Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

LOVE FANTASY-05- Sword and Destiny ตอนที่ 22 การขัดขว้างแห่งชะตากรรม...

ขอบคุณครับที่ติดตาม

ตอนที่ 22 การขัดขว้างแห่งชะตากรรม...

...

รุ่งเช้ามาถึงพร้อมกับการรอคอยของเทรุสที่ตั้งใจเอาไว้ว่า”หลังจากที่ชนะเอฟเฟลแล้วจะได้ช่วยเหลือและพายังเทเรียน้องสาวที่น่ารักกลับบ้านของตนเองทันที”...

เมื่อมีนัดหมายที่ต้องประลองกันในวันนี้จึงทำให้เทเซียที่เหมือนกับเป็นของรางวัลไม่สามารถพบหรืออยู่ร่วม
กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้-ก่อนที่จะจากกันในงานเลี้ยงเมื่อคืนวานเทรุสที่ยิ้มออกมาอย่างมั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะยังเอฟเฟลจึงได้กับกล่าวออกไปว่า

“พรุ่งนี้หลังจบงานประลอง...”

เขาที่สบยังสายตาของเทเรียยังกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจว่า

“...เรากลับบ้านด้วยกันน่ะ”

“ค่ะ-พี่”

เทเรียที่ได้ยินถึงกับยิ้มรับออกมาด้วยความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมหัวใจทันที เพราะเธอเชื่อว่า”พี่ชายของเธอที่ปกป้องเธอมาตลอด”-เก่งที่สุดในโลกและจะต้องเอาชนะยังเอฟเฟลที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายและน่าชังผู้นั้นได้อย่างแน่นอนเลย...

แต่หัวใจของเธอกลับมุ่งหวังเช่นนั้นจริงหรือ...

...คำตอบนี้มีเพียงแต่หัวใจเธอเท่านั้นที่สามารถตอบได้

“เปรี้ยง...”

แสงแดดของยามเที่ยงสาดส่องมาบอกถึงเวลาของการประลองที่มาถึง-เทรุสที่ชักยังอาเทออนออกมากระชับมั่นในมือแล้วกวาดสายตาจ้องมองไปยังลานประลองที่เบื้องหน้าคล้ายกับกำลังรอคอยยังเอฟเฟลให้ก้าวออกมา...

“ช้าชะมัด...”

เทรุสบ่นออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ เพราะนี่ก็ได้เวลาประลองแล้ว-แต่เอฟเฟลกลับยังไม่มาถึงกับต้องบ่นออกมาว่า

“...หรือว่าหนีไปแล้ว”

“ใครหนีกัน...”

เอฟเฟลที่สะบัดยังชายผ้าคลุมไหล่เล็กน้อยก้าวเดินออกมาราวกับไม่ใส่ใจอะไรนักเพียงแค่โค้งให้กับองค์ราชาที่นั่งชมยังการประลองนี้อยู่แล้วรับดาบที่เรียวยาวจากเนลก้าก็ตวัดออกมาจ้องมองมายังเทรุสอย่างดูถูกนิดๆราวกับไม่เห็นยังเขาอยู่ในสายตา...

“เธอว่าใครจะชนะกันน่ะ-เรกะ”

โซฟีที่กำลังนั่งดูการประลองอยู่ถึงกับร้องถามยังเรกะที่นั่งกินไก่ย่างอยู่ด้านข้างทันที...นักสู้สาวที่เคยเห็นยังฝีมือของเทรุสและเอฟเฟลถึงกับต้องขมวดคิ้วกล่าวออกไปด้วยความหนักใจว่า

“มันก็พูดยากน่ะ”

“เอ๋ะ...”

โซฟีที่ได้ยินถึงกับร้องออกมาเล็กน้อยพลางจ้องมองไปยังอีกฝ่ายด้วยความสงสัยทันที เพราะอย่างเรกะก็น่าจะรู้ซึ้งถึงฝีมือของทั้งสองเป้นอย่างดี...เรกะที่เลิกคิ้วกล่าวออกไปว่า

“จุดเด่นของเทรุสอยู่ที่พลังทำลายกับความเร็วในขนาดที่เอฟเฟลอยู่ที่ความเร็วและกระบวนท่า...”

หยุดเอาฟันกัดเนื้อไก่ฉีกกินแล้วจึงกล่าวออกไปพร้อมทั้งเคี้ยวว่า

“...มันก็น่าจะขึ้นอยู่กับว่าใครจับจังหวะและโอกาสได้ดีกว่ากันเท่านั้นแหละถึงจะเป็นผู้ชนะ”

“อืมม์...”

เซนัสที่พยักหน้ารับคำวิจารณ์ของเรกะ เพราะทั้งสองต่างมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน-แต่ก็พอจะเรียกได้ว่า”มีฝีมือที่ค่อยข้างจะสูสีกัน”-คนที่สามารถหาจังหวะโจมตีและควบคุมยังการต่อสู้ได้ดีกว่าจึงน่าจะเป็นฝ่ายที่ได้รับชัยชนะได้...แต่โซฟีที่ได้ยินยังคำกล่าวของเรกะถึงกับต้องขมวดคิ้วด้วยความหนักใจ เพราะอธิบายอย่างนี้กับจอมเวทอย่างเธอ-สู้อย่าอธิบายให้ฟังเลยจะดีกว่าจึงได้แต่หันไปถามยังคิสน่าที่กำลังนั่งดูดยังน้ำส้มคั้นอย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจอะไรเลยว่า

“แล้วเธอว่าไงล่ะ-คิสน่า”

“อร่อยดีชื่นใจดี”

“ฉันหมายถึงการต่อสู้ของเทรุสต่างหากล่ะ”

เมื่อได้ยินคำตอบที่เหมือนกับคนละเรื่องของคิสน่าจึงอดที่จะต้องร้องออกไปด้วยความไม่สบอารมณ์ไม่ได้...แต่เทพธิดาสาวที่คล้ายกับไม่มีเวลามาสนใจอะไรนอกไปจากเครื่องดื่มที่อยู่เบื้องหน้ากลับกล่าวออกมาว่า

“เมื่อถึงเวลาก็รู้เองแหละน่า”

เหมือนกับการต่อสู้ครั้งนี้ไม่มีอะไรที่น่าสนใจเลย...

“ท่านพี่ต้องชนะอย่างแน่นอน”

เอเรเน่ที่เข้ามานั่งร่วมกลุ่มกับพวกคิสน่าส่งเสียงกล่าวออกมาด้วยความเชื่อมั่นทันที เพราะเธอก็ไม่คิดว่า”จะมีใครเก่งไปกว่าเอฟเฟลอีกแล้ว”...เฮรอลที่คล้ายกับไม่ชอบใจยังเอฟเฟลและประกอบกับสนิทกับทางด้านเทรุสนิดๆจึงรีบกล่าวขัดคอออกมาทันทีว่า

“เทรุสต่างหากล่ะที่จะชนะ”

“ท่านพี่ต่างหาก”

“เทรุสต่างหากล่ะ”

ซึ่งดูเหมือนกับทั้งสองจะทะเลาะกันเองมากกว่าจะเชียร์เทรุสหรือเอฟเฟลจริงๆ...

“อืมม์...”

พระราชาแห่งอัสก้าที่ยิ่งใหญ่ซึ่งกวาดสายตาจ้องมองลงไปยังชายหนุ่มที่กล้าหาญทั้งสอง-ซึ่งกำลังต่อสู้เพื่อหญิงสาวอันเป็นที่รัก(แม้อีกหนึ่งจะเป็นน้อนสาวก็ตามเถอะ) เมื่อรับทราบถึงเวลาแล้วจึงยกมือขึ้นหมายจะกล่าวทำการเริ่มยังการปะลอง...

“เริ่ม...”

แต่เสียงของพระองค์ราชาผู้ยิ่งใหญ่กลับดังขึ้นมายังไม่ทันสิ้นสุดกลับมีเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นของเหล่าทหารและประชาชนด้วยความตกใจยิ่ง

“อะไรนั้น...”

“หา...”

“สงคราม...เกิดสงครามแล้ว...”

“หือ...”

องค์ราชาผู้ยิ่งใหญ่ที่สงสัยถึงกับกวาดสายตาจ้องมองไปยังทิศตะวันตกตามเสียงโกลาหลของผู้คนทันที-สิ่งที่สายตาของทั้งพระองค์ เทรุส เอฟเฟลและทุกคนที่เห็นในยามนี้กลับเป็น...

“ครืน...”

บนเหนือท้องฟ้าทางทิศตะวันตกของเมืองอัสก้าที่ยิ่งใหญ่ถึงกับปรากฏยังกองเรือเหาะ 5 ลำกำลังมุ่งหน้าตรงมา-โดยประกอบไปด้วยเรือขนาดเล็ก กลางอย่างละ 2 ลำบินอยู่ 2 ข้างของเรือเหาะขนาดใหญ่ 1 ลำ...

“เป็นกองเรือเหาะของรานัส...”

“กองทัพเรือของรานัส...”

และยังไม่ทันสิ้นเสียงร้องด้วยความโกลาหลตกใจของผู้คน-เรือเหาะขนาดเล็กทั้ง 2 ลำที่อยู่ด้านหน้าก็ยิงยังกระสุนลำแสงพุ่งตรงมายังเมืองอัสก้าในทันที

“เปรี้ยง...”

“โครม...”

ยอดหอคอยรักษาการณ์ทางด้านทิศตะวันตกของอัสก้าถึงกับถูกปืนลำแสงยิงใส่พังทะลายลงมาในพริบตาทันทีพร้อมทั้งพระราชาที่ไม่รอช้าจึงรีบส่งเสียงร้องสั่งการออกมาทันทีว่า

“ทุกคนเตรียมพร้อมรบ”

“ครับ...”

เหล่าทหารแห่งอัสก้าถึงกับส่งเสียงร้องตอบรับออกมาอย่างดังลั่น-พากันรีบวิ่งออกไปจากลานประลองทันที...เอฟเฟลที่ถึงกับขยี้เท้าด้วยความไม่สบอารมณ์พลางตวาดออกมาว่า

“ยืดเวลาตายออกไป”

แล้วจึงหันกายวิ่งออกไปทันที เพราะยังไงเรื่องของบ้านเมืองก็สำคัญกว่าบุญคุณความแค้นส่วนตัวอยู่แล้ว...เทรุสที่เห็นถึงกับรู้สึกงงๆขึ้นมาพลางส่งเสียงร้องออกไปว่า

“นี่เดี๋ยวก่อนสิ...”

เขายังส่งเสียงร้องไล่ตะโกนตามหลังของเอฟเฟลออกไปว่า

“...แล้วการประลองล่ะ”

“หึ...”

ดุ๊กที่กำลังนั่งจิบไวน์ชมดูการประลองอยู่อย่างอารมณ์เย็นในตอนแรกก็วางยังแก้วไวน์ลงแล้วกล่าวออกมาว่า

“...เรื่องของบ้านเมืองต้องมาก่อนสิ...”

เขายังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ถึงบังคับให้กลับมาประลองในตอนนี้-เอฟเฟลก็ไม่มีกระจิตกระใจที่จะต่อสู้กับนายอยู่แล้วล่ะ”

“เชอะ...”

เทรุสที่ได้ยินถึงกับเค้นเสียงร้องออกมาด้วยความไม่สบอารมณ์ เพราะสำหรับสงครามระหว่างสองเมืองแล้วเขาก็ไม่อยากที่จะยุ่งเกี่ยวด้วย-โดยเฉพาะเป็นเมืองของเอฟเฟลที่ชิงตัวเทเรียมาด้วยแล้ว...

“เอาไงดีล่ะ...”

โซฟีที่ร้องขึ้นมาด้วยความตกใจ เพราะถ้าเกิดสงครามขึ้นจริงๆล่ะก้อ-สิ่งแรกที่เธอต้องทำก็คือไปหายังหลุมหลบภัยก่อนสิ เพราะการโจมตีทางอากาศเช่นนี้มีแต่ต้องหลบซ่อนอยู่ใต้ดินเท่านั้นจึงน่าจะปลอดภัยที่สุดจึงรีบร้องถามยังคิสน่าออกไปทันทีว่า

“...แถวนี้หลุมหลบภัยอยู่ไหนล่ะ”

“แค่นี้เธอไม่ตายหรอกน่า...”

คิสน่าที่ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์นิดๆ-พลางใช้ยังประกายตาสีเขียวมรกตที่เจ้าเล่ห์แสนกลนิดๆจับจ้องมองไปยังจอมเวทสาวแล้วกล่าวต่อไปว่า

“...เพราะในอนาคตเธอจะทั้งได้แต่งงานและได้เป็นถึงจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่เชียวน่ะ”

“จริงหรือค่ะ”

“จริงสิ...”

คิสน่าที่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวานพลางจ้องมองไปยังชี้ไปยังกองทัพเรือเหาะที่กำลังมุ่งหน้ามาอย่างไม่หยุดยั้งแล้วจึงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...เอาล่ะ...ได้เวลาสร้างชื่อแล้วล่ะ-ท่านจอมปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่...”

ก่อนที่จะกล่าวออกมาอย่างแผวเบาว่า

“...ในอนาคตน่ะ”

“เอาล่ะ...”

โซฟีที่โดนทั้งลูกยอและลูกยุถึงกับวิ่งนำยังทุกคนออกไปด้วยใบหน้าที่เหมือนกับฝันหวานพลางร้องออกมาว่า

“...พวกเราไปกันเถอะ-ทุกคน”

“ได้เลย...”

“เชอะ...”

เฮรอลและเอเรเน่ที่ส่งเสียงตอบรับถึงกับวิ่งตามหลังของโซฟีไปทางทิศตะวันตกของเมืองทันทีเหมือนกับไม่กลัวเกรงอะไร...เรกะที่เห็นถึงกับหันไปมองยังคิสน่าที่กำลังยืนยิ้มออกมาอย่างชอบใจจึงถามออกไปว่า

“ไปหลอกโซฟีอย่างนั้น-มันจะดีหรือ”

“ไม่ต้องห่วงหรอก เพราะนั่นมันเป็นชะตากรรมของเธอ”

เมื่อเห็นยังคิสน่าที่ตอบกลับมาเช่นนั้นทำเอาเรกะถึงกับต้องเกาหัวอย่างช่วยอะไรไม่ได้พลางส่งเสียงถอนหายใจอกมาอย่างเซ้งๆ

“เฮ้ย...”

แล้วจึงวิ่งตามหลังของพวกโซฟีออกไปทันที เพราะถึงจะช่วยอะไรมากไม่ได้ก็ตามสำหรับพวกนักสู้เช่นเธอที่เหมาะสมกับการสู้ประชิดตัวมากกว่าจะต่อสู้กับกองเรือเหาะเช่นนี้...

“แล้วที่นี้ล่ะ-พวกผู้ชายจะเอาไงกัน”

“นี่เธอรู้อยู่ก่อนแล้วใช่มั้ยว่ากองเรือของรานัสจะบุกมา”

“...”

คิสน่าที่ไม่ตอบคำถามของเทรุสเพียงยิ้มตอบรับกลับไปด้วยรอยยิ้มที่น่ารักและเจ้าเล่ห์เท่านั้น...เทรุสที่เห็นจึงได้แต่ถอนหายใจอกมาอย่างจนใจเท่านั้น

“เฮ้ย...”

เพราะมีแต่ต้องจัดการกับสงครามที่เกิดขึ้นมานี้ก่อนจึงจะสามารถประลองกับเอฟเฟลได้-ถึงจะไม่เต็มใจเท่าไหร่นักก็ตามที...

“ตุบ...ตุบ...ตุบ...”

เทรุสที่จำใจต้องวิ่งตามหลังของโซฟีและเรกะออกไปถึงกับร้องออกไปว่า

“...พวกเราไปกันเถอะ”

“อืมม์...”

คิสน่าที่ยิ้มออกมาราวกับพบยังเรื่องที่สนุกสนานก็กระโดดขึ้นมานั่งบนไม้เท้ารูปกุญแจของเธอให้ลอยตามหลังของเทรุสออกไปทันทีอย่างมีความสุข...

เพราะเรื่องราวที่สนุกสนามและน่าสนใจอีกเรื่องกำลังจะเกิดขึ้นมาอีกบทแล้ว

“รอด้วยสิ-คิสน่ายอดรัก”

ดุ๊กที่ส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นพร้อมทั้งสลัดยังชุดที่หรูหร่าให้กลับมาเป็นจอมโจรอีกครั้งรีบกระโดดพุ่งร่างตามหลังไปอีกรวดเร็ว...

“หาว...”

เซนัสที่หาวออกมาเล็กน้อยพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังสงครามที่เกิดขึ้นมา ณ เบื้องหน้าอย่างเซ้งๆพลางค่อยๆสาวเท้าก้าวเดินออกไปเรื่อยๆราวกับไม่รีบร้อนอะไรนัก เพราะถึงตนไปก็คงจะช่วยอะไรไม่ได้มากเช่นกัน...
------------------------------------

“เปรี้ยง...”

กระสุนปืนแสงพลังงานของเรือเหาะขนาดเล็กยิงตรงมายังกองเรือทั้ง 4 ลำของอัสก้าก่อนที่เรือเหาะขึ้นทำเอาเรือเหาะ 2 ลำที่เพิ่มลอยตัวขึ้นต้องโดนยิงล่วงลงมาในพริบตา-แต่ก็เปิดยังโอกาสเรือเหาะอีก 2 ลำสามารถลอยทะยานขึ้นบนท้องฟ้าและเปิดยังปลายกระบอกปืนที่ด้านหน้ายิงสวนกลับไปได้...

“เปรี้ยง...”

“บรึม...”

เรือเหาะลอยฟ้าขนาดเล็กของรานัสถึงกับโดนยิงแล้วล่วงหล่นลงไปในเวลาเดียวกับที่พวกของเทรุส คิสน่า เรกะ โซฟี ดุ๊ก เฮรอลและเอเรเน่ได้วิ่งขึ้นไปถึงยังกำแพงเมืองทางทิศตะวันตกของเมืองอัสก้าที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้-เจ้าหญิงจอมแก่นตัวน้อยที่เห็นถึงกับร้องบอกยังเฮรอลที่เหมือนกับคู่แค้นที่ด้านข้างว่า

“เป็นยังไงล่ะ-แสนยานุภาพกองเรือเหาะลอยฟ้าของอัสก้า”

ด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่องนิดๆ เพราะกองทัพของอัสก้าทั้งทางบก ทางทะเลและท้องฟ้าจัดเป็นอันดับหนึ่งของมหาทวีปและกำแพงแสงแห่งนี้...

แต่ยังไม่ทันทีเฮรอลที่รู้จักไม่สบอารมณ์นิดๆจะกล่าวอะไรออกมา...

“เปรี้ยง...เปรี้ยง...”

ลำแสงพลังงานจากบอกกระบอกปืนเรือเหาะสีน้ำเงินขนาดใหญ่ของรานัสที่อยู่ทั้งสองด้านของหัวเรือที่เรียวแหลมคล้ายกับปลายดาบขนาดยักษ์ก็ยิงออกมาในพริบตา...

“...ตรูม...บรึม...ตรูม”

เสียงระเบิดขึ้นอย่างดังลั่นเมื่อกองเรือเหาะลอยฟ้าของอัสก้านับ 10 ลำที่ทะยานขึ้นมาสู่ท้องฟ้าถึงกับโดนยิงระเบิดล่วงถล่มลงมาในพริบตาทันที...

“หา...”

เอเรเน่ที่เห็นถึงกับต้องร้องออกมาด้วยความตกใจทันที เพราะกองทัพเรือเหาะของอัสก้าที่ประกอบด้วยเรือเหาะขนาดกลางนับ 10 ลำถึงกับถูกโจมตีอย่างง่ายดายในพริบตาอย่างที่ไม่น่าเชื่อถือ...เฮรอลที่ได้โอกาสจึงยิ้มพลางตอบรับกลับไปว่า

“งั้นหรือ”

“ชิ...”

เอเรเน่ถึงกับเลิกคิ้วขยี้เท้าด้วยความไม่พอใจพลางส่งเสียงตอบออกไปว่า

“...สงครามยังไม่จบอย่าพึ่งนับศพทหาร...”

เธอยังกล่าวออกมาอีกว่า

“...เดี๋ยวกองเรือที่สองของอัสก้าก็สามารถโจมตียังเรือเหาะเหล่านั้นล่วงลงไปได้แล้ว”

“ยิง...”

ท่ามกลางเสียงบัญชาการของเหล่ากองทัพรถป้อมปืนซึ่งเคลื่อนที่ออกไปนอกกำแพงเมืองแล้วยิงปืนพุ่งใส่ยังเรือเหาะลอยฟ้าขนาดยักษ์ของรานัสที่กำลังพุ่งทะยานตรงมายังทางนี้ทันที

“...เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ย”

ลำแสงและกระสูนปืนใหญ่มากมายนับ 4 ถึง 50 สายตามพุ่งตรงไปยังเรือเหาะขนาดใหญ่ของรานัสในพริบตาหมายกับจะจมมันลงมาจากท้องนภาให้ได้...

แต่...

“เฟียว...”

เรือเหาะขนาดกลางสองลำที่แล่นอยู่ด้านข้างของเรือเหาะขนาดใหญ่ถึงกับเร่งความเร็วแซงขึ้นมายังเบื้องหน้าบดบังยังวิถีปืนลำแสงและลูกกระสูนปืนใหญ่จากเหล่ากองทัพรถป้อมปืนทันที

“ตรูม...ตรูม...”

เสียงระเบิดขึ้นมาอย่างดังลั่นบนท้องนภาทำเอาเอเรเน่ที่เห็นถึงกับยิ้มออกมาอย่างดีใจพลางส่งเสียงร้องออกไปว่า

“เป็นยังไงล่ะ”

“ไม่เห็นหรือไงว่าไม่โดนเรือยักษ์นั้น”

เฮรอลสวนกลับไปทันที เพราะใครๆก็มองเห็นยังเรือขนาดกลางเร่งความเร็วขึ้นมาเป็นโล่กำบังอย่างชัดเจน...แต่เอเรเน่ที่มั่นใจในพลังทำลายของกองทัพรถป้อมปืนถึงกับยิ้มพลางจ้องมองไปยังกลุ่มควันที่เกิดจากการระเบิดจากลูกกระสูนปืนใหญ่พลางกล่าวออกไปว่า

“พอเรือเหาะสองลำนั้นล่วงลงไปแล้วต่อไปก็ถึงตาของเรือเหาะยักษ์นั่นแล้ว”

“...”

เฮรอลที่ได้ยินถึงกับนิ่งเงียบลงไปทันที เพราะการโจมตีเมื่อครู่ของกองทัพป้อมปืนก็น่าจะจมยังเรือเหาะขนาดกลางนั้นไปอย่างแน่นอน...

แต่...

“...”

ทุกคนในยามนี้ถึงกับต้องตกตะลึงในทันที เพราะยามเมื่อกลุ่มควันจางหายไปภาพที่ทุกคนเห็นในยามนี้กลับเป็นบาเรียแห่งแสงสีฟ้าขนาดยักษ์ที่ปกคลุมยังเรือเหาะขนาดกลางราวกับเป็นกำแพงปรากางแสงป้องกันยังลูกกระสูนปืนใหญ่และลำแสงจากกองรถป้อมปืนอย่างง่ายดายราวกับเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

“อะไรกัน...”

เอเรเน่ที่เห็นถึงกับส่งเสียงออกมาด้วยความตกใจ เพราะพึ่งเข้าใจแล้วว่า”เรือขนาดกลางทั้ง 2 ลำที่ไม่มีปากกระบอกปืนนั้น”-มีหน้าที่อะไรกัน...

แต่นั่นยังไม่ร้ายเท่า...

“ควับ...ควับ...”

ปากกระบอกปืนนับ 8 กระบอกที่อยู่ทางด้านล่างหน้าของเรือเหาะลอยฟ้าขนาดยักษ์ถึงกับขยับเล็กน้อยและยิงลำแสงพุ่งตรงไปยังกองทัพรถป้อมปืนใหญ่ทันที

“เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง...”

ก่อนที่ลำแสงจะพุ่งตรงยังกองทัพรถป้อมปืนใหญ่ในพริบตา...

“...ตรูม”

สิ้นเสียงของระเบิดที่ดังขึ้นมาพร้อมทั้งกลุ่มควันที่จางหายไปภาพที่เห็นถึงกับเป็นยังกองรถป้อมปืนแหลกลานราบเป็นหน้ากลองลงไปในพริตา...เอเรเน่ที่เห็นถึงกับต้องส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจทันที

“...บ้าน่า”

“...”

แม้แต่เฮรอลที่เห็นถึงกับต้องนิ่งเงียบไปในทันที เพราะไม่คิดว่ากองทัพของอัสก้าที่ยิ่งใหญ่จะพังพินาศลงไปอย่างง่ายดายถึงเพียงนี้...

ไม่ว่าจะเป็นกองเรือที่ 2 ที่ทะยานขึ้นไป-ยิงปืนลำแสงออกไปก็โดนยังเรือเหาะขนาดกลางขึ้นมาป้องกันแล้วเรือเหาะยักษ์ก็ยิงปืนลำแสงขนาดใหญ่คู่หน้าสวนกลับจนล่วงลงไปในพริบตาทันที...

“ครืน...”

โซฟีที่ตกใจกลัวถึงกับจ้องมองไปยังเรือเหาะขนาดยักษ์ที่แล่นตรงมายังกำแพงเมืองอย่างไม่หยุดยั้งราวกับจะทำลายยังเมืองอัสก้าแห่งนี้ลงไปในพริบตาจึงหันไปร้องถามยังคิสน่าว่า

“จะเอาไงดีล่ะ”

“ถึงเวลาของเธอที่จะช่วยอัสก้าแล้วยังไงล่ะ-ท่านจอมเวทแห่งตำนานผู้ยิ่งใหญ่”

คิสน่ากลับยิ้มตอบรับกล่าวกลับไปด้วยรอยยิ้มที่น่ารักและเจ้าเล่ห์นิดๆตอบกลับไป...โซฟีที่เห็นถึงกับต้องส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจว่า

“เอ๋ะ...”

เธอยังร้องออกมาอีกว่า

“...ฉันนี่น่ะ”

“อืมม์...”

คิสน่าที่ยิ้มรับถึงกับยังพยักหน้ารับลงไปอีกด้วย เพราะการชี้ทางให้กับเหล่าหญิงสาวที่กำลังสับสนต่อชะตากรรมคือหน้าที่ของเทพธิดาแห่งชะตากกรมอย่างเธอ

“เออ...เออ...”

โซฟีที่หันหน้าไปมองยังกองเรือเหาะที่เหลือ 3 ลำของรานัสที่พุ่งตรงเข้ามาด้วยความสับสนลังเล เพราะไม่ว่ายังไงหญิงสาวที่แสนจะอ่อนแออย่างเธอก็ไม่น่าจะจัดการยังเรือเหาะทั้ง 3 ลำได้เลย...

เพราะขนาดกลางก็น่าจะยาวราวๆ 3 ถึง 400 เมตรแล้วสิ...

“...ฉันคง...”

โซฟีที่ได้แต่ฝืนยิ้มราวกับจะร้องไห้พลางกล่าวออกมาด้วยความหวาดกลัวว่า

“...นคงไม่ไหวหรอก-คิสน่า”

“เธอทำได้แน่นอน...”

คิสน่าที่ยิ้มออกมาอย่างมั่นใจจ้องมองไปยังจอมเวทสาวแห่งตำนานที่จะช่วยเหลือยังอัสก้าแห่งนี้ เพราะนี่เป็นชะตากรรมของโซฟีที่ถูกลิขิตมาแล้วจึงยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายนิดๆพลางส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“...ถ้าเธอทำสำเร็จแล้วละก้อทั้งชื่อเสียง เงินทองและผู้ชายดีๆหล่อๆรวยๆรอเธออยู่”

แล้วพลางปุ้ยปากไปทางดุ๊กที่อยู่ด้านข้างทันที

“จริงหรือ...”

โซฟีที่จ้องมองไปตามสายตาของคิสน่าถึงกับหน้าแดงขึ้นมาทันที-เธอที่ไม่รอช้ารีบร้องถามออกไปอย่างเจ้าสาวที่เอียงอายเจ้าบ่าวทันทีว่า

“...แล้วฉันจะทำยังไงดีล่ะ”

“เฮ้ย...”

เรกะที่ยืนฟังอยู่นานถึงกับส่งเสียงร้องถามออกไปว่า

“...เธอเคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รถรางก็น่าจะรู้จักการใช้หินขับพลังเวทสิน่ะ”

“อืมม์...”

โซฟีที่พยักหน้ารับถึงกับส่งเสียงถามออกไปว่า

“...ทำไมหรือ”

เรกะที่ไม่รอช้ารีบชี้ไปยังป้อมปืนลำแสงที่อยู่ใกล้ๆยังเบื้องหน้าแล้วพลางส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“ป้อมปืนบนกำแพงพวกนั้นใช้หินขับพลังเวทเป็นตัวกำเนิดพลังงานในการยิงออกไป-ซึ่งเธอน่าจะใช้เป็นไม่ใช่หรือ”

“ไหนๆ...”

โซฟีที่ได้ยินถึงกับร้องออกมาอย่างดีใจพร้อมทั้งรีบวิ่งนำยังทุกคนที่อยู่บนกำแพงเข้าไปตรวจทันที-เธอที่นั่งลงไปยังที่นั่งพลยิงตรงกลางที่มีหินเวทมนตร์พลังเวทที่จะช่วยขยายยังพลังเวทของเหล่าจอมเวทแล้วเปลี่ยน
เป็นลำแสงปืนยิงออกไปทันทีพลางร้องออกมาว่า

“...ระบบหลายๆอย่างมันก็คล้ายๆกันน่ะ...”

แต่เธอที่หยุดแล้วขมวดคิ้วด้วยความหนักใจพลางส่งเสียงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...แต่มันมีอะไรหลายอย่างที่ฉันไม่รู้จักอยู่เยอะเลยล่ะ”

“อืมม์...”

ดุ๊กที่ได้ยินถึงกับต้องพยักหน้ารับทันที เพราะการใช้ยังป้อมปืนนี้จะต้องเป็นเหล่าจอมเวทที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี-คนทั่วๆไปไม่น่าจะใช้หรอก...

แม้แต่กระทั่งเขา...

“ไหนๆ...”

เซนัสที่เดินมาถึงได้สักพักถึงกับฟังอยู่เล็กน้อยก่อนที่จะเข้ามาสำรวจตรวจดูยังเครื่องยิงปืนทันที-เขาที่ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยแล้วจึงอธิบายออกมาอีกว่า

“...เฮ้ย...เอามือนี่-ทั้งสองข้างจับที่คันบังคับข้างซ้ายและตรงกลางไว้...”

เขาที่มองยังโซฟีที่จับไปคันบังคับที่ด้านซ้ายมือและคันบังคับตรงกลางที่อยู่ต้องหว่างขาทันทีแล้วจึงกล่าวต่อไปว่า

“...คันบังคับทางซ้ายใช้ดึงสำหรับหันปืนไปมาทางข้าง-ส่วนอันตรงกลางให้ดึงเข้าตัวเพื่อยกขึ้นและดันออกเพื่อลดลงให้ในการเล็งเป้า...”

พร้อมทั้งชี้ไปยังเป้าตรงกลางบนที่อยู่เบื้องหน้าเหนือยังหินขับพลังเวทแล้วจึงกล่าวต่อไปว่า

“...ลองขยับให้เรือเหาะลอยฟ้าของรานัสตรงเป้าตรงกลางนี้ดู”

“อืมม์...”

โซฟีที่พยักหน้ารับถึงกับดึงคันบังคับซ้ายเข้ามาให้ป้อมปืนหมุนไปทางขวาและดันออกไปให้หมุนไปทางซ้ายก่อนที่จะดันไกตรงกลางเข้าหมายตัวให้ปากกระบอกและเป้าเล็งก้มลงไปก่อนที่จะรู้สึกว่า”ผิดและดึงออกไปให้ปากกระบอกและเป้าเงยขึ้นตรงกับเรือเหาะยักษ์เรียบร้อยแล้วจึงกล่าวออกไปว่า

“...เรียบร้อยแล้วล่ะ”

“การยิงด้วยปืนลำแสงแตกต่างกับลูกกระสูนคือไม่ต้องคำนึงถึงแรงโน้นถ่วงของโลกจึงสามารถเล็งให้ตรงไปยังเป้าหมายที่ต้องการจะยิงได้เลย...”

เมื่อได้ยินยังเซนัสอธิบายแล้วจึงขยับเล็กน้อยให้เป้าตรงไปยังกลางลำเรือเหาะยักษ์ที่กำลังเคลื่อนที่อยู่แล้วฟังยังเซนัสอธิบายต่อไปอีกว่า

“ส่วนการยิงก็ทำเหมือนกับร่ายเวทมนตร์ปกติ...”

เขาที่หยุดชี้ไปยังปุ๋มเล็กๆที่อยู่ปลายคันบังคับแล้วกล่าวต่อไปอีกว่า

“...แต่พอร่ายเวทเสร็จใช้ให้กดยังปุ๋มนี้เหมือนกับตอนที่เราจับไม้เท้ารือคทาเพื่อถ่ายทอดพลังเวทออกไป...”
เขายังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...เพียงแต่จะต่างกันที่คันบังคับนี้จะถ่ายทอดยังพลังเวทไปยังหินขับพลังเวทแล้วยิงออกไปจากปากกระบอกเพื่อเพิ่มพลังทำลาย-ส่วนจะสามารถยิงได้ไกลและรุนแรงแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับเวทมนตร์และพลังเวทของผู้ใช้”

“งั้นหรือ...”

โซฟีที่พยักหน้าอย่างเข้าใจจึงถามออกไปว่า

“...งั้นก็คงต้องใช้ยังเวทที่แรงที่สุดสิน่ะ”

“ถ้าตามปกติก็ควรจะเป็นเช่นนั้น”

เซนัสพยักหน้ารับ...โซฟีที่เข้าใจแล้วจึงจัดยังเป้าและปากกระบอกให้ตรงกับเรือเหาะยักษ์ที่กำลังเคลื่อนที่ตรงมาอีกครั้งแล้วจึงเริ่มร่ายเวทออกไปทันทีว่า

“ขอพระเจ้าผู้สรรคสร้างทุกสรรพสิ่งบนพื้นพิภพได้โปรดจงประทานยังพรของประองค์ผ่านราชันย์แห่งเปลวเพลิงผู้ยิ่งใหญ่ที่สถิตอยู่ ณ ดวงตะวันบนเหนือขอบฟ้ามอบยังเปลวดวงเพลิงอันแรงกล้ามาทำลายล้างยังเหล่าอริแห่งข้าด้วยเถอะ...ดวงตะวันเพลิงแห่งรุ่งอรุณ-ซัน”

พร้อมทั้งกดปุ๋มที่คันบังคับทั้งสองอย่างสุดแรงทันที...

“เปรี้ยง...”

ลำแสงสีแดงเพลิงราวกับดวงตะวันพุ่งตรงไปยังเรือเหาะขนาดยักษ์ที่เบื้องหน้าทันทีพร้อมทั้งหินขับพลังเวทของป้อมปืนที่แตกกระจายออก เพราะรับยังพลังเวทที่มากเกินไปแล้วป้อมปืนเหล็กที่กลายเป็นสีแดงฉานราวกับถูกไฟเผาผลาญจนผิดรูปไปด้วยพลังและเวทมนตร์ของโซฟีทันที...

...ซันเป็นเวทสายไฟขั้นที่ 39 ใช้ในการสร้างลูกไฟขนาดใหญ่พุ่งออกไปโจมตีศัตรู

“ครืน...”

เรือเหาะขนาดกลางที่เห็นยังลำแสงสีแดงเพลิงพุ่งมาถึงกับรีบเคลื่อนกางยังบาเรียสีฟ้าเข้ามาบังลำแสงที่เกิดจากการยิงออกไปของโซฟีทันที

“ตรูม...”

บาเรียสีฟ้าถึงกับแตกกระจายออกไปในพริบตาพร้อมทั้งลำแสงสีแดงยังพุ่งตรงไปโจมตียังเรือเหาะทั้งสองลำจนล่วงลงไปในพริบตาแล้วยังพุ่งตรงไปโดนยังข้างลำเรือเหาะขนาดยักษ์จนลุกไฟเสียหายมีควันโชยขึ้นมาอย่างชัดเจน...

“ไชโย...สำเร็จแล้ว”

ในขนาดที่โซฟีส่งเสียงร้องกระโดดออกมาอย่างดีใจ...เซนัสที่ต้องขมวดคิ้วกลับส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ไม่...”

“หา...”

ทุกคนที่ได้ยินถึงกับต้องส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจทันที เพราะนอกจากเรือเหาะลอยฟ้ายักษ์จะไม่ล่วงจนลงไปตามที่คาดแล้วกลับยังเร่งความเร็วพุ่งตรงเข้ามาอีก...ดุ๊กที่สายตาดีจึงรีบกล่าวออกมาอย่างเสียดายว่า

“เพราะโดนยังบาเรียและเรือเหาะสองลำนั่นก่อนจำทำให้ลำแสงไม่โดนยังเรือยักษ์นั้นอย่างจัง-เพียงแต่เฉียวออกไปเท่านั้น”

“เอ๋ะ...”

คิสน่าที่เห็นถึงกับต้องร้องออกมาด้วยความตกใจเช่นนั้น เพราะตามชะตากรรมเรือยักษ์นั้นจะต้องโดนยังพลังเวทของโซฟีที่ยิ่งออกไปจนล่วงจนลงไปไม่ใช่หรือ...เรกะที่เห็นบริเวณหัวเรือมีประกายแสงขึ้นมาเล็กน้อยราวกับที่ปากกระบอกปืนทั้งสองกำลังจะยิงออกมาถึงกับต้องรีบร้องออกไปทันทีว่า

“ทุกคนรีบหนีเร็ว”

“เปรี้ยง...”

แต่กลับไม่ทันแล้วเมื่อปืนใหญ่ที่หัวเรือเหาะยักษ์ทั้งสองกระบอกกลับยิงตรงมายังทุกคนที่อยู่บนกำแพงเมืองอย่างไม่สามารถหลบหรือหนีไปทันที...

...

ทุกคนได้แต่จ้องมองไปยังลำแสงที่พุ่งตรงมาราวกับจ้องมองไปยังความตายที่กำลังเข้ามาหา เพราะจะหลบหนียังไงก็ไม่มีทางหลบพ้นได้...

“ชิ...”

เซนัสที่เค้นเสียงออกมาอย่างไม่สบอารมณ์คิดที่จะก้าวออกไปใช้ยังเวทสร้างยังกำแพงบาเรียมาปกป้องยังทุกคน เพราะคงมีแต่เขาเท่านั้นที่จะสามารถช่วยยังทุกคนได้ในยามนี้...

เพราะเขาเป็นคนเดียวที่สามารถใช้เวทสายป้องกันได้...

“ตุบ...ตุบ...ตุบ...”

แต่เสียงฝีเท้าของเทรุสที่ไม่สบอารมณ์ถึงกับวิ่งพุ่งตัดหน้าของเซนัสเข้าหายังประกายลำแสงที่พุ่งเข้ามาพร้อมทั้งชักดาบฟันออกไปพร้อมทั้งส่งเสียงร้องตะโกนออกมาอย่างดังลั้นว่า

“...อาเทออน”

“เฟียว...”

ประกายคมดาบถึงกับพุ่งออกไปทะยานยังผ่านยังทุกสิ่งทุกอย่างออกไปอย่างไม่หยุดยั้งตามโลกหล้าที่ยังคงหมุนอยู่ต่อไปทันทีราวกับชะตากรรมที่ยังคงก้าวเดินไปอย่างไม่รู้ตัว...

เรื่องราวยังคงดำเนินต่อไปเฉกเช่นชะตากรรมที่ยังคงก้าวเดินต่อไปอีกอย่างไม่สามารถหยุดยั้งได้...

...โลกหล้ายังคงหมุนอยู่ต่อไปตามเข็มของนาฬิกา

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 05 มี.ค.57 เวลา 21:15:14 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply

Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

สิ่งที่อ่านต่อไปนี้ไม่เกี่ยวกับส่วนที่เป็นเนื้อเรื่องหลัก-เพียงแต่อยากเขียนขึ้นมาเท่านั้น

ละครโรงเล็ก ตอนที่ 22

      แต่หลังจากที่รออยู่นานเอฟเฟลในสภาพที่เหมือนกับคนไม่สบายเหมือนกับโดนยังใครวางยามา

เอเรเน่      :      พี่เอฟเฟลเป็นอะไรหรือเปล่า...ประลองไหวมั้ย

เอฟเฟล      :      ไม่เป็นไร...พี่ชนะอยู่แล้ว

      ชิ...เหมือนมีเสียงร้องออกมาอย่างไม่พอใจก่อนที่เนลก้าจะประลองยังดาบส่งให้กับเอฟเฟล

เทเรีย      :      พี่เทรุสชนะให้ได้น่ะ...เราจะได้กลับบ้านกัน (เพราะดูจากสภาพเอฟเฟลแล้วมั่นใจว่าชนะชัวร์)

เทรุส      :      แน่นอนอยู่แล้ว

พระราชา      :      เริ่มการ...

      แต่ยังไม่ทันจะเริ่มการประลองขึ้นกลับมีกองเรือเหาะบุกมาโจมตีทำให้การประลองเลื่อนออกไปอีก...

เทเรีย เนลก้า      :      บ้าน่า(ร้องออกมาด้วยความตกใจแล้วผิดหวัง)

ซีเรีย      :      เสียใจด้วยน่ะที่พวกเธอทั้งสองคนต้องผิดหวัง

      ทำเอาทั้งเทเรียและเนลก้าต่างนิ่งเงียบลงไปทันที เพราะการประลองไม่เกิดขึ้นและเอฟเฟลไม่แพ้-พวกเธอก็ยังไม่สมหวัง...

เทเรีย      :      บ้าที่สุด...วอนดรากอน

      แล้วเทเรียที่ผิดหวังกระระเบิดพลังเวททำลายยังกองเรือเหาะไปทันทีกลายเป็นผู้ช่วยยังอาณาจักรอัสก้าไปแทน

โซฟี      :      อ้าว...แล้วฉันล่ะ

คิสน่า      :      เธอตาย เพราะป้อมปืนระเบิดไง...แล้วได้เป็นจอมเวทในตำนานไป

      ทำเอาโซฟีถึงกับนิ่งเงียบลงไปทันที เพราะเธอกลายเป็นตำนาน(ตาย)ไปแล้ว...

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 05 มี.ค.57 เวลา 21:16:26 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ