Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

DaMeNus Hi-School ปี 3 เทอม 1 บทที่ 4 จดหมายบอกสัมพันธ์…

ขอบคุณครับที่ติดตาม

บทที่ 4 จดหมายบอกสัมพันธ์…

เพียงแค่จดหมายฉบับหนึ่งกลับเป็นต้นเหตุของเรื่องราววุ่นๆที่เกิดขึ้นมาในวันนี้...

จดหมายเป็นจดหมายสีชมพูที่ดูอ่อนหวาน มีลายการ์ตูนน่ารักเหมือนกับที่เด็กผู้หญิงมักจะใช้แอบเขียนเพื่อส่งไปให้กับเด็กผู้ชายที่แอบชอบ...
ตัวจดหมายตกอยู่ ณ ห้องประตูทางเข้าของหอพักนักเรียนดาเมนัสที่มีริวโน่เป็นอาจารย์ประจำหออยู่-ซึ่งผู้ที่คาบเก็บมาเป็นเจ้าสุนัขของบีน่าที่มักจะจูงไปเดินเล่นในทุกเช้า...
ข้อความที่เขียนไว้มีเพียงแค่...ขอโทษเรื่องเมื่อวานนี้น่ะ
ทั้งไม่ได้จ่าหน้าและลงชื่อ...
...ราวกับเจ้าตัวคิดที่จะเอาไปส่งเอง
...ราวกับผู้รับจะรู้ดีว่า”ใครเป็นคนที่ส่งมา”

“อืมม์...”
นีน่าที่ถือวิสาสะเปิดจดหมายอ่านต่อหน้าของทุกคนกลับรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังมีน่าแล้วกล่าวออกไปว่า
“...นึกว่าเป็นของมีน่าเสียอีก”

“จะบ้าหรือเปล่า...”
มีน่าที่ได้ยินถึงกับรีบส่งเสียงร้องออกมาอย่างหน้าแดงทันที เพราะถึงเธอจะเขียนจดหมายจริง-แต่กลับไม่มีความกล้าที่จะเขียนมันจนจบหรอก...
ส่วนยิ่งเรื่องก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย...

“ถามไปก็คงไม่ได้อะไรสิน่ะ...”
แคทน่าที่มั่นใจว่าสามารถเค้นยังความลับของทุกคนออกมาอย่างง่ายดายถึงกับจ้องมอไปยังเจ้าสุนัขสีทองของบีน่าด้วยความหนักใจ เพราะถึงอีกฝ่ายจะรู้ว่าจดหมายเป็นของใคร-แต่ก็คงไม่สามารถตอบอะไรออกมาได้นอกจาก...

“ฮ่ง...ฮ่ง...”
เพียงแต่เห่ากับแลบลิ้นและกระดิกหางให้เท่านั้น...ในขนาดที่แม้แต่เอน่าก็ต้องส่ายหน้าอย่างอับจนปัญญา เพราะต่อให้เธอสามารถจำลายมือของทุกคนในโรงเรียนแห่งนี้ได้เหมือนจำแนกของโจรก็เถอะ-แต่ถ้าเป็นลายมือที่ไม่เคยเห็นมาก็ก็ต้องอับจนปัญญาเหมือนกันถึงกับต้องกล่าวออกมาว่า
“เป็นของใครกันน่ะ”

การประชุมในวันนี้ของเหล่าหญิงสาวจึงเป็นเรื่องเจ้าของจดหมายที่ตกอยู่เบื้องหน้าของทุกคนในยามนี้-ซึ่งการประชุมนี้ถึงจะถูกจัดขึ้นมาอย่างไม่มีวาระที่แน่นอนก็ตาม(แล้วแต่เรื่องที่เกิดขึ้น)...
แต่กลับมีสิ่งที่แน่นอนอยู่ 2 อย่างคือ...
1.      มักจะถูกจักขึ้นที่โต๊ะห้องนั่งเล่นที่ทุกคนสามารถมาร่วมตัวกันเป็นประจำ...
กับ...
2.      เหล่าชายหนุ่มทั้งหลายจะโดนขับไล่ออกไปหมด เพราะนี่เป็นการประชุมลับของเหล่าหญิงสาวเท่านั้น

“ถ้าเป็นคนที่เอน่าไม่เคยเห็นลายมือ...”
อายน่าที่เป็นคนที่สนิทและทะเลาะกับเอน่าที่สุดกลับส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า
“...มีแค่คิสน่า เทเซีย เรกะ โซฟี เนลก้าและเอเรเน่เท่านั้น”

“จริงด้วย...”
ฟลอน่าที่พยักหน้ารับถึงกับร้องออกมาว่า
“...น่าจะอยู่ในหกคนนี้แหละ”

“...”
ทำเอาทุกคนถึงกับจับจ้องมองไปยังคิสน่า เรกะ โซฟีที่เข้ามานั่งร่วมประชุมด้วยเป็นสายตาที่สงสัยทันที...คิสน่าที่เห็นยังทุกคนจ้องมองมาเพียงแค่ยิ้มรับออกมาเท่านั้น

“...”
ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธอะไรออกมา...เรกะที่สะดุ้งขึ้นก็รีบกล่าวออกมาทันทีว่า

“ไม่ใช่ฉันน่ะ...”
ทั้งยังกล่าวต่อไปอีกว่า
“...และอีกอย่างฉันไม่มีอะไรที่จำเป็นจะต้องไปขอโทษ-เซ...”
ก่อนที่จะเผลอหลุดปากกล่าวอะไรออกไปมากว่านั้นเรกะที่รู้ตัวจึงรีบกล่าวออกมาอย่างดังว่า
“...ด้วย”
เหมือนกับจงใจจะเว้นยังชื่อของใครบ้างคนเอาไว้-แต่มีหรือที่ทุกคนจะไม่รู้กัน...บีน่าที่นั่งอยู่เพียงยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวานเท่านั้นในขนาดที่คิสน่ากลับหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนาน
“คิก...คิก”

“งั้นก้อ...”
เทลน่าที่ลากเสียงดังขึ้นมาพลางจับต้องมองไปยังโซฟีแล้วกล่าวออกไปว่า
“...เป็นเธอหรือ”

“ฉันเปล่าน่ะ”
โซฟีที่ตกใจจึงตัวสั่นถึงกับรีบส่งเสียงร้องออกมาทันทีทำเอาเทลน่าที่เห็นรู้สึกผิดสังเกตจนต้องส่งออกไปว่า
“ไรก้า-เรก้า”

“ค่ะ...”
สองพี่น้องฝาแฝดที่ไม่รอช้ารีบลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปหายังโซฟีทันที...ในขนาดที่เรกะวางกระดาษกับปากกาไว้เบื้องหน้าของโซฟี-ส่วนไรก้ากลับเอาที่ชอตไฟฟ้าขึ้นมาโชว์ให้ดูพร้อมทั้งกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มว่า
“จะเขียนก่อนลงมือหรือลงมือก่อนแล้วค่อยเขียนกัน”

“เออ...”
โซฟีที่มีทางเลือกแค่ 2 ทางจึงจำเป็นต้องเลือกทางที่ปลอดภัยไว้ก่อน-ได้แต่เขียนลงไปตามตัวอย่างในจดหมายเจ้าปัญญานั้นอย่างไม่มีทางเลี่ยง...เอน่าที่รับไปดูพิสูจน์ลายมือจึงกล่าวออกมาว่า
“ไม่ใช่...”
เธอยังกล่าวออกมาอย่างไม่ไว้หน้าอีกว่า
“...ลายมือในจดหมายเป็นระเบียบ ดูดีมีชาติตระกลูกว่านี้”

“ยินดีด้วยน่ะ-ที่ไม่ใช่เธอ”
พาน่ายิ้มพลางตบไหล่ของโมก้าราวกับจะปลอบใจยังอีกฝ่ายโดยไม่สนใจยังโซฟีที่ร้องไห้ราวกับเหมือนไม่มีใครเชห็นใจเธอที่โดนดูถูกเรื่องลายมือเลย...โมก้าได้แต่ฝื่นยิ้มรับออกไป เพราะเมื่อก่อนที่เธอเคยทำจดหมายตกก็โดนเก็บได้แบบนี้เหมือนกัน เพียงแต่ตอนนั้นถึงจะสามารถเอาตัวรอดได้ก็เถอะ...
แต่ในไม่ช้าก็มีคนอื่นๆรู้อยู่ดี...

“งั้นก็เหลือแค่สามคน”
มีน่ากล่าวสรุปการที่ประชุมออกมาทันที...ฮาร์ทน่าที่หยิบจดหมายไปดูถึงกับร้องออกมาว่า
“ลายมือแบบนี้น่าจะเป็นเด็กอยู่น่ะ”

“เอเรเน่หรือ”
เอน่าร้องออกมาทันทีด้วยความมั่นใจ เพราะเชื่อในยังสายตาที่คมกริบไม่แพ้ตนของฮาร์ทน่า...ฮาร์ทน่าที่พยักหน้ารับถึงกับยิ้มออกมา เพราะเมื่อวิเคราะห์ถึงคนที่เอน่าไม่เคยเห็นลายมือแล้วกับลายมือคนเขียนที่เป็นเด็กสาวแล้วก็น่าจะเหลือเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น...

“งั้นก็คนก็ดำเนินตามแผนได้”
ดิวน่าที่เห็นกับเป็นหัวหน้าของชมรมใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ถึงกับส่งเสียงสั่งงานออกมาทันที...เท่ากับเป็นการปิดประชุมในวันนี้...
ทุกคนจึงแยกย้ายกันออกไปดำเนินงานทันที...

“...”
แต่มีเพียงแค่บีน่ากับคิสน่าเท่านั้นที่ยิ้มสบตากันอย่างมีความหมายเท่านั้น...
-------------------------------------------

ขั้นแรกคือการหาข้อมูล...ซึ่งสายสืบคือโมก้า ไรก้าและพาน่าที่รับผิดชอบด้วยการไปตามหาและสะกดรอยตามหลังของเอเรเน่ตั้งแต่ก้าวเดินเข้ามาในโรงเรียน

“ขอโทษครับ...”
เฮรอลส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อกำลังจะเดินชนยังเอเรเน่ที่กำลังจะก้าวเข้าไปในห้องเรียนก่อนที่จะรีบเดินหลบทางให้เธอเข้าไปก่อน...เอเรเน่ที่เห็นจึงเค้นเสียงออกมาอย่างไม่พอใจ
“ชิ...”
แล้วตรงเข้าไปนั่งยังที่นั่งของเธอที่อยู่ด้านข้างของเด็กชายทันที...ในระหว่างเรียนเอเรเน่กลับตั้งอกทั้งใจเรียนราวกับเหมือนไม่มีอะไร ผิดกับใครหลายต่อหลายคนเช่นดิวน่าก็ได้หลับไปแล้ว เอน่าที่กำลังคำนวนเลขรายรับรายจ่ายของตนที่เหลืออยู่งบประมาณต่างๆว่าจะยักยอกตรงไหนได้บ้างหรือแม้กระทั่งโซฟีที่แอบหยิบเอาหนังสือประเภทที่ชอบมากๆขึ้นมาอ่าน

“อืมม์...”
พาน่าที่ร้องออกมาเล็กน้อยหลังจากสังเกตเห็นยังเฮรอลที่มีท่าทางเหมือนกับจะกวาดสายตามามองยังเอเรเน่อยู่หลายต่อหลายครั้งึงกับกล่าวออกมาว่า
“...นี่เป็นครั้งที่สี่แล้วน่ะที่เฮรอลแอบมองเอเรเน่น่ะ”

“แล้วเอเรเน่ล่ะ...”
โมก้าที่นั่งอยู่ด้านข้างโดนยังทีน่าบังอยู่จึงแอบถามออกไปว่า
“...เคยแอบมองใครบางมั้ย”

“ไม่มี”
เมื่อได้ยินยังพาน่าตอบออกมาทำเอาไรก้าถึงกับส่ายหน้ากล่าวออกมาด้วยความเสียดายว่า
“น่าเสียดายที่จดหมายเป็นของเด็กผู้หญิง-ไม่งั้นก็ฟันธงได้เลยว่าน่าจะเป็นเฮรอลที่เป็นคนเขียน”

“ไม่แน่หรอก...”
พาน่าที่ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์นิดพลางกล่าวต่อไปว่า
“...เพราะเอเรเน่ในยามนี้กำลังนิ่งผิดสังเกตต่างหากล่ะ”

“เอ๋ะ...”
“หา...”
ทำเอาทั้งโมก้าและไรก้าต่างต้องส่งเสียงร้องออกมาด้วยความประหลาดใจทันทีจึงได้แต่แอบต่างหลังแอบดูยังเอเรเน่ตอบไปอีก...

“ควับ...”
พอเรียนจนจบคราบแล้วกลับเห็นยังเฮรอลที่ลุกเรียนออกไปหมายจะหาอะไรทานยามพักกลางวัน...เอเรเน่จึงรีบลุกหมายที่จะก้าวออกไปอีกคนเช่นเดียวกัน...

แต่...
“ขอโทษครับ”
เฮรอลที่คล้ายกับเหมือนๆจะลืมของกลับหันกลับมาหมายจะกลับเขามาทำเอาเทียบจะชนกับเด็กสาวที่ก้าวตามไป-แต่ยังดีที่ยังยั้งร่างไว้ทัน...แต่แทนที่เอเรเน่ซึ่งโกรธกลับกล่าวออกไปด้วยความไม่พอใจว่า
“นายจะขอโทษทำไมกัน”

“เออ...”
เฮรอลที่หยุดไปซักนิดสุดท้ายก็ไม่สามารถหายังคำตอบอะไรได้จึงกล่าวออกมาว่า
“...ขอโทษครับ”

“ชิ...”
ยิ่งทำเอาเอเรเน่ที่ไม่พอใจจนต้องรีบหันหน้าแล้วก้าวหน้าบึ้งเดินออกไปอีกทางอย่างรวดเร็วเหมือนควันจะออกจากหู...พาน่าที่เห็นเช่นนั้นจึงยิ้มออกมาพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า
“เป็นไงล่ะ”

“อืมม์”
เมื่อเห็นยังโมก้ากับไรก้าเห็นด้วยแล้วจึงนำเรื่องที่สืบได้ไปบอกกับทุกคนทันทีว่าเป้าหมายของเอเรเน่ที่จะต้องการขอโทษเป็นใครกัน...โดยไม่ทันได้สนใจถึงกับฟินก้าที่ลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วตรงไปหายังเทเซียแล้วรีบชวนออกไปว่า
“พวกเราไปกินข้าวกับเถอะ-เทเซีย”

“จ๊ะ”
เทเซียที่ยิ้มรับแล้วรีบก้าวเดินออกหายังที่ทานยังข้าวกล่องที่ริวโน่เป็นคนทำให้กับเด็กๆในหอพักทุกคนทันทีเหมือนกับไม่มีอะไรที่น่าสนใจอีก...
---------------------------------------------------

ขั้นที่สองคือ...การหาข้อมูลของเป้าหมายซึ่งคนที่รับผิดชอบคือริเวีย แฟรี่และทีน่า
เมื่อทั้ง 3 ที่ได้รับมอบหมายต่างแยกย้ายกันออกไปสืบประวัติของทั้งเอเรเน่และเฮรอลร่วมทั้งหาถึงสาเหตุที่ทำให้เด็กสาวรู้สึกผิดและอยากที่จะขอโทษยังอีกฝ่ายด้วย...

“ครอบครัวของเอรเน่เป็นเจ้าของธุรกิจสายการบิน ในขนาดที่ครอบครัวของเฮรอลก็ดำเนินธุรกิจเดินเรือ...”
ริเวียที่ได้ข้อมูลพื้นฐานะมาจึงส่งเสียงกล่าวออกมาเป็นคนแรกว่า
“...พ่อแม่ของทั้งสองต่างเป็นเพื่อนรักกันจึงทำให้ทั้งเอเรเน่และเฮรอลต่างรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ”

“นอกจากนี้...”
แฟรี่ที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังพวกของดิวน่า แคทน่า มีน่า นีน่า ฮาร์ทน่า เทลน่าที่อยู่ใกล้ๆจึงกล่าวออกมาอีกว่า
“...ยังมีครอบครัวของเทรุสกับเทเซียที่ทำธุรกิจรถไฟอีกด้วย...”
เธอที่ยิ้มออกมาเล็กน้อยจึงกล่าวต่อมาอีกว่า
“...ว่ากันว่าการที่พ่อแม่ของทั้งสามฝ่ายต่างรู้จักและเป็นเพื่อนกันจึงต่างคิดที่จะหมั่นหมายให้กับลูกๆของตนได้แต่งงานกัน-เพื่อที่จะได้ควบคุมยังการคมนาคมทั้งหมดเอาไว้ยังไงล่ะ”

“อืมม์...”
เอน่าที่นั่งอยู่ด้านข้างของดิวน่าถึงกับกล่าวออกมาอย่างฉุกใจคิดได้ว่า
“...ถ้าดูจากอายุแล้วเอเรเน่ก็น่าจะถูกจับคู่ให้หมั่นหมายหรือแต่งงานกับเฮรอลไม่ใช่หรือ”

“งั้นทั้งสองก็แค่คู่รักที่ทะเลาะและงอนกันเท่านั้นใช่มั้ยล่ะ...”
นีน่าที่ได้ยินถึงกับยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวานพลางกล่าวต่อไปว่า
“...ว้าย...น่ารักจังเลย”

“มันไม่ใช่อย่างงั้น...”
ทีน่าที่คล้ายกับสืบทราบถึงข้อมูลอะไรบางอย่างจึงกล่าวออกมาอีกว่า
“...แต่ธุรกิจเดินเรือของครอบครัวเฮรอลกลับมีปัญหาจนครอบครัวของเอเรเน่จะต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือจนทำให้ฐานะของทั้งสองครอบครัวคล้ายกับเปลี่ยนไปเป็นเจ้านายกับลูกน้องและความสัมพันธ์ของเอเรเน่กับเฮรอลก็เหมือนกับจะเปลี่ยนไปด้วย”

“เวลาที่เอเรเน่จะไปไหน...”
ริเวียยังกล่าวเสริมออกมาอีกว่า
“...เฮรอลจะพยายามหลบหรือหลีกเลี่ยงไปราวกับไม่กล้าที่จะเผชิญหน้า-ส่วนถ้าเกิดพบกันจริงๆเฮรอลก็จะได้แต่ก้มหน้าและเอเรเน่ก็จะเดินออกไปเหมือนกันทำเป็นมองไม่เห็น”

“ดูไม่เหมือนคู่รักกันเลย”
แฟรี่กล่าวออกมาอีกครั้งอย่างเสียดายจนจ้องนั่งเท้าค้างอย่างเซ้งๆ...แต่แคทน่าที่ขบคิดแล้ววิเคราะห์ออกมาจึงกล่าวต่อไปว่า
“พูดง่ายๆก็คือฝ่ายชายที่รู้สึกต่ำต่อยกว่าจึงไม่กล้าสู้หน้าฝ่ายหญิงจนทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจขึ้นมาน่ะสิ”

“คล้ายๆกับใครบ้างคนแถวๆนี่จังเลย”
นีน่าที่ได้ยินถึงกับกล่าวออกมาพลางหันไปมองยังมีน่าทำเอาเธอต้องรีบกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่แดงว่า
“ไม่ใช่ฉันน่ะ”

“ฉันก็ไม่ได้หมายถึงเธอซ่ะหน่อย-มีน่า...”
นีน่ายังกล่าวต่อไปอีกว่า
“...ก้ออาเรสทั้งกล้าและบ้าบิ่นไม่สนใจถึงฐานะที่ต่างกันกลับมาขอยังความรักอยู่บ่อยๆนี่”

“บ่อยๆที่ไหนกัน”
มีน่าที่หน้าแดงขึ้นมาถึงกับรีบกล่าวปฏิเสธออกมาอย่างรวดเร็วถึงกับไม่กล้าสบสายตาใครๆ...นีน่าที่ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายนิดๆยังพลางกล่าวออกมาอีกว่า
“ก็เห็นอาเรสชอบส่งเมลมาบ่อยๆไม่ใช่หรือ...”
พลางจ้องมองไปยังมีน่าที่หน้าแดงแล้วกล่าวต่อไปอีกว่า
“...ถึงมีน่าจะแกล้งใจแข็งไม่ยอมตอบกลับไปก็เถอะ-แต่อาเรสก็ยังไม่ล่ะความพยายามเลยไม่ใช่หรือ”

“บ้าที่สุด”
มีน่าที่หน้าแดงถึงกับเผลอร้องด่ายังนีน่าออกไปไม่ได้ที่นอกจากจะอ่านยังเมลของเธอแล้วยังบอกออกมาต่อหน้าทุกคนทำเอาเธอต้องอายขึ้นมา...แต่แคทน่า ดิวน่า ฟลอน่า เอน่า อายน่าและทีน่าที่จ้องมองไปยังมีน่าอดที่จะรู้สึกอิจฉาขึ้นมานิดๆไม่ได้ เพราะริวโน่ที่พวกเธอรักกลับไม่เคยแสดงทีท่าว่า”จะรักหรือชอบใครให้กลุ่มเป็นพิเศษเลย”...
รวมถึงฮาร์ทน่าด้วย...

“เออ...”
ไดอาน่าที่มีความรักที่สมหวังแล้วทราบดีถึงสายตาที่อิจฉาของเหล่าหญิงสาวทั้งหลายที่เบื้องหน้าจึงต้องรีบกล่าวออกมาอย่างรวดเร็วทันทีว่า
“...เรามากลับเข้าเรื่องกันดีกว่า”

ทีน่าจึงกล่าวต่อไปอีกว่า
“จากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้ยังมีคนได้ยินถึงน้ำเสียงของเด็กสาวที่ตวาดยังเด็กชายที่โรงอาหารด้วยค่ะ”
“งั้นก็หมายว่าความเอเรเน่ที่รู้สึกผิดต่อเฮรอลที่โรงอาหารจึงคิดที่จะขอโทษสิน่ะ”
เทลน่าช่าวยกล่าวสรุปออกมาอย่างรวดเร็ซทันที...ดิวน่าจึงรีบสั่งการให้ฐานะของหัวหน้าชมรมทันทีว่า
“งั้นเรามาทำให้ทั้งสองคนคืนดีกันเถอะ”

“ได้เลย...”
“ค่ะ...”
เมื่อได้ยินทุกคนต่องรับกลับมาอย่างแข็งขันจึงได้เริ่มยังแผนการณขั้นสุดท้ายที่จะทำให้ทั้ง 2 คืนดีกันให้ได้โดยไม่ทันได้สังเกตเห็นถึงเรกะกับโซฟีที่พยักหน้าอย่างเข้าใจว่า”พวกเธอที่เคยโดนมาแล้ว”คงไม่สามารถห้ามยังเหล่าหญิงสาวทั้งหลายได้หรอก...

มีแต่จะต้องปล่อยให้เอเรเน่เผชิญกับชะตากรรมไปเองล่ะกัน เพราะแค่พวกเธอทั้งสองสามารถเอาตัวรอดปลอดภัยได้เป็นพอ...
--------------------------------

แผนการณ์ที่ของพวกดิวน่าไม่มีอะไรมา...ก็แค่...

“นี่มันเรื่องอะไรกัน...”
เอเรเน่ที่อยู่ๆก็โดนยังกลุ่มคนลึกลับพุ่งเข้ามาหาแล้วตวัดยังสันมือฟันใส่ยังหลังคอแล้วสลบไปในพริบตา-พอตื่นขึ้นมาก็พบว่า”ตัวเองกำลังถูกขังอยู่ในโรงยิมกับเฮรอลสองต่อสองทำเอาเธอต้องหน้าและหัวใจเต้นระรั่วขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุได้แต่ส่งเสียงร้องออกไปว่า
“...นายคิดจะทำอะไรฉันหรือ”

“เปล่าน่ะ...”
เฮรอลที่ส่ายหน้าปกิเสธด้วยความตกใจ เพราะอยู่เขาที่คิดจะกลับเข้าห้องเรียนก็โดนยังกลุ่มคนประหลาดล้อมไว้แล้วคนหนึ่งในนั้นก็ตวัดยังเท้าเตะใส่ยังก้านคอจนสลบไปเหมือนกัน พอมารู้สึกตัวก็พบว่า”มีเด็กสาวคนหนึ่งอยู่ด้วย”-พอจะยืนหน้ามาดูใกล้ๆก็พบว่าเป็นใครแล้วเธอก็ตื่นขึ้นมาพอดีจึงได้แต่กล่วออกไปว่า
“...ฉันก็โดนจับมาเหมือนกัน”

“จับมา...”
เอเรเน่ที่ร้องถึงกับขบคิดขึ้นมาได้ถึงเหตุการณ์ก่อนที่จะหมดสติไปถึงกับต้องนิ่งเงียบไปทันที เพราะเฮรอลก็ไม่น่าจะลงมือรุนแรงกับเธอไม่ใช่หรือ...
“...เออ...เออ...”
ในยามนี้ยังรู้จักปวดๆอยู่นิดๆถึงสันมือของอีกฝ่ายที่ฟันจนมาจึงหันไปร้องถามยังอีกฝ่ายว่า
“...จะเอายังไงดีล่ะ”

เพราะการที่ถูกจับมาเช่นนี้ถ้าไม่โดนเรียกค่าไถ่ก็คงจะต้องโดนเอาไปขายต่างประเทศอย่างแน่นอนเลย-จึงทำเอาเธออดที่จะรู้สึกหวาดกลัวไม่ได้...เฮรอลที่เห็นเช่นนั้นจึงขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวออกมาราวกับจะขบคิดว่า
“ไม่ต้องกลัวหรอก...”
เขายังกล่าวออกมาอีกว่า
“...มันอาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เธอคิดก็ได้”

“แต่ว่า...”
เอเรเน่ที่ปกติมักจะทำตัวเย็นชาแล้วอวดดีต่อหน้าเฮรอลถึงกับอ่อนแอและเปลี่ยนไปเป็นคนล่ะคนในพริบตาถึงกับกล่าวออกมาว่า
“...หากพวกนั้นไม่มีจุดประสงค์อะไรจะจับพวกเรามาทำไมกันล่ะ”

“นั่นสิ...”
เฮรอลที่พยักหน้ารับถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างฉุกใจคิดขึ้นมาได้ว่า
“...ไม่เป็นไรหรอกหากเกิดอะไรขึ้นมา...”
เขาที่จ้องมองไปยังใบหน้าของเอเรเน่ถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า
“...ฉันจะปกป้องเธอเอง”

“อืมม์”
เอเรเน่ที่ได้ยินถึงกับต้องเผลอพยักหน้ารับลงไปด้วยความยินดีจนหน้าแดงขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัวทันที...ที่ห่างออกไปยังด้านหลังของทั้งสองที่มียังกล้องถ่ายทอดไปยังทีวีไปยังเหล่าสมาชิกในชมรมใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ซึ่งกำลังจับต้องมองดูอยู่ถึงกับมีเสียงของดิวน่าที่ร้องขึ้นมาด้วยความพอใจว่า
“เป็นไงล่ะ-แผนของฉัน...”
เธอยังกล่าวออกมาอีกว่า
“...เป็นอย่างที่คิดเอาไว้เลย พอทั้งสองตกอยู่ในอันตรายก็จะเปิดใจกันเอง”

“...”
แต่สายตาของพาน่า เอน่า ฟลอน่า อายน่า ทีน่าที่จ้องมองไปยังดิวน่าเหมือนกับจะไม่เชื่อยังสิ่งที่เธอกล่าวออกมา...แคทน่าที่ดื่มน้ำชาลงไปจนหมดแก้วถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างเซ้งๆว่า
“มันก็แค่บังเอิญโชคดีเท่านั้นแหล่ะ...”
มันก็เหมือนกับทุกครั้งที่ดิวน่าซึ่งทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังจะโชคดีได้ผลรับออกมาดีเท่านั้น-เธอที่จ้องมองไปยังดิวน่าอย่างเย็นชาพลางกล่าวต่อไปอีกว่า
“...อย่างเธอไม่มีทางคิดเอาไว้ก่อนหรอก”

“อืมม์...อืมม์...”
เมื่อเห็นยังทุกคนพยักหน้ารับกับคำกล่าวของแคทน่าทำเอาดิวน่าที่ต้องหน้าแดงขึ้นมารีบส่งเสียงร้องออกมาทันทีว่า
“ฉันกะเอาไว้แล้วจริงๆน่ะ”

“งั้นหรือ...”
แคทน่าที่ใช้ยังสายตาที่เหมือนกับจะค่อนข้างไร้ความรู้สึกจักจ้องมองไปยังดิวน่าแล้วถามออกไปว่า
“...งั้นจะทำยังไงต่อล่ะ”

“เออ...”
ทำเอาดิวน่าที่ได้ยินถึงกับต้องนิ่งเงียบลงไปในพริบตา-เธอที่ขบคิดหายังข้อแก้ตัวได้แล้วจึงกล่าวต่อมาว่า
“...รอดูสถานการณ์ไปก่อนแล้วกัน”

“อืมม์...”
กลุ่มหนึ่งพอที่จะทำใจยอมรับไปบาง เพราะตอนนี้รอดูต่อไปก็ดีหมือนกันกับอีกกลุ่มที่ไม่รู้จะทำเช่นไรนอกจากรอดูต่อไปจึงได้แต่ส่งเสียงถอนหายใจออกมาอย่างอับจนปัญญา
“...เฮ้ย”

ในขนาดที่ทางด้านของเอเรเน่ซึ่งไม่รู้ว่ามีสายตามากมายของคนนับ 20 กว่าคนที่กำลังจับจ้องมองอยู่ถึงกับต้องหันไปกล่าวกับเฮรอลที่นั่งนิ่งเงียบไม่พูดอะไรอยู่ด้านข้างว่า
“เป็นอะไรหรือเปล่า...”
ทั้งยังถามออกไปอย่างกล้าๆกลัวว่า
“...ถึงไม่พูดอะไรออกมาเลย”

“เปล่า...”
เฮรอลตอบออกมาว่า
“...ผมแค่กำลังคิดว่าใครเป็นคนที่จับพวกเรามากัน”
เพราะในโรงเรียนแห่งนี้ก็ไม่น่าจะมีคนจากภายนอกเข้ามาได้และอีกอย่างพวกเขาทั้งสองคนก็ไม่เคยก่อเรื่องหรือทำอะไรให้ใครแค้นเคื่องขึ้นมาเหมือน...
แล้วใครกัน่ะที่จับตัวพวกเขามากัน...

เอเรเน่ที่ขบคิดเล็กน้อยถึงกับกล่าวออกมาว่า
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”
เพราะเธอนอกจากเรียน เรียน เรียนและแอบมองยังเฮรอลในบางครั้งแล้ว-เอเรเน่ก็แทบที่จะไม่ได้ทำอะไรเลยจึงไม่น่าจะมีเรื่องกับใครได้...ส่วนทางด้านของเฮรอลซึ่งพยักหน้ารับคล้ายกับพอที่จะเดาๆได้จึงกล่าวออกมาว่า
“ถ้าไม่ใครคนที่เราไปมีเรื่องด้วย...”
หยุดเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวออกมาว่า
“...ก็น่าจะเป็นพวกที่อยู่เฉยไมเป็นชอบก่อความวุ่นวายไม่ใช่หรือ”

“หรือว่า...”
“อืมม์...”
ก่อนที่ทั้งสองจะส่งเสียงร้องออกมาแทบจะพร้อมๆกันว่า
“...ชมรมใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์”
เพราะไม่มีพวกไหนที่กล้าก่อเรื่องวุ่นวายแบบไม่กลัวฟ้าไม่กลัวดินในโรงเรียนเช่นนี้ เพราะนอกจากจะมีอาจารย์ 4 คนคอยให้ท้ายแล้วยังมีประธานนักเรียนคอยกลบเกลื่อนให้-แถมผู้อำนวยการก็ดูเหมือนจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นด้วย

“...”
ทำเอาทุกคนที่แอบฟังและแอบดูอยู่ได้ยินถึงกับต้องอึ้งไปตามๆกัน เพราะทั้งสองคนที่ใจตรงกันแค่เดาครั้งเดียวก็สามารถเดาได้ถูกแล้ว...

“เอาไงดีล่ะ”
อยู่ๆเทลน่าที่นั่งเงียบถึงกับหันมามองยังหน้าของทุกคนแล้วร้องถามออกไป เพราะถ้าขืนเป็นเช่นนี้ต่อไปคงจะไม่ดีอย่างแน่นอนเลย...ฮาร์ทน่าจึงกล่าวออกมาว่า
“ไว้ฉันจัดการเอง...”
แล้วคว้าไมค์พร้อมทั้งพูดออกไปว่า
“...ถูกแล้วล่ะ-พวกเราเป็นคนจับพวกเธอมาเอง”

“หา...”
ท่ามกลางเสียงร้องของเอเรเน่ที่มีขึ้นมาอย่างตกใจ...เฮรอลที่เหมือนกับจะขว้างอยู่ ณ เบื้องหน้าของเธอถึงกับหันไปยังเจ้าลำโพงกระจายเสียงแล้วกล่าวออกมาว่า
“พวกเธอต้องการอะไร”

“พวกเราต้องการอะไรน่ะหรือ...”
ฮาร์ทน่าที่ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายและเจ้าเล่ห์นิดๆพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า
“...เราไม่มีอะไรกับนายหรอก-แต่มีธุระกับสาวน้อยที่อยู่ด้านหลังนายต่างหากล่ะ”

“หา...”
เฮรอลที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจถึงกับไว้ว่ายังไงก็จะต้องปกป้องยังเอเรเน่เอาไว้ให้ได้...ในขนาดที่เอเรเน่ซึ่งตกเป็นเป้าหมายถึงกับต้องประหลาดใจจนร้องออกมาว่า
“ฉันหรือ”

เพราะชื่อเสียง(เสีย)ของชมรมใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ดังถึงขนาดทำให้ใครหลายต่อหลายคนต่างกลัวกันไปตามๆกัน...แต่ฮาร์ทน่าที่ไม่สนกลับกล่วต่อไปอีกว่า
“ความลับของเธออยู่ในมือเรา”

“พวกคุณต้องการอะไร...”
เอเรเน่ในตอบแรกที่ตกใจเหมือนกับจะพลั้งปากออกมาก่อนที่จะรีบปฏิเสธออกมาอย่างรวดเร็วว่า
“...ฉันไม่มีความลับอะไรหรอกน่ะ”
แต่จากทีท่าของเธอที่แสดงออกมาถึงกับทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า”มีความลับอะไรอยู่”อย่างแน่นอนเลย...

“ดูเหมือนจะไม่ยอมรับแฮะ”
ฮาร์ทน่าที่หยุดพลางหันมากล่าวกับทุกคนโดยที่ไม่สนใจถึงเสียงที่หลุดออกไปจากไมค์...แคทน่ารู้สึกเริ่มสนุกด้วยจึงเอาไมค์ไปพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างเย็นชาว่า
“จดหมายของเธออยู่ในมือของเราแล้ว”

“บ้าน่า...”
เอเรเน่ที่หน้าซีดถึงกับร้องอุทานออกมาทันที เพราะไม่คิดว่าจดหมายที่เธอแอบเขียนจะไปตกอยู่ในมือของอีกฝ่ายได้ในขนาดที่เฮรอลกลับได้แต่ทำหน้างงๆราวกับยังไม่เข้าในถึงสิ่งที่เกิดขึ้นท่านั้น...แคทน่าที่ต้องการจะบีบคั้นยังอีกฝ่ายจึงกล่าวต่อไปว่า
“ฉันจะอ่านยังข้อความที่เขียนออกไปเดี๋ยวนี้”

“อย่าน่ะ”
เอเรเน่ถึงกับร้องเสียงร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวจนหน้าแดงขึ้นมาทันทีเหมือนกับกลัวยังสิ่งที่เขียนไว้จะถูกเปิดเผยออกมา...แต่แคทน่าที่ไม่สนกลับกล่าวออกมาว่า
“หากไม่อยากให้พวกเราอ่านก็จะพูดออกมาเอง...”
เธอยังย้ำต่อไปอีกว่า
“...จงพูดต่อหน้าเด็กชายที่เธอคิดที่จะเขียนจดหมายบอกเขาเดี๋ยวนี้สิ”

“ไม่มีทาง...ไม่มีทางอย่างเด็ดขาด...”
เอเรเน่ที่หน้าแดงถึงกับส่งเสียงกล่าวปฏิเสธออกมาทันที เพราะเรื่องอะไรเธอจะต้องพูดมันออกมาด้วย...ส่วนเฮรอลได้แต่นิ่งเงียบลงไปเท่านั้น เพราะจดหมายของเอเรเน่ที่หายไปมันเกี่ยวกับเขา-เขาที่อยากรู้แต่ไม่ต้องการที่จะให้เด็กสาวอับอายถึงกับต้องรู้สึกลังเลจนยากที่จะตัดสินใจได้...

“ฉันอยากที่จะ...”
แต่แคทน่าที่ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายเหมือนกับไม่สนใจถึงกับยังอ่านข้อความในจดหมายออกมาทันที...ทำเอาเอเรเน่ที่ลังเลถึงกับต้องส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นว่า
“อย่าน่ะ...”
ก่อนที่จะกล่าวออกมาว่า
“...ถ้าจะบอกเฮรอลให้รู้ล่ะก้อ-ฉันขอเป็นคนบอกเองดีกว่า”

“...”
แคทน่าถึงกับหยุดลงไปในพริบตาที่ดูเหมือนทุกอย่างจะสำเร็จลงไปตามแผนแล้วพร้อมทั้งสายตาของทุกคนและเฮรอลที่จับจ้องมองไปยังเอเรเน่เพียงคนเดียวราวกับรอคอยยังเธอให้กล่าวออกมา...
“ฉันอยากจะบอกว่า...”
เอเรเน่ที่หลับตาราวกับตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้วจึงตะโกนออกมาว่า
“...ฉันจะไม่ลืมสัญญาที่เคยให้ไว้อย่างเด็ดขาดไม่ว่านายจะเป็นอะไรไป”

“อืมม์...”
เฮรอลที่ได้ยินถึงกับพยักหน้ารับพลางกล่าวออกไปว่า
“...โตขึ้นฉันจะต้องไปสู่ขอเธอให้ได้”

“เอ๋...”
ท่ามกลางเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจของทุกคนๆ เพราะจากจดหมายที่ขอโทษทำไมถึงกลายเป็นคำสัญญาที่จะแต่งงานกันได้...มีน่าที่สงสัยอะไรถึงกับคว้ายังเจ้าจดหมายเจ้าปัญญาไปดูอีกครั้งถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาว่า
“จะว่าไปลายมือที่สวยๆแบบเด็กผู้หญิงนี้อาจจะเป็นผู้ชายเขียนขึ้นมาก็ได้”

“หือ...”
พาน่า โมก้าและไรก้าที่ได้ยินถึงกับร้องออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า
“...โนเอล”
เพราะหลายต่อหายวันนี้ที่เห็นยังพวกฟินก้ากับโนเอลที่ทะเลาะกันจนเข้าหาไม่ติด-การที่โนเอลจะพยายามเขียนจดหมายเพื่อขอโทษฟินก้าจึงไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไร...
เมื่อทุกอย่างกระจายแล้ว-เอน่าจึงหันไปถามยังทุกคนว่า
“เอาไงดีล่ะ”

“งั้นก็สลายตัว”
ไม่ทราบว่าใครเป็นคนที่ตอบคำถามนี้ออกมา-แต่ทุกคนก็สลายตัวหนีหลายไปอย่างรวดเร็วจนลืมเปิดประตูให้กับเอเรเน่กับเฮรอลไป...

จนอีกราวๆชั่วโมง 2 ชั่วโมงบีน่ากับคิสน่าจึงค่อยมาเปิดประตูให้กับทั้งสองคนนี้ออกมาได้ราวกับเหมือนจะรู้อะไรมาก่อนแล้ว...

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 24 ก.ย.58 เวลา 23:50:59 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ