Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

LIZARDMAN บทที่ 4 แขกไม่ได้รับเชิญ บทที่ 4 แขกไม่ได้รับเชิญ

ขอบคุณครับที่ติดตาม

บทที่ 4 แขกไม่ได้รับเชิญ

“ตรงไปทางซ้ายจะผ่านไปยังกลางป่าเอลฟ์...”

ทีฟาซึ่งกลายเป็นคนนำทางกับชี้ไปยังทางแยกทางซ้ายมือที่เป็นด่านสัตว์แล้วกล่าวต่อไปอีกว่า

“...แต่ถ้าเราอ้อมไปทางซ้ายจะเดินตัดป่าไปตามลำน้ำแล้วอ้อมภูเขานิดหน่อยก็สามารถแอบเข้าไปยังน้ำตก
ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ด้านหลังของหมู่บ้านได้อย่างสบายๆ”

“แต่ว่า...”

เอลซ่าที่เป็นนักบวชทราบดีถึงพวกเอลฟ์ที่อาศัยอยู่ในป่าศักดิ์สิทธิ์มักจะไม่อนุญาตให้มนุษย์
หรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆบุกเข้าไปในอาณาเขตของตนอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะยิ่งเป็นน้ำตกศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้านด้วยแล้วจึงกล่าวออกไปด้วยความสงสัยว่า

“...แต่ปกติแล้วเขาไม่อนุญาตให้มนุษย์เข้าไปยังน้ำตกศักดิ์สิทธิ์ง่ายๆไม่ได้หรือ”

“ไม่เป็นไรหรอก...”

ทีฟายังกล่าวออกมาหน้าตาเฉยว่า

“...ฉันจะพาพวกเธอแอบเข้าไปโดยที่พวกท่านผู้เฒ่าไม่รู้ก็จบ”

“แต่ว่าอาจจะมีใครเห็นก็ได้ไม่ใช่หรือ”

เอลซ่าที่ขี้กังวลยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกครั้งอย่างลังเล...ทีฟาที่ยกนิ้วโป้งขึ้นมาทำท่าบาดคอตนเองแล้วก็กล่าวออกมาว่า

“แค่จัดการซ่ะก็สิ้นเรื่อง”

“หา...”

ในขนาดที่เอลซ่าร้องออกมาด้วยความตกใจถึงความเด็ดเดี่ยวของเอลฟ์สาวที่เบื้องหน้า...ฮาเดียกลับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความไม่พอใจเอลฟ์สาวอีกว่า

“เธอนี่มันชั่วร้ายจริงๆ...”

ทั้งยังถามออกไปอีกว่า

“...เธอนี่ใช่เอลฟ์จริงหรือเปล่านี่”

“ฉันเป็นเอลฟ์แท้ๆอย่างแน่นอนที่สุดเลยล่ะ...”

ทีฟา-เธอไม่ได้พูดเปล่าแต่ยังเจตนาขยับหูที่เรียวยาวสวยให้ดูอย่างชัดเจนพร้อมทั้งจ้องกลับมาตาแป๋วอย่างน่ารักพลางตอบกลับมาอีกว่า

“...แต่ว่าเมื่อมาทำงานกับพวกมนุษย์ก็ต้องตั้งใจทำงานเต็มที่สิ”

“...”

ทำเอาฮาเดียไม่สามารถกล่าวอะไรออกมาได้อีก เพราะสำหรับเธอที่เป็นทหารแล้วคำสั่งของแม่ทัพมันสำคัญยิ่งกว่าทุกสิ่ง...

หากได้รับคำสั่ง-แม้แต่พ่อ แม่ ญาติ พี่ น้องก็สามารถจัดการได้...

“แต่ว่า...”

องค์หญิงเฟรย์ที่นิ่งฟังอยู่นานถึงกับขมวดคิ้วด้วยความไม่สบายใจ เพราะถ้าทำเช่นนั้นจริง-ทีฟาก็ไม่แตกต่างไปจากผู้ที่ทรยศต่อเผ่าพันธุ์ของตนเองที่มีโทษตั้งแต่เนรเทศไปจนถึงประหารชีวิตเลยที่เดียวจึงต้องกล่าวออกไปว่า

“...พวกเราเจรจาขอเข้าไปดีๆไม่ได้หรือ”

“ไม่มีทางอย่างเด็ดขาด...”

ทีฟายังส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างหน้าตาเฉยว่า

“...ทำแบบนั้นมีแต่ได้เกิดสงครามแน่ๆ”

เพราะหากพวกเอลฟ์เข้าจะต้องขัดขว้างและพวกของเฟเทียร์ที่คิดจะบุกเข้าไปจะต้องเกิดการต่อสู้กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอนเลย

“แล้วไม่มีวิธีอื่นเลยหรือ-เฟเทียร์”

องค์หญิงเฟลย์ที่ย่นคิ้วด้วยความไม่สบายใจถึงกับยังหญิงสาวทันทีพลางจับจ้องมองไปราวกับจะฝากยังความหวังไว้ที่เธอ...เฟเทียร์ที่ยืนกอดอกถึงกับต้องขมวดคิ้วด้วยความหนักใจ เพราะทราบดีถึงความต้องการที่จะปกป้องยังทุกคนขององค์หญิงถึงกับหันไปถามยังไลเรสที่เหมือนกับจะเข้าใจยังพวกเอลฟ์ดีกว่าทุกคนว่า

“นายว่าไงล่ะ”

“เราลอบเข้าไปดีกว่า...”

ไลเรสที่ไม่อยากสู้โดยไม่จำเป็นจึงตอบออกไปเช่นนั้นและเขาที่เชื่อถือยังการนำทางของทีฟาน่าจะพายังทุกคนไปถึงจุดหมายและสามารถทำพิธีจนเสร็จได้โดยที่ไม่มีใครรู้อย่างแน่นอนเลย เพราะสำหรับเอลฟ์ที่จะรับหน้าที่เป็นหน่วยสอดแนมแล้วจะต้องรู้จักเส้นทางในป่าเป็นอย่างดี มีไหวพริบ ประสาทสัมผัสและสันชาตญาณที่ยอดเยี่ยมที่สุดอยู่แล้วจึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร...

“แต่ว่า...”

“ไม่ต้องห่วงหรอก...

ไลเรสที่ทราบดีว่าองค์หญิงคิดที่จะกล่าวอะไรออกมา-เขาจึงกล่าวตัดบทออกมาทันทีว่า

“...ถ้าหากถูกจับได้จริงๆก็บอกว่ายั่ยนี่ถูกพวกเราจับตัวได้แต่บังคับให้นำทางมาซ่ะก็สิ้นเรื่อง”

“ จริงด้วย”

องค์หญิงเฟรย์ถึงกับร้องออกมาอย่างดีใจที่สามารถหาวิธีแก้ได้เช่นนี้ ทำให้ทุกคนสามารถเข้าไปได้อย่างปลอดภัยหรือถ้าเกิดผิดพลาดยังสามารถปกป้องยังทีฟาได้อีก...ส่วนฮาเดียที่มองมาอย่างไม่พอใจถึงกับบ่นออกมาด้วยความไม่พอใจเบาๆว่า

“ชั่วร้ายที่สุด”

“หือ...”

แต่ไลเรสที่เหมือนกับทำเป็นไม่ได้ยินร้องออกมาเป็นเชิงถามพร้อมทั้งหันไปมองยังหัวหน้ากองสาว...แต่ก่อนที่จะพูดหรือมีเรื่องอะไรออกไปมากกว่านี้-เฟเทียร์ที่กล่าวตัดบทออกมาว่า

“งั้นก็เอาตามนี้...”

เธอที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังทีฟาราวกับออกคำสั่งต่อไปว่า

“...นำทางไปได้”

“ค่ะ...”

ทีฟาตอบรับกลับมาด้วยรอยยิ้มที่ไม่มีความยุ่งยากลำบากใจใดๆเลยกับการนำทางในครั้งนี้...
--------------------------------------

ตลอดการเดินทางภายใต้การนำของทีฟาเป็นอะไรราบลื่นเป็นอย่างมากจนแทบจะไม่พบยังอุปสรรคหรือปัญหาใดๆเลย...

โดยเฉพาะพวกเอลฟ์ไม่มีทางได้ทราบถึงการบุกรุกของมนุษย์ เพราะสายสืบที่มีหน้าที่ส่งสารและแจ้งเตือนภัยกลับเป็นผู้นำทางเสียเอง มีหลายครั้งที่ทีฟาและไลเรสรู้สึกได้ถึงเอลฟ์ที่กำลังมุ่งหน้าเดินสวนมาหรืออยู่ใกล้ๆจึงเปลี่ยนเส้นทางให้ห่างออกไปจากจุดอีกฝ่ายตรงข้ามอยู่จึงไม่มีทางพบกัน...

หรือถ้าจวนตัวจริงๆทีฟาก็จะให้ทุกคนหลบแล้วออกไปแสดงตัวบอกว่าไร้ผู้บุกรุกจนเอลฟ์ที่สวนทางมาผ่านไปอย่างไม่สงสัยอะไรก่อนที่จะนำยังทุกคนเดินทางต่อไป...

แต่บางครั้งก็สร้างยังความไม่พอใจให้กับใครบ้างคน...

“ชิ...”

ฮาเดียเค้นเสียงออกมาอย่างไม่พอใจว่า

“...ทำมัยพวกเราต้องมาหลบๆซ่อนๆแปลกนี้ด้วย มันเสียเกียรติ์ขององค์หญิงเฟรย์มาก”

เพราะปกติแล้วการเดินทางไปทำพิธีศักดิ์สิทธ์จะต้องเดินทางอย่างสง่างามและทรงเกียรติ์ บรรเลงดนตรีส่งเสียงร้องเพลงระหว่างเดินอย่างดังลั่น-เพื่อบอกให้ทุกคนรู้และแสดงถึงความยิ่งใหญ่ขององค์หญิงที่กำลังเสด็จมา...

แต่...

“เอาน่าๆ...”

เอลซ่าที่เป็นนักบวชได้ปลอบใจยังเพื่อนรักว่า

“...ถ้าจะว่าตามจริงแล้วตามพระคัมภีร์ก็ไม่ได้บอกให้จัดพิธียิ่งใหญ่อะไรขนาดนั้นหรอก เพียงแต่ผู้คนหลังๆเขาจัดตามๆกันไปเองเพื่ออวดถึงฐานะและชื่อเสียงของตนต่างหาก”

“แต่ว่า...”

ฮาเดียคิดจะกล่าวอะไรออกมา...แต่เฟเทียร์ที่ควบม้าอยู่ใกล้กลับกล่าวอออกมาว่า

“พอเถอะ-ฮาเดีย...”

เธอที่จ้องมองไปยังเส้นทางที่เบื้องหน้าแล้วกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...สิ่งที่พวกเราต้องการไม่ใช่พิธีจอมปลอมแบบนั้น...”

หยุดเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อไปว่า

“...แต่สิ่งที่พวกเราต้องการให้คนรับรู้ถึงพระเกียรติ์อันแท้จริงขององค์หญิงต่างหากล่ะ”

“...”

“ค่ะ...”

ทำเอาฮาเดียเงียบลงไปทันทีพร้อมกับเอลซ่าที่พยักหน้าตอบรับกลับมาด้วยรอยยิ้ม เพราะทั้งสองทราบดีว่า”หลายร้อยปีมานี้ไม่มีเชื้อพระวงศ์คนใดกล้าบุกเข้าป่ามาทำพิธีที่ต้นกำเนิดสายน้ำศักดิ์สิทธิ์ของพวกเอลฟ์นี้”...

ตั้งแต่เอลฟ์ปิดป่าห้ามผู้ใดผ่านเข้ามา...

เชื้อพระวงศ์องค์อื่นๆจึงได้แต่ทำพิธีในโบสถ์อันหรูหราแทน-เพื่อความสะดวกและปลอดภัย...

ส่วนสาเหตุที่เฟเทียร์และทุกคนเลือกที่จะพายังองค์หญิงเฟรย์เข้ามาทำพิธีในป่าแห่งนี้ก็เป็นเพราะที่จะต้องการให้พวกเชื้อพระวงศ์ ขุนนางและประชาชนทุกคนยอมรับถึงตำแหน่งรัชทายาทอันชอบทำขององค์หญิงต่างหาก...

จนทุกวันนี้ถึงองค์หญิงเฟรย์จะเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของพระราชาที่มีสิทธิ์ครอบบัลลังก์อย่างถูกต้อง แต่ผู้คนกลุ่มหนึ่งกลับไม่ยอมรับและจะผลักดันยังองค์ชายเรย์ซึ่งลูกพี่ลูกน้องของเธอที่เป็นชายเพื่อขึ้นเป็นองค์รัชทายาทแทน...

ซึ่งองค์ชายเรย์ที่เป็นลูกของน้องชายพระราชาเป็นเด็กน้อยที่อ่อนแอและชี้โรค ประกอบมีนิสัยรักสงบที่อ่อนโยนชอบวาดรูป เล่นดนตรีตามนิสัยของพวกกวีจึงไม่ต้องบอกให้รู้เลยว่าถ้าครอบบัลลังก์จะต้องตกเป็นหุ่นเชิดของพวกขุนนางกับเชื้อพระวงค์ต่างๆอย่างแน่นอนเลย...

องค์หญิงเฟรย์ที่ถึงแม้จะอ่อนโยนในบางครั้ง แต่ได้รับการศึกษามาตั้งแต่เด็กและรักใคร่ประชาชนเป็นที่สุดจึงเหมาะสมที่สุดที่จะขึ้นครอบราชย์เป็นพระราชินีองค์ต่อไป...

“นี่ยังไม่ถึงอีกหรือ...”

ฮาเดียจึงได้แต่เปลี่ยนเรื่องออกไปว่า

“...หิวข้าวแล้ว”

“หือ...”

เฟเทียร์ที่พยักหน้ารับจึงหันไปมองยังท้องฟ้าที่แสดงว่า”ใกล้จะเที่ยงแล้ว”จึงสั่งกล่าวออกไปทันทีว่า

“...ทุกคนพวกทานข้าวได้”

“ค่ะ...”

เหล่าองครักษ์ทั้งหลายที่ส่วนมากเป็นผู้หญิงต่างส่งเสียงตอบรับกลับมากลับกลบยังเสียงของเหล่าชายหนุ่มทั้งหลายไปจนหมดสิ้น...ไรเลสที่ได้ยินจึงถอนหายใจออกมาอย่างเซ้งๆอีกครั้งก่อนที่จะกระโดดลงไปอย่างหลังม้าทันทีราวกับไม่สนใจอะไร...
----------------------

หลังจากเลือกยังจุดพักที่มั่นใจว่า”ปลอดภัย”แล้วทุกคนจึงหาที่พักทานอาหารเที่ยงยังริมทะเลสาบใกล้ๆที่มีต้นไม้มากมายขึ้นมาราวกับเป็นกำแพงป้องกันยังพวกเอลฟ์ที่อาจจะเข้ามาพบเจอ...

เหล่าทหารองครักษ์ทั่วๆไปก็จะหาที่นั่งง่ายๆตามใต้ต้นไม้มีเพียงที่ที่พักทานอาหารขององค์หญิงเฟรย์เท่านั้นที่เหล่านางกำนัลที่ตามมาด้วยจะตั้งเสาอย่างง่ายๆ 4 เสาพร้อมทั้งเอาผ้าขั้นสำหรับกันแดดอย่างง่ายๆเสร็จแล้วจึงตั้งโต๊ะสำหรับทานอาหาร...

โดยที่โต๊ะขององค์หญิงเฟรย์ยังมีเฟเทียร์ ฮาเดีย เอลซ่าและนางกำนัลคนสนิมนิชานั่งทานด้วยกัน-ส่วนไลเรส...

“หือ...”

ไลเรสที่เลิกหน้าผากซ้ายที่ควรจะมีคิ้วถ้าเป็นมนุษย์กวาดสายตาจ้องมองไปยังรอบๆเห็นยังเหล่าทหารองครักษ์ทุกคนกลับมีเสบียงหรือห่อข้าวมานั่งกินกันอย่างเอร็ดอร่อยสบายไปถึงกับบ่นพึมพำออกมาเบาๆว่า

“...นี่มันอะไรกัน”

เพราะราวกับทุกคนเหมือนจะรู้ว่าต้องเดินทางไกลจึงเตรียมยังอาหารมาทานด้วยมีเพียงตนเท่านั้นที่ไม่รู้ตัวจึงมีแต่ขวดใส่เหล้าเพียงใบเดียวเท่านั้น

“มองอะไร”

ฮาเดียที่เมื่อสังเกตเห็นถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาราวกับจะเยาะเย้ยนิดๆเหมือนกับบอกว่า”ไม่มีให้นายกินหรอก”...เฟเทียร์ที่ขมวดคิ้วด้วยความหนักใจถึงกับกล่าวออกมาว่า

“นายไม่มีอาหารหรือ”

เพราะปกติแล้วพวกเธอมักจะสั่งให้อาหารนำเสบียงมาเองถ้าต้องเดินทางไกล-ส่วนพวกเธอที่มักจะร่วมโต๊ะกับองค์หญิงจึงฝากห้องไว้กับเหล่านางกำนัลและห้องเครื่องแล้วซึ่งนิชาที่เป็นเพื่อนรักของพวกเธอก็มักจะเตรียมอาหารมาเผื่อให้อย่างรู้ๆกัน...

“...”

ไลเรสเพียงยิ้มรับอย่างเฉื่อยชาไปเท่านั้น เพราะเขาที่ไม่รู้จึงไม่ได้จัดเตรียมอะไรมาเลย...แต่องค์หญิงเฟรย์ที่รับรู้ว่าไลเรสไม่ได้เตรียมอะไรมาทานด้วยจึงรีบส่งเสียงกล่าวชวนออกมาทันที

“งั้นมาทานกับเราก็ได้”

“แต่ว่า...”

ฮาเดียกลับลุกขึ้นกล่าวออกมาแสดงอาการเหมือนกับไม่อยากที่จะร่วมโต๊ะกับไลเรสที่เป็นลิซาร์ดแมน...ทำเอาไลเรสที่ยิ้มรับอย่างไม่ใส่ใจอะไรถึงกับตอบออกไปว่า

“ไม่เป็นไรหรอก...”

ทั้งยังกล่าวต่อไปว่า

“...สำหรับลิซาร์ดแมนแล้วแค่ไม่ทานอะไรสามสี่วันไม่มีปัญหาหรอก”

เพราะด้วยระบบร่างกายที่แตกต่างจากมนุษย์ทำให้ลิซาร์ดแมนสามารถอดอาหารได้หลายวันจนถึงเป็นสัปดาห์อย่างไม่มีปัญหาอะไร...ฮาเดียที่ได้โอกาสจึงรีบชิงกล่าวออกมาว่า

“งั้นก็ดี”

“ไม่เป็นไรจริงๆหรือค่ะ”

องค์หญิงเฟรย์ส่งเสียงถามออกมาอีกครั้งเพียงความเป็นห่วงและเพื่อความแน่ใจ...ไลเรสจึงพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม

“...”

“เราทานกันต่อเถอะ”

เฟเทียร์ทราบดีถึงความขัดแย้งของฮาเดียที่มีต่อไลเรสจึงกล่าวตัดบทออกมาทันที เพราะถ้ายังปล่อยทั้งสองคนไว้หรือเรียกยังไลเรสมาร่วมโต๊ะในยามนี้-ฮาเดียจะต้องหาเรื่องอาละวาดอย่างแน่นอนเลย เมื่อไลเรสไม่มีปัญหาอะไรจึงต้องปล่อยไปก่อน...

“หึ...”

ทั้งฮาเดียและไลเรสต่างเค้นเสียงหัวเราะออกมาพร้อมๆกันแต่ด้วยความหมายที่ต่างกันแล้วลิซาร์ดแมนหนุ่มจึงกระดกยังขวดเหล้าแล้วก้าวเดินออกไปอย่างไม่ตอความยาวสาวความยืดอะไร...

“ไลเรสไม่มีอะไรทานหรือ...งั้นมาทานข้าวของฉันมัย”

ทีฟาที่รอโอกาสอยู่ถึงกับรีบชิงร้องถามออกมาอย่างดังลั่นพร้อมๆกับเสียงของเอลซ่าที่กล่าวกับฮาเดียว่า

“น่าจะให้เขามาทานด้วยกัน...ยังไงก็เป็นเพื่อนกัน”

“ใครเป็นเพื่อนกับมันล่ะ”

ถึงจะได้ยินยังเสียงของฮาเดียที่ตอบกลับมา-แต่ไลเรสที่ไม่สนใจอะไรกลับส่ายหน้าตอบกลับไปว่า

“ไม่ล่ะ”

แล้วเบนกายก้าวหลบยังแม่เอลฟ์สาวออกไปเพื่อหายังที่นอนพักสบายๆรอเวลาเดินทางต่อไปอย่างเกียจคร้าน...แต่...

“สวบ...สวบ...”

เสียงของพุ่มไม้ที่สั่นไหวทำเอาไลเรสที่รู้สึกได้ถึงกับกวาดสายตาจ้องไปมองพร้อมทั้งทีฟาที่ร้องบอกทุกคนอย่างดังลั่นทันทีว่า

“หมูป่า...”

“หลบเร็ว...”

ไลเรสร้องบอกพร้อมทั้งเสียงของหมูป่าที่ร้องขึ้นมาอย่างดังลั่น...

“อู๊ด...ด”

พร้อมทั้งร่างของเจ้าหมูป่าสีน้ำตาลเข้มที่ตัวโตราว 6 ถึง 7 เมตรขนาดกระทิงโทนตัวใหญ่ที่เหมือนกับได้รับบาดเจ็บกำลังวิ่งมุ่งหน้ามายังทุกคนที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่อย่างตกตะลึง...

“ควับ...”

ทีฟาเป็นคนแรกที่กระโดดหลบขึ้นไปนั่งคุกเข่าบนต้นไม้อย่างรวดเร็วเพื่อความปลอดภัยพร้อมๆกับเฟเทียร์ที่ลุกขึ้นมากระชากยังดาบที่ข้างเอวออกมาแล้วร้องสั่งการทุกคนออกไปทันทีว่า

“ทุกคนปกป้ององค์หญิง...”

“ตุบ...ตุบ...ตุบ...”

แต่เธอที่ไม่รอช้ารีบวิ่งสวนเข้าไปยังเจ้าหมูป่าที่พุ่งเข้ามาอย่างไม่กลัวเกรงอะไรตวัดยังคมดาบฟันใส่มันอย่างสุดแรง...

“เฟียว...”

ถึงคมดาบเรเปียร์จะฟันตรงไปยังลำคอของเจ้าหมูป่าอย่างจัง-แต่กลับไม่ลึกพอที่จะหยุดมันไป...

“ตื้นไปหรือ...”

เฟเทียร์บ่านออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ เพราะด้วยความรีบเร่งที่จะโจมตีอย่างปัจจุบันทันด่วนกลับไม่มีเวลาพอที่จะร่ายเวทเพิ่มพลังโจมตีได้ทัน ทำให้ดาบที่ฟันออกไปถึงจะโจมตีใส่ยังจุดตายกลับโดนยังขนที่หนาสากราวเกราะป้องกันของมันลดพลังทำลายลงไป...

“ควับ...”

เฟเทียร์ที่หันไปมองยังเจ้าหมูป่าที่วิ่งตะลุยผ่านเหล่าทหารมากมายตรงไปยังเจ้าหญิงเฟรย์ที่กำลังยืนจ้องมองดูด้วยความตกใจรีบส่งเสียงร้องออกไปว่า

“ฮาเดีย-เอลซ่า...ปกป้ององค์หญิง”

เพราะเธอในตอนนี้ไม่สามารถวิ่งย้อนกลับไปได้ทันจึงต้องฝากยังความหวังไว้กับทั้งสองคนที่อยู่ใกล้ๆเท่านั้น...

“...บาเรีย

“...ย๊าก”

เอลซ่ารีบร่ายเวทป้องกันยืนขว้างอยู่เบื้องหน้าขององค์หญิงเฟรย์ทันที-ส่วนฮาเดียที่ไม่รอช้ารีบวิ่งสวนพุ่งเข้ามาหาเจ้าหมูป่าแล้วแทงยังหอกออกมาใส่ยังกว้างหน้าผากของมันทันที...

“เปรี้ยง...”

เสียงดังกระหึมขึ้นพร้อมทั้งหอกในมือของฮาเดียที่ลอยกระเด็นออกไปพร้อมทั้งแขนทั้งสองที่ชาจนไร้ความความรู้สึกไป-ดวงตากลมโตที่จ้องมองไปจากร่างที่กำลังเสียงหลักถึงกับเห็นถึงเจ้าหมูป่าที่โกรธจัด เพราะบาดแผลเลือดสาดที่กลางหน้าผากด้วยฝีมือเธอกำลังสิ่งตะลุยตรงมาอย่างเต็มฝีเท้าหมายที่จะขยี้ร่างของนักรบสาวให้แหลกเหลวไปในพริบตา...

“เราจะมาตายตรงนี้หรือ”

ฮาเดียที่ขบคิดในใจถึงกับต้องยิ้มออกมาอย่างเต็มฝืน พลางค่อยจ้องมองไปยังร่างของเจ้าหมูป่าที่วิ่งเข้ามาหาอย่างไม่หยุดยั้งราวกับจ้องมองไปยังร่างของเทพมรณะที่จะปลิดชีวิตเธอก่อนที่จะโดนยังความมืดปกคลุมลงไปด้วยเงาหลังของไลเรสที่พุ่งเข้ามาขว้างยังเบื้องหน้าไว้...

“โครม...”

เสียงปะทะขึ้นมาอย่างดังลั่นพร้อมทั้งหัวไหล่ซ้ายของไลเรสที่กระแทกเข้าอย่างแรงกับจมูกของเจ้าหมูป่าทำเอาริซาร์ดแมนต้องกระเด็นก้าวถอยกลับมาถึง 2 ก้าว...

“อู๊ด...”

แต่เจ้าหมูป่าก็มีสภาพที่ไม่ดีไปกว่ากัน เพราะปลายจมูกสีชมพูของมันที่โดนกระแทกใส่อย่างจังถึงกับหักลงไปมีเลือดไหลอาบออกมาพร้อมทั้งหน้าที่เงยขึ้นไปก่อนที่จะก้มลงมามองยังไลเรสด้วยความโกรธตวัดยังเขี้ยวที่ยาวโค้งข้างริมฝีปากทั้งสองหมายจะแทงใส่ทันที...

“หมับ...”

แต่ไลเรสที่ไวไม่แพ้กันกลับเอาสองมือจับยังคมทั้งสองของมันไว้อย่างแม่นยำแล้วออกแรงกระชากอย่างสุดแรงดึงยังเขี้ยวทั้งสองให้ขาดออกมาว่า

“...อู๊ด...ด”

เรียกร้องออกมาอย่างดังลั่นของเจ้าหมูป่ากลับไม่จบแค่นั้นเมื่อไลเรสที่ไม่รอช้ารีบใช้ยังกรงเล็บทั้งสองตะปบลงไปยังใสหน้าทิ่มตามันลงบอดไป-ส่วนอีกข้างก็จิกลงไปยังหัวไหล่ก่อนตามด้วย...

“งับ...”

คมเขี้ยวของลิซาร์ดแมนที่แหลมคมนับสามสิบกว่าซี่ถึงกับกัดลงไปยังลำคอของเจ้าหมูป่าอย่างสุดแรงแล้วกระชากเอาเลือด เนื้อและคอหอยออกมาอย่างสุดแรงพร้อมทั้งร่างของเจ้าหมูป่าที่พยายามดิ้นร้นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะแน่นิ่งลงไป...

“อึก...”

ไลเรสที่ไม่สนใจยังเลือดของหมูป่ามากมายที่อาบยังร่างของตนกลับกลืนกินยังเลือดหมูป่าลงไปดับกระหายอย่างไม่สนใจอะไรท่ามกลางสายตาของเหล่าทหารมากมายที่จ้องมองไปยังเขาอย่างตกใจ...

คำกล่าวที่ว่า”ลิซาร์ดแมนเชี่ยวชาญอาวุธทุกชนิด”-ไม่เกินไปเลย เพราะทุกสิ่งทุกส่วนของร่างกายสามารถใช้เป็นอาวุธได้...

“...อึก...อึก...”

ไลเรสยังคมดื่มเลือดต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งราวกับกระหายน้ำมานานแสนนานก่อนที่จะถอดยังคมเขี้ยวออกมาส่งเสียงร้องออกมาด้วยความพอใจว่า

“...อร่อยที่สุดเลย”

“พวกบ้าเถื่อน...”

ฮาเดียส่งเสียงร้องด่าออกมาด้วยความไม่พอใจในขนาดที่ทีฟากับกระโดดโห่ร้องออกมาด้วยความดีใจว่า

“สมชายชาตรีจริงๆ”

“เกิดอะไรขึ้นหรือ”

องค์หญิงเฟรย์ที่โดนยังสาวใช้คนสนิทเอาฝ่ามือปิดเอาไว้ได้ให้เห็นถึงภาพและการกระทำที่ดูทั้งป่าเถื่อนและโหดร้ายถึงกับส่ายตา-นิชาได้แต่ตอบออกไปว่า

“มันเป็นภาพที่ไม่สมควรมองดูค่ะ-องค์หญิง”

“อะไรหรือ...เราอยากรู้อยากเห็นมันน่ะ-นิชา”

“คือว่า...”

ในขนาดที่นิชายังไม่สามารถหาถึงคำตอบใดๆได้...เฟเทียร์ที่สังเกตเห็นถึงไลเรสที่จัดการโยนหมูป่าที่ขาดใจตายลงไปกองกับพื้นพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“ไม่มีอะไรหรือค่ะ-องค์หญิง...”

เธอที่หยุดเล็กน้อยแล้วจึงขมวดคิ้วราวกับพยายามหาคำตอบก่อนที่ตอบออกมาว่า

“...ไลเรสแค่จัดการกับหมูป่าโหดร้ายไปหน่อย-มันไม่เหมาะสมกับที่องค์หญิงจะทรงทอดพระเนตรค่ะ”

“งั้นหรอกหรือ...”

องค์หญิงเฟรย์ส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งเอามือปลดยั้งมือของนิชาที่ได้รับสัญญาณจากเฟเทียร์ออกเพื่อกวาดสายตาจ้องมองไปยังซากหมูป่าและไลเรสราวกับไม่สงสัยอะไรนัก...ไลเรสที่หันไปกล่าวกับเพนนี่กับเหล่าทหารที่อยู่ด้านข้างว่า

“จัดการก่อไฟ...เราจะย่างหมูกัน”

“ได้ครับ...”

เพนนี่กับเหล่าทหารองค์รักษ์ชายทั้งหลายต่างส่งเสียงตอบรับออกมาด้วยความเต็มใจทันที เพราะการได้ทานยังเนื้อชิ้นโตเป็นความสุขของเหล่าชายหนุ่มทั้งหลายมากกว่าที่จะนั่งทานยังอาหารตากแห้งฝืนๆที่ทางกองทัพเตรียมมาให้...

เนื้อหมูป่าย่างมีรสชาติดีกว่าเป็นไหนๆ...

“เธอจะเอาด้วยมัย-ฮาเดีย”

เอลซ่าที่ได้กลิ่นหอมของเนื้อหมูป่าโชยมาถึงกับหันไปร้องถามยังเพื่อนรักของเธอที่กำลังนั่งอยู่ด้านข้าง เพราะยังไงหญิงสาวอย่างพวกเธอยิ่งชอบทานอาหารสดๆมากกว่าอาหารแห้งๆยิ่งกว่าพวกผู้ชายอยู่แล้ว...แต่ฮาเดียกลับทำหน้าขยักแขยงพลางส่งเสียงตอบออกมาว่า

“ไม่เอาด้วยหรอก”

เธอยิ่งคิดถึงภาพที่ไลเรสสังหารหมูป่ายิ่งทานไม่ลง เพราะมันยังติดตาตรึงใจสำหรับลูกชนชั้นสูงเช่นเธอที่ไม่เคยเห็นถึงการฆ่าสัตว์ทำอาหารมาก่อนเลยในชีวิต...แต่องค์หญิงเฟรย์กลับส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“เราออกด้วยความ”

“ค่ะ...”

นิชาที่ไม่รอช้ารีบก้าวตรงไปอย่างรวดเร็วแล้วจึงการทำหน้าที่เป็นแม่ครัวเลือกเอาเนื้อส่วนที่ดีที่สุดแล้วย่างทันที เพราะเธอที่เป็นแม่ครัวและคนรับใช้ขององค์หญิงกลับเคยเห็นและลงมือจัดการกับสัตว์ที่เป็นอาหารมาก่อน...แต่เฟเทียร์ที่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยกลับก้าวเดินตรงไปยังน่องขาหลังของหมูป่าที่โดนชำแหละทิ้งไว้ทันที

“เฟเทียร์...เธอก็จะทานด้วยหรือ”

เอลซ่าส่งเสียงร้องถามออกมาราวกับจะหายังเพื่อนเพิ่ม-เพื่อดึงยังฮาเดียมาทานด้วยให้ได้...แต่เฟเทียร์ที่เอามือไปกระชากยังอะไรจากน่องของหมูป่าออกมากลับเลิกคิ้วด้วยความหนักใจพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“สิ่งที่ฉันสนใจคือไอ้นี่ต่างหาก”

แล้วสายตาของไลเรสและทุกคนจึงจ้องมองไปยังหัวลูกศรในมือของหญิงสาวที่กระชากออกมาจากหมูป่าทันทีฟังยังเฟเทียร์กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักใจว่า

“หมูป่าตัวนี้โดนล่ามา”

“นั่นสิ...”

ไลเรสถึงกับตอบออกมาพลางเอามากุมค้างราวกับทบทวนยังสาเหตุที่อยู่ๆหมูป่าก็วิ่งตรงมายังพวกตนอย่างป่า
เลือด เพราะมันได้รับบาดเจ็บและกำลังหลบหนี้อยู่หรือไม่ก็เข้าใจผิดคิดว่า”พวกของตนจะฆ่ามัน”-จึงแก้แค้น
...

ก่อนที่จะกล่าวต่อไปว่า

“...งั้นเดี๋ยวพวกที่ตามล่าก็จะตามมา”

“สวบ...สวบ...”

พร้อมทั้งเสียงของพงป่าที่สั่นไหวจากฝีเท้าที่มาราวกับนัดไว้...เฟเทียร์ที่ตวัดดาบหันไปมองยังต้นเสียงพร้อมทั้งส่งเสียงตวัดออกไปอย่างดังลั่นทันทีว่า

“ใคร...”

แต่ภาพที่เห็นกลับเป็นเอลฟ์เพศชายวัยหนุ่ม 2 คนที่กำลังจ้องมองมายังพวกของเธอด้วยความตกใจเช่นเดียวกัน เพราะไม่คิดว่าจะมีมนุษย์บุกรุกอยู่ในเขตแดนของพวกเอลฟ์พอๆกับเห็นยังพวกเอลฟ์ที่ได้ชื่อว่ารักสันติและธรรมชาติกลับล่าหมูป่า...

...

ท่ามกลางความนิ่งเงียบที่เหมือนกับทุกคนยังไม่สามารถทำอะไรได้ถูก...เฟเทียร์ที่เหมือนกับมีหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบยังความปลอดภัยและรับผิดชอบต่อการทำหน้าที่ในการทำพิธีรับศีลขององค์หญิงให้สำเร็จจึงรีบสั่งการอย่างรวดเร็วทันที...

“รีบ...”

“เปรี้ยง...”

แต่ยังไม่ทันที่จะสั่งการได้จบถึงน้ำเสียงที่แสนจะไพเราะของหญิงสาวร่างของลิซาร์ดแมนหนุ่มก็พุ่งทยานออกไปหายังเอลฟ์คนที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งตวัดยังกรงกำปั้นต่อยใส่ยังปลายค้างของอีกฝ่ายอย่างรุนแรงจนร่างของเอลฟ์หนุ่มผู้โชคร้ายถึงกับต้องลอยกระเด็นผ่านหน้าเพื่อนไปชนใส่ต้นไม้จนล้มลงไปนอนกองหมดสตินับร้อยยังไม่มีทางพื้นได้ง่ายๆเลย...

...

เอลฟ์หนุ่มที่เหลืออยู่อีกคนถึงกับกวาดสายตาจ้องมองไปด้วยความตกใจอย่างลืมตัวก่อนที่จะทันได้มีโอกาสได้ขบคิดหรือทำความเข้าใจต่อเหตุการณ์ใดๆในภาวะแห่งการตกตลึงนี้ก็ต้องรู้สึกถึงลำคอที่อึดอัดจนขาดอากาศหายใจทำให้ดวงตาที่กำลังมองดูทุกสิ่งเหลือกขึ้นไปจนขาวโผน น้ำลายไหลออกมาจนฟูมปากที่เปิดกว้างและลิ้นที่ทะลักออกมาอย่างช่วยได้ได้...

“เรียบร้อย...”

ทีฟาส่งเสียงร้องออกมาด้วยความดีใจพร้อมทั้งปล่อยยังร่างของเอลฟ์หนุ่มที่เธอแอบพุ่งเข้าไปรัดคอยังด้านหลังด้วยความดีใจพร้อมทั้งหันไปส่งยิ้มให้กับไลเรสด้วยความรัก...

“ยั่ยนี่ช่างชั่วร้ายจริงๆ...”

ฮาเดียที่จ้องมองไปยังทีฟาที่ลงมือกับพวกเดียวกันอย่างไม่แคร์อะไรถึงกับบ่นออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะหันไปจัดการกับไลเรสด้วยความไม่พอใจแทนว่า

“...นี่นายลงมือรุนแรงไปหรือเปล่า

“นั่นซิ...เดี๋ยวก็เกิดเรื่องหรอก”

แต่ไลเรสคล้ายกับไม่สนใจยังเสียงกล่าวด้วยความกังวลและไม่พอใจของเอลซ่ากับฮาเดียกลับเงยหน้าขึ้นไปกล่าวลอยๆอย่างไม่สนใจใครว่า

“ลงมือก่อนและค่อยพูดที่หลังแล้วเรื่องต่างๆจะได้ง่ายขึ้น”

“นี่นาย...”

ในขนาดที่ฮาเดียกำลังจะกล่าวอะไรออกไปมากกว่านั้น...เฟเทียร์ที่จะต้องรีบสะสางยังปัญหาต่างๆจึงรีบกล่าวออกไปว่า

“ดีแล้วล่ะ...”

เธอยังกล่าวต่อมาอีกอย่างรวดเร็วว่า

“...หากพวกนั้นส่งข่าวออกไปได้-พวกเราจะมีปัญหาเอา”

“...”

ทำเอาฮาเดียที่ได้ยินถึงกับต้องนิ่งเงียบลงไปด้วยความไม่พอใจทันที เพราะดูเหมือนเหตุผลของเฟเทียร์จะมีน้ำหนักอย่างที่ว่าจริงๆ...แต่เฟเทียร์ที่หันไปจ้องมองยังไลเรสกับทีฟาที่สามารถส่งมือจัดการกับเอลฟ์ทั้งสองคนก่อนที่จะเกิดปัญหาจึงได้แต่กล่าวออกไปว่า

“พวกนายก็ดีมากที่ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว”

รวดเร็วจนแทบจะก่อนที่เธอจะสั่งการเสียอีก เพราะไลเรสพุ่งออกไปในเวลาเดียวกับที่เธอฉุกใจคิดได้ว่าจะต้องจัดการยังอีกฝ่าย...

เท่ากับการตัดสินใจของเขาเร็วกว่าเธอด้วย...

ถึงแม้จะไม่กล่าวอะไรออกไป แต่ในใจส่วนลึกของเฟเทียร์อดที่จะรู้สึกแพ้พ่ายยังอีกฝ่ายไม่ได้-เพียงแต่ในฐานะของหัวหน้าและผู้นำกลับทำให้เธอไม่สามารถกล่าวอะไรออกไปที่แสดงถึงความไม่สบอารมณ์เช่นเดียวกับฮาเดีย...

“ฉันแค่ทำตามสัญชาตญาณเท่านั้น”

“เป็นสัญชาตญาณที่น่ากลัวจริงๆ...”

เฟเทียร์บ่นออกมาเบาๆในลำคอพร้อมทั้งใช้ยังสายตาที่คมกริบจ้องมองไปยังลิซาร์ดแมนหนุ่มที่เบื้องหน้าราวกับไม่สนใจยังเสียงร้องของทีฟาที่ดังขึ้นมาว่า

“ฉันแค่มองตาของดาร์ลิ่งก็รู้ทุกอย่างแล้วค่ะ”

“ชิ...”

เฟเทียร์ที่ทำเป็นไม่ได้ยินยังเสียงที่เค้นออกมาด้วยความไม่พอใจของฮาเดียจึงรีบโบกมือให้ทหารรีบจัดการมัดทั้งสองอย่างรวดเร็วก่อนที่จะปลุกทั้งคู่ให้ตื่นขึ้นมาเพื่อเตรียมสำหรับการสืบปากคำทันที...
------------------------

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 21 พ.ค.58 เวลา 00:41:03 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ