Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

DaMeNus Hi-School ปี 3 เทอม 1 บทที่ 5 ดวงตาบอกความลับ...

ขอบคุณครับที่ติดตาม

บทที่ 5 ดวงตาบอกความลับ...

ยามเช้าเป็นสิ่งที่น่าเบื่อหน่ายสำหรับใครหลายต่อหลายคนที่จะต้องตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อทำยังกิจวัฒน์ประจำวันอันซ้ำซากจำเจ-แต่สำหรับยามเช้าของสาวๆหลายคนกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะมีแต่ยามเช้าที่ตื่นขึ้นมาในยามเช้าจึงสามารถลงมาหาชายหนุ่มได้...
และในยามเช้านี้ก็เช่นเดียวกับทุกวัน...แต่กลับมีสิ่งที่แปลกประหลาดจนทำให้แคทน่าที่กำลังนั่งดื่มกาแฟให้ช่วงเวลายามเช้าที่มีความสุขกับริวโน่ 2 ต่อ 2 อันเป็นช่วงเวลาที่พิเศษของเธออันเป็นประจำราวๆครึ่งชั่วโมงกลับต้องตกใจ เพราะดิวน่ากลับเดินลงมาจากชั้นบน...
ดิวน่าเป็นคนที่ 2 ที่เข้ามายังห้องทานอาหารแห่งนี้...
ก่อนที่บีน่าจะพาหมากลับจากเดินเล่น...
และก่อนที่อายน่าจะกลับจากการวิ่งในยามเช้า...

“เธอตื่นแล้ว”
แคทน่าส่งเสียงร้องออกไปด้วยความไม่สบอารมณ์เสียมากกว่าจะตกใจหรืออยากรู้...ดิวน่าจึงตอบออกไปอย่างไม่สนใจอะไรว่า
“ฉันตื่นแล้ว”

“เธอตื่นเองได้ด้วย”

“ใช่...”
เมื่อได้ยินคำตอบออกมาอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องทำเอาแคทน่าอดที่จะบ่นพึมพำออกมาไม่ได้ว่า
“อัปมงคล...”
เธอยังกล่าวต่อมาอีกอย่างชัดเจนว่า
“...จะต้องมีเรื่องอัปมงคลเกิดขึ้นอย่างแน่นอนเลย”

“เดี๋ยวเถอะ-แคทน่า...”
ดิวน่าที่ได้ยินถึงกับเค้นเสียงออกมาด้วยความไม่พอใจทันทีพร้อมทั้งเอามือเท้าโต๊ะก้มชะโงกหน้าไปหน้ายังแคทน่าราวกับจะหาเรื่อง
แต่...
คำตอบก็เปิดประตูออกมาในไม่ช้า...
“เอียด...”

“ริวโน่ขา...”
ร่างของเรย์เรียที่พุ่งเข้ามเกาะแขนของชายหนุ่มที่กำลังเตรียมจัดโต๊ะอาหารให้กับทุกคนอยู่ทันที-เธอที่ไม่รอช้ายังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า
“...ตั้งแต่วันนี้ฉันจะมาอยู่กับคุณแล้วค่ะ”

“...”
ทำเอาดิวน่าถึงกับต้องนิ่งเงียบลงไปทันที เพราะเธอไม่ว่าสามารถปกติได้ว่าการปราฏฎตัวของเรย์เรียถือว่าเป็นโชคร้ายจริงๆ...ในขนาดที่แคทน่าที่วางแก้วกาแฟลงไปถึงกับจ้องมองไปยังอีกฝ่ายที่กำลังเกาะแขนริวโน่อยู่แล้วร้องถามออกไปว่า
“ใครอนุญาตกัน”

เพราะเท่าที่จำได้-พวกเธอทุกต่างพยายามทำทุกวิธีให้เรย์เรียไม่สามารถเข้ามาอาศัยอยู่ในหอพักหรือเป็นนักเรียนประจำของโรงเรียนแห่งนี้ได้...

“ก้อท่านผู้อำนวยการยังไงล่ะ”
พอได้ยินคำตอบนี้ถึงกับทำเอาทุกคนที่กำลังก้าวลงมาและทราบภายหลังถึงกับอยากที่จะรีบวิ่งไปฆ่ายังโรเดต-เจ้าผู้อำนวยการจอมยุ่งทันที...
...ถ้าอยู่น่ะ

“ชิ...”
ทำเอาทุกคนที่อยู่ที่นี่ถึงกับต้องเค้นเสียงออกมาด้วยความไม่สบอารมณ์...แต่เรย์เรียที่คล้ายกับยิ้มเยาะยังทุกคนที่เคยกรีดกันเธอยังหันไปกล่าวกับคนงานที่กำลังเตรียมจะขนข้าวของมากมายลงมาจากรถอีกว่า
“ทุกคนเอาลงมาได้เลย...”
ราวกับรู้ดีว่า”ห้องของริวโน่อยู่ตรงไหน”จึงสั่งต่อไปว่า
“...ขนเข้าไปยังห้องด้านในสุดน่ะ”

“ฝันไปเถอะ...”
เอน่าส่งเสียงร้องออกมาด้วยความไม่พอใจเป็นคนแรก...พาน่าที่ร้องตะโกนออกมาอีกคนว่า
“อย่าเข้ามาน่ะ”

เมื่อเห็นยังทั้งเอน่ากับพาน่ามีท่าทีจะห้ามยังเหล่าพนักงานขนย้ายไม่อยู่...ดิวน่าจึงหันไปถามยังแคทน่าที่เหมือนกำลังนั่งใช้ความคิดอะไรอยู่ว่า
“เธอมีความคิดอะไรดีๆมั้ย-แคทน่า”

“ไม่มี...”
แคทน่าตอบกลับมาแทบจะทันที เพราะในยามนี้เธอยังคิดอะไรไม่ออกจึงได้แต่บ่นออกไปว่า
“...หากรู้ความลับของยั่ยนั่นสักข้อสองข้อก็ดีสิ”

เพราะถ้าทราบยังความลับของอีกฝ่ายได้-จะได้บีบให้อีกฝ่ายรีบถอยทัพกลับไปทันที...แต่คิสน่าทีเหมือนกับกำลังนั่งดูเหตุการณ์อยู่อย่างสนุกสนานถึงกับส่งเสียงร้องบอกออกมาทันทีว่า
“มีสิ...”

แล้วจึงรีบไปกระซิบที่ข้างหูของเรย์เรียอย่างเบาๆจนได้ยินกันเพียงแค่สองคนเท่านั้น...เรย์เรียที่หน้าแดงถึงกับถอนหายออกไปใช้ยังมือซ้ายขึ้นมาปิดปากพลางส่งเสียงร้องออกมาว่า
“ไม่จริง”

“งั้นหรือ...”
คิสน่าที่ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์นิดๆกลับกวาดสายตาจ้องมองมายังทุกคนแล้วจึงกล่าวออกมาว่า
“...งั้นฉันจะบอกทุกคนน่ะ...”

เมื่อเห็นเรย์เรียไม่มีท่าทางจะยอมรับอะไรจึงกล่าวต่อไปว่า
“...เมื่อวานนี้ตอนตีสี่...”

“หยุดน่ะ...”
เรย์เรียที่ส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นรีบสั่งการออกมาอย่างรวดเร็วทันทีว่า
“...ทุกคนรีบขนของกลับเดี๋ยวนี้”

“หือ...”
สร้างยังความตกใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก เพราะไม่คิดว่าอยู่ๆเรย์เรียจะยอมถอยทัพกลับไปได้อย่างง่ายดายเช่นนี้...แต่ก่อนที่เรย์เรียจะไปยังจ้องมองมายังคิสน่าอย่างโกรธแค้นพลางทิ้งท้ายเอาไว้ว่า
“ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ”

“จ้า...”
คิสน่ากลับยิ้มรับอย่างไม่คิดอะไรพลางนั่งเปิดไพ่ดูดวงต่อไปอย่างมีความสุขเหมือนกับไม่มีอะไรน่าสนใจอีก...ฮาร์ทน่าที่สงสัยว่า”คิสน่ากล่าวอะไรกับเรย์เรีย”จึงรีบถามออกไปว่า
“เธอพูดอะไรกับแม่นั้นหรือ”

“เปล่านี่...”
คิสน่าที่ยิ้มรับยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า
“...ฉันแค่บอกว่าถ้าเธอไม่ยอมกลับไปจะบอกยังความลับของเธอให้กับทุกคนฟังก็เท่านั้นเอง”

“เธอรู้ความลับของเรย์เรียด้วยหรือ”
แคทน่าส่งเสียงถามออกมาด้วยความสงสัย เพราะจะว่าไปคิสน่าก็พบหน้าเรย์เรียแค่ครั้งหรือสองครั้งเท่านั้นเองไม่ใช่หรือ...คิสน่าที่พยักหน้ารับ

“อืมม์...”
เธอที่กวาดสายตาจ้องมองผ่านไปยังทุกคนที่อยู่ ณ ที่นี้แล้วจึงกล่าวออกไปอีกว่า
“...นอกจากนี้ฉันยังรู้ความลับของดิวน่า แคทน่า อายน่า เอน่า ฟลอน่า พาน่า มีน่า ฮาร์ทน่า เทลน่าหรือคนอื่นๆทุกคนอีกน่ะ”

“...”
คำกล่าวนี้ทำเอาทุกคที่ได้ยินถึงกับต้องนิ่งเงียบถึงกับพูดอะไรไม่ออกเลยทีเดียว...คิสน่าที่เห็นยังสีหน้าของทุกคนในยามนี้ถึงกับยิ้มตอบรับกลับไปเท่านั้น...
---------------------------

“เอาไงดีล่ะ”
มีน่าที่รู้สึกร้อนตัวเป็นที่สุดราวกับกลัวยังความลับจะถูกเปิดเผยขึ้นมาถึงกับต้องรีบเรียกยังเหล่าสมาชิกของชมรมใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์มาร่วมประชุมด่วนทันที...
นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เธอใช้ยังอำนาจของประธานนักเรียนเพื่อประโยชน์ส่วนตัว...
...ซึ่งก็แน่นอนว่ามีแต่ผู้หญิงเท่านั้น

“ความลับของเธอน่ะหรือ...”
ฮาร์ทน่าที่จ้องมองไปยังใบหน้าของหญิงสาวถึงกับกล่าวออกมาอย่างแทงใจดำทันทีว่า
“...ทุกคนเขารู้กันหมดแล้วแหละว่าเธอชอบอาเรส”

“ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนั่นเสียหน่อย...”
มีน่ารีบส่งเสียงปฏิเสธออกไปพร้อมทั้งหน้าที่แดงขึ้นมาทันที เพราะถึงตายเธอก็ไม่มีทางยอมรับอย่างเด็ดขาด...แต่นีน่าที่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวานน่ารักแกมเจ้าเล่ห์นิดๆกลับกล่าวออกมาว่า
“แต่มันก็เป็นความลับอยู่ไม่ใช่หรือ...”
พลางเอาปลายนิ้วแตะที่ปลายค้างเล็กน้อยแล้วกล่าวออกมาอีกว่า
“...สำหรับอาเรสน่ะ”

“อืมม์...อืมม์...”
ทำเอาทุกคนถึงกับต้องรีบพยักหน้ารับทันที เพราะคนเดียวที่ไม่รู้เรื่องนี้คงจะมีแต่อาเรสเท่านั้น...แต่แคทน่าที่เหมือนกับจับพิรุษในคำพูดของมีน่าได้จึงร้องถามออกไปว่า
“เรื่องอะไรล่ะ”

“...”
ทำเอามีน่าที่ได้ยินถึงกัยนิ่งเงียบลงไปทันทีราวกับไม่สามารถที่จะตอบออกมาได้ถึงจำนวนของจดหมายที่เก็บซ่อนเอาไว้-แต่เธอที่เห็นยังฮาร์ทน่าเหมือนกับยิ้มเยาะที่เห็นเธอลำบากใจจึงรีบเปลี่ยนเป้าหมายเบนความสนใจของทุกคนออกไปทันทีว่า
“...หรือว่าเธอไม่กลัวความลับของเธอจะโดนเปิดเผยกัน”

“ความลับ...”
ฮาร์ทน่าที่ทำหน้าตายยังส่งเสียงกล่าวต่อมาอีกว่า
“...ฉันมีความลับอะไรที่ไหนกัน”

“แน่ใจหรือว่าไม่มี”
มีน่าส่งเสียงร้องถามออกไปพร้อมทั้งประกายตาสีน้ำเงินเงินจ้องไปอย่างรู้ดี...ฮาร์ทน่าที่หลบยังประกายตาสีดำและชมพูลงไปมองยังพื้นแล้วจึงส่งเสียงกล่าวออกไปว่า
“ฉันไม่มีความลับหรอก...”
พลางขบคิดในใจว่า”ความลับต่างๆที่เธอซุกซ่อนไว้นักไม่ถ้วน”หากถูกยังคิสน่าเปิดเผยออกมาจะต้องแย่แน่ๆเลยจึงเงยหน้าขึ้นไปยิ้มให้กับมีน่าแล้วจึงกล่าวออกไปว่า
“...ฉันจะช่วยเธอด้วยคน”

“อืมม์...”
มีน่าที่พยักหน้ารับทันที เพราะเมื่อได้ฮาร์ทน่ามาแนวร่วมเช่นนี้จึงไม่จำเป็นที่จะต้องบีบคั้นอะไรอีกแล้วจึงหันไปหายังเทลน่าแล้วร้องถามออกไปว่า
“...แล้วเธอล่ะ”

“ฉันร่วมด้วย”
เทลน่าตอบรับออกมาอย่างรวดเร็ว เพราะเธอก็เคยแอบปลอมตัวไปหลอกยังราเมลเหมือนกัน-ถ้าเขารู้คงจะโกรธแย่เลย...เอน่าที่เห็นจึงพยักหน้ารับแล้วกล่าวออกมาทันที
“ฉันร่วมมือด้วยคน”
เพราะเธอก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มีเรื่องราวมากมายที่ปกปิดยังทุกคนเอาไว้-ถ้าเผยออกมาเป็นตายแน่เลยแล้วจึงหันไปสบสายตากับทุกคนที่เหลือพลางส่งเสียงถามออกไปว่า
“แล้วพวกเราล่ะ”

“อืมม์...”
ทุกคนถึงกับพยักห้าตอบรับออกมาอย่างรว่มเร็วโนยที่ไม่จำเป็นจะต้องขบคิดอะไรทันที เพราะเหล่าหญิงสาวทั้งหลายต่อซุกซ่อนความลับกับเอาไว้แทบทุกคน-ไม่เว้นแต่นีน่าที่เหมือนกับจะไม่มีอะไร...แต่อายน่าที่ขบคิดเล็กน้อยแล้วจึงกล่าวออกมาทันทีว่า
“แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ”

“เออ...”
ทำเอาทุกคนที่ได้ยินถึงกับต้องนิ่งเงียบไปตามๆกันทันที เพราะจะมีวิธีไหนกันที่จะทำให้คิสน่ายอมปิดปากเงียบเรื่องความลับของพวกเธอกัน

“งั้นใช้ระบบตาต่อตา-ฟันต่อฟัน...”
ดิวน่าที่เหมือนกับคิดอะไรออกจึงกล่าวออกมาทันทีว่า
“...เมื่อคิสน่ารู้ความลับของพวกเราได้-พวกเราก็ต้องสืบความลับของคิสน่าบ้างสิ”

“โอ.เค.แล้ว...”
เมื่อไม่มีแผนอื่นแล้วจึงจำเป็นที่ต้องให้ยังวิธีนี้-ทุกคนที่ไม่รอช้าจึงรีบแยกย้ายกันออกไปดำเนินการสืบหาความลับของคิสน่าทันที...

“...”
โดยลืมสังเกตไปถึงบีน่าที่กำลังนั่งยิ้มโดยไม่ได้กล่าวต้องรับหรือปฏิเสธอะไรอยู่คนเดียวเลย...
-----------------------

แผนการณ์สะกดรอยตามคิสน่าจึงเริ่มต้นขึ้น...
หลังจากที่ทุกคนตกลงหันเสร็จแล้วให้มีน่าเป็นคนแรกที่ก้าวตามหลังของคิสน่าออกไปจากหอพักในยามเช้า เพราะทั้งแคทน่า ดิวน่า อายน่า เอน่า ฟลอน่า พาน่า บีน่าและทีน่าที่ไม่ว่างติดธุระเป็นตายอะไรก็ตาม-ในยามเช้าทุกคนจะต้องรอออกจากหอพักพร้อมๆกับริวโน่...

“อืมม์...”
มีน่าพร้อมกับนีน่าที่ตามหลังไปจนถึงหน้าโรงเรียนไม่เห็นอะไรผิดสังเกตนอกจากเห็นยังคิสน่าเพียงไปนั่งใช้ไพ่ทำนายดวงอยู่ที่โต๊ะใกล้ๆประตูทางเข้าโรงเรียนจนสบสายตากับรีเวียและโมก้าแล้วจึงแกล้งทำเป็นเดินเข้าไปยังที่ทำการสภานักเรียนหรือห้องชมรมให้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ทันที

“นั่งทำอะไรอยู่น่ะ”
โมก้าที่รับหน้าที่สังเกตการต่อถึงกับบ่นออกมาเล็กน้อยอย่างไม่พอที่ต้องรับหน้าที่อันแสนลำบากลำบนนี้...ส่วนรีเวียที่คล้ายกับสังเกตเห็นอะไรถึงกับร้องทักออกมาว่า
“ดูนั่นสิ”

“หือ...”
โมก้าที่ร้องออกมาเห็นยังคิสน่าที่เงยหน้าขึ้นมาจากไพ่ในมือแล้วจ้องมองไปยังเทรุสที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมกับเทเซียที่เป็นน้องสาวด้วยท่าทางที่สนิทสนมถึงกับยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

“หวังดี...”
เทรุสที่เห็นจึงส่งเสียงทักออกไปแล้วถามต่อไปอีกว่า
“...ยังไม่เข้าห้องเรียนอีกหรือ”

“กำลังรอดูอะไรสนุกๆน่ะ”
คิสน่าตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มทำเอาเทรุสที่เหมือนกับจะงงๆนิดๆต้องถามออกไปว่า
“เรื่องอะไรหรือ”

“ถ้าบอกนายไปก็ไม่สนุกสิ”
คิสน่าตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มทำเอาเทเรียที่อยู่ด้านข้างถึงกับไม่พอใจนิดๆต้องรีบดึงยังลำแขนของพี่ชายพร้อมทั้งกล่าวออมาอย่างรวดเร็วทันทีว่า
“เรารีบเข้าห้องกันเถอะ-เทรุส”

“อืมม์...”
เทรุสที่พยักหน้าตอบรีบกล่าออกไปยังคิสน่าด้วยความเสียดายว่า
“...ฉันไปก่อนน่ะ”

“จ้า...”
คิสน่าที่ยิ้มรับพลางจับจ้องมองไปยังบานประตูที่เห็นยังเอฟเฟลซึ่งก้าวตามหลังของเทรุสและเทเรียเข้ามาแต่กลับคล้ายไม่กล้าที่จะส่งเสียงอะไรออกไป-เขาที่จ้องมองไปยังเทเซียด้วยสายตาที่ไม่สบอารมณ์นิดๆแล้วจึงรีบสาวๆเท้าก้าวตามหลังไปทันที...

“เออ...ท่านเอฟ...”
ส่วนด้านหลังของเอฟเฟลก็มีเนลก้าที่แอบสะกดรอยตามอยู่ถึงกับส่งเสียงร้องออกมาจากด้านหลังของต้นไม้-แต่ก็ไม่กล้าที่จะร้องอะไรออกมาอีกมายไปกว่านั้น...

“คิก...คิก...คิก”
คิสน่าที่เห็นถึงกับส่งเสียงหัวเราะออกมาทันทีอย่างสนุกสนานยังท่าทางของทั้ง 4 คน...มีน่ากับนีน่าที่อยู่ในห้องชมรมและโมก้ากับรีเวียที่อยู่ด้านนอกซึ่งกำลังแอบมองดูอยู่ถึงกับพยักหน้ารับอย่างเข้าใจทันที...
----------------------------------

ระหว่างที่กำลังนั่งเรียนอยู่ในคาบเช้า...ฮาร์ทน่าที่นั่งอยู่ด้านหลังของห้องถึงกับบังคับให้ฟินก้ากับเทเซียซึ่งนั่งดูด้านหลังเคยแอบดูพฤติกรรมของคิสน่าและทุกคนที่คิสน่าเกี่ยวข้องด้วยจนหมดสิ้น

“เทรุส...”
แคทน่าที่รับหน้าที่สอนถึงกับส่งเสียงสั่งต่อไปว่า
“...แก้สูตรฟิสิกส์ข้อนี้สิ”

“เออ...”
เทรุสที่ลุกขึ้นมามองยังหน้ากระดานด้วยความตกใจถึงกับไม่สามารถกล่าวอะไรออกมาได้ทำเอาเทเรียที่อยู่ด้านข้างเห็นอดที่จะเป็นห่วงยังพี่ชายไม่ได้...แต่เอฟเฟลที่เห็นเช่นนั้นรีบยกมือขึ้นทันทีทำเอาแคทน่าต้องร้องออกไปตามหน้าทีว่า
“งั้นออกมาแก้สิ-เอฟเฟล”

“ได้ครับ...”
เอฟเฟลที่ตอบรับถึงกับรีบแก้ยังสูตรบนกระดานอย่างง่ายดายแล้วจึงตอบรับออกมาทันทีว่า
“...เสร็จแล้วครับ”

“ถูกต้อง”
แคทน่าที่พยักหน้ารับแล้วจึงอธิบายและสั่งให้ทุกคนจดตามที่เอฟเฟลเขียนเอาไว้...ส่วนเอฟเฟลที่เดินผ่านยังเบื้องหน้าของเทรุสเพียงยิ้มเยาะยิดๆก่อนที่จะหันไปยิ้มให้กับเทเรียอย่างอ่อนหวาน
“...”

“ชิ...”
แต่เทเรียที่เค้นเสียงออกมาอย่างไม่พอใจถึงกับไม่ยอมที่จะสบสายตายังอีกฝ่ายเพียงแต่หันไปมองยังเทรุสที่กำลังนั่งลอกเฉลยบนกระดานด้วยความสงสารและเห็นใจ...เทรุสที่เห็นยังน้องสาวยิ้มให้ก็ถึงกับยิ้มตอบรับกลับไปอย่างไม่คิดอะไร
“...”

เอฟเฟลที่เห็นถึงรอยยิ้มที่เทเรียยิ้มเทรุสถึงกับต้องขมวดคิ้วด้วยความหนักใจก่อนที่จะทรุดลงไปนั่งยังเบื้องหน้าของเนลก้า...เนลก้าที่เห็นยังเหตุการณ์ทุกอย่างถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างเศร้าๆว่า
“โธ่...ท่านเอฟเฟล”

“คิก...คิก..คิก”
ผิดกับคิสน่าซึ่งเห็นยังทุกอย่างกลับส่งเสียงหัวเราะออกมานิดๆราวกับพบยังเรื่องราวที่น่าสนุกสนานท่ามกลางสายตาของฮาร์ทน่า ฟินก้าและเทเซียที่กำลังแอบมองดูอยู่...
--------------------------------

ยิ่งตอนเที่ยงที่เอฟเฟลจะทานอาหารกลับมีเนลก้าที่ทำหน้าที่เป็นพ่อครัวและคนรับใช้รีบดันโต๊ะ 3 ถึง 4 ตัวมาประกอบกัน-ปูผ้าแล้วจัดวางเรียงรายอาหารมากมายนับไม่ถ้วนที่มาจากพ่อครัวชั้นหนึ่งจากโรงแรมหรือภัตราตารหรูที่ไหนสักแห่งพร้อมทั้งส่งเสียงร้องออกมาว่า
“เรียบร้อยแล้วเชิญทานอาหารได้ค่ะ-ท่านเอฟเฟล”

“อืมม์...”
เอฟเฟลที่เพียงแต่พยักหน้ารับจึงรีบลุกขึ้นไปขึ้นไปหายังเทเรียทันทีพร้อมทั้งร้องบอกเธออกไปว่า
“...ไปทานข้าวกันเถอะครับ”

“ควับ...”
แต่เทเรียที่เหมือนกับจะมองไม่เห็นยังเขาอยู่ในสายตาร่วมถึงโต๊ะอาหารที่ทุกคนต่างจ้องตาเป็นมันรีบก้าวไปหายังเทรุสที่กำลังนั่งทานยังขนมปังอยู่พลางส่งเสียงร้องออกไปว่า
“เอาแต่ทานขนมปังไม่ได้น่ะคะ-พี่เทรุส”

“งั้นหรือ”
เทรุสที่เห็นจึงพยักหน้าอย่างงๆราวกับจะถามว่า”ถ้าไม่ทานยังขนมปังแล้วจะให้ทานอะไรล่ะ”...เทเรียที่คล้ายกับเข้าใจจึงยิ้มพลางเอาข้าวกล่องที่เตรียมเอาไว้ให้พลางกล่าวออกมาว่า
“นี่ค่ะ-ข้าวกล่อง...”
เธอยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า
“...หนูเป็นคนทำเอาน่ะคะ”

“แล้วขนมปังนี่ล่ะ”
เทรุสถึงกับร้องถามออกมาด้วยความสงสัย เพราะขนมปังที่อยู่ในมือของเขาที่เพียงแค่กัดไปไม่กี่คำจะทิ้งก็เสียดาย-จะเก็บไว้ก็ไม่ได้...
ถ้าไม่กินตอนนี้ก็มีแต่ต้องทิ้งเท่านั้น...

“ไม่ต้องห่วงค่ะ...”
เทเรียที่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวานพลางยื่นยังข้าวกล่องไปให้เขาแล้วแลกเอาขนมปังของเทรุสมาพลางส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างอายๆว่า
“...เดี๋ยวหนูกินเอง”
เธอที่เจตนากัดลงไปตรงรอยที่เทรุสเคยกัดถึงกับต้องหน้าแดงขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว...เอฟเฟลที่เห็นเช่นนั้นจ้องมองไปยังเทรุสด้วยความไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งก่อนที่จะหันกายเดินออกไปจากห้องทันที

“ท่านเอฟเฟล”
เนลก้าส่งเสียงร้องออกมาอย่างเศร้าๆและเห็นใจอีกครั้งแล้วรีบวิ่งตามหลังเอฟเฟลออกไปท่ามกลางคิสน่าที่หัวเราะออกมาอย่างสนุกสนาน

“คิก...คิก...คิก...”
ในขนาดที่เทลน่า เรนี่ รัลเรีย ฟลอเดีย จูเรียและรันที่กำลังนั่งทานยังอาหารของเอฟเฟลที่ทิ้งเอาไว้กลับจ้องมองดูยังทุกสิ่งทุกอย่างอยู่อย่างชัดเจนยิ่ง...
-----------------------------

ทั้งการเรียนในช่วงบ่ายไม่มีอะไรมาก เพราะเอฟเฟลที่คล้ายกับเหมือนไม่สบอารมณ์ก็ไม่มีกลับเข้ามาในห้องเรียนอีกเลย-จนกระทั่งเลิกเรียน...
แน่นอนว่า”รวมทั้งเนลก้าด้วย”...

ส่วนทางด้านของเทรุสก็คล้ายกับนั่งเล่นเสียมากกว่าจะนั่งเรียน ไม่เอาแต่(แอบ)นอนอย่างดิวน่า หันไปมองยังนอกต่างหน้าบ้างอย่างมีน่าหรือแอบอ่านหนังสืออื่นๆอย่างฮาร์ทน่าผิดกับเทเรียที่เหมือนจะสนใจเรียนพอๆกับเทลน่า-จึงทำให้การเรียนในช่วงบ่ายไม่มีอะไรที่น่าสนใจ...

ไม่สิถ้าจะบอกให้ถูกต้องก็คือมีอยู่หลายต่อหลายครั้งที่เทรุสรู้สึกว่า”คิสน่สกำลังมองอยู่”-เขาจึงหันมายิ้มให้กับเธอ

“...”
แล้วพอคิสน่ายิ้มตอบรับกลับไปก็ทำเอาเทเรียที่เหมือนกับหันมาเห็นต้องเชิดปากอย่างงอนๆนิดๆ...
จึงจบการสังเกตการณ์คิสน่าในวันนี้ลง...

ที่ห้องชมใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์-ดิวน่าที่เป็นประธานชมรมจึงนั่งเฉยๆอยู่กับแคทน่าที่เหมือนหับจะแค่ทำหน้าที่สังเกตการณ์เสียมากกว่าในฐานะของอาจารย์ที่ปรึกษาประจำชมรม...หน้าที่การทำงานจริงๆทั้งหมดจึงต้องเป็นของมีน่าที่เป็นประธานทนักเรียนและปัจจุบันโดยบังคังให้ทำหน้าที่เป็นประธานเงาคอยทำงานของชมรมอีกด้วย...

ส่วนด้านการเงินยังคงเป็นเอน่าที่รับผิดชอบและมีฮาร์ทน่าช่วยในด้านจัดหางบประมาณ(อย่างลับๆ)เพิ่ม

“เอาล่ะ...”
มีน่าที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของทุกคนพอเริ่มทำการสรุปยังความสัมพันธ์ของพวกเทรุสกับคิสน่าทันที
“...จริงๆแล้วเทรุสกับเทเรียทั้งสองคนไม่ใช่พี่น้องกัน แต่เป็นเพราะพ่อแม่ของเทรุสต้องไปทำงานที่ต่างประเทศจึงนำเทรุสมาฝากไว้กับพ่อแม่ของเทเรียและเนื่องด้วยที่ทั้งสองมีอายุต่างกันแค่ปีเดียวและอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่สมัยเด็กๆจึงทำให้สนิทสนมราวกับเป็นพี่น้องกันจริงๆ...”
เมื่อจบยังความสัมพันธ์ของเทรุสกับเทเรียแล้วมีน่าจึงกล่าวต่อไปอีกว่า
“...แต่อย่างที่บนว่าตระกูลของเทรุสหรือจริงๆของเทเซียเป็นเจ้าของธุรกิจเดินรถไฟ-ทางตระกูลของเอฟเฟลที่ดำเนินธุรกิจสายการบินจึงมีความคิดที่จะร่วมเป็นทองแผ่นเดียวกันจำได้ทำการหมั่นหมายเทเรียไว้ให้กับเอฟเฟล...”

“แย่ที่สุดเลย”
นีน่าที่นั่งฟังอยู่ถึงกับส่งเสียงบ่นออกมาด้วยความไม่พอใจนิดๆ เพราะการแต่งงานการธุรกิจเป็นสิ่งที่เธอรับไม่ได้เป็นที่สุด เพราะถึงบ้านเธอที่เป็นเจ้าของธุรกิจเกี่ยวกับน้ำดื่ม น้ำใช้ตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆตามชายทะเล-พ่อแม่เธอยังไม่มีความคิดเช่นนี้เลยจึงทำให้เธอสามารถรักใครได้อย่างอิสระ...แต่มีน่าที่พยักหน้ารับอย่างไม่เห็นด้วยจึงกล่าวต่อไปอีกว่า
“...เอฟเฟลที่เลยได้ไปเที่ยวเล่นที่บ้านของเทเรียตั้งแต่เด็กเป็นประจำเพื่อทำความสนินสนนกับเธอไว้-แต่ส่วนที่ไม่มีใครคาดคิดก็คือการปรากฏตั้งของเทรุสจึงทำให้เทเรียแทนที่จะชอบเอฟเฟลกับรักยังเทรุสแทนจึงทำการปฏิเสธยังการหมั่นหมาย-ซึ่งพ่อแม่ของเทเรียที่รักเทเรียและรักเทรุสเหมือนลูกอยู่แล้วจึงไม่มีความเห็นอะไรที่โต้แย้ง เพราะการได้เทรุสมาดูแลยังเทเรียก็ดีที่สุดเหมือนกัน...”
เธอยังกล่าวต่อไปอีกว่า
“...แต่เรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นอีกอย่างก็คือเอฟเฟลกับหลงรักยังเทเรียขึ้นมาจริงๆตั้งแต่เด็กๆจึงแกล้งเทเรียเพื่อเรียกร้องความสนใจ-ส่วนเทรุสก็มักจะปกป้องเสมอๆ”

“สรุปว่า...”
ฮาร์ทน่าที่ทนนั่งฟังอยู่ตั้งนาจึงกล่าวออกมาว่า
“...เอฟเฟลรักเทเรีย-เทเรียรักเทรุสใช่มั้ย”

“อืมม์...”
เมื่อมีน่าพยักหน้ารับแล้วเทลน่าจึงร้องถามออกมาว่า
“...แล้วคิสน่ากับเนลก้าเป็นใครล่ะ”

“เนลก้าเป็นลูกของคนรับใช้ในตระกูลของเอฟเฟลมีหน้าที่ดูแลยังทุกเรื่องให้กับเอฟเฟล...”
มีน่ายีงกล่าวต่อไปอีกว่า
“...เรียกได้ว่าเป็นพ่อบ้านส่วนตัวของเอฟเฟลก็ว่าได้...”
เหมือนกับที่มีน่าเป็นหัวหน้าองครักษ์ของนีน่าโดยมีโมก้า อาเรส เควินและอลันเป็นคนคอยช่วยเหลือ-เธอยังกล่าวต่อไปอีกว่า
“...ส่วนคิสน่า...”

“คิสน่าเป็นอะไรหรือ”
เมื่อเห็นยังมีน่าชะงักไปจากข้อมูลที่ได้รับโดยอาศัยยังพวกฟรอเดียรวบร่วมมาให้จึงกล่าวออกมาอีกว่า
“บ้านของคิสน่าอยู่ข้างบ้านของเทรุสและเทเรียตั้งแต่เด็ก”

“หมายความว่าเป็นเพื่อนสนิทเด็กหรือ”
เอน่าร้องถามออกไป

“ไม่ใช่...”
มีน่าที่ส่ายหน้ายังกล่าวต่อไปอีกว่า
“...คิสน่าที่บ้านทำธุรกิจกล้องท่องทางไกลในสมัยเด็กๆมักจะไม่ค่อยสบายอยู่บ่อยๆจึงต้องเรียนและทำทุกอย่างอยู่ที่บ้านเพียงอย่างเดียว-งานอดิเรกก็มีเพียงอย่างเดียวก็แค่เอาแต่ส่องกล้องส่องทางไกลดูไปรอบๆเท่านั้น”

“หรือสรุปได้ว่า...”
รีเวียที่เป็นคนสืบข่าวจึงกล่าวบอกทุกคนว่า
“...คิสน่าที่อยู่ข้างบ้านมักจะแอบดูยังพวกเทรุสเสมอๆไงล่ะ”

“สตอกเกอร์”
แคทน่าที่ฟังถึงตอนนี้ถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจน เพราะมีแต่พวกโรคจิตแบบนี้จึงชอบแอบดูยังทุกคนและสามารถรู้ยังความลับของพวกเธอได้...ดิวน่าที่ลุกขึ้นมาราวกับพึ่งตื่นจากการหลับไหลจึงกล่าวออกมาทันทีว่า
“พวกเรารีบไปจัดการยั่ยโรคจิตนั่เถอะ”

“อืมม์...”
เหล่าหญิงสาวทั้งหลายถึงกับพยักหน้ารับขึ้นมาทันที เพราะการที่จะปล่อยยังความลับของพวกเธอให้ตกอยู่ในมือของคิสน่าที่เป็นพวกโรคจิตสตอกเกอร์น่าช่างน่ากลัวจริงๆ...
---------------------------------------------

“เธอเป็นสตอกเกอร์ใช่มั้ย...”
ดิวน่าที่คล้ายกับเป็นหัวหน้าของทุกคนในยามนี้ถึงกับร้องถามออกๆไปยังคิสน่าที่กำลังนั่งแอบมองยังเทรุสอยู่ที่ข้างสนามต้องทำเอาเธอหันหน้ามามองด้วยความสงสัยทันที-เมื่อเห็นยังอีกฝ่ายไม่ได้กล่าวอะไรออกมาแล้วดิวน่าจึงกล่าวต่อไปว่า
“...ถ้าไม่อยากให้ความลับของเธอถูกเปิดเผยออกไปก็จงอย่าเปิดเผยยังความลับของพวกเราออกไปด้วย”
เพราะถ้าต่างฝ่ายต่างกุมความลับของอีกฝ่ายไว้-ความลับนั้นก็ยังคงจะเป็นความลับอยู่ต่อไปด้วยความสมดุลของมัน...

“งั้นหรือ...”
คิสน่าที่ยิ้มออกมาเล็กน้อยยังคงกล่าวต่อไปอีกว่า
“...พวกเธอคิดอย่างงั้นเองหรือ...”

แล้วจึงหันหน้ากลับไปจ้องมองไปยังเทรุสที่ในสนามอีกต่อไปแล้วจึงพยักหน้ารับอย่างไม่คิดอะไรพลางกล่าวออกมาว่า
“...งั้นก็ตกลงตามนี้”

“พวกเรากลับ”

“อืมม์...”
เมื่อตกลงกันเสร็จเรียบร้อยแล้วทุกคนจึงสามารถกลับไปชมรมได้อย่างหมดห่วงอะไรทิ้งยังคิสน่าที่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์นั่งอยู่ข้างสนามต่อไป...แต่บีน่าที่เหมือนกับไม่ได้กลับไปกลับทุกคนกลับยิ้มแล้วทรุดลงไปนั่งยังข้างกายของคิสน่าจึงต้องหันกลับมาถามอีกว่า
“เธอไม่ได้กลับไปด้วยหรือ-บีน่า”

“พวกนั้นลืมไปน่ะ...”
แทนที่บีน่าซึ่งมองไปยังเทรุสจะตอบคำถามของคิสน่ากลับกล่าวออกไปอีกว่า
“...ว่าการที่หญิงสาวจะจ้องมองดูชายหนุ่มันมีเหตุผลอยู่อย่างเดียวเท่านั้น”

“...”
ทำเอารอยยิ้มบนใบน้าของคิสน่าถึงกับชะงักลงไปเล็กน้อยราวกับโดนกุมยังความลับสำคัญเอาไว้...แต่บีน่าที่คล้ายกับไม่สนใจยังบิดขี้เกียจเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อไปอีกว่า
“...สมมุติว่าวันหนึ่งในขนาดที่เด็กสาวกำลังแอบดูยังเด็กผู้ชายที่เธอชอบเป็นประจำแต่กลับพบว่าอยู่ๆเด็กผู้ชายคนนั้กลับแอบปืนต้นไม้ลอบเข้ามาดูด้วยความสงสัยเหมือนกันแล้วเด็กผู้ชายคนนั้ก็กลายเป็นเพื่อนคนแรกและคนเดียวของเด็กสาวในตอนนั้นไป-อะไรจะเกิดขึ้นกันน่ะ...”
บีน่าที่ยิ้มออกมาอีกครั้งหนึ่งพลางส่งเสียงกล่าวต่อว่า
“...ฉันคงต้องกลับแล้วล่ะ”

“เดี๋ยวก่อน”
คิสน่าร้องเรียออกไปอย่างตกใจเหมือนกับจะรีบลุกตามไป...แต่บีน่าที่หันกลับมายิ้มแล้วถามออกไปว่า
“มีอะไรหรือ”

“เปล่า”
คิสน่าที่ไม่กล้าถามจึงรีบปฏิเสธออกไปอย่างรวดเร็วทันทีด้วยความกลัวและไม่กล้าที่จะถามหรือยอมรับมันออกไป...บีน่าที่ยิ้มกลับยื่นยังกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาให้กับคิสน่าพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า
“เกือบลืมไปเลย...นี่ใบสมัครเข้าชมรมจ๊ะ”
เพราะถึงคิสน่าจะเคยแอบเข้าไปนั่งร่วมประชุมกับทุกคนอยู่บ่อยครั้ง-แต่จริงๆแล้วเธอไม่ได้เป็นสมาชิกของชมรมใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์...บีน่าที่บรรลุเป้าหมายแล้วจึงยิ้มออกมาอีกครั้งแล้วเดินเงยหน้ามองท้องฟ้าก้าวออกไปราวกับจะบอกว่า”อนาคตยังอีกยาวไกลยังมีเรื่องราวอีกมากมายรอคอยยังเธอและทุกคนอยู่อย่างสนุกสนาน”...

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 23 ต.ค.58 เวลา 23:52:39 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ