Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

ปาร์ตี้ผีอลเวง ปาร์ตี้ที่ 23 เด็กสาวแสนซุกซน...

ขอบคุณครับที่ติดตาม

ปาร์ตี้ที่ 23 เด็กสาวแสนซุกซน...

ยามเช้า...

วันนี้เป็นยามเช้าที่แสนสดใสเช่นเดียวกับทุกวัน...เมื่อพักผ่อนนอนหลับอย่างมีความสุขเต็มที่เติมเต็มยังพลังวิญญาณจนเต็มเปี่ยมแล้วคุณนักฝันที่นอนลอยตัวอยู่เหนือเตียงที่คุณนักรักสิงสถิตอยู่ถึงกับรู้สึกได้ถึงเจ้าหมอนข้างที่กำลังกอดอยู่-มันทั้งขยับและยุกยิกเหมือนราวกับมีชีวิตจึงต้องเผลอลืนตาขึ้นมาอย่างเกียจคร้านนิดๆ...

“อืมม์...”

เสียงแรกที่มากระทบยังใบหูของคุณนักฝันที่พึ่งลืมตาขึ้นมาถึงกับทักทายมาทันทีว่า

“ตื่นแล้วหรือค่ะ...”

ทั้งยังกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานสดใสและด้วยรอยยิ้มที่แสนซุกซนและน่ารักยิ่งว่า

“...คุณแม่”

“เอ๋ะ...”

ทำเอาคุณนักฝันที่ก้มลงไปมองยังเจ้าหมอนข้างตัวน้อยกำลังยิ้มให้กับเธอจนทำเอาหญิงสาวต้องรู้สึกประหลาดใจพร้อมทั้งความงั่วเงียที่เหลืออยู่เพียงเล็กน้อยก็จางหายไปในพริบตาแล้วจึงร้องถามยังเด็กสาวตัวน้อยว่า

“...เธอเป็นใครกันจ๊ะ-สาวน้อย”

“แล้วคุณไม่ใช่แม่ของหนูหรือค่ะ”

เด็กสาวที่น่าจะอายุราวๆ 6 ถึง 7 ขวบที่หน้าตาน่ารักราวกับตุ๊กตาตัวน้อยซึ่งลอยร่างอยู่เบื้องหน้าของคุณนักฝันราวกับดวงวิญญาณที่พึ่งเกิดขึ้นมา-ดูขาวสะอาดและบริสุทธิ์ราวกับไร้ยังบาปและธุสีดินใดๆบนโลกหล้ากำลังจับจ้องมองดูยังคุณนักฝันด้วยสายตาที่มุ่งหวังกลับร้องถามออกไปอย่างเต็มเปี่ยมด้วยความเชื่อมั่น...

“เสียใจจ๊ะ...”

คุณนักฝันที่เปลี่ยนมานั่งลอยอยู่เบื้องหน้าของเด็กสาวตัวน้อยที่น่ารักน่ากอดได้แต่ส่ายหน้าอย่างเสียใจนิดๆอย่างช่วยไม่ได้ เพราะถึงเธอจะรู้สึกรักและชอบยังเด็กน้อยที่เบื้องหน้ากลับทราบดีถึงความสับสนของวิญญาณที่เหมือนกับยังไม่รู้ตัวว่า”ตนเองได้ตายไปแล้ว”-โดยเฉพาะกับเด็กน้อยด้วยแล้วจึงได้แต่กล่าวออกไปอย่างจนใจว่า

“...พี่ไม่ใช่แม่ของหนูหรอกจ๊ะ”

“งั้นหรือค่ะ...”

เด็กสาวที่มีสีหน้าเศร้าๆเล็กน้อยราวกับเหมือนจะผิดหวังได้แต่ยิ้มออกมาอย่างเศร้าๆนิดๆราวกับกลบเกลื่อนยังความเสียใจเอาไว้...คุณนักฝันที่แต่ยิ้มรับพลางจ้องมองดูเด็กสาวที่อยู่ในร่างที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ใดๆยังเบื้องหน้าก็ทราบได้ทันทีว่า”ไม่สามารถผ่านไปยังโลกฝั่งโน้นได้”...

เด็กสาวเป็นผู้ที่ฝ่าฝืนยังบ่วงกรรมอีกคนหนึ่ง...

...ไร้ยังเส้นทางสีขาว

หญิงสาวที่ยิ้มให้กับเศร้าๆและมีความสุขจึงส่งเสียงถามออกไปว่า

“แล้วหนูมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงล่ะ”

“หนูก็ไม่รู้เหมือนกันน่ะค่ะ...”

เด็กสาวที่น่ารักเพียงส่ายหน้าอย่างไร้เดียงสาราวกับไม่ทราบว่า”มีอยู่ที่นี่”-จึงได้แต่กล่าวออกมาอีกว่า

“...พอรู้สึกตัวลืมตัวขึ้นมาก็อยู่ในอ้อมกอดของคุณแม่แล้วค่ะ”

“ไม่ใช่คุณแม่จ๊ะ...”

คุณนักฝันที่ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ เพราะตั้งแต่เธอที่พบเจอมาก็ไม่เคยมีดวงวิญญาณดวงไหนที่อยู่ๆมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่มาก่อนเลย-ปกติมีแต่ต้องไปรับมาจากประตูที่ล่วงผ่านไปยังโลกฝั่งโน้นจึงได้แต่กล่าวออกไปว่า

“...เป็นคุณนักฝันต่างหากล่ะ”

“ค่ะ...คุณแ...”

เด็กสาวที่คล้ายกับรู้สึกเหมือนมีความผูกผันกับคุณนักฝันเป็นพิเศษจึงรู้สึกเศร้าขึ้นมานิดๆได้แต่เปลี่ยนเป็นกล่าวออกมาว่า

“...คุณนักฝัน”

“จ๊ะ...”

คุณนักฝันที่ได้ยินถึงกับยิ้มรับออกมาอย่างเศร้าๆราวกับเหมือนสูญเสียถึงอะไรไปบางอย่าง-เธอที่จ้องมองไปยังเด็กสาวตัวน้อยที่เหมือนกับจะกั้นยังหยาดน้ำตาเอาไว้ถึงกับต้องลูบหัวของเด็กน้อยเพื่อปลอบใจพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...ว่าแต่หนูจำอะไรไม่ได้เลยหรือจ๊ะ”

“หนูจำอะไรไม่ได้เลยค่ะ”

เด็กสาวได้แต่ส่ายหน้าอย่างบริสุทธิ์และไร้เดียวสา...คุณนักฝันที่จ้องมองไปยังเด็กสาวที่เบื้องหน้าดูเหมือนกับจะจำอะไรไม่ได้เลยจริงๆจึงได้แต่ยิ้มรับพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ไม่เป็นไรจ๊ะ...”

เธอที่ยิ้มตอบรับกลับไปพลางส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“...ถ้าหนูไม่มีที่ไปก็มาอยู่กับพี่สาวที่นี่ได้น่ะ”

“อยู่ที่นี่ได้จริงๆน่ะ”

“อืมม์...”

เมื่อเห็นยังคุณนักฝันพยักหน้าตอบรับกลับมาด้วยรอยยิ้มแล้วเด็กสาวจึงส่งเสียงถามออกมาอีกอย่างกล้าๆกลัวๆว่า

“อยู่ตลอดไปเลยได้หรือเปล่าค่ะ”

“จ๊ะ”

คุณนักฝันยิ้มตอบรับออกมาอย่างอ่อนหวานทำเอาเด็กสาวที่เห็นถึงกับจ้องยิ้มออกมาทั้งน้ำตาพลางรีบกระโดดโผเข้าไปกอดยังร่างของเธอไว้พร้อมทั้งส่งเสียงร้องตะโกนออกมาอย่างดังลั่นทันที

“หนูรักคุณนักฝันที่สุดเลยค่ะ”

“พี่ก็รักหนูเหมือนกัน...”

ยังไม่ทันที่จะสิ้นเสียงของคุณนักฝันที่ตอบรับกลับไป...คุณนักรักที่คล้ายกับได้ยินยังเสียงเอะอะจึงรู้สึกตัวขึ้นมาชะโงกหน้าออกมาจากเตียงนอนพลางร้องถามออกมาอย่างไม่ทันได้ตื่นดีว่า

“มีอะไรหรือครับ”

“ว้าย...อย่าพึ่งลืมตาขึ้นมาน่ะ...”

คุณนักฝันที่รู้สึกตัวจึงรีบส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นด้วยใบหน้าที่สีของวิญญาณที่เอียงอายจนปรากฏแววแดงๆขึ้นมา เพราะนอกจากเด็กสาวที่อยู่ในสภาพที่เปลือยเปล่าแรกเกิดเลย-เธอก็เพียงแค่สวมใส่ยังเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวเดียวคลุมวิญญาณอยู่เท่านั้นเอง

“มีเรื่องอะไรหรือครับ...”

คุณนักรักที่คล้ายกับสงสัยจึงรีบสลัดยังความงัวเงียแล้วลืมตาตื่นขึ้นมาไปมองยังคุณนักฝันที่เบื้องหน้าทันที-แต่สิ่งที่เห็นกับเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่านยังแววตาไปจนต้องเผลอหลับลงไปเล็กน้อย...

“...โอ๊ย”

ยามเมื่อคุณนักรักลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็พบยังคุณนักฝันในยามนี้ที่สวมใส่ยังเสื้อเชิตสีขาว กางเกงยีนส์ขายาวและรองเท้าสีขาวแถบน้ำเงินที่เธอชอบอยู่-ผิดกับทุกวันที่ปกติมักจะไม่สวมรองเท้า...

แต่สิ่งที่ผิดปกติไปอีกสิ่งหนึ่งก็คือเธอกำลังกอดยังเด็กสาวตัวน้อยน่ารักที่สวมใส่ยังชุดเช่นเดียวกับเธออยู่จึงร้องถามออกไปด้วยความสงสัยว่า

“เด็กคนนั้นเป็นใครครับ”

เพราะดูน่ารักและงดงามบริสุทธิ์และก็คล้ายๆกับคุณนักฝันอยู่นิดๆด้วย...แต่คุณนักฝันที่ยิ้มออกมาอย่างขี้เล่นและเจ้าเล่ห์นิดๆถึงกับทำเอาเลิกคิ้วตอบออกมาว่า

“ลูกของคุณมั้ง”

“ไม่มีทางครับ”

คุณนักรักรีบส่งเสียงตอบออกมาอย่างรวดเร็วทันที เพราะเขาที่จำได้ว่า”ไม่เคยทำให้ผู้หญิงที่ไหนท้องอย่างแน่นอน”เลย...เด็กสาวตัวน้อยที่จ้องมองไปยังคุณนักรักด้วยแววตาและสีหน้าที่เหมือนกับเสียดายยิ่งพลางกล่าวออกมาอย่างเศร้าๆว่า

“คุณก็ไม่ใช่คุณพ่อหรือค่ะ”

“ไม่ใช่ครับ”

คุณนักรักรีบส่งเสียงตอบออกมาอย่างรวดเร็วทันที เพราะใจจริงแล้วเขากลัวยังหญิงสาวที่กำลังยิ้มอยู่อย่างเจ้าเล่ห์ที่เบื้องหน้าจะเข้าใจผิดอีก...

“คิก...คิก...”

คุณนักฝันที่เห็นถึงท่าทีที่ร้อนรนของชายหนุ่มถึงกับหัวเราะออกมาอย่างขบขัน...โดยลืมไปว่าภายในห้องนี้นอกไปจากเขา เธอและเด็กสาวตัวน้อยแล้วยังมีใครอยู่อีกคนหนึ่ง...

“...”

คุณนักเที่ยวที่ในยามนี้ตื่น(นาน)แล้วได้แต่จ้องมองดูยังเหตุการณ์อยู่ด้วยความนิ่งเงียบราวกับกังวลใจอยู่นิดๆ...
------------------------------------------

“เฮ้ย...”

คุณขี้เล่นที่ในยามนี้กำลังนั่งอยู่บนราวบ้านอย่างเซ้งๆในอารมณ์พลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังพวกของคุณเจ้าบ้าน คุณเจ้าสั่วและคุณเจ้าที่ที่กำลังนั่งดื่มกันแต่เช้ากันอย่างสนุกสนานถึงกับบ่นออกมาว่า

“...วันนี้ไม่มีเรื่องสนุกๆอะไรให้ทำเลยหรือ”

เพราะเรื่องสนุกๆที่ว่าคือการหาเรื่องแกล้งใคร...

“แย่แล้ว...แย่แล้ว...”

อยู่คุณหัวหายก็รีบวิ่งร้องโว้ยวายออกมาอย่างดังลั่นราวกับหัวหายอยู่สะเก็ดยังความสนใจของทุกคนและคุณขี้เล่นเป็นอย่างยิ่งจึงร้องถามออกว่า

“มีอะไรหรือ”

“หัวฉันไม่รู้หายไปไหน”

คุณหัวหายส่งเสียงตอบออกมาทำเอาคุณนักร้องที่จ้องบมองไปยังร่างที่ไร้หัวของอีกฝ่ายอย่างงงๆแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ไม่ใช่ว่างลืมไว้ไหนหรือ”

“หัวน่ะ...ไม่ใช่รองเท้าจะได้ลืมกันได้...”

คุณขี้เล่นสนใจถึงกับยิ้มออกมาอย่างสนุกสนานแล้วจึงกล่าวออกมาทันทีว่า

“...ว่าแต่หายไปเมื่อไหนล่ะ”

“ตอนที่เดินอยู่ดีๆก็มีลมหอบหนึ่งพุ่งผ่านไป...”

คุณหัวหายยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...ผู้รู้สึกตัวหัวก็หายไปแล้วล่ะ”

“งั้นหรือ...”

คุณขี้เล่นที่ได้ยินถึงกับเลิกคิ้วแล้วจึงร้องถามออกไปว่า

“...แล้วนายไม่เห็นอะไรบ้างเลยหรือไง”

“ฉันมองไม่เห็นอะไรเลย”

คุณหัวหายถึงกับส่งเสียงออกมาอย่างหนักใจ เพราะปกติแล้วเขากับหัวถึงจะอยู่ห่างกันก็ยังพอที่จะรู้สึกถึงกันได้-สายตาของเขาก็สามารถมองเห็นทุกคนผ่านยังร่างในขนาดนี้หรือหัวที่หายไปได้ตามต้องการ...

แต่ในยามนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะทั้งมองไม่เห็นและไม่รู้สึกถึงหัวที่หายไปเลย...

...เหมือนกับมันหายไปจากโลกนี้จริงๆ

“ค่อยๆหาก็น่าจะเจอไม่ใช่หรือ”

คุณเจ้าสั่วที่คล้ายกับไม่สนใจอะไร เพราะกำลังเอามีดหั่นยังหัวหมูที่อยู่เบื้องหน้าซึ่งลูกหลานเซ่นไหว้มาให้ใส่ปากเคี้ยวอย่างมีความสุขก่อนที่จะรู้สึกได้ถึงเส้นขนมากมายถึงกับต้องถุยออกมามองดูยังสิ่งที่คายออกมาพร้อมทั้งบ่นออกมาว่า

“ขนอะไรกัน...”

ยามเมื่อกวาดสายตาจ้องมองไปยังบนโต๊ะเห็นถึงเส้นผมสีดำแล้วมองไปยังหัวหมูที่เบื้องหน้ากลับกลายเป็นหัวคนไปเสียได้...คุณหัวหายที่เห็นยังหัวถึงหั่นวางอยู่บนโต๊ะถึงกับต้องส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจอย่างดังลั่นว่า

“หัวฉัน”

“คิก...คิก...คิก”

คุณนักร้องที่เห็นถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความขบขันถึงกับเอามาจับไมค์ที่เบื้องหน้าหมายจะส่งเสียงร้องออกมา

“ถึงม้วยดินสิ้นสุดทั้งแผ่นฟ้ามหาสายนทีธาร ก็ไม่มีสิ้นสุดความรักจากสุดหนึ่งดวงใจ...”

แต่แทนที่น้ำเสียงของคุณนักร้องอันแสนไพเราะจะดังออกมาจากไมค์กลับไม่มีเสียอะไรจนทำให้หล่อนต้องก้มหน้าลงไปมองด้วยความประหลาดใจถึงกับร้องออกมาถึงไมค์ที่กำลังจับอยู่

“...กล้วย...”

แล้วกระชากกล้วยออกมาอย่างเซ้งๆเห็นถึงเส้นเชือกสีขาวพลางร้องออกมาอย่างงงๆว่า

“...เชือกนี้มันอะไรกัน”

“โครม...”

ไม่นานนักก็มีถังน้ำสังกะสีตกลงมาครอบหัวของคุณนักร้องพร้อมทั้งน้ำจนเปียกโชนจนต้องส่งเสียงกรีดร้องออกมาว่า

“...กรี๊ด...”

ยามเมื่อคุณนักร้องที่เอาถังน้ำออกพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังคุณขี้เล่นที่น่าสงสัยเป็นที่สุดแล้วจึงส่งเสียงร้องออกมาว่า

“...เป็นฝีมือของนายใช่มั้ย”

เพราะคนที่ชอบแกล้งคนอื่นเล่นมีแต่คุณขี้เล่นเท่านั้น...คุณขี้เล่นที่เห็นถึงสายตาที่ไม่พอใจของคุณนักร้องจ้องมองมาทราบดีว่าถ้าทำให้อีกฝ่ายโกรธคงจะไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอนจึงรีบส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างรวดเร็วว่า

“ฉันเปล่าน่ะ...”

แล้วรีบกวาดสายตาจ้องมองไปยังคุณสีดำที่คล้ายกับไม่มีที่ไปจนต้องมาอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้กำลังดูข่าวในยามเช้าอยู่พร้อมทั้งส่งเสียงร้องออกไปว่า

“...เป็นหล่อนหรือเปล่า”

“ฉันเปล่า...”

คุณสีดำที่ส่ายหน้ายังกล่าวออกมาอย่างเซ้งๆว่า

“...ฉันไม่มีอารมณ์ไปทำอะไรงี่เง้า-งี่เง้าแบบนั้นหรอก”

“เอ๋ะ...ภาพของฉันหายไปไหนกัน”

คุณนักวาดที่กำลังวาดภาพอยู่ถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจที่อยู่ๆภาพของเขาที่กำลังวาดอยู่กลับอยู่ๆก็หายไปในพริบตา...แล้วคุณสีดำที่คล้ายกับรู้สึกตัวถึงกับต้องร้องออกมาว่า

“นี่มันอะไรกัน”

เพราะอยู่ๆโซฟาที่กำลังนั่งอยู่ก็ปรากฏยังสีของอะไรบ้างอย่างทำเอากางเกงของหล่อนที่เป็นสีดำต้องเลอะยังสีต่างๆมากมายทันที...คุณนักวาดที่มองไปยังคุณขี้เล่นถึงกับร้องออกมาทันทีว่า

“นั่นวาดภาพของฉันนี่”

“จาน...จานฉันหายไปไหนหมด”

เสียงของคุณแม่ครัวร้องลั่นออกมาจากในห้องครัวแล้วอยู่ๆไฟฟ้าซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่แม้แต่เหล่าวิญญาณทั้งหลายจำเป็นต้องใช้ก็ดับลงไปในพริบตาพร้อมทั้งเสียงโวยว้ายของคุณช่างไฟที่ดังขึ้นมาว่า

“ใครมาตัดสายไฟกัน”

“คิก...คิก...คิก...คิก”

พร้อมทั้งเสียงหัวเราะที่ฟังดูน่ารักและสดใสท่ามกลางบ้านทั้งหลังที่ตกอยู่ในความมืดมิด เพราะถึงในยามนี้จะเป็นยามเช้าก็ตาม-แต่ด้วยผ้าม่านที่ปิดอยู่จนทำให้ไร้ยังแสงแดดสาดส่องเข้ามาจึงค่อนข้างมืดมิดเมื่อไฟดับไป...ในความมืดคุณขี้เล่นที่ได้ยินยังเสียงหัวเราะถึงกับส่งเสียงร้องออกมาว่า

“ใครเป็นคนทำน่ะ”

“ฉันเปล่า...”

“ไม่ใช่ฉันน่ะ...”

“ฉันก็ไม่เกี่ยว...”

ทั้งคุณนักร้อง คุณขี้เล่น คุณสีดำและทุกคนต่างรีบปฏิเสธออกมาอย่างรวดเร็วทันที...คุณขี้เล่นที่เลิกคิ้วด้วยความไม่สบอารมณ์พลางส่งเสียงกล่าวออกมาทันทีว่า

“ฉันได้ยินเสียงของผู้หญิงหัวเราะ...”

แต่เมื่อพูดออกมาได้แค่นั้นถึงกับต้องร้องออกมาด้วยความตกใจทันที เพราะอยู่ๆก็มีซอสพริกพุ่งเข้ามาในปากอย่างแม่นยำจนต้องร้องออกมาว่า

“...โอ๊ย...เผ็ดที่สุด”

“หือ..มีอะไรหรือ”

คุณหัวหายที่กอดหัวไว้แน่นส่งเสียงร้องถามออกไปด้วยความสงสัยทันที...คุณสีดำที่ยิ้มเยาะยังอีกฝ่ายจึงกล่าวออกมาว่า

“คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง เพราะหนักกว่านี้ก็เคยเจอมาแล้วนี่”

เพราะที่สมัยที่หล่อนยังต้องตามจับยังคุณขี้เล่นก็เคยเจออะไรกันมานักต่อนักแล้วยังเอาตัวรอดกมาได้เสมอนี่-เรียกได้ว่า”การปล่อยให้คุณขี้เล่นหลบหนี้ได้คือความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่เลยก็ว่าได้”...ส่วนคุณขี้เล่นที่ปกติมักจะแกล้งยังคนอื่นอยู่เสมอจึงไม่พอใจที่ครั้งนี้กลับเป็นฝ่ายที่โดนแกล้งเองถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นทันทีว่า

“คุณนักฝัน...”

คุณขี้เล่นที่มั่นใจว่าเป็นการลงมือของคุณนักฝันอย่างแน่นอนเลย เพราะคนที่ทำอย่างนี้ได้มีเพียงแค่คนๆเดียวบนโลกนี้เท่านั้นจึงเลิกคิ้วหันไปถามยังทุกคนว่า

“...มีใครไปทำอะไรให้คุณนักฝันไม่พอใจหรือเปล่า”

“ฉันเปล่าน่ะ”

คุณนักร้องและทุกคนต่างรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันที เพราะทราบได้ว่า”เป้าหมายการแกล้งนี้มันรวมถึงทุกคนคน”...คุณหัวหายที่ขบคิดอะไรแล้วจึงกล่าวออกมาว่า

“จะเป็นเรื่องของคุณเจ้าของกับคุณคนเก็บต้นฉบับหรือเปล่า”

“...”

พอได้ยินเรื่องนี้ทำเอาคุณสีดำถึงกับต้องนิ่งเงียบลงไปในพริบตา เพราะเรื่องนี้เป็นเหมือนกับชะงักติดหลังอยู่...คุณขี้เล่นที่พยักหน้ารับพลางส่งเสียงกล่าวออกมาทันทีว่า

“ก็เป็นไปได้...”

เพราะถึงหลังเรื่องราวของคุณเจ้าของและคุณคนเก็บต้นฉบับจะจบลงไปด้วยชัยชนะของคุณนักฝันก็เถอะ-แต่เรื่องนี้กลับสร้างยังความไม่พอใจให้กับหญิงสาวที่ต้องแก้แค้นเอาคืนก็ได้...

“ช่วยด้วย...”

เสียงของคุณสีขาวร้องออกมาจากด้านบนทำเอาทุกคนที่หันไปมองเห็นยังคุณสีขาวที่โดนมัดอยู่กำลังร้องของความช่วยเหลือท่ามกลางเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นมาอีกครั้งอย่างขบขัน

“คิก...คิก...คิก...”

“อยู่ตรงข้างหน้าต่าง...”

คุณขี้เล่นที่ไม่ยอมตกเป็นฝ่ายโดนเล่นงานอยู่ฝ่ายด้วยได้ยินยังเสียงหัวเราะออกมาอย่างชัดเจนถึงกับรีบส่งเสียงร้องออกมาทันทีว่า

“...พวกเรารีบตามไปเร็วเข้า”

“ได้เลย...”

ยามเมื่อทุกคนที่โดนแกล้งถึงกับส่งเสียงร้องรับพร้อมทั้งรีบพุ่งตรงไปยังเสียงที่ไพเราะร้องออกมาด้วยความตกใจว่า

“ว้าย...”

แล้วจึงได้รีบเสียงลอยหนีไปยังห้องด้านข้าง...คุณขี้เล่นที่เห็นยังคุณสีดำที่ไม่ได้ขยับเหมือนกับทุกคนจึงส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“จะไปด้วยกันมั้ยล่ะ”

เพราะถึงคุณขี้เล่นเพียงคนเดียวจะไม่สามารถสู้กับคุณนักฝันได้ด็ตาม-แต่ถ้ารวมพลังกันทุกคนในบ้านหลังนี้แล้วล่ะก้อจะต้องเอาชนะยังหญิงสาวได้อย่างแน่นอนเลย...คุณสีดำที่ขบคิดเล็กน้อยจึงพยักหน้าตอบรับด้วย เพราะยังไงหล่อนก็ตกอยู่ในบัญชีดำของคุณนักฝันด้วยสิ...

แถมยังอยากที่จะเอาคืนเธอด้วยเหมือนกัน...

“ดี...”

คุณขี้เล่นที่วางแผนจะจับคุณนักฝันที่แกล้งยังทุกคนให้ได้จึงยิ้มออกมาอย่างดีใจพลางวิ่งตามยังทุกคนตรงไปยังห้องครัวทันที

“เฟียว...เฟียว...เฟียว...”

มีดมากมายนับร้อยๆเล่มที่เป็นของรักของห่วงและของเก็บสะสมของคุณแม่ครัวถึงกับพุ่งปาออกมาทำเอาคุณนักร้อง คุณหัวหายและทุกคนถึงกับต้องรีบหลบออกมาอย่างฉุกละหุกจนลืมตายทันที...คุณนักวาดที่ตามมาติดๆจึงตวัดยังพู่กันวาดยังสีออกไปพร้อมทั้งร้องออกมาว่า

“กำแพง...”

แล้วอยู่มีดสั้นที่กำลังพุ่งมาก็ตกไปลงกับพื้นเหมือนกับพุ่งชนกำแพงแล้วล่วงลงไป...คุณขี้เล่นที่ทราบดีว่า”เป้าหมายอยู่ในห้องครัว”ถึงกับหันไปสบสายตากับคุณสีดำพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“จัดการที”

“ได้เลย”

คุณสีดำที่ยิ้มรับแล้วจึงเอาแผ่นกระดาษปาไปยังบานประตูห้องครัวที่เบื้องหน้าอย่างรวดเร็วทันทีก่อนที่จะคล้ายเกิดยังกำแพงสีดำขึ้นมา เพราะนี่เป็นวิธีของเหล่านักล่าทั้งหลายที่ใช้จับเหล่าวิญญาณที่หลบหนีทั้งหลายไม่ให้สามารถหนีไปจากสถานที่ที่กั้นเอาไว้ได้...

“ตุบ...ตุบ...ตุบ...”

หลังจากเสียงทุบกำแพงที่ดังทะลุออกมาจากภายนอกก็มีเสียงร้องที่ไพเราะดังขึ้นมาว่า

“ปล่อยฉันออกไปน่ะ”

“ฝันไปเถอะ...”

คุณสีดำที่ยิ้มคล้ายกับเย้ยๆยังวิญญาณทุกดวงถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจอีกว่า

“...หากฉันไม่อนุญาตแล้วละก้อ-ไม่มีใครสามารถผ่านเข้าออกไปหลบหนีได้อย่างเด็ดขาด”

“พวกเราเข้าไปกันเถอะ”

คุณนักร้องร้องออกมาอย่างดังลั่นด้วยความดีใจทันทีที่จะได้เอาคืนยังคุณนักฝันที่แกล้งหล่อนแล้ว...คุณขี้เล่นจึงยิ้มพลางส่งเสียงกล่าวออกมาทันทีว่า

“ได้เวลาเอาคืนแล้วล่ะ-ทุกคน”

“ได้เลย”

คุณสีดำที่พยักหน้ารับพร้อมทั้งนำพายังทุกคนเข้าไปในห้องครัวทันที...คุณขี้เล่นที่เห็นยังตู้กับข้าวที่เป็นที่ๆเดียวที่กำลังลั่นไหว เพราะดูเหมือนว่าผู้ที่กำลังซ่อนอยู่กลัวจะถูกพบจึงยิ้มออกมาอย่างพอใจแล้วจึงนำยังทุกคนไปหยุดอยู่เบื้องหน้าตู้รวมกับกำยังชัยชนะแล้วจึงส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ออกมาเถอะ-คุณนักฝัน”

เพราะดูยังไงจากการที่คุณนักฝันต้องหลบซ่อนแบบนี้จะต้องไม่สามารถสู้กับทุกคนได้อย่างแน่นอนเลยจึงยิ่งสร้างยังความมั่นใจให้กับคุณขี้เล่นเป็นอย่างยิ่ง...

นี่คือเวลาที่จะต้องเอาคือจากอีกฝ่ายที่พ่ายแพ้มาหลายต่อหลายครั้งแล้วสิน่ะ...

...ถึงจะต้องร่วมพลังของผีทั้งบ้านก็เถอะ

แต่ความหวังของคุณขี้เล่นถึงกับพังทลายลงไปในพริบตา-เมื่อได้ยินยังเสียงที่ไพเราะราวกับเทพธิดาที่ทั้งสวยงาม น่ารักและเจ้าเล่ห์แสนกลกลับดังขึ้นมาทางด้านหลังของทุกคนว่า

“กำลังเรียกฉันอยู่หรือ”

“หือ...”

ทำเอาคุณขี้ล่นถึงกับต้องร้องออกมาด้วยความตกใจพลางหันไปมองยังด้านหลังเช่นเดียวกับทุกคนทันที-สายตาของคุณขี้เล่นยังจ้องมองไปยังคุณสีดำเล็กน้อยราวกับจะบอกว่า”ไหนหล่อนบอกว่าไม่มีใครสามารถเข้ามาได้ไงล่ะ”...

เพราะน้อยจากคุณนักฝันจะสามารถเข้ามาได้อย่างง่ายดาย-โดยที่ไม่มีใครรู้ตัวแล้วแถมยังพายังคุณนักรักเข้ามาตัวเป็นๆอีกด้วย...

“งั้นใครกันล่ะ...”

คุณนักร้องที่สงสัยถึงกับร้องถามออกมาอีกว่า

“...ที่แกล้งพวกเรากัน”

“คุณแม่ค่ะ...”

อยู่วิญญาณเด็กสาวที่พุ่งเข้าไปกอดยังคุณนักฝันราวกับจะส่งเสียงร้องไห้ออกมาอีกว่า

“...ทุกคนรังแกหนูค่ะ”

“หือ...”

ทำเอาทุกคนที่เห็นถึงกับต้องส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจทันที ไม่ใช่เพราะอยู่ๆมีวิญญาณเด็กสาวเพิ่มขึ้นมาอีกคนหรอก...

แต่เป็นเพราะเด็กสาวกลับเรียกคุณนักฝันว่าคุณแม่ต่างหากล่ะ...
-------------------------------

“นี่มันหมายความว่าไง”

คุณขี้เล่นที่นำพายังทุกคกลับมายังห้องนั่งเล่นตามเดิมอีกครั้งหนึ่ง...คุณนักฝันที่ส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มพลางส่งเสียงกล่าวออกมาทันทีว่า

“ฉันเปล่าเป็นแม่ของคุณเด็กสาวซ่ะหน่อยนิ”

คุณนักฝันที่ตั้งชื่อให้กับเด็กสาวเรียบร้อยแล้วปฏิเสธออกมาอย่างชัดเจน...คุณนักร้องที่จ้องมองยังใบหน้าของคุณนักฝันกับคุณนักรักและคุณเด็กสาวถึงกับส่งเสียงร้องออกมาทันทีว่า

“อย่ามาโกหกกันเลย เพราะดูหน้าคุณเด็กสาวแล้วเหมือนกับพวกเธอทั้งสองคนเลย”

“ผมเปล่าน่ะครับ”

คุณนักรักรับปฏิเสธออกมาทันที เพราะถึงเขาจะรักคุณนักฝันแต่ก็มั่นใจว่า”ไม่เคยทำอะไรที่เกินเลยกันเลย”...แค่คุณนักร้องที่ไม่เชื่อถึงกับเค้นเสียงออกมา

“เชอะ...”

หล่อนที่คล้ายกับมองค้อนกลับมาด้วยทั้งน้ำตายังกล่าวออกมาอีกว่า

“...เสียแรงที่หลงรัก-ผู้ชายไร้หัวใจ”

“สารภาพมาดีกว่าน่า...”

คุณขี้เล่นที่ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์นิดพลางกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...เมื่อวานไปทำอะไรกันมาบ้าง-ไหนๆก็อุตส่าห์ไปฮันนีมูนบนดวงจันทร์มาทั้งคืนแล้วนี่”

“บ้าหรือไงครับ”

คุณนักรักที่ได้ยินถึงกับต้องหน้าแดงขึ้นมาทันที เพราะเมื่อคืนวานอย่างมากหญิงสาวก็แค่เข้ามาหอมแก้มเขาพร้อมทั้งนั่งซบยังหัวไหล่มองดูโลกและดวงดาวเท่านั้นเอง...คุณนักฝันที่เลิกคิ้วออกมาอย่างไม่สบอารมณ์นิดๆพลางส่งเสียงกล่าวออกมาทันทีว่า

“พวกเธอจะบ้าหรือไงกัน...”

เธอยังกล่าวออกมาอีกว่า

“...เมื่อวานฉันกับคุณนักรักและนั่งดูดาวด้วยกันเท่านั้นไม่ได้ทำอะไรกันเสียหน่อย...”

หญิงสาวที่โกหกเล็กน้อยยังกล่าวออกมาอีกว่า

“...และอีกอย่างเด็กสาวคนนี้ก็น่าจะอายุหกถึงเจ็ดปีแล้วด้วย”

“จริงสิ...”

ทำเอาคุณนักร้องที่คิดได้ถึงกับหยุดงอนคุณนักรักทันที เพราะต่อให้มีอะไรกันก็ไม่น่าเร็วถึงเพียงนี้หรอกจึงหันมาร้องถามยังคุณนักฝันว่า

“...แล้วคุณเด็กสาวเป็นใครกัน”

“ไม่รู้สิ...”

คุณนักฝันที่ส่ายหน้าจึงกล่าวออกมาด้วยความหนักใจเหมือนกันว่า

“...พอตื่นขึ้นมาก็พบยังคุณเด็กสาวอยู่ด้วยแล้ว”

“หนูมาจากไหนกันจ๊ะ”

คุณนักร้องที่ยังไงก็รักเด็กตามประสาของนางงามและผู้หญิงจึงร้องถามออกไปด้วยความดีใจและผูกมิตรเมื่อรู้ว่า”ไม่ใช่ลูกของคุณนักรักกับคุณนักฝัน”...คุณเด็กสาวที่ได้แต่ส่ายหน้าแล้วจึงส่ายออกมาอีกว่า

“หนูก็ไม่รู้ค่ะ...”

ทั้งยังกล่าวต่อมาอีกว่า

“..พอตื่นขึ้นมาก็อยู่ในอ้อมกอดคุณแม่แล้ว”

“คุณนักฝันจ๊ะ”

คุณนักฝันแก้ให้...คุณเด็กสาวจึงกล่าวออกมาว่า

“...ในอ้อมกอดของคุณนักฝันค่ะ”

“อย่าไปกวนคุณนักฝันเลยน่ะ...”

คุณนักร้องที่ยิ้มออกมายังส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งยื่นมืออกไปว่า

“...มีเล่นกับพี่ดีกว่าน่ะ”

“ไม่เอาค่ะ-คุณป้า”

“ปึด...”

กับคำตอบที่ตอบกลับมาของคุณเด็กสาวถึงกับทำเอาเส้นเลือดที่หน้าผากของคุณนักร้องจึงโป่งพองขึ้นมาทันที-หล่อนที่หันไปถามยังคุณสีดำว่า

“ถ้าหักคอเด็กนี่บาปมากมั้ย”

“สำหรับเธอคงไม่บาปมากกว่าไปนี้หรอก”

คุณสีดำตอบกลับมา เพราะยังไงกำลังคนที่ตัดยังบ่วงกรรมแล้วจะทำอะไรก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก...แต่คุณขี้เล่นที่คล้ายกับสงสัยจึงกล่าวออกมาว่า

“พอรู้สึกตัวก็อยู่ในอ้อมกอดของคุณนักฝันหรือ”

“ใช่...ฉันเห็นมากับตา...”

คุณนักเที่ยวที่ไม่ทราบว่า”มาปรากฏตัวตอนไหน”ถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาอีกอย่างชัดเจนว่า

“...ตอนที่ฉันเห็นยังคุณเด็กสาวที่ไม่รู้ว่ามากจากไหนอยู่ๆก็มาปรากฏตัวที่เบื้องหน้าในวงแขนของคุณนักฝันที่กำลังหลับอยู่”

“งั้นหรือ”

คุณขี้เล่นที่พยักหน้ารับออกมาทันที เพราะการที่ปรากฏตัวขึ้นมาแบบนี้ก็อาจจะเหมือนกันพวกวิญญาณทั้งหลายที่หายตัวอยู่แล้วปรากฏขึ้นขึ้นมาก็ได้...

หรือว่าคุณเด็กสาวอาจจะตายในบริเวณที่ใกล้เคียงจนวิญญาณหลุดออกมาจากร่างอย่างไม่ทันรู้ตัวก็ได้-เมื่อคิดได้เช่นนั้นคุณขี้เล่นที่หมดสนุกแล้วจึงกล่าวออกมาว่า

“เซ้งเลย”

“แต่ฉันว่ามันไม่แค่นั้นหรอก”

คุณนักเที่ยวกล่าวออกมาอย่างไม่เห็นด้วย เพราะการมาของคุณเด็กน้อยมันแปลกไปกว่าดวงวิญญาณทั้งหลายที่ได้ตายลงไป...

“มีใครอยู่บ้างมั้ยครับ”

“คงอยู่ด้านในกันมั้งค่ะ”

อยู่ๆก็มีเสียงของชายหนุ่มและหญิงสาวอยู่หนึ่งด้านขึ้นจากเบื้องนอกของบ้านพร้อมทั้งไม่นานนักก็เห็นยังชายหนุ่มที่อายุราวปี 27-28 ปีคนหนึ่งที่หล่อเหลาก้าวเข้ามาพร้อมกับหญิงสาวที่สวยงดงามยิ่งเดิมมาหยุดอยู่ยังเบื้องหน้าของทุกคนด้วยรอยยิ้มที่น่ารักและสดใสพลางส่งเสียงกล่าวทักทายออกมากันว่า

“อยู่นี่กันเอง”

“สวัสดีจ๊ะ”

ก่อนที่จะมีน้ำเสียงที่ไพเราะสดใสดังตอบรับกลับไปว่า

“คุณพ่อ-คุณแม่ค่ะ...”


Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 19 ธ.ค.57 เวลา 01:04:33 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ