Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

LOVE FANTASY-06-Tales of Lovingly Dragon ตอนที่ 4 เส้นทางที่เลือกเดิน

ขอบคุณครับที่ติดตาม

ตอนที่ 4 เส้นทางที่เลือกเดิน

...

ยามค่ำคืนผ่านไปอย่างไร้ความหมาย เพราะในคืนนั้นไลท์กลับขังตัวอยู่แต่ภายในห้องนอน-สำหรับเขาแล้วก็ไปหายังคนสวนอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก...

จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของเขาเคยเกิดเรื่องทำนองนี้มากมายมาแล้วหลายต่อหลายครั้งที่มีคนนัดให้เขาไปพบที่ไหนสักแห่ง-แต่สุดท้ายมันก็จบลงไปด้วยการกลั้งแกล้งต่างๆนาๆ...

จนสิ่งที่เรียกว่า”ความหวัง”มันหายไปจากความฝันของเขาแล้ว...

ไลท์เคยฝันว่าสักวันหนึ่งจะจับดาบออกมาสู้กับศัตรูจนสามารถเอาชนะไต่เต้าจากพลทหารเป็นหัวหน้าหมู่และนายกองเล็กๆจนกล่าวเป็นแม่ทัพหรือวีรบุรุษที่นำชนะและความหวังมาสู่ทุกคน...

แต่ในความเป็นจริงที่ไม่มีใครยอมสอนวิธีดาบ-อย่างดีก็ได้แค่เป็นเป้าซ้อมดาบให้กับคนอื่นจนได้รับบาดแผลและความเจ็บปวดมากมาย...
ทุกครั้งที่ล้มลงไปแล้วยืนขึ้นมาพร้อมทั้งรู้ถึงความแตกต่างระหว่างตนเองกับคนอื่นที่ค่อยๆมากมายขึ้นไปเรื่อยๆจึงทำให้ไลท์เลิกล้มยังความคิดที่จะเป็นนักรบหรือทหาร เขารู้ดีถึงความแตกต่างระหว่างคนธรรมดากับคนที่ฟ้าเลือก...

คนที่มีพรสวรรค์และไร้พรสวรรค์...

...เซร์น่าเป็นผิวน้ำที่สะท้อนยังภาพให้เขาเห็นอย่างชัดเจนพร้อมทั้งซัดสาดให้ตื่นขึ้นมาจากความฝัน

สิ่งเดียวไลท์ต้องการนยามนี้คือใช้ชีวิตอยู่อย่างปกติสุขที่สุดเฉกเช่นคนธรรมดาสามัญ-เขาเลือกที่จะทำงานทุกอย่างคอยรับใช้ยังองค์หญิงเซร์น่า เพื่อเก็บเงินจากเดือนเงินที่(หวังว่าจะ)ได้แล้วก็ค่อยออกไปจากวัง ไปจากเมืองหายังหมู่บ้านเล็กๆแล้วอาศัยอยู่อย่างสงบสุขเท่านั้น
กับการที่คนสวนนัดเขาไปพบยังตอนกลางคืนคล้ายกับมีความหวังหล่อเลี้ยงในหัวใจสักส่วนหนึ่งแต่ก็พอที่จะทำให้ไลท์รู้ดีว่า”มันไม่มีทางเป็นจริง”

คนสวนคงไม่สามารถสอนวิชาสู้รบให้เขาได้หรอก...

...หากคนสวนเก่งจริงคงไม่ต้องเป็นแค่คนสวนหรอก

คืนนี้ไลท์จึงรีบเข้านอนเพื่อที่ในความฝันเขาอาจจะกลายเป็นผู้กล้าที่ยิ่งใหญ่เก่งกว่าทั้ง 3 ผู้กล้าในอดีต-พิชิตจอมมารและแต่งงานกับเจ้าหญิงผู้แสนงดงามก่อนที่จะลืมตาตื่นขึ้นมาในยามเช้าพบกับสภาพความเป็นจริงและรีบลุกไปเตรียมอาหารเช้าและคอยรับใช้ยังองค์หญิงเซร์น่าต่อไป...

ในวันนี้ก็เหมือนกับทุกคนที่ไลท์ต้องคอยรับใช้และลงรับยังอารมณ์ของเซร์น่าทั้งยังตกเป็นเป้าซ้อมดาบให้กับเธอจนต้องบาดเจ็บอีกเช่นเดิม...

ยามเมื่อตะวันตกดินแล้วไลท์จึงได้มีโอกาสพักผ่อน เพราะองค์หญิงเซร์น่าในวันนี้กลับโชคร้ายที่จะต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงที่จัดขึ้นระหว่างสองอาณาจักร...

ดราเรนัสกับเม็กดราโก...

...ซึ่งจริงๆแล้วกับเป็นงานเลี้ยงที่จะทำให้ทั้งคู่หมั่นหมายกัน

แต่เซร์น่าที่คล้ายกับรู้ทันถึงกับล้มงานเลี้ยงลงไปอย่างรวดเร็วโดยจัดการซัดสไตส์ให้คว่ำกลางงานเลี้ยงเต้นร่ำทำให้กลายเป็นงานประลองแทน ผลก็คือสร้างยังความโกรธให้กับองค์ราชินีเป็นอย่างยิ่งจนต้องสั่งกักบริเวณไว้ 1 วันท่ามกลางเสียงหัวเราะชอบใจของพระราชา...
เพราะถึงจะมีผู้กล้าที่กลับมาเกิดว่าเป็นผู้หญิง-แต่กลับมีฝีมือเหนือกว่าผู้กล้าอีก 2 คนที่เหลือจึงแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรแห่งนี้ที่ไม่เป็นสองรองใคร...

ผลก็คืองานหมั่นจึงถูกเลื่อนออกไปชั่วคราวอย่างไม่มีกำหนด

ไลท์ที่ว่างงานจึงรีบทานข้าวแล้วรีบหลบยังสายตาของทุกคนที่กำลังดื่มกินกันอย่างสนุกสนานตรงกลับไปยังห้องนอนทันที...

“โครม...”

แต่ทันทีที่เขาเปิดประตู-ประตูก็ถูกถีบให้ปิดลงไปอย่างรวดเร็ว...ไลท์จึงกวาดสายตาจ้องมองไปยังเท้าที่ยังบานประตูไว้ราวกับไม่ยอมที่จะให้เขากลับเข้าไปนอนพัก...

...คนสวน

ไลท์เห็นขึ้นคนสวนที่กำลังอารมณ์เสีย-เขาที่ใช้ยังมือข้างหนึ่งยกขวดเหล้ากระดกเข้าปากพลางจ้องมองมายังไลท์ราวกับจกินเลือดกินเนื้อกลับส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ทำไมเมือคืนแกถึงไม่ไปหาฉัน...หา”

“เอ่อ...”

ทำเอาไลท์ที่ที่เห็นถึงสีหน้าและท่าทางของอีกฝ่ายถึงกับต้องหวาดกลัวจนตัวสั่นขึ้นมาทันทีราวกับทราบดีว่า”วันนี้จะต้องไร้รับบาดเจ็บอย่างแน่นอนเลย” เพราะถึงองค์หญิงเซร์น่าจะเคยสั่งไว้ว่าห้ามใครทำร้ายเขา-แต่ถ้าเธอไม่ทราบมันก็ช่วยไม่ได้...

“มีอะไรกัน”

อยู่ๆเสียงของเรเซียก็ดังขึ้นมาทำเอาไลท์และคนสวนต้องจ้องมองไปยังเธอเป็นสายตาเดียว เพราะห้องนอนของไลท์ที่เป็นคนรับใช้ขององค์หญิงอยู่ไม่ห่างไปจากห้องบรรทมนัก-การที่เรเซียซึ่งเป็นอาจารย์จะผ่านมาและได้ยินเสียงจึงไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไรนัก...

“อึก...”

แต่คนสวนที่คล้ายกับไม่สนใจเธอกลับยกขวดเหล้าขึ้นมาดื่มพลางจ้องมองไปยังรองแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ราวกับไม่เห็นอยู่ในสายตาก่อนที่จะกล่าวต่อไปอีกว่า

“คืนนี้ฉันะจะเล่นกับไอ้หนูนี่สักหน่อย...”

เขาที่จ้องมองไปยังรองแม่ทัพสาวยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...หรือว่าจะให้ฉันเล่นกับเธอฆ่าเวลาดีล่ะ”

ซึ่งปกติแล้วคนที่กล้ากล่าวล่วงเกินยังเรเซียเช่นนี้จะต้องโดนเธอเชือดทิ้งอย่างแน่นอน-แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรกลับทำให้เธอต้องหน้าแดงขึ้นมารีบสะบัดหน้าไปอีกทางรีบก้าวเดินออกไปอย่างไม่สนใจอะไรอีกเหมือนกับทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นทั้งสิ้นทิ้งยังโกรธและไม่พอใจเอาไว้ให้เห็นอย่างชัดเจน...

“หึ...หึ...หึ...”

คนสวนที่เห็นเช่นนั้นจึงส่งเสียงหัวเราะออกมาในลำคอพร้อมทั้งหันกลับมามองดูไลท์ด้วยรอยยิ้มที่เหี้ยมเกรียมพลางกล่าวออกมาว่า

“...คืนนี้แกโดนดีแน่”

แล้วลากคอเสื้อของไลท์ก้าวเดินออกไปอย่างไม่สนใจอะไรอีกราวกับวางแผนจัดการอะไรกับไลท์ไว้ในใจแล้ว...
----------------------------

“เปรี้ยง...”

เสียงของท่อนฟืนหวาดใส่ยังร่างของไลท์จนต้องเซออกไปตามแรงพร้อมทั้งเสียงที่ดังติดตามมาในเวลาเดียวกันด้วยความเจ็บปวด

“โอ๊ย...”

แต่คนสวนที่จ้องมองดูไลท์ที่ถูกยังฟืนในมือหวดถึงกับยิ้มออกมาอย่างเซ้งๆในอารมณ์ก่อนที่จะหวดไม้ใส่ยังไลท์อีกครั้งหนึ่งอย่างรวดเร็ว...ไลท์ที่เอาแขนซ้ายด้านที่ท่อนฟืนที่กวาดยกขึ้นมารับตามสัญชาตญาณทันที

“โอ๊ย”

ก่อนที่จะส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดอีกครั้งหนึ่งพร้อมทั้งรอยของท่อนแขนที่แดงขึ้นมาราวกับกระดูกแขนเหมือนจะหักไป...แต่คนสวนกลับไม่สนใจถึงไลท์ที่กำลังเจ็บปวดจนแทบน้ำตาไหลกลับตวัดยังท่อนฟืนหวดตีมาทางด้านขวาอีกครั้งหนึ่ง...

“เปรี้ยง...”

แล้วฟาดซ้ำลงมาอีกครั้งที่หัวไหล่ซ้าย...

“...เปรี้ยง...”

กับขาซ้าย...

“...เปรี้ยง...”

ขาขวา...

“...เปรี้ยง”

ในพริบตาจนเสียงร้องของไลท์แทบจะดังเป็นเสียงเดียวกัน

“...โอ๊ย...ย”

จนร่างของเขาที่ทรุดลงไปด้วยความเจ็บปวดล้มลงไปนอนกองอยู่กับพื้นดินอย่างช่วยไม่ได้...แต่คนสวนที่คล้ายกับยังไม่พอใจกลับยกเท้าขึ้นเตะใส่ยังสีข้างของไลท์จนร่างของเขาต้องลอยกระเด็นออกไปแล้วจึงกระเด็นเหล้าขึ้นมาดื่มพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ถ้านี่เป็นดาบจริงๆ-แกคงตายไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว...”

เขาที่โยนยังท่อนไม้ทิ้งแล้วเอานิ้วขึ้นมาจึงจิกผมของไลท์ให้ร่างลอยขึ้นมายังเบื้องหน้าอย่างไร้ความปราณียังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...จำไว้ถ้าล้มลงไปก็เท่ากันตาย”

“โครม”

ก่อนที่จะปล่อยยังร่างของไลท์ให้ร่วงลงไปยังพื้นอย่างไม่สนใจใยดีอะไรอีกแล้วกระดกเหล้าขึ้นมาดื่มอีกครั้งพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“คืนพรุ่งนี้แกจะต้องมารอฉันที่นี่อีก...”

เขาที่จ้องมองไปยังไลท์ด้วยความเซ้งในอารมณ์ถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...ถ้าแกหลบหนีหรือมาสายจะต้องโดนมากกว่านี้อย่างแน่นอนเลย...จำไว้”

“...”

คนสวนที่ไม่จำเป็นจะต้องฟังยังเสียงตอบของไลท์ที่เหมือนกับจะหมดสติไปเพียงแค่ยกยังขวดเหล้าขึ้นมาดื่มอีกครั้งแล้วจึงหันหลังก้าวเดินออกไปราวกับเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาเลย...

“...โอ๊ย”

ไลท์ที่พยายามมองไปยังเงาหลังของคนสวนที่เดินออกไปถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความเจ็บปวดและสมเพศยังตัวเอง...
เพราะทุกสิ่งมันเป็นอย่างที่เขาคาดไว้จริงๆ...

คนสวนเพียงแค่ต้องการหาเรื่องรังแกเขา...

...แต่มันเป็นเช่นนั้นจริงๆหรือ

แต่ไม่ว่ามันจะเป็นเช่นไรก็ตาม...ไลท์ที่ไร้พลังกลับได้แต่ยอมรับมัน-ยอมรับถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นราวกับมันคือชะตากรรม...

ด้วยมือที่ไร้พลังของเขากลับไม่สามารถที่จะยื่นออกไปไขว้คว้าถึงสิ่งที่เรียกว่า”ความฝัน”หรือ”ความหวัง”ได้...
------------------------------------

แต่ผลของมันยังไม่จบแค่นั้น...

บาดแผลจากการที่โดนคนสวนเอาท่อนฟืนหวดกลับทำให้ไลท์ถึงกับไข้ขึ้นตั้งแต่ตอนตี 3 ตี 4 จนตัวร้อนราวกับเปลวไฟ-ถ้าเป็นไปได้เขาก็ไม่อยากที่จะลุกขึ้นไปทำอะไรนอกไปจากนอนพักอยู่บนเตียงสักวันหนึ่งนอนพักรอให้อาการดีขึ้น...

แต่...

“ตื่นได้แล้ว...”

เสียงร้องของเซร์น่าดังขึ้นมาพร้อมทั้งบานประตูที่ถูกถีบออกมาอย่างรุนแรงตั้งแต่ยามเช้ามืดกะเวลาราวๆตี 5 เห็นจะได้...
ไลท์ที่สะดุ้งตัวตื่นขึ้นมาทั้งๆที่ยังปวดหัวถึงกับคิดที่จะกล่าวอะไรออกไปกลับโดนยังเสียงของเซร์น่าเร่งรัดขึ้นมาอย่งรวดเร็วว่า

“...รีบลุกขึ้นมาได้แล้ว”

“ครับ...ครับ...”

ไลท์ได้ตอบรับออกไปพร้อมทั้งลุกขึ้นมาด้วยร่างที่ปวดระบมไปทั้งร่าง-ถึงจะปวดหัว ตัวร้อนหรือเป็นไข้-แต่ในยามนี้ก็ยังดีกว่าเมื่อชั่วโมงที่แล้วอยู่บ้าง-เขาที่พอมีสติกวาดสายตามองไปเห็นยังองค์หญิงที่กำลังยืนรออยู่ที่หน้าห้องดวยสายตาที่ไม่พอใจจึงรีบก้าวเดินเข้าไปหาทันที

“ตามมา”

ยังไม่ทันที่ไลท์จะก้าวเข้าไปถึงก็ได้ยินเสียงของเซร์น่าสั่งออกมาอีกครั้งพร้อมทั้งร่างของเธอที่ก้าวเดินนำออกไปอย่างรวดเร็วทันที...ไลท์ที่ไม่มีทางเลือกอื่นอีกจึงได้แต่ก้าวตามหลังของเด็กสาวออกไปอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่เรี่ยวแรงจะมีทันที...

“ตุบ...ตุบ...ตุบ...”

แต่ทุกย่างก้วที่ก้าวออกไปกลับนำพามาซึ่งความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อและบาดแผลที่ยิ่งปวดทุกครั้งไปอย่างไม่สิ้นสุดราวกับปฏิกิริยาลูกโซ่...

จนกระทั่งไลท์กลับลืมไปกว่า”ปกติเซร์น่าในเวลานี้น่าจะยังไม่ตื่นไม่ใช่หรือ”...

การที่เธอตื่นเช้ากว่าปกตินั่นมันหมายถึง...

...โชคร้ายที่มาเยือนเขาเร็วขึ้นนั้นเอง

“ถึงแล้ว”

เขาที่เดินตามกลับของเซร์น่ามาอย่างไม่ได้คิดอะไรถึงกับเงยหน้าขึ้นไปมองยังจุดหมายตามเสียงของเธอก่อนที่จะรู้ว่ามันคือ...

โรงม้า...

“แลนสล็อต”

เซร์น่าที่คล้ายกับไม่สนใจส่งเสียงเรียกยังม้าตัวโปรดของเธอทันที...ท่ามกลางเหล่าม้ามากมายที่อยู่ภายในโรงม้ากลับมีลูกม้าสาวสีขาวที่งดงามสง่าตัวถึงถึงกับส่งเสียงร้องตอบรับพร้อมทั้งวิ่งกระโจนออกมาจากคอกม้าทั้งที

“ฮี้...”

วินาแรกที่ไลท์เห็นถึงม้าตัวนั้นถึงกับต้องเผลอส่งเสียงร้องออกไปว่า

“...ยูนิคอร์น”

เพราะที่กลางหน้าผากของม้าตัวนี้แตกต่างไปจากม้าตัวอื่นๆในคอกหรือม้าที่ไลท์เคยเห็นมาทั้งหมด เพราะมันมีเขาเล็กๆยาวประมาณ 6 ถึง 7 เซนตรงหน้าผากอยู่ พร้อมทั้งขนและแผลงคอที่ดูยาวราวกับเส้นไพรสีขาวสะอาดจนทำให้ดูราวกับเป็นเจ้าหญิงแห่งม้าทั้งมวล...
หรือเป็นราชินีแห่งหมู่อาชา...

เพราะยามที่แลนสล็อตส่งเสียงร้องและกระโดดออกมากลับทำให้เหล่าม้าที่เหลืออยู่ทุกตัวในคอกต่างยืนนิ่งราวกับทำคามเคารพและส่งเสร็จก็ไม่ปานสมกับเป็นม้าประจำตัวขององค์หญิงรัชทายาทแห่งดราเรน่า

“ควับ...”

แต่เซร์น่าที่ไม่รอช้ากลับกระโดขึ้นไปบนหลังม้าอย่างรวดเร็วพลางหันมาส่งเสียงร้องบอกกับไลท์ว่า

“รีบตามมาเร็วเข้า”

ก่อนที่เธอจะรีบหันร่างและควบแลนสล็อตพุ่งทยานออกไปราวกับสายลมในพริบตาทิ้งยังไลท์ที่เหมือนกับได้แต่ยืนงงๆอยู่ เพราะต่อให้เขาอยู่ในสถาพที่ร่างกายดีถึงเพียงไหนก็ไม่มีทางวิ่งตามหลังม้าทันอย่างแน่นอนเลย...

ถึงจะยังเป็นแค่ลูกม้าก็เถอะ...

“รีบขึ้นมาสิ...”

อยู่ๆคนดูแลม้าที่คล้ายกับรู้อะไรถึงกับดันยังล่อตัวหนึ่งมาให้แล้วกล่าวออกมาว่า

“...รีบตาองค์หญิงไปเร็วเข้า”

“ครับ...ครับ...”

ไลท์ที่ยังงงได้แต่ถูกไล่ขึ้นไปขี่ยังหลังของล่อแล้วรีบปล่อยให้มันวิ่งออกไปอย่างทุลักทุเลราวกับไม่รู้จะทำเช่นไรดี เพราะเขาทั้งขี่ม้าและขี่ล่อไม่เป็น

“ฮี้...”

แต่เซร์น่าที่คล้ายกับไม่เห็นถึงไลท์ตามมากลับวกยังแลนสล็อตย้อนกลับมาดู-เธอที่เห็นยังไลท์ขี่อยู่ล่อจึงรีบส่งเสียงร้องขึ้นมาอีกครั้งว่า

“รีบตามาเร็วเข้าสิ...”

เธอที่หันหลังควบยังแลนสล็อตออกไปยังร้องตะโกนบอกออกมาทันทีว่า

“...อย่ามัวแต่ช้า”

“กุบ...กุบ...กุบ...”

เจ้าล่อที่คล้ายกับแสนรู้จึงรีบวิ่งตามหลังของเซร์น่าและแลนสล็อตออกไปอย่างรู้งานทันทีในขนาดที่ไลท์ซึ่งตกใจกลัวได้แต่หลับตาลงกอดคอมันไว้แน่นเท่านัน้น...

ปล่อยให้มันนำพาเขาวิ่งตามหลังของเด็กสาวออกไปอย่างไม่หยุดยั้ง...

ราวกับจะฝากชีวิตไว้กับมัน...

...ราวกับปล่อยให้เธอเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของตน
------------------------------------------

“แฮก...แฮก...”

เสียงหอบใจหายของไลท์ดังลั่นไปตามรายทางราวกับคนที่เหมือนกำลังจะตายลงไปเสียทุกทีที่ฝีเท้าของเจ้าล่อวิ่งไปตามเส้นทางหุบเขาที่ทั้งขรุขระและกันดารจนทำเอาก้นและร่างของเขาถึงกับกระแทกใส่ลำตัวของมันอย่างรุนแรงจนแทบจะพลัดตกลงไปได้ทุกเมื่อ-เขาที่กัดฟันแน่นจนเลือดถึงกับไหลออกมาพยายามที่จะเกาะจับขนบนต้นคอของมันไว้อย่างแน่นท่ามกลางสติที่เลื่อนลางไม่รับรู้ถึงสิ่งใดๆอีกแล้ว...

“ถึงแล้ว...”

เสียงร้องดังขึ้นมาอย่างกังวลก้องของเซร์น่าที่เหมือนกับชะลอยังฝีเท้ารอเจ้าล่อที่ด้านหลังถึงกับหยุดยังแลนสล็อตไว้ยังเรียวป่าบนภูเขาสูงทำเอาไลท์ที่ลืมตาขึ้นพึ่งจะมีโอกาสได้เห็นถึงจุดหมายที่เด็กสาวนำมา...

มันเป็นยอดเขาที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของเมืองที่กว่ากันว่ามีทั้งสัตว์ร้ายและปีศาจร้ายเคยทำร้ายยังผู้คนอยู่...

สำหรับคนทั่วไปมักจะหลบเลี่ยงยังการขึ้นมาบนหุบเขาแห่งนี้เพื่อความปลอดภัย...

...แต่นั้นมันสำหรับคนธรรมดาเท่านั้น

...ไม่ใช่ผู้กล้าที่กลับชาติมาเกิดเธอ

“เราจะเข้าไปที่นั้นกัน...”

เซร์น่าที่ยิ้มออกมาอย่างสนุกสนานถึงกับตวัดยังปลายนิ้วชี้ไปยังถ้ำบนยอดเขาที่อยู่ ณ เบื้องหน้าทันทีพลางกล่าวออกมาอีกอย่างไร้ซึ่งความกลัวใดๆว่า

“...มีข่าวลือว่าในถ้ำนั่นมีสัตว์ร้ายอาศัยอยู่”

“หา...”

ทำเอาไลท์ที่ได้ยินถึงกับต้องร้องออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาทันที เพราะถึงเขาที่ไม่เคยออกมานอกวังก็ยังได้ยินผู้คนเล่าขานถึงความน่ากลัวของเจ้าสัตว์ร้ายที่อาศัยอยู่ภายในถ้ำบนยอดเขาแห่งนี้-เขาไม่คิดเลยว่ากับการที่ได้ออกมานอกปราสาทหรือนอกเมืองครั้งแรกจะต้องมายังที่นี่ได้...

“กลัวอะไร...”

เซร์น่าที่คล้ายกับไม่สนใจอะไรกลับก้าวนำออกไปพร้อมทั้งสั่งออกมาว่า

“...รีบตามาเร็ว”

“ครับ...”

ไลท์ที่จำใจได้แต่ต้องฝืนก้าวตามกลับของเด็กสาวไปอย่างช่วยไม่ได้-เขาได้แต่รีบก้าวตามหลังของเธอเข้าไปในเรียวถ้ำอันมืดมิดจนมองไม่เห็นอะไรเลยทำเอาหัวต้องไปโขกเข้ากับหินยอยที่ขว้างอยู่เบื้องหน้าจนต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดทันที

“...โอ๊ย”

“งี่เง้าชะมัด...”

เซร์น่าด่าออกมาถึงความซุ่มซ่ามของไลท์ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ในความมืดเช่นเธอ-แต่เด็กสาวที่คล้ายไม่สนใจเพียงกล่าวออกมาเบาๆว่า

“...ฟรีน๊อก”

“พรึบ...”

สิ้นเสียงของเธอก็ปรากฏยังลูกนกวิหกเพลิงตัวหนึ่งขึ้นมาท่ามกลางความมืดแผดเปลวไฟส่งสว่างไสวไปทั่วอาณาบริเวณยิ่งกว่าคบไฟใดๆทำให้ไลท์สามารถกวาดสายตาจ้องมองไปเห็นถึงสิ่งต่างๆที่อยู่ภายในถ้ำในระยะ 20 ถึง 30 เมตรได้อย่างชัดเจน-เขาจึงรีบกล่าวออกไปทันทีว่า

“ขอบพระทัยองค์หญิง”

“ชิ...”

แต่เซร์น่ากลับเค้นเสียงตอบกลับมาอย่างไม่สบอารมณ์พลางสะบัดใบหน้ามองไปยังเส้นทางที่เบื้องหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อซ่อนยังใบหน้าที่แดงขึ้นมาไว้ไม่ให้ใครเห็น เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่มีคนขอบคุณเธออย่างจริงใจ-เธอที่อายๆจึงรีบก้าวนำออกไปอย่างรวดเร็วทันที

“...ตุบ...ตุบ...ตุบ”

ทำเอาไลท์ที่อยู่ด้านหลังต้องรีบก้าวตามไปอย่างรวดเร็วอยู่ด้านหลังของฟรีน๊อกที่เอาแต่กระพือบินพริ้วบินไปตามหลังของเด็กสาวราวกับดวงไฟที่ช่วยส่องสว่างทันที...

“นี่มันอะไรกัน...”

เซร์น่าที่ก้าวนำออกไปถึงกับต้องส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะพอก้าวเดินลึกเข้าไปประมาณ 4 ถึง 500 เมตรกลับพบว่า”ผิวของถ้ำกลับเปลี่ยนไป” เพราะบนผิวของถ้ำในตอนแรกที่เป็นเพียงผนังดินหรือไม่ก็ผนังดินธรรมดา แต่พอผ่านเข้าไปสักหน่อยก็พบเห็นยังผลึกอะไรบางอย่างแทบทะลุยังพื้นดินและพื้นหินออกมาราวกับอัญมณีที่มีค่า...

จนทิ้งที่สุดรอบๆผนังถ้ำกลับกลายเป็นผลึกสีเหลืองทองส่องประกายงดงามไปเสียทั้งหมดแล้ว...

...จึงสร้างยังความตกใจและประหลาดใจให้กับเซร์น่ายิ่ง

...และไลท์ก็เช่นกัน

“ครอก...”

แต่ก่อนที่จะมีเสียงตอบหรือใครที่กล่าวอะไรกลับมาอีกกลับมีเสียงกรนที่ดังลั่นออกมาจากภายในถ้ำที่อยู่ ณ เบื้องหน้าพร้อมทั้งประกายของไฟที่เหมือนกับติดๆดับๆอยู่...

“ฮึ...”

เซร์น่าที่เห็นถึงกับยิ้มออกมาอย่างชอบใจพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...อยู่นั่นเองหรือ”

“เดี๋ยวก่อนองค์หญิง...”

ไลท์ที่คล้ายกับรู้สึกได้ถึงเจ้าของเสียงกรนคือสัตว์ร้ายที่ทุกคนหวาดกลัวจึงรีบส่งเสียงร้องบอกยังเด็กสาวออกไปทันทีว่า

“...พวกเราอย่าเข้าไปกันเลยครับ”

“หือ”

เมื่อเห็นยังเซร์น่าที่หยุดแล้วหันกลับมา-เขาจึงรีบกล่าวต่อไปอย่างรวดเร็วว่า

“มันอันตราย...”

แล้วรีบกล่าวต่อไปอย่างไม่รอช้าอีกว่า

“...เรารีบกลับกันเถอะ”

“ถ้านายกลัวก็กลับไปคนเดียวแล้วกัน”

เซร์น่าที่คล้ายกับพบยังเรื่องที่สนุกสนามถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างไม่สนใจอะไรอีกแล้วจึงรีบสาวเท้าก้าวตรงไปยังเบื้องหน้าทันที-ทิ้งไลท์ไว้ยังด้านหลังราวกับไม่สนใจว่า”เขาจะตามเธอมาหรือไม่”...

“...”

ไลท์ที่นิ่งเงียบถึงกับต้องลังเลขึ้นมาทันที เขาที่ไร้ยังความสามารถ ไร้พลังถึงตามไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรคิดที่จะหันกายกลับไป-แต่สุดท้ายด้วยความกลัวว่าเซร์น่าจะได้รับอันตรายจึงต้องตัดใจรีบวิ่งตามหลังของหญิงสาวไปอย่างรวดเร็วทันที เพราะถึงแม้จะต้องตายก็ช่างมันเถอะ...

เพราะชีวิตของเขาเป็นของเธอ...

...เธอผู้เป็นนาย

...เธอที่เป็นผู้มอบชีวิตใหม่ให้กับเขา

และเหนือสิ่งอื่นใดคือ...

...เธอคือผู้ที่มอบยังชื่อให้กับเขา-ทำให้เขามีตัวตนขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งบนโลกใบนี้

หากเซร์น่าได้รับบาดเจ็บหรือเป็นอะไรไป-เขาก็คงจะต้องตายเช่นเดียวกันอยู่แล้วกับการที่จะตามเธอไปจึงมีค่าเท่ากันนั่นเอง...
--------------------------------

“ฟู่...”

เสียงของเปลวไฟที่พ่นออกมาพร้อมทั้งเสียงกรนที่ดังลั่น...

“...ครอก”

แต่สิ่งที่สายตาของไลท์ซึ่งจับจ้องมองไปเห็นกลับเป็นยิ่งกว่าสัตว์ร้ายเสียอีก...

ด้วยขนาดของตัวที่ใหญ่โตราวกับภูเขาสีแดงขนาดย่อมๆ กรงเล็บทั้ง 5 ของแขนแต่ละข้างที่ดูทรงพลังจนสามารถทะลวงชุดเกราะเหล็กหรือโล่เหล็กอย่างง่ายดาย ฟันที่ทั้งใหญ่โตและทรงพลังจนบดขยี้ก้อนหินได้อย่างง่ายดาย...

นี่ยังไม่รวมถึงกล้ามเนื้อและเปลวไฟที่พ่นออกมาจากสามารถทำลายล้างยังทุกอย่างได้ในพริบตา...

มันคือราชันย์แห่งสัตว์ร้ายที่กว่ากันว่ามีอำนาจยิ่งใหญ่กว่าสัตว์ใดๆบนพื้นพิภพและมีสติปัญญาฉลาดยิ่งกว่ามนุษย์เสียอีก...

หากพระเจ้าสร้างเอลฟ์ขึ้นมาให้ว่องไวและชาญฉลาด สร้างคนแคระให้ทรงพลัง สร้างปีศาจให้ทรหดและสร้างเทพให้เก่งกาจแล้วละก้อ...
มันคือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาให้หล่อรวมยังความสุดยอดทั้งมวลไว้ภายใต้นามของ”มังกร”...

...นามที่มีอำนาจเทียบเคียงพระเจ้า

4 ใน 8 ราชันย์ผู้ครองบัลลังก์ศักดิ์สิทธิ์กลับเป็นมังกร-นี่เป็นสิ่งที่ทุกคนรู้และยอมรับอย่างไม่สามารถเลี่ยงได้และที่ร้ายกาจที่สุดก็คือ...

ราชันย์ผู้ครองบัลลังก์ศักดิ์สิทธิ์แห่งหมู่มวลวิญญาณกับเป็นมังกรจึงทำให้เหล่ามังกรทั้งหลายคืนชีพได้จากความตายดั่งนกฟินิกส์...

การที่จะเผชิญหน้ากับมังกรเพียงแค่สามารถชนะมันได้เท่านั้น(ถ้ามีทางน่ะ)-แต่ไม่มีทางฆ่ามันให้ตายได้อย่างเด็ดขาด...

“...”

ไลท์ที่เกิดมาพึ่งจะเคยเห็นยังมังกรเป็นครั้งแรกในชีวิตถึงกับโดนยังร่างและพลังของมันกดดันจนแทบจะไม่สามารถกล้าที่จะระบายลมหายใจออกมาชั่วขนาดหนึ่ง...

เขาได้แต่จ้องมองไปยังร่างของมันที่กำลังนอนหลับอยู่อย่างมีความสุขบนกองภูเขาทองคำที่มีค่ามากมายมหาศาลจนไม่สามารถบอกได้ราวกับมันให้ยังกองของภูเขาทองคำนั้นเป็นแทนเตียงนอนของร่างที่มีขนาดใหญ่โตราว 25 ถึง 30 เมตร(ที่ไม่รวมหางและปีก)ก็ไม่ปาน
การมาหาเรื่องกับมังกรที่แม้แต่จะเกณฑ์ยังอัศวินหรือนักรบมาเป็นกองทัพยังไม่สามารถมั่นใจว่าจัดการได้มันจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง...ไลท์ที่พอจะเรียกสติกลับมาได้จึงรีบหันไปกล่าวกับเซร์น่าที่อยู่ด้านหน้าทันทีว่า

“พวกเรารีบหนีกันเถอะครับ-องค์หญิง”

เพราะการรีบหนีไปจากเจ้ามังกรที่กำลังหลับอยู่นี้จึงเป็นการตัดสินใจอย่างดีที่สุดแล้ว

แต่...

“หนีหรือ...”

เซร์น่าที่ยิ้มออกมาถึงกล่าวออกมาว่า

“...ทาสรับใช้อย่างแกกล้ามาสั่งให้ผู้กล้าแห่งไฟอย่างฉันให้หนีหรือ...”

“หรือว่า...”

ไลท์ที่รู้สึกได้ถึงอันตรายถึงกับจ้องมองไปเด็กสาวที่เบื้องหน้าราวกับพอที่จะรับรู้ยังความคิดของเธอบางแล้วจึงกล่าวออกไปอย่างลืมตัวว่า

“...องค์หญิงคิดจะสู้กับมังกร...”

“กำจัดต่างหากล่ะ...”

เซร์น่าที่กระโดดพุ่งเข้าไปหายังเจ้ามังกรไฟที่กำลังหลับอยู่ถึงกับส่งเสียงร้องตะโกนก้องออกมาอีกครั้งอย่างดังลั่นว่า

“...ฟรีน๊อก”

“พรึบ...”

เจ้าลูกนกฟินิกส์ที่บินต่างหลังของเด็กสาวไปถึงกับพ่นยังเปลวเพลิงออกมากลายเป็นดาบเรเปียร์สีแดงในมือของเซร์น่าทันที-เธอที่ไม่รอช้ารีบตวัดยังดาบฟันใส่ยังกลางหน้าผากของเจ้ามังกรพร้อมทั้งส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นว่า

“...ตื่นได้แล้วเจ้าขี้เซา”

“เปรี้ยง...”

เสียงคมดาบที่ฟันลงไปยังหนังที่หน้าผากและเกล็ดที่แข็งยิ่งกว่าเหล็กกล้าถึงกับส่งเสียงดังก้องกังวาลหรือทั้งแรงปะทะอันรุนแรงพอที่จะปลุกมันให้รู้สึกตัวขึ้นมา

“หือ...”

เจ้ามังกรที่รู้สึกตัวขึ้นมาถึงกับส่งเสียงร้องออกมาว่า

“...ใครกันที่บังอาจมารบกวนการนอนของข้า”

“หวา...”

ไลท์ที่ได้ยินยังเสียงของเจ้ามังกรพูดยังภาษามนุษย์ซึ่งเป็นภาษากลางที่ทุกสรรพชีวิตให้ในการติดต่อกันถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจทันที เพราะการที่มังกรสามารถพูดได้แสดงว่ามันจะต้องเป็นมังกรขั้นกลางขึ้นไป...

มังกรคล้ายแบ่งออกมาเป็น 3 ขั้นคือสูง กลาง ต่ำและในแต่ละขั้นยังบางระดับย่อยออกเป็นอีก 3 ชั้นด้วยกันคือสูง กลางและต่ำ...
มังกรขั้นกลางจะเป็นมังกรที่มีสติปัญญา เฉลียวฉลาดและที่น่ากลัวคือนอกไปจากจะใช้เวทมนตร์ได้แล้วยังรู้จักการวางแผนและมีความเจ้าเล่ห์เป็นอย่างยิ่งอีกด้วย...

ซึ่งความจริงไลท์ก็น่าจะสังเกตได้ตั้งแต่ตื่นแล้วกับการที่เจ้ามังกรใช้ถ้ำผลึกแห่งนี้เป็นรังนอนและนอนบนกองทองคำที่เขาหาทั้งชาติก็ไม่มีวันหมด เพราะมังกรระดับกลางขึ้นไปมักจะมีความชอบและนิสัยที่คล้ายกับมนุษย์เช่นชอบเหล้า ชอบอ่านหนังสือ ชอบทองคำเพชนนิลจินดา ชอบพูดคุยเป็นต้น-มันเป็นสิ่งที่แสดงถึงรสนิยมและสติปัญญาที่มีมากกว่าเดรัจฉานทั่วๆไป...

กล่าวกันว่ามังกรระดับกลางตัวหนึ่งสามารถถล่มอาณาจักรๆหนึ่งได้อย่างสบายๆเลย...

ผู้คนส่วนมากจึงหวาดกลัวมังกรยิ่งกว่าสิ่งใดๆทั้งมวล...

...แต่ยกเว้นเอาไว้คน

“มองไปทางไหนกัน”

เซร์น่าเห็นถึงเจ้ามังกรเพลิงคล้ายกับส่ายสายตามองหายังผู้ที่ปลุกมันให้ตื่นขึ้นมาไม่เจอถึงกับส่งเสียงร้องตะโกนพร้อมทั้งชี้ดาบท้าทายออกไปทันทีอย่างดังลั่น

“เชอะ...เจ้ามนุษย์...”

แต่เจ้ามังกรแดงที่ถึงกับเห็นไม่ถนัดตา เพราะพึ่งจะตื่นนอนประกอบกับอารมณ์กำลังหงุดหงิดอยู่จึงตอบโต้ด้วยการพ่นยังเปลวไฟใส่ยังเด็ก
สาวทันที...

“...ฟู่”

“องค์หญิง”

ไลท์ที่เห็นถึงร่างของเซร์น่าถูกยังเปลวเพลิงสีแดงฉานของเจ้ามังกรเผาผลาญใส่จนกลืนกินหายไปในกำแพงเพลิงถึงกับส่งเสียงร้องตะโกนออกไปอย่างดังลั่นด้วยความตกใจทันที...

ครั้งสุดท้ายที่สายตาของเขาเห็นคือร่างของเธอที่อยู่ท่ามกลางกองเพลิงก่อนที่จะโดนกลืนกินหายไปจึงไม่มีทางที่จะหลบหนีไปทันอย่างแน่นอน...


Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 17 ก.ย.59 เวลา 00:02:44 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply

Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

สิ่งที่อ่านต่อไปนี้ไม่เกี่ยวกับส่วนที่เป็นเนื้อเรื่องหลัก-เพียงแต่อยากเขียนขึ้นมาเท่านั้น

ละครโรงเล็ก ตอนที่ 4

      ยามค่ำคืนในสวน...

เที่ยงคืนมีเสียงบ่นว่า      :      ยังไม่มาอีกหรือ...อึก...อึก

สองยามมีเสียงบ่นว่า      :      อึก...อึก...ยังไม่มาอีกหรือ...อึก...อึก

สี่ยามมีเสียงบ่นว่า      :      อึก...ไม่มาอีกหรือ...อึก...อึก...อึก...อึก

เช้ามีเสียงด่าว่า      :      แกกล้าไม่มีหรือ...แกตาย

      คืนต่อมาจะเกิดอะไรกับไลท์เป็นสิ่งที่พอคาดเดาได้...

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 17 ก.ย.59 เวลา 00:03:29 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ