Charcoal
FREE RUNNING

Epistle of James {Chapter 2 } Part 9

Epistle of James {Chapter 2 } Part 9

{2:14 จะได้ประโยชน์อะไร พี่น้องของข้าพเจ้า หากจะมีใครว่าตนมีความเชื่อ แต่ไม่ได้ผลิดผลความเชื่อของเขาจะช่วยกู้เขา[ในเวลาที่ทนทุกข์หรือรับการทดสอบ]ได้หรือ[ต้องตอบ:ไม่ได้]}

ประโยคเงื่อนไขขั้นที่สาม 3 (third class conditional sentence)ทำให้เราเข้าใจว่า ตลอดทั้งยุคคริสตจักรจะมีคริสเตียนที่อ้างว่าตนเองได้ดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อ แต่ เนื่องจากเขาได้ขาดหลักคำสอนพระคัมภีร์ภายในจิตใจของตน ขาดความเข้มแข็งฝ่ายวิญญาณ และขาดความถ่อมใจ เขาจึงไม่สามารถเกิดผลในชีวิตฝ่ายวิญญาณของตนได้(2ทิโมธี 3:16,17)

ข้อที่ 14 เริ่มต้นด้วยคำถามว่า"จะได้ประโยชน์อะไร" และข้อที่ 16 ก็จบท้ายด้วยคำถามเช่นเดียวกัน เพราะข้อที่ 15 และ 16 เป็นตัวอย่างซึ่งแสดงให้เห็นถึงหลักการที่ยากอบพูดถึงในข้อที่ 14 ในตัวอย่างนั้นมีผู้เชื่อในพระคริสต์ซึ่งมีความเชื่อ แต่ชีวิตฝ่ายวิญญาณของเขาไมมี

ประสิทธิภาพ จึง ไม่ได้เกิดผลตอนจบบทนี้ อับราฮัมและราหับเป็นตัวอย่างของผู้เชื่อที่มีหลักคำสอนพระคัมภีร์ในจิตใจ มีความเข้มแข็ง และความถ่อมใจ ด้วยความเข็มแข็ง และมีความถ่อมใจ พวกเขาจึงาสมารถประยุกต์พระคำของพระเจ้าแก่สถานการณ์ที่กดดัน ซึ่งเป็นการผลิตผลจากชีวิตฝ่ายวิญญาณของเขาทั้งสอง

{การอธิบายความเชื่อ}

ความเชื่อจำเป็นจะต้องมีสิ่งที่ถูกเชื่อ(faith must have as object)ในการที่รับความรอด เราได้วางใจเชื่อในพระเยซูคริสต์เจ้า คือ พระผู้ช่วยให้รอดที่สมบรูณ์แบบเป็นสิ่งที่ถูกเชื่อ(the object of Faith)หลังจากเราได้รับความรอดแล้ว หลักคำสอนพระคัมภีร์จะต้องเป็นสิ่งที่ถูกเชื่อ ความเชื่อที่ปราศจากหลักคำสอนพระคัมภีร์ภายในกระแสความคิดไม่มีประโยชน์แก่เรา

มีนักประกาศบางคนที่ชอบตะโกนใส่ผู้ที่ไม่เชื่อว่า"จงเชื่อในพระเยซูคริสต์!"แต่เขาไม่ได้อธิบายอะไรเกี่ยวกับพระองค์ หรือ พันธกิจการทรงไถ่บาปที่พระองค์ทรงกระทำให้เราบนไม้กางเขน ผู้ที่ไม่เชื่อจะวางใจเชื่อในผู้ที่เขาไม่รู้จักได้อย่างไร?

มีศิษยาภิบาลบางคนที่จะขอร้องสมาชิกคริสตจักรจากธรรมาสน์ว่า"พี่น้องเอ๋ย จงมีความเชื่อเถิด!" แต่เขาไม่ได้สอนพระคำของพระเจ้าอย่างถูกต้อง ความเชื่อของผู้เชื่อไม่มีประโยชน์หากไม่มีสิ่งที่จะเชื่อได้

หากผู้เชื่อจะประยุกต์หลักคำสอนพระคัมภีร์ต่อสถานการณ์ที่ยากลำบาก เขาจะต้องมีสามอย่างนี้ก่อน

1.เขาต้องมีความรู้ในกระแสความคิดเพียงพอที่จะจัดการกับปัณหานั้นได้ ควารู้นี้รวมถึงการเข้าใจในเครื่องมือการแก้ไขปัญหา(problem solving devices)ซึ่งทำให้ผู้เชื่อสามารถประยุกต์หลักคำสอนพระคัมภีร์มาใช้กับสถานการณ์ ความรู้ได้มาจากการฟังศิษยาภิบาลที่มีคุณสมบัติในการสอนพระคำของพระเจ้าอย่างสม่ำเสมอ ศิษยาภิบาลที่สัตย์ซื่อและรับผิดชอบหน้าที่อย่างถูกต้องได้ศึกษาพระคำของพระเจ้าอย่างขะมักเขม้นและจะเน้นหลักคำสอนพระคัมภีร์เสมอ

2.เขาต้องมีความเข้มแข็งฝ่ายวิญญาณ(spiritual strength) พอที่จะประยุกต์ความรู้นั้นแก่ประสบการณ์ ความเข้มแข็งฝ่ายวิญญาณได้มาจากการเข้าใจ จดจำ และการสะสมวิชาต่างๆ จากพระคัมภีร์ไว้ในจิตใจพร้อมที่จะรับการประยุกต์นำมาใช้ ผู้เชื่อจะมีความเชื่อจะมีความเข้มแข็ง ก็ต่อเมื่อเขาได้มีความรู้ในทุกวิชาในพระคัมภีร์

3.เขาต้องมีความถ่อมใจซึ่งจำเป็นในการที่จะเชื่อฟังพระบัญชาของพระเจ้า ความถ่อมใจมาจากการที่จะยอมจำนนต่อน้ำพระทัยของพระเจ้า เช่นเดียวกับที่ความเป็นมนุษย์ของพระเยซูคริสต์ได้ทรงกระทำ (ฮีบรู 5:8 ฟิลิปปี 2:8) นอกจากนี้แล้ว ยังมีบ่อยครั้งที่พระเจ้าจำต้องตีสอนผู้เชื่อ ซึ่งช่วยพัฒนาความถ่อมใจและการเชื่อฟังพระองค์(ฮีบรู 12:6)

ในการสรุป ผู้เชื่อจำเป็นต้องพัฒนาทั้งความรู้ ความเข้มแข็ง และ ความถ่อมใจ

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 24 มิ.ย.59 เวลา 08:33:49 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ