Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

ปาร์ตี้ผีอลเวง ปาร์ตี้ที่ 13 เข้าฝัน...

ขอบคุณครับที่ติดตาม

ปาร์ตี้ที่ 13 เข้าฝัน...

มันทั้งเลือนลาง...

และความว่างเปล่า...

...

สิ่งต่างๆที่คล้ายกับมีและเหมือไม่มีอะไร-ค่อยๆเด่นชัดขึ้นมาในความฝันนี้

นี่คือความฝัน...เป็นความฝัน...และคือความฝัน...

มันค่อยๆชัดเจนจนเป็นความจริงขึ้นมา เพราะนี่ถึงจะเป็นความฝัน-แต่ก็เป็นความจริงในจิตใจของทุกดวงวิญญาณที่ปรารถนา...

ที่กำลังหลับใหล...

คุณนักรักที่ได้รับการช่วยเหลือจากคุณนักฝันจึงสามารถแอบเข้ามาในความฝันนี้หรือ...

ไม่สิ...แม้แต่เขาก็ไม่แน่ใจว่า”ความฝันนี้คุณนักฝันเป็นคนที่สร้างมันขึ้นมาหรือเปล่า” เพราะจากที่ฟังๆอยู่เหมือนว่าเธอจะสามารถกำหนดความฝันได้ดังใจนึก...

และสวนแห่งนี้ที่คุณเก็บต้นฉบับกำลังนั่งอยู่ก็กลับเป็นยังสวนใกล้ๆบ้านของเขาที่ชายหนุ่มและหล่อนก็มักจะมานั่งเล่นอยู่ในบางครั้งที่เขาจะต้องมาออกกำลังเบาๆ-เพื่อสุขภาพ...

แล้วคุณนักฝันรู้จักมันได้ยังไงกัน...

“...”

ยามที่สายตาของชายหนุ่มกวาดมองไปยังเก้าอี้ในสวนที่คุ้นเคยกับมันถึงยังทุกสิ่งทุกอย่าง-มันช่างเหมือนกับสวนที่เขาเคยไปจริงๆ...

หรือว่าการที่คุณนักฝันสามารถสร้างมาได้ เพราะรู้จากความทรงจำของคนเก็บต้นฉบับ...

...เธออ่านยังความทรงจำได้

...อ่านใจคนได้หรือ

“นี่เร็วๆหน่อยสิ...”

คุณนักฝันที่กำลังยืนอยู่ที่ด้านนอกของสวนสาธารณะแห่งความฝันเห็นยังชายหนุ่มที่มั่วแต่ยืนมองดูอะไรอยู่เป็นนานสองนานถึงกับส่งเสียงเร่งรัดออกมาว่า

“...เรามีเวลาไม่มากน่ะ”

“ขอโทษครับ...”

คุณนักรักที่ได้ยินถึงกับขมวดคิ้วด้วยความสงสัยพลางร้องถามยังหญิงสาวกลับไปว่า

“...มันเสียพลังงานขนาดนั้นเลยหรือครับ”

เพราะเขาก็พอที่จะทราบดีว่า”การที่จะสร้างอะไรขนาดนี้”-หญิงสาวอาจจะต้องใช้พลังมากมายแค่ไหนในการช่วยเหลือเขา...

แต่คุณนักฝันกลับตอบออกมาว่า

“อีกเดี๋ยวข่าวจะจบแล้ว...”

เธอยังบอกต่อไปอีกว่า

“...ละครกำลังจะมาแล้ว”

การที่เธอรีบร้อนเร่งรัดเขาคือจะรีบกลับไปดูละครหลังข่าวนี่น่ะ...

“ครับ...ครับ...”

คุณนักรักที่ได้ยินถึงกับฝืนยิ้มออกมาอย่างจนใจ เพราะเขาแทบจะลืมไปเลยว่า”สิ่งที่ทำให้บ้านหลังนี้เปลื้องค่าไฟ”อีกอย่างหนึ่งก็คือค่าโทรทัศน์นั่นเอง-เขาที่ไม่รอช้าจึงก้าวเดินไปหายังคุณคนเก็บต้นฉบับที่เหมือนกับนั่งเหม่อลอยมองดูยังสระน้ำที่เบื้องหน้าอย่างเศร้าสร้อย...

หล่อนคล้ายกับไม่ทราบว่า”เขามาถึงที่ข้างกาย” เพราะผียังคนไร้เสียงฝีเท้า-แม้ในความฝันก็ตาม...

“...”

ยามที่เห็นยังหยาดน้ำตาที่รินไหลออกมาจากใต้ดวงตาของคุณคนเก็บต้นฉบับทำเอาหัวใจของคุณนักรักถึงกับต้องเศร้าสร้อยออกมาไม่ได้ เพราะหากเสียงหัวเราะสามารถระบาดได้-ควมเศร้าก็แพร่เชื้อได้เร็วไม่แพ้กัน...

มันเป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถควบคุมได้ เพราะเป็นมนุษย์จึงไม่สามารถควบคุมได้...

ถึงจะเป็นผี แต่ก็เป็นผีที่เคยเป็นมนุษย์มาก่อน...

ถึงผู้คนมากมายจะให้คนนิยามว่า”มนุษย์คือสิ่งมีชีวิตสามารถใช้เครื่องมือและไฟได้”หรือมนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่ใช้ชีวิตอยู่ในเวลา...

แต่สิ่งที่ไม่สามารถปฏิเสธได้คือมนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่มากน้ำใจ...

...ไม่ว่าจะเป็นทางดีหรือร้ายก็ตาม

“คุณกำลังร้องไห้อยู่หรือ”

คุณนักรักที่นั่งลงไปเคียงข้างยังคุณคนเก็บต้นฉบับถึงกับส่งเสียงถามออกไปด้วยรอยยิ้มที่แฝงยังความเศร้าและความเป็นห่วงเป็นใยหล่อนเอาไว้...

“หา...”

คุณคนเก็บต้นฉบับที่หันมามองยังคุณนักรักด้วยความตกใจละคนไม่เชื่อยังสิ่งที่สายตาเห็นถึงกับร้องถามออกไปว่า

“คุณ...”

แม้จะเป็นคำสั้นๆ-ที่เพียงราวกับคำถามถึงตัวตนของชายหนุ่มเอาไว้ก่อนที่จะไม่สามารถหักห้ามยังความอยากรู้แห่งหัวใจกล่าวออกมาอีกว่า

“...เป็นคุณจริงๆใช่มั้ยค่ะ”

“...”

คุณนักรักได้แต่พยักหน้าตอบรับกลับได้ด้วยรอยยิ้มเท่านั้น เพราะแม้แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะตอบหล่อนกลับไปเช่นไรเหมือนกัน...

ว่าเขาที่อยู่ ณ ที่นี้ใช่เขาที่หล่อนรู้จักอีกหรือไม่ เพราะหลังจากความตายทุกสิ่งทุกอย่างได้แปรเปลี่ยนไปแล้ว-เขาไม่สามารถทำให้หล่อนมีความสุขได้...

เพียงแค่ทิ้งยังความเศร้าสร้อย โหยหาและหยาดน้ำตาไว้ให้เท่านั้น...

“เป็นคุณจริงๆด้วย...”

คุณเก็บต้นฉบับที่ยิ้มออกมาอย่างทั้งหยาดน้ำตาถึงกับกระโจนพิงร่างเข้ามาในอ้อมอกของชายหนุ่ม-กอดคอเขาไว้พลางร้องถามออกไปว่า

“...นี่ไม่ใช่ความฝันใช่มั้ยค่ะ...”

ทั้งยังถามยังคำถามที่ชายหนุ่มไม่สามารถตอบได้อีกว่า

“...นี่เป็นเรื่องจริงใช่มั้ย”

“...”

คุณนักรักได้แต่นิ่งเงียบราวกับไม่กล้าที่จะตอบยังความจริงกลับไปได้ เพราะนี่เป็นเพียงความฝัน เพราะนี่ไม่ใช่ความจริง-เขาได้แต่เช็ดยังน้ำตาให้กับคุณคนเก็บต้นฉบับแล้วกล่าวออกไปว่า

“...คุณหยุดร้องไห้ได้แล้ว”

“ค่ะ...”

แม้คุณเก็บต้นฉบับจะพยักหน้าตอบรับ-แต่ก็คล้ายกับไม่สามารถห้ามยังหยาดน้ำตาไม่ให้หลั่งไหลออกมาได้ เพราะเราอาจสามารถเรียกยังมันให้หลั่งไหลได้-แต่การที่จะห้ามยังหยาดน้ำตากลับยากเย็นยิ่งกว่า...

โดยเฉพาะหยาดน้ำตาที่มาจากความรู้สึกอันแท้จริงในหัวใจด้วยแล้ว...

แต่รอยยิ้มแห่งความยินดียังคงอยู่อย่างมิยอมหายไปไหน เพราะหัวใจของคุณคนเก็บต้นฉบับกำลังยินดีอย่างยิ่งเป็นที่สุด เพราะหล่อนได้พบยังคนที่โหยหาและรอคอยมานานแสนนานแล้ว

“...คุณเป็นยังไงบ้าง...”

ประกายตาที่เปี่ยมหยาดน้ำตาซึ่งไม่เคยล่ะไปจากใบหน้าของชายหนุ่มยังคงถามออกไปอีกว่า

“...สบายดีหรือเปล่า”

“ผมตายแล้วน่ะ...”

คุณนักรักพยายามกล่าวออกไปทำให้คุณคนเก็บต้นฉบับทราบถึงความเป็นจริงที่ไม่ควรนึกถึง-เขาที่ยิ้มได้แต่กล่าวปลอบใจหล่อนออกไปว่า

“...ไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วงหรอก”

“ขอโทษค่ะ...”

คุณคนเก็บต้นฉบับส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งใบหน้าที่เศร้าสร้อยและรู้สึกผิด เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาหล่อนเอาแต่โทษยังตนเองที่ดูแลยังชายหนุ่มไม่ดีจึงทำให้เขาต้องจากไป...

กับคำว่า”ความตาย”นี้กลับทำให้หล่อนต้องรู้สึกผิดขึ้นมาในหัวใจอย่างที่ไม่สามารถหักห้ามได้...

“คุณไม่ได้ผิดหรอก...”

คุณนักรักที่ได้แต่ฝืนยิ้มพลางใช้มือจับยังปลายค้างของคุณคนเก็บต้นฉบับให้เงยหน้าขึ้นมาแล้วกล่าวออกไปว่า

“...การที่ผมตายมันไม่เกี่ยวกับคุณหรอก มันเป็นเพราะว่าเวลาของผมบนโลกใบนี้มันได้หมดลงไปแล้วต่างหากล่ะ”

ซึ่งจริงๆแล้วเวลาบนโลกของเขาควรจะหมดตั้งแต่วัยเด็กที่ควรตายก่อนที่จะผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจแล้วเสียอีก...

“แต่ก็เป็นเพราะฉันไม่ดี ฉันดูแลคุณไม่ดี...คุณจึงได้...”

คุณคนเก็บต้นฉบับยังคงพยายามที่จะต่อว่าตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง...คุณนักรักที่ทราบยังนิสัยของอีกฝ่ายดีจึงได้แต่ส่ายหน้ากล่าวบอกออกไปอีกครั้งว่า

“การที่ผมตายมันเป็นเพราะชะตากรรมของผมเอง...”

เขาที่ยิ้มให้กับอีกฝ่ายอย่างที่ดูเหมือนจะไม่ทุกข์ร้อนอะไรยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...และอีกอย่างการตาย-มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายอะไรสำหรับผมด้วย”

เพราะเขาได้เจอยังคุณนักฝันและบรรดาผีอีกมากมาย สามารถได้ไหนมาไหนได้อย่างอิสระไม่ต้องวันๆเอาแต่ต้องคอยห่วงว่าหัวใจจะหยุดเต้นหรือไม่...

มีอิสระจากคำว่า”ชีวิต”...

“แต่ว่า...”

คุณนักรักที่ไม่รอให้คุณคนเก็บต้นฉบับได้กล่าวออกไปออกมาอีกชิงพูดออกมาว่า

“คุณจึงไม่ต้องเสียใจกับการตายของผมหรอก...”

เขาที่หยุดจับจ้องมองยังแววตาและใบหน้าที่เศร้าสร้อยของคุณคนเก็บต้นฉบับแล้วกล่าวถึงความรู้สึกที่ซุกซ่อนอยู่ในหัวใจว่า

“...ตัวของผมทั้งในยามที่มีชีวิตอยู่หรือจะตายไปแล้วก็ตาม-ก็อยากที่จะให้คุณมีความสุขต่างหาก...”

เขายังกล่าวออกไปอีกอย่างชัดเจนว่า

“...ผมไม่อยากเห็นคุณต้องร้องไห้เสียใจอีก”

“แต่ฉันจะมีความสุขได้ยังไงถ้าไม่มีคุณ...”

คุณคนเก็บต้นฉบับยังกล่าวออกไปอีกว่า

“...แล้วใครจะคอยสับน้ำตาให้กับฉันยามที่ร้องไห้เสียใจล่ะ”

“เออ...”

ทำกล่าวนี้ทำเอาแม้แต่คุณนักรักต้องนิ่งเงียบไป เพราะการที่จะบอกชื่อของคุณเจ้าของออกไปในยามนี้มันก็กระไรอยู่...

การบอกยังผู้หญิงที่รักเราให้ไปรักยังผู้ชายคนอื่นเช่นนี้...

“...แต่ว่า...”

คุณนักรักที่ได้ปลอบโยนยังหล่อนออกไปว่า

“...แต่คุณต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป เพราะยังมีสิ่งต่างๆมากมายกำลังรอคอยคุณอยู่”

“แม้จะไม่มีคุณหรือ”

คุณเก็บต้นฉบับกล่าวออกมาพร้อมทั้งปล่อยให้หยาดน้ำตาที่เศร้าสร้อยต้องไหลรินออกมาอีกครั้งหนึ่งราวกับคมมีดที่เหมือนบาดลึกลงไปในหัวใจผู้คน...คุณนักรักที่ได้แต่ยิ้มออกมาอย่างอับจนปัญญาพลางหักใจกล่าวออกมาว่า

“แม้จะไม่มีผมครับ”

“ไม่...”

คุณคนเก็บต้นฉบับที่ได้แต่ส่งเสียงปฏิเสธออกมาอย่างดังลั่นพลางส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...ไม่มีคุณแล้วฉันอยู่ไม่ได้ ถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากที่จะตายตามคุณไปเสียเดี๋ยวนี้เลย”

“ไม่หรอก...”

คุณนักรักที่ยิ้มออกมาอย่างเศร้าๆพลางส่งเสียงกล่วออกมาว่า

“...ถึงไม่มีผมคุณก็อยู่ได้แล้วกาลเวลาจะค่อยๆช่วยบรรเทายังความเศร้าให้เบาบางลงไปจากหัวใจของคุณเอง”

“แต่ฉันไม่อยากลืมคุณ...”

หล่อนยังกล่าวต่อมาอีกว่า

“...ฉันจะฆ่าตัวตายเดี๋ยวนี้ เพราะฉันก็ไม่กลัวตาย...”

คุณคนเก็บต้นฉบับที่จับจ้องมองไปยังชายหนุ่มที่เบื้องหน้าด้วยความหวังพลางส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างเชื่อมั่นว่า

“...เพราะฉันรู้ว่ามีคุณรออยู่หลังความตาย”

“ไม่หรอก...”

คุณนักรักที่ส่ายหน้าพลงส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างเจ็บปวดว่า

“...หากคุณตายก็จะไม่ได้พบกับผมหรอก”

“ทำไมค่ะ”

เขาจึงได้แต่ตอบออกไปว่า

“เมื่อคุณตายไปแล้ว...คุณจะต้องไปยังโลกฝั่งโน้นที่ผมไม่สามารถผ่านเข้าไปได้”

“...”

คุณคนเก็บต้นฉบับที่ได้ยินถึงกับงงๆราวกับไม่เข้าใจ เพราะสิ่งที่หล่อนรับรู้เพียงแต่ว่าหลังจากตายไปก็คงไม่เจอกับชายหนุ่มเท่านั้นและเขาก็ไม่คิดที่จะกล่าวถึงรายละเอียดที่มากมายไปกว่านั้นด้วย...

การที่คุณคนเก็บต้นฉบับไม่รู้เรื่องของโลกหลังความตายเท่าไหร่-ก็ยิ่งเป็นผลดีกับตัวเอง...เขาเชื่อเช่นนั้น

“คุณจะต้องมีชีวิตอยู่-อยู่ต่อไปอย่างมีความสุข...”

คุณนักรักที่คล้ายต้องการให้หล่อนมีความสุขจึงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...เพื่อตัวคุณเอง เพื่อทุกคน-แม้จะต้องลืมผมก็ตาม”

“ไม่ค่ะ...”

คุณคนเก็บต้นฉบับส่ายหน้าปฏิเสธทันที-หล่อนที่คล้ายกับไม่ยินยอมยังส่งเสียงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ฉันจะไม่ยอมลืมคุณอย่างเด็ดขาด...”

ทั้งยังกล่าวออกมาอีกอย่างชัดเจนว่า

“...ฉันรักคุณและจะรักคุณตลอดไป”

“...”

ทำเอาคุณนักรักที่ได้แต่นิ่งเงียบไม่สามารถกล่าวอะไรออกไปได้อีก เพราะดูเหมือนที่เขาพยายามบอกและต้องการจะสื่อไปถึงอีกฝ่าย-หล่อนกลับไม่เข้าใจเลย...

“นี่จะหมดเวลาแล้วน่ะ”

อยู่ๆเสียงของคุณนักฝันที่ดังขึ้นมาที่ข้างหูของชายหนุ่มราวกับเร่งรัดเขา...ทำเอาคุณนักรักที่ได้แต่พยักหน้ารับกล่าวออกไปว่า

“ครับ...”

“คุณว่าอะไรค่ะ”

คุณเก็บต้นฉบับที่ได้ยินชายหนุ่มคล้ายกล่าวอะไรออกมาถึงกับร้องถามออกไปด้วยความไม่เข้าใจ...คุณนักรักจึงได้แต่ส่ายหน้าปฏิเสธกล่าวออกมาว่า

“ไม่มีอะไรครับ...”

เขาที่หยุดเล็กน้อยแล้วกล่าวออกไปว่า

“...ผมต้องไปแล้วล่ะ”

“เดี๋ยวสิค่ะ...”

หล่อนยังส่งเสียงกล่าวออกมาด้วยความตกใจที่ต้องแยกจากอีกว่า

“...ฉันยังมีเรื่องพูดกับคุณอย่างมากมายเลย”

“ผมต้องไปแล้วล่ะ...”

คุณนักรักที่ทราบดีว่า”ไม่มีเวลาแล้ว”จึงได้แต่ส่ายหน้ากล่าวออกมาว่า

“...ไว้ผมจะมาหาคุณในฝันใหม่”

“คุณจะต้องมาจริงๆน่ะ”

“อืมม์...”

ยังไม่ทันที่เขาจะกล่าวอะไรออกมาจบทั้งร่างของเขาก็หายออกมาจากความฝันของคุณคนเก็บต้นฉบับจนหล่อนต้องส่งเสียงร้องออกมาทันทีว่า

“...เดี๋ยวค่ะ-อย่าพึ่งไป”

...

แต่กลับไม่มีเสียตอบกลับมาจากคุณนักรักเลย เพราะคุณนักรักในยามนี้กำลังยืนอยู่ที่เบื้องหน้าของโซฟาที่คุณคนเก็บต้นฉบับยังคงนอนหลับอยู่พลางหันไปกล่าวกับคุณนักฝันที่ด้านข้างว่า

“ผมยังคุยกับเธอไม่รู้เรื่องเลยครับ”

“หรือนายคิดว่าคุยแค่ครั้งเดียวจะเปลี่ยนใจได้ล่ะ...”

คุณนักฝันตอบกลับมาด้วยรอยยิ้ม-เธอที่จ้องมองไปยังใบหน้าของคุณคนเก็บต้นฉบับและคุณนักรักแล้วกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ถ้าเข้าฝันนานไปกว่านี้มันจะไม่ดีสำหรับพวกนายทั้งสองคน”

“ทำไมล่ะครับ”

เมื่อเขาถามออกไปด้วยความสงสัย...คุณนักฝันกลับลอยออกไปทางทีวีที่เปิดอยู่เบื้องหน้าพลางส่งเสียงกล่าวออกมาเหมือนกับไม่สนใจอะไรว่า

“ละครกำลังจะมาแล้ว...ฉันไม่มีเวลามาคุยอะไรกับนายหรอก”

“เดี๋ยวสิครับ...”

ชายหนุ่มที่คิดจะทักท้วงอะไรออกไป-เมื่อไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน...แต่คุณนักฝันที่เลิกคิ้วหันมากล่าวด้วยรอยยิ้มที่น่ารักและสนุกสนามว่า

“ไว้พรุ่งนี้ค่อยเข้าฝันต่อก็ได้...”

ทั้งยังกล่าวออกมาอีกว่า

“...รีบร้อนไปอาจจะไม่ใช่เรื่องดีนักก็ได้”

“ครับ...เข้าใจแล้วครับ”

เมื่อเขาไม่สามารถเถียงอะไรได้จึงได้แต่ต้องตอบรับยังหญิงสาวกลับไปเช่นนั้น เพราะการเข้าฝันยังคงต้องพึ่งเธอช่วยเหลือเขาอยู่...

“กลับมาแล้วครับ”

พร้อมกับเวลาพอดีที่คุณเจ้ากลับมาถึงพอดี...
-------------------------------------------

“...เดี๋ยวค่ะ-อย่าพึ่งไป”

คนเก็บต้นฉบับที่ส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นพร้อมทั้งรีบลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งหัวที่โขกไปอย่างแรงกับชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าจนต้องร้องออกมาอย่างตกใจด้วยกันทันที

“โอ๊ย...”

ยามเมื่อคนเก็บต้นฉบับกวาดสายตาจ้องมองไปยังชายหนุ่มที่แปลกตายังเบื้องหน้าถึงต้องร้องออกไปว่า

“...ขอโทษค่ะ”

“ไม่เป็นไรครับ...”

ชายหนุ่มที่แปลกหน้าส่งเสียงตอบออกมาพลางทั้งยิ้มให้พลางส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...ตื่นแล้วหรือครับ”

“เออ...ค่ะ...”

คนเก็บต้นฉบับที่อายจนหน้าแดงถึงกับรีบหลบยังสายตาของชายหนุ่มที่เบื้องหน้าราวกับไม่กล้าจะสบสายตายังอีกฝ่าย เพราะหล่อนที่มาหลับใคนอื่นยามนี้-มันช่างน่าอายจริงๆ...

“...เออ...”

แต่ด้วยความสงสัยจึงทำเอาคนเก็บต้นฉบับที่ต้องเงยหน้าขึ้นไปมองยังชายหนุ่มที่เบื้องหน้าแล้วถามออกไปว่า

“...คุณเป็นใครกันค่ะ”

“ฮ้าว...จำไม่ได้หรือครับ...”

ชายหนุ่มที่เบื้องหน้าถึงหกับร้องออกมาด้วยความสงสัยพร้อมทั้งหยิบเอาแว่นตาอันเก่าที่ถอดแล้วเปลี่ยนมาใช้เป็นคอนแทคเลนส์แล้วจึงกล่าวออกมาอีกว่า

“...ผมเองไงครับ”

“อุ้ย...ขอโทษค่ะ...”

คนเก็บต้นฉบับที่ร้องออกมาด้วยความตกใจ-หล่อนจดจำยังอีกฝ่ายได้ว่าคือคุณเจ้าของที่เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้และคนที่หล่อนต้องมาเอาต้นฉบับในวันนี้ถึงกับต้องร้องออกมาด้วยความตกใจว่า

“...บังเอิญคุณเปลี่ยนไปเยอะจนฉันจำไม่ได้ค่ะ”

“ผมก็จำตัวเองไม่ได้เหมือนกันครับ”

คุณเจ้าของที่ยิ้มแกล้งเขินส่งเสียงกล่าวออกมาด้วยท่าทีแปลกๆที่ยังไม่เข้ากับชุดที่สวมสักเท่าไหร่...ทำเอาคุณคนเก็บต้นฉบับที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังคุณเจ้าของที่ตัดผมสั้นๆดูเป็นระเบียบเรียงร้อย สวมใส่ยังเสื้อผ้าที่สะอาดสะอ้านดูดีค่อนข้างมีสไตล์คล้ายกับที่หล่อนชอบจึงทำให้ในตอนแรกถึงกับจำอีกฝ่ายไม่ได้ เพราะมันช่างแตกต่างไปจากเขาคนเดิมที่หล่อนต้องคอยมาตามเอาต้นฉบับทุกครั้งไป...

และด้วยการเปลี่ยนมาเป็นไม่สวมใส่แว่นตายิ่งทำให้มองเห็นยังใบหน้าที่ดูดีของเขาอย่างชัดเจนผิดกับทุกครั้งจนทำเอาคุณคนเก็บต้นฉบับที่ตกใจและจดจำยังอีกฝ่ายไม่ได้ในตอนแรกถึงกับต้องร้องถามออกไปว่า

“ทำไมถึงเปลี่ยนสไตล์ละค่ะ”

“เออ...”

คนเจ้าของที่เกาหัวแก้เขินนิดๆกลับไม่สามารถกล่าวอะไรออกมาได้ เพราะจะบอกว่าเปลี่ยนตามความชอบของผีก็กระไรอยู่-เขาที่ขบคิดเล็กน้อยแล้วจึงตอบออกไปว่า

“...ก็พอดีการลองเปลี่ยนแปลงตัวเองดูน่ะครับ...”

ยังกล่าวต่อไปอย่างคลุมเคลืองว่า

“...ไหนๆก็อุตส่าห์ได้ย้ายบ้านใหม่-พบคนใหม่ๆทั้งทีน่ะครับ”

“งั้นหรือค่ะ...”

คุณคนเก็บต้นฉบับที่ยิ้มรับออกมาอย่างไม่คิดมากอะไร-หล่อนที่คล้ายกับรู้สึกตัวว่า”เวลาล่วงเลยไปมาก”แล้วจึงยกยังนาฬิกาที่ข้อมือซ้ายเงยขึ้นมาดูพลางร้องออกมาด้วยความตกใจว่า

“...อุ้ย...เย็นมากขนาดนี้แล้วหรือค่ะ...”

ทั้งยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ปานนี่ที่บ้านคงจะเป็นห่วงมาแล้วล่ะค่ะ”

“ครับ...รอเดี๋ยวน่ะครับ”

คุณเจ้าของที่คล้ายกับทราบดีว่า”หล่อนต้องการอะไร”จึงรีบลุกขึ้นแล้วเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานที่อยู่ในห้องรับแขกแห่งนี้ การเขาที่ต้องทำงานที่นี้แทนห้องนอนหรือห้องอื่นๆก็เพราะบ้านหลังนี้มาเหล่าผีอยู่มากมายจับจ้องไว้จนแทบจะไม่สามารถหาที่ทำงานสงบๆได้เลย...

แต่ก็ดีที่การทำงานในห้องนี้เวลากลางวันที่เหล่าผีทั้งหลายมักจะนอนกันอยู่จึงเป็นที่ที่ดีที่สุดไปโดยปริยาย...แล้วจึงหยิบเอาต้นฉบับนิยายที่พิมพ์เสร็จพร้อมทั้งไฟล์เอกสารสำหรับแก้ไขนำมาให้กับคุณคนเก็บต้นฉบับที่กำลังรออยู่ทันทีพลางส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“นี่ครับ”

“ขอบคุณมากค่ะ...”

คุณคนเก็บต้นฉบับที่ยิ้มรับแล้วรีบเก็บยังเอกสารต่างๆเข้าๆไปในกระเป๋าสะพานอย่างรวดเร็วทันทีแล้วจึงรีบลุกขึ้นมาพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...งั้นขอตัวก่อนน่ะค่ะ”

“โชคดีน่ะครับ”

คุณเจ้าของที่ทราบว่า”อีกฝ่ายเสร็จธุระ”แล้วจึงลุกขึ้นหมายจะก้าวไปส่งยังเบื้องหน้าประตู...คุณนักฝันที่คล้ายกับไม่พอใจยังท่าทางของคุณเจ้าของถึงกับลอยไปต่อว่ายังเขาทันทีว่า

“ไม่เป็นสุภาพบุรุษเลย”

“ผมไม่เป็นสุภาพบุรุษตรงไหน”

คุณเจ้าของร้องถามออกไปอย่างไม่กล้าออกเสียงดังนัก เพราะกลัวคุณคนเก็บต้นฉบับจะได้ยิน...คุณนักฝันที่ลอยตัดหน้ายังคุณเจ้าของแล้วกล่าวออกมาทันทีว่า

“ตอนนี้ก็เย็นมาแล้วคุณน่าจะขับรถไปส่งเธอที่บ้าน”

“ทำไมผมต้องขับรถไปส่งเธอด้วยล่ะครับ...”

คุณเจ้าของส่งเสียงร้องถามออกไป เพราะตั้งแต่ไหนแต่ไรมาที่คุณเคนเก็บต้นฉบับก็มักจะมาเองและกลับเองอยู่แล้วและยังมีปัญหาอยู่อีกอย่างจึงบอกออกไปว่า

“...และอีกอย่างผมก็ไม่มีรถด้วย”

“ปล่อยเธอกลับไปคนเดียวในยามนี้มันอันตราย-เกิดนั่งแท็กซี่กลับไปแล้วเกิดเรื่องเหมือนกับเมื่อตอนกลางวันอีกจะทำยังไงล่ะ...”

คุณนักฝันที่คล้ายกับวางแผนอะไรเอาไว้ในใจเรียบร้อยแล้วยังกวาดสายตาจ้องมองไปยังด้านนอกของบานประตูแล้วกล่าวออกไปอีกว่า

“...แล้วคุณก็มีรถจอดอยู่ที่น่าบ้านแล้วไง”

“เอ๋ะ...”

คุณเจ้าของที่มองไปยังด้านนอกเห็นถึงรถแท็กซี่จอดอยู่ถึงกับต้องร้องออกไปว่า

“...จะให้ผมขับแท็กซี่คันนั้นไปส่งหรือครับ”

“ใช่แล้ว...”

เมื่อคุณนักฝันยิ้มรับออกมาทำเอาคุณเจ้าของต้องร้องออกไปว่า

“แต่ว่า...”

“ไม่ต้องห่วงหรอก...”

หญิงสาวที่ยิ้มออกมาอย่างน่ารักและเจ้าเล่ห์นิดๆพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...เดี๋ยวฉันบังตาให้เห็นเป็นรถอื่นเอง”

“แต่ว่าผม...”

คุณเจ้าของที่คิดจะบอกว่า”เขาที่อุตส่าห์แต่งตัวและเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเธอ-ต้องการที่อยู่กับเธอมากกว่า”กลับถูกหญิงสาวที่เลิกคิ้วด้วยความไม่พอใจพลางกล่าวออกไปว่า

“นี่เป็นคำสั่ง...”

ทั้งยังกล่าวออกมาอีกอย่างชัดเจนว่า

“...และฉันก็ไม่ชอบผู้ชายที่ไม่เป็นสุภาพบุรุษด้วยน่ะ”

“ครับ...ได้ครับ...”

เมื่อเจอไม้ตายนี้ทำเอาคุณเจ้าของที่แม้จะไม่เต็มใจแต่ก็ต้องออกไปส่งยังคุณคนเก็บต้นฉบับที่บ้านทันที-เขาที่เห็นยังคุณคนเก็บต้นฉบับใส่รองเท้ารอคอยให้เขาไปเปิดประตูรั้วอยู่นอกบ้านแล้วจึงเดินตรงไปหาพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“...นี่ก็เย็นมาแล้ว-เดี๋ยวผมจะไปส่งดีกว่าน่ะครับ”

“เออ...ไม่เป็นไรค่ะ”

คุณคนเก็บต้นฉบับถึงกับรีบส่ายหน้าปฏิเสธออกมาอย่างรวดเร็ว เพราะแค่มานอนหลับที่บ้านของเขาก็แย่มากแล้ว-นี่จะยังต้องให้เขามาส่งอีกหรือ...

“ไม่เป็นไรครับ...”

คุณเจ้าของที่ฝืนยิ้มออกมายังกล่าวต่อมาอีกว่า

“...มันเป็นหน้าที่ของผู้ชายที่ควรทำน่ะครับ”

“แต่ฉันเกรงใจน่ะครับ”

คุณคนเก็บต้นฉบับถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาอีกครั้งด้วยความเกรงใจ เพราะถ้าอีกฝ่ายไปส่งหล่อนและกว่าจะกลับมาก็ต้องดึกมากแน่นอนเลย...แต่คุณเจ้าของที่ไม่คิดจะไปอยู่แล้วจึงยิ้มออกมาอย่างโล่งใจพลางจะส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“งั้นก็ดี...”

“...”

แต่ก่อนที่เขาจะได้กล่าวอะไรออกไปมากกว่านี้กลับเห็นถึงสายตาที่ไม่พอใจของคุณนักฝันที่จ้องมองมาอย่างตำหนิจึงได้แต่เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่เต็มฝืนกล่าวออกไปว่า

“...แต่แถวนี้ดึกๆแล้วเรียกแท็กซี่อยากน่ะครับ...”

ทั้งยังคงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...แถวซอยนี้ก็ลึก-มันจะอันตรายด้วย”

“เออ...”

ในขนาดที่คุณคนเก็บต้นฉบับกำลังลังเลใจอยู่นั้น...คุณนักรักที่เป็นห่วงหล่อนจึงได้แอบกระซิบที่ข้างหูอย่างแผ่วเบาว่า

“ให้เขาไปส่งเถอะครับ...”

ทั้งยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...มันอันตรายน่ะ”

”เอ๋ะ...”

ทำเอาคุณคนเก็บต้นฉบับถึงกับต้องร้องออกมาด้วยความตกใจพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังด้านข้างที่คุณนักรักยืนอยู่ทันที...

...

แต่สิ่งที่มองเห็นกลับมีเพียงแค่ความว่างเปล่า...

...ไม่มีเขายืนอยู่ ณ ที่ตรงนั้น

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

คุณเจ้าของที่มองเห็นและได้ยินถึงทุกสิ่งทุกอย่างไม่ชัดเจนเท่าไหร่นักถึงกับร้องถามออกไปด้วยความสงสัย...คุณคนเก็บต้นฉบับที่ส่ายหน้าได้แต่พลางกล่าวออกมาว่า

“ไม่มีอะไรค่ะ...”

หล่อนที่คิดจะปฏิเสธออกไปแต่ฉุกใจคิดได้ถึงเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่อันคุ้นเคยนั้นถึงกับฝืนยิ้มออกมาอย่างเศร้าๆได้แต่พลางกล่าวออกไปว่า

“...งั้นก็ขอรบกวนด้วยน่ะค่ะ”

“ครับ...ด้วยความยินดี”

คุณคนเก็บต้นฉบับที่ได้แต่ฝืนยิ้มแล้วจึงก้าวเดินออกไปเปิดยังประตูรถให้กับคุณคนเก็บต้นฉบับขึ้นไปนั่ง-เมื่อเห็นว่าหล่อนคล้ายกับไม่ทราบว่าเป็นรถแท็กซี่จึงเพียงยิ้มออกมาอย่างโล่งใจพร้อมทั้งขับรถออกไปส่งยังหล่อนกลับบ้านทันที

“เรียบร้อยแล้ว”

คุณนักฝันที่เห็นยังทุกสิ่งทุกอย่างคล้ายกับเป็นไปตามแผนที่วางไว้ถึงกับยิ้มออกมาอย่างพอใจ...คุณนักรักที่คล้ายกับเห็นคุณเจ้าของขับยังรถแท็กซี่ออกไปจึงถามออกไปว่า

“ให้ขับแท็กซี่ไปส่งแล้วจะไม่สงสัยเอาหรือครับ”

“ไม่ต้องห่วงหรอก เพราะฉันบังตาให้เห็นเป็นรถเบ็นซ์เรียบร้อยแล้ว...”

คุณนักฝันที่ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ยังกล่าวออกมาอีกว่า

“...แต่ถ้าไม่เจอตำรวจก็ไม่เป็นไรแล้วล่ะ”

“หมายความว่าไงครับ”

คุณนักรักร้องถามออกไปด้วยความสงสัยะลางจ้องมองไปยังใบหน้าของหญิงสาวอย่างงงๆ...คุณนักรักจึงยิ้มพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“เพราะฉันบังตาแค่คุณคนเก็บต้นฉบับเพียงคนเดียวเท่านั้นน่ะ”

“หา...”

คุณนักรักส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจ-เขาได้แต่กล่าวออกไปว่า

“...หากคุณเจ้าของโดนตำรวจจับจะทำยังไงล่ะครับ”

“คนขับแท็กซี่นั่นคงไม่กล้าแจ้งตำรวจหรอกน่ะ...”

เพราะถ้าไปแจ้งความว่ารถหายในขนาดที่กำลังจะขมขืนก็ต้องโดนจับแน่และถ้าบอกว่าเห็นผีก็อาจจะเจออีกข้อหาคือเมายาหรือไม่ก็ต้องเข้าโรงพยาบาลบ้าอย่างแน่นอนเลย-แต่เธอที่คล้ายกับไม่ใจร้ายจนเกินไปยังกล่าวออกมาอีกว่า

“...แต่ถ้าซวยโดนจับจริงเดี๋ยวค่อยไปประกันตัวให้ก็ได้...”

เธอที่คล้ายกับจะลอยกลับเข้าไปดูละครต่อ เพราะหมดเวลาโฆษณาแล้วยังกล่าวออกมาอีกว่า

“..ไม่ต้องห่วงหรอก”

“เฮ้ย...”

คุณนักรักจึงได้แต่ส่งเสียงถอนหายใจออกมาอย่างปลงๆเท่านั้นเองแล้วก้าวตามหลังของหญิงสาวเข้าไปในบ้านอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก...

“นี่จะเอาไงดีล่ะ”

คุณนักร้องที่แอบดูอยู่พลางส่งเสียงร้องถามออกไป เพราะยังไงก็ไม่อยากที่จะยอมแพ้ยังคุณนักฝัน-แต่จะให้สู้ตรงๆก็คงไม่ไหวและไม่กล้าด้วย...แต่คุณขี้เล่นที่ยิ้มออกมาพลางตอบกลับมาว่า

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า...”

ทั้งยังกล่าวต่อมาอีกว่า

“...สงครามยังไม่จบ-ยังไม่นับศพทหารหรอก”

“งั้นหรือ...”

คุณนักร้องตอบกลับไปท่ามกลางสายตาที่สงสัยของคุณขี้เล่นและคุณนักเที่ยวที่ยิ้มออกมาราวกับบอกว่าไม่มีทางชนะอย่างแน่นอนเลย...


Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 17 มี.ค.57 เวลา 21:15:22 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ