Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

LOVE FANTASY-06-Tales of Lovingly Dragon ตอนที่ 6 ชะตากรรมที่ต้องแบกรับ

ขอบคุณครับที่ติดตาม

ตอนที่ 6 ชะตากรรมที่ต้องแบกรับ

“โครม...”

ทันทีที่ไลท์กลับมาถึงปราสาทดราโกนัสก็โดนยังเหล่าทหารมากมายที่รอคอยอยู่จับตัวเอาไว้อย่างที่ไม่ทันได้ตั้งตัวอะไรก่อนที่จะเซร์น่าจะโดนแยกออกไปอีกทางหนึ่งแล้วเขาจะโดนโยนเข้าไปในห้องขัง...

“นี่มันอะไรกัน”

เด็กน้อยที่ไม่ทันสามารถได้ตั้งตัวอะไรติดถึงกับอยู่จับขังไปราวกับนักโทษโดยยังไม่ทันได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย-เขาที่ยังพึ่งสร่างไข้จึงได้แต่ล้มตัวลงไปนอนหลับกับพื้นหินที่เย็นชืดไร้ยังกองฟางหรือเศษผ้าใดๆที่จะสามารถใช้หุ้มกายได้...

...

หลับลงไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ท่ามกลางพิษไข้ที่เหมือนจะย้อนกลับมาอีกครั้งและความโหยหิวราวกับจะถูกปล่อยให้ตายไปอย่างหมาข้างถนนตัวหนึ่งเท่านั้น...
----------------------

ทางด้านของเซร์น่าในยามนี้กำลังส่งเสียงร้องออกมาด้วยความไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง

“นี่มันอะไรกัน...”

เธอที่ใช้ยังประกายตาสีแดงเพลิงจ้องมองไปยังเฮร่าแล้วร้องออกไปอย่างไม่สบอารมณ์ว่า

“...ทำไมมถึงสั่งห้ามไม่ให้เราออกไปข้างนอก”

“ตอนนี้พระราชา พระราชินีกับเหล่าขุนนางกำลังหารือถึงสิ่งที่องค์หญิงได้กระทำไปเมื่อวันก่อนน่ะเพค่ะ”

“แต่นี่มันตั้งสองวันแล้วน่ะ...”

เซร์น่าที่โตพอที่จะรู้เรื่องยังความคิดของเหล่าขุนนางที่มักจะมองโลกในแง่ร้ายแล้วร้องออกไปทันทีว่า

“...เราก็บอกแล้วไงล่ะว่าไม่มีอะไร...”

เธอที่หยุดเล็กน้อยแล้วจึงกล่าวออกมาอีกว่า

“...เรากับไลท์แค่ขึ้นเขาไปสู้กับมังกรในป่าเท่านั้น”

“เฮ้ย...”

เฮร่าที่ได้ยินถึงกับต้องถอนหายใจออกมาพลางยกมือขึ้นกุ้มหน้าผาก เพราะเธอเชื่อยังสิ่งที่เด็กสาวพูดว่าเป็นความจริงมากกว่าที่เหล่าขุนนางหัวโบราณทั้งหลายกลับคิดว่า”เด็กตัวแค่นี้จะก่อเรื่องที่ไม่ดีไม่งามขึ้นมา”...

อย่างองค์หญิงของเธอคงสนใจที่จะฆ่ามังกรมากกมายเรื่องของความรักฉันหนุ่มสาวอย่างแน่นอนอยู่แล้ว...

...ส่วนเด็กรับใช้นั่นยิ่งไม่มีทางกล้าที่จะล่วงเกินเซร์น่าหรอก

แต่ยังไงการที่ทั้งสองคนหายไปด้วยกันทั้งคืนก็เป็นเรื่องที่เหล่าขุนางหัวโบราณพวกนั้นรับไม่ได้และยิ่งอีกฝ่ายเป็นถึงองค์หญิงรัชทายาทด้วยยิ่งแล้วใหญ่...

...นี่จึงเป็นปัญหา

เฮร่าจึงได้แต่กล่าวออกไปว่า

“...ยังไงก็ตามตอนนี้องค์หญิงน่าจะอยู่อย่างสงบๆให้เรื่องมันยุติลงไปก่อนจะดีกว่า”

“เรื่องยุติ...”

เซร์น่าที่ได้ยินถึงกับร้องขึ้นมา เพราะขนาดองค์หญิงอย่างเธอยังโดนขังอยู่ภายในห้องแล้วไลท์จะเป็นเช่นได้จึงร้องถามออกไปว่า

“...แล้วไลท์ล่ะ”

“...”

เฮร่าที่หยุดลงไปเล็กน้อยราวกับทราบดีถึงชะตากรรมของเด็กชายที่ในยามนี้คงกำลังนอนรอคอยความตายอยู่ในคุกหลวงจึงกล่าวออกไปว่า

“...เพื่อเกียรติ์ขององค์หญิงแล้วพวกนั้นคงต้องประหารไลท์ละมั้ง”

“หือ...”

เซร์น่าที่ได้ยินถึงกับเลิกคิ้วด้วยความไม่พอใจทันที-เธอร้องถามออกไปว่า

“...หมายความว่าไงกัน”

“ก้ออย่างที่บอกนั้นแหละ-เพื่อรักษาเกียรติ์ขององค์หญิงแล้ว...”

เฮร่าที่ได้แต่ฝืนยิ้มออกมาอย่างอับจนปัญญา เพราะสิ่งที่ไลท์ทำลงไปถึงจะโดนยังเด็กสาวสั่งหรือไม่ได้เจตนา-แต่ก็ถึงว่า”เป็นการลบหลู่เกียรติ์ของราชวงค์”จึงต้องรับโทษสูงสุดจึงได้กล่าวต่อไปว่า

“...มีแต่รับโทษตายเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์เท่านั้น”

เพราะเมื่อตายแล้วความผิดทั้งมวลจะได้รับการลบล้างลงไป...
สิ่งที่ไลท์ผิดที่สุดอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เขาทำลงไปแต่อาจจะเป็น เพราะเขาเกิดมาก็ได้...

“ไม่มีทาง...”

เซร์น่าที่ร้องตะโกนออกมาอย่างดังลั่นพลางวิ่งออกไปถีบยังประตูที่ปิดสนิทอยู่จนเปิดออกมาแล้วพุ่งออกไปพร้อมทั้งส่งเสียงร้องตะโกนออกมาอย่างดังลั่นทันทีว่า

“...ฉันไม่มีทางยอมให้เรื่องบ้าๆเช่นนี้เกิดขึ้นมาอย่างเด็ดขาด”
----------------------------------

ไม่รู้ว่า”ผ่านไปนานเท่าไหร่”กลับมาเสียงร้องดังปลุกเด็กชายให้ตื่นขึ้นมาว่า

“ลุกขึ้นมาได้แล้ว”

“หือ...”

เขาที่ร้องออกมาได้เพียงนิดเดียวก็โดนยังเหล่าทหารยามที่เฝ้าคุกลากตัวออกไปส่งให้กับอัศวิน 2 คนที่รับหน้าที่นำตัวของเขาก้าวเดินตรงไปพบยังเรเซียที่ในยามนี้สวมใส่ยังชุดเกราะและหมวกสีทองรอคอยเข้าอยู่-เธอที่ใช้สายตาจ้องมองไปดูสภาพของไลท์ที่โดนโซ่ตรวนจ้องจำทั้งมือและเท้าทั้งๆที่อีกฝ่ายยังเป็นเพียงเด็กน้อยด้วยสายตาที่เศร้าๆนิดๆแล้วกล่าวออกมาว่า

“ตามมา”

ก่อนที่เธอจะหันร่างและก้าวเดินออกไปโดยที่ไม่พูดอะไรอีก...

“รีบตามไปเร็วเข้าสิ”

อัศวินคนหนึ่งเอามือดันหลังของไลท์ให้เดินออกไปทำให้เขาที่ยังงงๆและไม่เข้าในยังเรื่องราวได้แต่เซล้มนิดหน่อยก่อนที่จะลุกแล้วก้าวเดินตามหลังของรองแม่ทัพสาวตรงไปตามทางเดินสู่ห้องโถงขนาดใหญ่ที่เหมือนกับเป็นราวท้องพระโรง...

“คุกเข่าลง”

เสียงที่ร้องขึ้นมาอย่างดังพร้อมทั้งมือของอัศวินอีกคนที่ตามมารีบเอามือกดยังบ่าของไลท์ให้คุกเข่าลงไปก่อนที่เขาจะได้มีโอกาสเงยหน้าขึ้นมามองดูยังรอบๆอีกครั้งหนึ่ง...

ที่เบื้องหน้ามีบัลลังก์สีทองที่ปูยังพรมแดงราวกับเป็นขนสัตว์อยู่คู่หนึ่งนั่งประทับด้วยชายและหญิงวัยกลางคนที่ดูเมตตาอารีคู่หนึ่ง...

ฝ่ายชายสวมใส่ยังเสื้อคลุมสีขาวทับยังชุดสีแดง สวมมงกุล ไว้หนวดที่เรียวงามรับกับใบหน้าที่หล่อเหล่า ทรงพลังและเปี่ยมด้วยอำนาจ เขาที่ใช้ยังดวงตาที่อ่อนโยนสีแดงจับจ้องมองมายังไลท์ด้วยสีหน้าที่ครุ่นคิดราวกับหนักใจยิ่งกับปัญหาที่เกิดขึ้นจนต้องเผลอเอามือม้วนปลายผมสีฟ้าใต้มงกุลสีทองเล่น

ส่วนฝ่ายหญิงกลับมีใบหน้าที่คล้ายยังเซร์น่าและแฝงถึงความงดงามของไว้สาวเอาไว้ สวมใส่ยังชุดยาวสรขาวสะอาด ประทับมงกุลที่มีเพชรเม็ดโตสีเขียวเหนือเส้นผมที่เรียวยาวสีทองท่อประกายงดงาม ใช้ยังแววตาที่ที่อ่อนโยนและสงสารสีฟ้าจ้องมองมายังไลท์ด้วยความเห็นใจ...

ไม่ต้องบอกไลท์ก็ทราบว่าทั้งสองคือพระราชาและพระราชินีแห่งดราเรนัส...

พระเจ้าอัลเฟรดที่ 3 และพระนางเรเทียร่า...

...พ่อและแม่ของเซร์น่า

ที่ด้านข้างของทั้งสองพระองค์เยื้องลงมาด้านขวามือของพระราชาที่อยู่ต่ำกว่าขั้นหนึ่งเป็นบัลลังก์ที่ว่างเปล่าขององค์หญิงรัชทายาทและต่ำลงไปอีกขั้นหนึ่งทางด้านซ้ายมือก็เป็นเก้าอี้ที่ดูสวยงามและสูงศักดิ์ยิ่งสองตัวนั่งอยู่ด้วยชายวัยกลางคนและหญิงวัยกลางคน...

ที่ด้านหลังของทั้งสองกลับมีสไตล์และเฟย์เวียยืนอยู่...

ซึ่งทั้งสองก็ไม่ใช่ใครอื่นหนึ่งคือพระราชาแห่งเม็กดราโกและอีกหนึ่งคือองค์ราชินีผู้ปกครองเทลนัสแทนพระสวามีที่สิ้นพระชนม์ลงไป...

“...ตุบ...ตุบ...ตุบ”

แต่สายตาของไลท์กลับไปหยุดยังเบื้องหน้าของเจ้าของฝีเท้าที่ก้าวเดินเข้ามาบดบังยังสายตาของเขาจะทุกสิ่ง-เป็นชายร่างอ้วนที่ดูอายุราว 60 ปีที่สวมใส่ยังชุดสีน้ำเงินของพวกนักปราชญ์และผู้คงแก่เรียนทั้งหลาย-เขาคือเกราชที่เป็นหัวหน้าของเหล่านักบวชแห่งดราเรนัสที่ใช้ยังสายตาที่ไม่พอใจจ้องมองไปยังไลท์แล้วกล่าวออกมาว่า

“ตั้งแต่เจ้าเด็กน้อยคนนี้เกิดมาก็ทำให้รูปปั้นศักดิ์สิทธิ์ของอดีตผู้กล้าแตกสลายอันเป็นสัญญาณเตือนของลางร้ายที่กำลังจะอุบัติขึ้นมาในไม่ช้า...”

เพราะการที่ผู้กล้าทั้ง 3 กลับมาเกิดในยุคนี้ก็หมายความว่า”จอมปีศาจที่ชั่วร้ายกำลังจะคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง”-เขาจึงกล่าวต่อไปว่า

“...หลังจากที่เด็กคนนี้เกิดมาได้ไม่นานก็เกิดยังน้ำท่วมและพายุขึ้นจนทำให้เกิดภาวะขาดแคลนอาหารและผู้คนล้มตายไปมา-พอมาวันนี้
กลับกล้าที่จะหลอกลวงยังองค์หญิงรัชทายาทออกไปนอกวังอีก...”

เกราชที่ไม่รอช้ายังกล่าวสรุปออกมาทันทีว่า

“...เป็นการแน่ชัดแล้วว่าเด็กคนนี้คือตัวกาลกินีที่จะนำความล้มสลายมาสู่อาณาจักรของเรา-กระหม่อนและเหล่าขุนนางทั้งหลายจึงเสนอให้ประหารเด็กชายคนนี้เสียเพื่อขจัดเภทภัยเสียพะยะค่ะ”

“แต่ว่าการที่จะโทษยังทุกสิ่งทุกอย่างกับเด็กน้อยเพียงคนเดียว...”

พระราชาที่ไม่เห็นด้วยยังคงกล่าวต่อมาอีกว่า

“...มันออกจะเกินไปหน่อยน่ะ”

“แต่ประชาชนส่วนมากที่ทราบว่าเด็กน้อยคนนี้ยังมีชีวิตอยู่กลับเริ่มหวาดกลัวในคำทำนายที่ว่าจอมมารร้ายจะคืนชีพจนเป็นเสียงร่ำลือกันไปต่างๆนาๆจนทำให้ทั่วอาณาจักรเกิดความไม่สงบแล้ว...”

หัวหน้านักบวชยังคงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...หากปล่อยไว้จะทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามขึ้นมาได้จึงข้อเสนอให้ประหารเด็กน้อยคนนี้เสีย”
”แต่เราเห็นว่าการประหารเด็กน้อยตัวแค่นี้ออกจะเป็นเรื่องโหดร้ายจนเกินไป”

พระราชินีตรัสออกมาอีกคนด้วยความสงสาร...ทำเอาเจราสต้องสวนออกมาทันทีว่า

“แต่เด็กน้อยคนนี้นความเสื่อมเสียมาสู่องค์หญิงน่ะพระองค์”

“...”

ทำเอาองค์ราชินีที่ได้ยินถึงกับต้องนิ่งเงียบลงไปทันที...ส่วนพระราชากลับเป็นฝ่ายที่ตรัสแทนออกมาว่า

“ไม่มีวิธีอื่นเลยหรือ”

“ไม่มี...”

เจราสยังคงกล่าวออกมาอีกว่า

“...หากปล่อยเด็กน้อยคนนี้ไว้ข่าวลือเรื่องขององค์หญิงก็ยังคงคงอยู่ต่อไปอย่างไม่สิ้นสุดลง”

“อืมม์...”

พระราชที่คล้ายกับเข้าใจยังเหตุผลของเจราชแล้วจึงหันไปถามยังอัครเสนาบอดีอัลโด้ที่เป็นชายวัยกลางคนอายุราว 50 ปีที่ดูภูมิฐานในชุดสีเขียวว่า

“...แล้วท่านอัลโด้มีความเห็นเช่นได้”

“กับการที่รูปปั้นแตกราวเป็น เพราะฟ้าฝ่าลงมาไม่ได้เกี่ยวกับเด็กน้อยนี้...”

อัครเสนาบอดีที่เป็นหัวหน้าเหล่าขุนนางยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ส่วนภัยพิบัติที่เกิดขึ้นมันก็เป็นเรื่องที่เกิดมา เพราะมีจอมเวทที่ชั่วร้ายหมายจะอาศัยยังเรื่องนี้ก่อการกบฏขึ้นซึ่งก็ได้ถูกท่านแม่ทัพเร็กซ์จัดการเป็นเรียบร้อยแล้ว...”

หยุดเล็กน้อยพลางใช้สายตาจ้องมองไปยังเจราชแล้วกล่าวต่อไปว่า

“...ส่วนข่าวลือนั้นแค่จับคนที่ปล่อยข่าวลือได้ก็จบสิ้นแล้ว”

“อืมม์...เมื่อเสียงออกมาเป็นเช่นนี้...”

พระราชาที่คล้ายกับมีทางออกจึงหันไปถามยังเรเซียที่รับผิดชอบดูแลทางด้านการทหารแทนแม่ทัพเร็กซ์จึงกล่าวออกมาว่า

“...ทางกองทัพล่ะมีความเห็นเช่นไรบ้าง”

“ทางกองทัพไม่มีความเห็นใดๆกับเรื่องนี้...”

เท่ากับเธอเลือกที่จะไม่ออกเสียงแต่กลับกล่าวต่อไปว่า

“...แต่ถ้าเกิดสงครามขึ้นมาจริงเหล่าทหารและอัศวินทุกคนยินดีที่จะสละชีพเพื่อรักษาอาณาจักรแห่งนี้และพร้อมที่จะเข้าสู่สงครามเสมอเพ
ค่ะ”

“อืมม์...”

พระราชาที่ยิ้มออกมาราวกับทราบถึงความโน้นเอียงของกองทัพแล้วว่า”จะมาทางไหน”จึงพยักหน้ารับคิดที่จะกล่าวอะไรออกไป...แต่เจราชที่คุกเข่าลงไปพร้อมกับเหล่านักบวชทั้งหลายังกล่าวออกมาเป็นเสียงเดียวกันอีกว่า

“ได้โปรดประหารเด็กน้อยคนนี้เถอะพะยะค่ะ...”

ทั้งยังกล่าวออกมาอีกว่า

“...เพื่อพระเกียรติ์ขององค์หญิงรัชทายาท”

“...”

ต้องทำเอาพระราชาอัลเฟรดที่ได้ยินถึงกับต้องนิ่งเงียบลงไปทันที เพราะในฐานะของพระราชาแล้วการประหารยังเด็กน้อยผู้นี้ไม่สมควร-แต่ในฐานะของพ่อแล้วล่ะ...

การปกป้องยังบุตรสาวก็เป็นสิ่งที่ต้องทำ...

“...เออ...”

“โครม...”

แต่ในขนาดที่ลังเลอยู่นั้นบานประตูด้านหลังของห้องท้องพระร้องที่โดนถีบเปิดออกมาอย่างรุนแรงก่อนที่ทุกคนจะเห็นยังเซร์น่าที่ก้าวเดินตรงเข้ามาด้วยความไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง

“เซร์น่า...”

พระชินีที่ลุกและก้าวเดินไปยังด้านหลังหาเซร์น่าแล้วฉุดแขนของเธอพร้อมทั้งกล่าวออกไปว่า

“...ลูกไม่ควรที่จะมาที่นี่น่ะ”

“ไม่...ลูกต้องมา...”

เซร์น่าที่ไม่สนใจถึงกับสลัดยังมือของแม่เธอออกพลางก้าวเดินออกไปหยุดยั้งเบื้องหน้าของทุกคนแล้วกล่าวออกมาว่า

“...เพราะนี่เป็นเรื่องของลูก”

“มีอะไรหรือ”

พระราชที่เลิกคิ้วด้วยความสงสัยถึงกับร้องถามบุตรสาวออกไปทันที...เซร์น่าที่สบสายตาบิดาของตนอย่างไม่หวั่นเกรงใดๆแล้วกล่าวออกมาอีกว่า

“ห้ามประหารไลท์อย่างเด็ดขาด”

“ทำไม...”

พระราชายังถามออกมาอีกว่า

“...เพราะเหตุใดกัน”

“ชีวิตของเขาเป็นของลูก...”

เซร์น่าที่จ้องมองไปยังทุกคนถึงส่งเสียงกล่าวออกมาอีกอย่างชัดเจนว่า

“...ชีวิตของผู้เป็นทาสจะอยู่หรือตายจะต้องขึ้นอยู่กับผู้เป็นนายเท่านั้น”

“...”

ทำเอาทุกคนที่ได้ยินถึงกับต้องนิ่งเงียบไปทันที เพราะตามกฏหมายแล้วชีวิตและทรัพย์สินของไลท์ที่เป็นทาสของเซร์น่าเป็นของเธอเพียงผู้เดียวเท่านั้น-ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถที่จะละเมิดได้...
ยกเว้น...

...พระราชา

“แต่ทาสที่ทำให้เจ้านายเสื่อมเสียเกียรติ์จะต้องตาย...”

พระราชาที่ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์เลิกคิ้วขึ้นกลับกล่าวออกมาอีกว่า

“...เจ้าที่เป็นหญิงสาวหายไปกับผู้ชายสองต่อสองกันทั้งคืนแม้จะยังเป็นเด็กอยู่ก็ตาม-แต่ในฐานะขององค์หญิงรัชทายาทของดราเรนัสแล้วถือเป็นการที่เสื่อมเสียเกียรติ์เป็นอย่างยิ่ง...”

หยุดเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวต่อไปอีกว่า

“...มีแต่ต้องให้ทาสผู้นั้นตายเพื่อแสดงยังความบริสุทธิ์ของเจ้าเท่านั้น”

“เออ...”

คำกล่าวของพระราชาทำเอาเซร์น่าที่ได้ยินถึงกับต้องนิ่งเงียบลงไปทันทีด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าพระบิดาจะฆ่าไลท์จริงๆ-พระองค์ยังคงส่งเสียงถามออกมาอีกว่า

“ว่าไงล่ะ-เซร์น่า...”

ทั้งยังถามออกมาอีกว่า

“...คำตอบของเจ้าคืออะไร”

“ลูก...ลูก...”

ในขนาดที่เซร์น่ายังลังเลอยู่...พระราชายังถามต่อไปอีกว่า

“เจ้าจะยอมเสียเกียรติ์ของตนเองเพื่อทาสผู้หนึ่งหรือไม่...”

ทั้งยังกล่าวออกมาอีกท่ามกลางความตกใจของเหล่าขุนนางทุกคนอีกว่า

“...เจ้าจะยอมเสียสละยังทุกสิ่งเพื่อปกป้องยังประชาชนคนหนึ่งของเจ้าแทนล่ะ”

“ลูกยินยอม...”

ท่ามกลางรอยยิ้มของพระราชา...เซร์น่าที่หันหลังกลับไปจ้องมองยังเหล่านักบวช ขุนนางและนักรบทั้งหลายที่อยู่ ณ ท้องพระโรงแห่งนี้แล้วกล่าวต่อไปว่า

“...เราขอยืนยันถึงความบริสุทธิ์ของไลท์ด้วยเกียรติ์ของเรา-องค์หญิงรัชทายาทแห่งดราเนนัส”

“แต่เหล่าประชาชนคงยอมรับไม่ได้...”

เจราชยังคงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...หากผู้ที่ลบหลู่เกียรติ์ขององค์หญิงและราชวงค์ยังคงมีชีวิตอยู่”

“หากเรื่องมากนัก...”

เซร์น่าที่คล้ายกับไม่พอใจยังเจราชที่ยังหาเรื่องเธออย่างไม่สิ้นสุดถึงกับรีบกล่าวออกมาท่ามกลางทุกคนที่จะต้องตกตะลึงทันทีว่า

“...ก็ดีงั้นให้เราหมั่นกับไลท์เลยแล้วกัน”

“หา...”

เจราชและทุกคนที่ร้องลั่นด้วยความตกใจยังคำกล่าวของเด็กสาว-เขารีบกล่าวออกมาทันทีว่า

“...ไม่ได้...”

ตั้งยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ไม่เคยมีกฏเกณฑ์เช่นนี้มาก่อนเลย พวกเราเหล่านักบวชไม่สามารถยอมรับได้หรอก”

“ฟรีน๊อก...”

แต่เซร์น่าที่คล้ายกับไม่สนใจอะไรกลับเรียกยังวิหกเพลิงของเธอให้พ่นยังเปลวเพลิงออกมากลายเป็นดาบเรเปียร์สีแดงเรียวสวยในมือขวาพร้อมทั้งชี้ไปยังเบื้องหน้าของทุกคนอย่างไม่หวั่นเกรงแล้วกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...ประเทศนี้ก่อตั้งขึ้นมาด้วยดาบ...”

เธอที่จ้องมองไปยังทุกคนแล้วจึงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...หากมีใครสามารถเอาชนะดาบนี้ได้จึงสามารถสั่งเราได้”

“...”

ทำเอาทุกคนต่างนิ่งเงียบไปตามๆกัน เพราะกฏที่เก่าแก่ที่สุดของอาณาจักรดราเรนัสก็คือหากทั้งสองฝ่ายเกิดการขัดแย้งกันจนไม่สามารถหากข้อสรุปให้ได้จริงๆ เพราะต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลที่สมควรทั้งคู่ก็ให้ทั้งสองฝ่ายส่งตัวแทนมาประลองกันแล้วฝ่ายที่ชนะจะได้ไปตามข้อเรียกร้องที่ต้องการ...

เมื่อตัดสินด้วยปัญญาไม่ได้ก็เปลี่ยนเป็นตัดสินด้วยกำลังแทน...

...

ท่ามกลางความเงียบสายตาของทุกคนต่างจ้องมองไปยังเรเซียเพียงคนเดียว เพราะเธอที่เป็นคนสอนดาบให้กับเซร์น่าน่าจะเป็นผู้เดียวที่สามารถรับมือหรือเอาชนะเธอได้...

“ควับ...”

แต่เรเซียกลับหลบยังสายตาของทุกคนไป เพราะถ้าหากเธอมีความกล้าเช่นเดียวกับเซร์น่าก็คงจะไม่ต้องเป็นเหมือนเช่นทุกวันนี้...

“เมื่อไม่มีใครขัดก็เอาตามนี้”

เซร์น่าที่เห็นถึงไม่มีใครกล้าขัดขว้างเธอถึงกับกล่าวออกมาด้วยความพอใจ...แต่พระราชาที่คาดไม่ถึงว่า”เรื่องราวจะลงเอยในรูปนี้”จึงกล่าวออกมาว่า

“เรื่องนี้ไว้ต้องหารือกันระยะยาว...”

แล้วรีบตัดบทออกไปทันทีว่า

“...เรื่องนี้พักไว้แค่นี้ก่อนแล้วกัน”

พอเรื่องให้ทุกคนลืมยังเรื่องราวนี้ไปแล้วก็จะไม่มีทั้งการลงโทษไลท์และการหมั่นหมายกับเซร์น่าเกิดขึ้น...

“เดี๋ยวก่อน...”

แต่สไตล์ที่ยืนฟังอยู่ถึงกับก้าวออกมายังเบื้องหน้าของทุกคนด้วยความไม่พอใจ เพราะเขาที่ต้องการแต่งงานกับเซร์น่าจึงส่งเสียงร้องคัดคานออกมาทันทีว่า

“...ผมไม่เห็นดัวยกับเรื่องนี่”

“นายมีปัญหาอะไรกัน”

เซร์น่าเค้นเสียงร้องถามออกมาด้วยความไม่พอใจพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังอีกฝ่ายทันที...แต่สไตล์ในตอนแรกที่ชะงักลงไป เพราะแววตาที่คมกริบนี้ถึงกับตั้งสติได้อย่างรวดเร็วพลางส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“การหมั่นหมายระหว่างองค์หญิงกับทาสชั้นต้ำเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน...”

เขาที่จ้องมองไปยังองค์ราชาราวกับจะขอยังความเห็นด้วยอีกว่า

“...มันเป็นสิ่งที่ผิดต่อประเพณีน่ะท่านลุง”

“อืมม์...”

เมื่อเซร์น่าเห็นยังบิดาเหมือนกับมีท่าทางจะเห็นด้วยอาจจะกลับไปลงโทษระหารยังไลท์อีกครั้งตามคำขอของเจราชจึงใช้สายตาที่ไม่พอใจต่อมองไปยังอีกฝ่ายทันทีพร้อมทั้งใช้ปลายดายเรเปียร์ชี้ไปยังเจ้าชายแห่งเม็กดราโกแล้วท้าทายออกไปว่า

“ถ้านายอาจให้ทุกสิ่งเป็นไปตามใจนายก็ต้องเอาชนะดาบนี้ให้ได้เสียก่อน”

“...”

ทำเอาทุกคนและสไตล์ถึงกับต้องนิ่งเงียบลงไปทันที เพราะเขาที่พึ่งจะฝ่ายแพ้ให้กับเซร์น่าเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมายังไม่ทันจะได้หายบาดเจ็บเลยจึงไม่มความมั่นใจที่จะสามารถเอาชนะเธอได้...เซร์น่าที่เห็นจึ้งยิ้มออกมาอย่างพอใจว่า

“ไม่กล้าใช่มั้ยล่ะ...”

เธอยังกล่าวต่อไปอีกอย่างทันทีว่า

“...งั้นก็หุบปากไปซ่ะ”

“ได้...”

สไตล์ที่โกรธจนส่งเสียงร้องออกมาถึงกับกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ฉันจะประลองก็ได้”

“จะเมื่อไหร่ก็ว่ามา...”

เซร์น่ารับคำท้ายของอีกฝ่ายออกไป เพราะยังไงคนที่ชนะก็ต้องเป็นเธออยู่แล้วจึงกล่าวต่อไปอีกอย่างรวดเร็วว่า

“...ฉันพร้อมเสมอหรือว่าจะเป็นเดี๋ยวนี้ก็ได้”

“คนที่ฉันจะประลองด้วยไม่ใช่เธอ...”

สไตล์ที่ตวัดยังปลายดาบที่เรียวยาวซึ่งปรากฏมาพร้อมกับสายลมชี้ไปยังไลท์ที่ยืนอยู่ด้านข้างแล้วกล่าวออกไปอย่างชัดเจนว่า

“...แต่เป็นมันต่างหาก”

“หา...”

ทำเอาทุกคนที่อยู่ภายในท้องพระโรงแห่งนี้ถึงกับต้องร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่า”เจ้าชายผู้สูงศักดิ์จะท้าประลองกับทาสผู้ต่ำต้อยแทน”...ไลท์ที่ได้ยินถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจว่า

“ผมหรือ”

“ทำไมกัน...”

เซร์น่าที่จ้องมองไปยังสไตล์ด้วยความไม่พอใจที่เห็นยังอีกฝ่ายเลือกยังไลท์เป็นคู่ประลองแทนเธอ เพราะดูยังไงเจ้าชายที่ฝึกวิชาการต่อสู้มาอย่างดีพร้อมทั้งเป็นผู้กล้าในอดีตกลับชาติมาเกิดจะสู้กับเด็กชาวบ้านธรรมดาที่ต่ำต้อยไร้ชาติกำเนิดคนหนึ่งเท่านั้น...

เด็กสาวยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ไลท์มาเกี่ยวอะไรด้วย”

เพราะนี่เป็นเรื่องของเธอและสไตล์เท่านั้น...

“เกี่ยวสิ...”

สไตล์ที่จ้องมองไปยังเซร์น่าถึงกับส่งเสียงตอบออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...เพราะฉันรักเธอไงล่ะ...”

เขาที่ไม่สนใจยังเรเซียที่ในยามนี้ก้มหน้าลงไปด้วยความเศร้าใจยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...จึงมีสิทธิ์ที่จะใช้ยังคมดาบแก่งชิงเธอกลับมาจากมันยังไงล่ะ”

“อืมม์...”

“จริงด้วย...”

ทำเอาใครหลายต่อหลายคนที่ได้ยินถึงกับต้องพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยทันที เพราะเมื่อสไตล์ชนะเท่ากับสามารถคลี่คลายยังทุกสิ่งทุกอย่างได้...

เซร์น่าจะได้หมั่นและต้องแต่งงานกับสไตล์เพื่อลบยังข่าวลือทั้งหมด-ส่วนการจะประหารหรือลงโทษยังไลท์อีกก็เป็นสิ่งที่ผู้คนต่างไม่สนใจกัน
อีก...

ส่วนความรู้สึกของเซร์น่าอาจจะมีเพียงแค่ไม่มีคนเท่านั้นที่สนใจ-เมื่อเทียบกับความมั่นคงและยิ่งใหญ่ของอาณาจักรนี้...

เมื่อสองอาณาจักรร่วมเป็นหนึ่งทั้งความมั่งคั่ง กำลังทหารและวามเจริญกำลังจะตามมา...

“แต่ว่า...”

เซร์น่าที่คิดจะกล่าวประท้วงอะไร เพราะเหมือนกับจะทราบยังผลการประลองที่ไม่เป็นธรรมนี้แล้ว...แต่กลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาว่า

“น่าสนุกดีนี่...”

คนสวนที่คล้ายกับไม่ทราบยืนฟังอยู่นานเท่าไหร่ถึงกับก้าวเดินเข้ามากลางห้องท้องพระโรงอย่างไม่หวั่นเกรงใดๆพร้อมทั้งจ้องมองไปยังสไตล์
แล้วกล่าวออกไปว่า

“...นายก็ยังไม่หายดี...”

พอมองไปยังไลท์ก็กล่าวว่า

“...ส่วนอีกหนูนี่ก็ต้องการเวลา...”

แล้วกล่าวต่อไปอีกอย่างไม่เกรงใจว่า

“...เอาเป็นว่าอีกเจ็ดวันค่อยประลองกันก็แล้วกัน”

“แกเป็นใครกัน”

สไตล์ที่ไม่พอใจถึงคนสวนที่กล้าเข้ามาเลื่อนยังการประลองออกไปถึงกับชร้หน้าอีกฝ่ายแล้วร้องถามออกไปทันที...แต่พระราชาแห่งเม็กดราโก-พระชาราเดเกร็นกลับส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“อย่าเสียมารยาทกับท่านผู้นี้...”

พระองค์ยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...นั่นคือท่านแม่ทัพและหัวหน้ากองทัพอัศวินแห่งดราเรนัส เร็กซ์ แบล็คดาร์ช...สไตล์เจ้าจงรีบขอโทษเร็วเข้า”

“ขอโทษ...”

สไตล์ที่ไม่สบอารณ์ได้แต่ส่งเสียงร้องขอโทษออกไปเท่านั้น...แต่พระราชาอัลเฟลดที่เห็นถึงทุกสิ่งทุกอย่างได้ยังข้อสรุปที่แน่ชัดแล้วจึงกล่าวต่อไปว่า

“งั้นก็เอาตามนี้”

เท่ากับเป็นการกำหนดถึงการประลองระหว่างไลท์และสไตล์ขึ้นในอีก 7 วันข้างหน้าอย่างที่ไม่มีใครสามารถเปรียบแปลงได้...
-----------------------------------

“เปรี้ยง...”

เสียงท่อนไม้ฟาดใส่ยังร่างของไลท์จนกระเด็นออกไปจนกองอยู่กับพื้นจนทำเอาเด็กชายถึงกับแทบจะไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ เพราะวันนี้ก็เหมือนกับวันก่อนๆที่เขาโดนยังคนสวนหรืออดีตแม่ทัพเร็กซ์ที่หวดทำร้ายจนได้รับยังบาดแผลมากมาย...

“โอ๊ย...”

“นี่มันอะไรกัน...”

เซร์น่าในยามนี้ที่ยืนอยู่ด้านข้างของเรเซียถึงกับต้องส่งเสียงร้องออกไปด้วยความไม่พอใจว่า

“...ไหนบอกว่าจะสอนวิธีเอาชนะสไตล์ให้ยังไงล่ะ”

“ชนะหรือ...”

เร็กซ์ที่เหมือนกับทำหน้างงๆแล้วจึงส่งเสียงกล่าวออกมาอีกอย่างไม่ใส่ใจอะไรอีกว่า

“...ฉันแค่พูดแบบนั้นเมื่อไหร่กัน”

“หา...”

เซร์น่าที่ต้องร้องออกไปด้วยความตกใจถึงกับร้องถามยังอีกฝ่ายออกไปทันทีว่า

“...แล้วการฝึกนี่มันอะไร...”

เธอที่ไม่พอใจยังถามออกมาอีกว่า

“...หรือแค่ว่าต้องการจะแค่แกล้งพวกเราเล่นกัน”

“ฉันไม่มีเวลามาทำบ้าอะไรอย่างงั้นหรือ...”

เร็กซ์ที่ดื่มเหล้าลงไปแล้วกลับจ้องมองไปยังไลท์พลางกล่าวต่อไปอีกว่า

“...นึกถึงความจริงหน่อยสิว่าเด็กธรรมดาๆที่ไม่เคยจับอาวุธจะสามารถเอาชนะอดีตผู้กล้าที่กลับชาติมาเกิดได้ยังไงกัน...”

และนอกจากนี้สไตล์ก็เหมือนกับเซร์น่าที่ฝึกยังวิชาการต่อสู้มาตั้งแต่เรื่องเดินหรือจำความได้-เขาจึงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ถ้าหากว่ามีวิธีที่สามารถฝึกเพียงแค่เจ็ดวันแล้วสามารถเอาชนะได้-ฉันไปสร้างยังกองทัพไร้พ่ายที่ไม่มีวันพ่ายแพ้แทนไม่ดีกว่าหรือ”

“งั้นการฝึกนี้มันเพื่ออะไรกัน...”

เซร์น่ายังถามออกไปอย่างงๆว่า

“...แค่เสียเวลาไปเปล่าๆหรือไง”

“ไม่เปล่าประโยชน์หรอก...”

เร็กซ์ที่คล้ายกับยิ้มออกมาด้วยความมั่นใจยังคงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...อย่างนี้ก็ทำให้ไอ้หนูนี่มันไม่แพ้ก็แล้วกัน”

“...”

เซร์น่าและเรเซียที่ได้ยินถึงกับต้องจ้องมองไปยังคนสวนขี้เมาที่เบื้องหน้าด้วยความไม่เข้าใจ...ส่วนเร็กซืที่ดื่มเหล้าลงไปอีกอึดถึงกับยิ้มออกมาราวกับแฝงยังความหมายอะไรไว้ในใจ...


Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 23 ก.พ.60 เวลา 01:30:30 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply

Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

สิ่งที่อ่านต่อไปนี้ไม่เกี่ยวกับส่วนที่เป็นเนื้อเรื่องหลัก-เพียงแต่อยากเขียนขึ้นมาเท่านั้น

ละครโรงเล็ก ตอนที่ 6

      ยามเมื่อไลท์โดนเร็กซ์เอาท่อนไม้หวดกระเด็นออกไปจนกองอยู่กับพื้น

เซร์น่า      :      นี่มันอะไรกัน...ไหนบอกว่าจะสอนวิธีเอาชนะสไตล์ให้ยังไงล่ะ

เร็กซ์      :      ชนะหรือ...ฉันแค่พูดแบบนั้นเมื่อไหร่กัน

เซร์น่า      :      หาแล้วการฝึกนี่มันอะไร...หรือแค่ว่าต้องการจะแค่แกล้งพวกเราเล่นกัน

เร็กซ์      :      ฉันไม่มีเวลามาทำบ้าอะไรอย่างงั้นหรือ...ฉันแค่ต้องการแก้แค้นที่ไอ้หนูนี่ทำให้ฉันรอตลอดคืนเท่านั้น

เซร์น่า      :      เดี๋ยวสิ แล้วการประลองล่ะ

เร็กซ์      :      ฉันเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ...พวกเธอจะแพ้หรือชนะฉันไม่เห็นมีส่วนอะไรด้วยเลย

หลังจากที่นิ่งเงียบขบคิดสักเล็กน้อย...

เซร์น่า      :      งั้นถ้านายยอมสอนไลท์ฉันจะเรเซียอยู่กับนายทั้งคืนก็ได้

เรเซีย      :      หา...ฉันเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ

เซร์น่า      :      ปัญหาของลูกศิษย์อาจารย์ต้องรับผิดชอบสิ

เรเซีย      :      เดี๋ยวก่อนสิ...

      แต่ก่อนที่เรเซียจะกล่าวอะไรออกไปมากกว่านั้น...

เร็กซ์      :      ไม่ล่ะ ถ้าให้อยู่กับเรเซียทั้งคืนสู้เอาเหล้ามาให้ฉันสิบถังดีกว่า

เซร์น่า      :      ได้สิ ตกลงเป็นเหล้าสิบถัง

เร็กซ์      :      โอเคเลย...ตกลง

เรเซีย      :      เร็กซ์... ฉันมีค่าน้อยกว่าเหล้าหรือ(เค้นเสียงออกมาจากไรฟัน)

เซร์น่า      :      ฉันไปก่อนล่ะ... (แล้วรีบวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วอย่างรู้ตัวทันที)

      หลังจากนั้นเรเซียก็อยู่กับเร็กซ์ทั้งคืน เพียงแต่ว่านอกจากตัวของเรเซียกับเร็กซ์ที่อยู่กันสองต่อสองแล้วกลับมีดาบอยู่ด้วยอีกเล่่มหนึ่ง

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 23 ก.พ.60 เวลา 01:31:42 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ