Charcoal
FREE RUNNING

Appendix A The Doctrine of Rebound

Appendix
A
ภาพผนวก A

The Doctrine of Rebound
หลักคำสอนการตั้งต้นใหม่

I
ένα
éna
1
การตั้งต้นใหม่(rebound{1ยอห์น บทที่1: ข้อ9}) คือ วิธีการซึ่งพระเจ้าทรงโปรดจัดเตรียมให้แก่ผู้เชื่อที่ดำเนินชีวิตฝ่ายเนื้อหนังอยู่ ให้รับการประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ผ่านการกล่าวถึงบาปต่อพระบิดา{การประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์(The Filling of the Holy Spirit)เป็นสถานะอันสมบูรณ์แบบซึ่งพระเจ้าทรงจัดเตรียมให้ผู้เชื่อทุกคน นำเราถึงสัมพันธภาพกับพระเจ้า และ ประทานโอกาศที่จะใช้ฤทธิ์เดชของพระเจ้าในการดำเนินชีวิตคริสเตียน สถานภาพนี้จะสูญหายไปโดยการกระทำบาปแต่จะกลับคืนมาหลังจากได้สารภาพบาปต่อพระบิดา (เอเฟซัส บทที่5: ข้อ18 ; ยอห์น บทที่14: ข้อ26 ; กาลาเทีย บทที่5: ข้อ16 ; 1 ยอห์น บทที่1: ข้อ9 ฯลฯ)} นี่เป็นวิธีเดียวที่จะนำผู้เชื่อกลับมามี สัมพันธภาพกับพระเจ้า และ ก้าวต่อไปในชีวิตฝ่ายวิญญาณอีกครั้งหลังจากได้กระทำบาป (สุภาษิต บทที่1: ข้อ23 เอเฟซัส บทที่5: ข้อ14 เปรียบกับ เอเฟซัส บทที่5: ข้อ18)


"จงกลับตัวกลับใจมาฟังคำเตือนของเรา!
เราจะเทความคิดจิตใจของเราแก่เจ้า
และจะให้เจ้าเข้าใจคำสั่งสอนของเรา"
(สุภาษิต บทที่1: ข้อ23)

"เนื่องจากความสว่างทำให้เห็นทุกสิ่งชัดแจ้ง ด้วยเหตุนี้จึงกล่าวกันว่า
“โอ ผู้ที่หลับอยู่ จงตื่นขึ้นจงฟื้นขึ้นจากความตาย และ พระคริสต์จะ
ทรงส่องสว่างแก่ท่าน”"
(เอเฟซัส บทที่5: ข้อ14)

เปรียบกับ

"และอย่าเมาเหล้าองุ่นซึ่งจะทำให้เสียคน แต่จงเปี่ยมด้วยพระวิญญาณ "
(เอเฟซัส บทที่5: ข้อ18)


II
δύο
dýo
2
การตั้งต้นใหม่ตั้งอยู่บนการตายของพระเยซูคริสต์ที่ไม้กางเขน ที่พระองค์ทรงรับการพิพากษาลงโทษสำหรับบาปทุกประการของเรา

"พระเจ้าทรงกระทำพระองค์ผู้ปราศจากบาปให้เป็นบาป
[เป็นเครื่องบูชาไถ่บาป]เพื่อเรา
เพื่อในพระองค์เราจะกลายเป็นความชอบธรรมของพระเจ้า"
(2โครินธ์ บทที่5: ข้อ21)

"พระองค์เองทรงรับแบกบาปของเราทั้งหลายไว้ที่พระกายบน
ไม้กางเขนนั้น เพื่อเราจะได้ตายต่อบาปและมีชีวิตอยู่เพื่อ
ความชอบธรรม และด้วยบาดแผลของพระองค์พวกท่านได้รับการรักษาให้หาย "
(1เปโตร บทที่2: ข้อ24)

"แต่ถ้าเราดำเนินในความสว่างเหมือนอย่างที่พระองค์ประทับในความสว่าง
เราก็ร่วมสามัคคีธรรมกันและพระโลหิตของพระเยซูพระบุตรของพระองค์
ก็ชำระเราพ้นจากบาปทั้งปวง[บาปทุกอย่าง]"
(1ยอห์น บทที่1: ข้อ7)

III
τρία
tría
3
ผู้เชื่อมีความสัมพันธ์นิรันดร์ กับ พระเจ้าเพราะการที่เขาได้อยู่"ในพระคริสต์"(วงกลมข้างบน{unavailable for now})(โรม บทที่8: ข้อ1) และสามารถรักษาสัมพันธภาพกับพระเจ้าในเวลาที่เขายังมีชีวิตอยู่บนโลก (วงกลมข้างล่าง{unavailable for now}) ผ่านการตั้งต้นใหม่(เยเรมีย์ บทที่3: ข้อ13)

"เหตุฉะนั้นบัดนี้จึงไม่มีการลงโทษแก่บรรดาผู้ที่อยู่ในพระเยซูคริสต์
[สำเนาต้นฉบับบางสำเนาว่า'พระเยซูคริสต์ผู้ไม่ได้ดำเนินชีวิตตาม
วิสัยบาป แต่ดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณ']"
(โรม บทที่8: ข้อ1)

"เพียงแต่เจ้ายอมรับผิด
ว่าเจ้าได้กบฏต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า
เจ้าได้ปันใจให้พระต่างชาติทั้งหลาย
ใต้ต้นไม้ใบดกทุกต้น
และไม่ได้เชื่อฟังเรา
องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศดังนั้น"
(เยเรมีย์ บทที่3: ข้อ13)

IV
τέσσερα
téssera
4
ผู้เชื่อได้กระทำบาปหลังจากที่ได้รับความรอด แต่การกระทำบาปนั้นได้ทำให้ ผู้กระทำดำเนินอยู่ในชีวิตฝ่ายเนื้อหนัง ไม่ใช่เสียความรอดไป

"เพราะข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าความตายหรือชีวิต ไม่ว่าทูตสวรรค์หรือวิญญาณชั่ว[เทพผู้ครอง]
ไม่ว่าปัจจุบันหรืออนาคต หรือฤทธิ์อำนาจใดๆ ไม่ว่าเบื้องสูงหรือเบื้องลึก
หรือสิ่งอื่นใดในสรรพสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างล้วนไม่สามารถพรากเราไปจาก
ความรักของพระเจ้า ซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้"
(โรม บทที่ 8: ข้อ38-39)

"พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่อาจพูดกับท่านแบบผู้ที่อยู่ฝ่ายจิตวิญญาณ
แต่ต้องพูดกับท่านแบบผู้ที่อยู่ฝ่ายโลก คือเป็นเพียงทารกในพระคริสต์ ข้าพเจ้าได้ป้อนนมให้ท่าน{หลักคำสอนแบบพื้นฐาน} ไม่ใช่อาหารแข็ง{หลักคำสอนระดับสูง}
เพราะท่านยังไม่พร้อมจะรับ อันที่จริงจนเดี๋ยวนี้ท่านก็ยังไม่พร้อม ท่านยังอยู่ฝ่าย”เนื้อหนัง” เพราะยังมีการอิจฉาริษยาและการทุ่มเถียงกันในหมู่พวกท่าน
เช่นนี้แล้วท่านก็อยู่ฝ่าย”เนื้อหนัง”ไม่ใช่หรือ? ท่านก็ประพฤติตัวเหมือนคนธรรมดาไม่ใช่หรือ?"
(1 โครินธ์ บทที่ 3: ข้อ1-3)

"ถ้าเราอ้างว่าไม่มีบาป เราก็หลอกตัวเองและความจริงไม่ได้อยู่ในเราเลย "

"ถ้าเราอ้างว่าไม่ได้ทำบาปก็เท่ากับหาว่าพระองค์เป็นผู้มุสา และพระดำรัสของพระองค์ไม่ได้อยู่ในชีวิตของเราเลย"
(1 ยอห์น บทที่ 1: ข้อ8, ข้อ10)

V
πέντε
pénte
5
ขั้นตอนของวิธีการตั้งต้นใหม่

กล่าวถึงบาปนั้นต่อพระบิดา(โดยส่วนตัวโดยไม่จำเป็นต้องให้ผู้อื่นทราบบาปของคุณ)

"ถ้าเราสารภาพบาปของเรา พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรมจะทรง
อภัยบาปของเราและชำระเราให้พ้นจากความอธรรมทั้งสิ้น"
(1ยอห์น บทที่1: ข้อ9)

แยกตัวจากบาปที่เคยกระทำ

"จงระวังอย่าให้ใครพลาดไปจากพระคุณของพระเจ้า และอย่าให้มีรากขมขื่นงอกขึ้น
มาสร้างความเดือดร้อน และทำให้คนเป็นอันมากแปดเปื้อนมลทิน"
(ฮีบรู บทที่12: ข้อ15)

"พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่ถือว่าตนเองฉวยสิ่งนี้มาได้แล้ว
แต่ข้าพเจ้าทำอย่างหนึ่ง คือลืมสิ่งที่ผ่านมาและ
โน้มตัวไปหาสิ่งที่อยู่ข้างหน้า "
(ฟิลิปปี บทที่3: ข้อ13-14)

แล้วก้าวต่อไป

VI
έξι
éxi
6
การไม่ยอมตั้งต้นใหม่จะนำการตีสอนที่หนักกว่าเดิมมายังผู้เชื่อ

"แต่ถ้าเราได้วินิจฉัยตนเอง เราก็จะไม่ต้องตกอยู่ในการพิพากษา "
(1 โครินธ์ บทที่11: ข้อ31)

"เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตีสอนผู้ที่พระองค์ทรงรัก
และทรงลงโทษทุกคนที่ทรงรับเป็นบุตร
[ลูกเอ๋ยอย่าดูหมิ่นการตีสั่งสอนขององค์พระผู้เป็นเจ้า
อย่าขุ่นข้องหมองใจเมื่อพระองค์ทรงว่ากล่าวตักเตือน
เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตีสั่งสอนผู้ที่พระองค์ทรงรัก
ดั่งพ่อตีสั่งสอนลูกที่ตนชื่นชม สุภาษิต บทที่3: ข้อ11, ข้อ12]"
(ฮีบรู บทที่ 12: ข้อ6)

"ลูกเอ๋ย อย่าดูหมิ่นการตีสั่งสอนขององค์พระผู้เป็นเจ้า
อย่าขุ่นข้องหมองใจเมื่อพระองค์ทรงว่ากล่าวตักเตือน
เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตีสั่งสอนผู้ที่พระองค์ทรงรัก
ดั่งพ่อตีสั่งสอนลูกที่ตนชื่นชม[ฉบับ Septuagint LXX
ว่าและพระองค์ทรงลงโทษบุตรที่พระองค์ทรงชื่นชม]"
(สุภาษิต บทที่3: ข้อ11, ข้อ12)

VII
επτά
eptá
7
การเคร่งกฎศาสนา(legalism)เป็นอุปสรรคต่อการตั้งต้นใหม่ เพราะการเคร่งกฎศาสนาเน้นการประพฦติ และ ทำให้ผู้เชื่อตาบอดต่อพระคุณของพระเจ้า

"พระเยซูตรัสต่อไปว่า “ชายคนหนึ่งมีบุตรชายสองคน บุตรชายคนเล็กพูดกับบิดาว่า ‘บิดาเจ้าข้า ขอยกสมบัติส่วนของข้าพเจ้าให้ข้าพเจ้าเถิด’ ดังนั้นบิดาจึงแบ่งทรัพย์สมบัติของตนให้บุตรทั้งสอง“ต่อมาไม่นาน บุตรชายคนเล็กนี้ก็รวบรวมสมบัติทั้งหมดของตนแล้วไปเมืองไกล และผลาญทรัพย์ของตนด้วยการใช้ชีวิตเสเพล พอเขาหมดตัว ก็เกิดการกันดารอาหารอย่างหนักทั่วแถบนั้น และเขาเริ่มขัดสน ดังนั้นเขาจึงไปรับจ้างชาวเมืองคนหนึ่ง และคนนั้นใช้เขาออกไปเลี้ยงหมูในทุ่งนา เขาอยากจะอิ่มท้องด้วยฝักถั่วที่หมูกิน แต่ไม่มีใครให้อะไรเขากิน“เมื่อเขาคิดขึ้นได้จึงกล่าวว่า ‘บิดาของเรามีลูกจ้างหลายคน พวกเขามีอาหารเหลือเฟือ แต่นี่เรากำลังจะอดตาย! เราจะกลับไปหาบิดาของเราและกล่าวกับท่านว่า บิดาเจ้าข้า ข้าพเจ้าทำบาปต่อสวรรค์และต่อท่านด้วย ข้าพเจ้าไม่คู่ควรจะได้ชื่อว่าเป็นบุตรของท่านอีกต่อไป ให้ข้าพเจ้าเป็นเหมือนลูกจ้างคนหนึ่งของท่านเถิด’ดังนั้นเขาจึงลุกขึ้น กลับไปหาบิดาของเขา“แต่เมื่อเขายังอยู่แต่ไกล บิดาเห็นเขาก็สงสาร จึงวิ่งมาหาบุตรชายแล้วสวมกอดและจูบเขา

“เขากล่าวกับบิดาว่า ‘บิดาเจ้าข้า ข้าพเจ้าทำบาปต่อสวรรค์และต่อท่านด้วย ข้าพเจ้าไม่คู่ควรจะได้ชื่อว่าเป็นบุตรของท่านอีกต่อไป [สำเนาต้นฉบับเก่าแก่บางสำเนาว่า'บุตรของท่านอีกต่อไป ให้ข้าพเจ้าเป็นเหมือนลูกจ้างคนหนึ่งของท่านเถิด']’

“แต่บิดาสั่งคนรับใช้ว่า ‘เร็วเข้า!!! จงนำเสื้อผ้าที่ดีที่สุดมาให้เขาสวมใส่ เอาแหวนมาสวมนิ้วของเขา และเอารองเท้ามาสวมให้เขาจงนำลูกวัวขุนมาฆ่า ให้เราจัดงานเลี้ยงฉลอง เพราะบุตรชายคนนี้ของเราได้ตายไปแล้วและกลับเป็นขึ้นมาอีก เขาหายไปแล้วและได้พบกันอีก’ ดังนั้นเขาทั้งหลายจึงเริ่มเฉลิมฉลองกัน“ฝ่ายบุตรคนโตอยู่ที่ทุ่งนา เมื่อกลับมาใกล้ถึงบ้าน เขาได้ยินเสียงดนตรีและเสียงเต้นรำ ดังนั้นเขาจึงเรียกคนรับใช้คนหนึ่งมาถามว่ามีอะไร คนรับใช้ตอบว่า ‘น้องชายของท่านกลับมาแล้ว บิดาของท่านจึงให้ฆ่าลูกวัวขุน เพราะท่านได้เขากลับมาโดยสวัสดิภาพ’

“บุตรคนโตก็โกรธและไม่ยอมเข้าบ้าน บิดาจึงออกมาขอร้องเขา แต่เขาตอบบิดาว่า ‘ดูเถิด! หลายปีมานี้ข้าพเจ้าตรากตรำรับใช้ท่าน และไม่เคยขัดคำสั่งของท่านเลย แต่ลูกแพะสักตัวท่านก็ยังไม่เคยยกให้ข้าพเจ้าเพื่อเลี้ยงฉลองกับเพื่อนๆ แต่เมื่อลูกคนนี้ของท่านกลับมาบ้านทั้งๆ ที่ได้ผลาญสมบัติของท่านหมดไปกับหญิงโสเภณี ท่านยังฆ่าลูกวัวขุนให้เขา!’“บิดากล่าวว่า ‘ลูกเอ๋ย เจ้าอยู่กับพ่อตลอดมา และทุกสิ่งที่พ่อมีก็เป็นของเจ้า แต่ที่เราต้องเฉลิมฉลองและยินดีกัน เพราะน้องคนนี้ของเจ้าได้ตายไปแล้วและกลับเป็นขึ้นมาอีก เขาหายไปแล้วและได้พบกันอีก’ ”"
(ลูกา บทที่15: ข้อ11-32)


VIII
οκτώ
októ
8
ความสัมพันธ์ระหว่างการตั้งต้นใหม่ และ การสะท้อนพระคุณแก่ผู้อื่น

8.1 การแนะนำให้ผู้เชื่อที่ถอยหลังฝ่ายวิญญาณอยู่ ได้รู้จักวิธีการตั้งต้นใหม่!!"อาจ"!!ทำให้เขากลับคืนดีกับพระเจ้า

"พี่น้องทั้งหลาย หากใครถูกจับได้ว่าทำบาป
ท่านที่อยู่ฝ่ายจิตวิญญาณควรช่วยเขาอย่าง
สุภาพอ่อนโยนให้เขากลับตั้งตัวใหม่
แต่จงระวังตัวท่านเอง มิฉะนั้นท่านเอง
จะถูกล่อลวงให้ทำบาปไปด้วย "
(กาลาเทีย บทที่6: ข้อ1)

8.2 เราควรที่จะสะท้อนนโยบายพระคุณของพระเจ้าต่อผู้อื่น

"“เหตุฉะนั้นอาณาจักรสวรรค์เป็นเหมือนกษัตริย์องค์หนึ่งซึ่งประสงค์จะสะสางบัญชีกับข้าราชบริพาร เมื่อเริ่มสะสาง คนหนึ่งซึ่งเป็นหนี้อยู่หลายสิบล้านเหรียญเดนาริอัน[หรือหนึ่งหมื่นตะลันต์{"τάλαντον"/talanton ทาลันท็อน; ๑ ตะลันต์ มีค่าเท่ากับ ๑๐,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๐ ตะลันต์ มีค่าเท่ากับ ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท}]ถูกนำตัวมาพบ เนื่องจากเขาไม่สามารถชำระหนี้ได้ กษัตริย์จึงสั่งให้เอาตัวเขากับภรรยาและบุตรตลอดจนข้าวของทุกอย่างไปขายเพื่อมาใช้หนี้“ข้าราชบริพารคนนั้นก็คุกเข่าลงวิงวอนต่อหน้าพระองค์ว่า ‘ขอทรงผัดผ่อนให้ข้าพระองค์เถิด แล้วข้าพระองค์จะใช้หนี้ให้จนครบ’ กษัตริย์ทรงสงสารจึงยกหนี้ให้และปล่อยตัวไป“แต่เมื่อข้าราชบริพารผู้นั้นออกมาพบเพื่อนข้าราชบริพารด้วยกันซึ่งติดหนี้เขาอยู่หนึ่งร้อยเหรียญเดนาริอัน[๑เดนาริอัน {" Δηνάριο"/Dinar,Denarius Coin ; ๑ เดนาริอัน มีค่าเท่ากับ ๓๐๐ บาท ๑๐๐ เดนาริอัน มีค่าเท่ากับ ๓๐๐,๐๐๐ บาท] จึงจับคนนั้นเค้นคอและขู่เข็ญว่า ‘จงจ่ายหนี้คืนมา!!’“เพื่อนข้าราชบริพารนั้นก็คุกเข่าอ้อนวอนเขาว่า ‘ขอผัดผ่อนหนี้ให้ก่อนแล้วข้าพเจ้าจะใช้หนี้ให้’“แต่เขาไม่ยอม กลับนำคนนั้นไปเข้าคุกจนกว่าเขาจะใช้หนี้ เมื่อข้าราชบริพารคนอื่นๆ เห็นเหตุการณ์ก็สลดใจนัก จึงพากันไปเข้าเฝ้ากษัตริย์และกราบทูลทุกอย่างที่เกิดขึ้น“กษัตริย์จึงตรัสเรียกข้าราชบริพารคนนั้นมาและตรัสว่า ‘ไอ้ข้าชั่วช้า!!! เรายกหนี้ของเจ้าทั้งหมดให้ก็เพราะเจ้าวอนขอต่อเรา ไม่ควรหรือที่เจ้าจะเมตตาเพื่อนข้าราชบริพารด้วยกันเหมือนที่เราเมตตาเจ้า!?’ กษัตริย์กริ้วนักจึงทรงมอบตัวเขาให้พัศดีไปทรมานจนกว่าจะใช้หนี้ครบ“เช่นนี้แหละพระบิดาของเราในสวรรค์จะทรงกระทำแก่ท่านแต่ละคนเช่นนั้นหากท่านไม่ยกโทษให้พี่น้องจากใจของท่าน”"
(มัทธิว บทที่18: ข้อ23-35)

8.3 ผู้เชื่อรับคำบัญชาให้สะท้อนพระคุณของพระเจ้าแก่ผู้อื่น(grace orientation)

8.4 การแนะนำผู้เชื่ออื่นให้พ้นจากความผิดสามารถช่วยเขารอดจากบาปซึ่งนำไปสู่ความตายได้

"พี่น้องทั้งหลายหากใครในพวกท่านหลงไปจากความจริง[ถอยหลังผ่าน 8 ขั้นตอน แห่งการถอยหลังฝ่ายวิญญาณ{through the eight stages of reversionism}] และผู้ใด [ผู้เชื่อที่ยิ่งใหญ่{a great believer}]นำเขากลับมา จงจำไว้ว่าผู้ที่พาคนบาป [คือผู้ที่ถอยหลังฝ่ายวิญญาณ] หันจากทางผิดของเขา จะช่วยเขาพ้นจากความตาย [บาปที่นำไปสู่ความตาย] และจะปิดบัง [ป้องกัน] ความผิดบาปใหญ่หลวงมากมาย"
(ยากอบ บทที่5: ข้อ19-20)

ในบางครั้ง ผู้เชื่อที่ยิ่งใหญ่สามารถมีอิทธิพลต่อผู้เชื่อที่ถอยหลังฝ่ายวิญญาณ ให้คนนั้นเปลี่ยนความคิดแล้วหันกลับจากทางผิดของเขา แน่นอน การพื้นฟูฝ่ายวิญญาณของแต่ละคนย่อมเริ่มต้อนด้วยการสารภาพบาป{1ยอห์น บทที่1: ข้อ9}และการฟังหลักคำสอนพระคัมภีร์อย่างสม่ำเสมอ นี่คือสาระสำคัญซึ่งผู้เชื่อที่โตฝ่ายวิญญาณแล้วจะบอกแก่พี่น้องในพระคริสต์ที่กำลังถอยหลังฝ่ายวิญญาณและถูกการตีสอนจากพระเจ้า หากผู้เชื่อคนนั้นได้ยินและยอมกระทำตามคำแนะนำ บาปซึ่งเขาอาจจะกระทำหากไม่กลับใจนั้นจะไม่เกิดขึ้น

ผู้เชื่อที่โตฝ่ายวิญญาณแล้วควรอธิษฐานว่าพี่น้องในพระคริสต์ซึ่งกำลังถอยหลังฝ่ายวิญญาณอยู่จะสำนึกในความผิดพลาดของตน เขาไม่สามารถอธิษฐานขอให้พระเจ้าทรงเปลี่ยนความคิดของคนพวกนั้นได้(เพราะว่าพระเจ้าไม่สามารถบังคับความคิดเสรีได้ในการตัดสินใจของใครได้) แต่เขาอาจอธิษฐานขอพระเจ้าอนุญาตให้ผู้เชื่อที่ถอยหลังฝ่ายวิญญาณจะประสบความยากลำบากซึ่ง"อาจจะ"ผลักดันให้เขาแสวงหาคำตอบจากพระเจ้า อนึ่ง ผู้เชื่อที่โตแล้วก็ต้องพร้อมเสมอที่จะช่วยพี่น้องที่ขอคำแนะนำเรื่องฝ่ายวิญญาณ ด้วยว่าเขาจะต้องอธิบายถึงวิธิการตั้งต้นใหม่{1ยอห์น บทที่1: ข้อ9}และความสำคัญของการศึกษาหลักคำสอนพระคัมภีร์เป็นหลัก

ในยากอบข้อ 14-16 ของบทที่ 5 นี้ เราได้เรียนว่าศิษยาภิบาลที่โตฝ่ายวิญญาณแล้วสามารถช่วยอดีต เราได้เห็นว่าผู้เชื่อที่โตแล้วสามารถช่วยอดีตสมาชิกของเขาให้รอดจากบาปซึ่งนำไปสู่ความตาย ในยากอบข้อ 17-18 เราได้เห็นว่าผู้เชื่อที่โตแล้วสามารถช่วยกู้ประเทศชาติของตนให้รอดจากหายนะได้ และในยากอบข้อที่ 19-20 เราได้เห็นว่าผู้เชื่อที่โตแล้วสามารถเป็นสะพานซึ่งนำผู้เชื่อที่ถอยหลังฝ่ายวิญญาณให้กลับมาจากความผิดพลาด แล้วรอดพ้นจากการตายอย่างน่าอับอายที่สุด คือ การลงโทษเพราะบาปซึ่งนำไปสู่ความตาย

IX
εννέα
ennéa
9
คำอื่นๆที่พระคัมภีร์ใช้เมื่อกล่าวถึงวิธีการตั้งต้นใหม่{Rebound}

9.1 สารภาพ (Confess)

"ถ้าเราสารภาพบาปของเรา พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและ
เที่ยงธรรมจะทรงอภัยบาปของเรา
และชำระเราให้พ้นจากความอธรรมทั้งสิ้น"
(1 ยอห์น บทที่1: ข้อ9)

9.2 พิจารณาตัวเอง (Judge self)

"แต่ถ้าเราได้วินิจฉัยตนเอง เราก็จะไม่ต้องตกอยู่ในการพิพากษา"
(1 โครินธ์ บทที่11: ข้อ31)

9.3 ถวายตัวแด่พระเจ้า (Yield)

"อย่ายกส่วนต่างๆ ในกายของท่านให้แก่บาปเป็นเครื่องมือของความชั่วร้าย
แต่จงถวายตัวของท่านเองแด่พระเจ้าในฐานะผู้ที่ทรงให้มีชีวิต
เป็นขึ้นจากตาย และถวายส่วนต่างๆ
ในกายของท่านแด่พระองค์ให้เป็นเครื่องมือของความชอบธรรม "

"เหตุฉะนั้นพี่น้องทั้งหลาย เมื่อพิจารณาถึงพระเมตตาของพระเจ้า
ข้าพเจ้าจึงขอให้ท่านทั้งหลายถวายตัวของท่านแด่พระเจ้าเป็น
เครื่องบูชาที่มีชีวิต ที่บริสุทธิ์[หรือ ที่ได้รับการแยกไว้สำหรับพระเจ้า]
และที่พระเจ้าพอพระทัย นี่เป็นการนมัสการที่แท้จริง
[หรือ ที่สมเหตุสมผล] "
(โรม บทที่6: ข้อ13 ; บทที่12: ข้อ1 )

9.4 ทิ้งของหนัก (Lay aside every weight)

"เพราะฉะนั้นในเมื่อเรามีพยานหมู่ใหญ่พรั่งพร้อมรอบด้านเช่นนี้แล้ว
ก็ให้เราละทิ้งทุกอย่างที่ถ่วงอยู่และบาปที่เกาะแน่น
ให้เราวิ่งด้วยความอดทนบากบั่นไปตามลู่ที่ทรงกำหนดไว้สำหรับเรา"
(ฮีบรู บทที่12: ข้อ1)

9.5 ยำเกรงนอบน้อมต่อพระบิดา (Be in subjection to the Father)

"ยิ่งไปกว่านั้นเราทั้งปวงล้วนมีบิดาซึ่งเป็นมนุษย์ผู้ตีสอนเราและ
เราเคารพนับถือท่านที่ทำเช่นนั้น ยิ่งกว่านั้นสักเพียงใดที่เรา
ควรอยู่ในโอวาทของพระบิดาแห่งจิตวิญญาณของเราและมีชีวิตอยู่! "
(ฮีบรู บทที่12: ข้อ9)

9.6 ยกมือที่อ่อนแรงขึ้น (Lift up the hands that hang down)

"เพราะฉะนั้นจงทำให้แขนที่อ่อนแรงและเข่าที่อ่อนล้าเข้มแข็งขึ้น"
(ฮีบรู บทที่12: ข้อ12)

9.7 กระทำหนทางให้ตรงไป (Make straight the paths)

"ยอห์นผู้นี้แหละที่ถูกกล่าวถึงผ่านทางผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ว่า

“เสียงของผู้หนึ่งร้องในถิ่นกันดารว่า
‘จงเตรียมทางสำหรับองค์พระผู้เป็นเจ้า
จงทำทางสำหรับพระองค์ให้ตรงไป’”
[เสียงของผู้หนึ่งร้องว่า
จงเตรียมทางในถิ่นกันดาร
สำหรับองค์พระผู้เป็นเจ้า
จงทำทางหลวงของพระเจ้า
ในถิ่นกันดารให้ตรงไป
อิสยาห์ บทที่40: ข้อ3]"
(มัทธิว บทที่3: ข้อ3)

"“จงทำทางที่ราบเรียบสำหรับเท้าของท่าน”
[จงเฝ้าระวังทุกย่างก้าวของเจ้าและเดินอยู่ในทางนั้นอย่างมั่นคง
สุภาษิต บทที่4: ข้อ26]
เพื่อคนง่อยจะไม่พิการแต่กลับเป็นปกติดี"
(ฮีบรู บทที่12: ข้อ13)

9.8 เป็นขึ้นจากความตาย (Arise form the dead, or literally, "stand up again out from deaths")

"เนื่องจากความสว่างทำให้เห็นทุกสิ่งชัดแจ้ง ด้วยเหตุนี้จึงกล่าวกันว่า

“โอ ผู้ที่หลับอยู่ จงตื่นขึ้น
จงฟื้นขึ้นจากความตาย
และพระคริสต์จะทรงส่องสว่างแก่ท่าน”"
(เอเฟซัส บทที่5 ข้อ14)

9.9 ทิ้งมนุษย์เก่า{ตัวตนเก่า}(put off the old man)

"เกี่ยวกับวิถีชีวิตเดิมนั้น ท่านได้รับการสอนให้ทิ้งตัวตนเก่าของท่านซึ่ง
กำลังถูกทำให้เสื่อมโทรมไปโดยตัณหาอันล่อลวงของมัน"
(เอเฟซัส บทที่4: ข้อ22)

9.10 ยอมรับความชั่วช้าของเจ้า (acknowledge thine iniquity)

"เพียงแต่เจ้ายอมรับผิด
ว่าเจ้าได้กบฏต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า
เจ้าได้ปันใจให้พระต่างชาติทั้งหลาย
ใต้ต้นไม้ใบดกทุกต้น
และไม่ได้เชื่อฟังเรา
องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศดังนั้น"
(เยเรมีย์ บทที่3: ข้อ13)

X
δέκα
déka
10
การตั้งต้นใหม่เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงบัญชาแก่ผู้เชื่อในสมัยพระคัมภีร์เดิมเช่นกัน

"แล้วข้าพระองค์สารภาพบาปต่อพระองค์
และไม่ปิดซ่อนความชั่วช้าไว้
ข้าพระองค์กล่าวว่า “ข้าพเจ้าจะสารภาพ
การล่วงละเมิดทั้งปวงต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า”
และพระองค์ก็ทรงอภัย
ความผิดบาปของข้าพระองค์
เสลาห์"

"ข้าพระองค์สารภาพความชั่วช้าของข้าพระองค์
ข้าพระองค์ร้อนใจในความบาปของตน"

"เพราะข้าพระองค์รู้ถึงการล่วงละเมิดของตนแล้ว
และบาปของข้าพระองค์อยู่ตรงหน้าข้าพระองค์เสมอ
ข้าพระองค์ได้ทำบาปต่อพระองค์ ต่อพระองค์ผู้เดียว
และได้ทำสิ่งที่ชั่วในสายพระเนตรของพระองค์
ดังนั้นพระองค์จึงทรงเป็นฝ่ายถูกเมื่อทรงตัดสิน
และทรงชอบธรรมเมื่อทรงพิพากษา"
(สดุดี บทที่32: ข้อ5 ; บทที่38: ข้อ18 ; บทที่51: ข้อ3-4)

"ผู้ที่ปกปิดบาปของตนจะไม่เจริญ
แต่ผู้ที่สารภาพผิดและละทิ้งบาปจะพบความเมตตากรุณา"
(สุภาษิต บทที่28: ข้อ13)

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 20 มี.ค.61 เวลา 14:21:22 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ