Charcoal
FREE RUNNING

The Team Concept

The Team Concept
Every Member is a Genius



สมาชิกทุกคนเป็นอัจฉริยะ



เมื่อพระเจ้าทรงสถาปณาชีวิตฝ่ายวิญญาณสำหรับผู้เชื่อในยุคคริสตจักร พระองค์ทรงตั้งให้ทุกคนเป็นทีมเดียวกัน เพราะฉะนั้น เราจึงต้องเข้าใจว่าทีมนี้ควรปฏิบัติอย่างไรและจะต้องทำอย่างไรถึงจะให้ทีมนี้กลายเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ ไม่มีทีมใดที่จะกลายเป็นทีมชนะได้หากขาดการฝึกหัดและการเคารพนับถือต่อผู้ที่มีสิทธิอำนาจ

ทีมที่เราได้พบในพระคัมภีร์ถูกเรียกว่า"ร่างกาย"และผู้นำ ถูกเรียกว่า"ศีรษะ"พระเยซูคริสต์ทรงเป็นศีรษะ และคริสเตียนทุกคนรวมกันเป็นร่างกายซึ่งเป็นคริสตจักรสากลของพระเยซูคริสต์ ณ เวลารอด พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงประทานของฝ่ายวิญญาณแก่ผู้เชื่อทุกคน ซึ่งก็ได้กำหนดว่าผุ้เชื่อจะเล่นในตำแหน่งไหน หากเปรียบกับทีมฟุตบอลแล้ว ไม่ใช่ว่าผู้เล่นทุกคนจะเล่นในตำแหน่งกองหลัง หรือปีก หรือเป็นผู้เตะ ผุ้เล่นบางคนต้อง ปกป้องประตู ฯลฯ ในคริสตจักท้องถิ่นก็เช่นเดียวกัน ไม่ใช่ว่าผุ้เชื่อทุกคนจะเป็นศิษยาภิบาลผุ้สอนพระคัมภรีร์ได้ หรือเป็นนักประกาศ หรือจะมีความสามารถทางด้านบริหารคริสตจักร หรือ ในการให้ความช่วยเหลือแก้ผู้ที่ประสบภัย (the gift of helps)อย่างไรก็ตามทุกตำแหน่งมีความสำคัญมาก ซึ่งไม่มีทีมใดที่สามารถชนะได้หากขาดการฝึกฝนอย่างเข้มงวด สำหรับผู้เชื่อแล้ว นั้นหมายถึงการศึกษาหลักคำสอนพระคัมภีร์ และการพัฒนาความถ่อมใจ จนกระทั่งสามารยอมรับในสิทธิอำนาจของผู้นำได้

[1โครินธ์12:1 "พี่น้องทั้งหลาย ส่วนเรื่องของประทานฝ่ายวิญญาณนั้น ข้าพเจ้าไม่อยากให้ท่านโง่เขลา"]

ผู้เชื่อทุกคนได้รับของประทานฝ่ายวิญญาณ (spiritual gift)จาก พระวิญญาณบริสุทธิ์ ณเวลารอด ในภาษากรีกคำว่า χαρισµα (คาริสมา) หมายถึงของขวัญซึ่งเราได้รับอย่างไม่มีเงื่อนไข และไม่ได้อาศัยคุณความดีจากตัวเอง พระเจ้าทรงสร้างทีมฝ่ายวิญญาณผ่านการ มอบของประทานฝ่ายวิญญาณแก่สมาชิกทุกคน อย่างไรก็ตาม พระเจ้าไม่ได้ทรงมอบหมายของประทานเหล่านี้โดยเห็นแก่ความสามารถของแต่ละบุคคล แต่เพราะการเห็นแก่พระคุณ ไม่มีผู้เชื่อคนใดที่สมควรได้รับตำแหน่งในทีมของพระเยซูคริสต์ เพราะฉะนั้น ไม่มีใครมีสทธิ์ที่จะโอ้อวดถึงของประทานฝ่ายวิญญาณที่เขาได้รับด้วยพระคุณ

ผู้เชื่อในพระคริสตจักรโครินธ์นั้นโง่เขลาเกี่ยวกับของประทานฝ่ายวิญญาณ จึงมีบางคนที่มีของประทานฝ่ายวิญญาณแบบโดดเด่นได้หลงคิดว่าตัวเองนั้นโดดเด่นกว่าใคร นี่คือความโง่เขลา เพราะว่าของประทานฝ่ยวิญญาณไม่ได้ทำให้คนหนึ่งดีกว่าอีกคนหนึ่ง แต่เป็นการกำหนดตำแหน่งในทีมของพระคริสต์ต่างหาก

มีคริสตจักรหลายแห่งที่มักแบ่งกลุ่มในคริสตจัก โดยใช้คำว่า"ผู้รับใช้"และ"สมาชิก"ซึ่งเป็นการบ่งบอกว่าบางคนมีตำแหน่งในคริสตจักรท้องถิ่น แต่ส่วนที่เหลือไม่มี พระคัมภีร์ไม่ได้ใช้คำนี้เลย คริสตจัก คือ ทีม ซึ่งทุกคนมีของประทานฝ่ายวิญญาณ เมื่อเขาได้โตฝ่ายวิญญาณแล้วใช้ของวิญญาณแล้วเขาสามารถใช้ของประทานที่เขาได้รับใช้พระเจ้า การมีตำแหน่งที่โดดเด่นไม่ได้หมายความว่าคนนั้นเป็นผู้เชื่อที่ดี และไม่มีคริสเตียนที่เป็นแค่"สมาชิกธรรมดา"

ศิษยาภิบาลหลายคนอาจไม่ยอมสอนคำศัพท์เฉพาะหรือศาสนศาตร์ระบบแก่สมาชิก เพราะคิดว่าผู้ฟังเป็นแค่"สมาชิกธรรมดา"ที่ไม่เข้าใจเรื่องเหล่านี้ นี่คือความคิดที่ผิดผู้เชื่อทุกคนเป็นสามชิกในราชวงศ์ของพระเจ้า เป็นปุโรหิตในราชวงศ์ และเป็นเอกอักรราชทูตของพระคริสต์(1เปโตร 2:5, 9; 2โครินธ์ 5:20) ตัวอย่างเช่น ในฐานะเป็นปุโรหิต ผู้เชื่อจะต้องเรียนคำศัพท์เฉพาะและหลักคำสอนพระคัมถีร์เพื่อว่เข้าเฝ้าพระบิดาต่อหน้าพระบัลลังของพระองค์ ในฐานะของเอกอัครราชทูตเขาไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้แทนของพระคริสต์ต่อหน้ามนุษย์ได้ หากเขาไม่ได้เข้าใจหลักคำสอนเกี่ยวกับความรอด(รวมพระกิตติคุณ)และ ชิวิตฝ่ายวิญญาณอย่างรอบด้าน เพราะเหตุนี้ พระเจ้าทรงประทานวิญญาณมนุษย์(human spirit ซึ่งสามารถเข้าใจข้อมูลฝ่ายวิญญาณทุกประการ) และการประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์(ฤทธานุภาพของพระเจ้าในการเรียนและการประยุกต์ข้อมูลฝ่ายวิญญาณนั้น) ซึ่งกระทำให้ผู้เชื่อทุกคนกลายเป็นอัจฉริยะฝ่ายวิญญาณ โดยมี ไอ.คิว.{I.Q. = INTELLIGENCE QUOTIENT}ฝ่ายวิญญาณพอที่จะเข้าใจหลักคำสอนพระคัมภีร์ทุกประการ รวมถึงศาสนศาสตร์ระบบในระดับสูง และคำศัพท์เฉพาะที่เฉพาะที่เราได้พบในพระคัมภีร์ ไม่มีคริสเตียนคนใดที่เป็นแค่"สมาชิกธรรมดา"

Edit by Charcoal - 09 มี.ค.59 เวลา 10:30:31 น.

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 09 มี.ค.59 เวลา 10:21:45 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ