Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

LIZARDMAN บทที่ 15 ความลับยามค่ำคืน

ขอบคุณที่ติดตามครับ

บทที่ 15 ความลับยามค่ำคืน

“ทุกคนพร้อมมัย”

กว่าที่เฟเทียร์กับองค์หญิงเฟรย์จะสามารถปลีกตัวหลบหนีออกมาจากงานเลี้ยงหรือจริงๆแล้วกลับเป็นการตามตื้อตอแยของอาสเคออสกับอีริกเวลาก็เลยไปกว่า 3 ทุ่มเศษ…

หลังจากที่ได้รับข่าวจากทีฟาและฮาเดียจากปากของแม่มดแห่งหนองน้ำผ่านสายสืบอย่างเจ้าพวกป๊อกก้าเมื่อ 1 ชั่วโมงก่อนหน้า…

“พวกไลเรสยังไม่กลับมาค่ะ…”

ฮาเดียที่เหลืออยู่ที่ฐานบัญชาการของพวกเธอหรือที่กองบัญชาการทหารองครักษ์ประจำตัวขององค์หญิงเฟรย์เพียงคนเดียวในยามนี้รีบรายงานต่อไปทันทีว่า

“...ส่วนทีฟายังคงแอบสุ่มดูเหตุการณ์อยู่ที่คฤหาสน์เบลวารีก้าอยู่อีกหน่อยค่ะ”

“อืมม์...”

เฟเทียร์ที่ทราบสถานการณ์คราวๆเพียงพยักหน้ารับ เพราะทราบดีถึงพวกเธอจะพอเดายังสถานที่นัดหมายของทั้งสองฝ่ายว่าเป็นที่สะพานอะไรแล้ว แต่ด้วยความไม่ประมาณจึงต้องทิ้งสายสืบไว้คนหนึ่งที่สามารถสะกดรอยตามและส่งข่าวได้ไว้สำหรับติดตามยังเป้าหมายไว้อีกชั้นเพื่อกันยังความผิดพลาดเอาไว้...

พอเหลือบดูตู้นาฬิกาขนาดใหญ่ที่มีใช้ในเฉพาะในพระราชวังหรือตามตระกูลใหญ่ๆแล้วเห็นว่าใกล้ถึงเวลานัดหมายเหลืออีกเพียงแต่ 40 นาทีเศษจะ 4 ทุ่มครึ่งเธอจึงรีบสั่งการและแบ่งงานตามแผนที่วางเอาไว้ทันทีพร้อมทั้งก้าวนำออกไปทันที...

จากห้องบัญชาการของเหล่าทหารราชองครักษ์ประจำตัวขององค์หญิงใช้เวลาเพียงแค่ไม่ถึง 10 นาทีก็สามารถมาถึงยังจุดหมายที่อีกฝ่ายนัดเอาไว้ได้-แต่เผื่อความไม่ประมาทพวกเฟเทียร์จึงต้องเสียเวลาราว 5 ถึง 6 นาทีเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายยังไม่มาถึงที่หมายและรีบกระจายกำลังกัน แยกย้ายออกไปซุกซ่อนยังจุดต่างๆ...

แต่...

“เราจะไปด้วย...”

“หา...”

“ไม่ได้...”

ในขนาดที่ฮาเดียกลับร้องออกมาด้วยความตกใจที่องค์หญิงเฟรย์กลับกล่าวออกมาว่า”จะไปด้วยนั้น”-เฟเทียร์กลับรีบส่งเสียงปฏิเสธออกมาอย่างทันทีทั้งยังร้องถามออกไปว่า

“...องค์หญิงจะไปทำมัยกัน”

“เราก็อยากไปด้วย...”

องค์หญิงเฟรย์ที่เอามือทาบยังหน้าอกก้าวเดินออกมายังเบื้องหน้าสบสายตาจ้องมองไปยังเฟเทียร์ด้วยประกายของการตัดสินใจอันแน่วแน่ที่ถึงจะมีความหวาดกลัวซ่อนอยู่บ้างก็ตามพลางส่งเสียงตอบออกไปว่า

“...เราอยากไปดู อยากไปเห็นด้วยตาของตนเองถึงสิ่งที่จะทำลายยังประเทศนี้และบุคคลที่เรารัก”

...

ถึงจะไม่กล่าวอะไรออกมาแต่จากประกายตาขององค์หญิงสาวที่จ้องมองมายังเฟเทียร์ได้บอกแล้วว่า”ผู้ที่องค์เฟรย์กล่าวถึงคือเธอ”...
ทำเอาเฟเทียร์ที่ต้องนิ่งเงียบไปสักครู่หนึ่ง-เพื่อพยายามที่จะหายังเหตุผลในการปฏิเสธกลับไป เพราะองค์หญิงที่เบื้องหน้ากลับมิใช่ยังผู้ที่เธอรักและภักดียิ่งเช่นกันหรอกหรือ...

“ไม่ได้...”

เฟเทียร์ยังปฏิเสธเสียงแข็งออกไปว่า

“...ยังไงก็ไม่ได้”

“ทำมัยล่ะ...”

องค์หญิงยังถามออกไปว่า

“...ทำมัยเราถึงไปไม่ได้ล่ะ”

“เพื่อความปลอดภัยขององค์หญิง...”

เฟเทียร์ที่กวาดสายตาออกไปในยามนี้ที่เหลือเพียงแต่ฮาเดียอยู่ด้านข้างเพียงคนเดียวเท่านั้นจึงส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“...ตอนนี้คนไม่พอ-ไม่มีใครสามารถปกป้องยังองค์หญิงได้หรอก”

เพราะถึงยังไงความปลอดภัยขององค์หญิงเฟรย์ผู้เป็นองค์รัชทายาทอันชอบธรรมเพียงหนึ่งเดียวของอัสก้าเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง-แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ...

เฟรย์คือเพื่อนรัก ความฝันและทุกสิ่งของเธอ...

“แล้วความปลอดภัยของเธอล่ะ...”

องค์หญิงเฟรย์กลับสวนกลับไปว่า

“...หากเธอเป็นอะไรไปแล้วเราจะอยู่ได้ยังไง”

เพราะงานในครั้งนี้องค์หญิงเฟรย์รู้สึกได้ถึงอันตรายจนไม่อยากที่จะปล่อยให้หญิงสาวไปคนเดียวได้เหมือนกัน

“ไม่...”

เฟเทียร์ที่ยิ้มออกมาอย่างเต็มฝืนพลางส่งเสียงตอบกลับไปว่า

“...เพราะความปลอดภัยของหญิงสาวสำคัญที่สุด...”

เธอยังคงย้ำและตอบออกไปอย่างชัดเจนว่า

“...และสำคัญยิ่งกว่าทุกสิ่ง”

ร่วมถึงความลับของคืนนี้ตลอดจนชีวิตของเธอด้วย...

“แต่...แต่ว่า...”

องค์หญิงที่เหมือนกับจะร่ำไห้พลางพยายามที่จะเหตุผลโต้แย่งออกไปกลับจับจ้องมองไปยังฮาเดีย-เพื่อนสนิทอีกคนราวกับพยายามขอความช่วยเหลือ...

“เออ...”

ฮาเดียที่เหมือนกับมีสีหน้าที่หนักใจจนสุดท้ายก็ขบคิดยังเหตุผลหนึ่งได้แล้วส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...ในยามนี้ทั้งไลเรส ทีฟา เอลซ่าก็ไม่มีใครอยู่แล้วใครใช้อยู่ที่นี่เพื่อปกป้ององค์หญิงล่ะ”

“...”

ทำถามนี้ทำเองเฟเทียร์ถึงกับต้องนิ่งเงียบไปในทันที เพราะถ้าพาไปก็อันตราย-แต่ถ้าทิ้งไว้ก็ไม่มีใครที่จะสามารถไว้ใจให้ดูแลได้...

“งั้นฉันจะพาไปเองก็แล้วกัน...”

อยู่ๆเสียงของแม่มดแห่งหนองน้ำก็ดังขึ้นมาพร้อมทั้งร่างของเธอที่ไม่ทราบว่า”ปรากฏตัวมาตั้งแต่เมื่อไหร่”กลับมาจับมือขององค์หญิงเฟรย์ไว้พร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...ฉันจะคอยดูแลเธอเองล่ะกัน”

“เดี๋ยวก่อน...”

แต่ก่อนที่เฟเทียร์จะได้มีโอกาสตอบรับหรือร้องปฏิเสธอะไรทั้งร่างขององค์หญิงเฟรย์และแม่มดแห่งหนองน้ำที่พึ่งจะปรากฏตัวออกมาก็กลับค่อยๆจางหายไปในเปลวของแสงเทียนที่ส่งสว่างเข้ามาภายในห้องประชุมแห่งนี้เพียงทิ้งยังคำกล่าวออกไว้แค่...

“เราจะไปคอยที่ใกล้สะพานน่ะ...”

กับเสียงร้องของพวกป๊อกก้า...

“ป๊อกก้า...”
----------------------------------

ยามเมื่อเฟเทียร์และทุกคนมาถึงสะพานหน้าปราสาทอันเป็นเป้าหมาย...

ทีมได้แบ่งอย่างง่ายๆออกเป็น 3 กลุ่มคือกลุ่มแรกฮาเดียรับหน้าที่นำยังลูกน้องคนสนิทประมาณ 6 คนแอบซุ่มอยู่หลังต้นไม้ที่ด้านข้างของสะพานทางด้านซ้ายมือ-สำหรบทางด้านขวากลับให้-ส่วนเฟเทียร์ที่ต้องรับหน้าที่แอบซุ่มดูอยู่ทางด้านขวาของสะพาน-โดยนำลูกน้องที่ไว้ใจได้ประมาณ 8 คนแอบหลบอยู่หลังต้นไม้อีกด้านหนึ่งอย่างช่วยไม่ได้...

และสุดท้ายคือแม่มดแห่งหนองน้ำที่(ลัก)พาตัวองค์หญิงเฟรย์ไปเป็นกลุ่มสุดท้ายที่กำลังแอบซุ่มดูเหตุการณ์อยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่งอย่างที่เธอหรือใครๆไม่สามารถคาดเดาได้...

“ควับ...”

เฟเทียร์ที่รู้สึกเป็นกังวลเล็กน้อย เพราะการที่องค์หญิงไม่อยู่กับเธอในยามนี้อดที่จะรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาไม่ได้ ถึงจะสามารถไว้ใจยังฝีมือของแม่มดแห่งหนองน้ำได้ว่าจะสามารถปกป้องถึงองค์หญิงจากภัยอันตรายต่างๆได้ก็ตาม…

แต่ตัวของขอแม่มดแห่งหนองน้ำเองจะไว้ใจได้หรือ...

...สิ่งนั้นยังเป็นปัญหา

แต่ด้วยพลังและอำนาจที่อีกฝ่ายมีอยู่การที่จะสามารถจัดการยังเธอ องค์หญิงเฟรย์ตลอดทุกสิ่งทุกอย่างบนพื้นพิภพแห่งนี้นั้นกลับเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่าง่ายดายยิ่ง...

ขึ้นอยู่กับว่า”อีกฝ่ายจะต้องการหรือเปล่า”...

“เฮ้อ...”

เฟเทียร์ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้จึงกวาดสายตาจ้องมองไปยังเส้นทางเบื้องหน้าที่ความมืดมิดกำลังปกคลุมยังทุกสิ่งราวกับตระหนักได้ดีถึงสิ่งที่ต้องกระทำในเวลานี้ถึงความจำเป็นและสำคัญของมัน...

“...คงมีแต่ต้องเชื่อใจสิน่ะ”

เพราะในยามนี้คงมีแต่ต้องเชื่อใจยังแม่มดแห่งหนองน้ำเพียงคนเดียวเท่านั้น...

เชื่อใจในคำสัญญาที่อีกฝ่ายให้คำมั่นใจว่าจะร่วมมือไม่เป็นศัตรูและยอมรับหน้าที่ดูแลยังองค์หญิงในครั้งนี้อย่างเต็มฝืน...

“ทุกคนเตรียมตัว...”

เฟเทียร์ที่ตัดความสับสนและลังเลใจออกไปได้จึงหันไปสั่งการยังเหล่าทหารองครักษ์หญิงสาวที่เธอนำมาให้รีบแยกย้ายไปซ่อนตัวตามจุดต่างๆที่เธอหมายตาไว้ทันที

“...ได้เวลาแล้ว”

เพียงคำสั่งสั้นๆเหล่าทหารราชองครักษ์หญิงสาวทั้งหลายที่สามารถไว้ใจได้จึงรีบวิ่งแยกย้ายกันออกไปซุกซ่อนตามแนวหินหรือหลังต้นไม้ทันที-ส่วนที่เฟเทียร์เธอได้หมายตาเอาไว้กลับเป็นตรงหลังรูปปั้นที่ตั้งอยู่ด้านข้างของสะพานพอดี เพราะตำแหน่งที่ตั้งของรูปปั้นนี้มีพื้นที่ด้านหลังมากพอที่จะให้คนซ่อนตัวได้สักหนึ่งคน ยิ่งเป็นในยามกลางคืนที่ไร้แสงไฟด้วยแล้วยิ่งทำให้กลายเป็นที่ซ่อนที่ไม่มีใครสามารถหาพบได้อย่างแน่นอนเลย...

ซึ่งเฟเทียร์ก็พอที่จะเดาได้ว่าฮาเดียที่รับผิดชอบอีกด้านหนึ่งของสะพานจะต้องเลือกที่จะซ่อนยังที่นั้นเช่นเดียวกัน...

และไม่นานจนเกินรอ...

“เอียด...”

เสียงรถม้าวิ่งมาตามถนนยามราตรีตัดยังความมืดมิดอันเงียบสงบที่ไร้ยังผู้คนและความคิดของเฟเทียร์ทำเอาเธอต้องเลิกคิ้วขึ้นมาเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มบางๆเหนือริมฝีปากที่เรียวสวย...

“รถม้าหรือ...”

เพราะการที่อีกฝ่ายโดยสารมาเป็นรถม้าแสดงว่า”จะต้องเป็นคนที่มีอำนาจและฐานะไม่ใช่แค่ลูกน้องระดับล่างๆอย่างแน่นอน” เพราะรถม้านอกจากจะให้ความสะดวกสบายในการเดินทางแล้วข้อดีอีกอย่างก็คือสามารถปกปิดถึงตัวตนของผู้ที่นั่งอยู่ภายในเจ้ากล่องสี่เหลี่ยมที่มีล้อลากนี้ได้...

“ถึงเแล้วครับ...”

เสียงดังขึ้นมาอีกน่าจะออกจากปากของคนขับรถเพื่อบอกยังเจ้านายของตนที่อยู่ภายใน…เฟเทียร์ที่ซ่อนอยู่ด้านหลังถึงกับกวาดสายตาออกไปมองเห็นยังรถม้าขนาดใหญ่ที่สวยงามคันหนึ่งแล่นมาจอดหลบอยู่ด้านข้างของลานกว้างด้านหน้าของสะพานที่เป็นวงเวียนและสระน้ำพุซึ่งตรงกลางจะเป็นอนุสาวรีย์ของวีรบุรุษผู้กล้าในอดีต...

แต่สิ่งที่ทำให้เฟเทียร์ถึงกับยินดีเป็นที่สุดนอกไปจากเห็นถึงสัญลักษณ์ของตระกูลเบลวารีก้าที่ติดอยู่บนรถม้าอย่างชัดเจนแล้ว ณ ยังจุดที่เธอซ่อนอยู่ถึงกับเห็นถึงบานประตูของรถม้าที่เปิดออกและเห็นยังผู้ที่ก้าวลงมาอย่างชัดเจนด้วย...

“ตุบ...ตุบ...”

“ระวังน่ะค่ะ...”

ผู้ที่ก้าวคนมาเป็นคนแรกหรือจะบอกให้ถูกคือเป็นสาวใช้ทำเอาเฟเทียร์ต้องแอบสงสัยขึ้นมาในใจว่า”ทำมัยถึงมีสาวใช้มาด้วย” เพราะปกติงานที่แอบติดต่อกันอย่างลับๆเช่นนี้คนที่รู้ยิ่งน้อยน่าจะยิ่งดีไม่ใช่หรือ-แต่ไม่มีเวลาให้เฟเทียร์ได้ขบคิดอะไรมากไปนักสาวใช้คนนั้นก็รีบยื่นมือเข้าไปประครองยังผู้ที่นั่งอยู่ในรถม้าให้ก้าวลงมาพร้อมทั้งกล่าวเบาๆว่า

“…ค่อยๆเดินดีๆค่ะ-คุณหนู”

“คุณหนู...”

เฟเทียร์ถึงกับเผลอทวนคำออกมาด้วยความสงสัยก่อนที่สายตาของเธอจะกวาดไปมองเห็นยังหญิงสาวอีกคนที่สวมใสยังชุดเดรสสีม่วงค่อยๆก้าวลงมาจากรถม้าอย่างระมัดระวัง แม้บนศีรษะจะสวมหมวกใบใหญ่คุ้มทับไว้แต่ก็พอที่จะเดาถึงฐานะของอีกฝ่ายได้ว่า”คงจะเป็นลูกสาวหรือหลานสาวคนใดของตระกูลเบลวารีก้า” แต่ที่สร้างยังความประหลาดใจให้กับหญิงสาวเป็นที่สุดก็คือไม่น่าจะมีคุณหนูของตระกูลใดคิดแค้นถึงขนาดวางแผนอยากให้เธอหรือองค์หญิงตายได้...

“หรือว่าข่าวของฮาเดียมีปัญหา...”

เฟเทียร์อดที่จะขบคิดในได้ไม่ได้-แต่เมื่อมาถึงแล้วสิ่งที่สามารถทำได้คือจะต้องรอดูต่อไปเท่านั้น...

“ยังไม่มาอีกหรือ”

เสียงคุณหนูถามขึ้นมาพร้อมทั้งร่างของทั้งคู่แทนที่จะเดินมายังใต้สะพานอย่างที่พวกเธอคาดหมายและก้าวเดินขึ้นไปหยุดรอยังบริเวณลานรอบน้ำพุแทนในขนาดที่คนขับรถม้าเหมือนรู้หน้าที่จึงขับรถไปแอบรออยู่หลังบ้านเรือนผู้คนในซอยแคบๆอีกด้านของสะพานทำเอาเฟเทียร์ต้องบ่นพึมพำออกมาเบาๆว่า

“...สถานที่ก็ไม่ตรงอีก”

“คงใกล้แล้วล่ะค่ะ-คุณหนู...”

เสียงหญิงรับใช้ตอบกลับมาไม่นานก็ได้ยินยังเสียงฝีเท้าของม้าที่ควบวิ่งตัดผ่านยังความมืดมิดมาอีกทางอย่างเร่งร้อนเฟเทียร์ถึงกับยิ้มออกมาในใจ”มาเแล้วสิน่ะ”ทั้งเสียงของหญิงรับใช้ที่ตอบออกไปว่า

“...มาแล้วค่ะ”

“จริงหรือ...”

เสียงของคุณหนูดังขึ้นมาด้วยความดีใจก่อนที่ประกายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังจะจับจ้องมองไปยังร่างของชายหนุ่มที่สง่างามผู้หนึ่งกระโดดลงมาจากม้าแล้วก้าวเดินตรงไปหาทั้งสองทันที-ด้วยความดีใจคุณหนูถึงกับกระโดดเข้าไปซบยังอ้อมอกของอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มทันที

“...ในที่สุดเราก็ได้พบกันอีกแล้ว”

“อืมม์...”

ถึงจะไม่สามารถเห็นถึงใบหน้าของอีกฝ่ายได้แต่เฟเทียร์เธอทราบแล้วว่า”งานนี้ไม่ใช่การพบเจอของนักฆ่าและผู้จ้างอย่างแน่นอน”-แต่เป็นการพบกันของชายหนุ่มหญิงสาวที่มีความลับซุกซ่อนไว้เสียมากกว่า...

แต่การที่ออกและกลับไปยังห้องบัญชาการทหารองครักษ์ในยามนี้ก็จะเป็นการขัดจังหวะของทั้งสองคนเสียเปล่า-แต่จึงใช้ยังสายตาที่ไม่พอใจนิดๆจ้องมองไปยังหลังรูปปั้นที่คิดว่าฮาเดียจะซ่อนตัวอยู่ถึงการเสียเวลาเปล่าในครั้งนี้...
---------------------------------------

“ห้าว...”

เฟเทียร์ห้าวออกมาเล็กน้อยอย่างเบื่อหน่ายที่จะต้องทนแอบฟังคู่รักทั้งสองคนนี้พลอดรักอยู่ราว 10 นาทีกว่าๆก่อนที่จะได้ยินยังฝ่ายคุณหนูที่ในยามนี้มิได้สวมหมวกแล้วยิ้มออกมาอย่างยินดีพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ฉันมีข่าวดีจะบอกคุณค่ะ-อาสคิส”

“ฝ่ายชายชื่ออาสคิสหรือ”

ถึงจะไม่ตั้งใจฟังเท่าไหร่แต่เฟเทียร์ยังคงเก็บข้อมูลเอาไว้ในใจตามความเคยชินก่อนที่จะฟังยังฝ่ายชายถามกลับมาด้วยเสียงหวานว่า

“ข่าวดีอะไรหรือ-โรซ่า”

“โซร่า...”

เฟเทียร์ทวนชื่อคุณหนูของตระกูลเบลวารีก้ากับต้องเลิกคิ้วขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะชื่อนี้น่าจะเป็นน้องสาวของอีริกไม่ใช่หรือ...

คุณหนูน้องสาวของอีริกที่ทางตระกูลเบลวารีก้าที่ต้องการจะให้แต่งงานกับอาสคิออส กีอัสที่เป็นว่าที่คู่หมั่นของเธอ...

แต่กลับแอบลอบมาพบยังชายหนุ่มคนรักอยู่ในยามนี้...

“...”

เฟเทียร์ที่ยิ้มออกมาถึงกับต้องอดพอใจขึ้นมาไม่ได้ เพราะถึงจะมองไม่เห็นยังใบหน้าฝ่ายชายชัดเจน แต่จากน้ำเสียงและท่าทางทำให้เขาพอที่จะทราบแล้วว่า”อีกฝ่ายเป็นใครกัน”จนอดที่จะกล่าวออกมาไม่ได้ว่า

“...ดูท่าจะไม่เหลวเสียทีเดียว”

เพราะฝ่ายชายกลับเป็นอาสคิออส กีอัสว่า”ที่คู่หมั่นของหญิงสาว”-ซึ่งเฟเทียร์สามารถใช้การที่เขามีคนรักอยู่แล้วในการปฏิเสธถึงการหมั่นของเธอได้...

ส่วนทั้ง 2 ตระกูลจะร่วมมือกันจัดการตระกูลของเธอในอนาคตมัยจะต้องคอยดูฝีมือกันต่อไป เพราะเธอจะไม่มีวันยอมให้มันเกิดขึ้นอย่างแน่นอนอย่างเด็ดขาด...
--------------------------------------

...

หลังจากที่ต้องทนฟังทั้งสองพลอดรักกันอยู่สักเล็กน้อยแล้วเฟเทียร์ก็ได้ยินยังสิ่งที่เธอรอคอย-ยังคำถามที่เธออยากรู้ถึงคำตอบเช่นกัน...

“จริงหรือเปล่าคุณจะหมั่นกับเฟเทียร์แห่งตระกูลฟาริเอก้าหรือ”

สำหรับหญิงสาวแล้วคำถามนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง การที่จะต้องหมั่นกับอีกฝ่ายเป็นสิ่งที่เธอไม่ต้องการเป็นที่สุด เพราะมันจะทำให้ความฝันของเธอไม่มีทางเป็นจริงได้...

หากเธอต้องแต่งงานกับอาสเคออสจริงด้วยนิสัยและความเป็นพวกหัวสมัยเก่าจะต้องบีบบังคับเธอให้สละถึงอำนาจและตำแหน่งของผู้ที่จะสืบทอดตำแหน่งหัวหน้าและผู้นำตระกูลฟาริเอก้าออกไปอย่างแน่นอน เขาจะต้องให้เธอแต่งเข้าไปในตระกูลอัสก้าและรับหน้าที่อย่างมากก็เป็นแค่แม่ของลูกเท่านั้นที่เพียงแค่จะอาศัยยังเส้นสายของเธอที่มีต่อตระกูลเดิมเท่านั้น...

ส่วนตำแหน่งผู้นำและหัวหน้าตระกูลคนต่อไปจากพ่อของเธอถ้าไม่สืบทอดไปยังอาของเธอก็ลูกชายที่แสนงี่เง้าของเขาเท่านั่น เท่ากับกับปล่อยยังตระกูลฟาริเอก้าไว้ในมือของคนเหล่านั้นเท่ากับรอวันที่จะถล่มสลายของตระกูลมาถึง...

เพราะถึงฟาริเอก้าจะเป็น 1 ใน 3 ตระกูลใหญ่ของอาณาจักรไกอัสนี้ก็ตาม แต่มิได้หมายความว่าจะมั่นคงพอที่จะต้านท้านการล้มล้างหรือภัยคุกคามจาก 2 ตระกูลที่เหลือหรือตลอดจนตระกูลอื่นๆที่คิดจะก้าวขึ้นมามีอำนาจแทนทีแล้วยังรวมถึงภัยคุกคามจากต่างอาณาจักรอีก...

ด้วยการที่ไกอัสเป็นเพียงแค่อาณาจักรขนาดกลางที่มีเพียง 4 เมืองเท่านั้น...

การที่เธอต้องแต่งงานกับอาสเคออสนอกจากจะเป็นการทำลายยังความฝันของเธอ องค์หญิงและทุกคนแล้วยังอาจจะเป็นการทำให้ตระกูลตกต่ำลงด้วย...

...คำตอบของคำถามนี้จึงมีความสำคัญกับเธอจริงๆ

“ไม่หรอก…โรซ่า-ยอดรักของผม...”

ฝ่ายชายที่ยิ้มออกมาอย่างยากจะเห็นได้ชัดภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องกับส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...มันไม่เป็นความจริงหรอก เพราะผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ผมอยากจะมั่นรักและแต่งงานด้วยมีคุณเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น”

“งั้นทำไม...”

บุตรสาวของตระกูลเบลวารีก้ายังคงส่งเสียงถามออกไปว่า

“...ถึงมีข่าวว่าคุณจะหมั่นกับเธอล่ะ”

คำถามนี้ไม่เพียงโรซ่าเท่านั้นที่อยากรู้...

แต่เฟเทียร์ องค์หญิงเฟรย์ตลอดจนใครหลายต่อหลายคนก็อยากรู้ด้วยเช่นกัน...

...ยังคำตอบที่มีความสำคัญยิ่งนี้

“ก็คำตอบง่ายๆยังไงล่ะ-ยอดรักของผม...”

ฝ่ายชายที่ยิ้มออกมาอย่างอย่างหวานพลางกล่าวต่อไปอีกว่า

“....การหมั่นของผมกับบุตรสาวตระกูลฟาริเอก้าเป็นเพียงแค่ความต้องการของท่านพ่อของผมและลุงของเธอเท่านั้น...”

เขาที่หยุดเล็กน้อยยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...มันไม่ใช่ยังความต้องการของผมเลย”

“โอ...แล้วเราจะทำยังไงดีกันล่ะค่ะ-อาสคิส”

โรซ่าที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาด้วยความเศร้าสร้อยพลางซบลงไปยังหน้าอกของฝ่ายชายราวกับจะร้องไห้ออกมา เพราะเธอทราบดีว่าถึงแม้เขาและเธอตลอดจนเฟเทียร์ไม่ต้องการให้เกิดถึงการหมั่นและการแต่งงานที่มีเบื้องหลังอันชั่วร้ายในครั้งนี้ก็ตาม...

แต่ด้วยภาระและหน้าที่ของผู้เป็นบุตรกลับไม่สามารถที่จะขัดยังความประสงค์หรือความต้องการของบิดาตลอดจนตระกูลของตนเองได้...

“ไม่ต้องห่วงหรอกยอดรักของผม...”

ฝ่ายยิ้มที่โอบกอดยังฝ่ายหญิงราวกับจะปลอบประโลมยังอีกฝ่ายที่เศร้าใจยังส่งเสียงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...เผื่อการนี้ผมจึงต้องมาหาคุณยังคืนนี้ยังไงล่ะ”

“เราสองคนจะหนีไปด้วยกันใช่มัยค่ะ-อาสดิส”

โรซ่าส่งเสียงถามออกไปด้วยความห่วง เพราะวิธีเดียวที่จะสามารถหลีกหนีจากการแต่งงานได้ทั้งคู่จะต้องหลบหนีออกไปจากเมืองและแต่งงานแอบไปใช้ยังชีวิตที่เรียบง่ายอยู่ตามหมู่บ้านในชนบทหรือเมืองที่ห่างไกลออกไป...

“ไม่หรอก...ผมวางแผนเอาไว้แล้วล่ะ...”

ฝ่ายชายที่ยิ้มพลางจ้องมองไปยังฝ่ายหญิงด้วยความหวังได้ส่งเสียงร้องถามออกมาว่า

“...คุณเอาของที่ผมต้องการมาด้วยหรือเปล่าล่ะ”

“ค่ะ...”

โรซ่าที่พยักหน้ารับด้วยความลังเลพลางล้วงเอากระบอกใส่ยังเอกสารสีแดงอันหนึ่งส่งให้ยังฝ่ายชายพร้อมทั้งร้องถามออกไปด้วยความสงสัยว่า

“...แต่กระดาษเปล่าพวกนี้จะมีประโยชน์อะไรกันค่ะ-อาสดิส”

“มันต้องมีประโยชน์อย่างแน่นอน...”

ฝ่ายชายที่ยิ้มออกมาอย่างพอใจยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...ด้วยกระดาษเปล่าที่มีตราประทับของพ่อเธอนี้จะต้องช่วยให้เราสองคนได้แต่งงานกันอย่างแน่นอนเลย”

“จริงหรือค่ะ...”

โรซ่าร้องถามออกมาด้วยความดีใจพลางร้องถามออกมาว่า

“...ทำได้ยังไงค่ะ”

“ภายในคืนนี้ผมจะหายังคนปลอมลายมือของพ่อคุณ...”

เขายังกล่าวออกมาด้วยความยินดีที่ไม่สามารถปกผิดได้มิดอีกว่า

“...แล้วเขียนมันเป็นคำสัญญาหมั่นหมายระหว่างเราสองคนเอาไปให้ท่านพ่อของผมได้ดู-เมื่อท่านได้อ่านจะต้องยินดีอย่างแน่นอน เพราะ
สำหรับท่านพ่อแล้วไม่ว่าจะเป็นบุตรสาวของตระกูลฟาริเอก้าหรือตระกูลเบลวารีก้าก็ไม่ต่างกันหรอก...”

สำหรับตระกูลกีอัสแล้วไม่ว่าอาสเคออสจะหมั่นหมายตระกูลไหนก็ส่งผลดีให้กับตระกูลของตนเช่นเดียวกัน...

“...แล้วผมก็จะฉวยจังหวะที่ท่านพ่อกำลังยินดีนี้ให้การให้ท่านส่งคนไปของหมั่นหมายกับคุณอย่างเป็นทางการ-ซึ่งเมื่อพ่อบ้านของผมนำเรื่องไปหารื้อกับพ่อของคุณท่านจะต้องเห็นด้วยอย่างแน่นอน”

เพราะหากไม่มีเหตุผลที่มีน้ำหนักมากพอคงไม่มีใครที่คิดที่จะปฏิเสธถึงการเชื่อมสัมพันธ์ของทั้ง 2 ตระกูลนี้อย่างแน่นอนไม่ว่าท่านพ่อของเขาหรือผู้นำตระกูลเบลวารีก้า...

...ใช่ถ้าไม่มียังเหตุผลที่ดีกว่า

“โอ...”

โรซ่าส่งเสียงร้องออกมาด้วยความยินดีพร้อมทั้งซบลงไปยังหน้าอกของฝ่ายชายด้วยรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขยิ่ง เพราะแม้แต่หญิงสาวที่กำลังตาบอดจมอยู่ภายใต้ความรักอันแสนหวานเช่นเธอก็ทราบและยังเข้าใจถึงเหตุผลที่แสนจะง่ายดายเช่นนี้...

“...ในที่สุดเราสองคนก็จะได้อยู่ด้วยกันอย่างความสุขเสียทีค่ะ-อาสดิส”

“อืมม์...”

แต่ในขนาดที่โรซ่ากำลังจมอยู่ในความสุขและความฝันอันแสนสวยงามกลับได้ยินยังเสียงฝีเท้าของม้าและรถม้าควบขวบตรงมายังทางนี้...

“กุบ...กับ...”

มีรถม้ากำลังมุ่งตรงมายังสะพานแห่งนี้ท่ามกลางความมืดมิด...

“มาทางนี้...”

ฝ่ายชายที่ไม่รอช้ารีบฉุดกระชากยังโรซ่าหลบจากกลางสะพานหายไปยังมุมอันมืดมิดของเงาสะพานอย่างรวดเร็วทันที...
----------------------

“รถม้าหรือ...”

เฟเทียร์ขบคิดในใจทำมัยในเวลาเช่นนี้ถึงได้มีรถม้าแล่นผ่านมากันอีก-แต่เธอที่ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนที่หลบซ่อนอะไรจึงกวาดสายตาจ้องมองไปยังโรซ่าและชายคนรักรีบวิ่งเข้าไปหลบยังใต้เงาอันมืดของสะพานที่ลึกเข้าไปจนแทบจะมองไม่เห็นตัวต้องขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย...

เพราะเธอไม่แน่ใจว่าแม่มดแห่งหนองน้ำอาจพาองค์หญิงไปซ่อนตัวที่นั้นหรือเปล่า...

แต่เมื่อเห็นทั้งสองหลบเข้าไปแล้วไม่มีเสียงเอะอะตกใจโวยวายอะไรดังขึ้นมาจึงได้แต่เบาใจพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังรถม้าที่เข้ามาจอดใต้ๆสะพานแทน...

ตราของตระกูลเบลวารีก้าประดับอยู่ที่ข้างรถม้าอย่างเห็นได้ชัดเจน...

...หรือรถม้าของโรซ่าที่แล่นออกไปจะย้อนกลับมา

“ไม่สิ...”

แม้จะมืดมิดแต่สายตาที่คมกล้าของหญิงสาวเพียงใช้เวลาเพียงแต่แววเดียวก็สามารถแยกถึงความแตกต่างของรถม้าทั้ง 2 ได้อย่างชันเจนถึงการตบแต่งที่ดูจะหรูกว่าเล็กน้อยกับคนขับที่ดูมีอายุและฝีม้าที่ดีกว่าในยามที่จอดหยุดรถอย่างนิ่งสนิท...

แสดงว่าผู้มาจะต้องเป็นคนที่มีฐานะเหมือนกว่าคุณหนูของตระกูลเบลวารีก้าเสียอีก...

“ถึงแล้วครับนายท่าน”

“อืมม์...”

เสียงตอบรับกลับมาพร้อมทั้งผู้ที่ก้าวลงมาจากบานประตูรถม้าที่ถูกเปิดออกกลับเป็นลอร์ดแมดิก้าที่พวกเธอพึ่งจะชิ่งหนีมาอย่างรีบร้อนนั่นเอง...

“ดูท่าจะได้ปลาตัวใหญ่กว่าที่คิดเอาไว้”

“ยังไม่มีอีกหรือ...”

นี่ไม่ใช่คำถาม เพราะลอร์ดแมดิก้าเพียงโบกมือขึ้นเป็นเครื่องหมายแสดงให้คนขับรถม้ารออยู่ที่นี่เพียงนำคนรับใช้คนสนิทที่เป็นลิซาร์ดแมนคนหนึ่งก้าวเดินตรงเข้าไปยังใต้สะพานยังจุดที่นัดหมายด้วยความระมัดระวัง...

การที่โรซ่าและชายคนรักนัดหมายมาที่นี่ในค่ำคืนนี้เป็นเพียงเรื่องที่บังเอิญจริงๆหรือ...

...

หลังจากรอคอยอยู่สักเล็กน้อยราว 10 กว่านาทีเฟเทียร์ก็เห็นถึงร่างของทหารยามจำนวนประมาณ 10 คนที่เดินตรวจตราไปมาตามหน้าที่จนกระทั่งมาหยุดยั้งตรงสะพาน-หัวหน้าเพียงกวาดสายตาจ้องมองไปยังรถม้าราวกับมองไม่เห็นแล้วจึงเดินข้ามสะพานเข้าไปในปราสาทจึงไม่เห็นถึงรถม้าของโรซ่าที่อยู่ด้านหลังของบ้านเรือนผู้คนในซอยแคบๆที่อยู่ห่างออกไป...

“ควบ...”

ไม่นานนักก็มีเงาร่างของนายทหารผู้คนก้าวเดินออกมาพร้อมทั้งคนสนิทอีกคนจึงทำเอาเฟเทียร์สามารถคาดเดาถึงตำแหน่งของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดายที่สามารถสั่งการให้ทหารยามแกล้งมาตรวจสอบเพื่อดูว่า”ลอร์ดแมดิก้ามาหรือยัง”แล้วจึงปลีกตัวออกมาพบ...

เพียงแต่ดูรายชื่อยังแม่ทัพที่เฝ้ารักษาการยังหน้าปราสาทคืนนี้ก็รู้ว่าเป็นใครแล้ว...

...เพียงแต่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังที่สุดจะเป็นใครเท่านั้น
----------------

“หมายความว่ายังไง...”

เสียงร้องถามออกมาด้วยความไม่พอใจของผู้ที่อยู่ในเงามืดถึงกับทำเอาลอร์ดแมดิก้าต้องสั่นสะท้านด้วยความกล่าวต่อไปอีกว่า

“...แกบอกว่างานล้มเหลวงั้นหรือ”

“เดี๋ยวก่อนสิ....ใจเย็นๆเถอะ...”

ลอร์ดแมดิก้ายังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ยัง...มันยังพอมีโอกาสเหลืออยู่บ้าง...”

“แกจะให้ฉันใจเย็นหรือ...”

เขายังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...แกไม่รู้ว่าพวกนั้นมันได้หลักฐานอะไรไปบ้าง”

“พวกนั้นไม่มีน่าจะมีหลักฐานอะไรหรอก...”

ลอร์ดแมดิก้ายิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้ายพลันกล่าวออกไปมาว่า

“...ฉันส่งคนไปทำลายหลักฐานหมดแล้ว”

ร่วมทั้งหลักฐานที่มีและไม่มีชีวิต...

“แกแน่ใจหรือ”

“แน่ใจสิ...”

ลอร์ดแมดิก้ายิ้มออกมาด้วยความมั่นใจพลางกล่าวต่อไปว่า

“...แผนการของพวกเราไม่มีใครรู้หรอก”

“งั้นก็ดี...”

คู่สนทนาของลอร์ดแมดิก้ายังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...จำไว้เพราะถ้ามีอะไรผิดพลาดแกจะต้องเป็นคนรับผิดชอบคนเดียวเท่านั้น”

“ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว...”

ลอร์ดแมดิก้ายังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...การลอบสังหารครั้งนี้ไม่มีทางสาวถึงเราอย่างเด็ดขาด”

“การลอบสังหารหรือ...”

ทั้งทีทีเฟเทียร์ได้ยินยังคำว่า”ลอบสังหาร”ถึงกับเค้นเสียงออกมาด้วยความโกรธและไม่พอใจทันทีถึงกับเผลอเลื่อนมือไปกุมยังด้านดาบทันที

“หา...”

โรซ่าที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจทันทีที่ได้ยินยังเรื่องลอบสังหารเช่นกันก่อนที่จะโดนยังคู่นัดหมายของเธอรีบเอามือปิดปากอย่างรวดเร็ว

“มีคน...”

แต่ไฟก้าที่มีประสาทหูไวตามเผ่าพันธุ์ที่ได้ยินเพียงเสียงผิดปกติเพียงเล็กน้อยด้วยความระมัดระวังทั้งแต่แรกราวกับมีใครกำลังจับตาอยู่ถึงกับรีบร้องออกมาทันทีที่ได้ยินยังเสียงร้องของโรซ่าถึงกับรีบกันยังลอร์ดแมดิก้าพลางกล่าวออกมาว่า

“...นายทันระวัง”

“หา...”

ลอร์ดแมดิก้าร้องออกมาด้วยความไม่พอใจทันทีส่วนคู่สนทนารีบหลบไปยังด้านหลังพร้อมทั้งหันกายหมายจะหนีไปทันที

“...”

ฮาเดียรีบจ้องมองมายังเฟเทียร์ที่ซ่อนกายอยู่อีกด้านของสะพานทันทีราวกับรอคอยว่า”เธอจะสั่งการเช่นไรออกมา” เพราะถ้าจะปล่อยไปในยามนี้อาจจะต้องสูญเสียยังแบะแสทั้งหมดไป...

แต่ถ้าจะออกไปจับกุมหรือต่อสู้กับในยามนี้ที่อีกฝ่ายมีกำลังคนมากกว่าและยังมีลิซาร์ดแมนอย่างไฟก้ามาด้วยอาจมีสิทธิที่จะพ่ายแพ้
ก็ได้...

“...”

เฟเทียร์ที่สบตากลับไปยังฮาเดียราวกับทราบยังคำถามของเธอถึงกับยิ้มออกมาทันที เพราะคำตอบของเธอมีเพียงแต่อย่างเดียวเท่านั้นพร้อมทั้งมือที่กระชับยังด้ามเรเปียร์มั่น..

ผู้ที่คิดร้ายต้ององค์หญิงจะต้องตายเท่านั้น...
------------

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 16 ก.ย.59 เวลา 23:57:39 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ