Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

LIZARDMAN บทที่ 7 แม่มดแห่งหนองน้ำ

ขอบคุณครับที่ตดตาม

บทที่ 7 แม่มดแห่งหนองน้ำ

"แย่แล้ว"

เหล่าคนร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ใต้เงาไม้ที่ทราบดีถึงทุกคนที่ทราบถึงการคงอยู่ของพวกมันแล้วถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจก่อนที่จะรีบแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มรีบแยกย้ายกันออกไปทันที

กลุ่มแรกวิ่งหนีหายหมายจะหายเข้าไปในเงาป่าอีกครั้งส่วนอีกกลุ่มกลับกระชาดยังอาวุธวิ่งพุ่งเจ้ามาหมายจะซื้อเวลาให้อีกฝ่ายหลังจากกลุ่มแรกที่โดนยังเฟเทียร์จัดการก็หายไปในพริบตา...

“รีบตามไปเร็ว...”

เฟเทียร์ร้องสั่งการออกมาอย่างรวดเร็วถึงเหล่าคนร้ายที่หายไปในราวป่าต่อหน้าต่อตาด้วยความไม่สบอารมณ์เป็นอย่างยิ่งร้องออกมาว่า

“...จับอีกสองคนเร็วเข้า”

“ป๊อกก้า...”

"อือ..."

ทันทีที่ได้ยินเสียงไลเรสก็หันไปมองตามสัญชาตญาณทันที-แต่สิ่งที่เห็นกลับเป็นร่างของนักฆ่าที่ลอบหนีไปลอยกระเด็นกลับมานอนกองกับพื้นในพริบตา...

แต่ลิซาร์ดแมนหนุ่มกลับมิได้สนใจยังร่างของนักฆ่าที่กำลังหมดสติอยู่-แต่กลับเป็นความมืดมิดของเงาป่าที่เบื้องหน้า...

“...”

และดวงตาสีแดงมากมายนับร้อยๆดวงที่ลืมขึ้นมาตัดกับสีดำมืดของเรียวป่าพร้อมด้วยเสียงร้องอันมากมายที่ดังขึ้นมาทุกสิ่งทุกทาง...

“ป๊อกก้า...ป๊อกก้า...ป๊อกก้า...”

“ทุกคนระวัง...”

เฟเทียร์ที่ตวัดดาบไปด้านข้างอย่างระมัดระวังพลางสั่งการออกไปทันที เพราะเพียงแต่พริบตาเดียวพวกเธอทั้งหมดกลับถูกล้อมไว้อย่างง่ายดายโดยไม่ทันมีใครได้รู้สึกตัว...

“...ป๊อกก้า...ป๊อกก้า...ป๊อกก้า”

ยิ่งมีเสียงร้องดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยยิ่งทำเอาฮาเดียถึงกับต้องตกใจจนรู้สึกเสี้ยวสันหลังขึ้นมาในพริบตา...เอลซ่าที่เข่าอ่อนแทบจะยืนไม่รู้เหมือนจะเคยได้ยินถึงตำนานแห่งพงไพรดีถึงเจ้าของเสียงร้อง”ป๊อกก้า”นี้ถึงกับเกาะยังแขนของนักรบสาวเพื่อนรักพลางร้องออกมาทันทีว่า

“กรี๊ด...ผีป่า...”

เพราะป๊อกก้าที่เธอเคยได้ยินมามันคือเหล่าวิญญาณของผีร้ายที่อาศัยอยู่ในป่า พวกมันจะปรากฏตัวและหายไปอย่างรวดเร็วราวกับสายลม...

ไม่มีรอยเท้า ไม่มีร่องรอยใดๆทิ้งไว้...

นอกไปจากนี้ยังมีตำนานความน่ากลัวอีกมายกมาย เช่นทุกทีที่ป๊อกก้าปรากฏกายจะไม่มีใครสักคนสามารถหนีรอดชีวิตได้หรือทิ้งยังซากศพความความพินาศมากมายหลังจากพวกมันจากไปราวกับพายุร้ายกลางทะเลทราย...

นักบวชสาวที่เหมือนกับจะกลัวผีเป็นชีวิตจิตใจยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...พวกเราไม่ตายแน่ๆ”

“นี่อย่ากลัวสิ...”

ฮาเดียที่เผลอจับแขนยังเพื่อนสาวเอาไว้แน่นยังกัดฟันกลั้นใจกล่าวออกมาว่า

“...เธอเป็นนักบวชจะต้องรู้จักผีดีและวิธีปราบสิ”

“เพราะเป็นนักบวชสิถึงรู้จักผีเป็นอย่างดี...”

เอลซ่าเหมือนกับจะขาดใจตายยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ถึงได้กลัวไง เพราะป๊อกก้าไม่มีวิธีจัดการยังไงล่ะ...”

เธอยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...พวกเราทุกคนจะต้องตายแน่ๆ-ไม่ได้เคยมีใครรอดจากป๊อกก้าเลยสักคน”

“ไม่...ไม่...”

“ไม่เอาน่ะ...”

นิชาที่เหมือนกับจะสติแตกก่อนฮาเดียถึงกับชิงส่งเสียงตัดหน้าออกมาก่อนว่า

“...ฉันยังไม่อยากตาย ฉันยังสาว ยังไม่ได้มีแฟน ยังไม่ได้แต่งานเลย”

“เงียบ...”

เฟเทียร์ที่ใจเย็นเห็นทุกคนเรื่องจะสติแตกตกใจกลัวจึงรีบส่งเสียงตวัดออกมาอย่างดังลั่นทันทีว่า

“...ถ้าทุกคนตายหมดแล้วใครเป็นคนเหล่ากันล่ะ”

“เอาไงดีล่ะ-เฟเทียร์”

องค์หญิงเฟรย์ที่สั่นๆถึงกับต้องรีบชิดร่างของเฟเทียร์แล้วร้องถามออกไปทันที...เฟเทียร์ที่ยิ้มรับกลับตอบไปด้วยความมั่นใจว่า

“ไม่ต้องห่วงค่ะ...องค์หญิงจะต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน”

“อืมม์...”

องค์หญิงเฟรย์ที่ได้ยินถึงกับพยักหน้าตอบรับกลับไปด้วยรอยยิ้มที่เชื่อมั่นยังเฟเทียร์ทันที มันไม่ใช่ความเชื่อมั่นใจองค์หญิงที่มีต่อทหารองครักษ์...

แต่เป็นความเชื่อมั่นและเชื่อใจต่อหญิงสาวที่เป็นเพื่อนรัก...

“...”

เฟเทียร์จึงพยักหน้ากลัวมาด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะกวาดสายตาจ้องมองไปรอบสบสายตายังดวงตาสีแดงมากมายอย่างไร้ความหวั่นเกรงใดๆ...

“หึ...”

ไลเรสที่เค้นหัวเราะออกมาอย่างชอบใจเล็กๆถึงการควบคุนความกลัวและสถานการณ์ของหญิงสาว เพราะเขาสังเกตได้ดีถึงแขนซ้ายที่กำลังสั่นไหวของหญิงสาวจึงต้องลอบกล่าวออกมาเบาๆว่า

“...ที่แท้ก็กำลังกลัวเหมือนกัน”

แต่ไลเรสที่รู้จักยังพวกป๊อกก้าดีกว่าใครถึงกับเงยหน้าขึ้นไปมองยังเมไซอา-ไม่สอต้องบอกว่าเป็นหน้าผากของเมซาไอต่างหาก...

ยังสัญลักษณ์ของเธอ...

แล้วถามออกไปว่า

“...เธอมาทำมัยที่นี่กัน”

เพราะทั้งเมไซอาและเหล่าป๊อกก้ามากมายที่ปรากฏตัวอยู่ ณ ยามนี้ตามเป็นลูกน้องของเธอเพื่อผู้เดียวเท่านั้น...

แม่มดแห่งหนองน้ำผู้ยิ่งใหญ่...

“ฉันมาทำไมที่นี้น่ะหรือ...”

สัญลักษณ์รูปหมวกบนหน้าผากขึ้นเมไซอาถึงกับกระพริบขึ้นมาคล้ายๆกับเจ้ามังกรยักษ์ที่เหลือบไปมองยังองค์หญิงเฟรย์แล้วเสียงดังขึ้นมาว่า

“...ก็แค่มาใช้หนี้เพื่อนนิดหน่อย”

“ใช้หนี้...”

ไลเรสส่งเสียงร้องออกมาด้วยความสงสัยแต่เจ้าสัญลักษณ์รูปหมวกกลับตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มกล่าวกล่าวออกมาว่า

“สายวารี...”

“ครื่น...”

อยู่ๆรอบๆร่างขององค์หญิงเฟรย์ที่ยืนอยู่บนทะเลถึงกับเกิดยังระลอกคลื่นขึ้นมากางกั้นเป็นกำแพงแห่งสายน้ำเบาๆดันยังร่างของเฟเทียร์ที่อยู่ด้านข้างจนต้องกระเด็นออกมา...หญิงสาวที่ไม่รอช้ารีบร้องถามยังองค์หญิงเฟรย์ที่อยู่ในวงน้ำด้วยความเป็นห่วงว่า

“องค์หญิง...”

“ทำอะไร...”

ไลเรสถึงกับร้องถามออกไปทันที เพราะยังไงเขาก็ถือว่าเป็นองค์หญิงขององค์หญิงที่มีหน้าที่ที่จะต้องดูแลเธอ-ถ้าหากองค์หญิงเฟรย์เป็นอะไรนอกจากจะตกงานไร้ยังเงินเดือนแล้ว...

ดีไม่ดีไม่สามารถอาจต้องหนี้หัวซุกหันซ่อนจนไม่สามารถกลับเข้าเมืองได้อีก...

“เปล่า...ก็บอกแล้วมาแค่มาใช้หนี้เท่านั้น...”

เจ้าสัญลักษณ์รูปหมวกยังเปล่าเสียงกระพริบต่อไปอีกว่า

“...จะพิทักษ์และปกป้องยังองค์หญิงผู้งดงามด้วยเถิด”

“ครื่น...”

ราวกับเสียงแห่งสายน้ำพร้อมทั้งสลายไปอย่างง่ายดายเป็นละอองงดงามรอบๆยังร่างขององค์หญิงเฟรย์สร้างยังความสงสัยให้กับทุกคนและทำเอาทีฟาถึงกับร้องถามออกไปว่า

“อะไรกัน”

“ป๊อกก้า...”

เสียงร้องของป๊อกก้าตอบออกมาพร้อมทั้งเงาดำร่างหนึ่งที่พุ่งออกมาอย่างไม่มีใครทันคาดคิดหรือสังเกตเห็นถึงกับตวัดยังคมดาบฟันใส่ยังร่างขององค์หญิงเฟรย์...

“เฟรย์...”

เฟเทียร์ถึงกับร้องตะโกนออกมาด้วยความเป็นห่วงยิ่งกว่าทุกครั้งเมื่อเห็นถึงคมดาบแทบจะฟันใส่ร่างขององค์หญิงอันเป็นที่รักยิ่งของเธอ...

“ครื่น...”

แต่อยู่ๆละอองแห่งสายน้ำกลับกลายมาเป็นกำแพงปกป้องยังคมดาบมิให้สามารถฟันถึงยังร่างขององค์หญิงผู้อ่อนหวานและน่ารักจนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้...

“บ้าน่า...”

เฟเทียร์ส่งเสียงร้องออกมาด้วยความไม่เชื่อถือระคนโล่งใจที่องค์หญิงเฟรย์ได้รับความปลอดภัยก่อนที่สัญลักษณ์รูปหมวกจะกระพริบตอบกลับมาว่า

“เรียบร้อยแล้ว”

“ยั่ยนั้นถึงกับเป็นเพื่อนของเทพธิดาแห่งสายน้ำเชียวหรือ...”

ไลเรสถึงกับร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ เพราะแม่มดแห่งหนองน้ำกลับเป็นเพื่อนกับเทพธิดาเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไม่ได้...

ไม่สิ...

เธอเป็นผู้ที่ทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้เป็นไปได้อยู่แล้วไม่ใช่หรือ...

“กลับดีกว่า...”

เมไซอาที่เหมือนกับหมดหน้าที่แล้วถึงกับกางปีกหมายที่จะบินกหลับทันที...แต่...

“เดี๋ยวก่อน...”

เฟเทียร์ที่อยู่ๆกลับส่งเสียงร้องเรียกออกทำเอาเจ้าเมไซอาและทุกคนถึงกับต้องหยุดแล้วหันมามองยังเธอเป็นสายตาเดียวสัญลักษณ์รูปหมวกกลับกระพริบถามกลับมาว่า

“อะไรหรือสาวน้อย”

“สาวน้อย...”

คำเรียกนี้กลับทำเอาเฟเทียร์ถึงกับต้องหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อยนอย่างที่แทบจะไม่มีใครนอกไปจากไลเรสสังเกตเห็น เพราะไม่มีใครเคยเรียกเธอเช่นนี้มาก่อน...

“ป๊อกก้า...”

เจ้าป๊อกก้าที่ตวัดดาบฟันเมื่อครูยังคงอยู่แล้วส่งเสียงร้องออกมาอีกครั้งราวกับจะร้องถามออกมาอีกคนทำเอาทุกคนในที่นี้รวมทั้งเอลซ่าสามารถเห็นได้ถึงร่างของผีร้ายแห่งพงไพรป๊อกก้าได้อย่างชัดเจน...

เจ้าป๊อกก้าผีร้ายแห่งพงไพรที่ทุกคนเห็นกลับเป็นร่างสีดำสนิท ใบหน้าเหมือนกับตุ๊กตา ที่มีดวงตาสีแดงที่กลมๆ สวมใส่ยังชุดเกราะอัศวินสีขาวหลวมๆ ด้วยความสูงที่ราวๆ 100 ถึง 120 เซนจึงดูเหมือนกับเด็กที่สวมใส่ชุดเกราะ ถือดาบและโล่ราวกับกำลังเล่นเป็นอัศวิน

“...ป๊อกก้า...”

แล้วตามด้วยเสียงและเหล่าป๊อกก้าอีก 3 ถึง 4 ตัวที่ปรากฏออกมาทำให้เห็นถึงดวงตาของพวกมันที่แตกต่างกันไปบางตัวตัวเป็นสามเหลี่ยม บางวงรี บางโค้งราวเสี้ยวจันทร์ บางเป็นเพียงแต่จุดสีแดงเล็กๆรับการการแต่งตัวและอาวุธของพวกมันที่บางเป็นธนู คทา ไม้กวาด หอกคือกับเด็กที่เล่นซุกซนทำสงคราม...

นี่หรือคือป๊อกก้าผีร้ายแห่งพงไพร...

“...ป๊อกก้า...ป๊อกก้า...ป๊อกก้า”

ก่อนที่จะตามด้วยเสียงร้องของเหล่าป๊อกก้ามากมายจากดวงคาแบบต่างๆที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดของราป่านับร้อย นับพัน นับหมื่นตัวที่ไม่สามารถรับรู้ได้หมด...

หากต้องสู้กับเหล่าป๊อกก้าจำนวนนี้ทำเอาคิดไม่ออกเหมือนกับว่าทุกคนจะเป็นยังไง...

“เออ...”

เฟเทียร์ที่เงยหน้าขึ้นไปมองยังหน้าผากของเจ้าเมไซอาพลางเอามือขึ้นมาทาบยังหน้าอกอย่างลืมตัวแล้วกล่าวออกไปว่า

“...ข้าต้องการท่าน...”

เธอที่ไม่รู้ช้ารีบส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...ต้องการพลังและกองทัพของท่าน”

“งั้นหรือ...”

เจ้าสัญลักษณ์รูปหมวกส่งเสียงร้องออกมาอย่างรับรู้แล้วพรุ่งกล่าวออกมาว่า

“...มนุษย์นี้ช่างโลภมากจริงๆเลย”

“เออ...”

ทำเอาฮาเดียถึงกับต้องสะอึกออกมาเล็กน้อย เพราะถ้าหากพวกเธอสามารถเชื่อแม่มดแห่งหนองน้ำเข้าเป็นพวกได้ก็เท่ากับได้ยังกองหนุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนแผ่นดินนี้ แต่ในสายตาของอีกฝ่ายอ่ายงจะเป็นความโลภมากเกินไปจนไม่สามารถที่จะตอบปฏิเสธได้...ในขนาดที่เอลซ่ากลับหน้าแดงขึ้นมารีบตอบปฏิเสธออกไปว่า

“พวกเราไม่...”

“ใช้ข้าโลภมาก...”

แต่เฟเทียร์กลับชิงกล่าวออกมาก่อนว่า

“...เพื่อความฝันของข้า ความฝันขององค์หญิงและความฝันของทุกคนบนพื้นพิภพนี้-ข้าจึงต้องการพลังของท่าน”

“ความฝัน...”

แม้เจ้าสัญลักษณ์รูปหมวกจะส่งเสียงออกมาแค่นั้นก็เหมือนกับร้องถามออกมา...เฟเทียร์จึงเงยหน้าขึ้นไปสบยังสายตายังเจ้าสัญลักษณ์รูปหมวกเหมือนกับรับรู้ถึงดวงตาของใครบางคนที่กำลังจ้องมองมาท้าทายยังเธอจึงเชิดหน้าตอบกลับไปว่า

“พวกเราต่างฝันที่จะสร้างยังโลกที่เท่าเทียมกันของทุกชนชั้นและชนเผ่า”

“โลกที่เท่าเทียมกันน่ะหรือ...”

เจ้าสัญลักษณ์รูปหมวกตอบกลับมาเป็นเชิงยิ้มเย้า มุ่งหวัง รำพึงราวกับแค่กล่าวออกมาเฉยๆอย่างไร้ความหมายใดๆว่า

“...ช่างฝันจริงๆน่ะ”

“เพราะมีความฝันจึงหวังที่จะทำให้มันเป็นจริงด้วยมือของพวกเราแม้จะต้องแลกด้วยชีวิตหรือคำดูถูกของใครๆหลายต่อหลายคนก็ตาม...”

เฟเทียร์ยังกล่าวต่อไปว่า

“...เพราะเช่นนั้นข้าจึงโลภมาก-ต้องการยังพลังที่ยิ่งใหญ่ของท่าน”

“เราก็อยากที่จะขอร้างท่านด้วย...”

องค์หญิงเฟรย์กล่าวพร้อมทั้งเหมือนจะคุกเข่าลงไป เพราะความฝันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ของเฟเทียร์คนเดียวเท่านั้น-แต่ยังเป็นของเธอด้วย...ทำเอาหญิงสาวที่ไม่ร้องช้ารีบเข้าไปประครองพร้อมทั้งร้องออกมาด้วยความตกใจว่า

“องค์หญิง”

เพราะการที่องค์หญิงของอาณาจักรๆหนึ่งจะคุกเข่าให้กับใครสักคนมันเป็นยิ่งใหญ่กว่าที่ใครจะคาดคิดถึง...

“งั้นหรือ...”

เจ้าสัญลักษณ์รูปหมวกกลับกล่าวออกมาว่า

“...นี่เป็นความบังเอิญหรือชะตากรรม”

“...”

หลังจากปล่อยให้กาลเวลาผ่านไปสักเล็กน้อยแล้วเจ้าสัญลักษณ์รูปหมวกก่อนที่จากกล่าวออกมาว่า

“...กลับ”

“เดี๋ยวก่อน...”

เฟเทียร์ร้องเพื่อเรียกรั้งยังเจ้ามังกรยักษ์เมไซอาเอาไว้หรือจริงๆแล้วจึงแม่น้ำแห่งหนองน้ำพร้อมทั้งร้องถามออกไปว่า

“...แล้วคำตอบล่ะท่านแม่มด”

“คำตอบหรือ...”

เจ้าสัญลักษณ์รูปหมวกกล่าวทิ้งท้ายไว้ด้วยรอยยิ้มว่า

“...ถึงเวลาเจ้าจะรู้เอง”

“เฟียว...”

ก่อนที่จะเมไซอาจะบินหายไปลับไปในท้องฟ้าภายใต้แสงตะวันอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งเสียงร้องของมากมายของเหล่าป๊อกก้าที่ร้องขึ้นมาจากทุกทิศทุกทาง...

“...ป๊อกก้า...ป๊อกก้า...ป๊อกก้า”

พร้อมทั้งดวงตาสีแดงมากมายนับร้อย นับพันจนน่าจะเป็นหมื่นๆที่นับไม่ถ้วนจะหายลับไปในความมืดของเรียวป่าอย่างรวดเร็วเหมือนไม่เคยมีมาก่อนประหนึ่งการจากไปของเหล่าวิญญาณร้ายแห่งพงไพรทั้งหลายสมยังฉายยาของพวกมัน...

“...ป๊อกก้า...ป๊อกก้า...ป๊อกก้า”

แต่กลับทิ้งยังเจ้าป๊อกก้า 5 ตัวที่ปรากฏยังร่างออกมาให้ทุกคนเอาไว้เหมือนกับว่า”พวกมันต่างถูกลืม”ไว้-แต่เป็นจริงหรือ...
---------------------------

หลังการต่อสู้อันไร้ความหมายจบสิ้นลงไปพร้อมกับการจากไปของแม่มดแห่งหนองน้ำ...

สิ่งที่เหลืออยู่กลับเป็นคนร้าย 4 คนกับป๊อกก้า 5 ตัวที่เหลืออยู่ตรงกลางระหว่างพวกของเฟเทียร์กับเหล่าเอลฟ์ทั้งหลายที่สงบศึกจ้องมองไปยังตัวต้นเหตุที่เบื้องหน้า...

...

“เอาไงดี”

เสียงพึมพำดังขึ้นมามากมายจากทั้งฝ่ายของเฟเทียร์และพวกเอลฟ์ เพราะต่างฝ่ายต่างยังไม่สามารถตัดสินใจจะเอายังไงดีจึงไม่มีใครกล้าที่จะกล่าวอะไรออกมาอย่างชัดแจน...เอลซ่าที่ไม่รู้จะทำไงเช่นนั้นกับเรื่องที่เห็นขึ้นจึงหันไปซุบซิบกับฮาเดีย-นักรบสาวจึงตอบบอกมาว่า

“ให้เฟเทียร์จัดการก็แล้วกัน”

ราวกับจะยกยังเรื่องน่าปวดหัวนี้ให้เฟเทียร์เป็นคนรับผิดชอบและตัดสินใจแทนทุกคน-ซึ่งหญิงสาวที่คล้ายกับเป็นหัวหน้าของทุกคนในการเดินทางครั้งนี้ก็ก้าวเดินออกไปยังเบื้องหน้าทุกคนหยุดยั้งลงไปข้างของนักรบเอลฟ์ที่อายุราวๆชายวัย 30 ปีแล้วถามออกไปว่า

“ท่านเป็นหัวหน้าของนักรบเหล่านี้หรือเปล่า”

“ข้าเอง...”

นักรบเอลฟ์ตอบออกมาว่า

“...เอรอนเป็นหัวหน้าหน่อยป้องกันหมู่บ้านแห่งนี้”

“ข้าเฟเทียร์...”

หญิงสาวตอบออกไปว่า

“...เป็นหัวหน้าองครักษ์ขององค์หญิงเฟรย์แห่งไกอัส”

“อืมม์...”

เอลฟ์หนุ่มเอรอนที่พยักหน้ารับพร้อมทั้งกวาดสายตาจ้องมองไปยังองค์หญิงเฟรย์ที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองขององครักษ์หญิงทางด้านหลังเป็นเชิงรับทราบราวกับทราบดีถึงกล่าวออกไปว่า

“...งั้นข้าของเจรจากับองค์หญิง...”

“เฟเทียร์เป็นตัวแทนของเรา...”

องค์หญิงเฟรย์ที่ไม่รอช้าชิงกล่าวออกมาก่อนที่เอรอนจะกล่าวจบว่า

“...การตัดสินใจของเฟเทียร์ทุกอย่างจะถือเป็นการตัดสินใจของเรา”

“งั้นก็ดี...”

เอรอนที่กวาดสายตาจ้องมองไปประเมินยังหญิงสาวที่เบื้องหน้าเล็กน้อยเห็นถึงสายตาที่มั่นคงและเด็ดขาดเหมาะสมกับเป็นผู้นำทัพจึงพยักหน้ารับแล้วถามออกไปว่า

“...แล้วเราตะจัดการยังไงดี”

เขาถามออกมา เพราะถ้าจะว่าจริงๆแล้วฝ่ายของตนเป็นฝ่ายที่เสียหายมากกว่าจากการกระทำของเหล่าคนร้ายจะมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่อีกฝ่ายก็ตามที่...

“พวกเราจะเอาคนร้ายกลับไปกลับพวกเราด้วย”

เฟเทียร์ส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจน เพราะเธอจะต้องสืบหายังความจริงให้ได้ว่า”ใครเป็นคนวางแผนเหตุการณ์นี้อยู่ยังเบื้องหลัง” เพราะนั่นมันหมายถึงความปลอดภัยขององค์หญิงและความฝันของพวกเธอด้วย...

“อะไรกัน...”

นักรบเอลฟ์หนุ่มคนหนึ่งร้องออกมาด้วยความไม่พอใจว่า

“...หมู่บ้านของเราโดนทำร้ายน่ะ”

“เงียบ...อาดีส...”

อารอนส่งเสียงตวาดออกมาด้วยความไม่พอใจที่เอลฟ์หนุ่มส่งเสียงร้องออกมาเหมือนกับไม่ใช่เกียรติ์ตนที่เป็นหัวหน้าและตัวแทนของทุกคนในการเจรจา เพราะถึงข้อเสนอของหญิงสาวจะไม่สามารถยอมรับได้ก็ตามเถอะ-เมื่อเห็นยังอาดีสยังเงียบลงไปแล้วจึงหันไปกล่าวกับหญิงสาวว่า

“...ทางเราได้รับความเสียหายการแผนการร้ายนี้เป็นอย่างมาก”

เพราะนอกจากหมู่บ้านที่โดยเผาแล้วยังมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและล้มตายจากการต่อสู้ด้วย...

“ทางเราเสียใจเป็นอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ในครั้งนี้...”

เฟเทียร์ที่ก้มหน้าลงแสดงถึงความเสียใจที่เกิดขึ้นจากพวกของเธอเป็นสามารถที่ทำให้หมู่บ้านของพวกเอลฟ์โดนโจมตีในครั้งนี้-แต่เธอที่ไม่ยอมแพ้กลับเงยหน้าขึ้นพร้อมทั้งส่งเสียงถามออกไปว่า

“...แต่หากพวกท่านจะเอาตัวคนร้ายไว้แล้วคิดที่จะจัดการลงโทษยังไงกัน”

“...”

ทำกล่าวนี้ทำเอาพวกเอลฟ์ที่ได้ยินถึงกับต้องนิ่งเงียบไปในทันที เพราะถึงอีกฝ่ายจะมีความผิด-แต่จะให้กักขังไว้ในหมู่บ้านหรือฆ่าคนที่ไม่มีทางสู้เช่นนี้กลับยิ่งสร้างความลำบากใจยิ่งกว่า...

“หึ...”

เฟเทียร์ที่ลอบหัวเราะออกมาด้วยความสบใจราวกับเป็นไปตามความต้องการที่เธอว่างไว้แล้วจึงส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...ทางเราต้องการตัวของคนร้ายเหล่านี้กลับไปเพื่อที่จะสืบทราบและกระชากยังผู้ที่บงการอยู่หลังฉากให้ได้และขอสัญญาว่าจะไม่ยอมให้ความยุ่งยากเช่นนี้เกิดขึ้นมาที่หมู่บ้านของท่านอีก”

“อืมม์...”

หลังจากขบคิดเล็กน้อยอารอนจึงพยักหน้ารับก่อนกล่าวออกมาว่า

“...แต่ทางเราจะไว้ใจได้เช่นไรว่าทางท่านจะปฏิบัติตามสัญญาที่ว่างไว้”

“ข้าของอาสาตามไปสังเกตการณ์เองค่ะ-หัวหน้า”

อยู่ๆทีฟาที่ไม่ทราบว่า”แอบไปซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มของนักรบเอลฟ์ตั้งแต่เมื่อไหร่”ก็ยกมือขึ้นพร้อมทั้งเสนออกมาทันที...เอลซ่าที่เห็นเช่นนั้นจึงร้องออกมาด้วยความตกใจว่า

“นี่เธอ...”

“เงียบน่า...”

ฮาเดียที่ไวกว่าและรู้ทันจึงรีบชิงปิดปากกระชากยังเอลซ่าให้เงียบทันที...อารอนที่เหมือนกับมีสีหน้าที่สงสัยเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรนัก เพราะการส่งยังทีฟาที่เป็นกับเป็นลูกศิษย์ที่ไว้ใจได้ของตนไปคอยสังเกตุการและรายงานถึงผลก็จัดว่าดีเหมือนกันจึงพยักหน้ารับพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“งั้นก็ตกลงตามนั้น”

เพราะเชื่อว่าถ้าทีฟาไปคงจะมีวิธีรายงานข่าวกลับมาอย่างถูกต้องและแม่นยำโดยที่ไม่มีใครสามารถขัดขว้างได้อย่างแน่นอนเลย...

“...”

โดยที่ไม่ทันได้รับรู้ถึงทีฟาที่แอบยิ้มออกมาด้วยความชั่วร้ายไม่ได้...ฮาเดียที่เห็นถึงกับจ้องมองไปยังแม่เอลฟ์สาวพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ชั่วร้ายจริงๆเลย-แม่นี่”

“เออ...ทีฟา...”

แต่เอลฟ์หนุ่มอาดีสที่หลงรักทีฟาเห็นถึงเธอปรากฏตัวออกมาถึงกับต้องมองสีหน้าที่เศร้าๆลงไปเล็กน้อยก้าวออกไปยังเบื้องหน้าเธอพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...เดวิชตายแล้ว...”

เขายังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...เขาตายในการตายต่อสู้เมื่อครู่”

เพราะทั้งเขาและเดวิชต่างก็หลงรักและคอยตามตื้อยังทีฟามาหลายปีแล้วเพียงแต่เอลฟ์สาวยังไม่มีทีท่าจะสนใจยังฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ตาม...

แต่เมื่อเดวิชจากไปแล้วถึงโอกาสของเขาจะเพิ่มขึ้น-แต่การได้มาซึ่งโชคดีเช่นนี้กลับไม่ใช่ยังสิ่งที่เขาปรารถนาเลย...

“งั้นหรือ...”

ทีฟาเพียงยิ้มออกมาบางๆถึงการจากไปของเดวิชกลับแฝงไว้ด้วยความเศร้าๆนิดที่ศรดอกนั้นของเธอที่ยิงออกไปเพียงแค่ฆ่ายังเดวิชเท่านั้น-อาดีสที่สู้อยู่อีกด้านหนึ่งจึงทำให้เธอไม่มีโอกาสที่จะจัดการกับอีกฝ่าย เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่เด็กทั้งสองมักจะหาเรื่องและกลั่นแกล้งเธอมาตลอด...

พอโตมาก็ชอบมาแอบดูตอนที่เธออาบน้ำ ถ้าปล่อยก็มักจะเข้ามาลวมลามถึงขนาดบังคับให้ใครหลายต่อหลายคนมากดดันให้เธอแต่งงานกับใครคนใดคนหนึ่งในทั้งสองคนด้วยสาเหตุที่ทั้งสองต่างบอกว่า”ที่ทำทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะว่ารักเธอ”...

แต่จริงๆแล้วกลับมาสร้างยังความโกรธแค้นให้กับเธอเป็นอย่างมัน...

ทีฟาที่ไม่สามารถแสดงออกถึงความเสียดายได้จึงกล่าวออกมาอีกเซ้งๆว่า

“...ช่างไม่ได้...นายไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว”

“โอ...”

แต่อาดีสที่ได้ยินถึงกับตีความยังความหมายคำพูดของทีฟาผิดกลายเป็นห่วงเป็นใยยังความปลอดภัยของเขาถึงกับหน้าแดง ตัวลอยยิ้มออกมาอย่างแก้มปริร้องออกมาทันที่ว่า

“...โอทีฟายอดรักของฉัน...”

เขายังคิดเข้าข้างตัวเองต่อไปอีกว่า

“...ในที่สุดเธอก็รู้ตัวความรักฉันแล้วใช่มัยล่ะ”

“ชิ...”

ทีฟาเพียงเค้นเสียงร้องออกมาอย่างไม่พอใจอีกครั้ง...แต่สำหรับอาดีสแล้วกลับเป็นเหมือนเสียงสวรรค์ที่เหมือนกับว่า”เธอรับว่ารักเขาแล้ว”จึงรีบพุ่งเข้าไปหมายจะกอดเธอพร้อมทั้งส่งเสียงร้องออกมาทันทีว่า

“ฉันรักเธอที่สุดในโลกเลย-ยอดรัก...”

เขาที่เหมือนกับว่าลืมถึงการจากไปของเพื่อนรักแล้วคู่แข่งถึงกับร้องออกไปทันทีอย่างลืมตัวว่า

“...เรามาแต่งงานกันเถอะ”

“เปรี้ยง...”

ทีฟาตอบกลับมาด้วยหน้าแข้งที่ตวัดเข้าใส่ยังข้างแก้มของอาดีสอย่างสุดแรงจนร่างของเอลฟ์หนุ่มถึงกับลอยกระเดนกลิ้นลงไป 3 ถึง 4 ตลบเลยแล้วต่อกลับไปว่า

“...ใครจะไปแต่งงานกันนายกัน...”

เธอที่พุ่งเข้าไปเกาะแขนของไลเรสแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...ฉันไปจะไปไกอัสกับไลเรสต่างหากล่ะ”

“ไกอัสหรือ...”

อาดีสที่ชะโงกหน้าขึ้นมาจ้องมองไปเฉพาะทีฟาราวกับไม่เห็นถึงไลเรสอยู่ในสายตาถึงกับร้องออกมาด้วยความดีใจว่า

“...แต่งงานที่ไกอัสก็ดีเหมือนกัน...”

เพราะที่ไกอัสที่จัดเป็นเมืองใหญ่ที่อยู่ไม่ห่างออกไปนักมีโบสถ์สำหรับแต่งงานที่เหล่าหญิงสาวทั้งหลายใฝ่ฝัน-เขาก็อยากจะให้ความฝันของผู้หญิงที่เขารับเป็นจริงจึงรีบส่งเสียงกล่าวออกมาทันทีว่า

“...ฉันจะไปไกอัสกับเธอด้วย”

“เดี๋ยวก่อน...”

“ก็ดีเหมือนกัน...”

อารอนที่ขบคิดเล็กน้อยแล้วรู้สึกว่าการที่จะให้ยังทีฟาตามเป็นแค่คนเดียวอย่างจะไม่คล่องตัวเท่าไหร่ เพราะถ้ามีปัญหาขึ้นมาจะรับมือคนเดียวได้ลำบาก...

แต่เอลฟ์ส่วนมากมักจะนิยมอยู่กับป่าเขา ไม่ซุงสิงกับมนุษย์เท่าไหร่นักจึงเป็นการยากที่จะหาใครไปกับเธอด้วยอีกคนกับการที่อาดีสเสนอขึ้นมาจะเป็นเรื่องที่เขากำลังต้องการพอดีจึงรีบชิงกล่าวออกไปว่า

“...งั้นอาดีส-นายตามไปด้วยอีกคนแล้วกัน”

“หา...”

ทีฟาที่ได้ยินถึงกับต้องร้องออกมาด้วยความตกใจทันที-เธอรีบปฏิเสธออกมาอย่างทันควันว่า

“...ไม่เอาน่ะ”

“ไชโย...”

แต่เสียงร้องตะโกนก้องด้วยความดีใจของอาดีสกลับดังขึ้นมากลบยังเสียงร้องของเธอไปจนหมดสิ้นว่า

“...ผมยินดีเป็นอย่างยินที่จะไปไกอัสกับสุดที่รักของผม”

“อืมม์...งั้นก็ตกลงตามนี้แล้วกัน...”

อารอนที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังเฟเทียร์แล้วถามออกไปว่า

“...คงไม่ปัญหาน่ะ”

“ทางเราไม่มีปัญหาอยู่แล้ว...”

เพราะสำหรับหญิงสาวแล้วการจะไปคนหรือ 2 คนมันไม่แตกต่างกันไปหรอกแค่สามารถพายังคนร้ายกลับไปได้เป็นพอจึงกล่าวออกไปว่า

“...จะส่งคนตามไปกี่คนทางเราก็ยินดีต้อนรับเสมอ”

“งั้นก็ตกลงตามนี้”

อารอนส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งหญิงสาวที่พยักหน้ารับราวกับเห็นด้วยเหมือนกับไม่มีใคสนใจถึงเสียงของทีฟาที่กำลังคัดต้านเลย...

“ไชโย...”

นอกไปจากมีเสียงโห่ร้องมาด้วยความดีใจของอาดีสที่ดังขึ้นมาอย่างไม่หยุดยั้งเหมือนกับเป็นคนบ้า...

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 23 ก.ค.58 เวลา 01:07:37 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ