี้เราให้เจ้าเห็นกับตาแล้ว แต่เจ้าจะไม่ได้ข้ามไป”"
(เฉลยธรรมบัญญํติ บทที่34: ข้อ4ก;)

"สำหรับพระเจ้า วิถีของพระองค์นั้นดีพร้อม
พระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้าไม่มีข้อผิดพลาด
พระองค์ทรงเป็นโล่
สำหรับทุกคนที่เข้าลี้ภัยในพระองค์"
(2ซามูเอล บทที่22: ข้อ31ก;)

"ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงชอบธรรม
และบทบัญญัติของพระองค์ถูกต้อง"

"องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงชอบธรรมในทางทั้งปวงของพระองค์
และทรงเปี่ยมด้วยความรักต่อสรรพสิ่งที่ทรงสร้างขึ้น"
(สดุดี บทที่119: ข้อ137ข บทที่145: ข้อ17;)

"องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ทรงรีรอที่จะนำภัยพิบัตินี้มายังข้าพระองค์ทั้งหลายเพราะ
พระยาห์เวห์พระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลายทรงชอบธรรมในทุกสิ่งที่ทรงกระทำ
ถึงเพียงนี้แล้วข้าพระองค์ทั้งหลายยังไม่ยอมเชื่อฟังพระองค์"
(ดาเนียล บทที่9: ข้อ14;)

"เพราะบรรดาการพิพากษาของพระองค์เที่ยงธรรมและเที่ยงแท้
พระองค์ทรงตัดสินโทษหญิงโสเภณีตัวฉกาจนั้นแล้ว
ผู้ซึ่งทำให้โลกเสื่อมทรามด้วยการล่วงประเวณีของนาง
พระองค์ทรงให้นางชดใช้เลือดของผู้รับใช้ของพระองค์แล้ว"

"ข้าพเจ้าเห็นฟ้าสวรรค์เปิดอยู่และมีม้าขาวตัวหนึ่งยืนอยู่ต่อหน้าข้าพเจ้า
พระนามของพระองค์ผู้ทรงม้านั้นคือพระผู้สัตย์ซื่อและเที่ยงแท้
พระองค์ทรงพิพากษาและสู้ศึกด้วยความยุติธรรม "
(วิวรณ์ บทที่19: ข้อ2, ข้อ11)

3.4. Justice (ยุติธรรม) -

3.4.1. พระเจ้าไม่สามารถทำในสิ่งที่ไม่ยุติธรรมได้ การทรงพิพากษาของพระองค์ทรงสมบูรณ์แบบทุกประการ โดยความยุติธรรมทรงปฏิบัติบทลงโทษซึ่งความชอบธรรมของพระองค์ได้เรียกร้อง

"พระองค์ทรงเป็นพระศิลา พระราชกิจของพระองค์สมบูรณ์พร้อม
และวิถีทางของพระองค์ล้วนยุติธรรม
ทรงเป็นพระเจ้าผู้ซื่อสัตย์ผู้ไม่ทำสิ่งที่ผิดใดๆ เลย
พระองค์ทรงชอบธรรมและยุติธรรม"
(เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่32: ข้อ4;)

"ให้ความยำเกรงองค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่เหนือท่าน จงตัดสินอย่างรอบคอบ
เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของเราไม่มีความอยุติธรรม ความลำเอียง และการรับสินบน”"
(2พงศาวดาร บทที่19: ข้อ7;)

"องค์ทรงฤทธิ์สูงส่งเกินกว่าเราจะเอื้อมถึง และฤทธิ์อำนาจของพระองค์เป็นที่เทิดทูน
ถึงกระนั้นโดยความชอบธรรมและความยุติธรรม พระองค์ไม่ได้ทรงกดขี่ข่มเหง"
(โยบ บทที่37: ข้อ23;)

"ความยำเกรงองค์พระผู้เป็นเจ้านั้นบริสุทธิ์
ยั่งยืนเป็นนิตย์
ข้อปฏิบัติขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้นแน่นอน
และล้วนแต่ชอบธรรมทั้งสิ้น"

"ฟ้าสวรรค์ป่าวประกาศความชอบธรรมของพระองค์
เพราะพระเจ้าเองทรงเป็นองค์ตุลาการ เสลาห์"

"แล้วผู้คนจะกล่าวว่า
“แน่แล้ว คนชอบธรรมยังได้รับบำเหน็จ
แน่แล้ว มีพระเจ้าผู้ทรงพิพากษาโลก”"

"ความชอบธรรมและความยุติธรรมคือฐานแห่งราชบัลลังก์ของพระองค์
ความรักและความซื่อสัตย์นำเสด็จพระองค์"
(สดุดี บทที่19: ข้อ9; บทที่50: ข้อ6; บทที่58: ข้อ11; บทที่89; ข้อ14;)

"เรานี่แหละสร้างโลก
และสร้างมนุษยชาติบนโลก
มือของเรานี่แหละคลี่ฟ้าสวรรค์ออก
และบัญชาดวงดาวทั้งปวง"
(อิสยาห์ บทที่45: ข้อ21;)

"ผู้ใดพบพวกเขาก็ขย้ำกิน
ศัตรูของพวกเขากล่าวว่า ‘เราไม่ผิด
เพราะพวกเขาทำบาปต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเป็นทุ่งหญ้าที่แท้จริงของพวกเขา
องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเป็นความหวังของบรรพบุรุษของพวกเขา’"
(เยเรมีย์ บทที่50: ข้อ7;)

"พระองค์ทรงกระทำเช่นนี้เพื่อสำแดงความยุติธรรมของพระองค์ในกาลปัจจุบัน
เพื่อว่าพระองค์จะทรงเป็นผู้เที่ยงธรรมและเป็นผู้ที่ให้บรรดาคนที่มีความ
เชื่อในพระเยซูถูกนับเป็นผู้ชอบธรรมด้วย"
(โรม บทที่3: ข้อ26;)

"เพราะเรารู้จักพระองค์ผู้ตรัสว่า “การแก้แค้นเป็นหน้าที่ของเราเอง เราจะคืนสนอง”[การแก้แค้น
เป็นหน้าที่ของเราเอง เราจะคืนสนองเมื่อถึงเวลาเท้าของพวกเขาจะลื่นไถล วันแห่งหายนะของพวกเขา
ใกล้เข้ามาแล้ว และความย่อยยับจะถาโถมเข้าใส่พวกเขา (เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่32: ข้อ35)] และว่า
“องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงพิพากษาประชากรของพระองค์”[องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงพิพากษาประชากร
ของพระองค์และทรงสงสารเอ็นดูผู้รับใช้ของพระองค์ เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรเห็นพละกำลังของพวกเขา
เสื่อมลงและไม่มีใครหลงเหลืออยู่ ไม่ว่าทาสหรือไท (เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่32: ข้อ36) เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้า
จะทรงให้ความเป็นธรรมแก่ประชากรของพระองค์ และทรงเอ็นดูสงสารผู้รับใช้ของพระองค์
(สดุดี บทที่135: ข้อ14)]การตกอยู่ในอุ้งพระหัตถ์ของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่นั้นน่ากลัวนัก"

"มาสู่คริสตจักรแห่งบุตรหัวปีผู้มีชื่อจารึกไว้ในสวรรค์ ท่านได้มาถึงพระเจ้าผู้ทรงพิพากษามวลมนุษย์
มายังวิญญาณจิตของคนชอบธรรมซึ่งทรงทำให้สมบูรณ์แล้ว "
(ฮีบรู บทที่10: ข้อ30-31; บทที่12: ข้อ23)

3.4.2. แผนการความรอดของพระเจ้าคงให้เราเข้าใจเรื่องความยุติธรรมของพระองค์ได้อย่างดีที่สุด

3.4.2.ก. พระเยซูทรงรับการพิพากษาลงโทษบาปแทนเรา (โรม บทที่5: ข้อ12; บทที่6: ข้อ23;)ด้วยการที่พระองค์ทรงแบกบาปของมนุษย์ทุกคนไว้ที่พระกายของพระองค์(1เปโตร บทที่2: ข้อ24;)ซึ่งเป็นที่พอพระทัยต่อความยุติธรรมอันสมบูรณ์แบบของพระบิดา

"ฉะนั้นเช่นเดียวกับที่บาปเข้ามาในโลกเพราะมนุษย์คนเดียวและบาปนำความตายมา
และโดยทางนี้เองความตายจึงมาถึงมวลมนุษย์เพราะทุกคนได้ทำบาป"

"เพราะว่าค่าตอบแทนที่ได้จากบาปคือความตาย แต่ของขวัญจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ใน
[ หรือ"ผ่านทาง"]พระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา"
(โรม บทที่5: ข้อ12; บทที่6: ข้อ23;)

"พระองค์เองทรงรับแบกบาปของเราทั้งหลายไว้ที่พระกายบนไม้กางเขน[หรือ"ต้นไม้"]นั้น
เพื่อเราจะได้ตายต่อบาปและมีชีวิตอยู่เพื่อความชอบธรรมและด้วยบาดแผลของพระองค์พวกท่านได้รับการรักษาให้หาย "
(1เปโตร บทที่2: ข้อ24;)

3.4.2.ข. เพราะการนี้แล้วจึงไม่ขัดแย้งกับความชอบธรรมของพระองค์ ในการที่จะให้อภัยความผิดบาปแก่ผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์ และที่จะประกาศว่าผู้ เชื่อคนนั้นเป็นคนชอบธรรมในสายพระเนตรของพระองค์

"แต่บัดนี้ความชอบธรรมจากพระเจ้าซึ่งอยู่นอกเหนือบทบัญญัตินั้นเป็นที่ประจักษ์แล้ว
เป็นความชอบธรรมซึ่งหนังสือบทบัญญัติและหนังสือผู้เผยพระวจนะได้เป็นพยานถึง
ความชอบธรรมจากพระเจ้านี้ผ่านมาทางความเชื่อในพระเยซูคริสต์ไปถึงคนทั้งปวงที่เชื่อ
ไม่มีข้อแตกต่างกัน เพราะว่าทุกคนทำบาปและเสื่อมจากพระเกียรติสิริของพระเจ้า และโดยพระคุณของพระเจ้า
พระองค์ทรงนับว่าพวกเขาเป็นผู้ชอบธรรมโดยไม่คิดมูลค่า ด้วยการที่พระเยซูคริสต์ทรงไถ่พวกเขา
พระเจ้าทรงให้พระเยซูเป็นเครื่องบูชาลบบาป[หรือ "เป็นผู้ที่หันเหพระพิโรธและรับบาปไป" ]
แก่ผู้ที่มีความเชื่อในพระโลหิตของพระเยซู พระเจ้าทรงกระทำเช่นนี้เพื่อสำแดงความยุติธรรมของพระองค์ เพราะ
โดยความอดกลั้นพระทัย พระองค์จึงไม่ได้ทรงลงโทษบาปที่ทำไปก่อนหน้านั้น
พระองค์ทรงกระทำเช่นนี้เพื่อสำแดงความยุติธรรมของพระองค์ในกาลปัจจุบัน
เพื่อว่าพระองค์จะทรงเป็นผู้เที่ยงธรรมและเป็นผู้ที่ให้บรรดาคนที่มีความเชื่อในพระเยซูถูกนับเป็นผู้ชอบธรรมด้วย
เช่นนี้แล้วเรามีอะไรที่จะอวดได้? ไม่มีเลย จะอ้างอะไรเป็นหลัก? อ้างว่าโดยการรักษาบทบัญญัติหรือ?
ไม่เลย แต่โดยการอ้างความเชื่อเป็นหลักต่างหาก เพราะเรายืนยันว่ามนุษย์นับว่าเป็นคนชอบธรรมได้ก็โดยความเชื่อ ไม่ ใช่โดยการรักษาบทบัญญัติ "

"ส่วนคนที่ไม่ได้อาศัยการประพฤติ แต่วางใจพระเจ้าผู้ทรงทำให้คนชั่วเป็นผู้ชอบธรรม พระองค์ทรงถือว่าความเชื่อของเขาเป็นความชอบธรรม"

"เหตุฉะนั้นบัดนี้จึงไม่มีการลงโทษแก่บรรดาผู้ที่อยู่ในพระเยซูคริสต์[สำเนาต้นฉบับบางสำเนาว่า
"พระเยซูคริสต์ผู้ไม่ได้ดำเนินชีวิตตามวิสัยบาป แต่ดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณ"]"
(โรม บทที่3: ข้อ21-28; บทที่4: ข้อ5; บทที่8: ข้อ1)

3.4.2.ฃ. ในทำนองเดียวกัน พระองค์จำต้องพิพากษาลงโทษทุกคนที่ได้ปฏิเสธพระเยซูคริสต์

"ผู้ใดที่เชื่อในพระองค์ก็ไม่ถูกพิพากษา แต่ผู้ใดที่ไม่เชื่อก็ถูกพิพากษาอยู่แล้ว
เพราะเขาไม่เชื่อในพระนามของพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า "

"ผู้ใดที่เชื่อในพระบุตรก็มีชีวิตนิรันดร์ แต่ผู้ใดที่ไม่ยอมรับพระบุตรก็จะไม่ได้เห็นชีวิต เพราะพระพิโรธของพระเจ้ายังอยู่กับเขา"

"“อย่าประหลาดใจในข้อนี้ เพราะจะถึงเวลาที่คนทั้งปวงซึ่งอยู่ในหลุมฝังศพของตนจะได้ยินเสียงของพระบุตร และจะออกมา
ผู้ที่ทำดีจะฟื้นขึ้นสู่ชีวิตผู้ที่ทำชั่วจะฟื้นขึ้นรับการลงโทษ เราทำสิ่งใดโดยลำพังตัวเราเองไม่ได้เลย เราพิพากษาตามที่เราได้ยินเท่านั้น
และคำพิพากษาของเรายุติธรรมเพราะเราไม่ได้มุ่งทำให้ตนเองพอใจแต่มุ่งให้พระองค์ผู้ทรงส่งเรามาพอพระทัย"
(ยอห์น บทที่3: ข้อ18, ข้อ36; บทที่5: ข้อ28-30)

3.4.2.ค. ผู้ที่ไม่เชื่อถูกพิพากษาลงโทษ เพราะการกระทำดีของมนุษย์ ของเขา(Human Works{"ข้าพระองค์ทุกคนได้กลายเป็นเหมือนสิ่งสกปรก และการกระทำอันชอบธรรมของข้า พระองค์ทั้งสิ้น เหมือนผ้าเปื้อนเลือดประจำเดือน[แปลตรงจากภาษาฮีบรู]"(อิสยาห์ บทที่64: ข้อ6ก) }) ไม่ใช่เพราะความบาป

"แล้วข้าพเจ้าเห็นพระที่นั่งใหญ่สีขาวพร้อมทั้งผู้ที่ประทับบนพระที่นั่งนั้น เมื่อพระองค์ทรงปรากฏ แผ่นดินโลกและท้องฟ้าก็หายไป
ไม่มีที่สำหรับทั้งสองสิ่งนี้แล้ว และข้าพเจ้าเห็นบรรดาผู้ตายทั้งผู้ใหญ่ผู้น้อยยืนอยู่หน้าพระที่นั่ง หนังสือเล่มต่างๆ เปิดออก
หนังสืออีกเล่มหนึ่งก็เปิดออกด้วย คือหนังสือแห่งชีวิต และผู้ที่ตายแล้วทั้งหมดก็ถูกพิพากษาตามการกระทำของตนตามที่บันทึกไว้ในหนังสือเหล่านั้น
ทะเลคืนคนตายที่อยู่ในทะเล ความตายและแดนมรณาก็คืนคนตายที่อยู่ในนั้นและแต่ละคนถูกพิพากษาตามการกระทำของตน
แล้วความตายและแดนมรณาก็ถูกโยนลงในบึงไฟ บึงไฟ นี่แหละคือความตายครั้งที่สอง ถ้าผู้ใดไม่ได้มีชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิตผู้นั้นต้องถูกทิ้งลงในบึงไฟ"
(วิวรณ์ บทที่20: ข้อ11-15)

3.4.3. พระบิดาทรงมอบหน้าที่ในการพิพากษาแก่ผู้ที่ได้รับการพิพากษาลงโทษแทนเรา คือพระเยซูคริสต์

"ยิ่งกว่านั้นพระบิดาไม่ได้ทรงพิพากษาใครแต่ทรงมอบการพิพากษาทั้งหมดแก่พระบุตร "

" เขาตอบว่า “ข้าพเจ้าก็บอกไปแล้วและพวกท่านไม่ฟัง ทำไมท่านอยากฟังอีก ? ท่านอยากเป็นสาวกของเขาด้วยหรือ?”
แล้วพวกนั้นจึงพากันประณามเขาเป็นการใหญ่และกล่าวว่า “เจ้าเป็นสาวกของคนนั้น! ส่วนเราเป็นสาวกของโมเสส! "
(ยอห์น บทที่5: ข้อ22; บทที่9: ข้อ27-28)

3.4.4. เมื่อผู้เชื่อได้พิพากษาตนเองผ่านวิธีการตั้งต้นใหม่{1ยอห์น บทที่1: ข้อ9} ก็จะไม่ได้รับการพิพากษาจากพระบิดา

"แต่ถ้าเราได้วินิจฉัยตนเอง เราก็จะไม่ต้องตกอยู่ในการพิพากษา"
(1โครินธ์ บทที่11: ข้อ31)

3.5. มีชีวิตนิรันดร์ (Eternal life)

3.5.1. พระเจ้าทรงดำรงอยู่ตลอดมาและตลอดไป ทรงเป็น "เยโฮวาห์"(" יַהְוֶה‬" / yahweh)"ผู้ทรงดำรงไปโดยพระองค์เอง และทรงเปิดเผยพระองค์"

"พระเจ้าตรัสตอบโมเสสว่า “เราเป็นผู้ที่เราเป็น[หรือ"เราจะเป็นผู้ที่เราจะเป็น"] เจ้าจงบอกชาวอิสราเอลว่า ‘เราผู้เป็น ได้ส่งข้าพเจ้ามาหาพวกท่าน"
(อพยพ บทที่3: ข้อ14;)

"พระเยซูตรัสว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ก่อนอับราฮัมเกิด เราก็เป็นอยู่แล้ว!”"
(ยอห์น บทที่8: ข้อ58)

3.5.2. พระเจ้าไม่มีจุดเริ่มต้น

"ในปฐมกาล พระเจ้าทรงสร้างทุกสิ่งในฟ้าสวรรค์และโลก "
(ปฐมกาล บทที่1: ข้อ1 ก;)

"เราคือพระเจ้าองค์นั้นตั้งแต่อดีตกาล
ไม่มีผู้ใดช่วยกู้จากมือของเราได้
เมื่อเราลงมือทำ ใครจะขัดขวางได้?"
(อิสยาห์ บทที่43: ข้อ13 ก;)

"ทรงดำรงอยู่ก่อนทุกสิ่งและในพระองค์ทุกสิ่งประสานเข้าด้วยกัน"
(โคโลสี บทที่1: ข้อ17)

และไม่มีจุดจบ

"เราชูมือขึ้นฟ้าและประกาศว่า
เราดำรงอยู่นิรันดร์ฉันใด"

"พระเจ้าองค์นิรันดร์เป็นที่ลี้ภัยของท่าน
และเบื้องล่างคืออ้อมแขนอันนิรันดร์
พระองค์จะทรงขับไล่เหล่าศัตรูออกไปให้พ้นหน้าท่าน
ตรัสว่า ‘จงทำลายพวกเขาเสีย!’"
(เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่32: ข้อ40; บทที่33: ข้อ27;)

"พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่นัก! เกินกว่าที่เราจะเข้าใจ
พระองค์ดำรงอยู่มานานเท่าใด เกินกว่าเราจะรู้"
(โยบ บทที่36: ข้อ26;)

"องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงครอบครองอยู่เป็นนิตย์
พระองค์ทรงสถาปนาบัลลังก์ของพระองค์ไว้เพื่อการพิพากษา"

"ก่อนภูเขาถือกำเนิด
ก่อนที่พระองค์จะทรงให้แผ่นดินและโลกเกิดขึ้น
พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าตั้งแต่นิรันดร์กาล ตลอดชั่วนิรันดร์กาล"

"แต่พระองค์เองยังคงเหมือนเดิม
และปีเดือนของพระองค์จะไม่สิ้นสุด"

"ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระนามของพระองค์ดำรงนิรันดร์
ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเกียรติของพระองค์เลื่องลือตลอดทุกชั่วอายุ"
(สดุดี บทที่9: ข้อ7; บทที่90: ข้อ2; บทที่102: ข้อ27; บทที่135: ข้อ13;)

"ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าพระองค์ทรงครอบครองอยู่เป็นนิตย์
พระบัลลังก์ของพระองค์ยั่งยืนตลอดทุกชั่วอายุ"
(บทเพลงคร่ำครวญ บทที่5: ข้อ19;)

"เมื่อพระองค์ประทับยืน โลกก็สั่นสะเทือน
เมื่อพระองค์ทอดพระเนตร ประชาชาติทั้งหลายก็สั่นสะท้าน
ภูเขาดึกดำบรรพ์ทั้งหลายพังทลายลง
เนินเขาเก่าแก่ทั้งหลายทรุดลง"
(ฮะบากุก บทที่3: ข้อ6;)

"ในปฐมกาลพระวาทะทรงดำรงอยู่และพระวาทะทรงอยู่กับพระเจ้า และพระวาทะทรงเป็นพระเจ้า
พระองค์ทรงอยู่กับพระเจ้าตั้งแต่ปฐมกาลสรรพสิ่งถูกสร้างขึ้นโดยทางพระองค์
ในบรรดาสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมานั้น ไม่มีสักสิ่งเดียวที่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยทางพระองค์
ในพระองค์คือชีวิตและชีวิตนั้นเป็นความสว่างของมนุษย์ "
(ยอห์น บทที่1: ข้อ1-4;)

"บัดนี้ขอพระเกียรติและพระสิริมีแด่จอมราชันองค์นิรันดร์ผู้ทรงอมตะและเราไม่อาจมองเห็นได้ ผู้ทรงเป็นพระเจ้าแต่ผู้เดียวนั้นตลอดกาลสืบๆ ไปเป็นนิตย์ อาเมน"
(ทิโมธี บทที่1: ข้อ17;)

"คำพยานนี้ก็คือพระเจ้าประทานชีวิตนิรันดร์แก่เรา และชีวิตนี้อยู่ในพระบุตรของพระองค์"
(1 ยอห์น บทที่5: ข้อ11;)

"พระเจ้าผู้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “เราเป็นอัลฟา["!" เป็นอักษรตัวแรกในภาษากรีก]และโอเมกา["!" เป็นอักษรตัวสุดท้ายในภาษากรีก]
ผู้ดำรงอยู่ในปัจจุบันและดำรงอยู่ในอดีตและจะเสด็จมา เราคือองค์ทรงฤทธิ์”"

"พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “สำเร็จแล้ว เราคืออัลฟาและโอเมกา เป็นปฐมและอวสาน ผู้ใดกระหาย เราจะให้ผู้นั้นดื่มจากธารน้ำพุแห่งชีวิตโดยไม่ต้องเสียอะไรเลย"

"เราคืออัลฟาและโอเมกา เป็นเบื้องต้นและเบื้องปลาย เป็นปฐมและอวสาน"
(วิวรณ์ บทที่1: ข้อ8; บทที่21: ข้อ6; บทที่22: ข้อ13;)

3.5.3. ผู้เชื่อที่ได้เชื่ออย่างเดียว ในพระคริสต์เพียงผู้เดียวได้รับชีวิตนิรันดร์

"“เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลกจนได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์
เพื่อทุกคนที่เชื่อในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศแต่มีชีวิตนิรันดร์ "

"เราให้ชีวิตนิรันดร์แก่แกะนั้น แกะนั้นจะไม่พินาศเลย ไม่มีผู้ใดชิงแกะนั้นไปจากมือของเราได้
พระบิดาของเราผู้ประทานแกะนั้นแก่เราทรงยิ่งใหญ่เหนือกว่าสิ่งทั้งปวง[สำเนาต้นฉบับเก่าแก่
หลายสำเนาว่า"สิ่งที่พระบิดาของเราได้ประทานแก่เรานั้นยิ่งใหญ่กว่าสิ่งทั้งปวง"]
ไม่มีผู้ใดแย่งชิงแกะนั้นจากพระหัตถ์พระบิดาของเราได้ "
(ยอห์น บทที่3: ข้อ16; บทที่10: ข้อ28-29;)

"คำพยานนี้ก็คือพระเจ้าประทานชีวิตนิรันดร์แก่เรา
และชีวิตนี้อยู่ในพระบุตรของพระองค์ "
(1 ยอห์น บทที่5: ข้อ11;)

และความมั่นคงนิรันดร์

"เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ถ้าผู้ใดประพฤติตามคำของเรา ผู้นั้นก็จะไม่พบกับความตายเลย”"

"“อย่าให้ใจของท่านทั้งหลายเป็นทุกข์ จงวางใจในพระเจ้า[หรือ"พวกท่านวางใจในพระเจ้า"]และจงวางใจในเราด้วยในนิเวศของพระบิดาของเรามีห้องมากมาย
ถ้าไม่มีเราคงได้บอกพวกท่านแล้ว เรากำลังไปที่นั่นเพื่อเตรียมที่สำหรับพวกท่านและเมื่อเราไปเตรียมที่สำหรับพวกท่าน
เราจะกลับมารับพวกท่านไปอยู่กับเรา เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนพวกท่านก็จะได้อยู่ที่นั่นด้วย"
(ยอห์น บทที่8: ข้อ51; บทที่14: ข้อ1-3;)

3.5.4. ผู้ที่ไม่เชื่อ คือ ผู้ที่ปฏิเสธพระคริสต์ ได้รับการพิพากษาลงโทษนิรันดร์

"“แล้วคนเหล่านี้ก็ต้องออกไปรับโทษนิรันดร์ แต่ผู้ชอบธรรมจะเข้าสู่ชีวิตนิรันดร์”"
(มัทธิว บทที่25: ข้อ46 ก;)

"เราบอกแล้วว่าท่านจะตายในบาปของท่าน ถ้าท่านไม่เชื่อว่าเราเป็นผู้นั้น[เราเป็น] ท่านจะตายในบาปของท่านอย่างแน่นอน”"
(ยอห์น บทที่8: ข้อ24)

3.6. Omniscience (สัพพัญญู)

3.6.1. พระเจ้าทรงทราบทุกสิ่ง ทุกอย่าง ความรู้อันไม่สิ้นสุดของพระเจ้าไม่ได้จำกัดด้วยกาลเวลา

"“อย่าพูดโอหังอีกต่อไป
อย่าปริปากแสดงความจองหองเช่นนั้น
เพราะพระยาห์เวห์เป็นพระเจ้าผู้ทรงรอบรู้
และทรงเป็นผู้ชั่งดูการกระทำทั้งหลาย"
(1ซามูเอล บทที่2: ข้อ3;)

"แดนมรณาเปลือยเปล่าต่อหน้าพระเจ้า
แดนพินาศไร้สิ่งปกปิด"

"พระองค์ไม่ได้ทอดพระเนตรเห็นหนทางของข้า
และทรงนับทุกย่างก้าวของข้าหรอกหรือ?"

"“พระเนตรของพระเจ้าเฝ้าดูวิถีทางของมนุษย์
ทรงเห็นทุกย่างก้าวของพวกเขา"

"ท่านทราบไหมว่าเมฆลอยอยู่ได้อย่างไร?
ท่านทราบการอัศจรรย์ต่างๆ ของพระองค์ผู้ทรงรู้ทุกสิ่งอย่างถ่องแท้หรือ?"

"“ข้าพระองค์ทราบว่าพระองค์ทรงกระทำทุกสิ่งได้
แผนการของพระองค์ไม่มีอะไรขวางได้"
(โยบ บทที่26: ข้อ6; บทที่31: ข้อ4; บทที่34: ข้อ21; บทที่37: ข้อ16; บทที่42: ข้อ2;)

"ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ได้ทรงตรวจตราจิตใจของข้าพระองค์
และพระองค์ทรงรู้จักข้าพระองค์
พระองค์ทรงทราบเมื่อข้าพระองค์นั่งลงและลุกขึ้น
พระองค์ทรงประจักษ์ความคิดของข้าพระองค์แต่ไกล
พระองค์ทรงหยั่งรู้วิถีทางและการหยุดพักของข้าพระองค์
พระองค์ทรงคุ้นเคยกับทางทั้งสิ้นของข้าพระองค์
ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ก่อนที่ข้าพระองค์จะเอ่ยปาก
พระองค์ก็ทรงทราบความทั้งสิ้นแล้ว
พระองค์ทรงโอบล้อมข้าพระองค์ทั้งข้างหน้าและข้างหลัง
พระองค์ทรงวางพระหัตถ์เหนือข้าพระองค์
ความรู้เช่นนี้อัศจรรย์ยิ่งนักสำหรับข้าพระองค์
สูงเกินกว่าข้าพระองค์จะเข้าใจ"

"สำหรับพระองค์ แม้ความมืดก็ไม่มืด
กลางคืนก็สว่างดั่งกลางวัน
เพราะสำหรับพระองค์ ความมืดก็เป็นดั่งความสว่าง"

"พระองค์ทรงกำหนดจำนวนของดวงดาว
และทรงตั้งชื่อให้ดาวทุกดวง"
(สดุดี บทที่139: ข้อ1-6, ข้อ12; บทที่147: ข้อ4;)

"เราจับตาดูทางทั้งปวงของเขา
ไม่มีสิ่งใดซ่อนเร้นจากเรา บาปของพวกเขา
ไม่อาจถูกปิดบังไว้จากสายตาของเรา "
(เยเรมีย์ บทที่16: ข้อ17;)

"แล้วพระวิญญาณขององค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมาเหนือข้าพเจ้า พระองค์ตรัสสั่งให้ข้าพเจ้ากล่าวว่า
“องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ว่า พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย เจ้าพูดเช่นนั้น แต่เรารู้ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่ "
(เอเสเคียล บทที่11: ข้อ5;)

"นกกระจาบสองตัวขายกันบาทเดียว[ภาษากรีกว่า ""/ 1 อัสซาริอัน]ไม่ใช่หรือ? ถึงกระนั้นก็ไม่มีสักตัวเดียวที่ตกถึงพื้นนอกเหนือจากพระประสงค์ ของพระบิดา 30 และแม้แต่ผมทุกเส้นบนศีรษะของท่านก็ทรงนับไว้ทั้งหมดแล้ว "
(มัทธิว บทที่10: ข้อ29-30;)

"ไม่มีสิ่งใดที่ทรงสร้างไว้จะซ่อนเร้นจากสายพระเนตรของพระเจ้าได้
ทุกสิ่งถูกเปิดเผยและถูกตีแผ่ต่อพระเนตรของพระองค์ผู้ซึ่งเราทั้งหลายต้องกราบทูลรายงาน"
(ฮีบรู บทที่4: ข้อ13;)

3.6.2. สติปัญญาและความเข้าใจของพระองค์ไม่มีที่สิ้นสุด

"แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับซามูเอลว่า
“อย่าตัดสินจากรูปร่างหน้าตาหรือส่วนสูง
เพราะเราไม่ได้เลือกคนนี้
องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้มองอย่างที่มนุษย์มอง
มนุษย์มองรูปลักษณ์ภายนอก
แต่องค์พระผู้เป็นเจ้ามองดูจิตใจ”"
(1ซามูเอล บทที่16: ข้อ7;)

"พระเจ้าจะไม่ทรงทราบหรือ?
ในเมื่อพระองค์ทรงทราบความลี้ลับในใจ"

"องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรานี้ทรงยิ่งใหญ่นัก
และทรงฤทธานุภาพเกรียงไกร
ความเข้าใจของพระองค์ไร้ขีดจำกัด"
(สดุดี บทที่44: ข้อ21; บทที่147: ข้อ5 ข;)


"โดยปัญญา องค์พระผู้เป็นเจ้า ทรงวางฐานรากของโลก
โดยความเข้าใจ ทรงสถาปนาฟ้าสวรรค์"

"เพราะว่าทางทั้งสิ้นของมนุษย์อยู่ในสายพระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้า
พระองค์ทรงพิเคราะห์ดูทุกวิถีของเขา"

"มนุษย์ใช้เบ้าหลอมทดสอบเงิน และใช้เตาถลุงทดสอบทองคำ
แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทดสอบจิตใจ"
(สุภาษิต บทที่3: ข้อ19; บทที่5: ข้อ21; บทที่17: ข้อ3;)

"“เราผู้เป็นพระยาห์เวห์พิเคราะห์ดูจิตใจ
และตรวจสอบความคิด
เพื่อให้บำเหน็จแก่ทุกคนตามผลการกระทำ
และตามความประพฤติของเขา”"

"“พระองค์ทรงสร้างโลกโดยฤทธานุภาพ
ทรงสถาปนาพิภพไว้ด้วยพระปรีชาญาณ
และทรงคลี่ฟ้าสวรรค์ออกด้วยความเข้าใจ"
(เยเรมีย์ บทที่17: ข้อ10; บทที่51: ข้อ15;)

"องค์พระผู้เป็นเจ้าประเสริฐ
ทรงเป็นที่ลี้ภัยในยามยากลำบาก
ทรงห่วงใยบรรดาผู้วางใจในพระองค์"
(นาฮูม บทที่1: ข้อ7;)

"อย่าทำอย่างเขาเลยเพราะพระบิดาของท่านทรงทราบว่า
ท่านต้องการอะไรก่อนที่ท่านจะทูลขอต่อพระองค์"
(มัทธิว บทที่6: ข้อ8;)

"และพระเจ้าผู้ทรงชันสูตรใจของเราทรงรู้พระทัยของพระวิญญาณเพราะพระวิญญาณ
ทรงอธิษฐานวิงวอนแทนประชากรของพระเจ้าตามพระประสงค์ของพระเจ้า"

"โอ!! ความมั่งคั่งแห่งพระปัญญาและ[หรือ"ความมั่งคั่ง
และพระปัญญา และ"]ความรอบรู้ของพระเจ้าช่างล้ำลึกยิ่งนัก!ข้อวินิจฉัยของพระองค์สุดที่จะหยั่งคะเน
และวิถีทางของพระองค์เกินกว่าจะสืบเสาะ!"
(โรม บทที่8: ข้อ27; บทที่11: ข้อ33;)

"แม้ในยามที่ใจของเรากล่าวโทษตนเอง
เพราะพระเจ้าทรงยิ่งใหญ่กว่าใจของเรา
และพระองค์ทรงทราบทุกสิ่ง"
(1ยอห์น บทที่3: ข้อ20;)

3.6.3. พระองค์ทรงทราบตอนจบตั้งแต่เริ่มต้น (foreknowledge)

"ใครเล่าบอกถึงสิ่งนี้ให้เรารู้มาตั้งแต่ต้น
หรือบอกไว้ตั้งแต่แรก เราจึงพูดได้ว่า ‘ถูกอย่างที่เขาบอก’?
ไม่มีใครพูดไว้
ไม่มีใครแจ้งไว้ก่อน
ไม่มีใครได้ยินอะไรจากเจ้าเลย"

"ดูเถิด สิ่งที่เราลั่นวาจาไว้ตั้งแต่แรกได้เกิดขึ้นแล้ว
และเราประกาศสิ่งใหม่ๆ
ตั้งแต่สิ่งเหล่านั้นยังไม่เกิดขึ้น
เราก็ประกาศแก่พวกเจ้าทั้งหลายแล้ว”"

"มวลประชาชาติประชุมกัน
ชนชาติทั้งหลายชุมนุมกัน
มีใครบ้างทำนายสิ่งนี้
และประกาศสิ่งที่ผ่านมาแล้วแก่พวกเรา?
ให้เขาเบิกพยานมายืนยันว่าเขาถูก
เพื่อคนอื่นจะได้ยินแล้วบอกว่า “เป็นความจริง”"

"เราแจ้งอวสานตั้งแต่ตอนต้น
แจ้งสิ่งที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งโบราณ
เราลั่นวาจาไว้ว่าความมุ่งหมายของเราจะคงอยู่
เราจะทำทุกสิ่งตามที่เห็นชอบ"
(อิสยาห์ บทที่41: ข้อ26; บทที่42: ข้อ9; บทที่43: ข้อ9; บทที่46: ข้อ10;)

"พระเยซูผู้นี้ทรงถูกมอบให้พวกท่าน ตามที่พระเจ้าได้ทรงกำหนดไว้และทรงทราบล่วงหน้า
และโดยความช่วยเหลือของเหล่าคนอธรรม[หรือ"ของบรรดาคนที่ไม่มีธรรมบัญญัติ (คือ คนต่างชาติ)"]
ท่านได้จับพระองค์ไปประหารด้วยการตอกตรึงที่ไม้กางเขน "

"ซึ่งเป็นที่ทราบกันมาหลายยุคสมัย[สำเนาต้นฉบับบางสำเนาว่า"ซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบมาหลายยุคสมัยในพระราชกิจของพระองค์"]"
(กิจการ บทที่2: ข้อ23; บทที่15: ข้อ18;)

"พระเจ้าพระบิดาได้ทรงเลือกสรรพวกท่านตามที่พระองค์ทรงทราบล่วงหน้าแล้ว
ผ่านทางการทรงชำระให้บริสุทธิ์ของพระวิญญาณ
เพื่อให้พวกท่านมาเชื่อฟังพระเยซูคริสต์และรับการประพรมด้วยพระโลหิตของพระองค์"
(1เปโตร บทที่1: ข้อ2 ก;)

3.6.4. ในฐานะเป็นพระเจ้า พระเยซูคริสต์ทรงทราบทุกอย่าง และรู้จักมนุษย์ทุกคน -

"พระเยซูทรงทราบความคิดของเขาจึงตรัสว่า “เหตุใดพวกท่านจึงคิดชั่วอยู่ในใจ?"
(มัทธิว บทที่9: ข้อ4;)

"แต่พระเยซูไม่ได้ทรงไว้เนื้อเชื่อใจพวกเขาเพราะพระองค์ทรงรู้จักมวลมนุษย์"

"หลังจากนั้นเมื่อพระองค์ทรงทราบว่าทุกสิ่งสำเร็จครบถ้วนแล้วและเพื่อจะเป็นจริงตามพระคัมภีร์ พระเยซูจึงตรัสว่า “เรากระหายน้ำ” "

"พระองค์ตรัสกับเขาเป็นครั้งที่สามว่า “ซีโมนบุตรยอห์นเอ๋ย ท่านรักเราหรือ?”
เปโตรรู้สึกเสียใจ เพราะพระเยซูทรงถามเขาเป็นครั้งที่สามว่า “ท่านรักเราหรือ?”
เขาทูลว่า “พระองค์เจ้าข้า พระองค์ทรงทราบทุกอย่าง พระองค์ทรงทราบว่าข้าพระองค์รักพระองค์”
พระเยซูตรัสว่า “จงเลี้ยงแกะของเรา "
(ยอห์น บทที่2: ข้อ24; บทที่19: ข้อ28; บทที่21: ข้อ17;)

3.6.5. พระเจ้าทรงทราบทุกอย่างที่เกี่ยวกับผู้เชื่อทุกคนตั้งแต่อดีตกาล(ตลอดมา)

"แต่พระองค์ทรงทราบทางที่ข้ากำลังประสบ
เมื่อพระองค์ทรงทดสอบข้าแล้ว ข้าจะเป็นดั่งทองคำ"
(โยบ บทที่23: ข้อ10;)

"ฉะนั้นอย่ากังวลว่า ‘เราจะเอาอะไรกิน?’ หรือ ‘เราจะเอาอะไรดื่ม?’ หรือ ‘เราจะเอาอะไรนุ่งห่ม?’
เพราะคนที่ไม่มีพระเจ้าขวนขวายหาสิ่งเหล่านี้ และพระบิดาของท่านในสวรรค์ทรงทราบว่าท่านจำเป็นต้องมีสิ่งเหล่านี้ "
(มัทธิว บทที่6: ข้อ31-32;)

"พระเยซูตรัสตอบว่า “ขณะนี้ท่านไม่เข้าใจในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ แต่ภายหลังท่านจะเข้าใจ”"
(ยอห์น บทที่13: ข้อ7;)

"และเรารู้ว่าในทุกๆ สิ่งพระเจ้าทรงทำให้เกิดผลดีแก่บรรดาผู้ที่รักพระองค์[สำเนาต้นฉบับบางสำเนาว่า"และเรารู้ว่าทุกสิ่งร่วมกันทำให้เกิดผลดีแก่
บรรดาผู้ที่รักพระเจ้า"]คือผู้ที่[หรือ"ทรงร่วมกับบรรดาผู้ที่รักพระองค์เพื่อทำให้เกิดผลดีแก่บรรดาผู้ที่"]ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์"
(โรม บทที่8: ข้อ28;)

"เพื่อท่านจะได้ดำเนินชีวิตอย่างสมกับที่เป็นคนขององค์พระผู้เป็นเจ้า
และจะได้เป็นที่พอพระทัยในทุกด้าน คือ เกิดผลในการดีทุกอย่าง รู้จักพระเจ้าดียิ่งขึ้น "
(โคโลสี บทที่1: ข้อ10;)

"ถ้าผู้ใดในพวกท่านขาดสติปัญญา จงทูลขอจากพระเจ้าผู้ประทานด้วย
พระทัยกว้างขวางแก่คนทั้งปวงโดยไม่ตำหนิ แล้วผู้นั้นจะได้รับ "

"แต่สติปัญญาจากสวรรค์ประการแรกนั้นคือบริสุทธิ์ จากนั้นคือรักสันติ
เห็นอกเห็นใจ ยอมเชื่อฟัง เต็มด้วยความเมตตาและผลดี ไม่ลำเอียงและจริงใจ"
(ยากอบ บทที่1: ข้อ5; บทที่3: ข้อ17;)

3.7. Omnipresence (สถิตทุกที่)

3.7.1 พระเจ้าทรงสถิตอยู่ทุกที่ โดยพระองค์ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยกาลเวลา หรือด้วยสถานที่ พระองค์ทรงสถิตอยู่ทุกหนทุกแห่งและอยู่เหนือทุกสิ่ง

"องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศว่า
“มีใครสามารถหลบซ่อนในที่ลับจนเรามองไม่เห็นหรือ?”
องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศว่า
“เราอยู่ทั่วฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกไม่ใช่หรือ?”"
(เยเรมีย์ บทที่23: ข้อ24;)

"พระเจ้าทรงทำเช่นนี้เพื่อมนุษย์จะได้แสวงหาพระองค์
เผื่อว่าพวกเขาจะไขว่คว้าหาพระองค์และพบพระองค์
แต่ว่าพระองค์ไม่ได้ทรงอยู่ไกลจากเราแต่ละคนเลย "
(กิจการ บทที่17: ข้อ27)

3.7.2. ฟ้าสวรรค์ยังไม่ใหญ่พอสำหรับพระเจ้า

"“แต่พระเจ้าจะประทับในโลกนี้จริงๆ หรือ? ในเมื่อฟ้าสวรรค์สูงสุดยังไม่อาจรับพระองค์ไว้ได้
พระวิหารแห่งนี้ซึ่งข้าพระองค์สร้างขึ้นจะยิ่งเล็กน้อยกว่านั้นสักเท่าใด! "
(1พงศ์กษัตริย์ บทที่8: ข้อ27;)

"“พระเจ้าองค์นี้ผู้ทรงสร้างโลกและสรรพสิ่งในโลกทรงเป็นเจ้าเหนือฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก
พระองค์ไม่ได้ประทับในวิหารที่สร้างขึ้นด้วยน้ำมือมนุษย์ "
(กิจการ บทที่17: ข้อ24 ข;)





3.7.3. สวรรค์เป็นบัลลังก์ของพระองค์ แผ่นดินโลกเป็นที่วางพระบาทของพระองค์

"ในวันนี้จงรับรู้และจำใส่ใจว่าพระยาห์เวห์ทรงเป็นพระเจ้าทั้ง
ในฟ้าสวรรค์เบื้องบนและแผ่นดินโลกเบื้องล่าง ไม่มีพระเจ้าอื่นใด "
(เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่4: ข้อ39;)

"องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า
“สวรรค์เป็นบัลลังก์ของเรา
และโลกเป็นที่วางเท้าของเรา
ก็แล้วนิเวศที่เจ้าจะสร้างให้เราอยู่ที่ไหนเล่า?
ที่พำนักสำหรับเราอยู่ที่ไหนเล่า?"
(อิสยาห์ บทที่66: ข้อ1 ข;)

3.7.4. มนุษย์ไม่สามารถหนีให้พ้นจากพระเจ้าได้

"“พระเนตรของพระเจ้าเฝ้าดูวิถีทางของมนุษย์
ทรงเห็นทุกย่างก้าวของพวกเขา
ไม่มีที่มืดและเงาทึบใดๆ
ที่คนชั่วจะซ่อนตัวได้"
(โยบ บทที่34: ข้อ21-22;)

"ข้าพระองค์จะไปที่ไหนให้พ้นจากพระวิญญาณของพระองค์ได้?
ข้าพระองค์จะหนีไปที่ไหนให้พ้นจากพระพักตร์ของพระองค์?
หากข้าพระองค์ขึ้นไปยังสวรรค์ พระองค์ประทับอยู่ที่นั่น
หากข้าพระองค์นอนลงในแดนมรณา พระองค์ก็ประทับที่นั่น
หากข้าพระองค์บินไปด้วยปีกแห่งรุ่งอรุณ
หากข้าพระองค์ไปอยู่ที่มหาสมุทรสุดไกลโพ้น
แม้แต่ที่นั่น พระหัตถ์ของพระองค์ก็จะทรงนำข้าพระองค์
พระหัตถ์ขวาของพระองค์ก็จะยึดข้าพระองค์ไว้มั่น"
(สดุดี บทที่139: ข้อ7-10;)

"พระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่ทุกหนทุกแห่ง
ทรงจับตาดูทั้งคนชั่วและคนดี"
(สุภาษิต บทที่15: ข้อ3;)

3.8. Omnipotent (ฤทธานุภาพ)

3.8.1. ไม่มีสิ่งใดที่พระองค์ทรงกระทำไม่ได้ ฤทธิ์เดชของพระเจ้าไม่จำกัด เช่นเดียวกับพระลักษณะอื่นๆของพระองค์

"เมื่ออับรามอายุ 99 ปี องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงปรากฏแก่เขาและตรัสว่า
“เราคือพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ จงดำเนินชีวิตอยู่ในทางของเราและเป็นคนดีพร้อม "

"มีอะไรยากเกินไปสำหรับองค์พระผู้เป็นเจ้าหรือ? เราจะกลับมาหาเจ้าตามเวลาที่กำหนดในปีหน้า
และซาราห์จะให้กำเนิดบุตรชาย”"
(ปฐมกาล บทที่17: ข้อ1; บทที่18: ข้อ14;)

"พระเจ้าทรงคลี่ท้องฟ้าด้านเหนือบนความว่างเปล่า
และทรงแขวนโลกไว้เหนือที่เวิ้งว้าง"

"“ข้าพระองค์ทราบว่าพระองค์ทรงกระทำทุกสิ่งได้
แผนการของพระองค์ไม่มีอะไรขวางได้"
(โยบ บทที่26: ข้อ7; บทที่42: ข้อ2;)

"ผู้ใดคือกษัตริย์ผู้ทรงเกียรติสิริองค์นี้?
คือองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเข้มแข็งและทรงฤทธิ์
องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเกรียงไกรในการศึก"

"องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงครอบครองอยู่
พระองค์ทรงฉลองพระองค์ด้วยพระบารมี
องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงฉลองพระองค์ด้วยพระบารมีและทรงเดชานุภาพ
แผ่นดินโลกได้รับการสถาปนาไว้มั่นคง
ไม่อาจคลอนแคลน"

"องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรานี้ทรงยิ่งใหญ่นัก และทรงฤทธานุภาพเกรียงไกร
ความเข้าใจของพระองค์ไร้ขีดจำกัด"
(สดุดี บทที่24: ข้อ8; บทที่93: ข้อ1; บทที่147: ข้อ5 ก;)

"จงเงยหน้าขึ้นมองฟ้าสวรรค์เถิด
ใครสร้างสิ่งทั้งปวงเหล่านี้?
ผู้ทรงนำดวงดาวออกมาทีละดวง
และขานชื่อของมัน
โดยฤทธิ์อำนาจอันยิ่งใหญ่และพละกำลังอันเกรียงไกรของพระองค์
จึงไม่มีดาวขาดหายไปสักดวง"

"เมื่อเรามาถึง ทำไมจึงไม่มีใครสักคน?
เมื่อเราเรียก ทำไมไม่มีใครตอบ?
แขนของเราสั้นเกินกว่าที่จะไถ่เจ้าหรือ?
เราขาดกำลังที่จะช่วยเจ้าให้รอดหรือ?
เราสั่งเพียงคำเดียว ทะเลก็แห้งเหือด
เราทำให้แม่น้ำกลับกลายเป็นทะเลทราย
ปลาของพวกเขาเน่าเหม็นเพราะขาดน้ำ
และตายเพราะความกระหาย"
(อิสยาห์ บทที่40: ข้อ26; บทที่50: ข้อ2;)

"เราได้สร้างโลก มนุษย์ และสัตว์ต่างๆ ในโลกนี้
โดยฤทธิ์อำนาจอันยิ่งใหญ่และมือที่เงื้ออยู่
และเรายกสิ่งเหล่านี้แก่ใครก็ได้ที่เราพอใจ"

"“เราคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของมวลมนุษยชาติ มีสิ่งใดยากเกินไปสำหรับเราหรือ? "
(เยเรมีย์ บทที่27: ข้อ5; บทที่32: ข้อ27;)

"พระเยซูทรงมองดูพวกเขาและตรัสว่า
“สำหรับมนุษย์ก็เป็นไปไม่ได้ แต่สำหรับพระเจ้าทุกสิ่งเป็นไปได้”"
(มัทธิว บทที่19: ข้อ26;)

"พระองค์ทรงทูลว่า “อับบา[เป็นภาษาอาราเมค { Aramaic language [ אַרָמָיָא Arāmāyā ]}หมายถึง"พ่อ"] พระบิดาเจ้าข้า
ทุกสิ่งเป็นไปได้สำหรับพระองค์ ขอทรงเอาถ้วยนี้ไปจากข้าพระองค์
อย่างไรก็ตามอย่าให้เป็นไปตามใจของข้าพระองค์แต่ขอให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระองค์”"
(มาระโก บทที่14: ข้อ36 ก;)

"เพราะไม่มีสิ่งใดเป็นไปไม่ได้สำหรับพระเจ้า”"
(ลูกา บทที่1: ข้อ37;)

"สิ่งมีชีวิตทั้งสี่นี้ แต่ละตนมีหกปีกและมีดวงตาทั่วไปหมดแม้แต่ใต้ปีก ต่างร้องขานทั้งวันทั้งคืนไม่หยุดว่า

“บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์
คือองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์
ผู้ทรงดำรงอยู่ในอดีตและดำรงอยู่ในปัจจุบัน
และจะเสด็จมา”"
(วิวรณ์ บทที่4: ข้อ8;)

3.8.2. สิทธิอำนาจของพระองค์ไม่สิ้นสุด

"เพราะพระองค์ตรัส โลกก็อุบัติขึ้น
พระองค์ทรงบัญชา มันก็คงอยู่"
(สดุดี บทที่33: ข้อ9;)

"ทุกคนต้องยอมตนเชื่อฟังผู้มีอำนาจปกครอง
เพราะไม่มีผู้ใดมีอำนาจเว้นแต่พระเจ้าได้ทรงสถาปนา
ผู้มีอำนาจต่างๆ ที่มีอยู่
ล้วนได้รับการแต่งตั้งจากพระเจ้า "
(โรม บทที่13: ข้อ1;)

"พระบุตรคือรัศมีเจิดจ้าแห่งพระเกียรติสิริของพระเจ้า
ทรงเป็นเหมือนพระเจ้าทุกประการ และทรงผดุงสรรพสิ่งไว้ด้วยพระดำรัสอันทรงฤทธานุภาพของพระองค์
ด้วยเหตุนี้หลังจากที่ได้ทรงชำระบาปแล้ว พระองค์จึงได้ประทับลงที่เบื้องขวาขององค์ผู้ทรงบารมีในสวรรค์"
(ฮีบรู บทที่1: ข้อ3;)

"จากนั้นข้าพเจ้าได้ยินเสียงคล้ายเสียงผู้คนมากมายเหมือนเสียงน้ำเชี่ยวกรากและ
เหมือนเสียงฟ้าร้องกึกก้องตะโกนว่า “ฮาเลลูยา!
เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์
ของเราทรงครอบครองอยู่"
(วิวรณ์ บทที่19: ข้อ6;)


3.8.3. พระองค์ทรงสำแดงฤทธานุภาพของพระองค์เป็นที่ประจักษ์ แก่มนุษย์

"เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทอดพระเนตรทั่วโลก เพื่อทำให้ผู้ที่ภักดีต่อพระองค์อย่างสุดใจเข็มแข็งขึ้น
ท่านช่างโง่เขลาเสียจริงที่ทำเช่นนั้น นับแต่นี้ไปท่านจะต้องมีสงครามเรื่อยๆ”"

"ถึงแม้ท่านออกรบอย่างกล้าหาญ พระเจ้าก็จะทรงเหวี่ยงท่านออกไปต่อหน้าศัตรู
เพราะพระเจ้าทรงมีอำนาจจะช่วยเหลือหรือจะโค่นล้มก็ได้”"
(2พงศาวดาร บทที่16: ข้อ9; บทที่25: ข้อ8;)

"พระองค์นี่แหละคือผู้ที่แยกทะเลด้วยฤทธานุภาพของพระองค์
พระองค์ทรงทำให้หัวของสัตว์ร้ายแห่งห้วงทะเลแหลกลาญ"
(สดุดี บทที่74: ข้อ13;)

3.8.4. พระบุตรทรงฤทธานุภาพ

"แต่ทั้งนี้ก็เพื่อให้พวกท่านรู้ว่าบุตรมนุษย์มีสิทธิอำนาจในโลกที่จะอภัยบาป”
แล้วพระองค์ตรัสกับคนเป็นอัมพาตว่า “จงลุกขึ้นแบกที่นอนกลับไปบ้านเถิด” "

"พระเยซูทรงเข้ามาหาพวกเขาและตรัสว่า
“สิทธิอำนาจทั้งสิ้นในสวรรค์และในแผ่นดินโลกทรงมอบไว้แก่เราแล้ว "
(มัทธิว บทที่9: ข้อ6; บทที่28: ข้อ18;)

"ไม่มีใครชิงชีวิตไปจากเราแต่เราพลีชีวิตโดยสมัครใจ
เรามีสิทธิ์ที่จะสละชีวิตและมีสิทธิ์ที่จะรับชีวิตคืนมาอีก
เราได้รับคำบัญชานี้จากพระบิดาของเรา”"

"ข้าพระองค์อยู่ในพวกเขาและพระองค์อยู่ในข้าพระองค์ ขอให้พวกเขา
ได้รวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างสมบูรณ์
เพื่อให้โลกรู้ว่าพระองค์ทรงส่งข้าพระองค์มาและทรงรักพวกเขาเหมือนที่พระองค์ทรงรักข้าพระองค์"
(ยอห์น บทที่10: ข้อ18; บทที่17: ข้อ23;)

3.8.5. ผู้เชื่อประยุกต์ใช้

"คนทั้งปวงที่ชุมนุมกันอยู่ที่นี่จะได้รู้ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ทรงช่วยให้รอดด้วยดาบหรือหอก
การศึกครั้งนี้เป็นขององค์พระผู้เป็นเจ้าพระองค์จะทรงมอบเจ้าทุกคนไว้ในมือของพวกเรา”"
(1ซามูเอล บทที่17: ข้อ47;)

"องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นความสว่างและความรอดของข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าจะต้องเกรงกลัวผู้ใด?
องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นที่กำบังแข็งแกร่งสำหรับชีวิตของข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าจะต้องหวาดกลัวผู้ใด?"
(สดุดี บทที่27: ข้อ1;)

"จงวางใจองค์พระผู้เป็นเจ้าตลอดไป
เพราะพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นพระศิลานิรันดร์"

"พระองค์ทรงประทานกำลังแก่ผู้อ่อนล้า
และทรงเพิ่มพละกำลังแก่ผู้อ่อนแอ"
(อิสยาห์ บทที่26: ข้อ4; บทที่40: ข้อ29;)

"จงร้องเรียกเราและเราจะตอบเจ้า และจะบอกถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่
สิ่งที่เจ้าไม่รู้ และไม่อาจค้นพบได้นั้นแก่เจ้า’ "
(เยเรมีย์ บทที่33: ข้อ3;)

"แต่ท่านทั้งหลายจะได้รับฤทธิ์อำนาจเมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จมาเหนือพวกท่าน
และพวกท่านจะเป็นพยานฝ่ายเราในกรุงเยรูซาเล็ม
และทั่วแคว้นยูเดียกับสะมาเรียจนถึงสุดปลายแผ่นดินโลก”"
(กิจการ บทที่1: ข้อ8;)

"และพระเจ้าทรงสามารถประทานพระคุณทุกประการอย่างล้นเหลือแก่ท่าน
เพื่อว่าท่านจะมีทุกอย่างที่จำเป็นอยู่ทุกเวลา และท่านจะมีล้นเหลือสำหรับการดีทุกอย่าง"
(2โครินธ์ บทที่9: ข้อ8;)

"และรู้ถึงฤทธานุภาพอันยิ่งใหญ่สุดหาใดเทียบสำหรับเราทั้งหลายที่เชื่อ
ฤทธานุภาพนี้เป็นเหมือนพระราชกิจแห่งพลังอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ "

"บัดนี้ขอเทิดพระเกียรติพระองค์ผู้ทรงสามารถกระทำเกินกว่าที่เราจะทูลขอหรือคาดคิด
ได้ตามฤทธานุภาพของพระองค์ซึ่งกระทำการอยู่ภายในเรา"
(เอเฟซัส บทที่1: ข้อ19; บทที่3: ข้อ20;)

"นั่นเป็นเหตุให้ข้าพเจ้าทนทุกข์อย่างที่เป็นอยู่ กระนั้นข้าพเจ้าก็ไม่ละอายเพราะข้าพเจ้ารู้จักพระองค์ที่ข้าพเจ้าเชื่อ
และมั่นใจว่าพระองค์ทรงสามารถรักษาสิ่งที่ข้าพเจ้ามอบไว้กับพระองค์จนถึงวันนั้นได้"
(2ทิโมธี บทที่1: ข้อ12;)

"โดยความเชื่อพระเจ้าได้ทรงปกป้องพวกท่านไว้ด้วยฤทธานุภาพของพระองค์จน
ถึงความรอดซึ่งพร้อมแล้วที่จะทรงสำแดงในยุคสุดท้าย"
(1เปโตร บทที่1: ข้อ5;)

3.9. Immutability (ไม่เปลี่ยนแปลง)

3.9.1. พระเจ้าไม่สามารถเปลี่ยนแปลง และ ไม่สามารถถูกทำให้เปลี่ยนแปลงได้

"สิ่งเหล่านี้จะพินาศไป แต่พระองค์ทรงดำรงอยู่
ทั้งหมดนี้จะเก่าไปเหมือนเครื่องนุ่งห่ม
พระองค์จะทรงเปลี่ยนมันเหมือนเปลี่ยนเสื้อผ้า
พวกมันจะถูกโยนทิ้งไป
แต่พระองค์เองยังคงเหมือนเดิม
และปีเดือนของพระองค์จะไม่สิ้นสุด"
(สดุดี บทที่102: ข้อ26-27;)

"“เราคือพระยาห์เวห์ผู้ไม่ผันแปร ฉะนั้นเจ้าทั้งหลายผู้เป็นพงศ์พันธุ์ของยาโคบจึงไม่ถูกทำลายไป "
(มาลาคี บทที่3: ข้อ6;)

"พระองค์จะทรงม้วนสิ่งเหล่านั้นขึ้นเหมือนเสื้อคลุม
สิ่งเหล่านั้นจะถูกเปลี่ยนไปเหมือนเสื้อผ้า
แต่พระองค์เองยังคงเดิม
และปีเดือนของพระองค์จะไม่สิ้นสุด”
[ในปฐมกาลพระองค์ทรงวางฐานรากของแผ่นดินโลก
และฟ้าสวรรค์เป็นพระหัตถกิจของพระองค์
สิ่งเหล่านี้จะพินาศไป แต่พระองค์ทรงดำรงอยู่
ทั้งหมดนี้จะเก่าไปเหมือนเครื่องนุ่งห่ม
พระองค์จะทรงเปลี่ยนมันเหมือนเปลี่ยนเสื้อผ้า
พวกมันจะถูกโยนทิ้งไป
แต่พระองค์เองยังคงเหมือนเดิม
และปีเดือนของพระองค์จะไม่สิ้นสุด สดุดี บทที่102: ข้อ25-27]"
(ฮีบรู บทที่1: ข้อ12;)

3.9.2. พระองค์ทรงเป็นความมั่นคงอันสูงสุด

"ของประทานทุกอย่างที่ดีและล้ำเลิศล้วนมาจากเบื้องบน
จากพระบิดาแห่งดวงสว่างทั้งหลายในฟ้าสวรรค์
ผู้ไม่ได้ทรงผันแปรเหมือนเงาที่แปรเปลี่ยน"
(ยากอบ บทที่1: ข้อ17;)

3.9.3. พระคำของพระองค์ไม่เปลี่ยนแปลง

"ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระวจนะของพระองค์คงอยู่ตลอดไป
มั่นคงนิรันดร์ในสวรรค์"

"ข้าพระองค์จะน้อมกราบตรงมายังพระวิหารศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์
และสรรเสริญพระนามของพระองค์
เพราะความรักมั่นคงและความซื่อสัตย์ของพระองค์
เพราะพระองค์ทรงเชิดชูพระนามและพระวจนะของพระองค์เหนือสรรพสิ่ง"

"พระองค์ทรงกำหนดสิ่งเหล่านั้นให้อยู่ในที่
ของมันไว้ตลอดกาล
พระองค์ทรงมีประกาศิตซึ่งจะไม่มีวันล้มเลิก"
(สดุดี บทที่119: ข้อ89; บทที่138: ข้อ2 ข; บทที่148: ข้อ6;)

"ต้นหญ้าเหี่ยวเฉาและดอกไม้ร่วงโรยไป
แต่พระวจนะของพระเจ้าของเรายืนยงนิรันดร์”"
(อิสยาห์ บทที่40: ข้อ8;)

"แต่พระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้ายืนยงนิรันดร์”
[เสียงหนึ่งกล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า “จงร้องเถิด”
และข้าพเจ้าถามว่า “ข้าพเจ้าควรจะร้องว่าอะไร?”
เสียงนั้นกล่าวว่า “มวลมนุษยชาตินั้นเหมือนหญ้า
และเกียรติทั้งปวงของพวกเขาก็เหมือนดอกไม้ในท้องทุ่ง
ต้นหญ้าเหี่ยวเฉาและดอกไม้ร่วงโรยไป
เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงหายใจรดใส่มัน
แน่ทีเดียว มนุษย์เราก็เหมือนหญ้า
ต้นหญ้าเหี่ยวเฉาและดอกไม้ร่วงโรยไป
แต่พระวจนะของพระเจ้าของเรายืนยงนิรันดร์”
อิสยาห์ บทที่40: ข้อ6-8]
และพระวจนะนั้นคือข่าวประเสริฐซึ่งได้ประกาศแก่ท่านแล้ว"
(1เปโตร บทที่1: ข้อ25;)

พระราชกิจของพระองค์ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

"ข้าพเจ้ารู้ว่าทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงทำจะดำรงอยู่นิรันดร์
ไม่สามารถเพิ่มอะไรเข้าไป หรือตัดทอนอะไรออกได้
พระเจ้าทรงทำไว้เพื่อมนุษย์จะยำเกรงพระองค์"
(ปัญญาจารย์ บทที่3: ข้อ14;)

3.9.4. การไม่เปลี่ยนแปลงของพระเจ้าได้รับรองความสัตย์ซื่อของพระองค์

"เพราะความรักใหญ่หลวงขององค์พระผู้เป็นเจ้าเราจึงไม่ถูกผลาญทำลายไป
เพราะพระเมตตาของพระองค์ไม่เคยยั้งหยุด
มีมาใหม่ทุกเช้า
ความซื่อสัตย์ของพระองค์ยิ่งใหญ่นัก"
(บทเพลงคร่ำครวญ บทที่3: ข้อ22-23;)

3.9.4.ก. สัตย์ซื่อที่จะรักษาพระสัญญาของพระองค์

"พระเจ้าไม่ใช่มนุษย์ จะได้พูดมุสา
พระองค์ไม่ได้ทรงเปลี่ยนใจอย่างมนุษย์
มีหรือที่ทรงลั่นวาจาไว้แล้วไม่ทรงกระทำ?
หรือทรงสัญญาไว้แล้วไม่ทรงกระทำให้เป็นไปตามนั้น?"
(กันดารวิถี บทที่23: ข้อ19;)

"“สรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ประทานการหยุดพักแก่อิสราเอลประชากรของพระองค์
ตามที่ทรงสัญญาไว้ คำมั่นสัญญาล้ำเลิศซึ่งประทานผ่านทางโมเสสผู้รับใช้ของพระองค์นั้น
ไม่มีสักคำเดียวที่ล้มเหลวไป "
(1พงศ์ษัตริย์ บทที่8: ข้อ56;)

"เพราะไม่ว่าพระเจ้าได้ทรงสัญญาไว้มากมายเท่าใด สิ่งเหล่านั้นล้วนเป็น “จริง” ในพระคริสต์ ดัง
นั้นโดยทางพระองค์เราจึงขานรับว่า “อาเมน” เพื่อเทิดพระเกียรติสิริของพระเจ้า "
(2โครินธ์ บทที่1: ข้อ20;)

"คือความเชื่อและความรู้ที่ตั้งอยู่บนความหวังในชีวิตนิรันดร์
ซึ่งพระเจ้าผู้ไม่ทรงมุสาได้ทรงสัญญาไว้ตั้งแต่ก่อนจุดเริ่มต้นของเวลา"
(ทิตัส บทที่1: ข้อ2;)

"ให้เรายึดมั่นอย่างไม่คลอนแคลนในความหวังใจซึ่งเราประกาศรับไว้เพราะพระองค์ผู้ทรงสัญญานั้นทรงสัตย์ซื่อ "

"โดยความเชื่อแม้อับราฮัมชรามากแล้วและซาราห์เองก็เป็นหมัน เขาก็ยังสามารถมีบุตรได้
เพราะเขา[หรือ"โดยความเชื่อแม้ซาราห์ชรามากแล้วยังสามารถมีบุตรได้ เพราะนาง"]
ถือว่าพระองค์ผู้ทรงสัญญานั้นสัตย์ซื่อ"
(ฮีบรู บทที่10: ข้อ23; บทที่11: ข้อ11;)

3.9.4.ข. สัตย์ซื่อที่จะทรงโปรดให้อภัยบาป

"ถ้าเราสารภาพบาปของเรา พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรมจะ
ทรงอภัยบาปของเราและชำระเราให้พ้นจากความอธรรมทั้งสิ้น"
(1ยอห์น บทที่1: ข้อ9;)

3.9.4.ฃ. สัตย์ซื่อในการรักษาความรอดของเราไว้

"ถ้าเราอดทน
เราก็จะได้ครองร่วมกับพระองค์ด้วย
ถ้าเราปฏิเสธพระองค์
พระองค์ก็จะทรงปฏิเสธเราด้วย
ถ้าเราไม่สัตย์ซื่อ
พระองค์ก็ยังคงสัตย์ซื่อ
เพราะพระองค์ปฏิเสธพระองค์เองไม่ได้"
(2ทิโมธี บทที่2: ข้อ12-13;)

3.9.4.ค. สัตย์ซื่อในการช่วยกู้เรายามที่เรารับการทดสอบ

"ไม่มีการทดลองใดๆ มาถึงท่านนอกจากการทดลองที่เกิดกับมนุษย์ทั่วไป
และพระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ พระองค์จะไม่ทรงปล่อยให้ท่านถูกทดลองเกินกว่าที่ท่านจะทนได้
แต่เมื่อท่านถูกทดลอง พระองค์จะทรงให้ท่านมีทางออกด้วยเพื่อท่านจะยืนหยัดได้ภายใต้การทดลอง"
(1โครินธ์ บทที่10: ข้อ13;)

และยามทนทุกข์ยากลำบาก

"ฉะนั้นผู้ที่ทนทุกข์ตามพระประสงค์ของพระเจ้าควรมอบตนเองไว้กับพระผู้สร้างผู้สัตย์ซื่อของพวกเขา และทำความดีต่อไป"
(1เปโตร บทที่4: ข้อ19;)

3.9.4.ฅ. สัตย์ซื่อในแผนการของพระองค์

"พระเจ้าผู้ทรงเรียกท่านให้เข้าร่วมในสามัคคีธรรมกับพระบุตรของพระองค์
คือพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรานั้นทรงสัตย์ซื่อ"
(1โครินธ์ บทที่1: ข้อ9;)

3.9.4.ฆ. สัตย์ซื่อในการทรงจัดเตรียมของพระองค์

"พระองค์ผู้ทรงเรียกท่านนั้นทรงสัตย์ซื่อและพระองค์จะทรงกระทำตามที่ตรัสไว้"
(1เธสะโลนิกา บทที่5: ข้อ24;)

3.9.4.ง. สัตย์ซื่อที่จะเสริมกำลังให้เรา

"แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสัตย์ซื่อ พระองค์จะทรงทำให้ท่าน
เข้มแข็งขึ้นและปกป้องท่านให้พ้นจากคนชั่วร้าย"
(2 เธสะโลนิกา บทที่3: ข้อ3;)

3.9.5. พระคริสต์ทรงสัตย์ซื่อต่อพระบิดา

"ฉะนั้นพี่น้องทั้งหลายผู้เป็นประชากรของพระเจ้า ผู้ร่วมในการทรงเรียกจากสวรรค์
จงให้ความคิดจดจ่อที่พระเยซูองค์อัครทูตและมหาปุโรหิตซึ่งเรารับเชื่อ
พระองค์ทรงสัตย์ซื่อต่อพระเจ้าผู้ทรงแต่งตั้งพระองค์เช่นเดียวกับที่
โมเสสสัตย์ซื่อในทุกเรื่องเกี่ยวกับบ้านของพระเจ้า"

"พระเยซูคริสต์ทรงเป็นเหมือนเดิมเสมอ ทั้งเมื่อวานนี้ วันนี้ และสืบไปนิรันดร์"
(ฮีบรู บทที่3: ข้อ1-2; บทที่13: ข้อ8;)

"และจากพระเยซูคริสต์ผู้ทรงเป็นพยานที่สัตย์ซื่อ เป็นคนแรกที่เป็นขึ้นมาจากตาย[หรือ"บุตรหัวปีจากหมู่คนตาย"]
และเป็นผู้ปกครองเหนือกษัตริย์ทั้งหลายของโลก
แด่พระองค์ผู้ทรงรักเราทั้งหลายและได้ทรงให้เราพ้นจากบาปของเราโดยพระโลหิตของพระองค์"

"ข้าพเจ้าเห็นฟ้าสวรรค์เปิดอยู่และมีม้าขาวตัวหนึ่งยืนอยู่ต่อหน้าข้าพเจ้า
พระนามของพระองค์ผู้ทรงม้านั้นคือพระผู้สัตย์ซื่อและเที่ยงแท้
พระองค์ทรงพิพากษาและสู้ศึกด้วยความยุติธรรม "
(วิวรณ์ บทที่1: ข้อ5; บทที่19: ข้อ11;)

3.10. Veracity (ความจริง) -

3.10.1. พระเจ้าทรงเป็นความจริงที่สมบูรณ์แบบและสูงสุด

"พระองค์ทรงเป็นพระศิลา พระราชกิจของพระองค์สมบูรณ์พร้อม
และวิถีทางของพระองค์ล้วนยุติธรรม
ทรงเป็นพระเจ้าผู้ซื่อสัตย์ผู้ไม่ทำสิ่งที่ผิดใดๆ เลย
พระองค์ทรงชอบธรรมและยุติธรรม"
(เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่32: ข้อ4 ข)

3.10.1.ก. พระมรรคาของพระองค์เป็นความจริง

"ทางทั้งสิ้นขององค์พระผู้เป็นเจ้าเปี่ยมด้วยความรักเมตตาและความซื่อสัตย์
แก่บรรดาผู้ที่รักษากฎเกณฑ์แห่งพันธสัญญาของพระองค์"

"ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า แต่พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงเมตตากรุณาและทรงพระคุณ
ทรงพระพิโรธช้า เปี่ยมด้วยความรักมั่นคงและความซื่อสัตย์"
(สดุดี บทที่25: ข้อ10; บทที่86: ข้อ15;)

"และขับร้องบทเพลงของโมเสสผู้รับใช้ของพระเจ้าและบทเพลงของพระเมษโปดกว่า
“ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์
พระราชกิจของพระองค์ยิ่งใหญ่และมหัศจรรย์ยิ่งนัก
ข้าแต่องค์ราชันของทุกยุคสมัย
วิถีของพระองค์ล้วนเที่ยงธรรมและเที่ยงแท้"
(วิวรณ์ บทที่15: ข้อ3;)

3.10.1.ข. พระราชกิจของพระองค์เป็นความจริง

"เพราะพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้าถูกต้องและเป็นจริง
พระองค์ทรงซื่อสัตย์ในทุกสิ่งที่ทรงกระทำ"

"พระราชกิจแห่งพระหัตถ์ของพระองค์นั้นซื่อสัตย์และเที่ยงธรรม
ข้อบังคับทั้งหมดของพระองค์เชื่อถือได้
สิ่งเหล่านี้ตั้งมั่นอยู่ชั่วนิรันดร์
กำหนดขึ้นจากความซื่อสัตย์และความเที่ยงธรรม"
(สดุดี บทที่33: ข้อ4; บทที่111: ข้อ7-8;)

"บัดนี้ เราเนบูคัดเนสซาร์ขอถวายสรรเสริญและยกย่องเทิดทูนองค์กษัตริย์แห่งฟ้าสวรรค์
เพราะทุกสิ่งที่ทรงกระทำนั้นถูกต้อง และทางทั้งปวงของพระองค์ก็ยุติธรรม
บรรดาผู้ดำเนินชีวิตอย่างหยิ่งยโส พระองค์สามารถกระทำให้เขาถ่อมลง"
(ดาเนียล บทที่4: ข้อ37)

3.10.1.ฃ. พระคำของพระองค์เป็นความจริง

"ข้าแต่พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิต พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า!
พระดำรัสของพระองค์เชื่อถือได้ และพระองค์ทรงสัญญาจะ
ประทานสิ่งดีเหล่านี้ให้แก่ผู้รับใช้ของพระองค์ "
(2ซามูเอง บทที่7: ข้อ28;)

"หญิงนั้นจึงกล่าวกับเอลียาห์ว่า “ตอนนี้ดิฉันทราบแล้วว่าท่านเป็นคนของพระเจ้า
และพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้าจากปากของท่านเป็นความจริง”"
(1พงศ์กษัตริย์ บทที่17: ข้อ24;)

"ความยำเกรงองค์พระผู้เป็นเจ้านั้นบริสุทธิ์
ยั่งยืนเป็นนิตย์
ข้อปฏิบัติขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้นแน่นอน
และล้วนแต่ชอบธรรมทั้งสิ้น"

"ความชอบธรรมของพระองค์ดำรงนิรันดร์
และบทบัญญัติของพระองค์เป็นความจริง"

"ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า แต่พระองค์ทรงอยู่ใกล้
พระบัญชาของพระองค์ล้วนเป็นความจริง"

"ข้าพระองค์จะน้อมกราบตรงมายังพระวิหารศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์
และสรรเสริญพระนามของพระองค์
เพราะความรักมั่นคงและความซื่อสัตย์ของพระองค์
เพราะพระองค์ทรงเชิดชูพระนามและพระวจนะของพระองค์เหนือสรรพสิ่ง"
(สดุดี บทที่19: ข้อ9; บทที่119: ข้อ142, ข้อ151: บทที่138: ข้อ2;)

"แต่เพราะเราพูดความจริง ท่านจึงไม่เชื่อเรา! "

"ขอทรงชำระพวกเขาให้บริสุทธิ์[ภาษากรีกแปลว่า"แยกไว้เพื่อใช้
ในงานศักดิ์สิทธิ์หรือทำให้บริสุทธิ์"]โดยความจริง พระวจนะของพระองค์เป็นความจริง "
(ยอห์น บทที่8: ข้อ45; บทที่17: ข้อ17;)

"ในคำพูดสัตย์จริง และในฤทธานุภาพของพระเจ้า
ด้วยอาวุธแห่งความชอบธรรมทั้งในมือขวาและมือซ้าย "
(2โครินธ์ บทที่6: ข้อ7;)



"และท่านทั้งหลายก็ได้ร่วมอยู่ในพระคริสต์เช่นกัน เมื่อท่านได้ฟัง
พระวจนะแห่งความจริงคือข่าวประเสริฐแห่งความรอดของท่าน
เมื่อท่านเชื่อก็ทรงประทับตราท่านไว้ในพระองค์ด้วยดวงตรา
คือพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ทรงสัญญาไว้"
(เอเฟซัส บทที่1: ข้อ13;)

3.10.2. ทุกบุคคลแห่งตรีเอกานุภาพทรงเป็นความจริง

3.10.2.ก. พระบิดาทรงเป็นความจริง

"ข้าพระองค์มอบจิตวิญญาณของข้าพระองค์ไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์
ข้าแต่พระยาห์เวห์พระเจ้าผู้ทรงซื่อสัตย์ ขอทรงไถ่ข้าพระองค์เถิด"
(สดุดี บทที่31: ข้อ5;)

"ผู้ใดจะกล่าวอวยพรในดินแดนนั้น
ก็จะกล่าวโดยอ้างถึงพระเจ้าแห่งความจริง
ผู้ใดจะกล่าวปฏิญาณในดินแดนนั้น
ก็จะสาบานโดยอ้างถึงพระเจ้าแห่งความจริง
เพราะความทุกข์ลำเค็ญในอดีตจะถูกลืม
และถูกซ่อนไว้จากสายตาของเรา"
(อิสยาห์ บทที่65: ข้อ16;)

"แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้
พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ เป็นองค์กษัตริย์ตลอดนิรันดร์กาล
เมื่อพระองค์ทรงพระพิโรธ โลกก็สะเทือนสะท้าน
ประชาชาติทั้งหลายไม่อาจทนต่อพระพิโรธของพระองค์ได้"
(เยเรมีย์ บทที่10: ข้อ10 ก;)

"ผู้ที่รับคำพยานนั้นก็ให้การรับรองว่าพระเจ้าทรงสัตย์จริง"

"นี่แหละคือชีวิตนิรันดร์ คือที่เขารู้จักพระองค์ผู้ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้แต่องค์เดียว
และรู้จักพระเยซูคริสต์ผู้ซึ่งพระองค์ทรงส่งมา "
(ยอห์น บทที่3: ข้อ33; บทที่17: ข้อ3;)

"ไม่เลย! แม้ทุกคนจะเป็นคนโกหก แต่พระเจ้าทรงสัตย์จริง ตามที่มีเขียนไว้ว่า
“พระองค์จะได้รับการพิสูจน์ว่าทรงเป็นฝ่ายถูกเมื่อตรัส
และชนะเมื่อทรงพิพากษา”[ข้าพระองค์ได้ทำบาปต่อพระองค์ ต่อพระองค์ผู้เดียว
และได้ทำสิ่งที่ชั่วในสายพระเนตรของพระองค์
ดังนั้นพระองค์จึงทรงเป็นฝ่ายถูกเมื่อทรงตัดสิน
และทรงชอบธรรมเมื่อทรงพิพากษา สดุดี บทที่51: ข้อ4]"
(โรม บทที่3: ข้อ4;)

3.10.2.ข. พระบุตรทรงเป็นความจริง

"พระวาทะทรงบังเกิดเป็นมนุษย์และประทับอยู่ท่ามกลางเรา
พระองค์ทรงเปี่ยมด้วยพระคุณและความจริง
เราได้เห็นพระเกียรติสิริของพระองค์
คือพระเกียรติสิริของพระบุตรองค์เดียวผู้ทรงมาจากพระบิดา"

"แล้วท่านจะรู้จักความจริงและความจริงจะทำให้ท่านเป็นไท”"

"พระเยซูตรัสตอบว่า “เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต
ไม่มีใครมาถึงพระบิดาได้นอกจากมาทางเรา "
(ยอห์น บทที่1: ข้อ14; บทที่8: ข้อ32; บทที่14: ข้อ6;)

"เรายังรู้ด้วยว่าพระบุตรของพระเจ้าได้เสด็จมาและได้ประทานความเข้าใจแก่เรา
เพื่อเราจะรู้จักพระเจ้าที่แท้จริงและเราอยู่ในพระเจ้าที่แท้จริง
คืออยู่ในพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์
พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแท้และเป็นชีวิตนิรันดร์"
(1ยอห์น บทที่5: ข้อ20;)

"และข้าพเจ้าได้ยินแท่นบูชาขานรับว่า
“จริงเช่นนั้นข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์
การพิพากษาของพระองค์เที่ยงแท้และเที่ยงธรรม”"

"ข้าพเจ้าเห็นฟ้าสวรรค์เปิดอยู่และมีม้าขาวตัวหนึ่งยืนอยู่ต่อหน้าข้าพเจ้า
พระนามของพระองค์ผู้ทรงม้านั้นคือพระผู้สัตย์ซื่อและเที่ยงแท้
พระองค์ทรงพิพากษาและสู้ศึกด้วยความยุติธรรม "
(วิวรณ์ บทที่16: ข้อ7; บทที่19: ข้อ11)

3.10.2.ฃ. พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเป็นความจริง

"คือองค์พระวิญญาณแห่งความจริง โลกไม่อาจรับพระองค์เพราะโลกไม่เห็นและไม่รู้จักพระองค์
แต่ท่านทั้งหลายรู้จักพระองค์เพราะพระองค์ทรงดำรงอยู่กับพวกท่าน และอยู่ในพวกท่าน "

"“เราจะส่งองค์ที่ปรึกษาจากพระบิดามาหาพวกท่าน คือพระวิญญาณแห่งความจริงซึ่งออกมาจากพระบิดา เมื่อพระองค์มาแล้ว พระองค์จะทรงเป็นพยานให้เรา"

"แต่เมื่อพระวิญญาณแห่งความจริงเสด็จมาพระองค์จะทรงนำพวกท่านไปสู่ความจริงทั้งมวล
พระองค์จะไม่ตรัสโดยลำพังพระองค์เองแต่จะตรัสเฉพาะสิ่งที่ทรงได้ยินและจะทรงแจ้งแก่พวกท่านถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น "
(ยอห์น บทที่14: ข้อ17; บทที่15: ข้อ26; บทที่16: ข้อ13;)

"พระเยซูคริสต์คือผู้ที่เสด็จมาโดยน้ำและพระโลหิต พระองค์ไม่ได้เสด็จมาโดยน้ำเพียงอย่างเดียว
แต่โดยน้ำและพระโลหิต และพระวิญญาณทรงเป็นพยานให้เพราะพระวิญญาณทรงเป็นความจริง"
(1ยอห์น บทที่5: ข้อ6;)

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 20 มี.ค.61 เวลา 14:22:10 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ