Charcoal
FREE RUNNING

Epistle of James {chapter 1 } part 17

Epistle of James {chapter 1 } part 17

{1:21. เหตุฉะนั้น จงทิ้งการโสโครกทุกอย่าง และการชั่วร้ายอันดาษดื่น[ตั้งต้นใหม่กับพระเจ้าผ่านการสารภาพบาป แล้วหยุดกระทำบาปและความชั่วที่ทำอยู่] และจงน้อมใจรับพระวจนะที่ทรงปลูกฝังไว้แล้วนั้น[หลักคำสอนพระคัมภีร์ที่ได้สะสมไว้ในจิตใจแล้วพร้อมที่จะประยุกต์นำมาใช้ คือ metabolized doctrine] ซึ่งสามารถช่วยจิตใจของท่านทั้งหลายให้รอดได้[ในเวลาที่ต้องทนทุกข์ลำบาก]}


การแก้ไขปัญหาทุกเรื่องเริ่มต้นด้วยการตั้งต้นใหม่(การสารภาพบาป 1ยอห์น1:9 ) ซึ่งจะทำให้ผู้เชื่อได้รับการประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ และ การประยุกต์หลักคำสอนพระคัมภีร์นำมาใช้ ผู้เชื่อจำเป็นจะต้องหลีกเลี่ยงบาปทางความคิด ผู้เชื่อที่มีความโกรธหรือขมขื่นในจิตใจไม่สามารถเติบโตฝ่ายวิญญาณ เขาจำเป็นต้องสารภาพบาปของเขาแล้วก้าวต่อไป เมื่อกลับมามีสัมพันธภาพกับพระเจ้าอีกครั้งหนึ่งแล้ว เขาจะต้องประยุกต์หลักคำสอนพระคัมภีร์ต่อผู้คนหรือสถานการณ์ซึ่งทำให้เขาตอบโต้ด้วยบาปทางด้านอารมณ์หรือความคิด มิฉะนั้น เขาจะไม่สามารถรักษาสัมพันธภาพกับพระเจ้าไว้ได้นาน

มีหลายครั้งที่บาปทางด้านอารมณ์หรือความคิด(ความโสโครกในจิตใจ) จะผลักดันให้ผู้เชื่อการทำความชั่ว ความอิจฉาอาจกลายเป็นฆาตกรรม ความโกรธและความเกลียดชังอาจผลักดันให้ผู้เชื่อก่อการจลาจล ความขมขื่นพร้อมด้วยความมุ่งร้ายอาจผลักดันให้ผู้เชื่อบางคนล่วงประเวณี ฆาตกรรม การก่อการจลาจล และการล่วงประเวณีนั้นไม่ใช่เป็นแค่บาปเพียงอย่างเดียว แต่เป็นสิ่งชั่วร้ายเพราะเป็นการละเมิดหลักการซึ่งพระเจ้าทรงสถาปนาไว้สำหรับสังคมที่สงบสุข (the laws of divine establishment)

เมื่อใดก็ตามที่ผู้เชื่อที่มีสัมพันธภาพกับพระเจ้ายังเชื่อฟังต่อสิทธิอำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ภายใต้สถานการณ์ที่กดดัน นั้นเป็นสิ่งที่พัฒนาความถ่อมใจ ความเชื่อฟังของเขาได้เกิดจากความต้องการที่จะพอพระทัยพระบิดาและพระเยซูคริสต์ ซึ่งก็ผลักดันให้เข้าประยุกต์เครื่องมือการแก้ไขปัญหาต่อปัญหา ความกดดัน และวิกฤตการณ์ต่างๆ ที่เขาจะต้องเผชิญในชีวิตของเขา การประยุกต่อหลักคำสอนพระคัมภีร์เหล่านี้ต่อพระเจ้าและต่อประสบการณ์ของตนสามารถปกป้องจิตใจของเขาไว้จากการถูกทำลายเพราะการถอยหลังฝ่ายวิญญาณ

ตอนที่ศิษยาภิบาลได้สื่อสารพระคำของพระเจ้าอย่างถูกต้อง พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้สอนหลักคำสอนพระคัมภีร์นั้นแก่วิญญาณมนุษย์ของผู้เชื่อจากวิญญาณมนุษย์ข้อมูลนั้นจะถูกส่งไปยังเวที หรือ ฐานเรียกเก็บข้อมูลของจิตใจ (the staging area of the the soul) ณ ที่นั่นข้อมูลยังเป็นข้อมูลทางวิชาการ (academic knowledge ซึ่งพระคัมภีร์เรียกว่า "γνωσις" gnosis / โนซิส ) และผู้เชื่อยังเป็นเพียง"ผู้ฟังพระคำ"อย่างไรก็ตาม หากผู้เชื่อได้เชื่อในข้อมูลที่เขากำลังฟังอยู่ พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้แปลงข้อความทางวิชาการนั้น(โนซิส) ให้เป็นความรู้ที่ถูกสะสมไว้ในจิตใจพร้อมที่จะรับการประยุกต์(คือ metabolised knowledgeซึ่งภาษากรีกเรียกว่า "επιγνωσις" epignosi เอ็พ-พี-โนซิส)ในข้อนี้ท่านยากอบได้อธิบายถึงความรู้ประเภทนี้ว่าเป็น"พระวจนะที่ทรงปลูกฝังไว้แล้วนั้น"

คำว่า "σοζω" sozo (โซโซ่) หมายถึง ช่วยกู้ หรือ ช่วยให้รอด ถ้าผู้เชื่อได้สะสมหลักคำสอนพระคัมภีร์ไว้ในจิตใจพร้อมที่จะรับการประยุกต์นำมาใช้ จิตใจของเขามีสิทธิ์รอดในยามวิกฤตการณ์เพราะการใช้หลักคำสอนนั้น อย่างไรก็ตาม หากผู้เชื่อไม่มีหลักคำสอนพระคัมภีร์ในกระแสความคิด ( "καρδια" kardia ขาเดีย )ของเขา เขาจะต้องแพ้ต่อการทดลองใจจากธรรมชาตบาป แล้วมันจะควบคุมความคิดของเขา มีแต่หลักคำสอนพระคัมภีร์ภายในจิตใจของผู้เชื่อซึ่งสามารถช่วยให้เขารอดในยามกดดัน










Edit by Charcoal - 29 เม.ย.59 เวลา 12:14:59 น.

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 14 มี.ค.59 เวลา 12:03:21 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ