Charcoal
FREE RUNNING

Epistle of James {chapter 1 } part 18

Epistle of James {chapter 1 } part 18

{1:22. แต่ท่านทั้งหลายจงกลายเป็นผู้กระทำพระคำ [ภาษาอังกฤษแปลเป็น become doers of the word คือ ผู้ที่ประยุกต์พระคำนำมาใช้ในชีวิต] ไม่ใช่เป็นแต่เพียงผู้ฟังเท่านั้น ซึ่งเป็นการล่อลวงตนเอง}

ข้อนี้ไม่ได้บอกว่า"แต่ท่านทั้งหลายจงกลายเป็นผู้กระทำดี" หรือ "จงเข้าร่วมกิจกรรมที่คริสตจักร" ผู้เชื่อที่กระทำพระคำของพระเจ้า คือ ผู้ที่ประยุกต์หลักคำสอนพระคัมภีร์นำมาใช้อย่างถูกต้องต่อพระเจ้า และต่อประสบการณ์ของเขา อับราฮัมเป็นผู้ที่กระทำพระคำ ด้วยว่าท่านยากอบได้บันทึกไว้ในบทที่ 2:21 ว่า"เมื่อ อับราฮัมบิดาของเราได้ถวายอิสอัคบุตรชายของท่านบนแท่นบูชา พระเจ้าทรงนับว่าท่านเป็นผู้ชอบธรรมโดยสิ่งที่เขากระทำไม่ใช่หรือ" ตอนนั้นอับราฮัมไม่ได้กระทำความดี หรือทำกิจกรรมที่คริสตจักรจัดให้ทำ แต่ท่านกำลังกระทำตามคำบัณชาของพระเจ้าอยู่ ท่านได้ถวายเกียรติแด่พระองค์โดยวางใจในข้อมูลซึ่งพระองค์ทรงสอนให้แก่ท่านแล้ว

เนื่องจากพระเจ้าทรงสัญญาแก่อับราฮัมว่าลูกหลานของท่านจะมาผ่านอิสอัค(ปฐมกาล 17:16,19) ท่านจึงมั่นใจได้ว่าอิสอัคจะต้องไม่ตาย "เขาจะเรียกเชื้อสายของเจ้าทางสายอิสอัค"(ฮีบรู 11:18ข) เพราะฉะนั้น อับราฮัมได้สันนิษฐานว่าพระเจ้าจะทรงให้อิสอัคเป็นขึ้นจากความตายหลังจากที่ตายในพิธีบูชา(ฮีบรู 11:9) เมื่อใดก็ตามที่ผู้เชื่อได้ประยุกต์หลักคำสอนพระคัมภีร์ด้วยความเชื่อต่อสถานการณ์ของตน เขาจึงได้กระทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ต่อหน้าพระพักตร์ของพระเจ้า


และต่อมาภายหลังเหตุการณ์เหล่านี้[หลังจากหลายปีที่ใช้กับการเรียนหลักคำสอนพระคัมภีร์]
พระเจ้าทรงทดสอบอับราฮัม และตรัสกับท่านว่า... ...จงพาบุตรชายของเจ้าคืออิสอัค บุตร
ชายที่มีการบังเกิดอย่างเอกลักษ์เฉพาะของเจ้า ผู้ที่เจ้ารัก ไปยังแผ่นดินโมริยาห์และถวายเขา
ที่นั่นเป็นเครื่องเผาบูชา บนภูเขาลูกหนึ่งซึ่งเราจะบอกแก่เจ้า... ...อับราฮัมจึงลุกขึ้นแต่เช้ามืด
ผูกอานลาของท่านพาคนใช้หนุ่มไปกับท่านด้วยสองคนกับอิสอัคบุตรชายของท่าน....แล้วเดิน
ทางไปยังที่ซึ่งพระเจ้าทรงตรัสแก่ท่าน....อับราฮัมพูดกับคนใช้หนุ่มของท่านว่า'อยู่กับลาที่นี่เถิด
เรากับเด็กชายจะเดินไปนมัสการที่โน่น แล้วเรา[เป็นพหูจน์ คือ ทั้งอับราฮัมและอิสอัค]
จะกลับมา...' ...เขาทั้งสองมาถึงที่ซึ่งพระเจ้าตรัสบอกท่านไว้ อับราฮัมก็สร้างแท่นบูชาที่นั้น
เรียงฟืนเป็นระเบียบ แล้วมัดอิสอัคบุตรชายวางไว้บนแท่นบูชาบนฟืน แล้วอับราฮัมก็ยื่นมือจับ
มีดจะประหารบุตรชาย แต่ทูตสวรรค์[]ของพระผู้เป็นเจ้าเรียกท่านจากฟ้าสวรรค์ว่า
'อับราฮัม อับราฮัม' และท่านตอบว่า'ข้าพระองค์อยู่ที่นี่' และพระองค์ตรัสว่า'อย่าแตะต้องเด็กนั้น
หรือกระทำอะไรแก่เขาเลย เพราะบัดนี้เรารู้แล้วว่าเจ้ายำเกรงพระเจ้า ด้วยเห็นว่าเจ้ามิได้ห่วง
บุตรชายของเจ้า คือบุตรชายของเจ้าซึ่งได้บังเกิดอย่างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะจากเรา'
(ปฐมกาล 22:1-12)

ตอนอับราฮัมไปยังภูเขาโมริยาห์{Mount Moriah}เพื่อที่จะถวายบุตรชายของตนแก่พระเจ้า ท่านมีอายุประมาน 120 ปี และเป็นผู้เชื่อเป็นเวลาระหว่าง 50 ถึง 100 ปี ขึ้นอยู่กับท่านได้เชื่อในพระคริสต์(พระผู้เป็นเจ้า)เมื่อท่านยังอยู่ในดินแดนแห่งราชวงศ์ที่ 3 ของ เออร์ {3rd Dynasty of Ur (Ur of Chaldeas)}หากอับราฮัมได้รับความรอดตอนอายุ 20 ปี ก็เท่ากับว่าท่านเป็นผุ้เชื่อเป็นเวลา 100 ปีมาแล้ว

แล้วท่านได้เชื่อ[คำกริยาเขียนในรูปแบบไวยากรณ์ hiphil perfect ให้เห็นว่าเรื่องนั้นได้
เกิดขึ้นในอดีต คือตอนอับราฮัมยังอยู่ที่เมืองเออร์] ในพระผู้เป็นเจ้า[พระเยซูคริสต์] และ พระองค์[พระเจ้า]
ทรงนับ[ความเชื่อในพระเยซูคริสต์นั้น] ว่าเป็นความชอบธรรมแก่ท่าน
(ปฐมกาล 15:6)


เราได้รับความรอดโดยความเชื่อ ไม่ใช่โดยการกระทำ ข้อหนึ่งที่รับรองความจริงนี้คือโรม4:2"เพราะถ้าอับราฮัมเป็นผู้ชอบธรรมโดยการกระทำ ท่านก็มีทางที่จะอวดได้ แต่มิใช่ต่อหน้าพระพักตร์พระเจ้า"

เมื่อท่านยากอบเขียนว่า"พระเจ้าทรงนับว่าท่านเป็นผู้ชอบธรรมโดยสิ่งที่ท่านกระทำ"ท่านยากอบไม่ได้ขัดแย้งอาจารย์เปาโลเพราะอาจารย์เปาโลพูดถึงความรอดของอับราฮัม คือ การที่พระเจ้าทรงนับว่าอับราฮัมเป็นผู้ชอบธรรมโดยรับความชอบธรรมจากพระองค์(justification by imputed righteousness)แต่ยากอบพูดถึงชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของอับราฮัม คือ การที่พระเจ้าทรงนับว่าอับราฮัมเป็นผู้ชอบธรรมเพราะความชอบธรรมทางประสบการณ์ส่วนตัวของท่าน(justification by experiential righteousness)สองเหตุการณ์นี้อาจต่างกันถึง 100 ปี

เพราะฉะนั้น พระเจ้าทรงนับอับราฮัมว่าเป็นผู้ชอบธรรม(คืออับราฮัมได้พิสูจน์ว่าท่านเป็นคนชอบธรรมผ่านประสบการณ์ของท่าน) ไม่ใช่เพราะท่านเป็นผู้เชื่อที่ฟังพระคำเพียงเท่านั้น แต่เพราะว่าท่านเป็นผู้ที่กระทำตามพระคำด้วย

"ผู้ที่ฟังพระคำเท่านั้น" คือ คริสเตียนที่ดำเนินชีวิตเหมือนผู้เชื่อสมัยอพยพจากอียิปต์ ถึงแม้ว่าเขาได้ฟังคำบรรยายจากโมเสสเป็นครั้งเป็นคราวแต่เขาไม่ได้สะสมหลักคำสอนพระคัมภีร์ไว้ในจิตใจเพียงพอ จึงไม่ได้เปลี่ยนค่านิยมหรือเรียงลำดับความสำดับความสำคัญให้ตรงกับพระประสงค์ของพระเจ้า พวกเขาก็ไม่ได้พัฒนาความถ่อมใจและคุณธรรม ไม่ได้พัฒนาความสามารถที่จะมีสันติสุขในชีวิต ไม่ได้เรียนวิธีที่จะดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อ และ ไม่ได้พัฒนาความรักที่เขามีต่อพระเจ้า เพราะเหตุนี้พวกเขาจึงบ่นและกล่าวโทษโมเสสและพระเจ้าอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งพวกเขาได้ตายในถิ่นทุรกันดารด้วยบาปซึ่งนำไปสู่ความตาย คริสเตียนบางคนได้ฟังพระคำและสะสมความจริงไว้ในจิตใจพร้อมที่จะรับการประยุกต์มาใช้ในประสบการณ์ขอบเขา แต่เขายังไม่สามารถก้าวหน้าถึงจุดที่เขาจะเข้าใจและดำเนินชีวิตฝ่ายวิญญาณที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมให้เขา พวกเหล่านี้เป็นผู้ฟังพระคำ แต่ไม่กระทำพระคำให้เป็นจริงในชีวิตของเขา

"ผู้กระทำพระคำ" คือ พวกผู้เชื่อที่กล่าวถึงบาปของตนต่อพระบิดาทุกครั้งที่เขาจะต้องกลับมามีสัมพันธภาพกับพระเจ้าหลังจากการกระทำบาป(1ยอห์น 1:9) ผู้กระทำพระคำมีชีวิตฝ่ายวิญญาณที่งดงามเพราะการที่เขาประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อ ปรับตัวเข้าหาพระคุณของพระเจ้า ปรับตัวเข้าหาหลักคำสอนพระคัมภีร์ มีความสุขและความมั่นใจกับชีวิตฝ่ายวิญญาณของตน มีเป้าหมายที่ชัดเจนในชีวิต มีความรักส่วนตัวต่อพระเจ้าพระบิดา มีความรักไม่ส่วนตัวต่อเพื่อนมนุษย์ ได้เข้าส่วนในความสุขของพระเจ้า และ เพราะการที่เขาได้ปักใจไว้กับพระคริสต์







Edit by Charcoal - 11 เม.ย.59 เวลา 19:08:09 น.

Edit by Charcoal - 22 พ.ค.59 เวลา 11:06:45 น.

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 01 เม.ย.59 เวลา 09:52:01 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ