Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

ปาร์ตี้ผีอลเวง ปาร์ตี้ที่ 21 ตามหาหัวใจ...

ขอบคุณครับที่ติดตาม

ปาร์ตี้ที่ 21 ตามหาหัวใจ...

...

ร่างของคุณคนเก็บตกฉบับที่กำลังนอนอยู่บนเตียงในยามนี้กลับเย็นเฉียบราวกับคนตาย...

...ไม่สิน่าจะเป็นคนตายเสียมากกว่า

คุณเจ้าของที่ในยามนี้กลับไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากนั่งลงไปเคียงข้างยังร่างที่ยังคงหลับใหลอยู่นี้ปล่อยให้เข็มกลางสั่นไหวจนนำพาเข็มยาวให้เข็มสั้นต้องขยับนับครั้งไม่ถ้วน...

ทุกครั้งและทุกวินาทีที่เวลาล่วงเลยผ่านไปพร้อมกับนำพายังอุณหภูมิร่างของของคุณคนเก็บต้นฉบับที่กำลังนอนอยู่นั้นค่อยๆหายไปในเวลาด้วยกัน...

ใบหน้าที่นอนหลับใหลอยู่อย่างอ่อนโยนที่ค่อยๆซีดขาดปราศจากสีเลือดจนหัวใจของเขาต้องเจ็บปวดราวกับมีคมมีดแห่งความสำนึกผิด เศร้าเสียใจกรีดลงมา...

ทุกสิ่งทั้งความหวังต่างระเหยไปกับกาลเวลาที่ล่วงเลยผ่านเหลือทิ้งไว้เพียงแค่ความกังวลและไม่สบายใจให้กับผู้ที่กำลังรอคอยเท่านั้น...

ปกติคุณเจ้าของมักจะดื่มกาแฟแค่วันละแก้วหรือสองแก้วเท่านั้น ถ้าไม่ใช่ในเวลาที่ง่วงนอนหรือก็เวลาที่ต้องการยังความสดชื่นจากการทำงานเท่านั้น...

แต่ในชั่วโมงที่ผ่านมานี้-เขากับดื่มมันลงไปหลายต่อหลายแก้วแล้ว...ทั้งๆที่ทั้งร่างกายและจิตใจเหงื่อหล้าจนอยากที่จะหลับใหลลงไปเสีย ณ วินาทีนี้-แต่กลับไม่สามารถข่มใจให้หลับลงไปได้จึงมีแต่ต้องขับไล่ยังความง่วงไปด้วยกาแฟแก้วแล้วแก้วเล่าเท่าที่เขาจะสามารถดื่มมันลงไปได้...

เติมเต็มมันลงไปแทนกระเพาะที่ว่างเปล่าไปด้วยความกังวล...

จากวันที่เหมือนเป็นดั่งความฝันที่แสนสุขและแสนสวยงามจนแม้แต่ตัวงเขาก็ไม่แน่นใจว่า”มันเป็นความจริงหรือไม่”กลับกลับกลายเป็นความฝันที่แสนโหดร้ายจนเขาไม่อยากที่จะให้มันเป็นความจริงเลย...

“ทำไมคุณนักฝันยังไม่กลับมาอีกน่ะ...”

ถึงในยามนี้เขาจะบ่นพึมพำถึงชื่อของหญิงสาวออกมาแต่กลับไม่ได้แววถึงความยินดีเช่นทุกครั้ง เพราะสิ่งที่เขากำลังโหยหาจากส่วนลึกของหัวใจในยามนี้คือหญิงสาวอีกคนหนึ่งต่างหาก

“...หรือว่าหาคุณคนเก็บต้นฉบับไม่พบ...”

คุณเจ้าของที่ได้แต่ส่ายหน้ากลับยังคงส่งเสียงกล่าวราวกับปลอบหัวใจตนเองว่า

“ไม่เป็นไรน่า...”

ทั้งยังกล่าวต่อมาอีกว่า

“...เธอจะต้องพบยังวิญญาณของคุณคนเก็บต้นฉบับอย่างแน่นอนเลย...ไม่ต้องห่วงหรอก”

แม้จะบอกออกไปเช่นนี้แต่คุณเจ้าของที่กำลังนั่งก้มหน้าลงไปมองยังพื้นอดที่จะรู้สึกถึงโลกหล้าที่สั่นไหวขึ้นมาไม่ได้...

มันเริ่มสั่นไหวมาจากปลายนิ้วไปสู่หัวเข่าของเขาจนทำเอาร่างของคุณเจ้าของถึงกับต้องสั่นไหวอย่างไม่สามารถควบคุมตัวไม่ได้ เพราะสิ่งที่สั่นไหวจริงๆไม่ใช่โลกหล้าหรือร่างกายของเขาที่กำลังสั่นไหว...

แต่เป็นหัวใจ...

เป็นดวงวิญญาณของเขาต่างหากที่กำลังสั่นไหว เพราะความกลัว...

เขากลัวความตายจะมาพรากยังคุณคนเก็บต้นฉบับไป ทั้งๆที่ไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่เพื่อนสนิท-แต่เขากลับกลัวยังความตายจะมานำพายังหล่อนไป...

เขาไม่เข้าใจ...

ไม่สิคุณเจ้าของเข้าใจถึงมันดีต่างหาก...

เพียงแต่เขาคล้ายกับยังไม่สามารถยอมรับถึงมันได้-ยังความเป็นจริงที่หัวใของเขารับรู้ถึงก่อนความต้องการของสมองที่พร่ำบอก...

ภาพต่างๆที่เขาพบและรู้จักกับคุณคนเก็บต้นฉบับมานานหลายปีตั้งแต่หล่อนยังมีคนรัก ยิ้มเมื่อคิดถึงคนๆนั้น ร้องไห้ยามเมื่อคนนั้นๆนั้นจากไป รอยยิ้มเศร้าที่มุมปากยามที่หวนรำรึกกลับปรากฏขึ้นมาในหัวของเขาอย่างชัดเจน เพราะตั้งแต่คุณเจ้าของรู้จักหล่อน-หล่อนก็เป็นของคนๆนั้นแล้ว...

กับความรู้สึกต่างๆของผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เข้ามาใกล้ชิด สนิทและพูดคุยกับเขามากที่สุดจึงถูกละเลยไปด้วยเหตุผลที่หล่อนมีคนรักอยู่แล้ว แต่ในยามนี้ทุกอย่างกลับไม่ใช่ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันได้เปลี่ยนไปแล้ว...

เพียงแต่เขารู้สึกตัวช้าไปเท่านั้น...

...

ท่ามกลางความนิ่งเงียบที่แม้แต่เหล่าผีๆทั้งหลายในยามนี้ก็ไม่กล้าที่จะส่งเสียง เพราะทราบดีได้ถึงบรรยากาศของความเศร้าที่กำลังแผ่ขยายออกมาอย่างเงียบงัง...

ในห้องนี้มีเพียงแค่คุณนักวาดเท่านั้นที่ไม่ออกไปไหนกลับกำลังนั่งวาดภาพอยู่-เป็นภาพที่เศร้าสร้อยราวกับจะบอกถึงหนึ่งชีวิตที่อาจจะต้องลาลับไปก่อนเวลาที่ควรเป็น

กับความตาย...

มันไม่มีใครยินดีหรอก...

...ไม่ว่าจะเป็นคนเป็นหรือคนตาย

เพราะความตายคล้ายกับเป็นตัวแทนของความเศร้าและการลาจากประการหนึ่ง-ยิ่งดวงวิญญาณของคุณคนเก็บต้นฉบับที่เคยแวะเวียนผ่านมายังบ้านหลังนี้บ่อยครั้งไม่มีทางได้มาอยู่รวมกันด้วยแล้ว เพราะหากหหล่อนตายต้องไปยังโลกทางฝั่งโน้นอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

“บ้าที่สุด...”

คุณสีดำในยามนี่ที่คล้ายกับไม่มีที่ไป เพราะนอกจากจะตามยังหญิงสาวไปดัวยไม่ได้แล้วยังหาร่องหารอยอีกคุณนักฝันและคุณนักรักไม่เจอด้วยจนสุดท้ายได้แต่มาเดินวนด้วยความกลุ้มใจอยู่ที่บ้านหลังนี้ เพราะเมื่อไม่รู้วิญญาณหายไปไหนจึงได้แต่มารอคอยอยู่ที่นี่เหมือนกับญาติที่เดินวนอยู่หน้าห้อง ICU รอคอยคุณหมอที่แสนสวยออกมาด้วยรอยยิ้มเท่านั้น...

คุณหมอที่ว่าคือคุณนักฝัน...

และก็คล้ายกับเหมือนกับนักโทษประหารที่รอคอยคำสั่งตัดสินสุดท้ายจากผู้พิพากษาบนบัลลังก์กล่าวคำตัดสินออกมา...

และผู้พิพากษาที่ว่าก็คือคุณนักฝันอีกนั่นแหละ...

คุณสีดำที่ไม่รู้จะทำอะไรจึงได้แต่ร้องออกมาอย่างอับจนปัญญาว่า

“...บ้าที่สุด...ทำไมถึงยังไม่ยอมกลับมาเสียทีน่ะ”

“ผมว่าเราใจเย็นๆก่อนดีมั้ยครับ”

คุณสีขาวที่นั่งอยู่เหมือนกับไม่กังวลอะไร เพราะสำหรับเขาแล้วมนุษย์จะเกิดจะดับเป็นเรื่องที่ธรรมดาเรื่องหนึ่งเท่านั้น เพราะแค่มนุษย์คนหนึ่งตายเท่านั้น-ถึงจะเป็นคุณคนเก็บต้นฉบับก็เถอะ...

“...”

คุณสีดำที่เห็นอีกฝ่ายยังสามารถนั่งชิวๆใจเย็นๆจึงเลิกคิ้วกล่าวออกไปว่า

“...นายยังสบายใจได้อีกหรือ”

“ครับ...”

คุณสีขาวยังตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบว่า

“...แค่คนตายคนหนึ่งเท่านั้น”

เพราะถึงเขาที่จะพึ่งมาทำงานบนโลกนี้ได้ไม่นาน-แต่ก็เห็นและพบคนตายมามากมายจนไม่จำเป็นที่จะต้องตกใจอะไรเลย...

ถึงวิญญาณดวงนั้นจะเกิดจากการทำงานที่ผิดพลาดของพวกตนจนตายไปก็เถอะ...

“ชิ...”

คุณสีดำที่เค้นสียงออกมาอย่างไม่สบอารมณ์จึงกล่าวออกมาอีกว่า

“..คนที่ไม่รู้อะไรนี่มันช่างดีจริงๆ”

“ผมไม่รู้อะไรหรือครับ”

“นายนี่ไม่รู้เลยหรือว่าการฆ่าคนมันเป็นบาปใหญ่หลวง”

กับคำตอบของคุณสีดำทำเอาคุณสีขาวที่เริ่มรู้สึกตัวจึงต้องร้องถามออกไปว่า

“มันใหญ่แค่ไหนครับ”

“แล้วนายว่าบาปของอนันตริยกรรมมันมากน้อยแค่ไหนล่ะ”

กับคำตอบของคุณสีดำทำเอาคุณสีขาวถึงขนาดลุกขึ้นมาส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจว่า

“บ้าน่า”

บาปของการฆ่าคน-มันเป็นบาปที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่มีมา เพราะไม่มีใครก็ถือว่าเป็นหนึ่งชีวิตที่มีค่าเท่าเทียมกันอย่างที่ไม่สามารถปฏิเสธได้-เขาที่งงๆจึงกล่าวออกไปว่า

“แต่ที่ผมเคยได้ยินมา...”

คุณสีขาวยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...บาปของอนันตริยกรรมมันมีอยู่แค่สี่อย่างไม่ใช่หรือครับ”

ตามความเชื่อของศาสนาพุทธมีอยู่ 4 สิ่ง

1.สังฆเภท – ทำสงฆ์ให้แตกกัน ทำลายสงฆ์

2.โลหิตุปบาท - ทำร้ายพระพุทธเจ้าจนถึงพระโลหิตห้อ ขึ้นไป

3.อรหันตฆาต – ฆ่าพระอรหันต์

4.มาตุฆาตปิตุฆาต – ฆ่ามารดาบิดา

...เรียงลำดับตามความหนักเบาของโทษ

“งั้นนายก็ควรรู้ไว้ว่า...”

คุณสีดำยังกล่าวต่อมาอีกอย่างชัดเจนว่า

“...บาปของอนันตริยกรรมมันมีมากมายกว่าที่นายรู้และลำดับต่อไป-มันก็คือการฆ่าคนหรือทำให้ผู้อื่นถึงแต่ความตาย เพราะการดับยังชีวิตของคนๆหนึ่งจะต้องทำให้ผู้คนมากมายต้องบังเกิดยังความเศร้าหมองและชะตากรรมของผู้คนมากมายที่จะต้องเกี่ยวข้องกับคนๆนั้นจะต้องแปลงเปลี่ยนได้...”

หล่อนยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...คนตายเพียงแค่คนเดียวก็จะทำให้เกิดยังเรื่องราวต่างๆมากมายราวกับบัตเตอร์ฟาย เอฟเฟ็ค”

“ทฤษฏีโกลาหลน่ะหรือ”

คุณสีขาวกล่าวออกไปได้แต่นั้น เพราะทฤษฎีเคออสหรือบัตเตอร์ฟาย เอฟเฟ็คนั้นกล่าวถึงการที่เราทำอะไรเพียงแค่เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆแต่ผลกระทบของมันกลับทำให้เกิดยังสิ่งที่ใหญ่โตตามมาอย่างที่ไม่สามารถคาดหมายถึงได้-ซึ่งการตายของคุณคนเก็บต้นฉบับเพียงแต่เรื่องเดียวอาจจะทำให้เกิดยังเรื่องราวต่างๆได้เช่น...

1.คนที่เป็นเนื้อคู่ของคุณคนเก็บต้นฉบับอาจจะไม่ได้แต่งงานหรือไปแต่งงานกับคนอื่นทำให้เกิดคนที่ไร้คู่หรือไม่ก็มีการเปลี่ยนคู่อย่างไม่รู้จักจบสักสิ้น...

2.ลูกที่ควรเกิดมาจากคุณคนเก็บต้นฉบับที่หายไปอย่างแน่นอนอาจจะเป็นคนที่ทำประโยชน์หรือก่อยังความชั่วร้ายที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้...

เพราะฉนั้นการตายของคุณคนเก็บต้นฉบับจึงเป็นสิ่งที่ทำให้โลกต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอนไม่มากก็น้อย-แต่คุณสีขาวที่ไม่เข้าใจยังกล่าวออกมาอีกว่า

“แต่ทุกวันก็มีมนุษย์ที่ฆ่ากันตายไม่ใช่หรือครับ”

“ใช่...”

คุณสีดำที่ในยามนี้สามารถหยุดเดินพร่านเป็นหนูติดจั่นได้แล้วจึงยืนกอดอกกล่าวออกมาอีกว่า

“...ถ้าเป็นคนที่โลกนี้ฆ่าคนที่โลกนี้เป็นเรื่องที่ธรรมดา-แต่ถ้าเป็นเรื่องของคนที่โลกโน้นอย่างเราฆ่าคนที่โลกนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่เลย”

เพราะตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้วคนที่อยู่ทางโลกโน้นไม่ว่าใครก็ตามก็ไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคนที่อยู่ทางโลกนี้ได้-ไม่งั้นจะต้องได้รับโทษอย่างใหญ่หลวง...

คุณสีขาวที่ยังไม่เข้าใจถึงกับจ้องมองไปยังใบหน้าของเหล่าผีๆทั้งหลายที่นอกจากจะยุ่งเกี่ยวกับผู้คนแล้วยังแกล้งหรือพยายามทำอะไรหรือต่อหลายอย่างไม่ใช่หรือ-จึงถามออกไปว่า

“แล้วพวกนั้นล่ะ”

“พวกนั้นไม่เกี่ยว...”

คุณสีดำจึงส่งเสียงตอบออกมาอีกว่า

“...เพราะพวกนั้นเป็นพวกที่ฝ่าฝืนยังกฏแห่งกรรม”

เพราะไม่สามารถเข้าไปยังโลกทางฝั่งโน้นได้จึงไม่จำเป็นต้องรับโทษใดๆจากการกระทำหากการกระทำนั้นไม่ได้เป็นเรื่องที่ใหญ่โตอะไร-เหล่าผู้ที่มีอำนาจทั้งหลายจะแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นผ่านๆไป เพราะไม่ต้องการยุ่งยากเพิ่มขึ้น...

“งั้นก็หมายความว่า...”

“ถ้าคุณคนเก็บต้นฉบับตายไป...”

คุณสีดำที่ไม่รอช้ายังส่งเสียงกล่าวต่อมาอีกว่า

“...แม้แต่นรกก็ไม่มีทีให้เราอยู่หรอก”

“...”

คุณสีขาวที่ได้ยินถึงกับหน้าซีดไปในทันที เพราะถ้าสำหรับคนเป็นแล้วมีบาปของอนันตริยกรรมที่ยิ่งใหญ่ถึง 4 อย่างแล้วละก้อ-สำหรับคนที่โลกทางฝั่งโน้นเช่นเขาแล้วต้องเพิ่มไปอีก 1 ข้อ...

“...”

แค่คุณเจ้าของที่คล้ายกับนั่งนิ่งจ้องมองไปยังใบหน้าที่หลับใหลและอุณหภูมิของร่างกหายที่ลดต่ำลงไปอย่างไม่หยุดยั้ง...

แม้มันจะเปลี่ยนแปลงอย่างเล็กน้อย-แต่หัวใจและความรู้สึกของคุณเจ้าของกลับสัมผัสถึงมันได้...

เขาที่แทบจะไม่สนใจถึงสียงของคุณสีดำและสีขาวที่กำลังโต้เถียงกันอยู่อย่างดังลั่นและเคร่งเครียดด้วยความหนักใจ เพราะหัวใจ จิตวิญญาณของเขากำลังจับจ้องและสนใจเพียงแค่ร่างที่กำลังหลับใหลหายใจอย่างแผ่วเบาจนแทบจะไร้ยังลมหายใจที่ ณ เบื้องหน้านี้...

เพราะหากลมหายใจขาดหายไปก็เท่ากับคุณคนเก็บต้นฉบับนั้นคงจะต้องตายจากเขาไปอย่างแน่นอน-หล่อนกำลังจะจากเขาไปในยามที่เขาพึ่งจะได้มีโอกาสตระหนักถึงความรู้สึกของเขาที่มีต่อหล่อน...

มันไม่ยุติธรรม...คุณเจ้าของคิดที่จะร้องบอกออกไปเช่นนั้น...

แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นมานี้-มันไม่ใช่เป็นสิ่งที่เขาเคยมุ่งหวังเอาไว้หรือ...

...ให้หล่อนตายแล้วให้คุณนักฝันคืนชีพ

แต่รอยยิ้มที่น่ารัก อ่อนแอและสวยงามจนน่าสัมผัส น้ำเสียงที่ได้ยินแฝงถึงความสุขและความเศร้า ทั้งประกายหยาดน้ำตาและรอยยิ้มของคุณคนเก็บต้นฉบับนี้-มันไม่ใช่ของคุณนักฝัน...

เขาที่หลงรักยังทุกสิ่งทุกอย่างของคุณคนเก็บต้นฉบับอย่างไม่รู้ตัวราวกับสิ่งๆเหล่านั้นค่อยๆแทรกซึมซับเข้ามาในหัวใจของเขาอย่างไม่รู้ตัวจนหลงรักหล่อน...

...มันเป็นสิ่งที่แม้แต่คุณนักฝันก็ไม่สามารถแทนได้

คุณเจ้าของที่คล้ายตื่นขึ้นมาจากความฝันแล้วพบว่าผู้หญิงสาวที่เขารักคือคุณคนเก็บต้นฉบับถึงกับต้องกุมมือหล่อนที่กำลังนอนนิ่งไร้ความรู้สึกที่เบื้องหน้า-ถึงกับต้องเผลอหลั่งยังหยาดน้ำตารินไหลส่งเสียงร้องออกไปว่า

“คุณอย่าตายน่ะครับ...”

เขายังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...อย่าเป็นอะไรน่ะครับ...”

ไม่สนใจยังสายตาของคนตายมากมายที่กำลังจับจ้องมองมาเพียงส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...ผมรักคุณ”

คุณเจ้าของส่งเสียงกล่าวยังสิ่งที่หัวใจของเขารับรู้ออกไป ถึงสิ่งที่หัวใจเขาอยากจะบอกกับหล่อน-แม้คุณคนเก็บต้นฉบับอาจะไม่มีโอกาสได้ยินถึงมันตลอดกาลเลยก็ตาม...

เขายังอยากที่จะบอกมันออกไป ทั้งๆที่อาจจะไร้ประโยชน์-ไม่สามารถเรียกรั้งยังสิ่งอื่นใดสามารถกลับคืนมาได้ก็ตาม...แต่เขาก็อยากที่จะร้องบอกมันออกไป

...ถึงมันจะเป็นสิ่งไร้ค่าก็ตาม

แต่...

คุณคนเก็บต้นฉบับไม่รับรู้ ไม่ได้ยินถึงคำพูดที่มาจากหัวใจของคุณเจ้าของจริงหรือ...

...ใครสามารถตอบได้
-------------------------------

“...”

คุณนักฝันที่กำลังลอยอยู่เบื้องหน้าของทุกคนถึงกับยิ้มออกมา

“คุณอย่าตายน่ะครับ...”

“...อย่าเป็นอะไรน่ะครับ...”

“...ผมรักคุณ”

กับคำกล่าวทั้ง 3 ประโยคของคุณเจ้าของนี้-เธอที่นำพายังคุณนักรักและคุณคนเก็บต้นฉบับกลับมาถึงกับได้ยินมันอย่างชัดเจน...ยามเมื่อหญิงสาวกวาดสายตากลับไปมองยังดวงวิญญาณของคุณคนเก็บต้นฉบับ-เห็นถึงสีของดวงวิญญาณอย่างชัดเจนถึงกับยิ้มออกมาอีกครั้ง

“...”

เพราะสำหรับวิญญาณมือใหม่เช่นนี้ไม่สามารถปิดบังยังเธอได้หรอก...

“รีบไปเถอะครับ...”

คุณนักรักที่หันไปมองยังคุณคนเก็บต้นฉบับที่เขาต้องจูงมือนำพายังหล่อนก้าวเดินมา เพรากลัวจะผลัดหลงไปไหนแล้วกล่าวออกไปว่า

“...ทุกคนกำลังรอคุณอยู่”

“แต่ว่า...”

คุณคนเก็บต้นฉบับที่คล้ายกับยังไม่สามารถตัดใจแยกจากยังคุณนักรักได้ถึงกับต้องลังเลขึ้นมาอีกครั้งแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างกล้าๆกลัวๆว่า

“...แล้วเราจะได้พบกับอีกมั้ยครับ”

“ถึงคุณจะไม่สามารถมองเห็นถึงผมได้ก็ตาม...”

คุณนักรักที่ยิ้มพลางจ้องมองไปยังใบหน้าของอีกฝ่ายแล้วจึงกล่าวออกมาอีกว่า

“...แต่ผมจะคอยอยู่เคียงข้างคุณเสมอ-เป็นกำลังใจให้ครับ”

“ฉันขอถามอะไรคุณสักอย่างได้มั้ยค่ะ”

คุณคนเก็บต้นฉบับที่คล้ายกับมีสีหน้าที่ลังเลเล็กน้อยแล้วจ้องมองไปยังใบหน้าของชายหนุ่มที่เบื้องหน้าเห็นเขายังพยักหน้าตอบรับกลับมา

“ครับ”

หล่อนจึงถามออกไปว่า

“คุณยังรักฉันอยู่หรือเปล่า”

“...”

คุณนักรักที่ได้ยินถึงคำถามที่มาอย่างปัจจุบันทันด่วนนี้ถึงกับต้องอึ้งและนิ่งเงียบลงไปในพริบตาราวกับรับรู้ได้ถึงความว่างเปล่าในหัวใจที่มันคล้ายกับเหมือนไม่มีอะไรเลย...แม้แต่คุณนักฝันที่ลอยอยู่ใกล้ๆถึงกับต้องชะงักเผลอหยุดนิ่งไปด้วยในคำถามนี้...

ราวกับเธอก็คล้ายกับอยากจะรับรู้ถึงคำตอบที่มันไม่ควรจะเกี่ยวข้องอะไรกับเธอเลย ณ ในยามนี้...

...แต่มันใช่ไม่เกี่ยวจริงๆหรือ

“เออ...”

แต่คุณคนเก็บต้นฉบับที่เห็นยังชายหนุ่มนิ่งเงียบลงไป-หล่อนก็พอที่จะเดาๆยังคำตอบออกมาได้เลาๆอยู่ในหัวใจแล้วถึงกับยิ้มออกมาอย่างเศร้าๆราวกับสูญเสียถึงอะไรบางอย่างในอดีตลอดจนปัจจุบันไป...

“...”

หล่อนที่ได้แต่ยิ้มออกมาทั้งๆที่พยายามจะกั้นยังหยาดน้ำตามิให้รินไหลออกมาแล้วจึงถามออกมาอีกครั้งว่า

“...ตอนนี้คุณมีใครที่รักแล้วใช่มั้ยค่ะ”

“เออ...”

คุณนักรักที่ได้ยินถึงกับต้องชะงักน้ำเสียงลงไปอย่างที่ไม่สามารถตอบหรือกล่าวอะไรออกได้อีก-เขาได้แต่พลางกวาดสายตาเผลอไปมองยังหญิงสาวที่กำลังลอยอยู่ด้านข้างของคุณคนเก็บต้นฉบับอย่างไม่รู้ตัว...

“...”

คุณคนเก็บต้นฉบับที่เห็นถึงแววตาและสายตาที่จับจ้องมองไปของชายหนุ่มก็เข้าใจดีถึงกับทราบยังคำตอบที่หล่อนอย่างรับรู้รับทราบได้แล้วจึงได้แต่พยักหน้ารับแล้วกล่าวออกมาว่า

“...ฉันรู้แล้วค่ะ”

“หือ...”

“เอ๋ะ...”

ท่ามกลางเสียงที่ร้องออกมาอย่างตกใจและไม่เข้าใจของคุณนักรักและคุณนักฝันที่ดังขึ้นมา...คุณคนเก็บต้นฉบับที่ยิ้มออกมาราวกับความรักที่เป็นดั่งงานเลี้ยงที่ไม่ว่าจะสุขและทุกข์เศร้าแค่ไหนก็ต้องมีวันเลิกลาทั้งยังกล่าวต่อมาอีกว่า

“ฉันจะกลับเข้าร่างแล้วค่ะ”

“ครับ”

คุณนักรักจึงพยักหน้าตอบรับกลับไปด้วยรอยยิ้มอย่างยินดีทันทีโดยที่มิได้คิดอะไร...คุณคนเก็บต้นฉบับที่ได้ยินถึงกับพยักหน้ารับทั้งหยาดน้ำตาที่ค่อยๆรินไหลออกมาแล้วกล่าวออกมาอีกว่า

“ไว้ว่างๆก็ช่วยมาเข้าฝันฉันบางน่ะค่ะ”

ราวกับหล่อนรู้...

“ได้ครับ”

เมื่อเห็นยังชายหนุ่มที่พยักหน้ารับแล้วคุณคนเก็บต้นฉบับจึงพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มและหยาดน้ำตาแห่งการลาจากและความสุขอีกว่า

“ลาก่อนค่ะ”

ไม่มีการลาจากใดที่ทั้งเศร้าสร้อยและมีความสุขเช่นนี้อีกแล้ว...

หยาดน้ำตาที่หลั่งไหลก็มิสามารถตอบได้ว่าหลั่งไหลออกมาเพราะสิ่งใด...

“โชคดีครั...”

ในยามที่คุณนักรักกำลังพยักหน้าตอบรับลงไปนั้นร่างของคุณคนเก็บต้นฉบับที่ไม่รอช้าก็รีบพุ่งเข้ามาจูบที่ริมฝีปากของเขาอย่างแผ่วเบา...

มันแผ่วเบาราวกับวิญญาณ...

บางเบาราวกับรักที่หลุดลอย...

“...”

ในขนาดที่คุณนักรักกำลังนิ่งและงงๆจ้องมองไปยังภาพของดวงวิญญาณคุณคนเก็บต้นฉบับที่เบื้องหน้าอย่างงงๆและตกใจนิดๆแล้วหล่อนจึงยิ้มออกมาอีกครั้งแล้วหันหลังวิ่งออกไปเพียงทิ้งยังประกายของหยนาดน้ำตาเอาไว้-ตรงกลับไปยังร่างของหล่อนที่กำลังรอคอยอยู่...

ยังคุณเจ้าของที่กำลังร้องไห้-กำลังกล่าวอะไรกับร่างของหล่อนอยู่...

...

มีเพียงแต่คุณนักฝันเท่านั้นที้ห็นถึงทุกสิ่งถึงกับเลิกคิ้วด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างไม่รู้เหตุผลราวกับยังคงไม่สามารถทำความเข้าใจได้กับความรู้สึกที่พลันมีขึ้นมานี้...
----------------------------------

“ผมรักคุณ...”

คุณเจ้าของที่กุมมือของคุณคนเก็บต้นฉบับแน่นถึงกับก้มหน้าลงไปมองยังพื้นที่เบื้องล่างอย่างหมดหวังเมื่อรู้สึกได้ถึงลมหายใจและเสียงหัวใจที่จางหายไปจากร่างนี้-ร่างที่เย็นจนกลายเป็นคนตายทำให้เขาที่ทำได้เพียงแค่สิ่งเดียวในยามนี้คือปล่อยให้หยาดน้ำตาแห่งความเศร้าต้องไหลรินออกมาพลางส่งเสียงร้องตะโกนก้องออกมาอย่างไม่อายหรือสนใจใครๆว่า

“...ผมรักคุณได้ยินมั้ย”

“หมับ...”

สิ่งแรกที่คุณเจ้าของสัมผัสได้คือมือของคุณเก็บต้นฉบับที่กุมมือของเขาตอบกลับมา-ยามเมื่อหัวใจของเขาสัมผัสได้ถึงความหวังแล้วคุณเจ้าของที่เงยหน้าขึ้นไปมองยังคุณคนเก็บต้นฉบับที่เบื้องหน้าสิ่งแรกที่เห็นคือหยาดน้ำตาที่ค่อยๆรินไหลออกมาจากหางตา...

“...”

เป็นหยาดน้ำตาที่นิ่งเงียบไร้สรรพเสียงใดๆ-แต่หยุดยั้งทุกสิ่งทั้งโลกหล้าเอาไว้...

“ตึก...ตึก...”

ก่อนที่เสียงหัวใจ...

“สูด...สูด...”

และเสียงลมหายใจ...

“อา...”

คุณเจ้าของที่ยิ้มออกมาอย่างปิติและมีความหวังถึงกับจับจ้องมองไปยังคุณคนเก็บต้นฉบับที่ค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆราวกับอยากจะเก็บยังแววตาที่สร้อยเศร้าและยินใจของหล่อน ณ ชั่วพริบตานั้นไว้ชั่วนิรันดร์-เขาส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“...คุณพื้นแล้ว”

“ขอบคุณน่ะคะ...”

คุณคนเก็บต้นฉบับที่ลุกขึ้นมานั่งบนโซฟาถึงกับยิ้มให้กับคุณเจ้าของแล้วกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มที่เศร้าสร้อยว่า

“...เพราะคุณฉันจึงสามารถพื้นขึ้นมาได้ค่ะ”

เพราะคำกล่าวของเขาทำให้หล่อนสามารถตัดใจจากคุณนักรักได้-รับรู้รับทราบถึงโลกใบนี้ที่ยังมีคนที่รักและรอคอยหล่อนอยู่...แต่สำหรับคุณเจ้าของที่ในยามนี้ยังจับมือของคุณคนเก็บต้นฉบับไว้เห็นยังสายตาของหล่อนที่จ้องมองมาถึงกับรู้ตัวรีบปล่อยมืออย่างรวดเร็วแล้วกล่าวออกมาอย่างอายๆทันทีว่า

“ขอโทษครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ”

คุณคนเก็บต้นฉบับที่ได้ยินถึงกับส่ายหน้าออกมาด้วยรอยยิ้มเหมือนกับจะไม่ได้โกรธอะไร...แต่คุณเจ้าของที่เหมือนกับจะอายๆนิดๆ เพราะไม่รู้ว่า”คุณคนเก็บต้นฉบับกลับมานานหรือยัง”-ได้ยินที่เขาพูดอะไรออกไปบางหรือเปล่าจึงได้แต่ส่งเสียงออกไปว่า

“เออ...เออ...”

เขาที่คล้ายกับไม่กล้าสบยังสายตาของคุณคนเก็บต้นฉบับตรงๆได้แต่มองเลี่ยงไปยังทางอื่นๆแล้วส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“...คุณได้ยินอะไรหรือเปล่าครับ”

“ค่ะ...”

คุณเจ้าของที่คล้ายกับไม่ทันได้ยินยังคำตอบของคุณคนเก็บต้นฉบับจึงได้ถามออกไปอีกครั้งว่า

“...คุณได้ยินอะไรที่ผมบอกออกไปหรือเปล่าครับ”

“ค่ะ...”

คุณคนเก็บต้นฉบับส่งเสียงตอบรับออกมาอีกครั้งก่อนที่จะกล่าวต่อไปว่า

“...ฉันได้ยินอย่างชัดเจนเลยค่ะ”

ทั้งตอนที่เป็นวิญญาณและตอนที่มิได้เป็นวิญญาณ...ทำเอาคุณเจ้าของที่ได้ยินยังคำตอบนี้ถึงกับต้องเผลอเงยหน้าไปมองยังใบหน้าของอีกฝ่ายที่คล้ายกับยิ้มออกมา-เขาที่หน้าแดงถึงกับต้องรีบกล่าวออกมาทันทีว่า

“เออ...เออ...”

เขาที่ลังเลแล้วสุดท้ายจึงอดที่จะกล่าวออกไปไม่ได้ว่า

“...อย่าสนใจสิ่งที่ผมพูดออกไปเลยน่ะครับ...”

ทั้งยังกล่าวออกไปอีกว่า

“...ผมพูดออกไปเพราะลืมตัวน่ะครับ”

“ไม่ได้หรอกค่ะ...”

กับคำกล่าวนี้ของคุณคนเก็บต้นฉบับถึงกับทำเอาคุณเจ้าของที่ได้ยินถึงค้องเผลเงยหน้ามองขึ้นไปยังใบหน้าของหล่อนอย่างไม่รู้ตัวทันทีเผลอจับจ้องมองไปยังเรียวริมฝีปากที่ค่อยๆกล่าวออกมาอีกว่า

“...เพราะคำพูดของคุณจึงทำให้ฉันตัดสินใจที่จะกลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง”

เพราะโลกใบนี้ยังมีคนอีกมากมายที่รอคอยยังหล่อนอยู่...

“งั้นหรือครับ...”

คุณเจ้าของที่ได้ยินถึงกับยิ้มออกมาเมื่อรู้ว่า”คุณคนเก็บต้นฉบับไม่มีท่าทางไม่พอใจ”-เขาที่ไม่รู้จะกล่าวอะไรกลับไปยินเสียงของคุณขี้เล่นดังขึ้นมาว่า

“บอกออกไปสิ...”

“หือ...”

คุณเจ้าของที่ร้องรับเงยหน้าไปมองยังคุณขี้เล่นเห็นอีกฝ่ายยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...คงไม่ต้องให้สอนหรอกน่ะว่าต้องพูดอะไรกัน”

เขารู้ดีว่าต้องกล่าวอะไร...

“เป็นผู้ชายเสียเปล่า...”

คุณนักร้องยังกล่าวออกมาอีกอย่างดูถูกว่า

“...มาถึงตอนนี้ถ้าไม่กล้าพูดก็ไปตายซ่ะ”

“บอกเลย...บอกเลย...”

ท่ามกล่งเสียงเชียร์ของคุณหัวหายอย่างเอาใจช่วย...แม้แต่คุณเจ้าบ้านก็พยักหน้ารับแล้วกล่าวออกมาอีกคนว่า

“อนาคตของวงค์ตระกูลอยู่กับความกล้าของแกแล้วน่ะ”

“ครับ...”

สุดท้ายคุณเจ้าของที่ได้รับทั้งกำลังใจและแรงกฏดันจากวิญญาณทั้งหลายที่อยู่ภายในห้องนี้ถึงตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...ถึงคุณจะรับรู้หรือได้ยินแล้วก็ตามที่-แต่ผมก็อยากจะบอกให้กับคุณได้ทราบอีกครั้งหนึ่งจากปากของผมเอง”

“ค่ะ...”

เมื่อได้ยินเสียงที่เป้นเหมือนกับคำอนุญาตของคุณคนเก็บต้นฉบับกล่าวออกมาแล้วคุณเจ้าของจึงกล่าวออกมาอีกว่า

“คุณรักคุณครับ...”

เขายังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกอย่างชัดเจนว่า

“...ได้โปรดเป็นแฟนกับผมได้มั้ยครับ”

พลางจับจ้องมองไปยังคุณคนเก็บต้นฉบับที่เบื้องหน้าราวกับกำลังรอคอยให้หล่อนตอบออกมา...คุณคนเก็บต้นฉบับที่ยิ้มออกมาพร้อมทั้งส่ายหน้าแล้วกล่าวออกมาว่า

“ไม่ค่ะ”

“หา...”

คุณเจ้าของที่ได้ยินถึงกับต้องร้องออกไปด้วยสีหน้าที่แววตาที่ผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง...แต่คุณคนเก็บต้นฉบับที่มองยังเขาด้วยรอยยิ้มกลับส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“ฉันในตอนนี้ยังไม่สามารถเป็นแฟนหรือยอมรับยังความรักจากคุณได้ เพราะหัวใจของฉันในยามนี้ยังคงรักเขาอยู่ค่ะ...”

ภาพของคุณนักรักปรากฏขึ้นมาทันทีในความรู้สึกของใครหลายต่อหลายคน...แต่คุณคนเก็บต้นฉบับที่ยิ้มออกมาอีกครั้งยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...แต่ฉันเชื่อว่าถึงฉันจะไม่สามารถลืมเขาไปจากหัวใจได้-แต่สักวันหนึ่งคงจะสามารถรักคุณและยอมรับถึงความรักของคุณได้อย่างแน่นอนเลยค่ะ”

“งั้นผมจะรอครับ...”

คุณเจ้าของที่ยิ้มออกมาอย่างมีความหวัง เพราะยังไงอีกฝ่ายก็ตายไปแล้วจึงส่งเสียงกล่าวออกมาอีกอย่างชัดเจนว่า

“...ผมจะรอคอยคุณชั่วชีวิตครับ”

“ฉันก็หวังว่ามันจะไม่นานถึงขนาดนั้น...”

คุณคนเก็บต้นฉบับที่ยิ้มให้กับคุณเจ้าของยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...และหวังว่าวันนี้จะมาถึงเร็วๆ”

เพราะยิ่งความเศร้าจากการสูญเสียผ่านไปเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะวันเวลาแห่งความสุขอีกมากมายกำลังรอคอยอยู่...

ขอเพียงยังมีชีวิตและความหวังอยู่...

“ครับ...ผมจะรอ”

คุณนักรักที่ได้ยินยังคุณเจ้าของตอบออกมาเช่นนั้นถึงกับยิ้มออกไปอย่างมีความสุขยิ่ง เพราะการที่คนที่เขารักมีความสุข-เขาที่มองยังทั้งสองอย่างมีความสุขจึงหันไปกล่าวกับคุณนักฝันที่น่าจะลอยอยู่ด้านข้างว่า

“จบอย่างงี้ก็ดีแล้วน่ะครับ”

...

แต่ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมาจากคุณนักฝัน เพราะหญิงสาวที่ควรจะลอยอยู่ที่นี้กลับจางหายไปอย่างที่เขาไม่ทันรู้ตัว...

เหมือนกับเพียงแค่พริบตาเดียวลมหายใจก็หลุดลอยหายไปจนเหลือแต่วิญญาณแล้ว...


Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 19 ต.ค.57 เวลา 00:21:14 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ