Charcoal
FREE RUNNING

Epistle of James {chapter 1 } part 1

Epistle of James

Prologue

ผู้เขียนพระธรรมยากอบ

พระธรรมยากอบถูกบันทึกเรื่องราว ปี ค.ศ. 45 ที่กรุงเยรูซาเล็ม โดยท่านยากอบเขียนถึงชาวยิวที่กระจายอยู่ทั่วอาณาจักรโรม และที่อยู่กระจัดกระจายไปทั่วทวีป

ท่านยากอบเป็นน้องต่างบิดาของพระเยซูคริสต์(มัทธิว 13:55; มาระโก 6:3) คือทั้งสองเป็นบุตรของมารี ถึงแม้ว่าท่านยากอบอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันกับพระเยซู แต่ท่านยังไม่เชื่อว่าพระองค์ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเขา ตลอดเวลาที่พระเยซูกระทำพันธกิจประกาศความรอดของ พระองค์ พระคัมภีร์เขียนไว้ว่า "แม้พวกน้องๆของพระองค์ก็มิได้เชื่อในพระองค์"(ยอห์น 7:5) อย่างไรก็ตามเรารู้ว่าท่านยากอบและพี่น้องของท่านได้เชื่อในพระองค์ระหว่างช่วงเวลาที่พระองค์ทรงเป็นขึ้นจากความตายและถูกรับขึ้นไปยังสวรรค์ เพราะพวกเขาได้อธิฐานอยู่ในห้องชั้นบนหนึ่งวันหลังจากวันที่พระองค์เสด็จขึ้นสวรรค์(กิจการ 1:14) นี่ได้อธิบายว่าทำไมพระเยซูคริสต์จึงได้ปรากฏต่อหน้าท่านยากอบหลังจากที่พระองค์เป็นขึ้นจากความตาย"ถายหลังพระองค์ทรงปรากฏแก่ยากอบ"(1 โครินธ์ 15:7) พระเยซูทราบว่า ถ้าท่านยากอบได้เห็นพระองค์สวมกายนิรันดร์(resurrection body) ท่านยากอบจะได้เข้าใจว่าพี่ชายของตนเป็นพระผู้ช่วยให้รอดและเป็นพระเมสสิยาห์ และจะอธิบายความจริงนี้แก่น้องๆ ของเขาด้วย ซึ่งได้เชื่อในพระองค์เช่นเดียวกัน หลังจากการเดินทางประกาศครั้งแรกของอาจารย์เปาโล ท่านยากอบได้ร่วมประชุมธรรมกิจที่กรุงเยรูซาเล็ม ท่านเปโตรได้เข้าประชุมในฐานะเป็นผู้นำ(กิจการ 15:6) แตในที่สุดเป็นความคิดเห็นของท่านยากอบที่คณะกรรมการได้ยอมรับ(กิจการ 15:13,19-20 ปรียบกับกิจการ 21:25) เมื่ออาจารย์เปาโลได้บันทึกพระธรรมกาลาเทียในระหว่างการเดินทางครั้งที่สองราวปี ค.ศ.53 อาจารย์เปาโลได้รับรองว่าท่านยากอบคนนี้คือน้องพระเยซู(การาเทีย 1:19,2:9) ในพระธรรมกิจการ 21:17-18 หมอลูกาได้เขียนยากอบก่อนผู้อื่น ตามประเพณีและความเหมาะสมที่จะอ้างชื่อของผู้อื่นที่มีตำแหน่งสูงสุดก่อน หลักฐานเพิ่มเติมในการรับรองว่าท่านยากอบเป็นผู้เขียนพระธรรมนี้มีในการบันทึกของ

ออริจิน(Origin ค.ศ 185-253) ยูเชเบียส(Eusebis ค.ศ 265-340) และ เจโรม(Jerome ค.ศ. 340-420)


Epistle of James {chapter 1 } part 1

ในบทที่หนึ่งท่านยากอบกำลังสอนผู้เชื่อสองประเภท ในข้อ 1:2-18 ท่านกำลังแนะนำคริสเตียนเชื่อสายยิวที่ได้เรียนหลักคำสอนพระคัมภีร์บ้างแล้ว และใน 1:19-25 ก็ได้เน้นถึงชาวยิวที่ได้ปฏิเสธที่จะเรียนหลักคำสอนพระคัมภีร์ ถึงแม้ว่าพวกแรกได้รู้จักหลักคำสอนพระคัมภีร์บ้าง แต่เขาไม้ได้เรียนอย่างสม่ำเสมอ จึงไม่มีระบบความรู้อย่างทั่วถึงภายในจิตใจของเขา หรือไม่อาจได้สะสมหลักคำสอนพระคัมภีร์เพียงพอในจิตใจแล้ว
แต่ยังขาดสติปัญญาหรือความถ่อมใจซึ่งจำเป็นในการประยุกต์ความรู้นั้นมาใช้ต่อ ประสบการณ์ชีวิตของเขา ดังนั้น ถึงแม้ว่า พวกผู้เชื่อประเภทนี้จะรู้จักหลักคำสอนพระคัมภีร์บ้างแล้วก็ตาม แต่พวกเขามักจะใช้เวลาโดยอยู่นอกสัมพันธภาพกับพระเจ้า เขาจึงได้พลาดในชีวิตฝ่ายวิญญาณและในบางกรณี
ก็กลายเป็นโรคจิต(ข้อที่ 8)

ส่วนผู้ที่ปฏิเสธพระคำของพระเจ้า ท่านยากอบบัญชาให้เขาต้อง"ไว้ในการฟัง ช้าในการพูด และช้าในการโกรธ" หากผู้เชื่อเหล่านี้ต้องการที่จะเติบโตฝ่ายวิญญาณ พวกเขาจำเป็นต้องหาศิษยาภิบาลที่มีคุณสมบัติในการสอนพระคำของพระเจ้า และฟังการสอนของคนนั้นอย่างสม่ำเสมอ

{1:1 ยากอบ ทาสของพระเจ้าและของพระเยซูคริสต์เจ้า ถึงพงศ์พันธ์สิบสองตระกูลที่กระจัดกระจายไป จงเป็นสุขเถิด}

ถึงแม้ว่าท่านยากอบเป็นน้องชายต่างบิดาของความเป็นมนุษย์ของพระคริสต์(the humanity of Jesus Christ) ท่านไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ในจดหมายของท่าน ท่านยากอบอาจอาศัยความสัมพันธ์ที่ท่านมีกับพระองค์ในการแสวงหาชื่อเสียงและอิทธิพลภายในคริสตจักรได้ แต่ท่านเข้าใจว่าความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับความเป็นมนุษย์ของพระเยซูคริสต์ไม่ใช่เรื่องสำคัญในชีวิตฝ่ายวิญญาณ แทนที่จะเรียกว่าพี่ชาย ท่านยากอบได้เรียกพระองค์ว่าทรงเป็นพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งเป็นทัศนคติที่ถ่อมใจ ในฐานะที่เป็นทาสต่อพระบิดาและองค์พระเยซูคริสต์เจ้า ท่านยากอบได้สำนึกว่าตนเองต้องรับใช้พระองค์ ท่านไม่ได้อยู่บนโลกที่จะทำใจของตนเอง แต่เพื่อที่จะกระทำตามน้ำพระทัยของพระบิดาและพระเยซูคริสต์ ท่านยากอบเป็นทาส และเป็นผู้รับใช้ที่สัตย์ซื่อและจงรักภักดีต่อ พระผู้เป็นเจ้า และเพราะเหตุนี้จึงได้ถูกประหารชีวิตตามคำสั่งของ"อัลบินัส Albinus"ผู้เป็นปุโรหิตหลวงของชาวยิว ตามการบันทึกของ"โยเซฟัส Josephus"ผู้เป็นนักประวัติศาตร์ของสมัยนั้น{จากหนังสือ Antiquities โดย Josephuns เล่มที่20บทที่9 (Antiquities book 20, chapter 9)} ท่านยากอบกำลังเขียนถึงชาวยิวที่ได้กระจายไปทั้้วอาณาจักรโรมและที่อยู่กระจายไป เพื่อที่จะแก้ไขความโงเขลาหลายเรื่องอันเกี่ยวกับชีวิตฝ่ายวิญญาณ ในบางครั้งชาวยิวที่เป็นผู้เชื่อ เหล่านี้จะเดินทางมายังเยรูซาเล็มเพื่อเข้าร่วมพิธีและฉลองเทศกาล จากการสนทนากับคนเหล่านี้ ท่านยากอบได้เข้าใจว่าพวกเขามีปัญหามากมาย และกำลังพลาดในชีวิตฝ่ายวิญญาณ ท่านยากอบจึงตัดสินใจเขียนจดหมายซึ่งจะเปิดเผยและเจียระไนปัญหาที่เขามีพร้อมทั้งอธิบายการแก้ไขปัญหาด้วย

คำว่า "χαιρειν" chairein (คาย-เรน) ในภาษากรีก ถูกนำมาใช้เป็นคำทักทายในการเขียนจดหมายส่วนตัว เปรียบเสมือนกับการเขียนคำว่า "สวัดดี"เมื่อเริ่มเขียนจดหมายถึงเพื่อนในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามเนื่องจากนี่ไม่ใช่จดหมายส่วนตัว แต่เป็นจดหมายหลักคำสอนพระคัมภีร์ ดันนั้น เราควรแปลคำว่า "คาย-เรน" ตามความหมายที่แท้จริง คือ 'ชื่นชมยินดี' หรือ 'จงเป็นสุข' ซึ่งเป็นจุดประสงค์และหัวข้อสำคัญ ของพระธรรมนี้(เช่น 1:1,2,12,25; 4:9; 5:11)






Edit by Charcoal - 08 เม.ย.59 เวลา 13:13:09 น.

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 03 ก.พ.59 เวลา 14:37:47 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ