Charcoal
FREE RUNNING

The 40 Absolutes

The 40 Absolutes
40 สิ่งที่พระเจ้าทรงประทานแก่ผู้เชื่อทุกคน ณ เวลารอด



[39 สิ่งซึ่งพระเจ้าทรงประทานแก่ผู้เชื่อโดยไม่มีวันยึดคืน]
Thirty-Nine Irrevocable Absolutes

I
ένας
énas
1.
ผู้เชื่อได้อาศัยอยู่ภายในแผนการนิรันดร์ของพระเจ้า (เข้าส่วนในอนาคตของพระคริสต์) ผู้เชื่อเป็นผู้ที่

1. พระเจ้าทรงทราบล่วงหน้า (Omniscience(ความสัพพัญญู))

"พระเยซูผู้นี้ทรงถูกมอบให้พวกท่าน ตามที่พระเจ้าได้ทรงกำหนดไว้และทรงทราบล่วงหน้า และโดยความช่วยเหลือของเหล่าคนอธรรมท่านได้จับพระองค์ไปประหารด้วยการตอกตรึงที่ไม้กางเขน "
(กิจการ บทที่2: ข้อ23)

"ไม่ว่าเบื้องสูงหรือเบื้องลึก หรือสิ่งอื่นใดในสรรพสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างล้วนไม่สามารถพรากเราไปจากความรักของพระเจ้า ซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้"
(โรม บทที่8: ข้อ39)

"พระเจ้าพระบิดาได้ทรงเลือกสรรพวกท่านตามที่พระองค์ทรงทราบล่วงหน้าแล้วผ่านทางการทรงชำระให้บริสุทธิ์ของพระวิญญาณ เพื่อให้พวกท่านมาเชื่อฟังพระเยซูคริสต์และรับการประพรมด้วยพระโลหิตของพระองค์"
(1เปโตร บทที่1: ข้อ2)

2. รับการทรงเลือก

"เพราะหลายคนได้รับเชิญ แต่น้อยคนนักที่ได้รับเลือก"
(มัทธิว บทที่22: ข้อ14)

"ใครจะฟ้องร้องบรรดาผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกไว้? ก็พระเจ้าเองทรงนับว่าเราเป็นผู้ชอบธรรม"
(โรม บทที่8: ข้อ33)

"ฉะนั้นในฐานะประชากรที่พระเจ้าทรงเลือก ผู้บริสุทธิ์และเป็นที่รักยิ่งของพระองค์ จงสวมความสงสาร ความกรุณา ความอ่อนโยน ความถ่อมสุภาพ และความอดทน "
(โคโลสี บทที่3: ข้อ12)

"พี่น้องทั้งหลายผู้เป็นที่รักของพระเจ้า เรารู้ว่าพระองค์ทรงเลือกสรรท่าน"
(1เธสะโลนิกา บทที่1: ข้อ4)

"จดหมายฉบับนี้จากข้าพเจ้าเปาโลผู้เป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าและอัครทูตของพระเยซูคริสต์ เพื่อความเชื่อของผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรและเพื่อความรู้ถึงความจริงอันนำไปสู่ทางพระเจ้า "
(ทิตัส บทที่1: ข้อ1)

"พระเจ้าพระบิดาได้ทรงเลือกสรรพวกท่านตามที่พระองค์ทรงทราบล่วงหน้าแล้วผ่านทางการทรงชำระให้บริสุทธิ์ของพระวิญญาณ เพื่อให้พวกท่านมาเชื่อฟังพระเยซูคริสต์และรับการประพรมด้วยพระโลหิตของพระองค์ขอพระคุณและสันติสุขมีแด่พวกท่านอย่างล้นเหลือ"
(1เปโตร บทที่่1: ข้อ2)

"เมื่อท่านทั้งหลายมาหาพระคริสต์ผู้ทรงเป็นพระศิลาอันทรงชีวิต มนุษย์ไม่ยอมรับพระองค์แต่พระเจ้าได้ทรงเลือกสรรและถือว่าพระองค์ล้ำค่า "
(1เปโตร บทที่2: ข้อ4)

3. พระเจ้าทรงกำหนดไว้แล้ว

"เพราะบรรดาผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกไว้ล่วงหน้าแล้ว พระองค์ก็ทรงกำหนดไว้ก่อนแล้วให้เป็นเหมือนพระบุตรของพระองค์ เพื่อพระบุตรจะได้เป็นบุตรหัวปีท่ามกลางพี่น้องมากมาย และบรรดาผู้ที่ทรงกำหนดไว้ก่อนนั้น พระองค์ก็ทรงเรียกด้วย บรรดาผู้ที่พระองค์ทรงเรียก พระองค์ก็ทรงนับว่าเป็นผู้ชอบธรรมด้วย บรรดาผู้ที่ทรงนับว่าเป็นผู้ชอบธรรม พระองค์ก็ทรงให้รับพระเกียรติสิริด้วย"
(โรม บทที่8: ข้อ29-30)

"พระองค์[สายพระเนตรพระองค์ด้วยความรัก พระองค์]ทรงกำหนดไว้ล่วงหน้าที่จะรับเราเป็นบุตรของพระองค์ผ่านทางพระเยซูคริสต์ตามพระประสงค์อันดีของพระองค์"

"ในพระองค์ เรายังได้รับการทรงเลือก[ให้เป็นทายาท]ตามที่ทรงกำหนดไว้ล่วงหน้าตามแผนการของพระองค์ผู้ทรงกระทำให้ทุกสิ่งเป็นไปตามจุดมุ่งหมายของพระประสงค์ของพระองค์"
(เ​อเฟซัส บทที่1: ข้อ5, ข้อ11)

4. พระเจ้าทรงเรียก

"พระองค์ผู้ทรงเรียกท่านนั้นทรงสัตย์ซื่อและพระองค์จะทรงกระทำตามที่ตรัสไว้"
(1เธสะโลนิกา บทที่5: ข้อ24)

II
δύο
dýo
2.

ผู้เชื่อได้กลับคืนดีกับพระเจ้า
(กำแพงที่กีดกั้นระหว่างมนุษย์กับพระเจ้าถูกรื้อถอน{The Barrier(1993)})

ก. โดยพระเจ้า

"ทั้งหมดนี้มาจากพระเจ้าผู้ทรงให้เราคืนดีกับพระองค์โดยทางพระคริสต์ และทรงมอบหมายพันธกิจแห่งการคืนดีนี้แก่เราคือพระเจ้าได้ทรงให้โลกคืนดีกับพระองค์ในพระคริสต์ ไม่ทรงถือโทษบาปของมนุษย์ และพระองค์ทรงมอบหมายเรื่องราวแห่งการคืนดีนี้ไว้กับเรา"
(2โครินธ์ บทที่5: ข้อ18-19)

"และให้ทุกสิ่งทั้งบนแผ่นดินโลกและในสวรรค์กลับคืนดีกับพระองค์ผ่านทางพระบุตร สันติภาพนี้มีขึ้นโดยพระโลหิต"
(โคโลสี บทที่1: ข้อ20)

ข. ถึงพระเจ้า

"เพราะถ้าเรายังได้คืนดีกับพระเจ้าโดยการสิ้นพระชนม์ของพระบุตรของพระองค์ในขณะที่เราเป็นศัตรูกับพระองค์ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเราได้คืนดีกับพระองค์แล้ว เราก็จะได้รับความรอดโดยพระชนม์ชีพของพระองค์อย่างแน่นอน! "
(โรม บทที่5: ข้อ10)

"ฉะนั้นเราจึงเป็นทูตของพระคริสต์เสมือนหนึ่งพระเจ้าทรงร้องเรียกท่านทั้งหลายผ่านทางเรา เราจึงขอร้องท่านในนามของพระคริสต์ว่า จงคืนดีกับพระเจ้า "
(2โครินธ์ บทที่5: ข้อ20)

" เพราะพระองค์เองทรงเป็นสันติสุขของเรา ผู้ทรงทำให้สองพวกกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน และทรงทำลายสิ่งกีดขวาง คือกำแพงแห่งความเกลียดชังที่กีดกั้นลง โดยทรงล้มเลิกบทบัญญัติทั้งหมดของชาวยิวซึ่งประกอบด้วยข้อบังคับและกฎระเบียบต่างๆ ด้วยพระกายของพระองค์ จุดประสงค์ของพระองค์ก็เพื่อยุบสองฝ่ายและสร้างขึ้นใหม่เป็นหนึ่งเดียวในพระองค์ เช่นนี้แหละจึงทรงทำให้มีสันติสุข และในกายเดียวนี้ทั้งสองพวกจึงกลับคืนดีกับพระเจ้าโดยไม้กางเขน ซึ่งพระองค์ทรงใช้ทำลายความเป็นศัตรูกันให้หมดสิ้นไป พระองค์เสด็จมาประกาศสันติสุขแก่ท่านทั้งหลายที่อยู่ไกลและสันติสุขแก่ผู้ที่อยู่ใกล้"
(เอเฟซัส บทที่2: ข้อ14-17)

III
τρία
tría
3.

ผู้เชื่อได้ถูกไถ่มา(จากตลาดทาสแห่งบาป{Slave Market of Sin(1994)})

"และโดยพระคุณของพระเจ้า พระองค์ทรงนับว่าพวกเขาเป็นผู้ชอบธรรมโดยไม่คิดมูลค่า ด้วยการที่พระเยซูคริสต์ทรงไถ่พวกเขา "
(โรม บทที่3: ข้อ24)

"ในพระบุตรนี้เราได้รับการไถ่บาป คือการอภัยโทษบาปของเรา"
(โคโลสี บทที่1: ข้อ14)

"เพราะท่านรู้ว่าพระองค์ได้ทรงไถ่ท่านพ้นจากวิถีชีวิตอันไร้แก่นสารซึ่งท่านรับสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ พระองค์ไม่ได้ทรงไถ่ท่านด้วยสิ่งที่เสื่อมสลายได้เช่นเงินหรือทอง "
(1 เปโตร บทที่1: ข้อ18)

IV
τέσσερα
téssera
4.

ผู้เชื่อรับการยกเว้นจากการถูกพิพากษาโทษชั่วนิรันดร์{ลงในLake of fireถ้าผู้ใดไม่ได้มีชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิตผู้นั้นต้องถูกทิ้งลงในบึงไฟ(วิวรณ์20:15)}

"ผู้ใดที่เชื่อในพระองค์ก็ไม่ถูกพิพากษา แต่ผู้ใดที่ไม่เชื่อก็ถูกพิพากษาอยู่แล้ว เพราะเขาไม่เชื่อในพระนามของพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า"

"เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ผู้ใดฟังคำของเราและเชื่อพระองค์ผู้ทรงส่งเรามา ผู้นั้นก็มีชีวิตนิรันดร์และจะไม่ถูกลงโทษ เขาได้ผ่านพ้นความตายเข้าสู่ชีวิตแล้ว"
(ยอห์น บทที่3: ข้อ18; บทที่5: ข้อ24)

"เหตุฉะนั้นบัดนี้จึงไม่มีการลงโทษแก่บรรดาผู้ที่อยู่ในพระเยซูคริสต์"
(โรม บทที่8: ข้อ1)

V
πέντε
pénte
5.

บาปทุกประการได้รับการทรงพิพากษาลงโทษแล้วด้วยการตายฝ่ายวิญญาณของพระเยซูคริสต์บนไม้กางเขน

"พระเยซูทรงถูกมอบไว้ให้สิ้นพระชนม์เพราะบาปของเรา และทรงคืนพระชนม์เพื่อให้เราเป็นผู้ชอบธรรม"
(โรม บทที่4: ข้อ25)

"ในพระเยซู เราได้รับการไถ่บาปโดยพระโลหิตของพระองค์ คือได้รับการอภัยโทษบาปตามพระคุณอันอุดมของพระเจ้า "
(เอเฟซัส บทที่1: ข้อ7)

"พระองค์เองทรงรับแบกบาปของเราทั้งหลายไว้ที่พระกายบนไม้กางเขนนั้น เพื่อเราจะได้ตายต่อบาปและมีชีวิตอยู่เพื่อความชอบธรรม และด้วยบาดแผลของพระองค์พวกท่านได้รับการรักษาให้หาย"
(1เปโตร บทที่2: ข้อ24)

VI
έξι
éxi
6.

(propitiation) พระเจ้าทรงพอพระทัยกับการที่พระบุตรทรงไถ่บาปของเรา

"พระเจ้าทรงให้พระเยซูเป็นเครื่องบูชาลบบาป แก่ผู้ที่มีความเชื่อในพระโลหิตของพระเยซู พระเจ้าทรงกระทำเช่นนี้เพื่อสำแดงความยุติธรรมของพระองค์ เพราะโดยความอดกลั้นพระทัย พระองค์จึงไม่ได้ทรงลงโทษบาปที่ทำไปก่อนหน้านั้น พระองค์ทรงกระทำเช่นนี้เพื่อสำแดงความยุติธรรมของพระองค์ในกาลปัจจุบัน เพื่อว่าพระองค์จะทรงเป็นผู้เที่ยงธรรมและเป็นผู้ที่ให้บรรดาคนที่มีความเชื่อในพระเยซูถูกนับเป็นผู้ชอบธรรมด้วย"
(โรม บทที่3: ข้อ25-26)

"พระองค์ทรงเป็นเครื่องบูชาลบบาปของเราทั้งหลาย และไม่ใช่เพียงบาปของเราเท่านั้นแต่บาปของคนทั้งโลกด้วย"

"นี่คือความรัก ไม่ใช่ที่เรารักพระเจ้า แต่ที่พระเจ้าทรงรักเราและทรงส่งพระบุตรของพระองค์มาเป็นเครื่องบูชาลบบาปของเรา"
(1ยอห์น บทที่2: ข้อ2; บทที่4: ข้อ10)

VII
επτά
eptá
7.

ผู้เชื่อได้ตายต่อชีวิตเก่า (ธรรมชาติบาป) และรับชีวิตฝ่ายวิญญาณจากพระเจ้า โดยผู้เชื่อได้

ก. ถูกตรึงไว้กับพระคริสต์

"เพราะเรารู้ว่าตัวเก่าของเราถูกตรึงไว้กับพระองค์แล้วเพื่อกายบาปนั้นจะถูกขจัดไป เพื่อเราจะไม่เป็นทาสบาปอีกต่อไป"
(โรม บทที่6: ข้อ6)

"ข้าพเจ้าถูกตรึงไว้กับพระคริสต์แล้ว ข้าพเจ้าจึงไม่มีชีวิตอยู่ต่อไป พระคริสต์ต่างหากทรงมีชีวิตอยู่ในข้าพเจ้า ชีวิตที่ข้าพเจ้าดำเนินอยู่ในกายนี้ ข้าพเจ้าดำเนินด้วยความเชื่อในพระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงรักข้าพเจ้าและประทานพระองค์เองเพื่อข้าพเจ้า "
(กาลาเทีย บทที่2: ข้อ20)

ข. ทรงตายกับพระคริสต์

"ถ้าเราตายกับพระคริสต์แล้ว เราเชื่อว่าเราจะมีชีวิตกับพระองค์ด้วย "
(โรม บทที่6: ข้อ8)

"เพราะท่านตายแล้ว และบัดนี้ชีวิตของท่านถูกซ่อนอยู่กับพระคริสต์ในพระเจ้า "
(โคโลสี บทที่3: ข้อ3)

"พระองค์เองทรงรับแบกบาปของเราทั้งหลายไว้ที่พระกายบนไม้กางเขน นั้น เพื่อเราจะได้ตายต่อบาปและมีชีวิตอยู่เพื่อความชอบธรรม และด้วยบาดแผลของพระองค์พวกท่านได้รับการรักษาให้หาย"
(1เปโตร บทที่2: ข้อ24)

ค. ถูกฝังศพรวมกับพระคริสต์

"ฉะนั้นเราจึงถูกฝังไว้กับพระองค์แล้วโดยการบัพติศมาเข้าในความตาย เพื่อว่าเราเองก็จะได้มีชีวิตใหม่เช่นเดียวกับที่ทรงให้พระคริสต์เป็นขึ้นจากตายโดยพระเกียรติสิริของพระบิดา"
(โรม บทที่6: ข้อ4)

"ท่านถูกฝังไว้กับพระองค์ในพิธีบัพติศมา และทรงให้ท่านเป็นขึ้นจากตายกับพระองค์ผ่านทางความเชื่อของท่านในฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าผู้ทรงให้พระองค์เป็นขึ้นจากความตาย"
(โคโลสี บทที่2: ข้อ12)

ง. เป็นขึ้นจากความตายด้วยกันกับพระคริสต์

"ฉะนั้นเราจึงถูกฝังไว้กับพระองค์แล้วโดยการบัพติศมาเข้าในความตาย เพื่อว่าเราเองก็จะได้มีชีวิตใหม่เช่นเดียวกับที่ทรงให้พระคริสต์เป็นขึ้นจากความตายโดยพระเกียรติสิริของพระบิดา"

"ดังนั้นพี่น้องทั้งหลายของข้าพเจ้าท่านเองก็ตายจากบทบัญญัติแล้วโดยทางพระกายของพระคริสต์ เพื่อท่านจะเป็นของอีกผู้หนึ่ง คือเป็นของพระองค์ผู้ทรงเป็นขึ้นจากความตาย เพื่อเราจะเกิดผลถวายแด่พระเจ้า "
(โรม บทที่6: ข้อ4; บทที่7: ข้อ4)

"ท่านถูกฝังไว้กับพระองค์ในพิธีบัพติศมา และทรงให้ท่านเป็นขึ้นจากตายกับพระองค์ผ่านทางความเชื่อของท่านในฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าผู้ทรงให้พระองค์เป็นขึ้นจากความตาย"

"ในเมื่อทรงให้ท่านทั้งหลายเป็นขึ้นกับพระคริสต์แล้ว ก็จงให้ใจของท่านจดจ่อกับสิ่งที่อยู่เบื้องบนที่ซึ่งพระคริสต์ประทับอยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า "
(โคโลสี บทที่2: ข้อ12; บทที่3: ข้อ1)

VIII
οκτώ
októ
8.

ผู้เชื่อไม่อยู่ภายใต้กฎธรรมบัญญัติของโมเสส{the Mosaic Law}โดยเขาได้

ก. ตายจากกฎบัญญัติ

"ดังนั้นพี่น้องทั้งหลายของข้าพเจ้าท่านเองก็ตายจากบทบัญญัติแล้วโดยทางพระกายของพระคริสต์ เพื่อท่านจะเป็นของอีกผู้หนึ่ง คือเป็นของพระองค์ผู้ทรงเป็นขึ้นจากตาย เพื่อเราจะเกิดผลถวายแด่พระเจ้า"
(โรม บทที่7: ข้อ4)

ข. ได้พ้นจากกฎธรรมบัญญัติ

"เพราะบาปจะไม่เป็นนายของท่านอีกต่อไป ด้วยว่าท่านไม่ได้อยู่ใต้บทบัญญัติแต่อยู่ใต้พระคุณ"

"เรารู้อยู่ว่าบทบัญญัติเป็นเรื่องจิตวิญญาณ แต่ข้าพเจ้าไม่ได้อยู่ฝ่ายจิตวิญญาณ ข้าพเจ้าถูกขายให้เป็นทาสบาป"
(โรม บทที่6: ข้อ14; บทที่7: ข้อ14)

"พระองค์ทรงให้เรามีความสามารถที่จะเป็นพันธกรแห่งพันธสัญญาใหม่ ไม่ใช่พันธสัญญาแห่งบทบัญญัติที่จารึกไว้ แต่เป็นพันธสัญญาแห่งพระวิญญาณ เพราะบทบัญญัติประหารชีวิตแต่พระวิญญาณประทานชีวิต ถ้าพันธกิจซึ่งนำความตายมา ที่จารึกด้วยตัวอักษรบนแผ่นศิลา ยังมากับรัศมี แม้รัศมีนี้จะจางหายไป แต่ก็เป็นเหตุทำให้ชนอิสราเอลไม่กล้ามองหน้าโมเสส แล้วพันธกิจแห่งพระวิญญาณจะไม่ยิ่งเปี่ยมด้วยรัศมีกว่านั้นหรือ? หากพันธกิจที่ตัดสินโทษมนุษย์ยังเปล่งรัศมี พันธกิจที่นำความชอบธรรมมาให้จะเปล่งรัศมีเจิดจ้ายิ่งกว่านั้นสักเท่าใด! เพราะสิ่งที่เคยมีรัศมีเจิดจ้า บัดนี้ก็อับแสงไปเมื่อเทียบกับรัศมีอันเจิดจ้ายิ่งกว่า และถ้าสิ่งที่กำลังเลือนหายยังมากับรัศมี รัศมีของสิ่งที่ยืนยงจะยิ่งใหญ่เหนือกว่านั้นสักเท่าใด"
(2โครินธ์ บทที่3: ข้อ6-11)

"บัดนี้ความเชื่อนั้นมาถึงแล้ว เราจึงไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของบทบัญญัติอีกต่อไป"
(กาลาเทีย บทที่3: ข้อ25)

IX
εννέα
ennéa
9.

ผู้เชื่อได้บังเกิดใหม่

"พระเยซูจึงตรัสตอบว่า ผู้ที่อาบน้ำแล้วล้างแต่เท้าก็พอเพราะทั้งกายสะอาดอยู่แล้ว ท่านทั้งหลายก็สะอาดถึงแม้ว่าไม่ทุกคน "
(ยอห์น บทที่13: ข้อ10)

"และพวกท่านบางคนเคยเป็นเช่นนั้น แต่ท่านได้รับการล้าง ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ และได้ถูกนับเป็นผู้ชอบธรรมในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้าและโดยพระวิญญาณของพระเจ้าของเรา"
(1โครินธ์ บทที่6: ข้อ11)

"พระองค์ทรงช่วยเราให้รอดไม่ใช่เพราะความชอบธรรมที่เราได้ทำ แต่เพราะพระเมตตาของพระองค์ พระองค์ทรงช่วยเราให้รอดผ่านทางการชำระแห่งการบังเกิดใหม่ และการทรงสร้างขึ้นใหม่โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ "
(ทิตัส บทที่3: ข้อ5)

ผู้เชื่อได้

ก. บังเกิดใหม่

"ท่านไม่ควรแปลกใจที่เราบอกว่าท่าน ต้องเกิดใหม่ "
(ยอห์น บทที่3: ข้อ7)

"เพราะท่านได้บังเกิดใหม่แล้ว ไม่ใช่เกิดจากเมล็ดพันธุ์อันเสื่อมสลายได้ แต่จากเมล็ดพันธุ์อันไม่รู้เสื่อมสลายคือพระวจนะของพระเจ้าอันทรงชีวิตและยืนยงถาวร "
(1เปโตร บทที่1: ข้อ23)

ข. เป็นบุตร [ถายใต้สิทธ์อำนาจและการดูแลของพระเจ้า]

"พระวิญญาณเองทรงยืนยันร่วมกับวิญญาณจิตของเรา ว่าเราเป็นบุตรของพระเจ้า "
(โรม บทที่8: ข้อ16)

"จงพิจารณาดูอับราฮัม เขาเชื่อพระเจ้าและความเชื่อนี้พระองค์ทรงถือว่าเป็นความชอบธรรมของเขา "
(กาลาเทีย บทที่3: ข้อ26)

ค. บุตรชายของพระองค์[คำว่า "υιος" / yios เป็นคำที่มักจะใช้กับบุตรที่โตแล้ว]

"ส่วนคนทั้งปวงที่ยอมรับพระองค์ ผู้ที่เชื่อในพระนามของพระองค์ พระองค์ก็ประทานสิทธิให้เป็นบุตรของพระเจ้า "
(ยอห์น บทที่1: ข้อ12)

"เราจะเป็นบิดาของพวกเจ้าและพวกเจ้าจะเป็นบุตรชายบุตรสาวของเราองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ตรัสดังนี้แหละ"
(2โครินธ์ บทที่6: ข้อ18)

"เพื่อนที่รัก บัดนี้เราเป็นลูกของพระเจ้า ภายหน้าเราจะเป็นอย่างไรเรายังไม่อาจรู้ได้ แต่เรารู้ว่าเมื่อพระองค์ทรงปรากฏ เราจะเป็นเหมือนพระองค์ เพราะเราจะเห็นพระองค์อย่างที่พระองค์ทรงเป็น "
(1ยอห์น บทที่3: ข้อ2)

ง. เป็นซึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่

"เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ การทรงสร้างใหม่ได้เกิดขึ้นแล้ว สิ่งเก่าได้ล่วงไป สิ่งใหม่ได้เข้ามา!"
(2โครินธ์ บทที่5: ข้อ17)

"เข้าสุหนัตหรือไม่เข้าสุหนัตก็ไม่มีความหมาย ความสำคัญอยู่ที่การได้รับการทรงสร้างใหม่"
(กาลาเทีย บทที่6: ข้อ15)

"เพราะเราทั้งหลายเป็นผลงานของพระเจ้าซึ่งทรงสร้างในพระเยซูคริสต์เพื่อให้ทำการดีที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ล่วงหน้าให้เราทำ"
(เอเฟซัส บทที่2: ข้อ10)

X
δέκα
déka
10.

พระเจ้าทรงรับผู้เชื่อเข้ามาเป็นบุตรบุญธรรม

"ท่านไม่ได้รับวิญญาณซึ่งทำให้ท่านเป็นทาสของความกลัวอีก แต่ท่านได้รับพระวิญญาณผู้ทำให้ท่าน
เป็นบุตรของพระเจ้า และโดยพระองค์ เราร้องว่า อับบา พ่อ "

"ไม่เพียงเท่านั้นแม้แต่เราเอง ผู้มีผลแรกของพระวิญญาณก็ยังคร่ำครวญอยู่ภายในขณะที่เราจดจ่อรอคอยการทรงรับเราเป็นบุตร คือการไถ่ร่างกายของเราให้รอด"
(โรม บทที่8: ข้อ15; บทที่8: ข้อ23 [มีไว้สำหรับอนาคต])

"พระองค์ ทรงกำหนดไว้ล่วงหน้าที่จะรับเราเป็นบุตรของพระองค์ผ่านทางพระเยซูคริสต์ตามพระประสงค์อันดีของพระองค์ "
(เอเฟซัส บทที่1: ข้อ5)

XI
έντεκα
entéka
11.

ผู้เชื่อกลายเป็นที่ยอมรับ(Acceptable)โดยพระเจ้า

"เพื่อเป็นการสรรเสริญพระคุณสูงส่งซึ่งพระองค์ประทานให้เราเปล่าๆ อย่างเหลือล้นในพระองค์ผู้ทรงเป็นที่รักของพระเจ้า "
(เอเฟซัส บทที่1: ข้อ6)

"ท่านทั้งหลายก็เช่นกัน ท่านเป็นเหมือนศิลาอันมีชีวิตซึ่งกำลังได้รับการก่อขึ้นเป็นวิหารฝ่ายวิญญาณ เพื่อเป็นปุโรหิตบริสุทธิ์ผู้ทำหน้าที่ถวายเครื่องบูชาฝ่ายวิญญาณที่พระเจ้าทรงยอมรับผ่านทางพระเยซูคริสต์ "
(1เปโตร บทที่2: ข้อ5)


โดยผู้เชื่อนั้นได้

ก. รับความชอบธรรมจากพระองค์ ก็กลายเป็นคนชอบธรรมในสายพระเนตรของพระองค์

"ความชอบธรรมจากพระเจ้านี้ผ่านมาทางความเชื่อในพระเยซูคริสต์ไปถึงคนทั้งปวงที่เชื่อ ไม่มีข้อแตกต่างกัน "
(โรม บทที่3: ข้อ22)

"เพราะพระองค์ ท่านจึงอยู่ในพระเยซูคริสต์ ผู้ได้ทรงเป็นพระปัญญาจากพระเจ้าเพื่อเรา นั่นคือทรงเป็นความชอบธรรม ความบริสุทธิ์และการไถ่ของเรา"
(1โครินธ์ บทที่1: ข้อ30)

"พระเจ้าทรงกระทำพระองค์ผู้ปราศจากบาปให้เป็นบาป[หรือเป็นเครื่องบูชาไถ่บาป]เพื่อเรา เพื่อในพระองค์เราจะกลายเป็นความชอบธรรมของพระเจ้า"
(2โครินธ์ บทที่5: ข้อ21)

"และอยู่ในพระองค์ ตัวข้าพเจ้าเองไม่มีความชอบธรรมที่ได้มาโดยบทบัญญัติ มีแต่ความชอบธรรมที่ได้มาโดยความเชื่อในพระคริสต์ เป็นความชอบธรรมซึ่งมาจากพระเจ้าและได้มาโดยความเชื่อ "
(ฟีลิปปี บทที่3: ข้อ9)

ข. เป็นผู้บริสุทธิ์ในสายพระเนตรของพระเจ้า

"เพราะพระองค์ ท่านจึงอยู่ในพระเยซูคริสต์ ผู้ได้ทรงเป็นพระปัญญาจากพระเจ้าเพื่อเรา นั่นคือทรงเป็นความชอบธรรม ความบริสุทธิ์และการไถ่ของเรา "

"และพวกท่านบางคนเคยเป็นเช่นนั้น แต่ท่านได้รับการล้าง ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ และได้ถูกนับเป็นผู้ชอบธรรมในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้าและโดยพระวิญญาณของพระเจ้าของเรา"
(1โครินธ์ บทที่1: ข้อ30; บทที่6: ข้อ11)

ค. พระองค์ทรงกระทำให้เราเป็นผู้สมบูรณ์แบบตลอดไปเป็นนิตย์

"เพราะเลือดแพะเลือดวัวไม่สามารถลบล้างบาปให้สิ้นไป"
(ฮีบรู บทที่10: ข้อ4)

ง. เราได้รับสิทธิ์ที่จะเข้าส่วนในมรดกที่พระองค์ทรงแบ่งให้แก่ผู้เชื่อที่ประสบความสำเร็จ

"ในการขอบพระคุณพระบิดาผู้ทรงทำให้พวกท่าน[เรา] เหมาะสมที่จะมีส่วนในกรรมสิทธิ์ของประชากรของพระเจ้าในอาณาจักรแห่งความสว่าง"
(โคโลสี บทที่1: ข้อ12)

XII
δώδεκα
dódeka
12.

ผู้เชื่อถูกประกาศว่าเป็นผู้ชอบธรรม
{Righteousness (ความชอบธรรม)}
โดยพระเจ้า

"และโดยพระคุณของพระเจ้า พระองค์ทรงนับว่าพวกเขาเป็นผู้ชอบธรรมโดยไม่คิดมูลค่า ด้วยการที่พระเยซูคริสต์ทรงไถ่พวกเขา "

"เหตุฉะนั้นเมื่อเราได้ถูกนับเป็นผู้ชอบธรรมโดยความเชื่อแล้ว เราจึง[ให้เรา]มีสันติสุขกับพระเจ้าโดยทางองค์พระเยซูคริสต์เจ้าของเรา "

"ในเมื่อบัดนี้เราได้ถูกนับเป็นผู้ชอบธรรมแล้วโดยพระโลหิตของพระองค์ ยิ่งไปกว่านั้นเราจะรอดพ้นจากพระพิโรธของพระเจ้าโดยพระองค์อย่างแน่นอน! "

"และบรรดาผู้ที่ทรงกำหนดไว้ก่อนนั้น พระองค์ก็ทรงเรียกด้วย บรรดาผู้ที่พระองค์ทรงเรียก พระองค์ก็ทรงนับว่าเป็นผู้ชอบธรรมด้วย บรรดาผู้ที่ทรงนับว่าเป็นผู้ชอบธรรม พระองค์ก็ทรงให้รับพระเกียรติสิริด้วย"
(โรม บทที่3: ข้อ24; บทที่5: ข้อ1, ข้อ9; บทที่8: ข้อ30)

"และพวกท่านบางคนเคยเป็นเช่นนั้น แต่ท่านได้รับการล้าง ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ และได้ถูกนับเป็นผู้ชอบธรรมในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้าและโดยพระวิญญาณของพระเจ้าของเรา"
(1โครินธ์ บทที่6: ข้อ11)

"เพื่อว่าเมื่อเราถูกนับเป็นผู้ชอบธรรมโดยพระคุณของพระองค์แล้ว เราก็จะกลายเป็นทายาท มีความหวังในชีวิตนิรันดร์ "
(ทิตัส บทที่3: ข้อ7)

XIII
δεκατρείς
dekatreís
13.

ผู้เชื่อสามารถใช้ฤทธิ์เดชของพระเจ้า

"ฤทธิ์อำนาจของพระองค์ได้ประทานทุกสิ่งที่จำเป็นแก่เราที่จะดำเนินชีวิตในทางพระเจ้า ผ่านทางการรู้จักพระองค์ผู้ทรงเรียกเราด้วยพระเกียรติสิริ
และคุณความดีของพระองค์เอง "
(2เปโตร บทที่1: ข้อ3)

XIV
δεκατέσσερα
dekatéssera
14.

ผู้เชื่อได้รับสัญชาติใหม่เป็นชาวสวรรค์

"อย่างไรก็ตาม อย่าชื่นชมยินดีที่วิญญาณต่างๆ ยอมสยบให้พวกท่าน แต่จงชื่นชมยินดีที่ชื่อของพวกท่านถูกจดไว้ในสวรรค์"
(ลูกา บทที่10: ข้อ20)

"เพราะพระองค์เองทรงเป็นสันติสุขของเรา ผู้ทรงทำให้สองพวกกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน และทรงทำลายสิ่งกีดขวาง คือกำแพงแห่งความเกลียดชังที่กีดกั้นลง โดยทรงล้มเลิกบทบัญญัติทั้งหมดของชาวยิวซึ่งประกอบด้วยข้อบังคับและกฎระเบียบต่างๆ ด้วยพระกายของพระองค์ จุดประสงค์ของพระองค์ก็เพื่อยุบสองฝ่ายและสร้างขึ้นใหม่เป็นหนึ่งเดียวในพระองค์ เช่นนี้แหละจึงทรงทำให้มีสันติสุข และในกายเดียวนี้ทั้งสองพวกจึงกลับคืนดีกับพระเจ้าโดยไม้กางเขน ซึ่งพระองค์ทรงใช้ทำลายความเป็นศัตรูกันให้หมดสิ้นไป พระองค์เสด็จมาประกาศสันติสุขแก่ท่านทั้งหลายที่อยู่ไกลและสันติสุขแก่ผู้ที่อยู่ใกล้ เพราะโดยพระองค์เราทั้งสองพวกสามารถเข้าถึงพระบิดาโดยพระวิญญาณองค์เดียวกัน ดังนั้นท่านจึงไม่ใช่คนต่างด้าวแปลกถิ่นอีกต่อไป แต่เป็นพลเมืองเดียวกับประชากรของพระเจ้าและเป็นสมาชิกในครอบครัวของพระเจ้า"
(เอเฟซัส บทที่2: ข้อ14-19)

"แต่เราเป็นพลเมืองสวรรค์และเราเฝ้ารอคอยพระผู้ช่วยให้รอดจากสวรรค์คือองค์พระเยซูคริสต์เจ้า"
(ฟีลิปปี บทที่3: ข้อ20)

XV
δεκαπέντε
dekapénte
15.

ผู้เชื่อได้พ้นจากอาณาจักแห่งซาตาน{"κόσµος" / Cosmos โคสมอส (โคสมอส ซึ่งกลายเป็นคำว่า Cosmic ในภาษาอังกฤษ)คำว่า โคสมอส นี้ได้อธิบายถึงองค์กรที่มีระบบระเบียบ มีส่วนประกอบที่สอดคล้องกัน มีวัตถุประสงค์และนโยบาย และมีโครงสร้างสิทธิอำนาจ เป็นระบบที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อที่จะทำลายความคิดของมนุษยชาติ'โคสมอส' นี้ คือ องค์กรหรือระบบที่กว้างขวาง ซึ่งซาตานได้ก่อขึ้น และได้สะท้อนถึงความใฝ่ฝัน จุดประสงค์ และวิธีการของซาตาน 'โคสมอส' คือระบบโลกที่อยู่ต่างจากพระเจ้า เป็นอารยธรรมซึ่งหันหน้าไปจากพระองค์ และไม่ยอมนับถือว่าพระองค์ทรงเป็นพระผู้สร้างโลกและมนุษย์ชาติ ระบบนี้ก่อให้เกิดรัฐบาล สงคราม การศึกษา วัฒนธรรม และศาสนา ซึ่งได้ละทิ้งพระเจ้า แล้วใช้ศีรธรรม และ ความภูมิใจเป็นมาตรฐาน'โคสมอส'คือโลกซึ่งมนุษย์ได้ดำเนินชีวิตอยู่ เป็นทุกสิ่งที่เขาได้ยิน ได้เห็น และได้ใช้ในการดำลงชีวิตวันต่อวัน เกือบทุกคนบนโลกนี้ เชื่อว่าระบบเดียวที่เขารู้จักตราบเท่าที่เขาอยู่บนโลกนี้ ถ้าจะเรียกให้ถูกต้อง ก็คือ ระบบโลกของซาตาน(The Satanic System)ซึ่งสมควรใช้ในการอิธิบายคำว่า 'โคสมอส' เพราะระบบโลกนี้เป็นระบบของพญามาร(Cosmos Diadolicus)[Lewsis Sperry Chafer,Systemaitc Theology(Dallas Seminary Press, 1947),2:77-78]}

"เพราะพระองค์ได้ทรงช่วยเราให้พ้นจากอาณาจักรของความมืด และทรงนำเราเข้ามาสู่อาณาจักรของพระบุตรที่รักของพระองค์ "

"และทรงปลดเทพผู้ทรงเดชานุภาพและเทพผู้ทรงอำนาจต่างๆ ลง พระองค์ได้ทรงประจานและพิชิตพวกนี้โดยกางเขนนั้น"
(โคโลสี บทที่1: ข้อ13ก; บทที่2: ข้อ15)

XVI
δεκαέξι
dekaéxi
16.

ผู้เชื่อถูกย้ายเข้ามาตั้งไว้ในอาณาจักรแห่งพระเจ้า

"เพราะพระองค์ได้ทรงช่วยเราให้พ้นจากอาณาจักรของความมืด และทรงนำเราเข้ามาสู่อาณาจักรของพระบุตรที่รักของพระองค์ "
(โคโลสี บทที่1: ข้อ13ข)

XVII
δεκαεπτά
dekaeptá
17.

ผู้เชื่อถูกตั้งอยู่บนรากที่มั่นคง

"เพราะใครจะมาวางฐานรากอื่นอีกไม่ได้
นอกจากที่ได้วางไว้แล้วคือพระเยซูคริสต์ "

"และได้ดื่มน้ำทิพย์เหมือนกัน พวกเขาได้ดื่มน้ำจากศิลาทิพย์
ซึ่งร่วมทางมากับพวกเขา และศิลานั้นคือพระคริสต์ "
(1โครินธ์ บทที่3: ข้อ11; บทที่10: ข้อ4;)

"ท่านได้รับการสร้างขึ้นบนฐานรากของเหล่าอัครทูตและผู้เผยพระวจนะโดยมีพระเยซูคริสต์เองเป็นศิลามุมเอก"
(เอเฟซัส บทที่2: ข้อ20)

XVIII
δεκαοχτώ
dekaochtó
18.

ผู้เชื่อทุกคนเป็นของขวัญจากพระบิดาถึงพระคริสค์

"พระบิดาของเราผู้ประทานแกะนั้นแก่เราทรงยิ่งใหญ่เหนือกว่าสิ่งทั้งปวง[สิ่งที่พระบิดาของเราได้ประทานแก่เรานั้นยิ่งใหญ่กว่าสิ่งทั้งปวง]ไม่มีผู้ใดแย่งชิงแกะนั้นจากพระหัตถ์พระบิดาของเราได้ "

"เพราะพระองค์ทรงให้พระบุตรมีสิทธิอำนาจเหนือคนทั้งปวง เพื่อพระบุตรจะได้ให้ชีวิตนิรันดร์แก่คนทั้งปวงที่พระองค์ได้ประทานแก่พระบุตร"

"ข้าพระองค์ได้สำแดงพระองค์[พระนามของพระองค์]แก่บรรดาคนที่พระองค์ประทานแก่ข้าพระองค์จากโลกนี้ พวกเขาเป็นของพระองค์ พระองค์ได้ประทานพวกเขาแก่ข้าพระองค์และพวกเขาได้เชื่อฟังพระดำรัสของพระองค์ "

"ข้าพระองค์อธิษฐานเพื่อพวกเขา ข้าพระองค์ไม่ได้กำลังอธิษฐานเพื่อโลกแต่เพื่อคนเหล่านั้นที่พระองค์ได้ประทานแก่ข้าพระองค์เพราะพวกเขาเป็นของพระองค์"

"ข้าพระองค์จะไม่อยู่ในโลกอีกต่อไปแต่พวกเขายังอยู่ในโลกและข้าพระองค์กำลังจะไปหาพระองค์ ข้าแต่พระบิดาผู้บริสุทธิ์ ขอทรงปกป้องคุ้มครองพวกเขาไว้โดยฤทธานุภาพแห่งพระนามของพระองค์ พระนามซึ่งพระองค์ประทานแก่ข้าพระองค์ เพื่อพวกเขาจะเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนที่พระองค์กับข้าพระองค์เป็นหนึ่งเดียวกันขณะข้าพระองค์อยู่กับพวกเขาข้าพระองค์ได้ปกป้องและรักษาพวกเขาไว้ให้ปลอดภัยโดยนามซึ่งพระองค์ได้ประทานแก่ข้าพระองค์ ไม่มีสักคนที่สูญเสียไป ยกเว้นผู้เดียวนั้นที่จะต้องพินาศเพื่อจะเป็นจริงตามพระคัมภีร์"

"พระบิดาเจ้าข้า ข้าพระองค์ปรารถนาให้บรรดาผู้ที่พระองค์ได้ประทานแก่ข้าพระองค์นั้นอยู่กับข้าพระองค์ในที่ซึ่งข้าพระองค์อยู่ และให้พวกเขาเห็นเกียรติสิริของข้าพระองค์ คือเกียรติสิริซึ่งพระองค์ได้ประทานแก่ข้าพระองค์ เพราะพระองค์ทรงรักข้าพระองค์ตั้งแต่ก่อนที่พระองค์ทรงสร้างโลก"
(ยอห์น บทที่10: ข้อ29; บทที่17: ข้อ2, ข้อ6, ข้อ9 ข้อ11-12, ข้อ24)

XIX
δεκαεννέα
dekaennéa
19.

โดยตำแหน่งในพระคริสต์ ผู้เชื่อได้พ้นจากอำนาจแห่งธรรมชาติบาปแล้ว

"เพราะว่าโดยทางพระเยซูคริสต์ กฎของพระวิญญาณแห่งชีวิตได้ปลดปล่อยท่าน[ข้าพเจ้า]ให้เป็นอิสระจากกฎแห่งบาปและความตาย "
(โรม บทที่8: ข้อ2)

"เพราะว่าพวกเราคือผู้เข้าสุหนัตแท้ เรารับใช้[นมัสการ]พระเจ้าด้วยพระวิญญาณของพระองค์ เราอวดอ้างพระเยซูคริสต์ และเราไม่มั่นใจในเนื้อหนังร่างกาย "
(ฟีลิปปี บทที่3: ข้อ3)

"ในพระองค์ท่านยังได้เข้าสุหนัตคือการสลัดวิสัยบาป[เนื้อหนัง]ทิ้ง เป็นสุหนัตที่ไม่ได้ทำด้วยมือมนุษย์แต่ทำโดยพระคริสต์ "
(โคโลสี บทที่2: ข้อ11)

XX
είκοσι
eíkosi
20.

พระเจ้าทรงแต่งตั้งผู้เชื่อทุกคนให้เป็นปุโรหิตต่อหน้าพระพักตร์ของพระองค์ โดยเราเป็น

ก. ปุโรหติบริสุุทธิ์

"ท่านทั้งหลายก็เช่นกัน ท่านเป็นเหมือนศิลาอันมีชีวิตซึ่งกำลังได้รับการก่อขึ้นเป็นวิหารฝ่ายวิญญาณ เพื่อเป็นปุโรหิตบริสุทธิ์ผู้ทำหน้าที่ถวายเครื่องบูชาฝ่ายวิญญาณที่พระเจ้าทรงยอมรับผ่านทางพระเยซูคริสต์ "
(1เปโตร บทที่2: ข้อ5, ข้อ9)

ข. ปุโรหิตแห่งราชวงศ์ของพระเจ้า

"แต่พวกท่านเป็นประชากรที่พระเจ้าได้ทรงเลือกสรร เป็นปุโรหิตหลวง เป็นชนชาติบริสุทธิ์ เป็นพลเมืองของพระเจ้า เพื่อท่านจะได้ประกาศพระราชกิจอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ผู้ทรงเรียกท่านออกจากความมืดเข้าสู่ความสว่างอันล้ำเลิศของพระองค์ "
(1เปโตร บทที่2: ข้อ9)

"และได้ทรงตั้งเราให้เป็นอาณาจักรและเป็นปุโรหิตเพื่อรับใช้พระเจ้าและพระบิดาของพระองค์ ขอพระเกียรติสิริและฤทธิ์อำนาจมีแด่พระองค์สืบๆ ไปเป็นนิตย์! อาเมน"
(วิวรณ์ บทที่1: ข้อ6)

XXI
είκοσι ένα
eíkosi mía
21.
ผู้เชื่อได้รับความมั่นคงนิรันดร์(Eternal security)

"เราให้ชีวิตนิรันดร์แก่แกะนั้น แกะนั้นจะไม่พินาศเลย ไม่มีผู้ใดชิงแกะนั้นไปจากมือของเราได้ พระบิดาของเราผู้ประทานแกะนั้นแก่เราทรงยิ่งใหญ่เหนือกว่าสิ่งทั้งปวง[สิ่งที่พระบิดาของเราได้ประทานแก่เรานั้นยิ่งใหญ่กว่าสิ่งทั้งปวง] ไม่มีผู้ใดแย่งชิงแกะนั้นจากพระหัตถ์พระบิดาของเราได้ "
(ยอห์น บทที่10: ข้อ28-29)

"พระองค์ผู้ไม่ได้ทรงหวงพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ แต่ได้ประทานพระบุตรนั้นแก่เราทุกคน พระองค์จะไม่ยิ่งทรงเมตตาประทานสิ่งสารพัดแก่เราพร้อมกับพระบุตรหรือ?"

"เพราะข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าความตายหรือชีวิต ไม่ว่าทูตสวรรค์หรือวิญญาณชั่ว[เทพผู้ครอง] ไม่ว่าปัจจุบันหรืออนาคต หรือฤทธิ์อำนาจใดๆ ไม่ว่าเบื้องสูงหรือเบื้องลึก หรือสิ่งอื่นใดในสรรพสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างล้วนไม่สามารถพรากเราไปจากความรักของพระเจ้า ซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้"
(โรม บทที่8: ข้อ32, ข้อ38-39)

"ท่านทั้งหลายล้วนเป็นบุตรของพระเจ้าโดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์"
(กาลาเทีย บทที่3: ข้อ26)

"ถ้าเราไม่สัตย์ซื่อ พระองค์ก็ยังคงสัตย์ซื่อ เพราะพระองค์ปฏิเสธพระองค์เองไม่ได้"
(2 ทิโมธี บทที่2: ข้อ13)

XXII
είκοσι δύο
eíkosi dýo
22.

ผู้เชื่อรับสิทธิ์เข้าเฝ้าพระบิดา

"โดยทางพระองค์เราจึงได้เข้าในร่มพระคุณที่เรายืนอยู่นี้ด้วยความเชื่อ และเรา[ให้เรา]จึงชื่นชมยินดีในความหวังที่จะได้มีส่วนในพระเกียรติสิริของพระเจ้า"
(โรม บทที่5: ข้อ2)

"เพราะโดยพระองค์เราทั้งสองพวกสามารถเข้าถึงพระบิดาโดยพระวิญญาณองค์เดียวกัน"
(เอเฟซัส บทที่2: ข้อ18)

"ฉะนั้นขอให้เราเข้ามาใกล้พระบัลลังก์แห่งพระคุณด้วยความมั่นใจ เพื่อเราจะได้รับพระเมตตาและจะพบพระคุณที่จะช่วยเหลือเราเมื่อถึงคราวจำเป็น"

"เหตุฉะนั้นพี่น้องทั้งหลาย ในเมื่อเรามั่นใจที่จะเข้าสู่อภิสุทธิสถานโดยพระโลหิตของพระเยซู โดยหนทางใหม่อันมีชีวิตซึ่งเปิดให้เราผ่านม่านคือพระกายของพระองค์ "
(ฮีบรู บทที่4: ข้อ16; บทที่10: ข้อ19-20)

XXIII
είκοσι τρία
eíkosi tría
23.

ผู้เชื่อทุกคนได้รับการดูแล"ยิ่งมากกว่าอีก"โดยพระคุณพระเจ้า

"ในเมื่อบัดนี้เราได้ถูกนับเป็นผู้ชอบธรรมแล้วโดยพระโลหิตของพระองค์ ยิ่งไปกว่านั้นเราจะรอดพ้นจากพระพิโรธของพระเจ้าโดยพระองค์อย่างแน่นอน! เพราะถ้าเรายังได้คืนดีกับพระเจ้าโดยการสิ้นพระชนม์ของพระบุตรของพระองค์ในขณะที่เราเป็นศัตรูกับพระองค์ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเราได้คืนดีกับพระองค์แล้ว เราก็จะได้รับความรอดโดยพระชนม์ชีพของพระองค์อย่างแน่นอน! "
(โรม บทที่5: ข้อ9-10)

เราได้

ก. รับความรักจากพระองค์

"แต่เนื่องด้วยความรักใหญ่หลวงที่ทรงมีต่อเรา
พระเจ้าผู้เปี่ยมด้วยพระเมตตาอันอุดม"

"และจงดำเนินชีวิตในความรักเหมือนที่พระคริสต์ทรงรักเราทั้งหลาย และประทานพระองค์เองเพื่อเราเป็นเหมือนของถวายอันมีกลิ่นหอมและเครื่องบูชาแด่พระเจ้า"
(เอเฟซัส บทที่2: ข้อ4; บทที่5: ข้อ2)

ข. รับพระคุณจากพระองค์

1.ในความรอด

"เพราะว่าท่านทั้งหลายได้รับความรอดโดยพระคุณผ่านทางความเชื่อ ความรอดนี้ไม่ได้มาจากตัวท่านเอง แต่เป็นของประทานจากพระเจ้า ไม่ใช่ความรอดโดยการประพฤติ เพื่อจะไม่มีใครอวดได้ "
(เอเฟซัส บทที่2: ข้อ8-9)

2.ในการคุ้มครอง

"โดยทางพระองค์เราจึงได้เข้าในร่มพระคุณที่เรายืนอยู่นี้ด้วยความเชื่อ และเรา[ให้เรา]จึงชื่นชมยินดีในความหวังที่จะได้มีส่วนในพระเกียรติสิริของพระเจ้า "
(โรม บทที่5: ข้อ2)

"โดยความเชื่อพระเจ้าได้ทรงปกป้องพวกท่านไว้ด้วยฤทธานุภาพของพระองค์จนถึงความรอดซึ่งพร้อมแล้วที่จะทรงสำแดงในยุคสุดท้าย"
(1เปโตร บทที่1: ข้อ5)

3.ในการรับใช้พระเจ้า

"ข้าพระองค์ได้ส่งพวกเขาเข้าไปในโลกเหมือนที่พระองค์ทรงส่งข้าพระองค์เข้ามาในโลก "
(ยอห์น บทที่17: ข้อ18)

"แต่พระคุณนั้นประทานแก่เราแต่ละคนตามที่พระคริสต์ทรงแบ่งสรร"
(เอเฟซัส บทที่4: ข้อ7)

4.ในการสั่งสอน

"สิ่งนี้สอนให้เราปฏิเสธความอธรรมและโลกียตัณหา และสอนเราให้ดำเนินชีวิตในยุคนี้อย่างคนที่รู้จักควบคุมตนเอง เป็นคนยุติธรรมและอยู่ในทางพระเจ้า "
(ทิตัส บทที่2: ข้อ12)

ค. รับฤทธิ์เดชจากพระองค์

"และรู้ถึงฤทธานุภาพอันยิ่งใหญ่สุดหาใดเทียบสำหรับเราทั้งหลายที่เชื่อ ฤทธานุภาพนี้เป็นเหมือนพระราชกิจแห่งพลังอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ "
(เอเฟซัส บทที่1: ข้อ19)

"จนทหารทั้งปวงที่รักษาวัง[จนทั้งวัง] และคนอื่นๆ ทุกคนประจักษ์ทั่วกันว่าข้าพเจ้าถูกจองจำเพื่อพระคริสต์ "
(ฟีลิปปี บทที่1: ข้อ13)

ฆ. รับความสัตย์ซื่อโดยพระองค์

"ข้าพเจ้ามั่นใจว่าพระองค์ผู้ทรงตั้งต้นการดีในพวกท่านนั้นจะทรงสานต่อให้เสร็จสมบูรณ์จนถึงวันแห่งพระเยซูคริสต์"
(ฟีลิปปี บทที่1: ข้อ6)

"จงรักษาชีวิตของท่านให้เป็นอิสระจากการรักเงินทองและจงพอใจในสิ่งที่ตนมี เพราะพระเจ้าได้ตรัสว่า 'เราจะไม่มีวันทอดทิ้งท่านเราจะไม่มีวันละทิ้งท่าน'[จงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด อย่ากลัวหรือครั่นคร้ามพวกเขาเลย เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านเสด็จไปกับท่าน พระองค์จะไม่ทรงทอดทิ้งหรือละทิ้งท่านเลย-เฉลยธรรมบัญญัติ 31:6]"
(ฮีบรู บทที่13: ข้อ5ข)

ง. รับสันติสุขจากพระองค์

"รามอบสันติสุขแก่พวกท่าน สันติสุขที่เราให้ไม่เหมือนที่โลกให้ อย่าให้ใจของท่านทุกข์ร้อนและอย่ากลัวเลย"
(ยอห์น บทที่14: ข้อ27)

จ.รับความชูใจนิรันดร์

"ขอองค์พระเยซูคริสต์เจ้าเองและพระเจ้าพระบิดาของเราผู้ทรงรักเราและได้ประทานกำลังใจนิรันดร์และความหวังใจอันดีแก่เราโดยพระคุณนั้น"
(2 เธสะโลนิกา บทที่2: ข้อ16)

ฉ. มีพระคริสต์ทรงอธิษฐานขอเพื่อเราทั้งหลายด้วย

"ในทำนองเดียวกันพระวิญญาณทรงช่วยเราในยามเราอ่อนแอ เราไม่รู้ว่าเราควรอธิษฐานขอสิ่งใด แต่พระวิญญาณเองทรงอธิษฐานวิงวอนแทนเราด้วยการคร่ำครวญที่ไม่อาจหาถ้อยคำใดมาบรรยาย"

"ใครจะกล่าวโทษได้อีก? พระเยซูคริสต์ผู้ทรงสิ้นพระชนม์และยิ่งกว่านั้นพระเจ้าทรงให้พระองค์เป็นขึ้นจากตายแล้ว บัดนี้พระองค์ประทับอยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้าและทรงกำลังอธิษฐานวิงวอนแทนเราด้วย"
(โรม บทที่8: ข้อ26, ข้อ34)

XXIV
είκοσι τέσσερα
eíkosi téssera
24.

ผู้เชื่อเป็นผู้รับมรดกโดยเป็นรัชทายาทของพระเจ้า และ ได้รับมรดกร่วมกับพระคริสต์[เฉพาะผู้เชื่อที่รับสิทธิ์]

"บัดนี้ถ้าเราเป็นบุตรของพระองค์แล้ว เราก็เป็นทายาทคือเป็นทายาทของพระเจ้า และเป็นทายาทร่วมกับพระคริสต์ ถ้าเราร่วมทนทุกข์อย่างแท้จริงกับพระองค์ เราก็จะร่วมในพระเกียรติสิริของพระองค์ด้วย"
(โรม บทที่8: ข้อ17)

"ผู้เป็นมัดจำค้ำประกันว่าเราจะได้รับกรรมสิทธิ์ของเราจนกว่าคนของพระเจ้าจะได้รับการไถ่ อันเป็นการสรรเสริญพระเกียรติสิริของพระองค์"
(เอเฟซัส บทที่1: ข้อ14, ข้อ18)

"เพราะท่านรู้ว่าท่านจะได้รับมรดกจากองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นรางวัล องค์พระคริสต์เจ้านี่แหละคือผู้ที่ท่านกำลังรับใช้อยู่"
(โคโลสี บทที่3: ข้อ24)

"ด้วยเหตุนี้พระคริสต์จึงทรงเป็นคนกลางของพันธสัญญาใหม่ เพื่อบรรดาผู้ที่ทรงเรียกนั้นจะได้รับมรดกนิรันดร์ซึ่งทรงสัญญาไว้ เพราะพระคริสต์ได้ทรงวายพระชนม์เป็นค่าไถ่เพื่อปลดปล่อยเขาให้เป็นอิสระจากบาปซึ่งได้ทำภายใต้พันธสัญญาแรก"
(ฮีบรู บทที่9: ข้อ15)

"และเข้าในมรดกอันไม่มีวันเสื่อมสลาย เน่าเสียหรือเลือนหายไปซึ่งทรงเตรียมไว้ในสวรรค์เพื่อพวกท่าน "
(1เปโตร บทที่1: ข้อ4)

XXV
είκοσι πέντε
eíkosi pénte
25.

ผู้เชื่อทุกคนได้รับตำแหน่งใหม่ในพระคริสต์

"และพระองค์ทรงให้เราเป็นขึ้นมากับพระคริสต์ และในพระเยซูคริสต์ พระเจ้าทรงให้เรานั่งในสวรรคสถานกับพระคริสต์"
(เอเฟซัส บทที่2: ข้อ6)

เราเป็น

ก. คู่ชีวิตกันกับพระคริสต์

"เมื่อพระคริสต์ผู้ทรงเป็นชีวิตของท่าน[ของเรา]ปรากฏ เมื่อนั้นท่านก็จะปรากฏพร้อมกับพระองค์ในพระเกียรติสิริด้วย"
(โคโลสี บทที่3: ข้อ4)

ข. คู่รวมรับใช้พระเจ้ากับพระคริสต์

"พระเจ้าผู้ทรงเรียกท่านให้เข้าร่วมในสามัคคีธรรมกับพระบุตรของพระองค์ คือพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรานั้นทรงสัตย์ซื่อ"
(1โครินธ์ บทที่1: ข้อ9)

1. ผู้รวมงานกับพระเจ้า

"ด้วยว่าเราเป็นผู้ร่วมงานกับพระเจ้า ท่านทั้งหลายเป็นไร่นาของพระเจ้า เป็นตึกของพระเจ้า"
(1โครินธ์ บทที่3: ข้อ9)

"ในฐานะผู้ร่วมงานของพระเจ้า เราวิงวอนท่านว่าอย่าสักแต่รับพระคุณของพระเจ้า"
(2โครินธ์ บทที่6: ข้อ1)

2.ผู้ปฎิบัติพันธสัญญาใหม่

"พระองค์ทรงให้เรามีความสามารถที่จะเป็นพันธกรแห่งพันธสัญญาใหม่ ไม่ใช่พันธสัญญาแห่งบทบัญญัติที่จารึกไว้ แต่เป็นพันธสัญญาแห่งพระวิญญาณ เพราะบทบัญญัติประหารชีวิตแต่พระวิญญาณประทานชีวิต"
(2โครินธ์ บทที่3: ข้อ6)

3.เอกอัครราชทูต

"ฉะนั้นเราจึงเป็นทูตของพระคริสต์เสมือนหนึ่งพระเจ้าทรงร้องเรียกท่านทั้งหลายผ่านทางเรา เราจึงขอร้องท่านในนามของพระคริสต์ว่า จงคืนดีกับพระเจ้า"
(2โครินธิ์ บทที่5: ข้อ20)

4.หนังสือของพระคริสต์ ซึ่งมีชีวิตอยู่

"ท่านแสดงให้เห็นว่าท่านเป็นจดหมายจากพระคริสต์ เป็นผลจากพันธกิจของเรา ไม่ใช่เขียนด้วยหมึกแต่เขียนขึ้นด้วยพระวิญญาณของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ ไม่ได้จารึกบนแผ่นศิลาแต่จารึกบนดวงใจมนุษย์"
(2โครินธ์ บทที่3: ข้อ3)

5.ผู้รับใช้พระเจ้า

"แทนที่จะเป็นเช่นนั้น ในฐานะผู้รับใช้ของพระเจ้าเราพิสูจน์ตัวเองในทุกทาง ไม่ว่าในการอดทนอดกลั้น ในความทุกข์ร้อน ความยากเข็ญและความลำเค็ญ"
(2โครินธ์ บทที่6: ข้อ4)

XXVI
εικοσι εξι
eikosi éxi
26.

ผู้เชื่อรับชีวิตนิรันดร์

"เพื่อทุกคนที่เชื่อในพระองค์จะมีชีวิตนิรันดร์[ผู้ที่เชื่อจะมีชีวิตนิรันดร์ในพระองค์]"
"เราให้ชีวิตนิรันดร์แก่แกะนั้น แกะนั้นจะไม่พินาศเลย ไม่มีผู้ใดชิงแกะนั้นไปจากมือของเราได้ "

"แต่ที่บันทึกเรื่องเหล่านี้ไว้ก็เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เชื่อว่า[จะได้เชื่อสืบต่อไปว่า]พระเยซูทรงเป็นพระคริสต์ พระบุตรของพระเจ้า และโดยความเชื่อท่านจะได้มีชีวิตในพระนามของพระองค์"
(ยอห์น บทที่3: ข้อ15; บทที่10: ข้อ28; บทที่20: ข้อ31)

"คำพยานนี้ก็คือพระเจ้าประทานชีวิตนิรันดร์แก่เรา และชีวิตนี้อยู่ในพระบุตรของพระองค์ ผู้ที่มีพระบุตรก็มีชีวิต ผู้ที่ไม่มีพระบุตรของพระองค์ก็ไม่มีชีวิต"
(1ยอห์น 5:11-12)

XXVII
είκοσιεφτά
ékoseeftá
27.

ผู้เชื่อเป็น "สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ทางฝ่ายวิญญาณ" (A new spiritual species)

"เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ การทรงสร้างใหม่ได้เกิดขึ้นแล้ว สิ่งเก่าได้ล่วงไป สิ่งใหม่ได้เข้ามา![โลกเก่าได้ล่วงไป โลกใหม่ได้เข้ามา!]"
(2โครินธ์ บทที่5: ข้อ17)

XXVIII
είκοσι οχτώ
eíkosi ochtó
28.

ผู้เชื่อเป็นความสว่างในพระองค์พระผู้เป็นเจ้า(เป็นผู้มีบทบาทในสงครามระหว่างพระเจ้ากับฝ่ายซาตาน{the angelic (Anit-Semitism[1991]หน้า 11-13, หน้า 94-99, หน้า 101-102, หน้า 110-113)})

XXIX
είκοσι εννέα
eíkosi ennéa
29.

ผู้เชื่อได้เป็นหนึ่งเดียวกับพระบิดา พระบุตร และ พระวิญญาณบริสุทธฺิ์ ผู้เชื่อได้

ก. อยู่ในพระเจ้า(1เธสะโลนิกา บทที่1: ข้อ1; เปรียบกับคำว่า"พระเจ้าในคุณ"ของ เอเฟซัส บทที่4: ข้อ6)

"จดหมายฉบับนี้จากข้าพเจ้าเปาโล สิลาส ["Σίλβανους " / Silvanus สิลวานัส] และทิโมธี ถึงคริสตจักรของชาวเธสะโลนิกาในพระเจ้าพระบิดาและองค์พระเยซูคริสต์เจ้าขอพระคุณและสันติสุขมีแก่ท่านทั้งหลาย[แก่ท่านทั้งหลายจากพระเจ้าพระบิดาของเราและองค์พระเยซูคริสต์เจ้า]"
(1เธสะโลนิกา บทที่1: ข้อ1)

"มีพระเจ้าองค์เดียวผู้ทรงเป็นพระบิดาของทั้งปวง ผู้ทรงอยู่เหนือทั้งมวล ทั่วทั้งสิ้น และในทั้งหมด"
(เอเฟซัส บทที่4: ข้อ6)

ข. อยู่ในพระคริสต์(ยอห์น บทที่14: ข้อ20; เปรียบกับ"พระคริสต์ในตัวคุณ" ของ โคโลสี บทที่1: ข้อ27)

"ในวันนั้นพวกท่านจะตระหนักว่าเราอยู่ในพระบิดาของเราและพวกท่านอยู่ในเราและเราอยู่ในพวกท่าน"
(ยอห์น บทที่14: ข้อ20)

"สำหรับพวกเขา พระเจ้าได้ทรงประสงค์ที่จะสำแดงความมั่งคั่งอันทรงเกียรติสิริของข้อล้ำลึกนี้ในหมู่คนต่างชาติ
คือพระคริสต์สถิตในท่านทั้งหลายซึ่งเป็นความหวังแห่งเกียรติสิริ"
(โคโลสี บทที่1: ข้อ27)

1.ได้เข้าเป็นกายอันเดียวกันกับพระองค์

"เพราะเราทั้งหมดก็รับบัพติศมาโดย["ด้วย" หรือ "ใน"]พระวิญญาณองค์เดียวเข้าเป็นกายเดียวกัน ไม่ว่าเราจะเป็นยิวหรือกรีก เป็นทาสหรือเป็นไท และเราทั้งหมดก็ได้รับพระวิญญาณองค์เดียวกัน"
(1โครินธ์ บทที่12: ข้อ13)

2.เป็นกิ่งของเถาองุ่น

" "เราเป็นเถาองุ่น{เราเป็นลำต้น} ท่านทั้งหลายเป็นแขนง{ท่านทั้งหลายเป็นกิ่งก้าน} ถ้าผู้ใดคงอยู่ในเราและเราคงอยู่ในเขาผู้นั้นจะเกิดผลมาก เพราะถ้าแยกจากเราแล้วพวกท่านไม่อาจทำสิ่งใดได้เลย "
(ยอห์น บทที่15: ข้อ5)

3.เป็นศิลาของอาคารพระนิเวศ

"ในพระองค์ ทุกส่วนของอาคารทั่วทั้งหมดต่อกันสนิท และประกอบกันขึ้นเป็นวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ในองค์พระผู้เป็นเจ้า และในพระองค์ ท่านก็เช่นกันกำลังรับการทรงสร้างขึ้นด้วยกันให้เป็นที่ประทับซึ่งพระเจ้าสถิตอยู่โดยพระวิญญาณของพระองค์"
(เอเฟซัส บทที่2: ข้อ21-22)

"ท่านทั้งหลายก็เช่นกัน ท่านเป็นเหมือนศิลาอันมีชีวิตซึ่งกำลังได้รับการก่อขึ้นเป็นวิหารฝ่ายวิญญาณ เพื่อเป็นปุโรหิตบริสุทธิ์ผู้ทำหน้าที่ถวายเครื่องบูชาฝ่ายวิญญาณที่พระเจ้าทรงยอมรับผ่านทางพระเยซูคริสต์ "
(1เปโตร บทที่2: ข้อ5)

4.เป็นแกะในฝูงแกะของพระองค์

"แกะของเราฟังเสียงของเรา เรารู้จักแกะนั้นและแกะนั้นตามเรา เราให้ชีวิตนิรันดร์แก่แกะนั้น แกะนั้นจะไม่พินาศเลย ไม่มีผู้ใดชิงแกะนั้นไปจากมือของเราได้ พระบิดาของเราผู้ประทานแกะนั้นแก่เราทรงยิ่งใหญ่เหนือกว่าสิ่งทั้งปวง[สิ่งที่พระบิดาของเราได้ประทานแก่เรานั้นยิ่งใหญ่กว่าสิ่งทั้งปวง]
ไม่มีผู้ใดแย่งชิงแกะนั้นจากพระหัตถ์พระบิดาของเราได้"
(ยอห์น บทที่10: ข้อ27-29)

5.เป็นส่วนหนึ่งของเจ้าสาวของพระคริสต์

"ผู้ที่เป็นสามีจงรักภรรยาของตนเช่นเดียวกับที่พระคริสต์ทรงรักคริสตจักร และประทานพระองค์เองแก่คริสตจักร เพื่อทรงทำให้คริสตจักรบริสุทธิ์โดยการชำระ[ได้ชำระ]ด้วยน้ำผ่านทางพระวจนะ และเพื่อพระองค์จะได้มีคริสตจักรอันงามผ่องแผ้วปราศจากมลทินหรือริ้วรอยหรือตำหนิใดๆ แต่บริสุทธิ์และไม่มีที่ติ "
(เอเฟซัส บทที่5: ข้อ25-27)

"จากนั้นข้าพเจ้าได้ยินเสียงคล้ายเสียงผู้คนมากมายเหมือนเสียงน้ำเชี่ยวกรากและเหมือนเสียงฟ้าร้องกึกก้องตะโกนว่า "ฮาเลลูยา! เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ ของเราทรงครอบครองอยู่ ให้เราทั้งหลายชื่นชมยินดีและเปรมปรีดิ์ และถวายพระเกียรติสิริแด่พระองค์! เพราะถึงกำหนดอภิเษกสมรสของพระเมษโปดกแล้ว และเจ้าสาวของพระองค์เตรียมตัวพร้อมแล้ว ทรงให้เจ้าสาวสวมชุดผ้าลินินเนื้อดี ที่สะอาดสดใสแล้ว" (ผ้าลินินเนื้อดีหมายถึงการประพฤติอันชอบธรรมของประชากรของพระเจ้า)"

"หนึ่งในทูตสวรรค์เจ็ดองค์ที่ถือขันแห่งภัยพิบัติเจ็ดประการสุดท้ายนั้นมาบอกข้าพเจ้าว่า "มาเถิด เราจะให้ท่านดูเจ้าสาว คู่อภิเษกของพระเมษโปดก" "
(วิวรณ์ บทที่19: ข้อ6-8; บทที่21: ข้อ9)

6.เป็นปุโรหิตในอาณาจักรแห่งปุโรหิต

"แต่พวกท่านเป็นประชากรที่พระเจ้าได้ทรงเลือกสรร เป็นปุโรหิตหลวง เป็นชนชาติบริสุทธิ์ เป็นพลเมืองของพระเจ้า เพื่อท่านจะได้ประกาศพระราชกิจอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ผู้ทรงเรียกท่านออกจากความมืดเข้าสู่ความสว่างอันล้ำเลิศของพระองค์ "
(1เปโตร บทที่2: ข้อ9)

ค. ในพระวิญญาณบริสุทธิ์(โรม 8:9; พระวิญญาณในตัวคุณ)

"อย่างไรก็ตามถ้าพระวิญญาณของพระเจ้าสถิตในท่าน ท่านก็ไม่ได้ถูกควบคุมโดยวิสัยบาปแต่โดยพระวิญญาณ และถ้าผู้ใดไม่มีพระวิญญาณของพระคริสต์ ผู้นั้นก็ไม่ได้เป็นของพระคริสต์ "
(โรม บทที่8: ข้อ9)

XXX
τριάντα
triánta
30.

ผู้เชื่อทุกคนได้รับประโยชน์จากพันธกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์

โดยได้

ก. "บังเกิดโดยพระวิญญาณ"

"พระเยซูตรัสตอบว่า เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ไม่มีใครสามารถเข้าอาณาจักรของพระเจ้าได้ถ้าเขาไม่ได้เกิดจากน้ำและพระวิญญาณ มนุษย์[เนื้อหนัง]ให้กำเนิดมนุษย์ แต่พระวิญญาณ[แต่วิญญาณ] ให้กำเนิดวิญญาณ ท่านไม่ควรแปลกใจที่เราบอกว่าท่าน[พวกท่าน] ต้องเกิดใหม่ ลมพัดไปที่ไหนก็ได้ตามใจชอบ ท่านได้ยินเสียงลม แต่ท่านไม่อาจบอกว่าลมมาจากไหนหรือจะไปที่ไหน
ทุกคนที่เกิดจากพระวิญญาณก็เช่นกัน "
(ยอห์น บทที่3: ข้อ5-8)

ข. รับการบัพติศมาด้วยพระวิญญาณ

"ด้วยว่ายอห์นให้บัพติศมาด้วย[ใน]น้ำแต่อีกไม่กี่วันพวกท่านจะได้รับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์"
(กิจการ บทที่1: ข้อ5)

"เพราะเราทั้งหมดก็รับบัพติศมาโดย["ด้วย"หรือ"ใน"]พระวิญญาณองค์เดียวเข้าเป็นกายเดียวกัน ไม่ว่าเราจะเป็นยิวหรือกรีก เป็นทาสหรือเป็นไท และเราทั้งหมดก็ได้รับพระวิญญาณองค์เดียวกัน"
(1โครินธ์ บทที่12: ข้อ13)

ค. รับการทรงสถิตด้วย พระวิญญาณบริสุทธิ์

"ที่ตรัสดังนี้พระองค์ทรงหมายถึงพระวิญญาณ ซึ่งผู้ที่เชื่อในพระองค์จะได้รับในภายหลัง เวลานั้นยังไม่ได้ประทานพระวิญญาณให้ เนื่องจากพระเยซูยังไม่ได้รับพระเกียรติสิริ"
(ยอห์น บทที่7: ข้อ39)

"ส่วนคนที่ไม่ได้อาศัยการประพฤติ แต่วางใจพระเจ้าผู้ทรงทำให้คนชั่วเป็นผู้ชอบธรรม พระองค์ทรงถือว่าความเชื่อของเขาเป็นความชอบธรรม"

"อย่างไรก็ตามถ้าพระวิญญาณของพระเจ้าสถิตในท่าน ท่านก็ไม่ได้ถูกควบคุมโดยวิสัยบาปแต่โดยพระวิญญาณ และถ้าผู้ใดไม่มีพระวิญญาณของพระคริสต์ ผู้นั้นก็ไม่ได้เป็นของพระคริสต์ "
(โรม บทที่5: ข้อ5; บทที่8: ข้อ9)

"ท่านไม่รู้หรือว่าท่านเองเป็นวิหารของพระเจ้าและพระวิญญาณของพระเจ้าสถิตภายในท่าน?"

"ท่านไม่รู้หรือว่าร่างกายของท่านเป็นวิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้สถิตในท่านซึ่งท่านได้รับจากพระเจ้า? ท่านไม่ใช่เจ้าของตัวท่านเอง "
(1โครินธ์ บทที่3: ข้อ16; บทที่6: ข้อ19)

"ในเมื่อท่านเป็นบุตร พระเจ้าจึงทรงให้พระวิญญาณของพระบุตรของพระองค์เข้ามาในใจเรา พระวิญญาณผู้ทรงร้องเรียกว่า "อับบา[เป็นภาษา"แอราเมอิก"{Aramaic language [ אַרָמָיָא Arāmāyā ] }แปลว่า พ่อ]พ่อ" "
(กาลาเทีย บทที่4: ข้อ6)

"ผู้ใดเชื่อฟังพระบัญชา ผู้นั้นก็อยู่ในพระองค์และพระองค์ทรงอยู่ในผู้นั้น เช่นนี้เราจึงรู้ว่าพระองค์ทรงอยู่ในเรา คือเรารู้โดยพระวิญญาณที่พระองค์ได้ประทานแก่เรา"
(1ยอห์น บทที่3: ข้อ24)

ฆ. ถูกการประทับตราโดย พระวิญญาณบริสุทธิ์

"ทรงประทับตราแสดงความเป็นเจ้าของบนเรา และประทานพระวิญญาณของพระองค์ไว้ในใจเราเป็นมัดจำค้ำประกันในสิ่งที่จะมาถึง"
(2โครินธ์ บทที่1: ข้อ22)

"และอย่าทำให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าเสียพระทัย{Anthropopathism}โดยพระวิญญาณนี้ท่านได้รับการประทับตราแล้วสำหรับวันแห่งการทรงไถ่ให้รอด"
(เอเฟซัส บทที่4: ข้อ30)

ง. ได้รับของประทานฝ่ายวิญญาณ เพื่อที่จะรับใช้พระเจ้า

"ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นการงานของพระวิญญาณองค์เดียวกัน และพระองค์ประทานสิ่งเหล่านี้ให้แก่แต่ละคนตามที่ทรงกำหนดไว้"

"ท่านทั้งหลายเป็นกายของพระคริสต์ พวกท่านแต่ละคนเป็นส่วนหนึ่งของกายนั้น และในคริสตจักร พระเจ้าได้ทรงแต่งตั้งอัครทูตเป็นอันดับแรก อันดับที่สองคือผู้เผยพระวจนะ อันดับที่สามคือผู้สอน จากนั้นคือผู้ทำการอัศจรรย์ ผู้มีของประทานในการรักษาโรค ผู้สามารถช่วยเหลือผู้อื่น ผู้มีของประทานในการบริหารงาน และผู้พูดภาษาแปลกๆ ทุกคนเป็นอัครทูตหรือ? ทุกคนเป็นผู้เผยพระวจนะหรือ? ทุกคนเป็นผู้สอนหรือ? ทุกคนทำการอัศจรรย์หรือ? ทุกคนมีของประทานในการรักษาโรคหรือ? ทุกคนพูดภาษาแปลกๆ[ภาษาอื่นๆ]หรือ? ทุกคนแปลได้หรือ? แต่ให้เราใฝ่หา[แต่ท่านกำลังกระตือรือร้นใฝ่หา]ของประทานที่ยิ่งใหญ่กว่านี้"

"แม้ข้าพเจ้าพูดภาษาแปลกๆ[ภาษาต่างๆ]ได้ทั้งภาษามนุษย์และภาษาทูตสวรรค์ แต่ถ้าปราศจากความรัก ข้าพเจ้าก็เป็นแค่ฆ้องหรือฉิ่งฉาบที่กำลังส่งเสียง"
(1โครินธิ์ บทที่12: ข้อ11, ข้อ27-31; บทที่13: ข้อ1-2)

XXXI
τριάντα ένα
trianta mia
31.

ผู้เชื่อได้รับสง่าราศี

"และบรรดาผู้ที่ทรงกำหนดไว้ก่อนนั้น พระองค์ก็ทรงเรียกด้วย บรรดาผู้ที่พระองค์ทรงเรียก พระองค์ก็ทรงนับว่าเป็นผู้ชอบธรรมด้วย บรรดาผู้ที่ทรงนับว่าเป็นผู้ชอบธรรม พระองค์ก็ทรงให้รับพระเกียรติสิริด้วย"
(โรม บทที่8: ข้อ30)

XXXII
τριάντα δύο
trianta dyo
32.

ผู้เชื่อได้ครบบริบูรณ์ในพระคริสต์

"และท่านได้รับความบริบูรณ์ในพระคริสต์ผู้ทรงเป็นศีรษะเหนือเทพผู้ทรงเดชานุภาพและเทพผู้ทรงอำนาจทั้งสิ้น"
(โคโลสี บทที่2: ข้อ10)

XXXIII
τριάντα τρία
trianta tria
33.

ผู้เชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์พระพรที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้สำหรับผู้เชื่อตั้งแต่อดีตกาล

"สรรเสริญพระเจ้าพระบิดาของพระเยซูคริสต์เจ้าของเรา ผู้ประทานพระพรฝ่ายจิตวิญญาณนานัปการในพระคริสต์แก่เราทั้งหลายในสวรรคสถาน"
(เอเฟซัส บทที่1: ข้อ3)

XXXIV
τριάντα τέσσερα
trianta téssera
34.

ผู้เชื่อได้รับวิญญาณของมนุษย์ (เป็นองค์ประกอบจำเป็นเพื่อที่จะให้ผู้เชื่อสามารถปฎิบัติการ"z" Operation Z {unavailable for now} ร่วมด้วยกับพระองค์พระวิญญาณบริสุธิ์)

"พระวิญญาณเองทรงยืนยันร่วมกับวิญญาณจิตของเรา ว่าเราเป็นบุตรของพระเจ้า"
(โรม บทที่8: ข้อ16)

"ท่านถูกฝังไว้กับพระองค์ในพิธีบัพติศมา และทรงให้ท่านเป็นขึ้นจากตายกับพระองค์ผ่านทางความเชื่อของท่านในฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าผู้ทรงให้พระองค์เป็นขึ้นจากตาย"
(โครินธ์ บทที่2: ข้อ12)

"ด้วยเหตุทั้งหมดนี้เราจึงได้รับกำลังใจนอกจากเราเองได้รับกำลังใจแล้ว เรายังดีใจเป็นพิเศษที่เห็นว่าทิตัสสุขใจเพียงไร เพราะพวกท่านทั้งปวงทำให้จิตวิญญาณของทิตัสได้ชุ่มชื่นขึ้นมาใหม่"
(2โครินธ์ บทที่7: ข้อ13;)

"ขอพระเจ้าเองผู้ทรงเป็นพระเจ้าแห่งสันติสุขทรงชำระท่านให้บริสุทธิ์หมดจด ขอให้ทั้งวิญญาณ จิตใจ และร่างกายของท่านไร้ที่ติเมื่อองค์พระเยซูคริสต์เจ้าของเราเสด็จมา "
(1เธสะโลนิกา บทที่5: ข้อ23)

XXXV
τριάντα πέντε
trianta pénte
35.

ความบาปส่วนตัวและความละเมิดถูกลบล้างโดยพระเจ้าทุกประการ{R.B.Thieme Jr. Reversionism}

" "เรานี่แหละ คือผู้ที่ลบล้างการล่วงละเมิดของเจ้าเพื่อเห็นแก่เราเอง และจะไม่จดจำบาปของเจ้าอีกต่อไป"

"เราได้กวาดล้างการละเมิดของเจ้าออกไปเหมือนเมฆได้ลบล้างบาปของเจ้าเหมือนหมอกยามเช้า จงกลับมาหาเรา เพราะเราได้ไถ่เจ้าแล้ว"
(อิสยาห์ บทที่43: ข้อ25; บทที่44: ข้อ22)

XXXVI
τριανταέξι
triantaexi
36.

พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงรับรองความรอดของผู้เชื่่อด้วยผนึกตราไว้ด้วยพระองค์

"และท่านทั้งหลายก็ได้ร่วมอยู่ในพระคริสต์เช่นกัน เมื่อท่านได้ฟังพระวจนะแห่งความจริงคือข่าวประเสริฐแห่งความรอดของท่าน เมื่อท่านเชื่อก็ทรงประทับตราท่านไว้ในพระองค์ด้วยดวงตราคือพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ทรงสัญญาไว้ "
(เอเฟซัส บทที่1: ข้อ13)

XXXVII
τριάντα εφτά
trianta efta
37.

ผู้เชื่อมีการรับรองว่าจะได้รับกายนิรันดร์

"กายก็มีทั้งแบบสวรรค์และแบบฝ่ายโลกเช่นกัน แต่สง่าราศีของกายแบบสวรรค์ก็อย่างหนึ่ง และสง่าราศีของกายแบบฝ่ายโลกก็อีกอย่างหนึ่ง สง่าราศีของดวงอาทิตย์เป็นแบบหนึ่ง ดวงจันทร์ก็อีกแบบหนึ่ง และดวงดาวก็อีกแบบหนึ่ง อันที่จริงสง่าราศีของดาวแต่ละดวงก็ต่างกัน การเป็นขึ้นมาของคนตายก็เช่นกัน กายที่หว่านลงนั้นเสื่อมสลายได้ ที่เป็นขึ้นมาใหม่จะไม่เสื่อมสลาย ที่หว่านลงนั้นไร้ศักดิ์ศรี ที่เป็นขึ้นเปี่ยมด้วย ศักดิ์ศรี ที่หว่านลงนั้นอ่อนแอ ที่เป็นขึ้นทรงพลัง ที่หว่านลงนั้นเป็นกายธรรมชาติ ที่เป็นขึ้นเป็นกายวิญญาณ ถ้ามีกายธรรมชาติย่อมมีกายวิญญาณด้วย จึงมีเขียนไว้ว่า "อาดัมมนุษย์คนแรกจึงกลายเป็นผู้มีชีวิต"[แล้วพระเจ้าพระยาห์เวห์ทรงปั้นมนุษย์จากธุลีดิน และทรงระบายลมหายใจแห่งชีวิตเข้าไปทางจมูกของเขา มนุษย์จึงมีชีวิต (ปฐมกาล บทที่2: ข้อ7)] ส่วนอาดัมคนหลังเป็นวิญญาณผู้ให้ชีวิต กายวิญญาณไม่ได้มา ก่อน แต่กายธรรมชาติมาก่อนและกายวิญญาณมาทีหลัง มนุษย์คนแรกมาจากธุลีดินของโลกนี้ มนุษย์คนที่สองมาจากสวรรค์ คนฝ่ายโลกเป็นอย่างไร ชาวโลกก็เป็นอย่างนั้น คนจากสวรรค์เป็นอย่างไร ชาวสวรรค์ก็เป็นอย่างนั้น และเราเกิดมามีลักษณะเหมือนกับคนฝ่ายโลกอย่างไร เราก็จะมี[ดังนั้นให้เรามี]ลักษณะเหมือนกับคนจากสวรรค์อย่างนั้น พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอประกาศว่าเนื้อและเลือดไม่อาจรับอาณาจักรของพระเจ้าเป็นมรดก และสิ่งที่เสื่อมสลายไม่อาจรับสิ่งที่ไม่เสื่อมสลายเป็นมรดก ฟังเถิด ข้าพเจ้าจะบอกข้อล้ำลึกแก่ท่าน คือเราจะไม่ล่วงลับกันทั้งหมด แต่พวกเราทั้งหมดจะได้รับการเปลี่ยนแปลง ชั่วแวบเดียวในพริบตาเดียว เมื่อ เป่าแตรครั้งสุดท้าย เพราะเสียงแตรจะดังขึ้น คนตายจะถูกทำให้เป็นขึ้นแบบไม่เสื่อมสลายและเราจะได้รับการเปลี่ยนแปลง เพราะที่เสื่อมสลายต้อง สวมที่ไม่เสื่อมสลาย และที่ตายได้ต้องสวมที่ไม่มีวันตาย เมื่อที่เสื่อมสลายนั้นสวมที่ไม่เสื่อมสลาย และที่ตายได้นั้นสวมที่ไม่มีวันตายแล้ว คำกล่าวที่ได้ บันทึกไว้ก็จะเป็นจริงคือ"ความตายก็พ่ายแพ้ถูกกลืนหายไป"[พระองค์จะทรงกลืนความตายไปชั่วนิรันดร์พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตทรงซับหยาดน้ำตาจาก ทุกใบหน้าและจะทรงขจัดความอัปยศอดสูของประชากรของพระองค์ออกไปจากแผ่นดินโลกองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนั้น (อิสยาห์ บทที่25: ข้อ8)]"
(1โคริน์ บทที่15: ข้อ40-54)

XXXVIII
τριάντα οκτώ
trianta októ
38.

ผู้เชื่อได้รับผลประโยชน์จากการลบล้างบาป ซึ่งพระคริสต์ทรงกระทำให้มนุษย์ทุกคน(Unlimited atonement)

"เพราะความรักของพระคริสต์ผลักดันเราอยู่ เพราะเรามั่นใจว่าผู้หนึ่งได้ตายเพื่อคนทั้งปวง ฉะนั้นคนทั้งปวงจึงตายแล้ว และในเมื่อพระองค์ได้สิ้นพระชนม์เพื่อคนทั้งปวง บรรดาผู้มีชีวิตอยู่จึงไม่ควรอยู่เพื่อตัวเองอีกต่อไป แต่อยู่เพื่อพระองค์ผู้สิ้นพระชนม์เพื่อพวกเขาและคืนพระชนม์ขึ้นมาอีก"

"คือพระเจ้าได้ทรงให้โลกคืนดีกับพระองค์ในพระคริสต์ ไม่ทรงถือโทษบาปของมนุษย์ และพระองค์ทรงมอบหมายเรื่องราวแห่งการคืนดีนี้ไว้กับเรา "
(2โคริน บทที่5: ข้อ14-15, ข้อ19; )

"ผู้ทรงสละพระองค์เองเป็นค่าไถ่บาปสำหรับมวลมนุษย์ พระองค์ประทานพยานนี้ให้ในเวลาอันเหมาะสม "

"[ที่เราตรากตรำและฟันฝ่าก็เพื่อสิ่งนี้] คือเราหวังใจในพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ ผู้ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของมวลมนุษย์ โดยเฉพาะผู้ที่เชื่อ"
(1ทิโมธี บทที่2: ข้อ6; บทที่4: ข้อ10; )

"เพราะพระคุณของพระเจ้าซึ่งนำความรอดมานั้นได้ปรากฏแก่คนทั้งปวง"
(ทิตัส บทที่2: ข้อ11; )

"แต่เราเห็นพระเยซูผู้ทรงถูกทำให้ต่ำกว่าทูตสวรรค์เพียงเล็กน้อยบัดนี้ได้ทรงมงกุฎแห่งศักดิ์ศรีและเกียรติแล้ว เพราะพระองค์ได้ทรงทนทุกข์ทรมานจนถึงสิ้นพระชนม์ เพื่อว่าโดยพระคุณของพระเจ้าพระองค์จะได้ทรงลิ้มรสความตายเพื่อทุกคน"
(ฮีบรู บทที่2: ข้อ9; )

"แต่ก็มีผู้เผยพระวจนะเท็จในหมู่ประชากรเช่นเดียวกับที่จะมีผู้สอนผิดท่ามกลางพวกท่าน พวกเขาจะแอบนำคำสอนผิดซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายเข้ามา พวกเขาถึงกับปฏิเสธองค์พระผู้เป็นเจ้าองค์เจ้าชีวิตผู้ได้ทรงไถ่พวกเขา ซึ่งการทำอย่างนี้นำความพินาศมาสู่พวกเขาเองอย่างรวดเร็ว"
(2เปโตร บทที่2: ข้อ1; )

"พระองค์ทรงเป็นเครื่องบูชาลบบาปของเราทั้งหลาย[พระองค์ทรงเป็นผู้หันพระพิโรธของพระเจ้าไป ผู้ทรงรับเอาบาปของเราไป] และไม่ใช่เพียงบาปของเราเท่านั้นแต่บาปของคนทั้งโลกด้วย"
(1ยอห์น บทที่2: ข้อ2)

XXXIX
τριάντα εννέα
trianta ennéa
39.

ผู้เชื่อแห่งยุคคริตจักรมีสิทธิ์และโอกาสเท่าเทียมกับผู้เชื่อแห่งยุคคริสตจักรทุกคน

"เพราะโดยพระคุณซึ่งได้ประทานแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอกล่าวแก่พวกท่านทุกคนว่าอย่าคิดประเมินตนเองสูงกว่าที่ควร แต่จงคิดประเมินตนอย่างมีสติตามระดับความเชื่อที่พระเจ้าได้ประทานแก่ท่าน"
(โรม บทที่12: ข้อ3: )

"ข้าพเจ้าอธิษฐานว่าจากความไพบูลย์อันทรงเกียรติสิริของพระองค์ ขอให้พระองค์ทรงทำให้ท่านเข้มแข็งขึ้นด้วยฤทธานุภาพผ่านทางพระวิญญาณของพระองค์ที่อยู่ภายในท่าน เพื่อพระคริสต์จะสถิตในใจของท่านโดยทางความเชื่อ และข้าพเจ้าอธิษฐานว่าเมื่อท่านหยั่งรากและตั้งมั่นคงในความรักแล้ว ตัวท่านพร้อมกับประชากรทั้งหมดของพระเจ้าจะได้สามารถหยั่งถึงความรักของพระคริสต์ว่ากว้างยาวสูงลึกปานใด และซาบซึ้งในความรักนี้ซึ่งเหนือกว่าความรู้ เพื่อท่านจะบริบูรณ์ด้วยความสมบูรณ์ทั้งสิ้นของพระเจ้า"
(เอเฟซัส บทที่3: ข้อ16-19)


[สิ่งเดียวซึ่งพระเจ้าทรงประทานแก่ผู้เชื่อโดยสามารถยึดคืนไปจากผู้เชื่อได้]
One Revocable ASSet

XL
σαράντα
sáranta
40.

ผู้เชื่อได้รับการ ประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ณ เวลารอด

"ท่านโง่เขลาปานนี้หรือ? หลังจากที่เริ่มต้นด้วยพระวิญญาณ บัดนี้ท่านกำลังพยายามบรรลุจุดหมายของท่านด้วยการขวนขวาย{หมั่นเสาะแสวงหาเพิ่มเติมโดยไม่ยอมอยู่นิ่ง ด้วยกำลัง}ของมนุษย์หรือ? "
(กาลาเทีย บทที่3: ข้อ3)

การประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ นี้ถูกยึดคืนตอนที่ผู้เชื่อกระทำบาป พอเขาตั้งต้นใหม่{1ยอห์น บทที่1: ข้อ9}กับพระบิดา ก็จะได้รับ การประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ อีกครั้งหนึ่ง

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 05 ธ.ค.60 เวลา 07:20:48 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ