Charcoal
FREE RUNNING

Life and Death

Life and Death
พระกิตติคุณแห่งพระเยซูคริสต์







{ถูกกล่าวโทษ}

ลองวาดภาพดูว่า คุณกำลังนั่งอยู่ที่ห้องพิพากษาคุณถูกกล่าวหาในข้อหาฆ่าตกรรมซึ่งมีโทษถึงตาย หลักฐานถูกส่งไปยังมือของคณะลูกขุน และทนายความของคุณได้ว่าความแก้ต่างให้กับคุณแล้ว ตอนนี้คุณกำลังรอผลการพิจารณาของลูกขุน ในขณะที่ทุกคนเงียบหัวหน้าคณะลูกขุนก้าวออกมาข้างหน้าคุณยืนขึ้นและหันหน้าไปทางผู้พิพากษา คุณทราบข้อเท็จจริงที่ไม่มีใครในห้องพิพากษาทราบนั้นคือคุณได้ทำความผิดจริง ดังนั้น คุณจึงไม่แปลกใจเมื่อศาลได้แถลงคำตัดสินว่าคุณผิด ผู้พิพากษาได้พิพากษาโทษว่า คุณจะต้องถูกประหารชีวิต โดยไม่มีการอุทธรณ์ใดๆ ทั้งสิ้น

และทนายไม่สามารที่จะปกป้องคุณ ได้ คุณจะต้องตายสถานเดียวเท่านั้น
แต่ในขณะเวลาที่คุณถูกนำตัวออกจากห้องพิพากษาพร้อมกับกุญแจมือนั้น มีชายคนหนึ่งเดินออกมาคุณไม่เคยรู้จักชายคนนี้มาก่อน เขาบอกว่า”ผมจะรับโทษแทนคุณ คุณจะไม่ต้องตาย” ผู้พิพากษาโน้มตัวออกมา เพื่อสอบถามคนแปลกหน้าคนนั้นเมื่อฟังแล้วผู้พิพากษา ยอมรับในคุณสมบัติของเขา ยอมให้เขาตายแทนคุนได้ กุญแจมือถูกปลดออกจากมือของคุณแล้วถูกสวมไว้ที่ข้อมือของชายคนนั้นแทน เขาไม่สมควรตายแต่เขายอมตายเพื่อคุณจะได้รับอิสรภาพ ถึงแม้ว่าคุณกระทำผิด คุณก็รอดได้เพราะมี คนอื่นรับแทนคุณ


{จากความตายสู่ชีวิต}

มนุษย์ทุกคนต้องถูกพิพากษาลงโทษโดยตายฝ่ายวิญญาณ แต่พระเจ้าทรงจัดเตรียมหนทางเพื่อเราจะสามารถหลีกเลี่ยงความตายนั้นได้ พระองค์ทรง มอบอิสรภาพและชีวิตนิรันดร์เป็นของประทานให้แก่คุณ พระบิดาทรงประทานพระบุตรของพระองค์ คือพระเยซูคริสต์ มาตายแทนคุณซึ่งทำให้คุณ เป็นอิสระ พระคัมภีร์ซึ่งเป็นพระคำของพระเจ้า ได้เขียนไว้ว่า



"เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ประทานพระบุตรองค์เดียว[ผู้ทรงมีการบังเกิดในโลกนี้โดยลักษณะเฉพาะ]ของพระองค์ เพื่อทุกคนที่เชื่อในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศแต่มีชีวิตนิรันดร์ เพราะพระเจ้าไม่ได้ทรงส่งพระบุตรของพระองค์มาในโลกเพื่อพิพากษาลงโทษโลก แต่เพื่อช่วยโลกให้รอดโดยทางพระบุตรนั้น ผู้ใดที่เชื่อในพระองค์ก็ไม่ถูกพิพากษา แต่ผู้ใดที่ไม่เชื่อก็ถูกพิพากษาอยู่แล้ว เพราะเขาไม่เชื่อในพระนามของพระบุตรองค์เดียว[ผู้ทรงมีการบังเกิดในโลกนี้โดยลักษณะเฉพาะ] ของพระเจ้า "
(ยอห์น 3:16-18)


คุณได้กระทำผิดและไม่มีทางใดที่จะทำให้คุณพ้นโทษถึงตายได้ ความสามารถหรือการกระทำใดๆจะไม่สามารถช่วยคุณให้รอดพ้นได้ แต่พระเจ้าทรงจัดเตรียมหนทางเพื่อคุณ พระเยซูคริสต์ได้ตายบนไม้กางเขนซึ่งไถ่ชีวิตและปล่อยคุณให้เป็นอิสระ คุณสามารถรับสิ่งนี้ได้ เพียงแค่คุณเชื่อเท่านั้น


"จงเชื่อในองค์พระเยซูเจ้า แล้วท่านกับครัวเรือนของท่านจะได้รับความรอด"
(กิจการ 16:31ก)


การเชื่อในพระเยซูคริสต์หมายความว่า คุณยอมรับความจริงที่ว่าพระเยซูได้ตายแทนคุณ ในเวลาที่คุณเชื่อเช่นนี้แล้ว คุณถูกถือว่า บริสุทธิ์ และได้พ้นจากการลงโทษ พระเจ้าทรงมอบชีวิตนิรันดร์ให้แก่คุณและได้ทรงรับรองความรอดของคุณด้วย และคุณเข้ามาสู่สัมพันธภาพนิรันดร์กับพระเจ้าในทันที


{มนุษย์ถูกแยกออกจากพระเจ้า}

จนกระทั่งบัดนี้ คุณอาจไม่ตระหนักว่าคุณจะต้องถูกการพิพากษาลงโทษถึงตาย คุนอาจจะคิดว่าคุณเป็น 'คนดี' และพระเจ้าจะไม่พิพากษาลงโทษคุณแต่ คุณได้ทำผิดแล้วและพระเจ้าทรงพิพากษาคุณ และมีเพียงพระเยซูคริสต์เท่านั้นที่ช่วยคุณได้ พระเยซูทรงตรัสว่า


"พระเยซูตรัสตอบว่า "เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต ไม่มีใครมาถึงพระบิดาได้นอกจากมาทางเรา "
(ยอห์น 4:6ข)

ตั้งแต่แรกเกิด กำแพงธรรมชาติบาปได้กีดขวางระหว่างคุณกับพระเจ้า กำแพงนี้ทำให้มนุษย์ทุกคนถูกแยกออกจากพระองค์ พระเจ้าทรงบริสุทธิ์และสมบูรณ์แบบทุกประการ มาตรฐานของพระองค์จึงบริสุทธิ์และสมบูรณ์แบบทุกประการเช่นเดียวกัน พระเจ้าไม่สามารถมีความสัมพันธภาพกับคุณได้เพราะว่าคุณไม่บริสุทธิ์และไม่สมบูรณ์แบบเหมือนพระองค์


"ไม่มีผู้ใดเป็นคนชอบธรรมสักคนเดียว ไม่มีเลย"
(โรม 3:10)


พระคำของพระเจ้าได้บอกเราว่า มนุษย์ไม่สมบูรณ์แบบ มนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมธรรมชาติบาป ธรรมชาติบาปถูกสืบทอดมาทางพันธุกรรมตั้งแต่มนุษย์คนแรก ดังนั้น คุณไม่สามารถหลุดพ้นจากธรรมชาติบาปโดยอาศัยตัวคุณเองไม่มีสิ่งใดที่คุณเป็นที่ยอมรับของพระองค์


"ฉะนั้นเช่นเดียวกับที่บาปเข้ามาในโลกเพราะมนุษย์คนๆเดียวและบาปนำความตายมา และโดยทางนี้เองความตายจึงมาถึงมวลมนุษย์เพราะทุกคนได้ทำบาป"
(โรม 5:12)

"ข้าพระองค์ทุกคนได้กลายเป็นเหมือนสิ่งสกปรก และการกระทำอันชอบธรรมของข้า พระองค์ทั้งสิ้น เหมือนผ้าเปื้อนเลือดประจำเดือน[แปลตรงจากภาษาฮีบรู]"
(อิสยาห์ 64:6ก)


ถ้าคุณยอมรับความจริงคุณจะเห็นว่าคุณกระทำผิดบาป แต่สิ่งที่คุณอาจไม่รู้คือ ธรรมชาติบาปเป็นสิ่งที่ล่อลวงให้คุณทำบาป และเนื่องจากธรรมชาติบาป นั้น คุณไม่สามารถไปถึงมาตรฐานของพระเจ้าได้


"เพราะว่าทุกคนทำบาปและเสื่อมจากพระเกียรติสิริของพระเจ้า"
(โรม 3:23)


บาปของเราทำให้เราถูกแยกออกจากพระเจ้า ไม่มีผู้ใดเป็น'คนดี' ในสายพระเนตรของพระเจ้า ไมมีสักคนที่สามารถหลุดพ้นจากความบาป และมาถึง มาตรฐานของพระเจ้าด้วยความพยามยามและการกระทำของตนเอง เราถูกแยกออกจากพระเจ้าเพราะบาปของเรากีดขวางไม่ให้เรามีสัมพันธภาพกับพระองค์ผู้บริสุทธิ์


{ถูกขังในตลาดทาส}

พระคัมภีร์อธิบายถึงสภาพที่มนุษย์ตกอยู่ในสภาวะเช่นนี้โดยเปรียบเทียบกับตลาดทาส เราตกเป็นทาสต่อธรรมชาติบาปของเรา ทาสไม่สามารถซื้อ อิสรภาพหรือไถ่ตนเองออกจากตลาดทาสได้มนุษย์ทุกคนนั้นเกิดมาในตลาดทาส พระเยซูทรงตรัสว่า


"เราบอกความจริงแก่ท่านว่าทุกคนที่ทำบาปก็เป็นทาสของบาป "
(ยอห์น 8:34)


ในตลาดทาสนั้นไม่มีความหวังสำหรับอนาคต ผลลัพธ์ของการเป็นทาส คือ การที่เราถูกแยกออกจากพระเจ้าและถูกการพิพากษาลงโทษให้ตายในฝ่ายวิญญาณ ถึงแม้ว่ามนุษย์ทุกคนต้องรับการพิพากษาจากพระเจ้า ด้วยพระคุณของพระเจ้า จึงทรงจัดเตรียมทางออกให้คุณ พระคุณนั้น คือ สิ่งที่คุณไม่สมควรได้รับ แต่เพราะความรักอันสมบูรณ์แบบของพระเจ้า พระเจ้าทรงประทานโอกาสให้ทุกคนเลือกระหว่าง ความตายหรือชีวิตนิรันดร์


"เพราะว่าค่าตอบแทนที่ได้จากบาปคือความตาย แต่ของขวัญจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ใน[ผ่านทาง]พระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา"
(โรม 6:23)


พระเจ้าไม่ได้ทอดทิ้งคุณในตลาดทาสแห่งความบาป พระองค์ทรงจัดเตรียมทุกสิ่งที่คุณ ต้องการเพื่อคุณจะถูกไถ่ถอนจากการเป็นทาสนั้น และเข้ามาสู่ สัมพันธภาพนิรันดร์กับพระองค์



{มนุษย์รับการไถ่}


พระเจ้าทรงสถาปนาวิธีการซึ่งไถ่เราออกจากตลาดทาส โดยพระองค์เองยังสามารถรักษามาตรฐานอันบริสุทธิ์และสมบูรณ์แบบของพระองค์ไว้ได้ พระเจ้าพระบิดาทรงประทานพระบุตรของพระองค์ คือพระคริสต์ เพื่อเป็นหนทางให้มนุษย์กลับมามีสัมพันธภาพกับพระเจ้า พระเยซูคริสต์ทรงสภาพเป็นทั้งพระเจ้าที่บริสุทธ์และสมบูรณ์แบบ และเป็นทั้งมนุษย์ที่บริสุทธิ์และสมบูรณ์แบบเช่นเดียวกัน พระเยซูคริสต์ทรงสมบูรณ์แบบในฐานะเป็นมนุษย์ และทรงสมบูรณ์แบบในฐานะเป็นพระเจ้า พระเยซูทรงประกาศว่า"เรากับพระบิดาเป็นหนึ่งเดียวกัน"(ยอห์น 10:30)


เมื่อพระเยซูคริสต์ทรงเสด็จมายังโลกนี้ พระองค์ทรงบังเกิดเหนือตลาดทาสแห่งความบาป เพราะความเป็นมนุษย์ของพระองค์ทรงบริสุทธิ์และสมบูรณ์แบบเนื่องจากการบังเกิดที่มีลักษาณะพิเศษเฉพาะพระเยซู พระองค์จึงไม่มีธรรมชาติบาป พระองค์ไม่เคยทำบาป พระองค์จึงไม่ต้องรับการลงโทษ มีแต่พระเยซูเท่านั้นที่ทรงอยู่ในมาตรฐานของพระเจ้า มีแต่พระเยซูคริสต์ที่สามารถไถ่เราจากการเป็นทาสแห่งบาปเพราะว่าพระองค์ทรงไม่มีบาป ในฐานนะเป็นผู้พิพากษา พระเจ้าพระบิดาทรงยอมรับพระเยซูเป็นตัวแทนของคุณและในฐานะเป็นมนุษย์ที่บริสุทธิ์เพียงผู้เดียวในประวัติศาสตร์ พระเยซูทรงเลือกที่จะตายบนไม้การเขนเพราะความบาปของคุณ



"พระเจ้าทรงกระทำพระองค์[พระคริสต์] ผู้ปราศจากบาปให้เป็นบาป[เป็นเครื่องบูชาไถ่บาป]เพื่อเรา เพื่อในพระองค์เราจะกลายเป็นความชอบธรรมของพระเจ้า"
(2 โครินธ์ 5:21)


พระเยซูทรงตายแทนคุณและมนุษย์ทุกคน ความบาปทุกๆประการที่มนุษย์ทำ ไม่ว่าในอดีต ปัจจุบันหรืออนาคต ถูกการพิพากลงโทษที่ไม้กางเขนพระ เจ้าพระบิดาทรงแถลงคำตัดสินและพระเยซูคริสต์ทรงกระทำ


"และเมื่อทรงปรากฏเป็นมนุษย์พระองค์ทรงถ่อมพระองค์ลงและยอมเชื่อฟังแม้ต้องตายบนไม้กางเขน!"
(ฟีลิปปี 2:8)


โดยพระเยซูทรงยอมรับการพิพากษาลงโทษแทนคุณ คุณจึงได้มีตัวแทนที่เข้าถึงมาตรฐานของพระเจ้า โดยเหตุนี้ สิ่งที่เคยกีดขวางระหว่างคุณกับพระเจ้าได้ถูกยกเลิกไป และกำแพงนั้นไม่สามารกีดขวางอีกต่อไป



{ทาสรับการปลดปล่อย}

คุณได้รับการปลดปล่อยจากตลาดทาส และสามารถเข้าสู้สัมพันธภาพกับพระเจ้าได้แล้ว


"เพราะมีพระเจ้าเพียงองค์เดียวและมีคนกลางผู้เดียวระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ คือพระเยซูคริสต์ผู้ทรงเป็นมนุษย์ ผู้ทรงสละพระองค์เองเป็นค่าไถ่บาปสำหรับมวลมนุษย์ พระองค์ประทานพยานนี้ให้ในเวลาอันเหมาะสม"
(1ทโมธี 2:5-6ก)


พระเยซูคริสต์ทรงเต็มพระทัยรับการลงโทษแทนคุณ คุณเป็นอิสระแล้ว! คุณไม่ต้องตกเป็นทาสของความบาปอีกต่อไป แล้วคุณจะรับความเป็นอิสระนั้นได้อย่างไร? ไม่มีสิ่งใดที่คุณสามารถทำ หรือพูด หรือเปลี่ยน เพื่อจะได้รับอิสรภาพนี้ เพราะการกระทำของพระเยซูคริสต์ทรงครบบิรบูรณ์แล้ว ประเด็นคือ คุณได้รับความเป็นอิสระแล้วเพียงแต่คุณเชื่ออย่างเดียว พระเจ้าไม่ต้องการอะไรจากคุณเว้นแต่ว่าคุณมีความเชื่อในพระเยซูคริสต์ หากคุณเชื่อในพระองค์พระเจ้าจะทรงประทานชีวิตนิรันดร์ให้แก่คุณ

"ส่วนคนทั้งปวงที่ยอมรับพระองค์ ผู้ที่เชื่อในพระนามของพระองค์
พระองค์ก็ประทานสิทธิให้เป็นบุตรของพระเจ้า"
(ยอห์น 1:12)


{พระคุณและความเชื่อ}

คุณค่าส่วนตัวของคุณไม่ใช่ประเด็นสำคัญกับพระเจ้า เพราะไม่มีผู้ใดที่สามารถมาถึงมาตรฐาน ของพระองค์โดยอาศัยตนเอง ความบาปส่วนตัวของคุณไม่ใช่ประเด็นสำคัญเพราะพระเจ้าทรงพิพากษาลงโทษพระเยซูซึ่งปิดคดีเรื่องความบาปแล้ว และความดีหรือการทำบุญของคุณก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญเพราะคุณได้รับความรอดโดยพระคุณของพระเจ้า ไม่ใช่ด้วยการกระทำของคุณเอง

"เพราะว่าท่านทั้งหลายได้รับความรอดโดยพระคุณผ่านทางความเชื่อ ความรอดนี้ไม่ได้มาจากตัวท่านเอง แต่เป็นของประทานจากพระเจ้า
ไม่ใช่ความรอดโดยการประพฤติ เพื่อจะไม่มีใครอวดได้"
(เอเฟซัส 2:8-9)

นโยบายของพระเจ้า คือ ความรอดโดยพระคุณผ่านทางความเชื่อ คุณได้รับความรอดทางพระเยซู ความเชื่อในพระเยซู คือ วิธีที่คุณจะได้รับพระคุณของพระเจ้า เหตุฉะนั้น ความเชื่อนำเราถึงความรอด พระเยซูคริสต์ทรงทำทุกสิ่งเพื่อปลดปล่อยคุณสู่อิสรภาพ เพียงแต่คุณจะต้องใช้สิทธิ์ตัดสินใจว่าจะวางใจในพระองค์หรือไม่


"ผู้ใดที่เชื่อในพระบุตรก็มีชีวิตนิรันดร์ แต่ผู้ใดที่ไม่ยอมรับพระบุตรก็จะไม่ได้เห็นชีวิต เพราะพระพิโรธของพระเจ้ายังอยู่กับเขา"
(ยอห์น 3:36)


ถึงแม้ว่าคุณทำดีที่สุดเท่าที่คุณทำได้ คุณยังไม่สมควรที่จะมีสัมพันธภาพกับพระเจ้า มีแต่พระเยซูคริสต์ที่สมควร แต่ความเชื่อที่คุณมีในสิ่งที่พระเยซูคริสต์ที่สมควร แต่ความเชื่อที่คุณมีในสิ่งที่พระเยซูคริสต์ทรงกระทำนั้นทำให้คุณรอด ความเชื่อหมายถึง ที่คุณตัดสินใจรับเรื่องราวเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์นั้นเป็นความจริง ความเชื่อในพระเยซูเท่านั้นซึ่งจะทำให้คุณรอด คุณสามารถตอบสนองต่อพระเจ้าพระบิดาได้โดยตั้งประโยคในความคิดว่า 'ข้าพระองค์เชื่อและวางใจในพระเยซูคริสต์' คุณได้รอดในขณะเวลาที่คุณเชื่อ พระเจ้าทรงประทานชีวิตนิรันดร์แก่คุณ คุณได้'บังเกิดใหม่'


"เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ไม่มีใครเห็นอาณาจักรของพระเจ้าได้ ถ้าเขาไม่บังเกิดใหม่"
(ยอห์น 3:3ข)

"เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ผู้ใดฟังคำของเราและเชื่อพระองค์ผู้ทรงส่งเรามา ผู้นั้นก็มีชีวิตนิรันดร์และจะไม่ถูกลงโทษ เขาได้ผ่านพ้นความตายเข้าสู่ชีวิตแล้ว"
(ยอห์น 5:24)


{ชีวิตหรือความตาย}


การตัดสินใจของคุณเกี่ยวกับพระเยชูคริสต์เป็นการตัดสินที่สำคัญที่สุดในชีวิตของคุณ คุณมีสิทธิ์เลือกอนาคตชั่วนิรันดร์ของคุณเอง ถ้าหากคุณไม่เชื่อ คุณจะไม่ถูกรวมเข้าไว้ในครอบครัวของพระเจ้า และไม่สามารถรับชีวิตนิรันดร์ซึ่งมีอยู่ในพระองค์เพียงผู้เดียว


"เราคือผู้ที่ทำให้คนเป็นขึ้นจากตายและให้ชีวิตแก่เขา ผู้ที่เชื่อในเราจะมีชีวิตอยู่แม้ว่าเขาตายไป และไม่ว่าใครที่มีชีวิตอยู่และเชื่อในเราจะไม่ตายเลย เจ้าเชื่ออย่างนี้หรือไม่?"
(ยอห์น 11:25-26ก)


ผู้ที่ไม่เชื่อในพระองค์ ชื่อของเขาถูกลบออกจากหนังสือแห่งชีวิต เขาจะต้องยืนต่อหน้าศาลสูงสุดแห่งฟ้าสวรรค์ แล้วต้องถูกการพิพาษาลงโทษในบึงไฟ


"ถ้าผู้ใดไม่ได้มีชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิตผู้นั้นต้องถูกทิ้งลงในบึงไฟ"
(วิวรณ์ 20:15)


สำหรับผู้เชื่อจะไม่ต้องรับการพิพากษาลงโทษ เพราะสิ่งนั้นได้ถูกยกเลิกไปแล้ว


"เหตุฉะนั้นบัดนี้จึงไม่มีการลงโทษแก่บรรดาผู้ที่อยู่ในพระเยซูคริสต์ เพราะว่าโดยทางพระเยซูคริสต์ กฎของพระวิญญาณแห่งชีวิตได้ปลดปล่อยท่าน"
(โรม 8:1-2)


สำหรับผู้ที่เชื่อในพระเยซูคริสต์ พระเจ้าทรงประทานชีวิตที่มีความหมาย มีเป้าหมาย และมีความหวังสำหรับอานาคต


{ชีวิตในครอบครัวของพระเจ้า}

เมื่อคุณเชื่อในพระเยซูแล้ว คุณได้เข้ามาสู่สัมพันธภาพส่วนตัวกับพระเจ้า คุณเป็นสมาชิกในครอบครัวของพระองค์ เป็นลูกของพระองค์ตลอดไป


"ท่านทั้งหลายล้วนเป็นบุตรของพระเจ้าโดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์"
(กาลาเทีย 3:26)


สถานภาพใหม่ที่คุณเป็นบุตรของพระเจ้าไม่ได้หมายความว่าคุณนั้นจะสมบูรณ์แบบหรือบริสุทธิ์ คุณยังต้องต่อสู้กับธรรมชาติบาปของตัวเอง และคุณยังคงทำบาปและทำผิดผลาดต่อไป ในแต่ละครอบครัวจะมีลูกที่ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง เช่นเดียวกันกับครอบครัวของพระเจ้า ผู้เชื่อทุกคนจะต้องทำบาปและผิดผลาด บางคนมากกว่าคนอื่น แต่พระเจ้าจะไม่ทอดทิ้งลูกของพระองค์ไม่ว่าคุณจะล้มเหลวมากแค่ไหนในชีวิต


"เราให้ชีวิตนิรันดร์แก่เขาทั้งหลาย และเขาทั้งหลายจะไม่พินาศเลย
และจะไม่มี ผู้ใดแย่งชิงเขาทั้งหลายไปจากมือของเราได้"
{เราให้ชีวิตนิรันดร์แก่แกะนั้น แกะนั้นจะไม่พินาศเลย
ไม่มีผู้ใดชิงแกะนั้นไปจากมือของเราได้ }
(ยอหน์ 10:28)


คุณเป็นลูกของพระเจ้าตลอดชั่วนิรันดร์ ไม่มีทางที่คุณจะสูญเสียความรอดที่คุณได้รับเมื่อเชื่อในพระเยซูคริสต์ คุณได้พ้นจากตลาดทาสแล้ว และได้รับชีวิตนิรันดร์ สิ่งนี้เป็นการรับรองที่สูงสุดเพราะเป็นพระสัญญาซึ่งปราศจากเงื่อนไขของพระเจ้า ความสมบูรณ์แบบและความบริสุทธิ์ของพระเจ้าก็เป็นสิ่งที่ยืนยันว่า คำสัญญาของพระองค์นั้นมั่นคงอยู่เสมอ พระองค์ทรงรักคุณ พระองค์ทรงไม่เปลี่ยนแปลงมาตรฐานของพระองค์ หรือผิดคำสัญญาที่พระองค์ได้ทรงประทานแก่คุณ ไม่มีสิ่งใดจะมากีดขวางคุณจากพระเจ้าอีกต่อไป ไม่มีสิ่งใดที่จะเอาความรอดนิรันดร์ไปจากคุณ


"เพราะข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าความตายหรือชีวิต ไม่ว่าทูตสวรรค์หรือวิญญาณชั่ว[เทพผู้ครอง] ไม่ว่าปัจจุบันหรืออนาคต หรือฤทธิ์อำนาจใดๆ ไม่ว่าเบื้องสูงหรือเบื้องลึก หรือสิ่งอื่นใดในสรรพสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างล้วนไม่สามารถพรากเราไปจากความรักของพระเจ้า ซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้"
(โรม8:38-39)



{ชีวิตหลังจากความรอด}


ในฐานะเป็นผู้เชื่อในพระเยซู คุณได้เข้าสู่ชีวิตใหม่ คุณมีชีวิตนิรันดร์ในพระเจ้าโดยพระเยซูคริสต์ คุณเป็นคริสเตียน


"เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ การทรงสร้างใหม่ได้เกิดขึ้นแล้ว สิ่งเก่าได้ล่วงไป สิ่งใหม่ได้เข้ามา"
(2โครินธ์ 5:17)

ในฐานะเป็นผู้เชื่อใหม่ คุณจะรับการหนุนกำลังจากพระเจ้าโดยทันที พระเจ้าทรงจัดเตรียมทุกสิ่งที่คุณจำเป็นการดำเนินชีวิต ทั้งฝ่ายร่างกายและฝ่ายจิตวิญญาณ


"และพระเจ้าของข้าพเจ้าจะประทานสิ่งที่จำเป็นทุกอย่างแก่ท่านจากความมั่งคั่งอันเลอเลิศของพระองค์ในพระเยซูคริสต์"
(ฟีลิปปี 4:19)

"สรรเสริญพระเจ้าพระบิดาของพระเยซูคริสต์เจ้าของเรา ผู้ประทานพระพรฝ่ายจิตวิญญาณนานัปการในพระคริสต์แก่เราทั้งหลายในสวรรคสถาน"
(เอเฟซัส1:3)


ถึงแม้ว่าคุณยังกระทำบาปอยู่ พระเจ้าทรงให้โอกาส เพื่อคุณจะได้ลุกขึ้นและก้าวต่อไปในชีวิตคริสเตียนเพื่อทำตามพระประสงค์ของพระองค์เสมอ แค่เราทำดั้งนี้ว่า



"ถ้าเราสารภาพบาปของเรา[กล่าวถึงบาปของเราแบบส่วนตัวต่อพระเจ้าพระบิดา] พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรมจะทรงอภัยบาปของเราและชำระเรา[บาปที่เราได้สำนึก]ให้พ้นจากความอธรรมทั้งสิ้น[บาปทีเราไม่ได้สำนึก]"
(1ยอห์น 1:9)


เหตุฉะนั้น ในขณะเวลาที่คุณได้รับความรอด คุณมีทุกสิ่งที่คุณต้องการเพื่อจะดำเนินชีวิตคริสเตียนในแต่ละวัน คุณสามารถเข้าใจถึงแผนการของพระเจ้าสำหรับชีวิตของคุณได้โดยศึกษาหลักคำสอนพระคัมภีร์กับศิษยาภิบาล-ผู้สอนพระคัมภีร์ พระคัมภีร์เป็น'พระทัยของพระคริสต์'(1โครินธ์ 2:16) เป็นเครื่องมือซึ่งพระเจ้าประทาน เพื่อนำคุณในหนทางชีวิต พระองค์ก็ทรงจัดเตรียมผู้สอนพระคัมภีร์ไว้เพื่อคนที่สนใจเรียนสามารถเข้าใจพระคำของพระองค์อย่างถูกต้อง กุญแจสำคัญ คือ คุณจะต้องเข้าเรียนพระคัมภีร์สม่ำเสมอ และไตร่ตรองในสิ่งที่พระคำของพระเจ้ากำลังสอนคุณ โดยการศึกษา การใช้ความคิด และประยุกต์หลักคำสอนพระคัมภีร์นั้นเอามาใช้ในชีวิต คุณจะเติบโตในชีวิตฝ่ายวิญญาณ รวมถึงการรับใช้พระเจ้าจะมาถึง

เมื่อคุณสามมารถเข้าใจและใช้พระคำของพระเจ้าอย่างถูกต้อง


{การตัดสินที่มีผลกระทบถึงนิรันดรกาล}


คุณมีเวลาไม่กี่ปีที่จะเตรียมจิตวิญญาณของคุณเพื่อไปจากโลกนี้ แล้วสิ่งที่คุณตัดสินใจ ณ ที่นี้มีผลกระทบถึงนิรันกาล ถ้าคุณตัดสินใจเชื่อในพระคริสต์แล้ว คุณจะคาดล่วงหน้าว่าจะได้รับ


"และเข้าในมรดกอันไม่มีวันเสื่อมสลาย เน่าเสียหรือเลือนหายไปซึ่งทรงเตรียมไว้ในสวรรค์เพื่อพวกท่าน"
(1เปโตร 1:4)


พระคัมภีร์ไม้ได้บอกเราอะไรมากมายเกี่ยวกับสวรรค์ แต่เราแน่ใจได้ว่า ที่นั้นเต็มไปด้วยพระสิริของพระเจ้าซึ่งเกินความคิดหรือจินตนาการของมนุษย์


"พระองค์จะทรงซับน้ำตาทุกๆ หยดของพวกเขา
จะไม่มีความตาย หรือการคร่ำครวญ หรือการร่ำไห้
หรือความเจ็บปวดรวดร้าวอีกต่อไป
เพราะระบบเก่าได้ผ่านพ้นไปแล้ว"
(วิวรณ์ 21:4ก)


และที่อัศจรรย์ทีสุด เราสามารถเห็นพระเยซูคริสต์ ผู้ทรงเป็น


" พระบุตรคือรัศมีเจิดจ้าแห่งพระเกียรติสิริของพระเจ้า
ทรงเป็นเหมือนพระเจ้าทุกประการ และทรงผดุงสรรพสิ่งไว้
ด้วยพระดำรัสอันทรงฤทธานุภาพของพระองค์
ด้วยเหตุนี้หลังจากที่ได้ทรงชำระบาปแล้ว
พระองค์จึงได้ประทับลงที่เบื้องขวาขององค์ผู้ทรงบารมีในสวรรค์ "
(ฮีบรู 1:3ก)


แต่ถ้าหากว่า คุณเลือกปฏิเสธหนทางสู่ความรอด ซึ่งพระเจ้าทรงเตรียมไว้ด้วยพระคุณของพระองค์ คุณเลือกที่จะให้ตนเองฝันร้ายนิรันดร์ถ้าคุณปฏิเสธพระเยซูคริสต์ ซึ่งตายแทนคุณโดยต้องทนทุกข์ทรมานเหลือพรรณนาที่ไม้กางเขน คุณจะต้องรับผลในการตัดสินใจขอบคุณ นั่นก็คือ บึงไฟนรก ซึ่งถูกเตรียมไว้สำหรับซาตานและสมุนของมัน(มัทธิว 25:41)สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นอิสระจากตลาดทาสที่พระองค์ทรงประทานด้วยพระคุณของพระองค์

คนนั้นต้องเผชิญกับสิ่งดังนี้ว่า


"และ[เขา]ต้องทนทุกข์ทรมานทั้งกลางวันและกลางคืนตลอดไปเป็นนิตย์"
(วิวรณ์20:10ข)

"ถ้าผู้ใดไม่ได้มีชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิตผู้นั้นต้องถูกทิ้งลงในบึงไฟ"
(วิวรณ์20:15)


{การตัดสินใจอยู่ที่คุณ}

ถ้าคุณยังไม่ได้ตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตนิรันดรกาลของคุณ คุณยังไมมีพระคริสต์ ไมมีความหวัง และไม่มีความรอด คุณยังถูกพิพากษาว่า"ผิด" และต้องรับการลงโทษในบึงไฟนรก พระเยซูคริสต์ตายแทนคุณเพราะพระองค์ทรงรักคุณ และยอมรับความผิดบาปของคุณ


"แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์เอง
แก่เราทั้งหลาย คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น
พระคริสต์ได้สิ้นพระชนม์เพื่อเรา"
(โรม 5:8)


พระเจ้าทรงประทานเสรีภาพทางความคิดแก่มนุษย์ทุกคน คุณจึงมีเสรีภาพในการที่จะเลือกพระเยซูคริสต์หรือปฏิเสธพระองค์ ตอนนี้ ในขณะเวลานี้ คุณสามารตัดสินใจที่จะเชื่อในพระเยซูคริสต์และรับชีวิตนิรันดร์ในพระองค์ได้


"เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลกจนได้ประทาน
พระบุตรองค์เดียว[ผู้ทรงมีการบังเกิดในโลกนี้โดย ลักษณะเฉพาะ]ของพระองค์
เพื่อทุกคนที่เชื่อในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศแต่มีชีวิตนิรันดร์"
(ยอห์น 3:16ข)



นี่เป็นโอกาสที่คุณสามารถตอบสนองต่อความรักและพระคณุของพระเจ้า การที่คุณตัดสินใจเลือกพระคริสต์เป็นเรื่องส่วนตัว คนอื่นไม่มีสิทธิ์ ตัดสินใจแทนคุณ หรือบังคับให้คุณต้องตัดสินใจอย่างไร คุณต้งเลือกเอง ในที่ส่วนตัวของจิตใจของคุณ คุณสามารถทูลกับพระเจ้าว่า'ข้าพระองค์เชื่อในพระคริสต์'ในเวลานั้น คุณได้เข้ามาเป็นบุตรของพระองค์ตลอดไป ถ้าคุณตัดสินใจที่จะเชื่อในพระคริสต์ คุณสามารถมั่นใจว่าคุณมีชีวิตนิรันดร์ คุณจะร่วมแบ่งปันความสัมพันธ์กับพระเจ้า คุณจะอยู่กับพระองค์นิรันดร์ในสวรรค์


ความรอดอยู่ในพระคริสต์เพียงแต่คุณเลือกพระองค์

http://www.pocketonline.net/board/view.php?id=39701


Edit by Charcoal - 05 ธ.ค.60 เวลา 07:32:33 น.

Edit by Charcoal - 05 ธ.ค.60 เวลา 07:33:49 น.

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 05 ธ.ค.60 เวลา 07:19:51 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ