Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

LIZARDMAN บทที่ 6 พิธีกรรมโลหิตศักดิ์สิทธิ์ (ต้องขอโทษด้วยที่ลงข้ามไปตอนหนึ่งครับ)

ขอบคุณครับที่ติดตาม และต้องขอโทษด้วยที่ลงข้ามไปตอนหนึ่งครับ

บทที่ 6 พิธีกรรมโลหิตศักดิ์สิทธิ์

ทีฟาที่ทราบและสามารถคาดเดาถึงสิ่งที่กำลังจะตามมาได้เป็นอย่างดีจึงรีบแอบหลบไปอยู่ด้านหลังต้นไม้ใกล้ๆทันที เพราะถึงเธอจะทรยศเผ่าพันธุ์ต่อเอง-แต่ก็ไม่ต้องการที่จะเผชิญหน้าเป็นศัตรูอย่างโจ่งแจ้งจนเกินไปนัก...

“เฟียว...เฟียว...เฟียว...”

พร้อมกับเสียงวิ่งเท้าวิ่งพุ่งมาอย่างรวดเร็วตัดความเสียงสงบของเรียวป่า ทำเอาต้นและกิ่งไม้ที่สั่นไหวเป็นจังหวะราวพายุพัดโหมมา-ด้วยประกายตาสีเหลืองที่มีขีดสีดำของริซาร์ดแมนที่คมกริบสามารถมองเห็นได้ไกลกว่ามนุษย์ถึง 7-8 เท่าทำให้เห็นถึงเหล่ากองทัพเอลฟ์มากมายที่วิ่งตามพื้น กระโดดไปมาตามกิ่งไม้มุ่งหน้าตรงยังยังทางนี้ในระยะห่างออกไปราว 2-3 กิโลเมตร...

กับความความเร็วของเอลฟ์ที่จัดว่าเร็วที่สุดในชนเผ่าทั้งหลายบนพื้นพิภพคงจะใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที...

...ไม่สิ 7 ถึง 8 นาทีคงมาถึง

ไลเรสที่ไม่รอช้าหลังจากร้องสั่งการยังทุกคนให้เตรียมตัวรับกับการต่อสู้อันดุเดือดที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้จึงรับหันกายกลับไปยังกระโจมทางด้านหลังทันที...ฮาเดียที่สังเกตเห็นถึงกับรีบส่งเสียงร้องถามออกไปทันที

“นั่นนายจะไปไหนล่ะ”

“...”

ไลเรสที่ได้ยินคำถามที่เหมือนกับไม่ระบุตัวจึงค้านที่จะตอบกลับไป เพราะเวลาในตอนนี้น้อยยิ่งจนต้องทำทุกสิ่งแข่งกับเวลาจึงแสร้งทำเป็นไปไม่ได้ยินกลับรีบกระชากยังผ้าม่านที่กั้นไว้ออกพร้อมทั้งร้องชะโงกหน้าเข้าไปร้องหมายจะบอกทันทีว่า

“...นี่หัวหน้...”

ไลเรสร้องตะโกนออกมาได้แต่นั้นก่อนที่จะเห็นถึงพวกของเฟเทียร์และองค์หญิงเฟรย์ที่กำลังทำพิธีรับศีลอยู่ห่างออกไปยังกลางทะเลสาบเบื้องหน้าราวๆ 2 ถึง 300 เมตร...

แต่ด้วยสายตาของริซาร์ดแมนแล้วภาพนี้กลับไม่แตกต่างไปจากระยะ 3- 4 ก้าวหรือระยะประชิดเผาขนเลย...
เฟเทียร์ในยามนี้ยังคงสวมใส่ยังชุดเกราะเต็มยศ แต่จากประกายของสายน้ำที่เปียกปอนไปตามร่างกายกลับทำให้ชุดที่สวมใส่กับรัดรูปเห็นถึงรูปร่างของหญิงสาวอย่างชัดเจน เนื้อผ้าบางๆที่บางส่วนโดนน้ำถึงกับแทบจะโปร่งใสจนเห็นถึงขาอ่อน ปลีน่อง เอว ต้นแขนได้อย่างชัดเจน...

ทำเอาไลเรสต้องเผลอมองค้างไปสักครู่...แต่นั่นยังไม่ร้ายเท่า

ไลเรสที่รีบเบนสายตายไปยังเอลซ่าที่ประกอบพิธีกับนิชาที่ช่วยประกอบพิธีกลับสวมใส่ยังชุดผ้าสีขาวบางที่แทบจะโปร่งแสงยามเมื่อกระทบและเปียกปอนไปด้วยหยาดน้ำระหว่างทำพิธีจนแทบจะเห็นลึกเข้าไปยังทรวดทรงองค์เอว เนินและร่องอกตลอดจนแทบจะเห็นถึง...

ทำเอาไลเรสต้องรีบหันไปมองทางอื่นอย่างรวดเร็ว...แต่นั่นกลับยังไม่ร้ายยิ่งไปกว่า...

องค์หญิงเฟรย์ที่เห็นอย่างชัดเจนที่สุด ทุกสัดส่วนของร่างกายที่ไร้ยังอาภรณ์ใดๆปกปิดถึงความงดงามของหญิงสาวที่เต็มโตขึ้นมาอย่างสมบูรณ์และงดงามของวัยสาวสะพรั่ง...

นี่คือสิ่งที่เลวร้ายที่สุด...

“ว้าย...”

เสียงร้องด้วยความตกใจขององค์หญิงเฟรย์ดังขึ้นปลุกยังกาลเวลาที่หยุดนิ่งพร้อมทั้งร่างของเธอที่รีบเอามือปิดยังร่างซุกซ่อนกายหลบลงไปใต้ผิวน้ำทันทีกับเอลซ่าและนิชาที่รีบเอาผ้าเช็ดตัวและผ้าคลุมรีบมาบดบังอย่างรู้ทันต่อหน้าที่...ส่วนเฟเทียร์ที่เลิกคิ้วจ้องมองมาด้วยความไม่พอใจถึงส่งเสียงร้องออกมาว่า

“ไลเรส...”

เธอไม่ได้พูดเปล่าแถมยังชักดาบออกมาอย่างรวดเร็วทันทีหมายจะตัดการยังศัตรูอันชั่วร้ายของเหล่าหญิงสาวทั่งหลาย...ไลเรสที่สังหรณ์ใจถึงกับรีบร้องออกมาว่า

“เดี๋ยวก่อน...”

“...ตายซ่ะ”

พร้อมทั้งตวัดดาบฟันออกมาอย่างสุดแรงโกรธด้วยคลื่นดาบตัดอากาศ-โซนิคบรูม...

“บ้าชิบ...”

ไลเรสสบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์กับคลื่นดาบความเร็วเสียงที่พุ่งตรงมายังตนถึงกับรีบตวัดยังดาบฟันใส่ยังโซนิคบรูมที่เบื้องหน้าอย่างสุดแรงทันที...

“เสี้ยวจันทรา...”

“เฟียว...”

เพลงดาบที่ตวัดด้วยความเร็วเสียงเป็นวงโค้งตัดใส่ยังโซนิคบรูมอย่างแม่นยำจนสลายยังอีกอย่างไม่อย่างง่าย
ดาย-ไลเรสที่มองไปยังหญิงสาวที่กำลังจ้องมองกลับมาด้วยความไม่พอใจรีบชิงกล่าวออกไปก่อนว่า

“ศัตรูบุก...”

ทั้งยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...เราโดนล้อมไว้หมดแล้ว”

ด้วยการรายงานยังสถานการณ์ให้กับเธอได้ทราบอย่างรวดเร็วและชัดเจนที่สุด...

“เตรียมพร้อมรับมือให้ดี...”

แต่เฟเทียร์ที่กล่าวออกมาถึงกับลังเลแล้วหันไปสบยังสายตากับองค์หญิงเฟรย์กลับตอบกลับมาว่า

“...เราจะทำพิธีต่อ”

เอ๋ะ...ไลเรสได้แต่เลิกคิ้วด้วยความสงสัยเท่านั้นกับการตัดสินใจของหญิงสาวที่ยังคงทำพิธีต่อทั้งๆที่การต่อสู้ที่ดุเดือดกำลังจะเกิดขึ้นแล้วในไม่ช้า...

“อ๊าก...”

เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นพร้อมทั้งเสียงของคมอาวุธที่ปะทะกัน-ไม่สิต้องบอกว่า”การต่อสู้มันได้เกิดขึ้นแล้ว”...ต่างหากล่ะ
-------------------------------------------

ทั้งๆที่ศัตรูรายล้อมอยู่เบื้องหน้าและความปลอดภัยขององค์หญิงต้องมาก่อนแท้ๆแต่เฟเทียร์ที่สบยังสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและกล้าหาญเด็ดเดียวของเฟรย์แล้วจึงต้องออกไปว่า

“เตรียมพร้อมรับมือให้ดี...เราจะทำพิธีต่อ”

เอ๋ะ...ถึงจะรู้สึกเหมือนไลเรสตกใจและการต่อสู้ที่เริ่มขึ้นมาแล้ว-เขาที่เหมือนกับทราบหน้าที่ดีถึงกับมองมาด้วยความสงสัยก่อนที่จะหันกลับไปโดยไม่ได้ถามอะไรออกมา...

“เฟียว...”

ดาบที่เรียวยาวในมือของลิซาร์ดแมนยังตวัดออกไปอย่างแม่นยำไรยังความลังเลใดๆสมกับหน้าที่ถึงกับทราบดีว่า”มันเป็นการตัดสินใจที่โง่เขลา”...

แต่ในบางครั้งคนเราต้องทำอะไรหรือตัดสินใจที่โง่เขลา...

...มันเป็นความอับจนปัญญาที่ช่วยไม่ได้

“หึ...”

เฟเทียร์ได้แต่ยิ้มออกมาอย่างอับจนปัญญาเท่านั้น เพราะความฝันของพวกเธอการทำพิธีนี้จะต้องสำเร็จ-ล้มเหลวไม่ได้อย่างเด็ดขาด...

แม้พวกเธอจะต้องฆ่ายังพวกเอลฟ์ทั้งหมดหรือต่อสู้จนทุกคนต้องตายจนหมดก็จะต้องทำพิธีรับศีลนี้และส่งยังองค์หญิงเฟรย์กลับไปให้สำเร็จให้ได้...

เพื่อความฝันแล้วแม้เธอจะต้องเป็นปีศาจร้ายก็ยอม...

แม้จะเป็นคนโง่เขลาก็ไม่สามารถปฏิเสธได้...

สิ่งเดียวที่เฟเทียร์สามารถทำได้คือเมื่อเลือกไปแล้วมีแต่ต้องวิ่งไปยังเส้นทาง ณ เบื้องหน้าอย่างไม่สามารถหันกลับไปมอง ลังเลหรือถอยหลังได้อีกแล้วแม้ว่าสิ่งที่รออยู่จะเป็นอะไรก็ตาม...

ไม่ว่าจะเป็นความตายของพ่อ แม่ พี่น้อง คนที่เธอรัก เพื่อนสนิทมิตรสหายหรือแม้กระทั่งตัวเธอ...

“...”

เฟเทียร์ที่จ้องมองไปยังแผ่นหลังของลิซาร์ดแมนและทุกคนที่ต่างวิ่งมุ่งออกไปตามคำสั่งของเธอด้วยนิ้มรอยที่เค้นออกมาอย่างเต็มฝืนยิ่ง...
-----------------------------------------------

“เฟียว...”

ไลเรสที่ไม่มีทั้งพลังเวทมนตร์และเครื่องทุ่นแรงใดๆ-การโจมตีเพียงอย่างเดียวคืออาวุธในมือจึงต้องอาศัยพลัง ความเร็วและสัญชาตญาณการต่อสู้ของตนที่หลอมร่วมเป็นความชำนานใช้ยังดาบที่เรียวยาวและแกร่งแรงทนทานตวัดฟันใส่ยังร่างของเอลฟ์หนุ่มที่ยกโล่ขึ้นมาตั้งรับ

“อ๊าก...”

เสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นพร้อมทั้งร่างของเอลฟ์หนุ่มและโล่เหล็กอ่อนในมือถึงกับถูกตัดขาดอย่างแทบไม่เชื่อยังสายตาของนักรบเอลฟ์ที่กำลังบุกมาจนต้องหยุดชะงักลงไป

“ชิ...บ้าที่สุด...”

ไลเรสที่สบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์เป็นอย่างยิ่งพลางเอาเท้าขึ้นไปเหยียบยังซากศพของเอลฟ์ที่นอนจมอยู่ในสายน้ำที่เบื้องหน้าพลางจ้องมองผ่านยังแม่น้ำที่โดนโลหิตย้อนเป็นสีแดงฉานของเลือดเนื้อและวิญญาณของทั้งเอลฟ์และทหารของตนที่กำลังต่อสู้กันอยู่อย่างไม่หยุดยั้ง...

...

พวกเอลฟ์ที่ตกใจยังพละพลังของไลเรสที่เห็นถึงกับพากับหยุดนิ่งไม่กล้าที่จะสาวเท้าเข้ามา เพราะหากเอลฟ์ที่มั่นใจในความเร็ว-แต่พอเมื่อเทียบกับพลังและความเร็วที่เป็นดังสัตว์ป่าของริซาร์ดแมนแล้วต่างส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจว่า

“ปีศาจ...”

“สัตว์ประหลาด...”

ก่อนที่จะร้องออกมาว่า

“...ทุกคนถอยออกมา”

พวกเอลฟ์ที่โกรธแค้นและบุกมาอย่างบ้าคลั่งในตอนแรก เพราะหมู่บ้านโจมตีเผาไหม้ถึงกับถูกยังดาบที่รุนแรง ทรงพลังและไร้ความลังเลจนอำมหิตของไลเรสสะกดให้ต้องถอยหลังออกไปด้วยความตกใจ

“จะปีศาจหรือสัตว์ประหลาดก็ได้...”

ไลเรสบ่นออกมาเบา เพราะแค่เรียกหาเขาแค่นี้แต่สามารถหยุดยังการต่อสู้ที่ไร้สาระนี้ได้เป็นพอ...
คนตายแค่ไม่กี่สิบคนยังดีกว่าตายกันหมดทั้งสองฝ่าย...

“พวกจอมเวท...พวกจอมเวท...อยู่ไหน”

อยู่ๆเสียงร้องตะโกนของพวกเอลฟ์ที่ถอยหลังก็ดังขึ้นแล้วช่องว่างก็ค่อยๆเปิดออกมาพร้อมทั้งร่างของเอลฟ์ประมาณ 6 ถึง 7 คนที่สวมใส่ยังชุดยาวราวกับพวกจอมเวท...

เอลฟ์ถึงจะมีความเร็วกว่ามนุษย์แต่ถ้าเป็นจอมเวทก็จะเคลื่อนไหวได้ช้ากว่าพวกนักรบหรือนักล่าจนพึ่งจะมาหลังหลังการต่อสู้เปิดฉากไปราวๆ 10 กว่านาทีที่มีคนของทั้ง 2 ฝ่ายตกตายและได้รับบาดเจ็บร่วมไม่ต่ำกว่า 20 คนแล้ว...

“พรึบ...พรึบ...พรึบ...”

เพียงพริบตาเดียวร่างของเหล่าเอลฟ์ที่สวยงามซึ่งสวมใส่ยังชุดเสื้อคลุมยาวเหมือนเหล่าผู้ทรงภูมิรู้นับสิบๆตนก็ปรากฏกายในเวลาต่อมาพร้อมทั้งยื่นฝ่ามือทั้งสูงชูออกมายังเบื้องหน้า...

“วาว...วาว...วาว...”

วงเวทย์สีทองทรงกลมขนาดเส้นฝ่าศูนย์กลางราวเมตรกว่าๆปรากฏขึ้นยังเบื้องหน้าของฝ่ามือเหล่าเอลฟ์ที่ชูขึ้นทันทีก่อนที่จะปรากฏยังลูกไฟพุ่งทะยานออกมาโจมตีใส่ยังร่างไลเรสและเหล่าทหารองครักษ์ที่กำลังยืนอยู่ทันที

“บ้าน่า...”

ฮาเดียที่เห็นถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจ เพราะในเวลานี้เหล่านักบวชที่ร่ายยังเวทย์ปกป้องได้ส่วนมากกลับต้องถอยหลังไปอยู่แนวหลังเพื่อทำพิธีและช่วยปกป้องกันยังองค์หญิงเฟรย์อยู่...
ที่เบื้องหน้าในยามนี้จึงมีแต่เหล่าอัศวินและทหารเท่านั้น...

...ไม่มีใครที่สามารถใช้เวทย์ปกป้องได้เลย

เธอจึงรีบร้องออกไปทันทีว่า

“...ทุกคนรีบถอย”

ถึงการถอยจะทำให้พวกเธอต้องเสียโอกาสบุกโจมตีไปก็ตาม-แต่ก็ยังดีกว่าที่จะมีเหล่านักรบตายลงไปอย่างไร้ความหมาย...

“ไร้สาระ...”

ไลเรสถึงกับส่งเสียงตอบออกมาอย่างเซ้งๆพลางยิ้มอออกมาทำเอาฮาเดียต้องหยุดยกเท้าที่จะก้าวถอยกลับไปจ้องมองไปยังอีกฝ่ายด้วยความสงสัยจนเทียบอยากจะร้องถามออกไปว่า

“เรื่องอะไร”

“ลืมไปแล้วหรือว่าเรายืนอยู่ที่ไหน...”

ไลเรสที่ยิ้มออกมาพร้อมทั้งเสียงร้องเหมือนพึ่งจะฉุกใจคิดได้ของฮาเดีย...

“หือ...”

“ย๊าก...”

ไลเรสส่งเสียงร้องตอบกลับมาพร้อมทั้งกระทืบยังฝ่าเท้าลงไปยังพื้นน้ำที่เบื้องหน้าจนพุ่งขึ้นมาก่อนที่จะตามไปด้วยการตวัดยังหางกวาดออกไปยังเบื้องหน้าจนเกิดยังกำแพงคลื่นแห่งสายน้ำทะยานขึ้นมาบดบังยังทิวทัศน์ของลูกไฟยังเองหน้าที่กำลังพุ่งมาจนหายไปในสายธารทันที...

“บ้าน่า...”

ทั้งเหล่าเอลฟ์และฮาเดียที่เห็นถึงกับตกตะลึงจนต้องร้องออกมาด้วยความตกใจกับการกระทำที่ดูเหมือนบ้าคลั่งในครั้งนี้...ในบรรดานักรบเอลฟ์คนหนึ่งที่เหมือนกับจะตั้งสติได้ถึงรีบรีบส่งเสียงร้องออกมาทันทีว่า

“รีบใช้สายฟ้า...”

ทั้งยังส่งเสียงร้องออกมาอีกว่า

“...พวกมันยืนอยู่บนน้ำ”

เพราะถ้ารีบใช้ยังเวทย์สายฟ้าโจมตีลงมายังพื้นน้ำและลำธารที่ทุกคนยืนอยู่ถึงแม้จะสามารถกระโดดหลบได้บ้างก็ตามที-แต่น้ำที่นำพายังไฟฟ้าก็ยังมีพลังทำลายล้างมากพอที่จะทำให้ทุกคนที่สัมผัสยังผิวน้ำได้รับบาดเจ็บไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน....

เรียกได้ว่า”ไม่มีทางหลบหนีได้พ้น”...

“ช้าไปแล้ว...”

สิ้นเสียงร่างของลิซาร์ดแมนที่พุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็วบนผิวน้ำราวกับวิ่งบนพื้นพิภพก็ประชิดถึงร่างของเหล่านักเวทย์เอลฟ์ที่อยู่ยังเบื้องหน้าได้ตวัดยังคมดาบในมือฟันพุ่งฟันออกไปในพริบตา...

“อ๊าก...”

นักเวทย์เอลฟ์ 3 คนถึงกับร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดพร้อมทั้งร่างและบาดแผลที่กระเด็นออกไปถึงคมดาบตามด้วยหางของไลเรสที่ตวัดฟาดออกไปใส่ยังท้องนักเวทย์เอลฟ์อีก 2 คนที่อยู่ใกล้ๆจนกระเด็นออกไปชนใส่ยังก้อนหินด้านหลัง...

“โครม...โครม...”

ไลเรสที่ไม่ทิ้งเวลาให้ใครได้ใครครวญนานนักรีบตวัดยังเท้าขวาเตะใส่นักเวทย์เอลฟ์อีกคน พุ่งทยานตามไปต่อยยังหมัดซ้ายต่อยใสยังใบหน้าของเอลฟ์หนุ่มที่อยู่ด้านข้างจนลอยกระเด็นออกไปพร้อมทั้งใบหน้าที่บิดเบี้ยวฟันหน้าแทบจะหักไปจนหมดปากไปชนยังร่างของนักเวทย์เอลฟ์ที่อยู่ใกล้ๆจนสติไปทั้งคู่...

“เปรี้ยง...”

ทันทีที่เท้าขวาตกถึงพื้นก็เตะใส่ยังก้อนหินให้พุ่งใส่ยังนักเวทย์เอลฟ์อีก 2 คนที่อยู่ห่างออกไปจนล้มลงไปนอนกองนิ่งอยู่กับพื้นน้ำอย่างง่ายดายก่อนที่สายตาของเขาจะจับจ้องมองไปยังนักเวทย์เอลฟ์อีก 3 คนสุดท้ายที่เหลืออยู่...

“เฟียว...”

ร่างของลิซาร์ดแมนที่พุ่งออกไปถึงกับตวัดยังคมดาบฟันใส่ยังร่างของพุ่งผ่านทั้ง 3 ไปจนล้มลงไปนอนกองอยู่กับพื้นในพริบตาก่อนทีสายตาของทุกคนที่จับจ้องมองไปยังไลเรสที่ยืนอยู่ท่ามกลางเหล่านักเวทย์เอลฟ์ที่ล้มลงไปนอนกองอยู่กับพื้นอย่างง่ายดาบชั่วเสี้ยววินาที...

...

การต่อสู้จบลงไปในชั่วเวลาที่เหล่านักเวทย์เอลฟ์ไม่มีโอกาสแม้จะร่ายเวทย์ครั้งที่สองได้อีกในหัวใจของทุกคนที่จับจ้องมองไปยังไลเรสในยามนี้กลับฉุกคิดได้เพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น...

ลิซาร์ดแมนผู้เชี่ยวชาญยังอาวุธทุกสิ่ง...

“พลธนู...”

เมื่อไม่เหลือยังจอมเวทย์แล้วนักรบเอลฟ์จึงส่งเสียงร้องสั่งการยังพรรคพวกที่กำลังอยู่แนวหลังทันที เพราะการเผชิญหน้ากับลิซาร์ดแมนที่เบื้องหน้าแล้วดูยังไงก็ไม่มีทางเอาชนะอย่างแน่นอน...

จึงมีแต่ต้องใช้ยังธนูระดมยิงออกไปเท่านั้น...

“เฟียว...”

แต่อยู่ๆกลับมีลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งผ่านความมืดของเงาไม้พุ่งเข้าใส่ยังเอลฟ์หนุ่มที่ร้องสั่งการอย่างจังจนล้มลงไปนอนตายในพริบตาทำเอาเอลฟ์หนุ่มนักรบที่อยู่ด้านข้างถึงกับต้องร้องออกมาด้วยความตกใจ

“เดวิช...”

“เฟียว...เฟียว...เฟียว...”

แต่เหล่าเอลฟ์ที่ขึ้นสายธนูเห็นเช่นนั้นจึงรีบปล่อยลูกธนูมากมายวิ่งพุ่งฝ่าอากาศตรงไปยังร่างของซิซาร์ดแมนหนุ่มที่เบื้องหน้าด้วยความเร็วทันที ในลูกธนูที่ระดมยิ่งออกมาอย่างต่อเนื่องนับร้อยนับพันๆดอกที่มีเป้าหมายกว่า 7 ใน 10 ที่ตรงไปยังไลเรสด้วยความหวาดกลัว...

การรับมือตรงๆกับลิซาร์แมนตนนี้-ไม่มีทางชนะอย่างแน่นอน...

มีแต่ต้องยิงฆ่ามิให้มันสามารถบุกเข้ามาได้...

“หาที่กำบัง”

ฮาเดียที่เห็นถึงกับรีบส่งเสียงร้องสั่งการยังทุกคนที่มีโล่ให้ตั้งรับยังลูกธนูหรือรีบหาที่หลบทันทีพลางจับจ้องมองไปยังไลเรสที่อยู่เบื้องหน้าคิดที่จะเรียกยั้งอีกฝ่ายให้ถอยกลับมา...

“เปรี้ยง...”

ดาบยาวในมือขวาที่ตวัดฟันออกไปอย่างแม่นยำถึงกับฟันใส่ยังลูกธนูถึง 3 ดอกในคราวเดิม-แต่ยังไม่พอ เพราะมีลูกธนูอีกศรจากลูกธนูมากมายที่สามารถพุ่งผ่านยังดาบของไลเรสเข้ามาได้-ลิซาร์ด์แมนที่ไม่รอช้ารีบใช้มือซ้ายชัดยังดาบสั้นที่ข้างเอวออกมาฟันใส่ยังลูกธนูที่พุ่งเข้ามาใกล้ทันที...

“...เปรี้ยง...”

ลูกธนูถูกฟันลงไปอีกดอกหนึ่งในจำนวนนับร้อยๆดอกที่พุ่งมา-ไลเรสที่จ้องมองไปยังห่าลูกธนูที่พุ่งเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้งถึงกับตวัดยังดาบยาวในมือขวาและสั้นในมือซ้ายอย่างไม่หยุดยั้ง...

“...เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง...”

“ฉึก...ฉึก...ฉึก...”

ลูกธนูมากมายถูกฟันขาดตกลงไปกองกับสายน้ำที่เบื้องล่างมากมายพร้อมกับมีลูกธนูอีก 5 ถึง 6 ดอกที่สามารถพุ่งผ่านยังดาบสั่นและยาวเข้ามาได้...

“...เฟียว...เฟียว...”

ไลเรสที่สามารถหลบได้สองดอกเพียงปล่อยให้ลูกธนูอีก 4 ดอกที่เหลือปักเข้าใส่ยังน่องซ้าย หัวไหล่ขวาและเฉียวยังซีโครงขวาและแก้มซ้ายออกไปอย่างช่วยไม่ได้ทิ้งยังหยาดเลือดของตนไหลรินลงไปยังสายน้ำพร้อมจับจ้องมองไปยังนักรบเอลฟ์ที่เบื้องหน้าซึ่งหยุดกระหน่ำยิงยังลูกธนูแล้ว...

...

เพราะลูกศรมากมายที่ต่างสะพานมากลับถูกยิงอย่างต่อเนื่องนับครั้งไม่ถ้วนจนหมดสิ้นแล้ว...

“หึ...”

ไลเรสที่ไม่ได้บาดเจ็บแค่คนเดียวเค้นออกมาเล็กน้อยพร้อมทั้งวิ่งนำยังทุกคนที่เหลืออยู่ออกไปยังเบื้องหน้าหมายกับที่จะเผด็จศึกยังการต่อสู้ที่ไร้สาระและอับจนปัญญานี้ด้วยวิธีที่ดีที่สุดนั่นคือการยัดเยียดมอบยังความพ่ายแพ้และความตายของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งให้เกิดขึ้นมา...

และแน่นอนว่าไม่ใช่พวกตน...

กับชีวิตที่ยาวนานของมนุษย์ราว 20 ถึง 40 ปียังถือว่าน้อยนักถ้าเขาจะต้องตายในตอนนี้...

“หวา...”

เหล่าเอลฟ์ที่ตกใจถึงกับต้องรีบชักดาบออกมาต่อต้านยังเหล่ามนุษย์ที่นำด้วยไลเรสทันที เพราะความหวาดกลัว ความโกรธแค้นที่หมู่บ้านโดนเผาโจมตีมันไม่สำคัญไปกว่าการเอาตัวรอดตามสัญชาตญาณในการรักชีวิตเมื่อต้องประเชิญหน้ากับการต่อสู้ที่โหดร้าย น่าหวาดกลัวและไร้ความหมายนี้...

ทุกสิ่งทุกอย่างถูกทิ้งลงไปเพียงแค่เอาชีวิตรอดเท่านั้นหรือไม่ก็จบลงไปเมื่อจบซีวิตลงเท่านั้น...

“เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง...”

คมดาบต่อคมขวาน หอกกับปลายลูกศรต่างประทะกันอย่างไม่หยุดยั้งเพียงเพื่อแลกยังลมหมายใจที่จะยื้อต่อชีวิตต่อไปและเป้าหมายเท่านั้น...

ก่อนที่ท้องฟ้าเหนือพื้นน้ำเบื้องล่างสีแดงฉานด้วยโลหิตจะถูกปกคลุมไปด้วยเงาดำทมิฬที่บดบังยังแม้แสง
แห่งดวงตะวัน
------------------------------------------

“ขอสายวารีโปรดประทานยังพรอันศักดิ์สิทธิ์แก่ทายาทผู้ครองบัลลังก์และสายเลือดอันสูงส่งและชอบธรรมแห่งไกอัสด้วยเถิด...”

เอลซ่าที่รับหน้าที่ทำพิธีท่ามกลางเสียงต่อสู้อันดุเดือดที่ยังด้านนอกของพื้นผ้าที่กางกั้นถึงต้องกับขมวดคิ้วด้วยความลังเลเมื่อจ้องมองลงไปยังพื้นนี้สีแดงฉานไปด้วยเลือดที่ไหลรินออกมาอย่างไม่สามารถตัดสินใจได้ เพราะสายน้ำที่จะต้องใช้ในการทำพิธีควรที่จะเป็นน้ำที่สะอาดและบริสุทธิ์ของแม่น้ำสายนี้...
แต่แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ในยามนี้...

“...เออ...เออ”

เมื่อเห็นยังเอลซ่าลังเลใจที่จะทำพิธีต่อด้วยความลำบากใจ...เฟเทียร์ที่กระชับยังดาบในมือมั่นราวกับเต็มป้องกันอยู่ด้านข้างหากเกิดยังเหตุสุดวิสัยทราบดีถึงสาเหตุที่ทำให้นักบวชสาวต้องหยุดพิธีจึงรีบส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ทำพิธีต่อไปเถอะ...”

เพราะถ้าพิธียิ่งเสร็จเร็วเท่าไหร่ก็จะได้ถอยทัพไปจากที่นี่เร็วขึ้น...

คนยิ่งบาดเจ็บและล้มตายน้อยลง...

เธอจึงรีบกล่าวต่อไปว่า

“...เรามีเวลาไม่มากแล้ว”

“แต่ว่า...”

องค์หญิงเฟรย์ที่นั่งคุกเข่ากุมมือผสานที่หน้าอกได้ยินจึงลืมตาขึ้นกล่าวออกมาว่า

“ทำพิธีต่อเถอะ-เอลซ่า”

“ค่ะ...”

เอลซ่าที่รับคำพลางจับจ้องมองไปยังองค์หญิงเฟรย์ที่หลับตาลงเพื่อรอทำพิธีแล้วจ้องมองไปยังสายน้ำที่ยังคงใสสะอาดอยู่ปราศจากสิ่งใดแล้วจึงเอามือควักน้ำขึ้นมารดยังศีรษะองค์หญิงแล้วกล่าวต่อไปว่า

“...ดั่งสายวารีที่บริสุทธิ์และสูงส่งนี้”

“วาว...”

เพียงสิ่งเสียงของเอลซ่าที่สายน้ำกระทบยังหน้าผากขององค์หญิงเฟรย์แล้วไหลรินลงไปก็ปรากฏยังประกายแสงสว่างสีฟ้าอันสดใสปกคลุมยังร่างของเธอจางๆก่อนที่จะกลับกลายเป็นประกายสีแดงราวโลหิตไปรวมตัวยังกลางหน้าผากกลายเป็นลอยรูปวาดหยดน้ำสีฟ้าบนหน้าผากที่ขาวนวลสวย...

ราวกับได้รับยังการย้อมรับแล้วจากสายวารีศักดิ์สิทธิ์...

“สำเร็จแล้ว”

เอลซ่าที่เห็นถึงพิธีเสร็จสิ้นลงอย่างสมบูรณ์ด้วยความสำเร็จถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความดีใจ...ส่วยเฟเทียร์ที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังองค์เฟรย์ที่ถูกนิชาเอาเสื้อทับร่างที่เปลือยเปล่าแล้วประครองลุกขึ้นถึงกับต้องเลิกคิ้วขึ้นมาราวกับเอะใจถึงประกายสีแดงดั่งโลหิตที่ปรากฏขึ้นมาก่อนจะจางหายไป เพราะตามที่เธอรู้มาแสงที่ปรากฏน่าจะมีแต่สีฟ้าอันบริสุทธิ์ไม่ใช่หรือ...

ไม่น่าจะมีประกายแสงสีแดง...

หรือมันจะเป็นลางบอกว่า”การขึ้นครองบัลลังก์ขององค์หญิงเฟรย์จะนองไปด้วยเลือด”...

แต่เธอที่รีบสะบัดหน้าขับไล่ความกังวลไปอย่างรวดเร็วรีบหันไปส่งเสียงร้องบอกยังทุกคนออกไปว่า

“พิธีเสร็จสิ้นแล้ว...”

หญิงสาวที่เห็นถึงองค์หญิงและทุกคนแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงสั่งการออกมาทันทีว่า

“...ทุกคนรีบถอนกำลังเร็ว...”

...

ก่อนที่เสียงของหญิงสาวจะต้องชะงักลงไปเมื่อเงาสีดำทะมึนสายหนึ่งจะบดบังยังท้องฟ้าและทุกสิ่งทุกอย่างไปจนหมดสิ้นทำเอาทุกคนอดที่จะเงยหน้าขึ้นไปมองด้วยความตกใจไม่ได้...
------------------------------------

...

สงคราม การต่อสู้หยุดลง...

มันไม่ได้หยุดลงที่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดตายจนหมดสิ้นหรือตกตะลึงในฝีมืออันเก่งกาจของลิซาร์ดแมน แต่ผู้คนหยุดลงเพราะ...

ยามเมื่อทุกคนต่างเงยหน้าขึ้นไปจ้องมองยังเงาสีดำทมิฬที่ฉากเงาทอดผ่านบดบังยังทุกสิ่งที่บดบังยังดวงตะวันไปจนหมดสิ้น...

ต่างรับรู้ได้ถึงความเล็กกระจ่อยของตนเอง-เมื่อเทียบกับ...

“มังกร...”

คำเพียงคำเดียวที่แสดงถึงทุกสิ่งยังพลังและอำนาจ ความหวัง ความหวาดกลัวตลอดจนความสิ้นหวัง เพราะเจ้าสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังเหนือสรรพสัตว์ทั้งปวง ฉลาดกว่าทุกสรรพสิ่งและยิ่งใหญ่กว่าปีศาจตนใดๆจนผู้คนต่างขนาดนามว่า”ผู้มีอำนาจเทียบเคียงพระเจ้า”...

เพียงจ้องมองไปยังมันถึงกับทำเอาสายตาทุกคู่ต่างถูกสะกดลงไปยังร่างที่อยู่เหนือสุดยอดของทุกสรรพสิ่งนี้...

“โครม...”

ราวกับแผ่นดินสั่นไหวและพื้นฟ้าสั่นสะเทือนถึงการมาและการปรากฏตัวของเจ้ามังกรที่ทิ้งร่างลงพื้น-ทุกคนรับรู้ได้ถึงเสียงร้องและสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวดของพสุธาที่ร่ำร้อง...

...

ร่างที่สูงใหญ่เพียง 20 กว่าเมตรแต่ดูทรงพลังรางกับนับร้อยๆเมตร มีเป็นมังกรทางปีกที่มีรูปร่างราวกับมนุษย์ที่มีปีกกางใหญ่ เกล็ดสีดำแหลมคมราวกับเพชรสีนิล หน้าอกที่มีกล้ามราวกับกล้ามและลำแขนที่ทรงพลังยิ่งรับกับรูปร่างที่สมส่วน หางเรียวยาว กรงเล็บและคมเขี้ยวที่แหลมคมยิ่งด้วยร่างที่อาบประกายสีแดงและดำดั่งเปลวเพลิงจากนรก...

“กรร...”

เพียงเสียงที่เค้นออกมาจากไรฟันถึงกับทำเอาหัวใจต้องสั่นสะท้านและรับรู้ถึงพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่จนหัวเข่าต้องแทบจะคุกลงไปสยบให้...

ยกเว้น...

“แก...”

ไลเรสส่งเสียงร้องคำรามออกมาอย่างดังลั่น เพราะเขาจดจำได้ดีถึงศัตรูเพียงหนึ่งเดียว อาจารย์และเพื่อนผู้ที่มองยังความพ่ายแพ้อย่างไม่มีทางสู้ให้เพียงหนึ่งเดียวพบพิภพนี้ถึงกับต้องร้องตะโกนก้องออกไปว่า

“...เมไซอา”

“หือ...”

เจ้ามังกรยักษ์เมไซอาที่ได้ยิ่งยังเสียงร้องของไลเรสถึงกับขมวดหัวคิ้วเล็กน้อยราวกับครุ่นคิดแล้วประกายที่เหมือนกับมองไปยังเศษฝุ่นที่จับจ้องมองไปยังลิซาร์ดแมนที่เบื้องหน้าแล้วส่งเสียงเหมือนกับพึ่งจะฉุกใจคิดออกว่า

“...ไลเรสหรือ...”

ก่อนที่จะกล่าวต่อไปว่า

“...เรื่องที่เกิดขึ้นมาเพราะมีแกเข้ามาเกี่ยวข้องเองหรือ”

“เชอะ...”

ไลเรสที่เค้นเสียงยังกล่าวต่อไปว่า

“...แกนี่ไม่เปลี่ยนไปเลยน่ะ”

เพราะอีกฝ่ายยังทรงพลัง อำนาจและชอบดูถูกยังทุกสรรพสิ่งไว้ใต้ยังฝ่าเท้าของตนเอง...

“ไม่หรอก...ข้าเปลี่ยนไปแล้วต่างหากล่ะ...”

เจ้ามังกรเมไซอากล่าวพร้อมทั้งใช้ยังปลายเล็บที่แหลมคมชี้ไปยังหน้าผากของตนด้วยความเคารพทำเอาสายตาของลิซาร์ดแมนที่จ้องมองไปถึงกับต้องขมวดตาด้วยความสงสัยไม่ได้...

เพราะที่หน้าผากสีดำสนิทของเจ้ามังกรยักษ์กลับไม่มีอะไรเลยนอกไปจากเกล็ดที่แข็งแกร่งทรงพลังยิ่งเท่านั้น...

“เอ๋ะ...”

ไลเรสที่คล้ายกับมองเห็นถึงอะไรบ้างอย่างที่หน้าผากของเมไซอาถึงกับร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ...
มันเป็นรอยรูปวาดสีดำสนิมที่แทบจะเป็นสีเดียวกับเกล็ดหน้าผากของเมไซอา เพียงแต่มีสีดำสนิทแห่งความมืดที่มืดมิดยิ่ง...

เป็นรูปหมวกใบหนึ่งที่มีปลายแหลมหักลงไปยังด้านหลังและมีริ้วรอยของเส้นเชือกสีแดงที่ผูกอยู่รอบหมวกคล้ายๆกับหมวกของจอมเวทย์-แต่ไม่ใช่...

“สัญลักษณ์นั่นหรือว่าแก”

ไลเรสร้องออกไปด้วยความตกใจก่อนที่เมไซอาจะตอบรับออกมาว่า

“ใช่แล้ว...”

มันยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...นี่คือตราประทับแห่งนายข้า”

“...”

ทำเอาไลเรสที่เห็นและได้ยินถึงกับต้องนิ่งเงียบลงไปในทันที เพราะไม่คิดว่า”มังกรระดับเมไซอา”จะยอมรับความพ่ายแพ้และเป็นข้ารับใช้ของใครได้...

ไม่สิ...ถ้าเป็นเธอก็ไม่แน่...

ราชินีผู้ครอบดินแดนมากกว่าครึ่งทวีป...

“หือ...อย่างงี้นี่เองหรือ”

เมไซอาที่กวาดสายตาจ้องมองไปรอบๆถึงการต่อสู้ทั้งและหมู่บ้านที่โดนเผาทำลายตลอดจนเหล่าหญิงสาวที่กำลังทำพิธีอยู่เหมือนกับเข้าใจยังเรื่องราวอยู่ 7-8 ส่วนแล้วจึงยิ้มออกมาราวกับพบยังเรื่องราวที่น่าเบื่อหน่าย เพราะกับแค่เรื่องไร้สาระเพียงแค่นี้เขาถึงกับต้องโดนสั่งให้มาดูเชี่ยวหรือ...

“คิดว่าเป็นอย่างที่เจ้าคิดหรือ...”

อยู่เสียงอันไพเราะก็ดั่งขึ้นมาจากการหน้าผากของเจ้าเมไซอาก่อนที่จะปรากฏฉายแสงขยายออกมายังเบื้องหน้าเป็นรูปหมวกดังเดิมแต่ใหญ่ขึ้นพลางกล่าวต่อไปอีกว่า

“...จะมองดูให้ดีสิ”

“หือ...”

เมไซอาตอบรับกลับมาไม่เหมือนกับบ่าวที่พูดกับนาย-มันแค่รับรู้แล้วกวาดสายตาจ้องมองไปเห็นยังเงาสายหนึ่งที่ตะคุมอยู่ด้านหลังของต้นไม้ที่อยู่ห่างออกไปที่ค่อยๆเคลื่อนไหวไปยังกลุ่มหญิงสาวที่ด้านหลัง...
ไม่สิ...จะเป็นเงาก็บอกไม่ถูก...

เพราะสิ่งที่เมไซอาเห็นกลับเป็นคลื่นอากาศที่เหมือนกับซ้อนทับด้วยอะไรบางอย่างที่โปร่งแสงราวกับการซ้อมทับของละอองน้ำกับม่านหมอก...

“...อย่างงี้เองหรือ...”

เจ้ามังกรยักษ์ยิ้มออกมาพลางส่งเสียงตวาดออกมาว่า

“...จงสลายไป”

“วาว...”

เพียงพริบตาเดียวม่านน้ำที่ใช้พลางตัวก็สลายไปเห็นยังร่างของนักฆ่าที่สวมใส่ยังชุดสีดำ 4 คนที่ถือมีดสั้นเป็นอาวุธตกใจที่ร่างของตนเองที่ปรากฏแต่ด้วยหน้าที่ที่ได้รับหมอบหมายมาจึงรีบแบ่งออกมา 2 คนรีบพุ่งร่างเข้าไปหายังองค์หญิงเฟรย์ที่อยู่ห่างออกไปหมายจะจัดการทำภารกิจให้เสร็จสิ้นทันที...

“เปรี้ยง..”

แต่เฟเทียร์ที่ระวังตัวอยู่ก่อนกลับพุ่งสวนตวัดดาบฟันออกไปอย่างรวดเร็วอย่างที่ไม่มีใครทันได้เห็นก่อนที่จะเห็นยังร่างของนักฆ่าทั้งสองคนที่ลุกลงไปกับสายน้ำอย่างรวดเร็ว...

“...เฟียว”

เฟเทียร์ที่เก็บดาบเรเปียร์เข้าฝักที่ข้างเอวอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งหันมาสั่งการยังฮาเดียที่ยังงงๆและตกใจอยู่ว่า

“รีบจับตัวมัดไว้เร็วเข้า”

“เออ...ได้”

ฮาเดียที่ร้องออกมาด้วยความตกใจก่อนที่จะตอบรับและรีบสั่งการยังองครักษ์ 3 ถึง 4 คนรีบเข้าไปมัดยังร่างของนักฆ่าที่สลบลงไป-เพื่อรอการสอบยังปากคำทันทีทำเอาไลเรสที่จ้องมองไปด้วยความประหลาดใจ เพราะแม้แต่เขายังฉุกใจคิดไม่ถึงว่าในช่วงเวลาที่เร็วปานไวกว่าความคิดเช่นนี้...

เฟเทียร์ยังยั้งมือไว้ชีวิตทั้งสองไว้สำหรับเพื่อสอบปากคำอีกหรือ...

...การตัดสินใจของเธอช่างรวดเร็วและเฉียบคมยิ่งกว่าคมดาบในมือเสียอีก


Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 22 ส.ค.58 เวลา 00:07:12 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ