Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

LOVE FANTASY-05- Sword and Destiny ตอนที่ 21 ผู้กล้าแห่งชะตากรรม

ขอบคุณครับที่่ติดตาม

ตอนที่ 21 ผู้กล้าแห่งชะตากรรม

...

สายตาของทุกคนต่างจ้องมองไปยังเด็กน้อยทั้งสองที่กำลังประลองกันด้วยสายตาที่ดูเหมือนกับจะสนุกแล้วขบขันยิ่ง...

คล้ายราวกับเป็นการแสดงส่วนหนึ่งในงานเลี้ยงไปเสียแล้ว-มีเพียงคิสน่าที่หยิบยังส้อมม้วนเอาสปาเต๊กตี้ซอสไก่ใส่ปากกัดกินอย่างมีความสุขถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ได้เวลาแล้วสิน่ะ”

“เวลาอะไรหรือ”

เทรุสที่นั่งอยู่ด้านข้างถึงกับหันไปมองยังหญิงสาวส่งเสียงร้องถามออกมาด้วยความสนใจ...แค่คิสน่าที่ยิ้มออกมาพลางจ้องมองไปยังเฮรอลและเด็กสาวที่เบื้องหน้าพลางยิ้มแล้วกล่าวออกไปว่า

“ผู้กล้ากำลังจะปรากฏแล้ว”

“หือ...”

เทรุสที่ได้จริงถึงกับต้องร้องออกมาอย่างตกใจพร้อมทั้งดุ๊กที่แอบฟังอยู่ก็หยุดจิบไวน์แดงทันทีด้วยความสนใจ เพราะผู้กล้านอกจากจะเป็นความหวังของทุกคนแล้วยังเป็นความฝันของชายหนุ่มที่รักการต่อสู้ทุกคนด้วย...โซฟีที่จิ้มยังเบคอนจากซีซ่าร์สลัดค้างเอาไว้ถึงกับต้องร้องออกมาด้วยความตกใจว่า

”จริงหรือ”

“ใครกันน่ะ”

เรกะร้องถามออกมาทันทีพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังทั้งเฮรอลและเด็กสาวด้วยความสงสัยทันทีหรือแม้กระทั่งเซนัสที่ต้องเผลอกวาดสายตามองไปด้วยสนใจอีกคน เพราะผู้กล้าแห่งตำนานที่หญิงสาวกล่าวถึงคล้ายกับเป็นทั้งความหวังและลางบอกเหตุถึงอะไรบ้างอย่างเช่นกัน...

เช่นการบ้าคลั่งของเจ้าทะเลที่พึ่งปรากฏมาอย่างจะมีสาเหตุจากอะไรบ้างอย่าง...

...และอาจจะร่วมไปถึงการที่เขาต้องการที่จะค้นหายังความหวังของตนด้วย

“คิก...”

แต่คิสน่าที่ยิ้มออกมาพลางกัดยังเนื้อไก่บดเคี้ยวอย่างมีความสุขราวกลับไม่ส่งเสียงตอบอะไรออกมาพลางจับจ้องมองไปยังการต่อสู้ของเฮรอลและเด็กสาวราวกับเหมือนจะบอกให้ทุกคนดูต่อไปเถอะ...

“เฮ้ย...”

เทรุสที่คล้ายกับทราบถึงนิสัยของหญิงสาวเป็นอย่างดีจึงได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างอับจนปัญหาเพียงบ่นออกมาเล็กน้อยว่า

“...เธอนี่อย่างนี้ประจำเลยน่ะ”

ที่ชอบกล่าวอะไรออกมาให้เขาสงสัยแล้วไม่ยอมที่จะกล่าวต่อให้จบ-ชอบทิ้งอะไรไว้ทุกครั้งไป...

“ชิ...”

เด็กสาวที่ไม้รอช้าเค้นเสียงร้องออกมาอย่างไม่สบอารมณ์และก้าวเท้าเข้าไปแทงดาบใส่ยังร่างของเฮรอลอย่างแม่นยำและรวดเร็วถึง 3 ดาบซ้อน...

“เฟียว...เฟียว...เปรี้ยง...”

เฮรอลที่สามารถถอยหลบได้ถึง 2 ดาบยังคมใช้ปลายคันธนูปัดยังดาบสุดท้ายเอาไว้และตวัดยังคันด้านบนฟาดลงมาราวกับจะเผล็ดศึกยังเด็กสาวทันที

“เปรี้ยง...”

เด็กสาวตวัดยังดาบไม้กลับมารับได้ทันพร้อมทั้งตวัดดาบหมายจะฟันใส่ยังเฮรอลอีกครั้งหนึ่ง...แต่เฮรอลที่ไม่รอช้ารีบฉวยจังหวะที่มีเพียงชั่วครูกลับรีบกระโดดลอยตัวออกไป

“ตุบ...”

“คิดหรือว่าจะหนีพ้น”

เด็กสาวร้องออกมาด้วยความไม่พอใจพร้อมทั้งกระโดดพุ่งร่างหมายจะตามไปทันที...แต่เฮรอลที่ยิ้มออกมากลับตวัดยังลูกศรฟาดง้างยังสายธนูจนสุดพลางตอบกลับไปว่า

“คิดว่าฉันกำลังจะหนีหรือ”

“เฟียว...”

แล้วยิงลูกธนูออกไปพร้อมทั้งร่างของเด็กสาวที่พุ่งเข้ามาตวัดดาบไม้ฟันอย่างไม่สนใจอะไร...

“โอ๊ย...”

เสียงร้องดังลั่นขึ้นมาพร้อมทั้งเด็กสาวที่ถึงจะฟันดาบไม้เข้าใส่ยังข้อมือขวาที่จับยังคันธนูของเฮรอลได้-แต่เธอก็ถูกยังลูกธนูยิงใส่ท้องจนล้มลงไปทรุดอยู่กับพื้นเช่นกัน...

“ท่านพ่อ...”

อัฟโด้ที่เห็นถึงทั้งเด็กสาวและเฮรอลทรุดลงไปนั่งเช่นนี้ถึงกับต้องขมวดคิ้วด้วยความเป็นกังวลคิดที่จะหยุดยั้งยังการต่อสู้ครั้งนี้ลงไปในเสมอกันแค่นี้จะดีกว่า เพราะยิ่งสู้ต่อไปก็จะยิ่งทำให้บาดเจ็บกันทั้งสองฝ่ายไปเปล่าๆ-แต่เมื่อกวาดสายตาจ้องมองไปยังยังองค์ราชาที่ยิ้มออกมาเล็กน้อยถึงกับหยุดชะงักค้างลงไปทันที

“หึ...”

องค์ราชาที่ส่งเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อยด้วยความชอบใจถึงสีหน้าและแววตาที่กล้าหาญไม่ยอมแพ้ของทั้งสองที่ยังคงพยายามลุกขึ้นมาสู้อีกครั้งพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังองค์ชายรัชทายาทที่ยืนอยู่ด้านข้างพลางส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“...เจ้าไม่คิดว่าการประลองในครั้งนี้น่าสนใจหรือ”

“แต่ว่าถ้าปล่อยไป...”

อัฟโด้ที่ต้องขมวดคิ้วด้วยความหนักใจพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังเด็กสาวที่ยังคงพยายามขมความเจ็บปวดลุกขึ้นมาแล้วกล่าวออกไปว่า

“...อาจจะอันตรายก็ได้น่ะครับ-เสร็จพ่อ”

“และอีกอย่าง-ถ้าเราไปห้ามตอนนี้...”

องค์ราชาที่ยิ้มออกมาอย่างชอบใจพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังเด็กสาวแล้วจึงกล่าวออกมาราวกับอดยิ้มด้วยความขบขันเล็กน้อยไม่ได้ว่า

“...อาเรเน่จะต้องโกรธอย่างแน่นอนเลย”

“เฮ้ย...”

อัฟโด้ที่ได้ยิอนถึงกับส่งเสียงถอนหายใจออกมาอย่างอับจนปัญญา เพราะสิ่งเดียวที่สร้างยังความหนักใจให้กับองค์ราชาที่ยิ่งใหญ่และองค์ชายรัชทายาทอันดับ 1 ของอัสก้าที่ยิ่งใหญ่ต้องหนักใจคือเด็กสาวที่อยู่เบื้องหน้าโกรธนั่นเอง...

“แฮก...แฮก...”

ทั้งเฮรอลและเด็กสาวเอเรเน่ที่ลุกขึ้นมาต่างสบสายตากันด้วยความไม่พอใจและไม่ยอมแพ้ต่างพุ่งเข้าหากันอีกครั้งพร้อมทั้งส่งเสียงร้องตะโกนออกมาว่า

“...ฉันไม่ยอมแพ้อย่างแน่นอนเลย”

“...ฉันไม่มีทางแพ้นายอย่างเด็ดขาด”

“เปรี้ยง...”

พร้อมทั้งเสียงดังลั่นของดาบไม้ที่ประทะกับคันธนูอย่างดังลั่นจนร่างของเอเรเน่และเฮรอลถึงกับต้องทรุดลงไปในพริบตาลงไปนั่งอีกครั้งอย่างหมดแรง...

“...แฮก...แฮก...”

ทั้งห้องโถงที่เงียบสงบถึงกับมีเพียงแค่เสียงหอบหายใจของเอเรเน่และเฮรอลเท่านั้นที่ดังลั่นอยู่อย่างไม่ยอมแพ้ที่ลุกขึ้นมาพร้อมๆกันและตวัดยังคันธนูและดาบไม้ใส่กันอีกครั้งจนร่างของทั้ง 2 ต้องกระเด็นถอยออกไปคนล่ะ 2 ถึง 3 ก้าว...

“ควับ...”

เฮรอลที่ในยามนี้เหลือเพียงลูกธนูสำหรับซ้อมดอกสุดท้ายถึงกับพาดยังลูกธนูแล้วง้างออกไปอย่างสุดแรงด้วยลำแขนที่สั้นเทาพลางกล่าวออกไปว่า

“ยอมแพ้ซ่ะเถอะ...”

เขาที่สังเกตเห็นว่าเอเรเน่ไม่น่าจะมีแรงกระโดดพุ่งเข้ามาหาเขาในระยะที่ห่างเช่นนี้ได้กล่าวออกไปว่า

“...เธอไม่มีทางเข้ามาได้ก่อนลูกธนูดอกนี้อย่างแน่นอนเลย”

“ฉันไม่แพ้อย่างเด็ดขาด...”

เอเรเน่ที่เห็นยังลูกธนูดอกสุดท้ายของเฮรอลที่กำลังสั่นๆพอๆกับขาทั้งสองของเธอจึงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...ลูกธนูนั้นยิงฉันไม่โดนหรอก”

“หึ...”

“เชอะ...”

ก่อนที่ทั้งสองซึ่งเค้นเสียงออกมาอย่างไม่สบอารมณ์และพุ่งเข้าหากันอีกครั้งหนึ่งพร้อมทั้งส่งเสียงร้องตะโกนออกมาว่า

“...ฉันไม่ยอมแพ้อย่างเด็ดขาด”

“...ฉันไม่มีทางแพ้อย่างเด็ดขาด”

“เปรี้ยง...”

ก่อนที่คมดาบไม้ของเอเรเน่ที่ตวัดไปยังคันธนูไม้ของเฮรอลอย่างรุนแรงจนมือทั้งสองชาด้านไปราวกับจะทรุดลงไปอีกครั้งหนึ่ง

“อีกเพียงนิดเดียว...”

ทั้งเฮรอลและเอเรเน่ที่ทรุดลงไปถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บใจ เพราะหากมีแรงพอที่จะยิงธนูดอกนี้ออกไปหรือตวัดยังดายสุดท้ายออกไป-ตนจะต้องเป็นฝ่ายที่ชนะอย่างแน่นอน...

...

แต่น่าเสียดายที่เรียวแรงในยามนี้ของทั้งคู่กลับไม่เหลือพอที่จะทรุดกายลุกขึ้นมาได้-ได้จ้องมองกันอย่างไม่ยอมแพ้ด้วยความเจ็บใครเท่านั้น...

“ควับ...”

องค์ราชาที่เห็นเช่นนั้นจึงยิ้มออกมาอย่างพอใจพลางพยักหน้าให้อัฟโด้รีบประกาศให้ทั้งสองที่เหมือนกับจะสู้ไม่หยุดให้เสมอกัน...อัฟโด้ที่ยิ้มรับถึงกับก้าวเดินออกไปยกมือขึ้นกล่าวออกไปว่า

“ให้...”

“พอใจแค่นี้หรือ...”

อยู่โลกหล้าทั้งใบคล้ายกับหยุดนิ่งลงไปท่ามกลางประกายแสงสว่างสีขาวอันงดงามยิ่ง-เสียงอันไพเราะยังร้องถามออกมาอีกอย่างอ่อนโยนราวกับประกายแสงอันบริสุทธิ์ว่า

“...กับผลแค่นี้”

“ไม่...”

ทั้งเฮรอลและเอเรเน่ถึงกับส่งเสียงร้องตะโกนออกมาอย่างดังลั่น

“เปรี้ยง...”

อยู่ๆสายฟ้าที่งดงามสีน้ำเงิน-เงินถึงกับฟาดลงมาจากท้องนภา ณ เบื้องหน้าของเอเรเน่และเฮรอลสะกดยังร่างของทุกคนที่คิดจะทำอะไรให้หยุดนิ่งลงไป...

เพราะสายฟ้าศักดิ์สิทธ์ของผู้กล้าแห่งสรวงสวรรค์มิใช่จะเห็นกันได้อย่างง่าย...

...สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์-อาคาเทล

“บ้าน่า...”

องค์ราชที่จ้องมองไปยังเฮรอลและเอเรเน่ถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจยิ่ง เพราะพระองค์ทราบดีถึงการจุติของผู้กล้าแห่งสรวงสวรรค์แล้ว-แต่เป็นใครกัน...

ระหว่างเอเรเน่กับเฮรอล...

...ใครคือผู้ที่พระเจ้าเลือกกัน

“ไม่คิดที่จะแนะนำหน่อยหรือ...”

คิสน่าที่กำลังทานยังสเต๊กปลาอยู่ถึงกับยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวานพลางจ้องมองไปยังเซนัสที่ดูเหมอนจะตกตะลึงยิ่งกว่าใครๆแล้วกล่าวออกไปว่า

“...ท่านอาจารย์”

“เออ...”

เซนัสที่อาจรู้ยิ่งกว่าใครจึงรีบส่งเสียงร้องออกไปอย่างรวดเร็วทันทีว่า

“...ขอพระเจ้าจงประทานพลังและอำนาจของพระองค์ผ่านสายฟ้าศักดิ์สิทธ์ทำลายล้างสิ่งชั่วร้าย...สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์-อาคาเทล...”

เมื่อเห็นยังเอเรเน่กับเฮรอลหันหน้ามามองเขาอย่างงงๆถึงกับส่งเสียงร้องออกมาทันทีว่า

“...รีบร่ายเวทเร็วเข้า”

“เออ...”

เอเรเน่กับเฮรอลที่ร้องอกมาอย่างตกใจก่อนที่จะกล่าวออกมาพร้อมๆกันว่า

“...ขอพระเจ้าจงประทานพลังและอำนาจของพระองค์ผ่านสายฟ้าศักดิ์สิทธ์ทำลายล้างสิ่งชั่วร้าย...สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์-อาคาเทล”

“เปรี้ยง...”

สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์สีน้ำเงิน-เงินอันงดงามและยิ่งใหญ่ถึงกับฟาดลงมาอีกครั้งยังปลายลูกธนูของเฮรอลมอบยังพลังให้กับเด็กหนุ่มอีกครั้ง...

และ...

“เปรี้ยง...”

พร้อมๆกับสายฟ้ศักดิ์สิทธิ์สีน้ำเงิน-เงินอีกสายที่ฟาดลงมายังดาบไม้ในมือของเอเรเน่เพื่อมอบยังพลังให้กับเธอตวัดยังดาบสุดท้ายออกมา

“บ้าน่า...”

โซฟีที่เห็นถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจยิ่งว่า

“...มีผู้กล้าถึงสองคนเชียวหรือ”

“ไม่ใช่แค่สองหรอก...”

คิสน่าที่ยิ้มออกมาพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังเซนัสเพียงยิ้มไม่กล่าวอะไรออกมาสร้างยังความสงสัยให้กับทุกคนยิ่งก่อนทีสายตาของทุกคนจะจับจ้องมองไปยังลูกธนูดอกสุดท้ายของเฮรอลที่ยิ่งออกไปพร้อมทั้งร่างของเอเรเน่ที่พุ่งตวัดดาบฟันออกไป

“เปรี้ยง...”

ประกายแสงสว่างจ้าขึ้นมาอีกครั้งอย่างงดงามพร้อมทั้งร่างของทั้งเอเรเน่และเฮรอลที่ทรุดลงไปอย่างหมดแรงกับผลที่เหมือนกับจะเสมอกันในครั้งนี้...

เพราะดาบและลูกธนูดอกสุดท้ายที่ประทะกันกับทำให้ร่างของทั้งสองกระเด็นออกไปจนไม่เหลือแรงพอที่จะลุกขึ้นมาได้อีกครั้งแล้ว...

“คิก...”

คิสน่าที่ยิ้มออกมาเพียงตวัดยังปลายนิ้วชี้ซ้ายที่เรียวสวยชี้ไปยังร่างของเอเรเน่และเฮรอลที่กำลังนั่งทรุดกายกันอยู่ ณ เบื้องหน้าทันที...เทรุสที่คล้ายกับเห็นยังด้ายแดงจากปลายนิ้วของหญิงสาวได้พุ่งไปผูกมัดยังร่างของเด็กน้อยทั้งสองเข้าไว้ด้วยกันก่อนที่จะจางหายไปเพียงทิ้งยังประกายสีสันแห่งความสุขเอาไว้...

“หือ...”

เซนัสที่พึ่งจะเค้นเห็นยังการกระทำของคิสน่าถึงกับต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัยยิ่งราวกับทราบหญิงสาวอาจจะรู้ถึงอะไรบางอย่างเกี่ยวกับตน...

เธอคือจะเป็นเทพธิดาแห่งชะตากรรมจริงหรือ...

“นี่มันอะไรกัน...”

อยู่ๆท่ามกลางห้องโถงที่เงียบสงบลงไปหลังจากการต่อสู้ของทั้งสองกลับปรากฏยังเสียงตวาดขึ้นมาด้วยความไม่พอใจของหญิงสาววัยกลางคนที่งดงามสง่าผู้หนึ่ง-เธอที่จ้องมองไปยังองค์ราชา เจ้าชายอัฟโด้จนไปหยุดอยู่ที่เอเรเน่ด้วยความไม่พอใจพลางกล่าวออกมาว่า

“...ทำไมถึงปล่อยให้เอเรเน่ทำอะไรแบบนี้”

“หา...”

พอสิ้นยังคำกล่าวของเธอทำเอาเหล่าผู้ที่ร่วมอยู่ในงานเลี้ยงแห่งนี้ถึงกับต้องร้องออกมาด้วยความตกใจทันที เพราะเด็กสาวที่สวมใส่อยู่ในชุดของเด็กรับใช้นั้นกลับเป็นเจ้าหญิงเอเรเน่ผู้ที่เป็นรัชทายาทอันดับ 3 ของอาณาจักรอัสก้าที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้...

อยู่เหนือกว่าดุ๊กที่นั่งจิบไวน์อยู่ด้านข้างเสียอีก...

“ท่านแม่”

เอเรเน่ที่เห็นยังหญิงสาววัยกลางคนถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจก่อนที่จะโดนยังเธอจับตัวไว้พร้อมทั้งกล่าวออกมาอีกว่า

“มากับแม่เดียวนี้น่ะ...”

แล้วหญิงสาววัยกลางคนหรือองค์ราชินีแห่งอัสก้ากลับคว้ายังร่างของเอเรเน่หมายจะกลับเข้าไปยังห้องส่วนตัวด้านในยังกวาดสายตาจ้องมองไปยังองค์ราชผู้ยิ่งใหญ่(แต่กลัวเมีย)เล็กน้อยพลางกล่าวออกมาว่า

“..เดี๋ยวเรามีเรื่องต้องคุยกัน”

“...”

ทำเอาองค์ราชาผู้ยิ่งใหญ่ได้แต่ฝืนยิ้มออกมาอย่างอับจนปัญญาพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังเจ้าชายอัฟโด้ราวกับจะขอยังความช่วยเหลือ...

“ควับ...”

แต่องค์ชายรัชทายาทอันดับ 1 ที่ได้แต่ยิ้มออกมาอย่างอันจนปัญญารีบหลบสายตาทันทีทำเอาทุกคนทราบได้ดีถึงใครกันแน่ที่มีอำนาจและน่ากลัวที่สุดของอัสก้าแห่งนี้...
-----------------------------------------------

“หมดสนุกเลย”

โซฟีที่กำลังนั่งมองดูยังเหตุการณ์พลางขบเคี้ยวยังขนมปังอบกรอบทาหน้าชีสรสผสไม้ถึงกับส่งเสียงออกมาอย่างเสียดายเล็กน้อย เพราะเธอออกจะชอบยังนิสัยของเอเรเน่-ถ้าได้ร่วมออกเดินทางด้วยกันก็คงน่าสนุกพิลึก...

แต่อีกฝ่ายที่เป็นถึงองค์หญิงคงเป็นไปไม่ได้...

ส่วนคิสน่าที่ทานยังหมูหันลงไปเรียบร้อยทั้งตัวโดยไม่สนใจยังสายตาของหนุ่มๆทั้งหลายที่นั่งร่วมโต๊ะด้วยความตกใจถึงกับยิ้มแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“เรื่องสนุกๆมันต่อจากนี้ต่างหากล่ะ”

“หมายความว่าไงกัน”

เรกะที่ทานยังบะหมี่เนื้อวัวชานโตลงไปทั้งชามถึงกับวางชามที่ไม่เหลือแม้แต่น้ำสักหยดแล้วส่งเสียงร้องถามออกไปทันที...คิสน่าที่ไม่ตอบกลับยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวานพลางหันไปจ้องมองยังเทรุสที่นั่งเซ้งๆอยู่ด้านข้างเท่านั้น เพราะในงานเลี้ยงแห่งนี้กลับไม่มีเงาร่างของเอฟเฟลหรือเทเรียน้องสาวของเขาเลย

“...”

“หมายความว่าไง”

เทรุสที่รู้สึกตัวถึงกับส่งเสียงร้องถามออกไปด้วยความสงสัยทันที...แต่คิสน่าที่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวานพลางใช้ปลายนิ้วที่เรียวสวยเตะริมฝีปากพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“เดี๋ยวก็รู้เองแหละ”

ไม่นานนักมหาดเล็กที่ทำหน้าที่ดูแลเรื่องพิธีการที่ส่งเสียงร้องบอกยังทุกคนออกมาทันทีว่า

“เจ้าชายอันดับสองเสร็จแล้ว...”

ทำอาทุกคนที่อยู่ร่วมใส่งานเลี้ยงถึงกับหันไปมองยังชายหนุ่มผมยาวสีฟ้าและดวงตาสีทอง สวมแว่นตาทรงกลมที่ไร้ขา-มีดวงตาที่เรียวสวยรับกับใบหน้าที่หล่อเหล่าดูเย็นชานิดๆ สวมใสยังเสื้อสูทแขนยาวสีขาวตัดฟ้าของน้ำทะเล กางเกงสีฟ้าที่งามสง่าก้าวเดินเข้ามาพร้อมทั้งเสียงของมหาดเล็กที่ยังกล่าวต่อไปว่า

“...เจ้าชายเอฟเฟล”

แต่เทรุสที่คล้ายกับไม่สนใจยังเจ้าชายอันดับสองของอาณาจักรอัสก้าที่ยิ่งใหญ่ เพราะสายตาของเขาในยามนี้ก็เช่นเดียวกับทุกคนที่จับจ้องมองไปยังหญิงสาวผมสั้นสีเขียวมรกตแห่งสายลมรับกับผิวสีแทนอมน้ำผึ้งอันงดงามยิ่ง ดวงตากลมโตน่ารักสีเขียวอ่อนๆ รับการจมูกโด่งเป็นสันเหนือริมฝีปากที่บอบบางสีชมพูอ่อนๆ-ที่ใบหน้าและแววตายังปรากฏยังความตื่นตระหนกตกใจอยู่

เธอสวมใส่อยู่ในชุดราตรีสีขาวตัดฟ้าอ่อนที่ดูสวยงดงามราวกับจะเข้าคู่กับเอฟเฟลที่อยู่ด้านข้างทำเอาเทรุสที่ลุกขึ้นมาอย่างทันทีพลางส่งเสียงร้องออกไปว่า

“เทเรีย”

“พี่ค่ะ...”

เทเรียที่เห็นและได้ยินยังเสียงของเทรุสถึงกับหันมามองด้วยสีหน้าและแวววที่ยินดีจนเผลอยิ้มออกมาอย่างลืมตัวทันที...

“ใครกัน...”

“ผู้หญิงคนนี้เป็นใครหัน”

ทำเอาผู้คนมากมายต่างส่งเสียงซุบซิบกันมาอย่างแผ่วเบาพลางจับจ้องมองไปยังเทเรียที่ก้าวออกมาเคียงคู่ยังเจ้าชายเอฟเฟลในยามนี้กำลังคล้ายกับกำลังจะวิ่งมาหายังนักดาบหนุ่ม...

“ควับ...”

แต่กลับถูกยังเจ้าชายเอฟเฟลคว้ายังข้อมือกระชากไปไว้ยังด้านหลัง...เทเรียที่คล้ายกับร้องไห้ออกมาถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอีกครั้งว่า

“พี่ค่ะ”

“ปล่อยเทเรียเดี๋ยวนี้น่ะ”

เทรุสส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งชักยังดาบอาเทออนที่จะสะพานอยู่ทางด้านหลังทันที...ทำเอาเนลก้าและเหล่าทหารองครักษ์ทั้งหลายต่างรีบตวัดยังดาบชักออกมาชี้ตรงไปยังร่างของชายหนุ่มที่อยู่ยังเบื้องหน้าราวกับจะพิทักษ์และปกป้องยังเอฟเฟลเอาไว้ทันที

“ควับ”

“จริงๆด้วย...”

โซฟีที่ร้องออกมาอย่างฉุกใจคิดได้พลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังคิสน่าพลางร้องออกไปว่า

“...นี่คือเรื่องสนุกที่เธอว่าใช่มั้ยล่ะ”

“...”

คิสน่าเพียงยิ้มรับท่ามกลางสายตาที่สงสัยของเซนัสที่จ้องมองมาและเรกะที่กัดยังน่องไก่คำโตเข้าไป เพราะดูเหมือนกับจะเรื่องชินเสียแล้ว...

“เทเรียไม่ต้องกลัว...”

เทรุสที่คล้ายกับไม่สนใจและไม่เห็นยังใครอยู่ในสายตาถึงกับหันไปมองยังน้องสาวสุดที่รักพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...พี่จะช่วยน้องเอง”

“ค่ะ”

เทเรียที่ได้ยินถึงกับพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มพลางจับจ้องมองไปยังเทรุสด้วยความหวังยิ่งถึงความเชื่อมั่นที่มีต้องพี่ชายของเธอ...แต่เอฟเฟลที่เห็นถึงกับเค้นเสียงออกมาอย่างไม่พอใจ

“เชอะ...”

ทั้งยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...จัดการซ่ะ”

“ควับ...”

เนลก้าถึงกับพุ่งออกมาเป็นคนแรกก่อนที่จะตามมาด้วยเหล่าทหารองครักษ์ที่ได้รับคำสั่งก็ขยับอาวุธหมายที่จะพุ่งเข้ามาโจมตีใส่ยังเทรุสเช่นกัน...แต่องค์ราชาที่สังเกตอยู่ถึงกับยิ้มออกมาเล็กน้อยราวกับพอที่จะเข้าใจอะไรได้แล้วจึงพยักหน้าให้กับเจ้าชายอัฟโด้ทันที

“อืมม์...”

เจ้าชายอัฟโด้ที่พยักหน้ารับด้วยความหมายที่รู้กันถึงกับก้าวเดินออกมาอย่างรวดเร็วพลางส่งเสียงสั่งการออกมาทันทีว่า

“หยุดเดี๋ยวนี้”

“...”

ทำเอาเทรุสและเหล่าทหารที่กำลังเผชิญหน้ากันถึงกับต้องหยุดยั้งลงไปในพริบตาพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังอัฟโด้ด้วยความสงสัยทันที...แต่เจ้าชายอัฟโด้กลับไม่สงใจยังเทรุสกลับก้าวเดินไปขว้างยังหว่างกลางของเทรุสกับเอฟเฟลพร้อมทั้งหันหน้าไปถามยังเทเชียว่า

“ผู้ชายคนนั้นเป็นพี่ชายของเจ้าหรือ”

“ค่ะ...”

เทเรียที่มองไปยังเจ้าชายที่ดูอบอุ่นและใจดี ณ เบื้องหน้าถึงกับส่งเสียงตอบออกไปทันที เพราะใจจริงเธอก็ไม่อยากที่จะให้เทรุสต้องบาดเจ็บเพื่อเธออีก การต่อสู้ที่หมู่บ้านบร็อกซึ่งเทรุสพ่ายแพ้ยังอยู่ในความทรงจำของเธอจนต้องแอบร้องไห้หลายต่อหลายครั้ง...แต่อัฟโด้ที่คล้ายกับไม่มีเวลามาสนใจยังเธอหันกลับไปถามยังเทรุสว่า

“นั่นคือน้องสาวของเจ้าใช่มั้ย”

“ใช่...”

เทรุสส่งเสียงตอบออกไปพลางปิดบังยังชาติกำเนิดที่แท้จริงของเทเรียเอาไว้...อัฟโด้ที่ได้ยินพอจะเข้าใจยังเรื่องราวอะไรอยู่บางแล้วถึงการที่อยู่ๆ-เอฟเฟลที่คล้ายกับได้รับทราบยังข่าวอะไรถึงกับนำยังเรือเหาะบินไปยังทวีปอามีนัสจึงร้องถามออกไปว่า

“แล้วทำไมน้องสาวของเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้”

“มันใช้กำลังจับตัวน้องสาวของฉันมา”

เทรุสส่งเสียงตอบออกมาพลางจับจ้องมองไปยังเอฟเฟลด้วยความไม่พอใจทันทีและสร้างยังความไม่พอใจให้กับใครหลายต่อหลายคนที่เขาเรียกยังเอฟเฟลว่า”มัน”...แต่อัฟโด้ที่คล้ายกับไม่สนใจหันไปถามยังน้องชายตนเองว่า

“จริงหรือ”

“อืมม์...”

เอฟเฟลที่พยักหน้ารับจ้องมองไปยังเทรุสแล้วจึงกล่าวต่อมาอย่างชัดเจนว่า

“...ผู้ชายคนนี้และบิดาได้พ่ายแพ้แก่ฉันแล้ว”

“โห่...”

ทำเอาใครหลายต่อหลายคนที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนกและโล่งใจ เพราะอัสก้าที่
เป็นประเทศแห่งการต่อสู้มีกฏว่า”ผู้ชนะสามารถมีสิทธิ์ทุกอย่างอยู่เหนือผู้ที่พ่ายแพ้ได้” ทั้งทรัพย์สินหรือชีวิต...อัฟโด้ที่คล้ายกับขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจถึงกับจ้องหันไปกล่าวกับเทรุสว่า

“ตามกฏของอัสก้าแล้วผู้ที่เข้มแข็งคือผู้ที่ถูกต้อง...”

มันเป็นกฏเก่าแก่ของอาณาจักรที่ก่อตั้งขึ้นมาจากอำนาจของทหารแห่งนี้-เขายังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ตามกฏของอัสก้าแล้วน้องสาวของนายจะต้องตกเป็นของเอฟเฟล”

“บ้าน่า...”

เทรุสที่กำด้านดาบแน่นด้วยความไม่พอใจถึงกับคิดที่จะตวัดดาบหมายจะฟันออกไปเพื่อช่วยเหลือยังเทเรียให้ได้...แต่อัฟโด้ที่คล้ายกับสังเกตเห็นยังความพลุ่งพล่านในหัวใจของชายหนุ่มถึงกับโบกมือห้ามเอาไว้พลางกล่าวออกมาทันทีว่า

“แต่ก็ยังมีวิธีที่นายจะสามารถช่วยเหลือน้องสาวกลับไปอย่างสมเกียรติ์นักรบอยู่”

“...”

เทรุสที่นิ่งเงียบลงไปมองไปยังเจ้าชายอันดันหนึ่งที่เบื้องหน้าทันทีราวกับจะรอคอยให้เขากล่าวต่อไป...อัฟโด้ที่พยักหน้ารับจึงส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“คือนายจะต้องประลองและเอาชนะยังเอฟเฟลให้ได้”

“ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”

เทรุสที่ได้ยินถึงกับยิ้มออกมาด้วยความสบใจ เพราะนอกจากจะสามารถชิงยังเทเรียกลับคืนมาได้แล้วยังสามารถเอาคืนที่เคยพ่ายแพ้ให้กับเอฟเฟลด้วย...อัฟโด้ที่ได้ยินถึงกับพยักหน้ารับ

“ดี...”

แล้วจึงหันไปถามยังเอฟเฟลที่อยู่ด้านข้างว่า

“...แล้วนายล่ะ-เอฟเฟล”

“ฉันไม่แพ้อยู่แล้ว”

เอฟเฟลเค้นเสียงตอบออกมาอย่างเย็นชาเหมือนกับจะดูถูกยังเทรุสที่เคยพ่ายแพ้ยังตนมาแล้วและจะได้ตัดปัญหาทั้งมวลด้วย...อัฟโด้ที่ได้ยินจึงพยักหน้ารับแล้วจึงส่งเสียงกล่าวออกมาทันทีว่า

“งั้นพรุ่งนี้ให้ทั้งสองประลองกันที่สนามประลอง”

“แล้วเทเรียล่ะ”

เทรุสส่งเสียงร้องถามออกไป เพราะยังเห็นถึงเอฟเฟลยังคงคว้าแขนของน้องสาวตนไว้ไม่ยอมปล่อย...อัฟโด้ที่เห็นจึงยิ้มพลางหันไปกล่าวกับน้องชายของตนเองว่า

“ปล่อยเธอซ่ะ...”

“...”

เมื่อเห็นยังเอฟเฟลที่นิ่งเงียบจึงกล่าวออกไปอีกครั้งว่า

“...พรุ่งนี้ก่อนที่การประลองจะยุติผลลง-เธอมีอิสระที่จะทำอะไรก็ได้”

“เชอะ...”

เอฟเฟลที่ได้ยินถึงกับขยี้เท้าด้วยความไม่พอใจแล้วปล่อยมือของเทเชียอย่างไม่ยิมยอมนัก...เทเรียที่ได้รับอิสระถึงกับยิ้มออกมาอย่างดีใจพุ่งร่างเข้าไปในอ้อมกอดของเทรุสทั้งน้ำตาพลางส่งเสียงร้องออกไปว่า

“หนูดีใจที่สุดเลยค่ะ-พี่เทรุส”

“อืมม์...”

เทรุสที่กอดตอบรับยังน้องสาวด้วยความรักจึงส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“...พรุ่งนี้พี่จะเอาชนะให้ได้”

“ค่ะ...น้องเชื่อพี่”

เทเรียถึงกับยิ้มรับออกมาด้วยความเชื่อมั่นทันทีพร้อมทั้งเสียงของหญิงสาววัยกลางคนที่ดังขึ้นมาด้วยความไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งว่า

“นี่มันอะไรกัน...”

ทั้งยังหันไปหายังองค์ราชาราวกับจะเอาเรื่องอีกว่า

“...พวกผู้ชายนี้พอคิดอะไรไม่ออกก็เอาแต่ใช้กำลังแก้ปัญหาเป็นอย่างเดียวหรือไงกัน”

“...”

องค์ราชาที่ยิ้มออกมาอย่างเต็มฝืนนิดๆแล้วกล่าวออกมาว่า

“...เรื่องนี้ฉันไม่เกี่ยวด้วยน่ะ...”

ทั้งยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...มันเป็นเรื่องของเอฟเฟลที่ก่อเอาไว้ต่างหากล่ะ”

“จริงหรือ”

องค์ราชินีส่งเสียงร้องถามออกมา-แต่ถึงจะไม่ได้ระบุว่าเป็นใครแต่สายตาที่จ้องมองมาด้วยความไม่พอใจกลับจ้องมองไปยังเอฟเฟลทันที...เอฟเฟลที่มีสีหน้าที่ซีดๆเล็กหน้อยด้วยความกลัวจึงรีบหลบสายตาอย่างรวดเร็ว-อัฟโด้ที่ยิ้มรับออกมาอย่างเต็มฝืนจึงได้แต่กล่าวออกไปแก้ตัวแทนน้องชายทันทีว่า

“น้องไม่ผิดหรอกครับ-ท่านแม่...”

แล้วกล่าวติ่อไปอย่างไม่กล้าที่จะสบสายตาว่า

“...แต่ผมจำเป็นต้องให้ทั้งสองประลองกันตามกฏของอาณาจักรเพื่อแก้ปัญหาน่ะครับ”

“...”

องค์ราชินีที่พอจะเดาๆอะไรบางอย่างได้ทราบดีว่า”ครั้งนี้ลูกชายคนรองของเธอเป็นคนผิด”จึงได้แต่ส่งเสียงถอนหายใจออกมาอย่างอับจนปัญญา

“...เอ้ย”

เพราะหากรักถึงผู้หญิงคนนั้นจริงก็น่าจะให้เธอหรือสามีไปสู่ขอก็ได้-ไม่ใช่ใช้กำลังบังคับอย่างป่าเถือนเช่นนี้...องค์ราชาที่กลับยังเรื่องราวจะลุกลานออกไปมากกว่านี้จึงได้ลุกขึ้นมาแล้วประกาสออกมาทันทีว่า

“ที่เราจัดงานเลี้ยงในวันนี้ก็เพราะต้องการที่จะคัดเลือกองค์ราชาผู้ปกครองอัสก้าคนต่อไป...”

พระองค์ที่ไม่รอช้าจึงส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...อัฟโด้ เอฟเฟล เอเรเน่จงก้าวออกมา ณ เบื้องหน้าเดี๋ยวนี้”

“ครับ...”

“ค่ะ...”

อัฟโด้ เอฟเฟลและเอเรเน่ในยามที่ที่โดนองค์ราชินีจับแต่งตัวด้วยชุดกระโปร่งสีฟ้าอ่อน สวมถุงมือและมงกุลก้าวออกมาอย่างไม่ยินยอมเท่าไหร่นัก เพราะไม่ชอบแต่งตัวเช่นนี้ได้แต่ก้าวออกมาตามหลังพี่ชายทั้งสอง...องค์ราชาจึงกล่าวต่อไปอีกว่า

“พวกเจ้าที่เป็นองค์รัชทายาทอันดับหนึ่ง อันดับสองและอันดับสามจะต้องเริ่มสร้างผลงานให้เป็นที่ยอมรับแด่ผู้คนภายในหนึ่งปีนี้-เพื่อให้ทุกคนยอมรับว่าใครจะได้เป็นผู้ครองครองยังอัสก้าที่ยิ่งใหญ่ต่อไป...”

หยุดเล็กน้อยแล้วกวาดสายตาจ้องมองไปยังดุ๊กและรัชทายาทผู้ที่มีสิทธิ์ครองบัลลังก์คนอื่นๆอีกแล้วจึงกล่าวต่อมาอีกว่า

“...หากในพวกเจ้าทั้งสามไม่มีใครที่เหมาะสม-สิทธิ์ในการครองอัสก้าแห่งนี้ต้องตกเป็นของรัชทายาทลำดับต่อไป”

“ครับ...”

“ค่ะ...”

อัฟโด้ เอฟเฟลและเอเรเน่ได้แต่ส่งเสียงตอบรับออกไปทันที เพราะทั้งสามคล้ายกับมีเวลา 1 ปีในการสร้างผลงานเป็นที่ยอมรับ-เพื่อเป็นองค์กษัตริย์ของอัสก้าคนต่อไป และหากไม่สำเร็จพวกตนก็จะมีโอกาสอีก 1 ปีในการแข่งขันกับเหล่ารัชทายาทในลำดับที่รองๆลงไป...

เอเรเน่ที่คล้ายกับขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจพลางส่งเสียงออกมาว่า

“ฝันไปเถอะ...”

เพราะเธอที่คล้ายกับไม่ต้องการเป็นผู้ครอบครองยังอัสก้าที่ยิ่งใหญ่เป็นคนต่อไปคล้ายกับวางแผนที่จะหลบหนีออกไปเที่ยวเล่นในครั้งนี้ไปแล้งถึงกับกวาดสายตาจ้องมองไปยังโต๊ะที่พวกของคิสน่านั่งอยู่

“...”

คิสน่าที่สบสายตาถึงกับยิ้มรับกลับไปราวกับรับรู้อะไรดีๆเพียงแค่ปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงก้าวเดินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งตามโลกหล้าที่ยังคงหมุนอยู่ต่อไปทันทีราวกับชะตากรรมที่ยังคงก้าวเดินไปอย่างไม่รู้ตัว...

เรื่องราวยังคงดำเนินต่อไปเฉกเช่นชะตากรรมที่ยังคงก้าวเดินต่อไปอีกอย่างไม่สามารถหยุดยั้งได้...

...โลกหล้ายังคงหมุนอยู่ต่อไปตามเข็มของนาฬิกา

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 17 ก.พ.57 เวลา 22:49:16 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply

Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

สิ่งที่อ่านต่อไปนี้ไม่เกี่ยวกับส่วนที่เป็นเนื้อเรื่องหลัก-เพียงแต่อยากเขียนขึ้นมาเท่านั้น

ละครโรงเล็ก ตอนที่ 21

และแล้วหลังจากที่เทเรียได้ปรากฏตัวเข้ามาภายในงานเลี้ยง(หลังจากที่หายไปนานหลายตอย)

เทเรีย      :      ในที่สุดน้องก็ได้พบกับพี่เทรุสเสียที(ในอ้อมกอดของเทรุส)

เทรุส      :      พี่ก็ดีใจที่ได้พบน้องน่ะ

เทเรีย      :      ตอนไปเราสองคนจะได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขเสียที

เทรุส      :      คงไม่ได้หรอก

เทเรีย      :      ทำไมล่ะ...หรือว่าท่านพี่ไม่รักน้องแล้ว

เทรุส      :      ไม่ใช่หรือ...คือว่า...

      เมื่อเห็นยังชายหนุ่มที่ท่าทีอึกอัก

เทเรีย      :      หรือว่าท่านพี่รักคนอื่นแล้ว(พลางหันไปมองยังคิสน่า)

เทรุส      :      เปล่าหรอก

เทเรีย      :      งั้นเพราะอะไรค่ะ

คิสน่า      :      ฉันก็ไม่อยากที่จะหยุดฝันหวานของเธอหรอกน่ะ แต่ว่าเรื่องนี้น่ะพึ่งจะผ่านครึ่งเรื่องมาได้ไม่มีตอนเองคงยังไม่จบง่ายๆหรอก(ตอบแทนเทรุสที่ไม่กล้าตอบ)

เทเรีย      :      หา(ร้องออกมาด้วยความตกใจ)

คิสน่า      :      ใช่...และอีกอย่างก็หมดเวลาของละครโรงเล็กแล้วด้วย

เทเรีย      :      ไม่น่ะ...

      แต่เหมือนกับจะไม่มีใครสนใจยังเสียงร้องด้วยความตกใจของเทเรียเลย...

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 17 ก.พ.57 เวลา 22:51:02 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ