Charcoal
FREE RUNNING

Epistle of James {Chapter 2 } Part 3


Epistle of James {Chapter 2 } Part 3

{2:5. พี่น้องที่รักของข้าพเจ้า จงฟังเถิด[จงตั้งใจเรียน]พระเจ้าทรงเลือกคนยากจนในโลกนี้ให้เป็นคนมั่งมีในความเชื่อ[หลักคำสอนพระคัมภีร์]และให้เป็นทายาทแห่งอาณาจักร[รางวัลและพระพรพิเศษ]วึ่งพระองค์ทรงสัญญาไว้แก่ผู้ที่รักพระองค์มิใช่หรือ}

การที่ผู้เชื่ออาจยากจนไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ได้เติบโตฝ่ายวิญญาณ และการที่ผู้เชื่ออาจร่ำรวยก็ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นผู้เชื่อที่ยิ่งใหญ่ มาระโกได้บันทึกเหตุการณ์เกี่ยวกับหญิงม่ายที่ยากจน ซึ่งเป็นผู้เชื่อที่เติบโตมากแล้ว

พระเยซูได้เสด็จประทับตรงหน้าตู้เก็บเงินถวาย ทรงทอดพระเนตรสังเกตประชาชนเอาเงิน
มาใส่ไว้ในตู้นั้น และคนมั่งมีหลายคนเอาเงินมากมายใส่ในตู้ มีหญิงม่ายคนหนึ่งเป็นคนจน
เอาเหรียญทองแดงสองอัน มีค่าประมาณสลึงหนึ่งมาใส่ไว้ พระองค์จึงทรงเรียกเหล่าสาวก
ของพระองค์มาตรัสแก่เขาว่า "เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า หญิงม่ายจนคนนี้ได้ใส่
ไว้ในตู้เก็บเงินถวายมากกว่าคนทั้งปวงที่ใส่ไว้นั้น เพราะว่าคนทั้งปวงนั้นได้เอาเงินเหลือใช้
ของเขามาใส่ไว้ แต่ผู้หญิงนี้ขัดสนที่สุด ยังได้เอาเงินที่มีอยู่สำหรับเลี้ยงชีวิตของตนมาใส่จน
หมด"(มาระโก 12:14-44)

ชาวยิวไม่ได้เดินถุงถวายเหมือนที่คริสตจักรมักจะทำในปัจจุบัน แต่จะจัดที่ใส่เงินไว้ ผู้หญิงในเรื่องนี้ไม่มีสามีแล้ว และอาจไม่มีครอบครัวด้วยจากการที่พระเยซูคริสต์ทรงอธิบายเกี่ยวกับการถวายเงินจากหญิงม่ายคนนี้ เราสามารถเข้าใจถึงสถานะฝ่ายวิญญาณของเธอได้ คือ เธอมีชีวิตที่อัศจรรย์เพราะความสัมพันธ์ที่ติดสนิทกับพระเจ้าและความมั่นใจในพระองค์ เธอทราบแก่ใจว่า ตราบใดที่พระเจ้าทรงมีพระประสงค์สำหรับชีวิตของเธอพระองค์จะทรงจัดเตรียมปัจจัยสำคัญอย่างวันต่อวัน เธอไม่ห่วงเงินจึงสามารถเอาเงินทั้งหมดของเธอใส่ตู้ถวายโดยไม่กลัวว่าจะขัดสน ไม่เหมือนที่หลายคนมักจะคิด ความมั่นคงของเธออยู่ในพระผู้เป็นเจ้า

มีผู้หญิงหลายคนซึ่งตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ซึ่งมักจะสงสารตัวเองหรือมีความขมขื่น อย่างไรก็ตามแม่ม่ายในเรื่องนี้ไม่ได้โต้ตอบต่อความยากลำบากเพราะเธอมีชีวิตฝ่ายวิญญาณที่มหัศจรรย์ เธอได้เรียนหลักการซึ่งผู้เชื่อน้อยคนมากจะรู้จักในชีวิตของตน คือ เธอสามารถชนะปัญหาความเหงาด้วยความสัมพันธ์ที่มีกับพระเจ้า เธอไม่ได้สงสารตัวเอง และไม่ต้องให้คนอื่นมาสงสารเธอ เธอไม่ได้บ่นแต่เะอได้ฝากชีวิตของเธอไว้ในพระหัตถ์ของพระเจ้าโดยการดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อ เธอได้สำนึกและเห็นคุณค่าในพระคุณพระเจ้าและหลักคำสอนพระคัมภีร์ ถึงแม้ว่าเธออาจไป

จากพระวิหารทั้งที่หมดตัวแต่เะอวางใจในพระเจ้าว่พระเจ้าว่าพระองค์จะทรงดูแลเธอต่อไป เธอไม่ได้เพียงแสดงความเชื่อในแผนการที่พระเจ้าทรงมีต่อชีวิตของเธอแต่การถวายทรัพย์ของเธอได้รับแรงจูงใจจากความรักที่เธอมีต่อพระองค์

ทัศนคติของพระผู้เป็นเจ้าต่อสถานการณ์นี้คงต่างกันมากกับผู้นำของคริสตจักรบางคน พระองค์ทรงมองถึงทัศนคติและแรงจูงใจของผู้ที่ถวายทรัพย์ แต่มีศิษยาภิบาลบางคนที่ชอบกล่าวถึงและยกย่องสมาชิกที่ให้เงินแยะ ซึ่งการนี้เป็นการผลักดันสมาชิกที่ร่ำรวยคนอื่นให้ถวายเงินจำนวนมากแก่คริสตจักร โดยหวังจะได้ฟังคำชมเชยจากธรรมาสน์ ในขณะเดียวกันนั้น ผู้ที่ไม่สามารถถวายเงินมากก็จะรู้สึกต่ำต้อย และอาจรู้สึกผิด

ผู้เชื่อทุกคนไม่ว่าจะยากจนหรือร่ำรวย ได้รับการทรงเลือกโดยพระเจ้าที่จะเป็นคนมั่งมีในหลักคำสอนพระคำสอนพระคัมถีร์ และที่จะได้รับมรดกพิเศษ อย่างไรก็ตาม มีแต่เชื่อที่ได้พัฒนาความรักที่เขามีต่อพระเยซูซึ่งจะ กลายเป็นรัชทายาทกับพระองค์ หมายถึง จะได้รับบำเหน็จและพระพรพิเศษที่พระองค์ทรงจัดเตรียมให้แก่ผู้ที่รักพระองค์(ยากอบ 1:12)

และภ้าเราทั้งหลายเป็นบุตรแล้ว เราก็เป็นทายาท ในด้านหนึ่งเราคือทายาทของพระเจ้า [โดย
ตำแหน่งที่เราอยู่ในพระคริสต์] และในอีกด้านหนึ่ง เป็นทายาทร่วมกับพระคริสต์ [ขึ้นอยู่กับการ
เติบโตฝ่ายวิญญาณของเรา] หากเราทั้งหลายทนทุกข์ทรมานด้วยกันกับพระองค์ [การทนทุกข์
ประเภทไม่สมควรได้รับ ซึ่งมีไว้เฉพาะผู้เชื่อที่โตฝ่ายวิญญาณแล้ว] เราทั้งหลายจะได้สง่าราศี
ด้วยกันกับพระองค์ด้วย [การรับมรดกจะถวายเกียรติแด่พระเจ้า] (โรม 8:17)

โดยสรุป ผู้เชื่อทุกคนเป็นรัชทายาทของพระบิดาตลอดไปเป็นนิตย์ แต่ถ้าคุณอยากจะเป็นรัชทายาทของพระคริสต์ คุณจะต้องกระทำชีวิตฝ่ายวิญญาณของคุณให้สำเร็จ เช่นเดียวกับการที่ความเป็นมนุษย์พระคริสต์ได้ทรงกระทำ

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 28 เม.ย.59 เวลา 07:39:56 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ