Charcoal
FREE RUNNING

Hebrew 4:12

{Hebrew 4:12}
[การรู้จักพระคำของพระเจ้า(ฮีบรู บทที่4: ข้อ12)]


The word of God is alive and powerful and sharper than any two-edged sword, and
piercing even to the dividing asunder of the soul and the spirit,
of the joints and marrow, and is a critic of the thoughts and intents of the heart.
(Hebrew 4:12)

การที่จะรู้จักพระคำของพระเจ้าเป็นหนึ่งในส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดในการมีชีวิตที่ดำเนินไปด้วยความเชื่อ หากผู้เชื่อไม่รู้จักพระคำของพระเจ้าเขาไม่มีทางที่จะเข้าถึงพำนักของพระองค์ การมีชีวิตในการพำนัก ไม่ใช่เป็นความรู้สึกอย่างหนึ่ง แต่เป็นการที่ให้พระคำของพระเจ้าเป็นหลักในชีวิตฝ่ายวิญญาณ

ทำให้เราเข้าใจถึงความสำคัญของพระคัมภีร์อย่างชัดเจนมากขึ้น เราได้เห็นอยู่แล้วว่าการเข้าสู่การพำนักจำเป็นต้องอาศัยความเชื่อ ไม่ใช่การกระทำ เช่นเดียวกับความรอดซึ่งเรารับด้วยความเชื่อไม่ใช่การกระทำ

คำว่า"เชื่อ" หรือ "มีความเชื่อ" เป็นกิริยาสกรรม(transitive verb)ซึ่งจำเป็นต้องมีประธานและกรรมอย่างไม่มีข้อยกเว้น เมื่อพระคัมภีร์ได้กล่าวถึงความรอดประธานของคำกิริยาสกรรม"เชื่อ"คือใครที่เป็นสมาชิกของมนุษย์ชาติ กรรมของคำนี้คือ พระเยซูคริสต์เป็นพระผู้เป็นพระผู้ช่วยให้รอด ขอยกตัวอย่างเช่น ในกิจการ บทที่16: ข้อ31ก "จงเชื่อในพระคริสต์และท่านจะรอด"ผู้ใด[ประทาน]ที่เกิดความเชื่อ[คำกิริยาสกรรม]ในพระคริสต์[กรรม]เมื่อใด ในขณะเวลานั้นเขาได้รับความรอดนิรันดร์เมื่อนั้น

แต่เมื่อเราพูดถึงการดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อ เราจำเป็นต้องมีความเชื่อในพระคำของพระเจ้า ซึ่งต้องเป็นความเชื่อต่อเนื่องในกรณีนี้ประธานของประโยคนี้คือ"พระคำของพระเจ้า"ผู้เชื่อจำเป็นต้องเชื่อในพระคำของพระเจ้าอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม คุณไม่สามารถเชื่อในพระคำโดยปราศจากข้อสงสัยได้จนกระทั้งคุณรู้จักพระคำและเข้าใจในส่วนประกอบต่างๆ ของพระคำ เช่นคุณต้องเข้าใจถึงบริบทตามประวัติศาสตร์ การที่พระประสงค์ของพระเจ้าถูกแบ่งแยกเป็นยุคสมัยที่แตกต่างกันไป(dispensations){the divine outline of history}หลักคำสอน และพระสัญญาของพระเจ้าทุกประการเหล่านี้ซึ่งปรากฏอยู่ในพระคัมภีร์จะต้องเป็นความจริงในความเชื่อของคุณก่อนที่คุณจะสามารถดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อได้

"เพราะว่าพระคำของพระเจ้านั้นมีชีวิต และทรงฤทธิ์เดชอยู่เสมอ คมยิ่ง
กว่าดาบสองคมใดๆ แทงทะลุส่วนลึกจนสามารถแยกจิตใจและวิญญาณ
ออกจากกัน แม้ข้อกระดูกและไขในกระดูก และเป็นผู้วินิจฉัยความคิด
และความมุ่งหมายของใจ"
(ฮีบรู บทที่4:ข้อ12)

ข้อนี้ได้กล่าวถึงลักษณะของพระคำทั้ง 5 อย่างที่เราจะสามารถพิจารณา

[ลักษณะที่ 1 ] คือ พระคำของพระเจ้านั้น"มีชีวิต" ภาษากรีกใช้คำ "ζων"zon, zaó (dzah'-o) (โซน)ซึ่งเป็นคำที่ทำหน้าที่เป็นทั้งคำคุณศัพท์และคำกิริยา และแสดงถึงการกระทำต่อเนื่อง(present participle)ดังนั้นเราควรแปลข้อนี้ว่า"พระคำพระเจ้านั้นมีชีวิตเสมอและต่อเนื่อง" ถ้าคุณอยากจะดำเนินชีวิตตามความจริง คุณจะต้องศึกษาจากพระคำภีร์ซึ่งเป็นชีวิตและเป็นความจริงอยู่เสมอ

[ลักษณะที่ 2 ] ของพระคำของพระเจ้าคือ "ทรงฤทธิ์เดช"พระคำของพระเจ้ามีชีวิตเสมอและทรงฦทธิ์เดชภาษากรีกใช้คำคุณศัพท์ "ἐνεργής" energés (en-er-gace') (เอ็น-เนอ-เกซ) ซึ่งหมายถึง"มีฤทธิ์เดช"คือพระคำให้ฤทธิ์เดชแก่เราในการดำเนินชีวิตฝ่ายวิญญาณ หากเราจะรับฤทธิ์เดชนั้นเราจำเป็นต้องเชื่อและประยุคต์พระสัญญาและหลักคำสอนพระคัมภีร์มาใช้สถาณ์ของเราก่อน

[ลักษณะที่ 3 ] ของพระคำพระเจ้าคือ"คมกว่าดาบสองคมใดๆ"ซึ่งเป็นภาพที่หน้าสนใจมาก ดาบสองคมเป็นดาบที่ชาวกรีกเรียกว่า "μάχαιρα" Makhaira, Machaira (makh'-ahee-rah) (มาไคร่า)และเป็นการประดิษฐ์ที่ยอดเยี่ยมของโลกโบราณเพื่อที่จะให้คุณเห็นถึงความพิเศษของอาวุธนี้ผมคงต้องอธิบายถึงดาบอื่นๆ ซึ่งมีอยู่ก่อนที่"มาไคร่า" จะถูกประดิษฐขึ้นมา

ดาบอันแรก ซึ่งน่าประทับใจมากคือ "ρομφαια"romfaia , rhomphaia (hrom-fah'-yah) (รม-ฟาย-ยา) ซึ่งเป็นดาบกว้าง ความยาว 5 ถึง 6 ฟุต มีคมเดียวและที่จับใหญ่พอที่จับด้วยทั้งสองข้าง ชาว"เทรเชียน"(Thracian)เป็นพวกแรกที่ใช้ดาบนี้ เนื่องจาก รมฟายยา เป็นดาบใหญ่เมื่อนักรบกำลังปะทะกับข้าศึก เขาจะต้องถอยหลังก่อนแล้วพุ่งหน้าเข้าไปพร้อมฟันดาบจากด้านซ้ายหรือขวา ซึ่งจะทำให้นักรบนั้นเสียสมดุล และเปิดโอกาศให้ข้าศึก โจมตีได้

เมื่อเกิดการสู้รบระหว่างทหารเทรเชียนซึ่งใช้ดาบ'รมฟายยา' และทหารโรมันซึ่งถือดาบ'มาไคร่า'ในการสู้รบเป็นครั้งแรก
ทหารเทรเชียนได้หัวเราะเยาะเย้ยทหารโรมันและดาบที่สั้นของเขา แต่สุดท้ายทหารโรมันได้หัวเราะดังกว่าเสียอีก

อีกดาบหนึ่งจากสมัยนั้นคือ "ξιφος" xifos, Xiphos(Ksee-fohss) (ชีโฟส) ซึ่งมีแต่ปลายดาบแหลมๆวิธีเดียวที่จะชนะศัตรูคือด้วยการพุ่งแทงเข้าไปตรงหน้า ถ้าศัตรูก้มลง หรือ หลบทางซ้ายหรือขวา คนใช้ดาบนี้ก็ได้เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายหนึ่งเข้ามาทำร้ายแทน

อีกดาบหนึ่งคือ " ἀκῑνάκης"akiakis, acinaces ()(อาขีนาเขส) ซึ่งถูกประดิษฐ์ที่เปอร์เซีย 'อาขีนาเขส'ไม่ใช่ดาบที่เขาได้ใช้ในการสู้รบ ปลายดาบนั้นไม่แหลม และทั้งสองคมไม่คมมากนัก ดาบอาขีนาเขสถูกตกแต่งด้วยอัญมณีซึ่งทำให้มันมีคุณค่าสำหรับเจ้าของ
และสุดท้ายมีดาบหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า "δόλος" dolon, (dol'-os) (โดลอน) เป็นดาบเล็กซึ่งถูกซ่อนไว้ในคทาหรือไม้เท้า และก็มีแค่จุดแหลมที่ปลายดาบเป็นจุดเดียว

ในการเปรียบเทียบกับอาวุธเหล่านี้ "มาไคร่า Makhaira"เป็นดาบสั้น เบา และใช้งานได้อย่างสะดวกในทุกสถานการณ์ แม้ทหารที่ใช้อาจจะเป็นตัวเล็กก็ตาม ประเด็นที่ 2 คือมาไคร่าจะไม่ทำให้ผู้ใช้เสียความสมดุลซึ่งมักจะเปิดโอกาศให้ศัตรูเข้ามาโจมตีได้ เคล็ดลับของดาบมาไคร่าคือมันไม่ได้มีปลายแหลมเท่านั้น แต่ทั้งสองคมของใบดาบถูกลับ ให้คมมาก ซึ่งเป็นพัฒนาการสำคัญสำหรับอาวุธของสมัยนั้นเป็นประเด็นสำคัญซึ่งทำให้ทหารโรมันมีชัยชนะ

ทำไมพระเจ้าจึงใช้"มาไคร่า"เปรียบเทียบกับพระคำของพระองค์? ดาบ"รมฟายยา romfaia"คมแต่ด้านเดียว พระคำไม่ได้มีแต่จุดแหลมหรือคมได้จุดเดียวแต่ทุกส่วนของพระคัมภีร์มีคุณค่า เช่นเดียวกับ"ซีโฟส xifos"ซึ่งมีแต่จุดแหลมจุดเล็กที่ปลายดาบ ไม่เหมาะสมที่จะเปรียบกับพระคำของพระเจ้า "อาขีนาเขส akiakis"อันงดงามก้ไม่ใช่เพราะพระคัมภีร์ไม่ได้เป็นแค่วรรณกรรมที่สะสลวย
"โดลอน dolon"ก็ไม่เหมาะสมเพราะพระคัมภีร์เป็นสิ่งที่ถูกเปิดเผยให้โลกเห็น พระเจ้าทรงเปรียบเทียบพระคำของพระองค์กับดาบ มาไคร่าเพราะทุกส่วนของพระคำมีจุดประสงค์ ทุกๆตัวอักษรและเครื่องหมายเล็กๆที่ติดอยู่กับอักษร มีค่าและเป็นสิ่งสำคัญ ทุกๆตัวอักษรและเครื่องหมายเล็กๆนั้นมีความหมายสำหรับคริสเตียน คริสเตียนที่ใช้พระคำของพระเจ้าไม่เสียสมดุล คริสเตียนที่ใช้พระคำพระเจ้ามีชีวิตมั่นคง ซึ่งเป็นลักษณะหนึ่งของชีวิตที่ดำเนินด้วยความเชื่อ

หลักคำสอนพระคัมภีร์ประการหนึ่งซึ่งคุณสามารถประยุกต์ใช้กับทุกปัญหาทุกเรื่องคือหลักคำสอนแห่งพระลักษณะของพระเจ้า เช่น

"พระเยซูคริสต์ยังทรงเหมือนเดิมในเวลานี้ และวันนี้ และต่อๆไปเป็นนิจกาล"
(ฮีบรู บทที่13: ข้อ8)

ข้อนี้ได้เปิดเผยแง่หนึ่งของพระลักษณะของพระเจ้า คือการไม่เปลี่ยนแปลงของพระองค์(immutability) เมื่อเราได้มองดูถึงพระลักษณะนี้ เราสามารถเข้าใจว่าพระเจ้าทรงสัตย์ซื่ออยู่เสมอด้วย พระองค์ไม่เปลี่ยน พระองค์จะไม่ทำให้เราผิดหวังเมื่อเรามีปัญหา เราสามารถมั่นใจได้ว่าพระเจ้าไม่ทรงผิดพระสัญญาของพระองค์ เมื่อเราสรุปดังนี้แล้ว เราก็จะมีความสงสุขในใจอย่างแท้จริง

[ลักษณะที่ 4 ] ของพระคัมภีร์จากข้อที่ 12 คือ"แทงทะลุ" “διικνεομαι” diikneomai (dee-ik-neh'-om-ahee) (ดีอิกนีโยมัย)ดาบมาขายราเป็นดาบแทงทะลุลึกๆ ไม่ช้าก็เร็วผู้เชื่อทุกคนต้องถูกแทงใจจากพระคำของพระเจ้า'แทงทะลุ'ในภาษากรีกเขียนด้วยรูปแบบปัจจุบันการซึ่งมีความหมายว่า"ได้แทงทะลุต่อเนือง"เนื่องจากคำนี้ก็เขียนในมาลากลาง(middle voice)เราก็สามารถเข้าใจว่าการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อเรา นี่คงเป็นกรณีเดียวที่คุณจะ
โดนดาบแทงทะลุโดยคุณได้รับประโยชน์!

พระคำของพระเจ้าได้แทงทะลุถึงส่วนของมนุษย์ซึ่งตามองไม่เห็น หรืออาจเรียกว่าส่วนลึกภายใน"แทงทะลุส่วนลึกจนแยกจิตใจออกจากกัน" พระคัมภีร์กล่าวว่า ส่วนภายในของคนที่บังเกิดใหม่มีสองส่วน คือ จิตใจ และ วิญญาณของมนุษย์ พระคัมภีร์ได้แทงทะลุส่วนที่มองไม่เห็นอย่างต่อเนื่อง ด้วยดาบหรือมีดเราสามารถแทงร่างกายของคนได้แต่ถ้าผมส่งดาบให้คุณและสั่ง "ไปแทงจิตใจของคนหนึ่ง" คุณไม่สามารถทำได้ เป็นไปไม่ได้ที่สิ่งของใดๆของมนุษย์จะแตะต้องส่วนลึกของมนุษย์ได้ มีแต่พระคำของพระเจ้าที่สามารถทะลุเข้าไปถึงจิตใจและวิญญาณของมนุษย์

คุณได้นำพระคำของพระเจ้ามาใช้ต่อสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตบ้างหรือยัง? อาจมีบ้างคนที่รบกวนคุณ ทำให้คุณเสียใจ หรืออาจตั้งใจทำร้ายคุณก็ได้ด้วยพระคำของพระเจ้าคุณสามารถเปลี่ยนทัศนคติ เพราะพระคำนั้นได้ทะลุถึงที่ลึกที่สุดของจิตใจได้เปลี่ยนความคิด และสร้างความสงบในชีวิต

คำต่อไปนี้เขียนโดยแนวโน้มทางการแพทย์"แทงทะลุส่วนลึกจนสามารถแยกจิตใจและวิญญาณออกจากกัน แม้แต่ข้อกระดูกและไขในกระดูก"ศัลยแพทย์ต้องใช้มีดผ่าตัดเพื่อรักษาคนไข้ เขาใช้มีดนั้นกรีดผิวหนังเพื่อรักษาคนไข้ฉันใด พระคัมภีร์ได้แทงทะลุเข้าไปในส่วนลึกของผู้เชื่อ เพื่อแก้ปัญหาที่มีอยู่ในส่วนลึกภายในของเขา

พระคัมภีร์เป็น"ผู้วินิจฉัยความมุ่งหมายของจิตใจ"ผู้วินิจฉัยคือผู้ที่พิพากษาคดีระหว่างสองฝ่าย ก็คือผู้วินิจฉัยและนักวิจารณ์ เช่นเดียวกันพระคัมภีร์ได้วินิจฉัย และวิจารณ์เราอย่างสม่ำเสมอ และเราควรเห็นคุณค่าและขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งนี้ด้วย พระคัมภีร์ได้ชี้ให้เราเห็นถึงความผิดพลาดของเราเพื่อเราจะตั้งต้นใหม่กับพระเจ้าด้วยการสารภาพบาป(1ยอห์น บทที่1: ข้อ9) แล้วเข้าสู่สัมพันธภาพกับพระองค์ อีกครั้งและได้รับการทรงนำจากพระองค์อีกครั้งและได้รับการทรงนำจากพระองค์ในการดำเนินชีวิตฝ่ายวิญญาณ

ขอให้สั่งเกตวิธีการพิพากษาของพระคัมภีร์ พระคัมภีร์เป็นผู้วินิจฉัยความคิดของเรา มนุษย์ไม่สามารถวินิจฉัยความคิดของเราได้ บางครั้งเขาอาจเดาถูกถึงสิ่งที่เรากำลังคิดอยู่ แต่ไม่มีใครสามารถรู้ความคิดของเราเสมอไป แต่พระคัมภีร์ได้วินิจฉัยความคิดของเราทุกๆความคิด

พระคัมภีร์เป็นผู้พิพากษา หรือ วินิจฉัย"ความคิดและความมุ่งหมาย ของเรา"คำว่า"ความมุ่งหมาย"หมายถึงแรงจูงใจ ดังนั้น พระคัมภีร์ได้วินิจฉัยความคิด และ แรงจูงใจในจิตใจของคน ถ้าคุณอิจฉาผู้อื่น หรือ ริษยา ยโส หรือมีแรงจูงใจที่ผิดพลาดไป พระคัมภีร์ ได้วินิจฉัยความคิดเหล่านี้ เมื่อเราได้สำนึกถึงความบาปของเราและกล่าวถึงบาปนั้น(สารภาพบาป{1ยอห์น บทที่1: ข้อ9}) ต่อพระบิดา ถือว่าการผ่าตัดนั้นได้สำเร็จแล้วบาปถูกผ่าออกและผู้เชื่อได้กลับมามีสัมพันธภาพกับพระเจ้าอีกครั้งหนึ่ง


กรุณา อ่าน

{The 10 Problem-solving Devices เครื่องมือการแก้ไขปัญหา 10 ประการ}

กับ

{THE 10 CHARACTERISTICS OF GOD พระลักษณะของพระเจ้า 10 ประการ}





Thomas Bergersen - Rada




Edit by Charcoal - 05 เม.ย.61 เวลา 13:30:47 น.

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 15 เม.ย.59 เวลา 18:16:10 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ