Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

LIZARDMAN บทที่ 1 ยอดนักรบ...

ขอบคุณครับที่เปิดเข้ามาดู

LIZARDMAN

“ต่อให้ชนะร้อยสมรภูมิแล้วเป็นเช่นไร...หากหัวใจของข้าหาชนะไม่”
-----------------------

บทที่ 1 ยอดนักรบ...

ในบรรดาชนเผ่าทั้งหลาย...

มนุษย์ที่ครองยังความสมดุล เอลฟ์ที่ว่องไวและปราดเปรียว คนแคระที่แข็งแรงทรงพลัง แต่สุดยอดแห่งเผ่านักรบคือลิซาร์ดแมน...

ลิซาร์ดแมนคือยอดนักรบที่มีทั้งความฉลาด ความว่องไวและพละพลังตลอดจนสามารถเพลงดาบ หอกขวาน ธนูได้อย่างเชี่ยวชาญที่สุด เมื่อเทียบกับมนุษย์ในฐานะของนักรบแล้วเรียกได้ว่า”เก่งกว่าทุกอย่าง” ถ้าเปรียบกับเอลฟ์แล้วถือว่ามีพลังกำลังและความทนทานที่สูงกว่า หรือเมื่อวัดกับคนแคระก็ได้เปรียบด้านความเร็วและช่วงโจมตี...

แต่ลิซาร์ดไม่ใช่ไม่มีจุดอ่อน เพราะในชนเผ่าทั้ง 4 แล้วลิซาร์ดแมนจัดว่าโง่(พลังเวทย์)ที่สุดจนไม่สามารถเป็นจอมเวทย์ได้...

หากวัดลำดับค่าความรู้ต้องคนแคระ เอลฟ์ มนุษย์ก่อนจะถึงลิซาร์ดแมน...

ความฉลาดได้แก่เอลฟ์ คนแคระ มนุษย์ ลิซาร์ดแมน...

ความว่องไวคือเอลฟ์ ลิซาร์ดแมน มนุษย์ คนแคระ...

พลังและความอึดเป็นคนแคระ ลิซาร์แมน มนุษย์และเอลฟ์...

เมื่อดูแล้วเรากลับพบว่าลิซาร์ดแมนเหมือนไม่มีอะไรที่สุดยอดเลยนอกไปจากความชำนาญเรื่องอาวุธที่เป็นที่หนึ่ง ตามด้วยมนุษย์ คนแคระและเอลฟ์...

หากนับกันจริงๆแล้วชนเผ่าทั้ง 4 ถูกว่ามีข้อดีคนละอย่าง...

...มนุษย์มีความเก่งกาจของมนุษย์ เอลฟ์มีความสุดยอดของเอลฟ์ คนแคระมีความร้ายกาจของคนแคระและลิซาร์ดแมนก็มีความน่ากลัวของลิซาร์ดแมน...

แต่หากสู้กันจริงแล้วลิซาร์ดแมนกลับเป็นผู้ที่สามารถเอาชัยชนะได้เป็นคนสุดท้าย เพื่อความเท่าเทียมกัน เพราะเจ้าจึงสร้างให้มนุษย์มีจำนวนมากที่สุดและอาศัยอยู่บนดิน ให้คนแคร์มีจำนวนรองลงไปได้อาศัยอยู่ใต้ดิน ส่วนพวกเอลฟ์ที่มีจำนวนน้อยกว่าอาศัยอยู่ตามป่าเขาและลิซาร์ดที่มีจำนวนน้อยที่สุดกลับต้องไปอาศัยอยู่ในถ้ำตามภูเขาไฟหรือหิมะที่ทั้งแห้งแล้งและกันดาร...

และนี่คือเรื่องราวของสุดยอดนักรบผู้เก่งกาจและกล้าหาญ...

"เฮ่"

ท่ามกลางเสียงร้องของผู้คนมากมายที่ดังก้องกังวานขึ้นมาอย่าไม่หยุดยั้งหลังจากการต่อได้สิ้นสุดลไปพร้อมทั้งร่างของนักรบผู้หนึ่งที่ล้มลงไปนอนกองอยู่กับพื้น

ไลเรสที่กวาดสายตามองไปยังรอบๆลานประลานถึงกับเค้นรอยยิ้มออกมาอย่างเบื่อหน่าย เพราะกับการประลองที่ไร้ความน่าสนใจเช่นนี้-มันไม่สร้างยังความรู้สึกอะไรให้กับเขาสักเท่าไหร่

กับการประลองที่เหมือนกับจะรู้ผลอยู่แล้วระหว่างมนุษย์กับลิซาร์ดาแมนนี้-แต่กับการที่เขาต้องมาเข้าร่วมประลองนี้ เพราะมันคืออาชีพ...

เขาที่เป็นลิซาร์ดแมนที่มีร่างกายที่สูงและแข็งแรงกว่ามนุษย์จึงสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้ง่ายๆจึงจับเอาดาบที่เรียวยาวราว 2 เมตรเก็บเข้าไปที่ข้างเอวแล้วหันกายเข้าไปยังห้องพักทันที เพื่อรอคอยยังการประลองรอบต่อไปที่เป็นรอบชิงอย่างเบื่อหน่าย เพราะไม่ว่าคู่ต่อสู้จะเป็นใครก็ไม่สำคัญหรอก...

การที่มนุษย์สามารถจะเอาชนะยังลิซาร์ดแมนด้วยเพลงอาวุธมันก็ยากพอๆกับให้ลิซาร์ดแมนใช้เวทมนตร์นั่นแหละ...
-----------------------------------------

...

“เฮ่...”

แต่ยังไม่ทันที่ไลเรสจะได้นั่งพักหายเหนื่อยกลับได้ยินยังเสียงร้องลั่นขึ้นมาราวกับการประลองอีกคู่จบลงไปแล้วทำเอาเขาที่ทราบดีถึงหน้าที่ที่จะก้าวเดินออกไปยังการประลองครั้งสุดท้ายเพื่อเก็บเกี่ยวผลชัยชนะและเงินรางวัลที่เป็นดั่งค่าแรงประจำวันกลับบ้าน....

แต่...

“ขอเวลาเดี๋ยว”

อยู่ๆก่อนที่ไลเรสจะเดินออกไปกลับถูกยังนายทหารที่เป็นเหมือนกับเจ้าหน้าที่ลานประลองเข้ามาขว้างเอาไว้
ทำเอาเขาต้องร้องถามออกไปว่า

“มีอะไรหรือ-แวน...”

เขาที่รู้จักดีกับอีกฝ่ายที่อายุราวๆ 40 ถึง 50 ปีจึงร้องถามออกไปว่า

“...แกคงไม่ได้แทงข้างฉันหรอกน่ะ”

เพราะถึงจะแทงพนันข้างเขาไปก็ใช่จะได้เงินมากมายอะไรนัก เพราะสำหรับลิราซ์ดแมนเช่นเขาแล้วมีอัตราต่อรองแค่ 0.5 เท่านั้น

“ไม่ใช่หรอก-เรส...”

อีกฝ่ายที่เรียกยังเขาด้วยชื่อที่สนิทสนม เพราะคนที่ทำงานเป็นคนดูแลลานประลองกับอีกฝ่ายก็ลงประลองทุกนัดอย่างสม่ำเสมอไม่ขาดจะสนิทกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก...

เพราะถ้าขาดก็ไม่มีเงินใช้สิ...

แวนที่กวาดสายตาจ้องมองไปรอบๆดูว่า”ไม่มีใคร”อย่างมีลับลมคมในเมื่อแน่ใจแล้วจึงกระซิบกับไลเรสใกล้ๆอย่างเบาๆว่า

“...มีคนอยากให้แกแพ้น่ะ”

“งั้นหรือ...”

ไลเรสที่ทราบดีว่า”มีคนต้องการให้เขาล้มมวย”จึงถามออกไปว่า

“...เท่าไหร่ล่ะ”

“ห้าร้อย”

แวนส่งเสียงตอบออกมาอย่างทันทีด้วยสีหน้าที่ยินดีทำเอารับรู้ได้เลยว่า”มันจะต้องมีส่วนได้ส่วนเสียด้วยอย่างงามแน่นอน”...แต่ไลเรสที่ได้ยินถึงกับต้องเหล่ตาด้วยความสงสัยพลางร้องออกไปว่า

“นั่นมามากกว่ารางวัลชนะเลิศตั้งสองเท่าเชียวน่ะ”

เพราะรางวัลชนะเลิศในการในครั้งนี้แค่ 300 เหรียญเท่านั้น ทำเอาเขาทราบดีว่า”มันจะต้องมีเบื้องหลังที่น่ากลัวแน่นอน ส่วนอัตราต่อรองในการพนั้นก็ไม่น่าจะใช่...

หากเขาชนะน่าจะทำให้เจ้ามือจ่ายน้อยกว่าไม่ใช่หรือ...

“เป็นคนใหญ่คนโตน่ะ...”

แวนที่ยิ้มออกมาอย่างอันใจยังกล่าวออกมาอีกว่า

“...งานนี้ฉันแค่ทำตามคำสั่งเท่านั้น”

“งั้นหรือ...”

ไลเรสที่พยักหน้าอย่างเข้าใจถึงกับทราบดีว่าสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการนั้น-มันมากกว่าเงินทองจึงเผลอกล่าวออกมาอย่างเฉื่อยชาว่า

“...เกียรติยศสิน่ะ”

“แกตกลงใช่มั้ย”

แวนส่งเสียงถามออกไป เพราะด้วยข้อเสนอที่ให้ล้มมวยเช่นนี้ถ้ารวมกับเงินรางวัลรองชนะเลิศแล้วคือ 700 เหรียญเชียวน่ะ-ซึ่งเขาไม่น่าจะปฏิเสธ...แต่ไลเรสที่ยิ้มออกมานิดๆกลับกล่าวออกมาว่า

“ไว้ดูอารมณ์ก่อนแล้วกัน”

ก่อนที่เขาจะก้าวเดินออกไปสู่ลานประลองยังรอบชนะเลิศยังเบื้องหน้าด้วยอารมณ์ที่ผิดปกติเล็กน้อย ทั้งๆที่การประลองนี้มันน่าจะเหมือนกับทานอาหารเช้าเท่านั้นไม่ใช่หรือ...
---------------------------------

“ผู้ชนะเลิศครั้งที่แล้วไลเรสก้าวเข้าสู่สนามแล้วครับ-ท่านผู้ชม”

“เฮ่...”

ท่ามกลางเสียงร้องของกรรมการก็ตามาด้วยเสียงดังลั่นของคนดูที่รอคอยยังลานประลองพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังผู้ชนะครั้งที่แล้วซึ่งเป็นลิซาร์ดแมนผิวสีน้ำเงินอ่อนกลางระหว่างสีน้ำเงินเข้มกับสีฟ้าร่างสูง 2 เมตร ที่สวมใส่ยังเสื้อกั๊กไร้แขนสีดำ กับกางเกงยาวขาสีเดียวกัน สวมรองเท้าหนังสีดำ ที่ข้างเอวยังสะพานดาบที่เรียวยาวเอาไว้พลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังคู่ต่อสู้ที่กำลังรองอยู่เบื้องหน้าด้วยความตกใจ...

เพราะอีกฝ่ายกลับเป็นหญิงสาว...

ไม่สิ...ต้องบอกว่าเป็นอัศวินสาวต่างหากล่ะ...

เธอเป็นหญิงสาวผมสีทองยาวถึงต้นขา ดวงตาเรียวกลมโตสีเขียวมรกต รับกับคิ้วที่เรียวสวย จมูกที่โด่งเป็นสัน ริมฝีปากที่บอบบางสีชมพูอ่อนๆ ใบหน้าเรียวสวยรูปใข่ สูงราวๆ 175 เซน

สวมใส่อยู่ในชุดเสื้อแขนยาวสีฟ้าอ่อน กางเกงขายาวสีขาว สวมใส่ยังเกราะปกป้องหน้าอก บ่า ท่อนแขน และรองเท้าสีน้ำเงินขอบสีแดงของอัศวินชั้นสูง ที่ด้านหลังยังมีผ้าคลุมสีแดงที่มีตราของตระกูลเป็นรูปมังกรสีน้ำเงินทำเอาไลเรสทราบว่า”เธอเป็นอัศวินของตระกูลมังกรสีน้ำเงินที่สูงส่ง”... ที่ข้างเอวซึ่งไร้เกราะกลับคาดยังเข็มขัดสีน้ำเงินที่มีสายลัดที่ขาขวาซึ่งคาดยังเรเปียร์สีน้ำเงินเอาไว้....

กำลังใช้ยังสายตาที่เย็นชาและดูถูกยังเขาจ้องมองมาสบยังสายตาของไลเรสพอดี ซึ่งไลเรสก็ได้แต่ยิ้มออกมาอย่างเซ้งๆเท่านั้น เพราะพวกขุนนางชั้นสูงมักไม่ค่อยเห็นหัวของคนชั้นต่ำเช่นตนอยู่แล้ว...

และยิ่งเป็นลิซาร์ดแมนด้วย...

ยิ่งสร้างยังความไม่สบอารมณ์ให้กับไลเรสเป็นอย่างยิ่งจนอยากจะเอาชนะยังอีกฝ่าย เพราะความสะใจสักครั้งโดยไม่สนใจยังเงินทองหรือเกียรติยศใดๆ เพราะอย่างจะสั่งสอนยังพวกชนชั้นสูงและผู้หญิงที่ยิ่งยโสเช่นนี้ให้กลับไปใช้ชีวิตอย่างสวยงามอยู่ในคฤหาส์นหลังใหญ่ๆมีชีวิตอย่างสวยหรูและโลกแห่งความฝัน ส่วนหน้าที่สงครามแนวหน้าและการต่อสู้เป็นตายให้กับชนชั้นต่ำเช่นพวกเขาแทน...
-------------------------------------

เกิดในตระกูลชนชั้นสูงแล้วทำไม...

เป็นผู้หญิงแล้วเป็นเช่นไร...

ไม่ใช่บุรุษแล้วมีอะไร...

เป็นคำถามที่ถามขึ้นมาในใจของเธอมากมาย...

เป็นเพราะเธอคือเฟเทียร์ ฟาริเอก้าหรือ...

...ไม่ใช่หรอก เพราะเธอคือบูลไอด์ดรากอนต่างหากล่ะ

เมื่อคิดได้แล้วมือที่จับด้ามดาบจึงกุมมั่นพร้อมทั้งสาดยังสายตาที่เห็นเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่นและมุ่งมั่นจ้องมองไปยังคู่ต่อสู้ที่ก้าวเดินมาหยุดยั้งเบื้องหน้าอย่างไร้ถึงความกลัวเกรงใดๆ...

ถึงเขาจะเป็นผู้ชนะเลิศครั้งที่แล้วก็ตาม...

จะเป็นลิซาร์ดแมนหรือไม่...

...เธอมีแต่ต้องชนะเท่านั้น

เพราะการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อชื่อเสียง เกียรติยศหรือสิ่งอื่นใดนอกไปจากความจงรักภักดีต่อองค์หญิงที่มอบยังความไว้ใจให้กับเธอ...

ชัยชนะครั้งนี้คือใบเบิกทางไปสู่ความปลอดภัยขององค์หญิงเท่านั้น

“เริ่มได้...”

เมื่อเสียงของกรรมการบอกก็ทำเอาเธอพุ่งออกไปทันทีอย่างไร้ถึงความเกรงกลัวใดๆ...
------------------------------------

“อัศวินหรือ”

ไลเรสที่กวาดสายตามองไปยังหญิงสาวที่เบื้องหน้าถึงกับกำหนดยังรูปแบบของยุทธวิธีออกมาทันที เพราะเห็นถึงดาบที่ข้างเอวกับโล่ในที่ลำแขนซ้ายก็พอจะเดาได้...

เธอคงจะเน้นยังการตั้งรับด้วยโล่ในมือซ้ายและอาศัยยังเรเปียร์ที่รวดเร็วเผด็จศึกอย่างแน่นอน การเอาชนะเธอคือต้องจัดการยังโล่ในมือซ้ายก็เป็นอันจบ-ช่างง่ายดายเหมือนกับทานข้าวเช้าเสียจริงๆ...

“เริ่มได้...”

ทันทีเมื่อได้ยินยังเสียงของกรรมการ...

...

อัศวินสาวที่มาปรากฏตัวยังเบื้องหน้าทันทีทำเอาไลเรสที่แทบจะมองไม่ทันถึงกับต้องร้องออกมาด้วยความตกใจ

“ฮึม...”

ก่อนที่จะเห็นถึงปลายแหลมของเรเปียร์สีฟ้าราวกับสายธารพุ่งเข้ามายังใบหน้าของเขาทันที...

“เปรี้ยง...”

ถึงเขาจะสามารถเอาดาบขึ้นมารับสกัดยังการโจมตีที่รวดเร็วนี้ได้-แต่นั่นมันไม่ใช่ฝีมือหรือสัญชาตญาณเลย...
มันเป็นโชคเสียมากกว่า...

“...เฟียว”

และคมดาบที่สองที่ตวัดออกมากลับตัดยังชายเสื้อของไลเรสจนขาดออกไปเป็นทางทำเอาผิวหน้าอกสีขาวนวลแทบจะเป็นรอยแผล-ทิ้งยังความเย็นยะเยือกเอาไว้เป็นทางให้ทำเอาไลเรสจ้องลอบกลืนน้ำลายลงไป เพราะด้วยความเร็วเช่นนี้ก็แทบจะไม่ต้องอาศัยยังกลโกงใดๆอีกแล้ว...

“ทำไมถึงต้องจ่ายเงินล้มมวยด้วยน่ะ”

ไลเรสครุ่นคิดส่วนครุ่นคิด เพราะไม่มีเวลาให้โต้ตอบกลับไปนอกไปจากตั้งรับยังดาบที่ 3 , 4 และ 5 ที่ติดตามราวกับสายฟ้า...

“ชิ...”

ไลเรสเค้นเสียงออกมาอย่างไม่พอใจ เพราะปล่อยต่อไป-เขาต้องแพ้อย่างแน่นอนจึงยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์นิดพลางจับจ้องมองไปยังปลายดาบเรเปียร์ที่ทางตรงมายังหัวใจเขา...

“ฉึก...”

เสียงของดาบแทงทะลุเข้าไปในเนื้อพร้อมทั้งรอยยิ้มของไลเรส เพราะสิ่งที่ปลายเรเปียร์แทงเข้าไปมันไม่ใช่หัวใจ-แต่เป็นเนื้อ...

“เมื่อหลบไม่ได้ก็ต้องรับ...”

ไลเรสร้องตะโกนออกมาอย่างผู้ชนะเมื่อสามารถหยุดยั้งดาบเรเปียร์ได้พลางรีบตวัดยังดาบฟันออกไปอย่างสุดแรงใส่ยังร่างของเฟเทียร์ที่เบื้องหน้าทันที-ถึงจะเห็นยังเธอที่ยกลำแขนซ้ายที่มีโล่ขึ้นมารับก็ตาม เพราะด้วยเรียวแรงของผู้หญิงธรรมดาๆคงไม่สามารถรับยังการโจมตีนี้ได้หรือ...

เมื่อแขนซ้ายของเธอกระเด็นออกไป-ดาบต่อไปนั่นก็คือชัยชนะของเขาแล้ว...

“เปรี้ยง...”

เสียงคมดาบฟันใส่โล่อย่างดังลั่นท่ามกลางความตกใจของไลเรส เพราะแขนซ้ายของเฟเทียร์กลับมิได้กระเด็นออกไปอย่างที่คิด...

“...”

ดาบของเขาที่ฟันออกไปถึงกับหยุดนิ่งลงไป เพราะโล่ที่ยกขึ้นมารับอย่างนิ่งสงบ...

“หา...”

ไลเรสที่สังเกตเห็นถึงร่างของหญิงสาวที่กำลังยืนนิ่งอยู่ยังเบื้องหน้าถึงกับปรากฏยังประกายแสงสีเหลืองจางๆแห่งพลัง...

“...เวทมนตร์หรือ”

ไลเรสถึงกับต้องเลิกคิ้วด้วยความตกใจ เพราะอัศวินสาวที่เบื้องหน้าคล้ายกับมิใช่เพียงแค่อัศวินสาวธรรมดาแล้ว แต่อาจจะยังเป็นเมจิกไนท์(อัศวินเวทมนตร์)ด้วย...

แต่ไม่เท่าไหร่หรอก...

เพราะลิซาร์ดเช่นเขายังมีอาวุธที่สามารถพลิกสถานการอยู่...

“เฟียว...”

หางที่ทรงพลังยิ่งกว่าท่อนแทนหรือท่อนขาถึงกับหวดใส่ยังร่างของหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้าทันทีพร้อมทั้งประกายแสงสว่างสีเขียวแห่งความเร็วที่พายังเธอพุ่งหลบออกไปอย่างหวุดหวิดเพียงทิ้งยังรอยเสื้อที่ขาดออกเนื้อถึงหน้าท้องที่ขาวนวลเนียนเพียวสวยไร้ยังไข้มันส่วนเกินและริ้วรอยใดๆนอกไปจากรอยแดงช้ำจากการโจมตีจากปลายหางของไลเรสที่โจมตีเข้าใส่เท่านั้น...

ทั้งๆที่มันน่าจะเผด็จศึกได้...

“หางหรือ...”

เฟเทียร์ที่ถึงจะสามารถหลบได้แต่ก็ได้รับบาดเจ็บถึงกับเลิกคิ้วด้วยความไม่สบอารมณ์ เพราะเธอที่เร่งรีบไปกลับประมาณยังอีกฝ่ายซึ่งผิดกับมนุษย์ที่มีการโจมตีอื่นนอกไปจากมือและขา...

หางถือเป็นอาวุธที่ร้ายแรงและทรงพลังที่สุดของลิซาร์ดแมน-ซึ่งเธอที่เคยชินกับการต่อสู้กับมนุษย์จึงลืมนึกถึงไปจนแทบจะแพ้ไปจึงได้แต่กล่าวออกมาอย่างแผ่วเบาว่า

“...ไฮท์ไลฟ์”

แสงสว่างสีฟ้าปรากฏขึ้นมารอบๆตัวพร้อมทั้งรักษาอาการบาดเจ็บของเธอจนหายท่ามกลางความหนักใจของไลเรสพร้อมทั้งประกายแสงสีแดงที่อาบยังร่างของเฟเทียร์อีกครั้งที่พุ่งเข้าไปพร้อมทั้งฟันยังเรเปียร์ใส่ยังริซาร์ดแมนที่เบื้องหน้าทันที

“เปรี้ยง...”

คมดาบที่ประทะกันท่ามกลางความตกใจของไลเรสแทน เพราะถึงเขาจะสามารถรับยังการโจมตีนี้ได้ด้วยดาบและมือขวาของเขาถึงกับต้องเป็นฝ่ายกระเด็นออกไปแทน เพราะพลังทำลายของเฟเทียร์ที่อาบยังเวทเพิ่มพลังโจมตี...

“...เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง...”

เฟเทียร์ที่ไม่รอช้ารีบโจมตีอย่างต่อเนื่องทำเอาไลเรสที่รับดาบอย่างฉุกละหุกด้วยความตื่นตระหนก เพราะธรรมดาการโจมตีของหญิงสาวก็เร็วและรุนแรงอยู่แล้ว-ยิ่งเพิ่มยังเวทเพิ่มพลังและความเร็วยิ่งทำเอาการโจมตีของเธอแทบจะเป็นดุจสายน้ำอันทรงพลังที่ถาโถมทะลักทะลายมาอย่างต่อเนื่องและทรงพลังยิ่ง...

จนดาบเรเปียร์สายหน้าที่ตวัดกวาดจากปลายเท้าด้านล่างขึ้นมาทำเอาไลเรสที่ไม่มีทางเลือกต้องตวัดยังดาบที่เรียวยาวในมือฟันลงไปทันที เพราะถึงใช้แขนซ้ายหยุดยั้งการโจมตีนี้ก็คงจะต้องเสียสละแขนซ้ายไปจริงๆอย่างแน่นอนเลย...

“...เปรี้ยง”

เสียงที่ดังขึ้นมาพร้อมทั้งดาบที่เรียวยาวของไลเรสถึงกับต้องลอยกระเด็นทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อนที่จะปักลงไปยังปลายหินของลานประลองราวกับจะถึงบทสรุปของการประลองนี้แล้วพร้อมทั้งร่างและปลายเรเปียร์ในมือของเฟเทียร์ที่พุ่งเข้ามา...

“หึ...”

ไลเรสยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย เพราะถึงอาวุธในมือของเขาจะหลุดไป-แต่เขายังมีหางที่เป็นอาวุธสุดท้ายอยู่จึงตวัดมันฟาดใส่ยังหว่างเอวของหญิงสาวทันที เพราะไม่ว่าเธอจะหยุดหรือหลบก็มีเวลาให้เขาสามารถพุ่งเข้าไปหยิบดาบได้อีกครั้งหนึ่ง...

“โครม...”

หางฟาดออกไปใสยังเฟเทียร์อย่างรุนแรงทันที-แต่เฟเทียร์ถึงกับสามารถรับมันได้อย่างง่ายดายทันทีท่ามกลางความตกใจของไลเรส เพราะเธอที่อาบยังเวทมนตร์เพิ่มพลังและใช้โล่จึงสามารถรับได้อย่างง่ายดายพร้อมทั้งตวัดยังดาบฟันลงมายังหน้าต้นขาซ้ายของไลเรสทันที...

“อ๊าก...”

ไลเรสส่งเสียงร้องออกมาอย่างลืมตัวถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นมาอย่างไม่ทันคาดคิดก่อนที่จะตามด้วยขาขวาในพริบตาจนร่างถึงกับต้องทรุดลงไปทันที...

“...ควับ”

ยามที่เขากวาดสายตาขึ้นไปอย่างไม่ยอมสยบถึงเห็นถึงคมดาบที่ฟ้าอ่อนของเรเปียร์ฟาดมาที่ลำคอพร้อมทั้งประกายตาสีเขียวมรกตที่เย็นสายตาจับจ้องมองมาทันทีก่อนที่จะรู้สึกได้ถึงสมญาของหัวหน้าทหารงองครักษ์องค์หญิงคนใหม่ที่มีนามว่า“บูลไอด์ดรากอน”จึงได้แต่กล่าวออกไปว่า

“เธอเองหรือ”

“...”

คิ้วของเฟเทียร์ถึงกับเลิกคิ้วราวกับยอมรับถึงว่า”เป็นตัวเธอผู้เป็นจากของสมญา”ดังกล่าว-แต่สิ่งที่เธอร้องถามยังอีกฝ่ายออกไปกลับเป็น

“ยอมแพ้หรือไม่”

“เอ้ย...”

ไลเรสที่ถอนหายใจออกไป เพราะไม่ต้องการกล่าวจึงได้แต่ก้มหน้าลงไปราวกับยอมรับมันถึงความพ่ายแพ้ต่อเธอจริงๆ...

พ่ายแพ้ให้กับมนุษย์...

พ่ายแพ้ให้กับหญิงสาว...

มนุษย์ที่ถึงจะไม่เร็วและแข็งแกร่งเท่ากับริซาร์ดแมน แต่ด้วยสติปัญญาและพลังเวทกลับทำให้เป็นชนเผ่าที่น่ากลัวที่สุดบนพิภพนี้จริงๆ...

ถึงจะไม่ทุกคนก็ตาม...

เธอเป็นอัจฉริยะ-เธอเก่งจริงๆจนทำเอาไลเรสอดที่จะขบคิดด้วยความไม่เข้าใจไม่ได้ เพราะจากฝีมือและท่าทีที่เย่อหยิ่ง...

ทำไมถึงต้องจ่ายเงินล้มการประลองนี้ด้วย...

“ผู้ชนะเลิศคือหัวหน้าราชองครักษ์ประจำตัวขององค์หญิงรัชทายาท...”

กรรมการยังกล่าวต่อไปอย่างดังลั่นว่า

“...บูลไอซ์ดรากอน-ท่านเฟเทียร์ ฟาริเอก้า”

“เฮ่...”

ก่อนที่เสียงโห่ร้องของผู้ชมต่างดังกลบถึงทุกสิ่งร่วมทั้งความสงสัยของไลเรสลงไปในพริบตาหลงเหลือไว้เพียงความรู้สึกพ่ายแพ้ที่ยากจะยอมรับและเงินรางวัลปลอบใจที่มากกว่าเงินรางวัลชนะเลิศให้กับไลเรสเท่านั้น...
---------------------------

“แฮก...แฮก...”

เสียงหอบหายใจดังขึ้นมาอย่างหนักหน่วงราวกับกำลังรวบรวมพลังทั้งชีวิตกระหายมันออกมา มือที่สั่นเทาของไลเรสถึงกับจับลงไปยังด้ามดาบที่ปักอยู่บนพื้นอย่างไร้เรียวแรงที่จะชักหรือขยับเขยื้อนมันได้นอกไปจากที่จะใช้มันยังพยุงร่างกายที่ทรุดลงไปนอนจมกองเลือดอาบด้วยบาดแผลมากมายอย่างไร้ทางต่อต้านเท่านั้น

...

ดวงตาที่ท่อยังแววแห่งความไม่ยินยอมยังจับจ้องมองไปยังเงาร่างอันยิ่งใหญ่ที่อยู่ ณ เบื้องหน้าของผู้ชนะที่แสยะยิ้มราวกับจะยิ้มแยะ...

มันที่เป็นลิซาร์ดแมน...

...ไม่สิ

เงาร่างนั้นมันยิ่งใหญ่กว่า ทั้งมีปีกและมีเขา...

กล่าวกันว่า”ยามเมื่อมังกรที่โดนหักเขาและฉีกกระชากปีกทิ้งพร้อมทั้งถูกริบยังเปลวไฟไปคือลิซาร์ดแมน”...ไม่ผิดแน่...

เงาร่างนั้นคือมังกร...

เจ้ามังกรที่มีดวงตาซ้ายถึงคมดาบฟันจนเป็นบาดแผลยาวจนมืดบอดไปถึงกับมองกลับลงไปยังไลเรสพร้อมทั้งกล่าวออกมาว่า

“มีปัญญาแต่ช่วงชิงได้แค่ดวงตาของข้าเองหรือ...”

มันยังกว่าต่อไปอีกว่า

“...ต่อให้อีกสิบปีก็ไม่มีวันเอาชนะข้าได้หรอก”

พร้อมทั้งกางปีกแล้วบินพุ่งทยานออกไป...ไลเรสที่มองเห็นถึงกับเอื้อมมือออกไปคล้ายกับจะไขว้คว้ายังโอกาสสู้อีกครั้งสักยังส่งเสียงร่ำร้องออกไปว่า

“เดี๋ยวก่อนสิ...”

เขาที่ใช้ยังเรี่ยวแรงทั้งหมดลุกขึ้นแล้วคว้าจับยังหัวไหล่ของเจ้ามังกรนั้นหันกลับมาก่อนที่จะเห็นถึงหญิงสาวผู้มีเส้นผมยาวสีทองกำลังใช้ยังประกายตาสีเขียวมรกตจับจ้องมองมาอย่างคมกริบพอๆกับเรเปียร์ที่อยู่ในมือของเธอ...

บูลไอซ์ดรากอน...

...นั่นคือสมญานามของเธอเฟเทียร์ ฟาเอริก้า

“ตื่นได้แล้ว”

เสียงร้องขึ้นมาอย่างดังลั่นพร้อมทั้งร่างของไลเรสที่ยังไม่ส่างเมากลับส่งเสียงร้องออกมาได้แค่...

“ฝันไปหรือ...”

กับ...

“...เกือบสิบปีแล้วสิน่ะ”

แต่กลับถูกเหล่าทหารบุกเข้ามาไม่สนใจกลับลากเขาขึ้นรถม้าไปอย่างรวดเร็วไปอย่างงงๆราวกับไม่เข้าใจยังเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพราะเขามั่นใจว่า”ไม่เคยทำอะไรผิด”-แต่ถ้าขัดขืนตอนนี้ก็กลายเป็นคนผิดไปจริงๆ...
ถึงทหาร 10 กว่าคนในยามนี้ถ้าเอาจริงแล้วสามารถจัดการได้ง่ายเพียงพริบตาเดียวก็ตาม...

“ตุบ...ตุบ...ตุบ...”

ไลเรสถูกลากตรงไปยังเบื้องหน้าของพระราชวังอย่างงงๆพยายามที่จะทำความเข้าใจยังเรื่องราวกลับเงยหน้าขึ้นไปอย่างงงๆ เพราะคนที่กำลังนั่งอยู่บนเบื้องหน้าของเขาที่ดูยังไงก็ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเขาสักเท่าไหร่
อีกฝ่ายเป็นชายวัยกลางคนที่อายุราว 50 ปีสวมใส่ยังชุดยาวสีแดง รองเท้าสีทองคล้ายๆกับแซนต้า-ถ้าไม่ติดตรงที่อีกฝ่ายสวมมงกุล นั่งอยู่บนบัลลังก์ ในทรงพระโรงของพระราชวังที่มีเหล่าทหารและขุนนางมากมายกำลังยืนนิ่งเงียบจ้องมองมายังเขาเป็นสายตาเดียว...

ไม่มีใครตอบบอกถึงไลเรสจะไม่เคยพบยังอีกฝ่ายมาก่อนแต่ก็ทราบดีว่า”เขาคือพระราชาซารัสแห่งไกอัส”แห่งนี้-เขาที่คิดยังไม่ก็ไม่เข้าในว่า”พระราชามีธุระอะไรกับนักรบชั้นต่ำเช่นเขา”...

“คนนี้หรือ-ลูกหญิง”

คำกล่าวของพระราชาดังขึ้นมาแสดงถึงพลังและอำนาจที่สยบยังลมหายใจทุกคนในทีนี้ได้อย่างเพียงพอทำเอาไลเรสที่กำลังกวาดสายตามองไปรอบต้องหยุดลงไปด้วยความเคารพด้วย ถึงพลังและอำนาจบารมีของราชันย์เป็นยิ่งใหญ่เป็นเจ้าชีวิตของทุกคน

“เออ...”

เสียงอันอ่อนหวานสายหนึ่งดังขึ้นมาขัดยังบรรยากาศที่น่าเกี่ยวขามอย่างไม่รู้ตัวทำเอาไลเรสต้องเผลอมองไปมิได้...

ยังหญิงสาวที่กำลังนั่งอยู่ด้านข้างขวาของขององค์ราชาที่ถูกเขาละเลยไปในตอนแรก...

เธอเป็นหญิงสาวผมสีฟ้ายาวสลายถึงปลายเท้า ดวงตาสีเขียวมรกตที่กลมโตกำลังจับจ้องมองมาด้วยแววตาที่เหมือนกับจะกลัวๆอยู่เลยน้อยเมื่อถูกเอยถาม รับกับใบหน้าสีขาวนวลที่นวลสวย ริมฝีปากที่บอบบางสีชมพูอ่อนๆ สวมใส่ยังอาภรณ์สีฟ้าอ่อน คาดยังเข็มขัดสีเขียวมรกตคาดยังดาบเล่มเล็กๆพอเป็นพิธีมากกว่าจะให้หญิงสาวที่ดูอ่อนแอเช่นเธอออกรบจริงๆ...

เธอเป็นองค์หญิงรัชทายาทแห่งอาณาจักรนี้...

ที่อาณาจักรไกอัสซึ่งเป็นหนึ่งใน 3 ของอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนทวีปมิลเรีย-ซึ่งมีองค์ราชาซารัสที่ทรงปกครองยังประชาชนอย่างทรงคุณธรรมทำให้อาณาจักรแห่งนี้เจริญรุ่งเรื่องและยิ่งใหญ่มั่นคงที่สุดในทั้ง 3 อาณาจักรทำให้มีประชาชนมากมายทั้งชนเผ่ามนุษย์ เอลฟ์ คนแคระและริซาร์ดแมนซึ่งเป็นชนเผ่าใหญ่ทั้ง 4 ตลอดชนเผ่าเล็กๆอื่นๆสามารถอาศัยอยู่กันอย่างสงบสุข...

สังเกตได้จากภายในพระราชวังแห่งนี้ถึงมีเอลฟ์สูงวัยผู้หนึ่งเป็นที่ปรึกษาอยู่ด้านข้างของบัลลังก์และคนแคระอีก 1 คนที่เป็นขุนนางรับผิดชอบด้านยุทโธปกรณ์

แต่มิใช่ทุกอย่างจะมิเป็นปัญหาเลย เพราะรัชทายาทเพียงหนึ่งเดียวของพระองค์กับเป็นองค์หญิงเฟรย์ผู้อ่อนโยนแทนที่จะเป็นบุรุษจึงทำให้ทุกคนต่างเป็นห่วงถึงความมั่นคงของอาณาจักรในภายหน้า...

ความหวังของทุกคนจึงต้องฝากไว้กับตระกูลใหญ่ทั้ง 2 ตระกูลที่ช่วยค่ำบัลลังก์คือฟาริเอก้าและกีอัสที่หนึ่งเป็นองครักษ์รักษาพระองค์และหนึ่งเป็นแม่ทัพรักษาอาณาจักร-ซึ่งกุมยังหัวใจสำคัญทั้ง 2 ของอาณาจักรนี้...

“เป็นชายผู้นั้นแหละพะยะคะ...”

อยู่ๆเสียงที่ไพเราะสายหนึ่งก็กล่าวออกมาพร้อมทั้งร่างมที่ก้าวออกมายังเบื้องหน้าของทุกคนจากด้านหลังขององค์หญิง...

“ตุบ...ตุบ...”

ตั้งแต่เสียงและพรองเท้าที่ก้าวเดินออกมาก็ทำเอาไลเรสจนจำได้อย่างดี เพราะเธอเป็นหนึ่งเดียวในอาณาจักรนี้นอกไปจากอาจารย์ที่มอบยังความพ่ายแพ้ให้กับเขา...

เธอคืออัศวินสาวคนหนึ่ง...

เฟเทียร์ ฟาริเอก้า-ชื่อของเธอที่จาลึกยังความฝ่ายแพ้ที่แสนเจ็บใจให้กับเขาอย่างไม่รู้ลืม...

เธอที่ก้าวเดินออกมาอย่างงามสง่าท่ามกลางสายตาของทุกอย่างไม่กลัวเกรงใดๆถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...ลิซาร์ดแมนผู้นี้แหละพะยะค่ะที่เรากำลังกล่าวถึง”

“แต่ว่าไม่เห็นมีใครบอกเลยว่าอีกฝ่ายเป็นลิซาร์ด”

อยู่ก็มีเสียงของขุนนางอาวุโสคนหนึ่งกล่าวออกมาทำเอาไลเรสต้องกวาดสายตามองไปยังอีกฝ่ายอย่างไม่สบอารมณ์นัก เพราะคำเรียกลิซาร์ดแมนว่า”ลิซาร์ด”เหมือนกับเป็นการดูถูกว่ามนุษย์เป็นลิงก็ไม่ปาน เพราะถึงจะมีรูปร่างที่คล้ายกัน-แต่ก็ห่างไกลกันไปราวร้อยล้านปีเลยทีเดียว...

เพราะฝ่ายหนึ่งมีสติปัญญา ยื่นสองขาและใช้เครื่องมือและมีภาษาเหมือนมนุษย์-ส่วนอีกฝ่ายยังคงเป็นสัตว์อยู่...

“...”

แต่ไลเรสกลับไม่กล่าวอะไรออกไป เพราะทราบดีถึงความแตกต่างระหว่างชนชั้นดี-ยังไงเมืองนี้ก็เป็นเมืองของมนุษย์ที่เป็นผู้สร้าง...

สำหรับชนเผ่าอื่นๆแล้วมักขะได้รับการดูถูกเป็นชนชั้นสอง-ด้วยยิ่งเป็นลิซาร์ดแมนด้วยแล้วยิ่งแล้วใหญ่...

...มันเป็นเรื่องธรรมดา

“ถึงอีกฝ่ายจะเป็นลิซาร์ดแมนก็ตาม...”

เฟเทียร์ที่กล่าวออกมาด้วยความมั่นใจกลับกวาดสายตาจ้องมองไปยังรอบๆด้วงแววตาสีเขียวมรกตที่ไร้ยังความกลัวเกรงใดๆแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาอีกครั้งอย่างชัดเจนว่า

“...ทุกคนก็เห็นถึงฝีมือของชายผู้นี้แล้วมิใช่หรือถึงการประลองที่ผ่านมา”

“แต่เขาก็พ่ายแพ้ไม่ใช่หรือ”

มันเป็นความจริงที่ไลเรสพ่ายแพ้ให้กับเฟเทียร์เมื่อวาน...

“นั่นเป็นเรื่องธรรมดา...”

เฟเทียร์ที่ไม่สนใจอะไรยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...แต่ถ้าไม่นับกระหม่อน-เขาก็ถือว่าเป็นนักรบที่เก่งที่สุดของอาณาจักรนี้...”

เธอที่หยุดเล็กน้อยยังส่งเสียงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...เขาสามารถเอาชนะเลิศยังการประลองทุกนัดที่ลงได้ตลอดสองถึงสามปีตั้งแต่เริ่มประลองมา”

“แต่ว่าการจะให้ลิซาร์ด...”

ยังไม่ทันที่อัศวินหนุ่มคนหนึ่งจะกล่าวออกมาอย่างไม่พอใจ...เฟเทียร์ที่คล้ายกับได้รับยังข้อมูลอะไรบ้างอย่างมาจึงยิ้มแล้วกล่าวต่อไปว่า

“ท่านกาแวนน่าจะเป็นคนที่ทราบดีถึงฝีมือของเขาจากการประลองเมื่อสองปีก่อนดีไม่ใช่หรือ...”

ทำเอาอัศวันหนุ่มถึงกับต้องนิ่งเงียบไปทันที เพาะเมื่อ 2 ปีก่อนที่เขาได้เข้าประลองเล่นกับฝ่ายแพ้ยังไรลเรสจริงๆถึงจะแก้มือถึง 3 ครั้งก็ตามทีจึงต้องเงียบไปราวกับไม่สามารถกล่าวอะไรออกมาได้อีก...เฟเทียร์ที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังอัศวินที่ยืนอยู่ทั้งท้องพระโรงห้องประชุมขุนนางแห่งนี้ยังกล่าวต่อมาอีกว่า

“...นอกจากนี้ยังมีอัศวินอีกมากที่น่าจะทราบยังฝีมือของเขาดีไม่ใช่หรือ”

“...”

ทำเอาอัศวินหนุ่มทั้งหลายที่ต้องการสร้างชื่อจากการประลองถึงกับต้องหลบสายตาไปตามๆกัน...พระราชาซารัสที่เห็นเช่นนั้นถึงกับพยักหน้าอย่างรับรู้จึงฟังยังเฟเทียร์กล่าวต่อไปอีกว่า

“กับนักรบที่มีฝีมือเก่งกาจขนาดนี้ถ้าอาณาจักรเราไม่ต้องการหากเขาไปรับใช้ยังอาณาจักรอื่นจะเป็นผลเสียมากกว่า...”

เธอที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังไลเรสยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ทางไกอัสของเราต้องการยังความสามารถของเขา”

“แต่แค่เป็นทหารชั้นต่ำๆก็ได้นี่”

ขุนนางอาวุโสยังกล่าวออกมาอีกครั้งอย่างดังลั่นด้วยความดูถูก...ทำเอาไลเรสที่นิ่งฟังอยู่นานเหมือนจะรับรู้ได้ว่า”คงมีงานอะไรให้กับเขาทำอย่างแน่นอน”-ซึ่งถ้าเงินดีเขาก็ไม่คิดที่จะปฏิเสธอะไร การได้เป็นทหารก็ดีเหมือนกัน เพราะนอกจากจะมีรายได้ที่มั่นคงแล้วยังมีสิทธิ์ที่จะซื้อบ้านในเมืองด้วย เพราะลิซาร์ดแมนเช่นเขายังไม่ได้รับสิทธิ์ให้มีที่อยู่อาศัยใจเมืองนี้ได้...

อย่างดีลิซาร์ดแมนเช่นเขาคงจะได้เป็นหัวหน้าหน่วยทหารอะไรสักหน่วยที่มีลูกน้องราวๆ 10 คนล่ะมั้ง...

...แต่กลับไม่ใช่เช่นนั้น

“กระหม่อนคิดว่าตำแหน่งรองหัวหน้าทหารองครักษ์น่าจะเหมาะกับเขา”

“หา...”

คำพูดของเฟเทียร์กลับทำเอาไลเรสต้องร้องออกมาด้วยความตกใจ เพราะตำแหน่งที่ได้รับมากลับเป็นตำแหน่งที่ใหญ่โตเกินไปกว่าที่เขาคาดคิดไว้...

เพราะตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วยองค์รักษ์นอกจากจะสามารถเข้านอกออกในยังราชวังได้ตามใจนึกแล้วยังสามารถพกพายังอาวุธได้อีกด้วย...

ปกติตำแหน่งนี้จะตกเป็นของลูกของคนใหญ่คนโตในราชสำนักเท่านั้น-ไม่มีวันตกมาถึงลิซาร์ดแมนเช่นเขาได้หรอก...

“...”

สายตาของไลเรสที่มองไปยังหญิงสาวในยามนี้อดที่จะคิดไม่ได้ว่า”หากตนไม่หูฝาดไปอีกฝ่ายก็ต้องเสียสติแน่นอนที่พูดออกมาเช่นนั้น”...

แต่เขาไม่ได้หูฝาดและเฟเทียร์ก้อไม่ได้เสียสติ...

สายตาที่เธอจ้องมองไปยังทุกคน-ประกายตาสีเขียวมรกตนั้นมุ่งมั่นและเอาจริงจนทำเอาไลเรสทราบได้ดีความจริงที่กำลังสร้างยังปัญหาและความหนักใจให้กับทุกคนที่อยู่ ณ ที่นี้...

ความสงบสุขของอาณาจักรนี้กำลังจะถูกยังลมหายใจของมังกรก่อเกิดยังปัญหาและความวุ่นวายขึ้นมาเสียแล้วสิ...


Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 20 ก.พ.58 เวลา 01:10:19 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ