Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

LIZARDMAN บทที่ 17 ลิซาร์ดแมน VS ลิซาร์ดแมน

ขอบคุณครับที่ติดตาม

บทที่ 17 ลิซาร์ดแมน VS ลิซาร์ดแมน

หนึ่งคือยอดนักรบในหมู่ลิซาร์ดแมน...
...อีกหนึ่งคือยอดนักรบในหมู่นักรบ

หนึ่งคือเกียรติยศแห่งเหล่าลิซาร์ดแมน...
...อีกหนึ่งคือความมุ่งหวังแห่งเหล่าลิซาร์ดแมน

หนึ่งคือยอดนักรบผู้ไร้ผ่าย...
...อีกหนึ่งคือยอดนักรบผู้ค้นหาชัยชนะอันไร้สิ้นสุด

หนึ่งคือความเป็นจริง...
...อีกหนึ่งคือตำนานเรื่องเล่าขาน

หนึ่งคือไฟก้า...
...อีกหนึ่งคือไลเรส

เพราะทันทีที่ดาบของไลเรสตวัดฟันยังลูกตุ้มและร่างของเขามาปรากฏยังเบื้องหน้าของไฟก้าก็เหมือนกับเรื่องราวได้ถูกลิขิตถึงการเผชิญหน้าของลิซาร์ดแมนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด 2 คน...

ตำนานและความจริง...

ตั้งแต่เกิดมาไฟก้าก็ถูกกำหนดให้เป็นหนึ่ง เขาเกิดในวงศ์วานของฝูงลิซาร์ดแมนที่เก่งที่สุด เป็นลูกชายของจ่าฝูงลิซาร์ดแมนที่เก่งกาจที่สุด...

เขามีร่างกายที่สูงใหญ่และทรงพลังเหนือกว่าลิซาร์ดแมนทั้งหลายที่มิได้เกิดมาเป็นราชันย์-แต่เกิดมาเป็นยอดนักรบ...
ลิซาร์ดแมนในหมู่ลิซาร์ดแมน...

คือนามและการยอมรับจากเหล่าลิซาร์ดแมนมากมายที่ยอมสยบให้หรือพ่ายแพ้ภายใต้ความเก่งกาจของไฟก้า...

ในการรบ การต่อสู้นับร้อยนับพันครั้ง-ไฟก้าเป็นเพียงแค่ผู้ชนะ...

ผู้ชนะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น...

ไม่มีคำอื่นใด...
...ไม่ว่าแพ้หรือเสมอ

ผู้เก่งสุด ผู้ยืนอยู่เหนือเหล่าลิซาร์ดแมนทั้งหลายตั้งแต่ตนจนจบ...

แต่กลับจำกัดอยู่แค่หมู่ลิซาร์ดแมน...

เพราะถึงการตอนสู้ในสงคราม 4 เผ่าพันธุ์เมื่อ 8 ปีก่อนที่ไฟก้าสามารถต่อกรยันยังกองทัพผสมนับพันของมนุษย์ เอลฟ์ คนแคระและลิซาร์ดแมนได้เพียงลำพัง-แต่บิดาที่เป็นนักรบที่เก่งที่สุดของเขาและกองทัพกลับพ่ายแพ้ให้กองทัพผสมทั้ง 4 ชนเผ่าจนเขาที่ยืนหยัดอยู่อย่างไร้พ่ายกลับต้องยอมรับปากยอมรับใช้มนุษย์เพื่อยุติผลของสงครามที่ฝูงลิซาร์ดแมนของตนกำลังจะพ่ายแพ้...

สงครามระหว่าง 4 ชนเผ่ากับฝูงลิซาร์ดแมนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดฝูงหนึ่ง...

หลังสงครามถึงแม้ฝูงลิซาร์ดแมนที่เก่งที่สุดจะแตกสลายถูกห้ามอยู่รวมกับเป็นฝูงต้องแยกย้ายไปตามที่ต่างๆหลังการยอมรับความพ่ายแพ้ของไฟก้าและการตายของผู้นำฝูง-แต่ฝูงลิซาร์ดแมนทั้ง 4 ฝูงที่ร่วมมือกับมนุษย์ เอลฟ์และคนแคระก็ล่มสลายตามไปในเวลาไม่นานด้วยการแก้แค้นของไฟก้า...

เหลือทิ้งไว้เพียงแค้ลิซาร์ดแมน 2 ฝูงที่มิได้ร่วมสงครามเอาไว้-ซึ่งก็เป็นฝูงเล็กๆที่มิได้มีผลอะไรต่อทวีปอันยิ่งใหญ่แห่งนี้...

ตราบใดที่แม่มดแห่งหนองน้ำยังคงครองดินแดนเกินครึ่งทวีปและจักรวรรดิหนึ่งของมนุษย์ที่พยายามจะครึ่งแผ่นดินที่เหลือ...
เรื่องราวของสงครามสี่ชนเผ่าจึงเป็นเพียงแต่ข้อความไม่กี่บรรทัดบนหน้าประวัติศาสตร์
-----------------------------------------

ลิซาร์ดแมนทั้ง 7 ต้องนั้นฝูงสีฟ้าหรือน้ำเงินเก่งกาจที่สุด...

ลิซาร์ดแมนที่ตั้งแต่เกิดมากลับมีพรสรรค์ที่สามารถใช้ยังศัสตราวุธทั้งมวลได้อย่างเชียวชาญ ผู้ที่เป็นหนึ่งถูกกล่าวขานถึงคือไฟก้าอย่างไม่ต้องสงสัย...

เพราะเขาคือลิซาร์ดแมนในหมู่ลิซาร์ดแมน...

นักรบให้หมู่ลิซาร์ดแมนที่เกิดมาพร้อมทั้งพรสวรรค์อย่างที่ไม่มีใครต้องสงสัย

แต่สำหรับไลเรสกลับไม่ใช่...

เขามาจาก 1 ใน 2 ฝูงของลิซาร์ดแมนที่มิได้ร่วมสงคราม เพราะหมู่ลิซาร์ดแมนก็มีพวกที่ไม่ชอบสงคราม แต่ไลเรสไม่ใช่ เพราะถึงฝูงของเขาจะไม่ชอบการต่อสู้หรือสงคราม...

แต่ไลเรสไม่ใช่ เพราะเขาคือลิซาร์ดแมนที่เกิดมาพร้อมพรสวรรค์เช่นเดียวกันกับทุกคนและยังกระหายถึงการต่อสู้และชัยชนะยิ่งกว่าใครๆ
เขาเลือกที่จะก้าวเดินออกจากฝูง ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้เพียงเบื้องหลักอาศัยเพียงดาบที่เรียวยาวเล่มเดียวผ่านยังการต่อสู้นับพันนับหมื่นๆครั้งโดยไม่สนใจถึงว่าศัตรูจะเป็นใคร...

หลายครั้งเขาเลือกที่จะเข้าร่วมกับกองทหารรับจ้างในศึกที่ไม่มีทางชนะ กลับสามารถยืนหยัดอยู่ได้เป็นคนสุดท้ายแม้ทางฝ่ายของเขาจะแพ้-แต่เขากลับไม่แพ้...

ท่ามกลางกองศพมากมายของพวกพ้องและศัตรูมักปรากฏภาพหลายต่อหลายครั้งที่เป็นตำนานของเหล่าทหารทั้งหลายและสงคราม...

คือภาพของลิซาร์ดแมนที่ยืนอยู่พร้อมดาบเล่มหนึ่งที่ทั้งร่างจะอาบเลือดและบาดแผลมากมายเพียงแต่ร่างนี้ไม่มีวันล้มลงเมื่อสงครามยังดำเนินอยู่...

...หลังสงครามจบเขาเพียงยิ้มและก้าวเดินออกไป

จากสงครามสู่สงคราม...

จากการต่อสู้สู่การต่อสู้...

ในสงครามและการต่อสู้ที่ผ่านการตวัดดาบและอาวุธไม่ต่ำกว่านับหมื่นนับแสนครั้งเขาคือผู้ที่มักยืนอยู่คนสุดท้าย...

มันเป็นชัยชนะที่น่าเบื่อหน่ายสำหรับลิซาร์ดแมนตนหนึ่งจึงเลือกที่จะเดินออกจากสนามรบและสงครามเพื่อท้าทายยังสิ่งใหม่...

ค้นหายังชัยชนะที่ยิ่งใหญ่กว่า...

ท้าทายยังสิ่งที่ดาบของตนสามารถเอื้อมถึง...

ดาบของไลเรสท้าทายยังทุกสิ่งที่สองเท้าสามารถก้าวเดินไปถึงตวัดมันอิกไปให้สมกับเป็นลิซาร์ดแมนผู้ที่เชียวชาญยังศัสตราทุกอย่าง...

ตั้งแต่มนุษย์ คนแคระ เอลฟ์ ลิซาร์ดแมนนับร้อนนับพันจนฝูงหมาป่าที่หิวกระหาย ราชสีห์และพยัคฆ์แห่งพงไพรผ่านหมียักษ์ เลยไปจนสุดโทรลหรือไซครอบ...

ไลเรสชนะทุกอย่างจนกระทั่งพบยังความพ่ายแพ้ครั้งแรกให้กับมังกรแห่งป่าดึกดำบรรพ์...

...เมไซอา

ราชันย์มังกรโบราณเมไซอาที่ทรงพลังและยิ่งใหญ่เหนือเหล่ามวลหมู่มวลมังกรทั้งมวล...

คมดาบที่สามารถตัดยังเหล็กกล้าหรือชุดเกราะแข็ง โล่แกร่งอย่างง่ายดายกลับไปสามารถฟันได้แม้แต่เกล็ดสีดำนิลของมัน...

กรงเล็บที่แหลมคมและฟันที่แข็งแรงกลับไม่สามารถต่อกรกับมังกรอันยิ่งใหญ่ที่เบื้องหน้าได้จนกระทั่ง 6 วันผ่านไปไลเรสที่หมดแรงพร้อมกับบาดแผลน้อยใหญ่นับกว่าเก้าสิบแห่งและเรียวแรงที่หมดสิ้นไปถึงกับทรุดลงไปพร้อมกับความพ่ายแพ้...

...

แต่ที่มุมปากของไลเรสกลับมีเพียงรอยยิ้มผลุดขึ้นมาเมื่อตนสามารถพบถึงภูเขาอันสูงใหญ่ที่มิสามารถก้าวข้ามถึง ภาพของท้องฟ้ายามเช้าในวันอันเรือนลางถึงกับต้องเผลอเอื้อมมือออกไปก่อนที่จะหลับใหลลงไป...

หลังจากนั้นอีกตลอด 5 เดือนที่ไลเรสท้าสู้กับเมไซอาแทบทุกคนนับครั้งไม่ถ้วยถึงจนจบลงด้วยความพ่ายแพ้ที่ไม่สามารถสะเก็ดสร้างยังบาดแผลใดๆให้กับอีกฝ่ายได้...

อาวุธนับร้อยนับพันถึงกับหักและถูกเปลี่ยนจนนับไม่ถ้วนแลกมากับระยะเวลาที่ยาวนานขึ้นเรื่อยๆจนกระทั้งการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของไลเรสกับเมไซอาที่ยาวนานถึง 13 วันไลเรสสามารถใช้ยังดาบในมือฟันใส่ยังเขาซ้ายของเมไซอาได้...

ทั้งพลัง จังหวะและตลอดระยะเวลา 5 เดือนต่างถูกตวัดฟันลงไปในดาบเดียวกับเสียงที่ก้องกังวานแลกมาถึงคมดาบที่หักกระเด็นออกไปและเขาซ้ายของเมไซอาที่หักปิ่นไปราว 10 เซน...

“ฮึ...ฮึ...ฮึ....ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...”

ไลเรสถึงกับส่งเสียงหัวเราะออกมาพร้อมทั้งร่างที่ทรุดลงไปอย่างหมดเรียวแรงใดๆ เพราะถึงจะสามารถทำให้เขาของเมไซอาบิ่นไปเพียงเล็กน้อยแต่นั้นคือก้าวแรกอันยิ่งใหญ่ของเขา ไลเรสเชื่อว่าอีกไม่กี่วันเขาจะต้องสมารถสร้างยังรอยแผลที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นๆไป...

แต่เมไซอากลับกล่าวออกมาเพียงว่า

“พอใจหรือยังล่ะ...”

จากนั้นมันที่ยิ้มอย่างพอใจราวกับเห็นไลเรสเป็นเพื่อนเล่นก่อนที่จะกางปีกบินออกไปจากป่าโบราณแห่งนั้นเพียงทิ้งคำกล่าวไว้ว่า

“...หมดเวลาพักเสียทีในยามนี้นายแห่งข้ากำลังเรียกหาอยู่-หวังว่าเจอกับครั้งหน้าแกจะยังไม่แพ้อีกอื่นอีกน่ะ”

ทิ้งไลเรสที่นอนกองจ้องมองเมไซอาบินจากไปก่อนที่ดวงตาจะปิดลง-แต่เมื่อพบหน้ากันอีกครั้งระหว่างไลเรสกับเมไซอาก็ไม่มีผู้ที่สลักคำปราชัยให้กับเขาได้อีกคน...

เฟเทียร์...

เพราะนอกจากเฟเทียร์และเมไซอาแล้วไลเรสไม่เคยพ่ายแพ้แห่งผู้ใดหรือกองทัพใดๆอีก...

นี่คือเรื่องราวของหนึ่งลิซาร์ดแมนและหนึ่งดาบที่เป็นตำนานของเหล่านักรบและทหารรับจ้างทั่วทั้งทวีป...

การที่ไลเรสและไฟก้าเผชิญหน้ากันในยามนี้คือกี่พบกันของสองลิซาร์ดแมนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ผู้หนึ่งครองพรสวรรค์อันสูงส่ง
และอีกหนึ่งอาศัยยังความพยายามอันไร้สิ้นสุดที่จะก้าวผ่านยังทุกสิ่ง...
-----------------------------

ร่างที่สูงเกิน 4 เมตรนับว่าสูงยิ่งกว่าลิซาร์ดแมนทั่วๆไปที่อยู่ราวๆ 2 เมตรครึ่งถึง 3 เมตร-แต่ร่างที่สูงใหญ่นี้กลับสมส่วนยิ่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ทรงพลังร่างกับร่างของสัตว์ยักษ์ที่ทรงอำนาจหรือภูผาที่มิมีวันโค่นล้มได้...

“หึ...”

สำหรับไลเรสแล้วเพียงแค่ยิ้มออกไปเท่านั้นด้วยหัวใจ ร่างกายและเลือดที่สูดขีดยิ่งด้วยความกระหายอยาก...

อยากต่อสู้...

อยากกัดกิน...

อยากโค่นล้ม...

และอยากได้ชัยชนะยิ่ง...

“หมับ...”

ดาบในมือกระชับแน่นพร้อมทั้งร่างที่จ้องมองไปยังเบื้องหน้าด้วยประกายแห่งความท้าทาย เพราะไม่ว่าภูเขาที่ใหญ่ยิ่งใหญ่ปานใดมีเพียงแค่ให้ก้าวข้ามไปเท่านั้น...

“ไลเรสหรือ...”

ไฟก้าที่จ้องมองไปยังลิซาร์ดแมนหนุ่มที่สูงแค่ใต้อกของตนที่เบื้องหน้าถึงกับต้องย่อร่างลงไปเล็กน้อยเพื่อในศูนย์ถ่วงของร่างกายลดลงไปอยู่ในระดับที่เต็มพร้อม แม้อีกฝ่ายจะสูงเพียงประมาณ 2 ใน 3 ของตนแต่เขาก็รู้สึกได้ถึงอันตรายจากอีกฝ่าย...

เลือด...

กล้ามเนื้อ...

หัวใจ...

และจิตวิญญาณบอกได้ถึงความเดือดพล่านจนอยากที่จะโรมรันกับอีกฝ่ายฐานะที่เท่าเทียมกัน เพราะตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เจอกันสัญชาตญาณก็บอกกับไฟก้าแล้วถึงตัวตนของอีกฝ่ายที่เท่าเทียมกัน...

ไม่ใช่ตัวตนที่เหนือหรือต่ำกว่า...

แต่เป็นเท่าเทียม...

เป็นต่อสู้และเป็นแย่งชิงที่ยืนเพียงหนึ่งเดียวในฐานะของลิซาร์ดแมน...

ลิซาร์ดแมนที่มีเพียงหนึ่งเดียวและลิซาร์ดแมนที่อยู่เหนือลิซาร์ดแมนทั้งมวล...

...ไม่ต้องเป็นสองรองใคร

“ใช่...”

ไลเรสยิ้มรับในฐานะที่เท่าเทียมราวกับยอมรับถึงศักดิ์ศรีและฐานะที่เท่าเทียมกันกับบุรุษผู้เป็นตำนานแห่งลิซาร์ดแมนพลางตอบรับออกไปไว้

“...ไม่ต้องเป็นสองรองใคร...”

“ไม่ต้องเป็นสองรองใคร...”

ไฟก้าที่ยิ้มรับยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...ลิซาร์ดแมนที่มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น”

“...ลิซาร์ดแมนที่มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น”

พร้อมกับไลเรสที่กล่าวออกมาพร้อมกันอันเป็นสัญญาณบอกถึงความเท่าเทียม การต่อสู้ที่เท่าเทียมกัน เพราะถึงไฟก้าในยามนี้จะมาสายโซ่สร้อยอยู่ที่ 2 มือลงไปยังสองขาพร้อมทั้งลูกตุ้มที่ใหญ่โตหนักราวร้อยกิโล...

สำหรับลิซาร์ดแมนแล้วนี่ไม่ใช่เครื่องพันธนาการหรือเครื่องถ่วงการต่อสู้ใดๆ-แต่มันคืออาวุธ เพราะลิซาร์ดแมนคือผู้เชียวชาญยังทุกสิ่ง...
ทุกสิ่งที่อยู่ในมือของลิซาร์ดแมนสามารถแปรเปลี่ยนเป็นอาวุธได้ ไม่ว่าจะเป็นสายโซ่หรือลูกตุ้ม...

“หึ...”

ไฟก้าเพียงยิ้มรับพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกมาทันทีว่า

“...เข้ามาเลย”

“ได้เลย...”

ไลเรสเพียงยิ้มรับแล้วลดปลายดาบทิ้งลงไปที่ปลายเท้าพร้อมทั้งค่อยๆก้าวเข้าไปหายังไฟก้าที่ตั้งแต่เต็มพร้อมดั่งขุนเขาที่ไร้การสั่นครอง

“...ตุบ...”

เพียงก้าวเดินที่ก้าวเดินเข้าไปเท่ากับเป็นการเปิดศึกเล็กๆแต่เป็นศึกแห่งประวัติศาสตร์ของเหล่าลิซาร์ดแมนทั้งหลาย...

ศึกเพื่อยิ่งยังความเป็นหนึ่งเหนือลิซาร์ดแมนทั้งมวล...

ไม่ต้องเป็นสองรองใครลิซาร์ดแมนที่มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น...

...ใครจะเป็นผู้ที่ครอบครองยังเกียรติยศอันสูงส่งแห่งหมู่ลิซาร์ดแมนนี้

...ลิซาร์ดแมนเชี่ยวชาญยังอาวุธทุกสิ่ง
------------------------------------

3 เมตร...

เป็นระยะที่ดีที่สุดสำหรับการโจมตีของไลเรส ด้วยดาบที่ยาวกว่า 2 เมตรและช่วงแขนที่ยาวกว่า 1 เมตรครึ่งเมื่อผนวกกัน 3 เมตรจึงคือระยะโจมตีที่ดีที่สุดเมื่อหักถึงคมดาบที่ต้องตัดผ่านเข้าไปในร่างของอีกฝ่าย...

แต่มันกลับเป็นความบังเอิญที่แสนจะน่าสนุก เพราะ 3 เมตรก็เป็นระยะที่ดีที่สุดสำหรับไฟก้าด้วยเช่นเดียวกันถ้าเขาโจมตีด้วยมือเปล่า...

ช่วงแขนที่ยาวเกิน 2 เมตรครึ่งที่ชกหรือตะปบเข้ามาบวกกับช่วงก้าวเดินที่กระโจมทะยานออกไปก้าวละเมตรกว่าๆก็เพียงพอให้กรงเล็บหรือกำปั้นแทงทะลุยังร่างของอีกฝ่ายออกไป...

...

เพียงไลเรสกับไฟก้าที่จ้องมองกันก็ทราบดีถึงระยะโจมตีของทั้งสองในระยะที่จะเริ่มต้นและอาจจะตัดสินโดยที่ไม่จำเป็นต้องมีใครบอก เพราะต่างรับรู้กันได้ด้วยเลือดที่เดือดพล่านอยู่ภายในร่างกายของตน

“ตุบ...”

“ตุบ...”

ไลเรสและไฟก้าต่างสาวเท้าก้าวเข้าไปพร้อมทั้งด้วยก้าวเพียงก้าวเดินที่ทำลายระยะไปเกิน 2 เมตรทำเอาระของทั้งคู่เหลือเพียงไม่ถึง 3 เมตรครึ่ง...

ทั้งคู่ก้าวออกไปครั้งแรกด้วยเท้าขวาข้างที่ถนัดถ้าก้าวต่อไปด้วยเท้าซ้ายทั้งคู่ระยะจะเหลือเพียงเมตรเดียว...

ใครก้าวก่อนจะเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบในขนาดที่หากเลือกที่จะตั้งรับหยุดอยู่กับที่อาจจะได้เปรียบกว่า...

แต่จำเป็นต้องสนใจด้วยหรือ...

“...ตุบ”

“...ตุบ”

ทั้งไลเรสและไฟก้าต่างก้าวออกไปแทบจะพร้อมกันในระยะแล้วเวลาเดียวกันทำลายถึงระยะการโจมตีที่ดีที่สุดของตนไป เพราะไม่มีความจำเป็นที่ต้องแคร์อะไร...

3 เมตรมีการโจมตีในระยะ 3 เมตร-เมตรเดียวก็มีวิธีต่อสู้ของเมตรเดียว...

“เฟียว...”

ไลเรสตวัดดาบฟันขึ้นมาจากขวาล่างใส่ยังชายสีโครงซ้ายของไฟก้า-หากดาบนี้ฟันออกไปเท่ากับตัดร่างของอีกฝ่ายให้ขาดสะบั้นออกไปเลยถึงสามารถฟันฝ่าถึงเกล็ดและกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งของลิซาร์ดแมนได้...

“เปรี้ยง...”

คมดาบไม่สามารถฟันเข้าไปได้ มันไม่ได้ฟันเข้าไปที่กล้ามเนื้อหรือเกล็ดใดๆของลิซาร์ดแมน-แต่กลับถูกหยุดลงไปด้วยปลอกเหล็กนักซ้ายที่ล่ามอยู่บนข้อมือซ้ายของไฟก้าที่ลดลงมารับคมดาบอย่างแม่นยำ

“เฟียว...”

ขาขวาที่ลากตามมาในพริบตาของไฟก้าถึงกับแทงเข่าใส่ยังหน้าท้องที่ไร้ยังการป้องกันใดๆของไลเรสไม่ว่าจะเป็นเกราะหรือเกล็ดใดๆ...
เพราะท้องเป็นจุดอ่อนจุดหนึ่งเหล่าลิซาร์ดแมนที่ไม่มีเกล็ดอันแข็งแกร่งใดๆป้องกันบริเวณหน้าอก หน้าท้องมีแต่เพียงกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งที่ผ่านกับฝึกฝนเท่านั้น

แต่ยังไม่เพียงพอที่จะรับการโจมตีของเข่าที่แทงทะยานออกมาอย่างรุนแรงจนสามารถเสียบทะลุเหล็กทลายหินผานี้ได้...

“หมับ...”

เมื่อท้องรับไม่ได้ก็ไม่ต้องรับ เพราะไลเรสที่ไม่คิดจะใช้ยังหน้าท้องรับการโจมตีนี้กลับใช้ยังฝ่ามือซ้ายที่ว่างเปล่ารับยังเข่าเอาไว้จนร่างของและกระเด็นถอยหลังก้าวไปก้าวหนึ่ง...

เพียงหนึ่งก้าวก็เพียงพอแล้ว...

3 เมตร...

เพราะนี่คือระยะ 3 เมตรที่ดีที่สุดสำหรับการโจมตีและป้องกันของทั้งสองหลังจากผ่านการชิมลางมีแล้วครั้งถึงถึงมือซ้ายของไลเรสจะมีอาการชาเล็กน้อยแต่กรงเล็บของเขาก็จิกลงไปยังผิวที่หัวเข่าของไฟก้าจนเป็นรอยแผลที่เสียเปรียบกัน...

แต่ความเสียหายเล็กน้อยเพียงแค่นี้สำหรับลิซาร์ดแมนไม่ถือว่าเป็นอะไรนอกไปจากช่วยกระตุ้นให้จิตวิญญาณที่กำลังหิวกระหายถึงกับเดือดพล่านบ้าคลั่งขึ้นมาอีก…

“เปรี้ยง...”

อย่างที่ไม่ต้องรอช้าให้ทันได้คาดคิดอะไรอีกไลเรสก็ใช้สองมือจับดาบตวัดฟันไปอย่างแรงใส่ยังกลางลำคอของอีกฝ่ายส่วนไฟก้าก็ยกมือซ้ายเฉียงขึ้นใช้ยังสายโซ่ที่สร้อยอยู่ระหว่างมือทั้งสองรับยังคมดาบอย่างง่ายดายใช้ตวัดยังกำปั้นขวาต่อยใส่ยังหน้าอกของไลเรสสวนกลับไปทันที...

“เฟียว...”

หมัดของไฟก้าถึงกับต่อยเฉียดยังหน้าอกของไลเรสไปอย่างหวุดหวิดแต่ก็สร้างยังกระแสลมที่ร้อนผ่าวจนแทบจะทำเอาผิวฉีกขาด...

“...”

ไลเรสที่ไม่รอช้ารีบพุ่งเข้าไปในช่องว่างอันเล็กน้อยคิดที่จะฉวยโอกาสโจมตีใส่ยังไฟก้าแต่อยู่ที่เหนือศีรษะและใบหน้าของเขากลับปรากฏยังเงาสีดำทมิฬบดบังทุกสิ่ง....

“หึม...”

ไลเรสที่เค้นเสียงออกมาเล็กน้อยเหลือบตาเห็นถึงลูกเหล็กที่สร้อยติดอยู่กับโซ่บนข้อมือของไฟก้าพุ่งเข้ามาถึงกับทราบได้ดีถึงอีกฝ่ายที่อาศัยแรงเวียงของลำแขนให้ลูกตุ้มลอยขึ้นมาโจมตีใส่ใบหน้าตน

“เปรี้ยง...”

ไลเรสที่ไม่มีทางเลือกได้แต่ใส่ยังข้อศอกขวาแทงใส่ยังลูกเหล็กให้กระเด็นออกไปอย่างไม่สนใจความเจ็บปวดแล้วลากอย่างคมดาบใส่ต่อไปอย่างที่ไฟก้าไม่ทันคาดคิด...

“หึ...”

ไฟก้าที่เค้นหัวเราะออกมาอย่างสะใจที่อีกฝ่ายใช้แม้แต่ศอกของตนเป็นอาวุธโจมตีใส่ยังลูกตุ้มให้กระเด็นออกไปเพื่อการโจมตีที่ต่อเนื่องอย่างไม่ยอมเสียจังหวะ

“เฟียว...”

แต่คมดาบที่เร็ว เร็วปานสายฟ้าในตอนแรกกลับช้าลงไปอย่างเห็นได้อย่างชัดเจนจากอาการบาดเจ็บที่ข้อศอกและลำแขนจากการโจมตีเมื่อครู่ไม่มือก็น้อยปล่อยให้ไฟก้าสามารถใช้ยังปลอกเหล็กบนข้อมือรับได้อย่างง่ายดายแล้วตวัดยังกรงเล็บซ้ายที่แหลมคมหมายที่แทงทะลุใส่ยังหัวใจของไลเรสเพื่อพิชิตยังชัยชนะทันที...

กับโอกาสที่เป็นหนึ่งไม่มีสองเช่นนี้ไม่มีลิซาร์ดแมนบ้าที่ไหนปล่อยไปหรอก...

โดยยิ่งเป็นไฟก้าด้วยแล้ว...

“งับ...”

กรงเล็บของไฟก้าที่หมายจะทะลวงยังหน้าอกของไลเรสถึงกับแทงทะลวงเข้าไปในปากแทน-แต่กลับไม่สามารถแทงเข้าไปได้ลึกนัก เพราะไลเรสที่เป็นฝ่ายก้มหน้าลงมากลับเป็นฝ่ายที่กัดยังปลายนิ้วของไฟก้าไว้อย่างรวดเร็ว...

สมกับเป็นซาร์ดแมนจริงๆที่แม้แต่ฟันยังคงสามารถใช้เป็นอาวุธได้...

“เปรี้ยง..”

แล้วเท้าขาที่ไม่รอช้ากลับเหวียงขึ้นเตะใส่ยังปลายค้างของไฟก้าอย่างรุนแรงจนร่างของอีกฝ่ายเงยไปด้านหลังอย่างเซหลักทันที...

“ถุย...”

ทำเอาไลเรสที่ต้องถุยยังเลือดของตนและไฟก้าที่อยู่ในปากอย่างรวดเร็วใส่พื้นแล้วพุ่งเข้าไปหมายจะเผด็จศึก-แต่ร่างของเขากลับต้องเสียหลักกระเด็นลอยไปอย่างหลังจากการโจมตีที่คาดไม่ถึงจะด้านข้างด้วยเงาดำทีฟาดอย่างอย่างสุดแรงจนคอสะบัดเห็นยังดาวลอยระยับ...

“เปรี้ยง...”

“อ๊าก...”

ไลเรสที่ต้องเผลอร้องออกมาถึงกับมองไปเห็นยังสิ่งที่โจมตีตนกลับเป็นหางสีน้ำเงินที่ทรงพลังของไฟก้า เพราะอีกฝ่ายก็ฉวยจังหวะที่เสียหลักม้วนตัวฟาดหางใส่เขาสวนกลับมาเข้าการ...

“เปรี้ยง...”

แต่ไลเรสที่ไม่ยอมแพ้กลับใช้ยังเรียวแรงที่มีอยู่เหวี่ยงร่างกลับสะบัดหมัดซ้ายที่ว่างเปล่าต่อยใส่ยังใบหน้าของไฟก้าทันที เพราะในระยะที่เหลือไม่ถึงเมตรนี้ไม่มีอาวุธใดดีไปกว่าหมัดและหมัดอีกแล้ว

“เปรี้ยง...”

ไฟก้าก็สวนกลับมาอย่างสุดแรงอีกเช่นกันโดยอาศัยถึงแรงเหวี่ยงจากสองมือที่กุมกันแล้วทุบลงมาใส่ยังหัวของไลเรสที่อยู่ต่ำว่า

“เฟียว...”

ไลเรสที่ทรุดลงไปถึงกับพุ่งร่างขึ้นมาด้วยความรวดเร็วและรุนแรงพร้อมทั้งปล่อยยังหมัดอัปเปอร์คัทซ้ายใส่ยังปลายค้างทันที...แต่ไฟก้าที่ไหวทันถึงกับสามารถหลบไปอย่างง่ายได้...

“แย่แล้ว...”

ฮาเดียที่ดูการต่อสู้ถึงกับส่งเสียงร้องออกมาจนเอลซ่าจึงร้องถามออกมาว่า

“มีอะไรหรือ...”

นักบวชสาวยังถามออกไปอีกว่า

“...มีปัญหาอะไรหรือ”

เพราะเธอไม่สามารถเข้าใจยังเหตุการณ์การต่อสู้ของทั้งสองที่รวดเร็วได้อย่างชัดเจนนัก...ฮาเดียที่ชี้ไปยังมือขวาที่ถือดาบของไลเรสแล้วกล่าวออกไปอีกว่า

“ไลเรสที่ถือดาบด้วยมือขวา...”

เธอยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ในการต่อสู้ประชิดตัวกับไฟก้า-เขาที่มีมือเดียวกำลังเสียเปรียบอยู่”

“เปรี้ยง...”

เสียงของกำปั้นที่ปะทะกันดังขึ้นสนั่นขึ้นมาอีกครั้งพร้อมทั้งหมัดของไลเรสและไฟก้าที่ชกใส่กันอย่างจังถึงกับต้องกระเด็นออกไปจนทำเอาร่างของทั้งสองต้องเผลอก้าวถอยหลังไปราวครึ่งก้าว....

“เกรง...”

ไฟก้าที่ฉวยจังหวะตวัดยังสายโซ่ที่ร้อยอยู่ระหว่างสองมือเป็นวงกลมกลางอากาศตกลงมาพันรอบลำคอของไลเรสและออกกระชากอย่างรุนแรงหมายที่จะรัดยังลำคอของเขา...

“...เกรง”

แต่สิ่งที่รัดได้กลับเป็นด้านดาบที่แทงขึ้นไปยังสายโซ่ในชั่วเสี้ยววินาทีให้สายโซ่พ้นจากลำคอเขาไปในพริบตาแล้วฉวยจังหวะตวัดยังคมดาบพันใส่ยังสีข้างของไฟก้าจึงลอยกระเด็นออกไปพร้อมทั้งทิ้งยังรอยเลือดไป...

แต่..

“เปรี้ยง...”

ไฟก้าที่ไม่ยอมแพ้ก็ตวัดยังลูกตุ้มที่อยู่ปลายสายโซ่ให้ตวัดฟาดใส่ยังใบหน้าของไลเรสจนถึงกับต้องมึนงงถึงกับทรุดเข่าข้างหนึ่งลงไปยังพื้นทันในเวลาเดียวกับไฟก้าที่กระเด็นออกไปตกอย่างพื้นที่อยู่ห่างออกไปราว 3 เมตร...

“ควับ...”

ไลเรสลุกขึ้นมาพร้อมๆกับไฟก้าที่ออกแรงกระเด็นเงยร่างกลับมายืนขึ้นเบื้องหน้าของกันและกันอีครั้งหนึ่งแล้วทั้งสองจึงพุ่งเข้าหน้ากันอีกครั้งอย่างสุดแรงหลังจากที่สบสายตากันเพียงชั่วพริบตา...

...

ราวกับจะให้การปะทะครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย...

เป็นการตัดสินชี้ชะตาระหว่างตนและของเหล่าลิซาร์ดแมนทั้งหลาย...

“ย๊าก...”

ไลเรสส่งเสียงร้องออกไปอย่างดังร่างพร้อมทั้งหยุดยั้งร่างที่พุ่งเข้าไปในระยะที่เหลือเพียง 2 เมตรพร้อมทั้งใช้ยังมือสองกุมกระชากด้ามดาบมั่นแล้วฟันลงไปอย่างสุดแรง...

“แกแพ้แล้ว...”

ไฟก้าที่หยุดลงไปในเวลาเดียวถึงกับส่งเสียงร้องตะโกนก้องออกมา-เขาที่รอคอยยังจังหวะนี้มาตลอดที่อีกฝ่ายทุ่มเทจนสุดแรงถึงกับลอบยิ้มออกมาสะใจแล้วเอาปลอกเหล็กที่ข้อมือรับยังดาบเหล็กของไลเรสอย่างแม่นยำ

“เปรี้ยง...”

เสียงดังลั่นสะเทือนขึ้นมาทำเอาผู้คนมากมายต้องสะท้านไปกับการปะทะอันรุนแรงและทรงพลังนี้ทำเอาทั้งไลเรสและทุกคนต้องชะงักลงไปในพริบตา...

แต่กลับเป็นพริบตาที่ไฟก้ารอคอย...

“หมับ...”

กรงเล็บซ้ายที่ทรงพลังของไฟก้าถึงกับฉวยยังช่วงเวลาในชั่วพริบตานี้กำตะปบยังตัวดาบของไลเรสออกไปแล้วออกแรงหักมันยังสุดรง...

“เพร่ง...”

ไฟก้าที่ยิ้มออกมาราวกับผู้ชนะถึงกับหักข้อมือที่กำยังปลายดาบของไลเรสที่หักพุ่งลงไปแทงใส่ยังหัวไหล่ออกมาอย่างจนหยุดยั้งยังร่างของคู่ต่อสู้ไว้ได้แล้วเงื้อยังกรงเล็บพุ่งออกไปหมายจะแทงยังหน้าอกของอีกฝ่ายให้ทะลุ...

“แกสิแพ้...”

แต่ไลเรสที่ตะโกนสวนกลับพร้อมทั้งออกแรงที่มีอยู่ตวัดยังดาบในมือที่กลายเป็นดาบสั้นฟันออกไปใส่ยังหัวไหล่ของไฟก้าต่อไปอย่างสุดแรงโดยไม่สนใจถึงความเจ็บปวดใดๆ...

“เฟียว...”

คมดาบสั้นที่ตวัดออกไปอย่างสุดแรงถึงกับทำเอาไฟก้าถึงกับต้องกระเด็นออกไปยังด้านหลัง หน้าอกจากไหล่ซ้ายถึงเอวขวาถึงกับได้รับบาดแผลยาวจนเลือดสาดกระจายทรุดลงไปอย่างหมดแรงได้แต่เงยหน้าขึ้นไปมองยังไลเรสที่ในยามนี้กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าอย่างผู้ชนะ-เขาที่ไม่ได้ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดใดๆกลับยิ้มแล้วกล่าวออกไปว่า

“สมกับเป็นลิซาร์ดแมนจริงๆที่สามารถสับเปลี่ยนอาวุธจากดาบมาเป็นดาบสั้นโจมตีต่อเนื่องไปอย่างไม่หยุดยั้ง...”

เขาที่ยิ้มรับแล้วกล่าวออกไปว่า

“...แกชนะแล้ว”

“...”

ไลเรสเพียงพยักหน้ารับกับชัยชนะนี้โดยที่ไม่มีใครจำเป็นต้องบอก เพราะเขาคือผู้ที่สามารถหยุดหยัดอยู่เป็นคนสุดท้ายในการต่อสู้นี้...
ระหว่างทั้งสองไม่จำเป็นต้องมีคำกล่าวอะไรอีก เพราะสายเลือดที่เดือดพล่านจนสบงลงในกายตนต่างไปรับทราบและรับรู้ถึงคำตอบนี้ดีอยู่แล้ว...

ลิซาร์ดแมนผู้ที่ยืนหยัดอยู่เหนือยังเหล่าลิซาร์ดแมนทั้งหลายได้เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวแล้ว...

ต่อไปจะไม่มีนานของใครให้ทุกคนได้จดจำอีกนอกไปจากไลเรส...

...ลิซาร์ดแมนแห่งลิซาร์ดแมน

...นักรบแห่งหมู่นักรบ

“ชนะแล้ว...”

“ไชโย...”

ทั้งฮาเดียและเอลซ่าที่เผลอกระโดดกอดกันด้วยความดีอย่างอย่างลืมตัวจนสุดเสียงท่ามกลางเหล่าทหารราชองครักษ์มากมายที่โห่ร้องตามๆกันถึงชัยชนะในการต่อสู้ที่สุดยอดของรองหัวหน้าหน่อยของพวกตน...

แต่มีเพียงคนเดียวที่มิได้ส่งเสียงร้องออกมาด้วยความดีใจ...

เฟเทียร์...

“...”

ไลเรสที่ในยามนี้จับจ้องมองไปยังหญิงสาวที่กำลังยืนอยู่ ณ เบื้องหน้าทันทีราวกับไม่สนใจยังใครอื่นอีก-เห็นเธอในยามนี่ที่สามารถจับยังลอร์ดแมดิก้าไว้ได้แต่เพียงยิ้มตอบรับกลับมาเท่านั้น...

เป็นรอยยิ้มที่เชื่อใจ...

เป็นรอยยิ้มที่มั่นใจว่าผู้ชนะในการต่อสู้นี้คือใครกัน...

...ไลเรส

สำหรับเฟเทียร์แล้วไม่จำเป็นต้องมีคำตอบอื่นอีกเลยตั้งแต่ต้นจนจบ...

ไม่ใช่เชื่อมั่น ไม่ใช่เชื่อใจ...แต่มันคือความจริงที่มิมีวันเปลี่ยนแปลง...

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 23 ก.พ.60 เวลา 01:26:03 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ