Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

LIZARDMAN บทที่ 2 งานของรองหัวหน้าองครักษ์...

ขอบคุณครับที่ติดตาม

บทที่ 2 งานของรองหัวหน้าองครักษ์...

งานในวังแล้วส่วนมากมักจะสงวนไว้ให้กับเหล่าลูกหลานขุนนางพวกลูกผู้รากมากดีเท่านั้น-สำหรับคนชั้นต่ำหรือไร้หัวนอนปลายเท้าแล้วไม่มีทางเป็นไปได้อย่างเด็ดขาด...

ยิ่งเป็นลิซาร์ดแมนด้วยยิ่งเป็นแม้แต่ฝัน...

แต่ไลเรสกลับมิได้ฝันไป เพราะในยามนี้เขากลับกลายเป็นองครักษ์ส่วนตัวขององค์หญิงและยังเป็นถึงรองหัวหน้าด้วย...

สิ่งเหล่านี้มาจากคำเสนอของเฟเทียร์-อัศวินสาวที่มอบยังความพ่ายแพ้ให้กับเขาและในยามที่ทุกคนกำลังคัดค้านอย่างเอาเป็นอาตายแต่องค์ราชากลับหันไปถามยังบุตรสาวว่า

“แล้วเจ้าว่าไงล่ะ-เฟรย์”

“ลูกเชื่อการตัดสินใจของเฟเทียร์ค่ะ”

เมื่อองค์หญิงเฟรย์ตอบมาเช่นนั้นทำเอาพระราชายิ้มและพยักหน้ารับทำเอาทุกคนไม่กล้าที่จะกล่าวอะไรออกมาอีกทำให้ไลเรสได้รับตำแหน่งนี้มาเหมือนกับฝันไป...

การลิซาร์ดแมนไร้ที่ซุกหัวนอนกลับได้มาอาศัยอยู่ในปราสาทอันใหญ่โต-แถมยังมีห้องส่วนตัวอีกด้วย เพราะองครักษ์ประจำตัวของหญิงสาวรัชทายาทจะต้องแยกออกมาอาศัยอยู่ยังตึกด้านเหนือของปราสาทอันเป็นที่อยู่ขององค์หญิง...

แต่ถึงจะมีองครักษ์ผู้ชายอยู่บาง-แต่ก็น้อยกว่าผู้หญิงคือประมาณ 1 ใน 3 จากเหล่าองครักษ์ทั้งหมดมีอยู่ประมาณ 100 คน ที่แบ่งหน้าที่เป็นองค์รักษ์ทั่วไป 24 คนที่รับหน้าที่เฝ้ายามตลอดเวลา-โดยแบ่งออกเป็น 4 กะราวๆกะล่ะ 6 ชั่วโมง พัก 1 ชั่วโมงและฝึกซ้อมอีก 2 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งจะเป็นผู้ชายทั้งหมด...

องครักษ์หน่วยพลธนู 16 คนแบ่งเป็นผสมชายหญิงที่ทำหน้าที่คอยระวังป้องกันบนหอคอยกะละ 4 คน องครักษ์ที่เป็นนักบวช 10 คนที่มีหน้าที่คอยดูแลและปกป้องยังสิ่งชั่วร้ายต่างๆรวมกับหน่วยจอมเวทอีก 10 คนที่ส่วนมากจะเป็นผู้หญิง...

ส่วนที่เหลืออีก 40 คนจะเป็นหญิงสาวที่รับหน้าที่เป็นองครักษ์ใกล้ชิดซึ่งทำหน้าปกป้องและติดตามยังตัวขององค์หญิงตลอดเวลาทั้งยามกลางวันและกลางคืน...

ไลเรสที่เป็นผู้ชายจึงมีหน้าที่ในการรับผิดชอบดูและเหล่าทหารที่ยืนเวรยามรอบๆปราสาททิศเหนือขององค์หญิงและพลธนูบนหอคอยเท่านั้น ส่วนพวกนักบวชก็มีหัวหน้านักบวชสาวรับผิดชอบอยู่และสำหรับจอมเวทกับองครักษ์ใกล้ชิดจะอยู่ในความดูแลของหญิงสาว...

เฟเทียร์-หัวหน้าทหารองครักษ์ประจำตัวขององค์หญิง โดยมีรองหัวหน้าองค์รักษ์ร่วมทั้งไลเรสด้วยทั้งหมด 3 คน...
--------------------------

ซึ่งการที่คนร้ายจะสามารถลอบเข้ามาในปราสาทที่มีกำแพงสูงราว 15 เมตรและคูน้ำรอบปราสาทที่กว้างถึง 20 เมตรได้จัดว่า”เป็นเรื่องที่ยากลำบาก” เพราะเส้นทางเข้าออกสายหลักกลับมีเพียงสะพานหินที่กว้าง 9 เมตรทางด้านหน้าของปราสาทเท่านั้นที่สามารถผ่านได้ ส่วนทางด้านประตูข้างจะมีสะพานไม้ขนาดเล็กแค่ 3 ถึง 4 เมตรที่ชักขึ้นลงสำหรับให้เหล่าคนรับใช้หรือพ่อค้าขนสิ้นค้าเข้ามาเท่านั้น ซึ่งจะเป็นอยู่เช่นนี้เสมอและมีทหารยามประจำพระราชวัง 1 จำนวน 50 นายเฝ้าไว้ตลอดทั้งวันทั้งคืน ทำให้งานในฐานะรองหัวหน้าหน่วยองครักษ์ของไลเรสจัดว่า”สบายยิ่งนัก”...

ถ้าไม่มีใครก่อเรื่องอะไรขึ้นมา...

สำหรับเช้าวันแรกของการทำงานเมื่อไลเรสตื่นขึ้นมาด้วยเสียงปลุกของทหารเวรยามคนหนึ่ง เขาจึงแต่งตัวด้วยเครื่องแบบเฉพาะตัว(เพราะไม่มีเครื่องแบบสำหรับลิซาร์ดแมน) ไลเรสจึงสวมใส่ยังเสื้อกล้ามไร้แขนสีขาว คาดเข็มขัดทับยังกางเกงสีน้ำเงิน รองเท้าบูท เพียงแต่สวมใส่ยังเกราะเหล็กป้องกันแขนเท่านั้น ไม่มีหมวกหรือเสื้อเกราะให้ใส่ ที่เอวยังคาดยังดาบที่เรียวโค้งเล่มเดิมเอาไว้คู่กับดาบสั้นเล็กๆอีกเล่มที่ได้มา...
เมื่อแต่งกายเสร็จไลเรสจึงต้องเดินตามหลังของทหารองครักษ์ไป เพราะยังไม่รู้ทางสู่ยังโรงอาหารและห้องประชุมในยามเช้าที่เฟเทียร์และหัวหน้านักบวชสาวที่เป็นรองหัวหน้าองครักษ์อีกคนหนึ่งซึ่งมารออยู่ก่อนแล้ว

“ฉันหัวหน้าองครักษ์รับผิดชอบบรรดาเหล่านักบวชชื่อเอลซ่าค่ะ”

หัวหน้านักบวชสาวที่สวมใส่ยังชุดนักบวชที่รัดรูปสีขาว แถมยามผ่าข้างแทบถึงเอวทั้ง 2 ข้างถึงจะบอกว่าเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนไหวก็เถอะ-แต่สำหรับชายหนุ่มทั้งหลายแล้วมันกลับต้องเผลอให้มองจนต้องน้ำลายไหลเลย ยิ่งรัดเอวด้วยเข็มขัดสีผ้ายิ่งทำให้เห็นชัดถึงหน้าอกหน้าใจของเอลซ่าจัดได้ว่าใหญ่กว่ามาตรฐานไปด้วยสิ...

เธอเป็นหญิงสาวผมสีฟ้ายาวถึงต้นขา ดวงตากลมโตสีน้ำเงิน จมูกโตเป็นสันสีขาวนวลรับริมฝีปากที่บอบบาง รูปร่างเพรียวผิดกับหน้าอก ตัวเล็กสูงประมาณใต้จมูกของเฟเทียร์ บวกกับสวมยังแว่นตากลมๆยิ่งเพิ่มยังความน่ารักและน่าแกล้งเข้าไปอีก แถมด้วยรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรกลับยิ่งน่าประทับใจยิ่งขึ้นไปอีก...

“มาช้า”

เฟเทียร์กล่าวออกมาเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจก่อนที่จะเริ่มอธิบายยังงานและหน้าที่รับผิดชอบให้กับไลเรสฟังว่า”เขามีหน้าที่ต้องทำอะไรบ้าง” เมื่อตรวจยังความเรียบร้อยเสร็จแล้วถ้าเขาไม่มีอะไรทำก็ให้ไปช่วยเหล่าทหารองครักษ์ฝึกซ้อม เพราะนี่ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในจุดประสงค์หลักที่เธอต้องการให้เขาเป็นรองหัวหน้าองครักษ์คนหนึ่ง...

“ชิ...”

หญิงสาวอีกคนที่ทำหน้าที่เป็นหนึ่งในรองหัวหน้าองครักษ์ที่รับผิดชอบเหล่าองครักษ์หญิงกลับเค้นเสียงอย่างไม่สบอารมณ์พลางกล่าวออกมาว่า

“...ไม่จำเป็นหรอก”

“ฮาเดีย...”

เฟเทียร์กล่าวพร้อมทั้งมองไปยังอัศวินสาวที่สาวใส่ยังเกราะสีเงินพลางกล่าวออกไปว่า

“...เราคุยกันแล้วไม่ใช่หรือ”

“...”

อัศวินสาวหรือฮาเดียถึงกับเงียบลงไปทันที เป็นเป็นหญิงสาวผมสั่นสีส้มที่รับกับดวงตาที่คมกริบสีแดงซึ่งแสดงถึงนิสัยที่ไม่ยอมใคร มีใบหน้าเรียวสูงพอๆกับหญิงสาวทำให้ดูงามสง่าราวกับผู้ชายที่หน้าตาน่ารักคนหนึ่ง

เธอที่สวมใส่ยังชุดเกราะเต็มตัวท่อนบนเพียงมีชายกระโปร่งสั่นๆแต่ต้นขาสีแดงให้เห็นเท่านั้น ที่เอวยังคาดดาบเล่มหนึ่งถึงกับคว้ายังหอกแล้วก้าวเดินออกไปทันที

“เฮ้ย...”

เฟเทียร์ที่เห็นเช่นนั้นจึงถอนหายใจออกมาพร้อมทั้งเอลซ่าที่ส่ายหน้าอย่างจนใจก่อนที่หญิงสาวจะกล่าวออกมาว่า

“...ถ้าไม่มีอะไรก็ให้ทุกคนไปทำงานได้แล้ว...เลิกประชุม”

“ช่างเป็นการตัดบทที่ดีจริงๆ”

ไลเรสที่ต้องมองยังเฟเทียร์เดินออกไปส่งเสียงกล่าวประชดเบาๆยังกล่าวแก้ปัญหาระหว่างลูกน้องของหญิงสาวออกมาอย่างเซ้งๆแล้วหันกายก้าวเดินออกไปเป็นคนสุดท้าย
-------------------------------------------

“หาว...”

ไลเรสที่นั่งนิ่งราวกับเหมือนไม่มีอะไรทำ เพราะเหล่าทหารองครักษ์ส่วนมากต่างก็ได้รับการจัดการกับหญิงสาวซึ่งเคยรับผิดชอบดูแลอยู่อย่างเรียบร้อยแล้ว...

หน้าที่ของเขาที่แค่เดินตรวจตราดูความเรียบร้อยทั่วๆไปเท่านั้น...

และในกลุ่มของเหล่าทหารองครักษ์ที่ส่วนมากก็มาจากลูกของเหล่าขุนนางเสียส่วนมากกลับแบ่งออกมาเป็นสองกลุ่มคือกลุ่มแรกที่ยอมรับในตัวเขากับกลุ่มที่สองยังคงไม่พอใจที่ลิซาร์ดแมนเช่นเขาสามารถก้าวขึ้นมาเป็นรองหัวหน้าองครักษ์ได้...

ไม่สิต้องบอกว่า”เป็นหนึ่งในรองหัวหน้าองครักษ์”ต่างหาก...

แต่ด้วยฝีมือของเขาทำให้ถึงจะมีคนที่ไม่ยอมรับฟังคำสั่งแต่ก็ไม่กล้าหาเรื่องด้วยเช่นเดียวกัน-ทำได้แต่แค่ลองขัดคำสั่งหรือไม่ก็แกล้งทำงานอย่างไม่เต็มใจเท่านั้น...

ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ช่วยไม่ได้และไลเรสก็ไม่คิดที่จะแก้ไขด้วย เพราะการที่ไลเรสได้นั่งพักเฉยๆโดยที่ไม่ต้องทำอะไรก็เป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว...

เพราะถึงทุกคนจะไม่ทำตามที่เขาสั่ง-แต่ก็ยังทำตามหน้าที่อย่างเต็มที่ที่ได้รับ...ส่วนที่เหลือหากมีอะไรที่เขาเห็นว่า”น่าเป็นห่วง”ยังมีคนที่พอจะยอมทำตามให้อยู่ การได้สั่งให้คนที่ต่อต้านยอมทำงานให้หรือหาเรื่องจึงเป็นเรื่องที่ไร้สาระเป็นที่สุด-สู้เอาเวลามานั่งหายใจทิ้งไปวันๆดีกว่า...

“วันนี้รองหัวหน้าจะซ้อมดาบมั้ยครับ”

เพนนี่ที่เป็นทหารองครักษ์ที่ไปปลุกยังไลเรสเมื่อเช้ายังรับหน้าที่เป็นผู้ช่วยของเขาด้วย-ซึ่งเฟเทียร์ที่รู้ดีถึงเหล่าทหารองครักษ์แบ่งเป็นสองหกลุ่มจึงได้จัดมาให้เป็นผู้ช่วยเหลือเขาในการทำงานถึงกับยิ้มออกมาด้วยความหวัง เพราะเขาที่มีฝีมือที่ค่อนข้างจะด้อยที่สุดในกลุ่ม-แต่ดีที่มีความรู้ทางด้านวิชาการอยู่บ้างจึงชื่นชมยังไลเรสที่จัดว่า”มีฝีมือเป็นอันดับสองของเหล่าองครักษ์”เป็นอย่างยิ่งและอยากที่จะให้เขาช่วยสอนวิชาการต่อสู้ให้จึงเอ่ยปากอยากให้เขาฝึกสอน

“เฮ้ย...”

ไลเรสที่ถอนหายใจกลับกล่าวออกมาว่า

“...อาการร้อนๆแบบนี้ไม่อยากออกเหนื่อยเลย”

เพราะการต่อสู้กับเหล่าทหารองครักษ์นอกไปจากจะเสียเหงื่อไปเปล่าๆแล้วยังเป็นอะไรที่ไร้ประโยชน์กับตนเองด้วย...

ด้วยฝีมือที่แตกต่างกันไปกลับเหมือนจะเป็นว่า”เขาไปรังแกคนอ่อนแอเสียมากกว่า”และอีกอย่างวิชาดาบของเขาที่เน้นยังความเร็วและทรงพลังในการฟาดฟันก็ไม่เหมาะสมกับเพนนี่ที่มีตัวเล็กและอายุน้อยด้วย...

สำหรับคนที่ไม่เคยผ่านยังการต่อสู้ที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาก่อน-ไม่มีความดุดันพอที่จะใช้ไหวหรอก กับเพลง
ดาบและวิชาการต่อสู้ที่ไม่สนใจชีวิตนี้...

“แต่ว่า...”

เพนนี่คล้ายกับมีท่าทีไม่ยินยอมสักเท่าไหร่...ไลเรสที่รู้วิธีรับมือกับพวกเด็กที่ดื้อรั้นเช่นนี้ดีจึงกล่าวออกไปว่า

“ได้...ได้...ได้...”

แล้วเขาจึงสอนส่งๆไปว่า

“...งั้นวันนี้แกก็ลองฝึกฟาดดาบสักพันครั้งแล้วกัน”

“พันครั้ง”

“แค่นี่ก็ทำไม่ได้หรือ”

ไลเรสที่เห็นยังเสียงของอีกฝ่ายเหมือนกับมีท่าทีสงสัยจึงกล่าวดักออกไปทำเอาเพนนี่ได้แต่ร้องถามออกไปว่า

“แล้วฟาดยังได้ล่ะครับ”

“ฟาดไปเถอะ...”

ไลเรสที่อ้าปากหาวออกมาอย่างเซ้งๆยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...พอลองฟาดไปสักร้อยครั้งก็จะเริ่มรู้เองแหละน่า”

“จริงหรือครับ”

“ถ้าไม่เชื่อไม่ต้องทำก็ได้”

“ครับ...ครับ...”

เพนนี่ที่ได้ยินจึงรับตอบรับพร้อมทั้งเริ่มฟาดดาบทันที

“...หนึ่ง...สอง...สาม...สี่...”

“หาว...”

ไลเรสจึงหาวออกไปอีกครั้งก่อนที่จะหลับตาลงไปราวกับไม่สนใจถึงเพนนี่ที่ฟาดดาบตามที่เขาสั่ง เพราะรู้ดีว่า”เมื่อฟาดดาบออกไปถึงจุดหนึ่ง”ร่างกายของเพนนี่จะบอกเองว่า”ควรที่จะฟาดดาบยังไง”...

มีแต่ร่างกายของตนเท่านั้นที่สามารถบอกได้-มิใช่ผู้อื่น...

...สิ่งที่เขาทำได้คือแนะนำเท่านั้น-มิให้ออกคำสั่ง

“นี่ถอยไปได้แล้ว...”

อยู่ๆกลับมีเสียงของหญิงสาวดังก้องขึ้นมาปลุกยังไลเรสที่เหมือนกับกำลังหลับสบายว่า

“...พวกเราจะฝึกดาบกัน”

“ครับ...ครับ...ครับ”

ไลเรสที่ลืมตาขึ้นมาเห็นยังเพนนี่รีบหยุดฟาดดาบแล้วรีบเดินหลบยังกลุ่มของเหล่าทหารองครักษ์หญิงที่กำลังเดินเข้ามายังลานฝึกเหมือนกับจะยึดยังพื้นที่เอาไว้...หนึ่งในนั้นยังส่งเสียงไล่ยังองครักษ์ชายว่า

“รีบไปเร็วๆสิ...เกะกะ”

“ได้ครับ...”

เหล่าองครักค์ชายที่เหลือแม้จะมีสีหน้าที่เจ็บใจอยู่บาง-แต่ก็จำเป็นต้องรีบหลบออกมายืนมองดูยังเหล่าองครักษ์หญิงฝึกซ้อมทันที ทำเอาไลเรสทราบได้ดีว่า”พวกผู้ชายที่นี่คล้ายกับยังถูกจัดให้อยู่ต่ำกว่าเหล่าหญิงสาวเสียอีก”...

ถึงแม้จะเป็นเหล่าลูกท่านหลานเธอเหมือนกัน...

“เปรี้ยง...เปรี้ยง...”

ไลเรสที่เหล่สายตาจ้องมองไปยังสาวๆที่ฝึกดาบถึงกับต้องถอนหายใจออกมาว่า

“...ช่างน่าเป็นห่วงจริงๆ”

เพราะโดยรวมแล้วเหล่าองครักษ์หญิงกลับดูฝีมือน่าเป็นห่วงยิ่งกว่าผู้ชายเสียอีก ทั้งๆที่ร่างกายส่วนมากไม่ค่อยจะมีแรง-แต่กลับเน้นที่การประทะมากกว่าความเร็ว เลือกที่จะโจมตีมากกว่าจะพลิกแพลง...

ช่างเป็นการใช้ความถนัดที่มิเหมาะสมจริงๆ...

พอเอาเข้าจริงๆแล้วเหล่าทหารหญิงเหล่านี้พอต้องสู้จริงอาจจะไม่แตกพ่ายในช่วงแรก-แต่ก็คงไม่สามารถต้านได้นานไปหรอก...

“หมายความว่าไงกัน...”

เสียงที่ห้าวๆดังก้องขึ้นมาที่ด้านข้างของไลเรสจนต้องช้อนสายตาขึ้นไปมองเห็นยังฮาเดียที่ไม่ทราบว่า”มายืนกอดอกอยู่เมื่อไหร่”-เธอที่ใช้สายตาที่หาเรื่องยังส่งเสียงถามออกมาว่า

“...นายเห็นว่าพวกฉันฝีมือไม่เอาไหนหรือไง”

คำกล่าวของเธอทำเอาทุกคนที่อยู่ในลานฝึกนี้ต้องหันมามองเป็นตาเดียวทันที...ไลเรสที่ทราบดีว่า”ถ้าตอบผิดคงเป็นเรื่องแน่”-แต่เขาที่ไม่แคร์อะไรกลับกล่าวออกไปว่า

“ก็ตามนั้นแหละ”

“ชิ...”

ฮาเดียที่ได้ยินถึงกับเลิกคิ้วด้วยความไม่พอใจแล้วจับหอกชี้มายังไลเรสที่นั่งอยู่พลางส่งเสียงกล่าวท้าทายเขาออกไปว่า

“...ฉันเห็นนายขัดตามานานแล้ว...”

ทั้งยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...นายกล้าที่จะสู้กับฉันหรือเปล่า”

“ถ้าฉันชนะแล้วจะได้อะไร”

ไลเรสที่ทราบดีว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงการต่อสู้ครั้งนี้ได้”จึงร้องถามออกไป เพราะถ้าจะให้สู้เหนื่อยเปล่าๆ-เขาก็ไม่เอาด้วยหรอก...

“นายคิดว่าจะเอาชนะคมหอกของฉันได้หรือ”

ฮาเดียส่งเสียงถามออกไปด้วยความไม่สบอารมณ์ เพราะคำถามขออีกฝ่ายเท่ากับกุมยังชัยชนะเอาไว้แน่นอนแล้ว...ไลเรสที่ยิ้มพลางตอบกลับไปว่า

“หากรู้ว่าจะแพ้แล้วจะสู้ไปทำไม...”

เขาที่มองไปยังฮาเดียยังย้อนถามออกไปอีกว่า

“...หรือว่าเธอคิดว่าจะแพ้ฉัน”

“ได้หากนายชนะจะให้ฉันทำอะไรก็ได้...”

ฮาเดียที่คิดว่า”เธอไม่มีทางแพ้เช่นกัน”ยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกอย่างชัดเจนว่า

“...แต่ถ้านายแพ้จะต้องลาออกจากการเป็นรองหัวหน้าองครักษ์ไปซ่ะ”

“เฮ้ย...”

ไลเรสได้แต่ส่งเสียงถอนหายใจออกมาอย่างจนปัญญาได้คว้ายังขวานปลายหอกที่อยู่ใกล้ๆขึ้นมาฟาดบ่าแล้วก้าวเดินออกไปยังกลางลานประลองทันทีราวกับยอมรับยังข้อตกลงนี้...

ก่อนที่การประลองของทั้งสองจะเริ่มต้นขึ้นภายใต้สายตาของเฟเทียร์กับเอลซ่าที่กำลังจ้องมองลงมาจากหน้าต่างชั้นบน...

...ที่ด้านข้างของพวกเธอยังมีองค์หญิงเฟรย์ประทับอยู่ด้วย

หอก...

ถึงจะเป็นหอกเหมือนกันแต่มีความแตกต่าง...

หอกของฮาเดียเป็นหอกยาวที่เน้นการแทงด้วยความเร็วด้วยใบหอกที่เรียวยาว-ส่วนหอกของไลเรสกลับเป็นขวานปลายหอกที่เน้นไปการฟาดฟันมากกว่าการแทง

ถึงจะเป็นการดวลของการแทงและการฟัน-แต่นี่กลับเป็นการประลองของอาวุธยาวซึ่งส่วนที่สำคัญคือความยาวของหอกของฮาเดียที่ยาวกว่าได้ถูกทดแทนไปด้วยช่วงแขนที่ยาวกว่าของไลเรสจึงถือว่าทำให้ไม่ได้เปรียบเสียเปรียบกันมานัก

กับการประลองครั้งนี้ถึงกับสร้างยังความสนใจให้กับเหล่าองครักษ์ที่หลายที่อยู่วางๆในยามนี้ถึงกับต้องล้อมวงกันเข้ามาดู เหล่าทหารหญิงต่างส่งเสียงเชียร์ยังฮาเดียอย่างออกนอกหน้าในขนาดที่เหล่าผู้ชายยังคงแบ่งออกเป็นสองกลุ่มที่หนึ่งเชียร์ไลเรสอย่างออกนอกหน้ากับอีกฝ่ายแค่นิ่งเงียบไม่ร้องอะไรออกมา

“เข้ามาได้”

ไลเรสที่ยิ้มออกมาอย่างเบื่อหน่ายพลางจ้องมองไปยังรองหัวหน้าองครักษ์สาวพลางใช้มือซ้ายกวักมือเรียกโดยที่สะพายขวานหอกของตนไว้บนบ่าเหมือนกันไม่ใส่ใจอะไรนัก...แต่สำหรับฮาเดียแล้วกลับดูเหมือนกับเป็นการดูถูกเธอเป็นอย่างยิ่งถึงกับต้องเค้นเสียงออกมาด้วยความไม่พอใจพร้อมทั้งร้องออกมาว่า

“ระวัง...”

ฮาเดียส่งเสียงร้องเตือนออกมาพอเป็นวิธีพร้อมทั้งพุ่งร่างเข้ามาอย่างรวดเร็ว-แทงหอกใส่ยังไลเรสด้วยความเร็วถึง 3 ครั้งซ้อน...

“เฟียว...เฟียว...เฟียว...”

“...เปรี้ยง”

ไลเรสที่ก้าวถอยหลังไปครึ่งกายเพื่อสร้างยังระยะห่างกลับใช้ยังคมขวานตวัดฟันยังปลายหอกของฮาเดียเพียงครั้งเดียวที่สามารถหยุดยังการโจมตีของเธอได้อย่างไม่หนักหนาอะไร...

“ชิ...”

แต่ฮาเดียที่ไม่พอใจยังพุ่งเข้ามาอีกพร้อมทั้งตามด้วยการแทงหอกที่รวดเร็วและรุนแรงยิ่งอย่างไม่หยุดยั้ง เพราะการแทงที่รวดเร็วและรุนแรงคือจุดเด่นในเพลงหอกของเธอ

“เฟียว...เฟียว...เฟียว...”

แต่ไลเรสที่เห็นยังคมหอกที่แทงมากยิ่งแทงยิ่งรวดเร็วยิ่งคมกริบ-แต่เขาก็สามารถหลบมันได้อย่างง่ายดายราวกับมองเห็นยังปลายหอกและคาดเดาถึงจุดที่มันแทงออกมาได้อย่างง่ายดาย...

“...ฮือ...”

ยามเมื่อได้ยินยังเสียงเปลี่ยนลมหายใจของรองหัวหน้าองครักษ์สาวที่ปลดปล่อยออกมาพร้อมกับปลายหอกแล้วไลเรสทราบได้ดีถึงจังหวะเวลาที่ควรลงมือ...

“...เปรี้ยง”

เขาที่กวาดปลายขวานออกมาอีกครั้งปัดยังปลายหอกที่ไร้พลังของฮาเดียให้กระเด็นออกมาแล้วใช้ยังคมหอกฟาดไปยังลำคอของเธอราวกับจะยุติถึงกับต่อสู่ที่ไร้สาระนี้...

“เปรี้ยง...”

แต่ฮาเดียที่เป็นถึงรองหัวหน้าองครักษ์กลับมีฝีมือไม่ใช่น้อย-เธอที่ทราบถึงกับความผิดพลาดของการโจมตีกลับรีบทรุดกายลงพร้อมทั้งใช้ยังด้ามหอกรับถึงปลายหอกของไลเรสกลับตวัดยังคมหอกฟันใส่ยังเขาจากล่างขึ้นบนสวมมาหมายจะเผล็ดศึก...

“...เฟียว”

ไลเรสที่ถอยไปก้าวหนึ่งถึงกับสามารถหลบยังคมหอกได้อย่างหวุดหวิดราวกับต้องการทำการประเมินยังฝีมือของฮาเดียใหม่ เพราะถึงเขาอาจจะไม่จำเป็นต้องเอาจริงก็ตาม-แต่ถ้าประมาณเกินไปละก้อ...

งานนี้มีโอกาสที่จะเจ็บตัวแน่...

“หึ...”

ไลเรสเค้นเสียงออกมาเล็กน้อยพร้อมทั้งแววตาที่เปลี่ยนเป็นเอาจริง เพราะการบาดเจ็บน้อยที่สุดคือวิธีการต่อสู้ของเขา...

และไม่บาดเจ็บเลยเป็นดีที่สุด...

“ระวัง...”

ไลเรสกล่าวออกมาเพียงแค่นั้นก่อนที่ฮาเดียจะเห็นถึงร่างของลิซาร์ดแมนที่เบื้องหน้าพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วปานพริบตาพร้อมทั้งตวัดยังคมขวานฟาดมาใส่เธออย่างรวดเร็ว

“เปรี้ยง...”

ถึงฮาเดียจะสามารถรับคมขวานแรกได้...

“...เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง...”

แต่คมขวานที่ 2 , 3 , 4 กลับตามมาไม่ช้าในทิศทางต่างๆที่ต่อเนื่องอย่างไม่สิ้นสุด-แต่ฮาเดียก็ยังสามารถปักหลักใช้หอกในมือตั้งรับไปอย่างหมดจมจนไม่มีคมขวานได้สามารถทำอะไรเธอได้ไม่ว่าจะเป็นครั้งที่ 5 , 6 หรือ 7 ก็ตาม...

“...เฟียว...”

“หึ...”

ฮาเดียที่เค้นหัวเราะออกมาพลางถอยหลังหลบแทนการประทะด้วยหอกเช่นทุกครั้งกับการฟันที่เหมือนกับสุดแรงนี้พร้อมทั้งจ้องมองไปยังสีข้างของไลเรสที่เหมือนกับจะเป็นช่องว่าง...

แต่...

“...เฟียว...”

ฮาเดียกลับก้าวถอยไปอีกก้าวด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นถึงคมขวานของไลเรสที่ตวัดกลับมาตามที่เธอคาดได้พร้อมทั้งก้าวออกไปพร้อมทั้งแทงหอกใส่ยังหน้าอกของอีกฟาดอย่างสุดแรงราวกับจะเผล็ดศึกการต่อสู้ในครั้งนี้เสีย...

“เปรี้ยง...”

แต่อยู่ๆฮาเดียกลับเห็นถึงเงาสายหนึ่งตวัดฟาดใส่ยังคมหอกของเธอจนเบนออกไปถึงกับต้องร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ

“บ้าน่า...”

เพราะเธอไม่คาดคิดว่าคมขวานของไลเรสที่จะวนกลับมาเร็วถึงเพียงนี้ก่อนที่สายตาของเธอจะเห็นถึงสิ่งที่ปัดหอกของเธอกลับเป็นด้านขวานที่หมุนเป็นวงกลมก่อนที่ร่างของไลเรสจะก้าวเข้ามาแล้วใส่ยังปลายหอกส่วนของยอดขวานที่ห้วนกลับมาอีกครั้งฟาดยังลำคอของเธอ...

...

ในชั่วเสี้ยววินาทีที่ใครไม่ทันได้คาดคิดกลับทำให้ฮาเดียแพ้แล้ว...

เธอที่ถนัดการใช้หอกกลับใส่เพียงแค่การแทงเสียเป็นส่วนใหญ่ในขนาดที่ไลเรสถึงจะใช้อาวุธยาวเหมือนกับสามารถใช้ได้ทั้งส่วนที่เป็นปลายแหลมของหอก คมที่กว้างของขวานหรือส่วนที่เธอคาดไม่คิดถึงที่สุดกลับเป็นด้ามขวานหอกได้...

ลิซาร์ดแมนเชียวชาญยังอาวุธทุกสิ่ง...

...คำกล่าวนี้ไม่เกินไปเลย

“ชิ...”

แต่ก่อนที่ฮาเดียซึ่งไม่ยินยอมสักท่าไหร่จะได้กว่าอะไรออกไปท่ามกลางสายตาของเหล่าองครักษ์หญิงที่ไม่พอใจกลับจับดาบเตรียมที่จะลงมา เหล่าองครักษ์ชายที่เหมือนกับตกใจทำอะไรไม่ถูกกลับมีเสียงของเฟเทียร์ดังขึ้นมาว่า

“หยุดเดี๋ยวนี้...”

ยามเมื่อทุกคนหันมามองยังอัศวินสาวแล้วเธอจึงส่งเสียงกล่าวออกมาด้วยความไม่พอใจว่า

“...องค์หญิงกำลังทอดพระเนตรอยู่”

“ฮึม...”

ฮาเดียและเหล่าองครักษ์ที่หวาดสายตาจ้องมองไปเห็นยังองค์หญิงเฟรย์ที่ไม่ทราบว่ามาอยู่อยู่ที่ด้านของลานประลองเมื่อไหร่ถึงกับต้องรีบคุกเข่าลงไปทันที...ไลเรสที่เห็นถึงกับยังเฟเทียร์ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าขององค์หญิงเฟรย์กำลังเลิกคิ้วด้วยความไม่พอใจจ้องมองมายังเขาถึงกับหาวออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะคุกเข่าลงไปอย่างไม่คิดอะไร เพราะการปรากฏตัวของหญิงสาวกับองค์หญิงกลับทำให้สถานการณ์ที่กำลังจะเลวร้ายกลับจางหายไปในพริบตา...

หากไม่ต้องสู้เป็นดีที่สุดกำลังเขาเช่นกัน...

“...”

แต่ฮาเดียกลับไม่คิดเช่นนั้นกลับใช้ยังสายตาที่อาฆาตจับจ้องมองมายังลิซาร์ดแมนหนุ่มที่เบื้องหน้า เพราะนอกจากอีกฝ่ายจะมอบยังความพ่ายแพ้ที่ไม่ยินยอมให้กับเธอแล้ว...

ยังทำให้เธอต้องรู้สึกอัปยศต่อหน้าขององค์หญิงเฟรย์...

...ยิ่งในสายตาของหญิงสาวด้วย
--------------------------------

“บ้าชะมัด...”

ฮาเดียที่นั่งดื่มเหล้าอยู่หน้าห้องพักสำหรับรองหัวหน้าหน่วยองครักษ์ในส่วนของผู้หญิงพลางส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นว่า

“...ฉันไม่ยอมรับหรอก...”

“เอาน่า...เอาน่า...”

เอลซ่าที่นั่งดื่มเป็นเพื่อนคอยปลอบใจยังฮาเดียที่แพ้การประลองกลับคอยรินเหล้าองุ่นให้กับอีกฝ่ายที่เป็นเพื่อนร่วมห้องของเธอพลางกล่าวออกไปว่า

“...ให้มันแล้วไปแล้วเถอะ”

“ฉันไม่ได้แพ้ซะหน่อย...”

ฮาเดียที่ดื่มยังเหล้าลงไปอีกแก้วยังกระแทกแก้วเหล้าด้วยความไม่พอใจส่งเสียงร้องออกมาว่า

“...ไอ้บ้านั่นมันโกง”

เพราะการที่ไลเรสใช้ยังด้ามขวานหอกโจมตีใส่เธอถือว่า”ผิดกติกาในการต่อสู้”...แต่เอลซ่าที่ทำหน้าสงสัยกลับร้องถามออกไปว่า

“แต่ใช้ด้ามหอกมันก็ไม่ผิดกฏไม่ใช่หรือ”

“...”

ฮาเดียที่ได้ยินถึงกับนิ่งเงียบลงไปเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวต่อไปว่า

“...แต่โดยทั่วไปแล้วเขาไม่มีใครเขาให้ด้ามหอกโจมตีหรอก การประลองของอัศวินจะต้องต่อสู้กันด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมต่างหากถึงจะสมเกียรติ์ของอัศ...”

“เธอแพ้แล้ว...”

น้ำเสียงของเฟเทียร์ดังขึ้นมาขัดยังคำพูดของฮาเดียทำเอาทั้งสองที่ได้ยินต้องรีบหันไปมองอย่างลืมตัวแล้วลุกขึ้นหมายจะทำความเคารพทันทีเพียงแต่หญิงสาวกับส่ายหน้าห้ามเอาไว้-เธอยังกล่าวออกมาอีกว่า

“...ไม่ต้องทำความเคารพหรอก-ฉันแค่บอกพวกเธอแล้วไม่ใช่หรือว่าเวลาพักให้ทำตัวตามปกติ”

เพราะถึงเฟเทียร์จะเป็นหัวหน้าของทั้งสองแต่ก็เป็นเพื่อนรักที่สนิทกันด้วย...ฮาเดียที่ได้ยินถึงกับทรุดนั่งลงไปพร้อมทั้งร้องถามออกมาว่า

“เธอหมายความว่าไงกัน”

“ใจเย็นๆน่า-ฮาเดีย”

เอลซ่าต้องรีบส่งเสียงร้องห้ามออกไป เพราะกลัวฮาเดียในยามนี้จะโวยวายจนทำเอาเฟเทียร์ไม่พอใจอีกคน...แต่เฟเทียร์ที่คล้ายกับทราบยังนิสัยของอีกฝ่ายเป็นอย่างดีกลับหยิบยังแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มเล็กน้อยก่อนที่จะใช้ยังสายตาที่เย็นชาจ้องมองไปยังฮาเดียแล้วกล่าวออกไปว่า

“ถ้าเป็นในสนามรบหากศัตรูเอาด้ามหอกปัดหอกเธอแล้วเธอจะบอกว่าพวกนั้นไม่เคารพเกียร์ของอัศวินหรือไง”

“...”

เมื่อเห็นยังฮาเดียนิ่งเงียบไม่พูดอะไรไม่ออกเธอที่ยิ้มออกมาอย่างขี้เล่นแล้วยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“แล้วอีกอย่างไลเรสก็ไม่ใช่อัศวินด้วย...”

เพราะอีกฝ่ายกลับเป็นเพียงแค่นักรบคนหนึ่งเท่านั้น...

...นักรบที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะโดยไม่เลือกวิธี

เฟเทียร์ยิ้มอกมาอีกครั้งอย่างดีใจ เพราะเธอกำลังต้องการยอดนักรบเช่นนี้อยู่เหมือนกัน...

ถึงเธอและฮาเดียจะเก่งจนสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้นับสิบๆได้ก็ตาม-แต่ถ้าพูดถึงการฆ่ากันในสนามรบแล้วเธอก็ไม่มั่นใจว่า”จะสังหารยังอีกฝ่ายได้หรือไม่”...

“ว่าแต่ว่า...”

เอลซ่าที่เห็นยังทั้งสองเงียบไปจึงร้องถามยังหญิงสาวออกไปด้วยความสงสัยว่า

“...เธอมาที่นี่มีธุระอะไรกับพวกเราหรือเปล่า”

โดยปกติแล้วเหล่าองครักษ์ทั้งหลายจะพวกพักในหอพักโดยแบ่งออกเป็นฝั่งชายและฝั่งหญิง สำหรับเหล่าพลทหารจะพวกอยู่รวมกันห้องหนึ่งประมาณ 4 ถึง 5 คน แต่สำหรับรองหัวหน้าหน่วยเช่นฮาเดียกับเอลซ่าจะมีห้องพักที่ใหญ่และสบายกว่าเหล่าองครักษ์ทั่วไปนิดหน่อยและอาศัยอยู่ห้องล่ะ 2 คน...

ส่วนเฟเทียร์ที่เป็นหัวหน้าของหน่วยองครักษ์กลับมีห้องส่วนตัวอยู่ชั้นบนของปราสาทซึ่งอยู่ติดกับห้องขององค์หญิงและห้องประชุมของเหล่าทหารองครักษ์เพื่อสะดวกในการทำงานวางแผนและอารักขา-จึงน้อยครั้งถ้าไม่มีอะไรเธอก็จะไม่ค่อนลงมายังชั้นล่างที่เป็นที่พวกของเหล่าองครักษ์เท่าไหร่นั้น...

...สำหรับองครักษ์ชายจะไปอาศัยอยู่ในป้อมริมกำแพงโดยที่มีเพียงไลเรสคนเดียวที่มีห้องส่วนตัว-ส่วนคนอื่นๆก็อาศัยอยู่ร่วมกับห้องล่ะ 4 ถึง 5 คนเช่นกัน

“หึ...”

เฟเทียร์ที่ยิ้มออกมาเล็กน้อยกลับกล่าวออกมาว่า

“...พรุ่งนี้เรามีงานด่วนเข้ามาน่ะสิ”

“หา...”

เอลซ่าส่งเสียงร้องออกมา-ทั้งเธอและฮาเดียกลับจ้องมองไปยังหญิงสาวด้วยความสงสัยราวกับกำลังรอคอยให้เธอบอกออกมา...
---------------------------------------

งานหลักๆของไลเรสที่เป็นรองหัวหน้าองครักษ์ก็ไม่มีอะไรมาก แค่ตรวจว่า”มีองครักษ์มาทำหน้าที่ครบหรือไม่”มีใครขาด ลามาสายบ้างหรือเปล่า...หากมีใครไม่มาก็จัดหรือคนมาแทนก็เป็นอันจบ

ตราบใดที่อยู่ในปราสาทแห่งนี้ไม่มีอะไรที่ต้องน่าเป็นห่วง...

...ถ้าอยู่น่ะ

เพราะวันนี้องค์หญิงเฟรย์ต้องเสร็จออกมานอกปราสาททำเอางานที่ดูเหมือนจะสบายของไลเรสต้องลำบากขึ้นมา-เขาที่โดนยังเพนนี่มาบุกแต่เช้าให้ตรวจแถวองครักษ์แล้วควบยังม้านำหน้าขบวนเสร็จขององค์หญิงออกเดินทางไปยังวิหารเอริออนที่อยู่ทางทิศตะวันออกของปราสาท...

“หาว...”

ไลเรสที่อ้าปากหาวถึงกับต้องหันไปถามยังเพนนี่ที่เดินอยู่ข้างม้าของเขาว่า

“...นี่มันเรื่องอะไรกัน”

เพราะวันอาทิตย์ที่แสนสบายน่าจะเป็นวันหยุดเช่นนี้กลับต้องไปยังวิหารเอริออนที่อยู่ห่างออกไปจากปราสาทถึงราว 10 กว่ากิโลเช่นนี้

“ทุกวันอาทิตย์องค์หญิงจะต้องไปสวดมนตร์และทำพิธีล้างบาปเป็นประจำอยู่แล้ว”

“งั้นหรือ...”

ไลเรสรับคำออกมาจากเบื่อหน่ายพลางกวาดสายตาจ้องมองไปดูยังเส้นทางที่เฟเทียร์ควบม้านำหน้าไปกลับต้องร้องถามออกมาด้วยความสงสัยว่า

“...แต่ทิศที่เรากำลังมุ่งหน้านี่มันเป็นทางไปนอกเมืองไม่ใช่หรือ”

“หา...”

เพนนี่ที่ร้องออกมาด้วยความตกใจถึงกับบกวาดสายตาจ้องมองไปตามเส้นทางที่เหล่าทหารองครักษ์ทั้งหลายที่กำลังก้าวเดินออกไป-ซึ่งมันก็เป็นจริงอย่างที่ไลเรสว่า เพราะแทนที่จะเลี้ยวไปตามถนนทางด้านขวาเมื่อมุ่งไปยังวิหารเอริออน-แต่กลับมุ่งหน้าตรงไปยังประตูเมืองทางทิศเหนือที่อยู่ใกล้ๆแทนจึงร้องออกไปว่า

“...จริงด้วย...”

เขาที่พึ่งจะสังเกตเห็นถึงเหล่าทหารองครักษ์ที่รวมเดินทางในวันนี้กลับมีมากกว่าปกติถึงเท่านั้น-เพียงทิ้งยังพวกที่พึ่งเข้ากะกลางคืนไว้นอนพักผ่อนที่ปราสาทเท่านั้น...

ส่วนที่เหลือกลับรวมเดินทางในวันนี้หมดถึงกับร้องออกไปว่า

“...ถึงว่าวันนี้ทุกคนถึงได้มากันแทบทุกคน”

“หาว...”

ไลเรสที่หาวออกมาอีกครั้งเพียงส่ายหน้ากล่าวออกมาว่า

“...ช่างเถอะ”

แล้วปล่อยให้ม้าก้าวเดินออกไปอย่างไม่สนใจอะไรนักราวกับอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด เพราะต่อให้กะอีกแค่คุ้มกันยังหญิงสาวเพียงคนเดียวจะมีอะไรมากในภาวะที่บ้านเมืองที่สงบสุขเช่นนี้...

แต่สิ่งที่ไลเรสคาดไว้กลับผิดถนัด...

เพราะในยามนี้กลับเป็นยามที่คลื่นลมสงบก่อนพายุจะโหมกระหน่ำ...

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 22 มี.ค.58 เวลา 23:58:50 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ