Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

ปาร์ตี้ผีอลเวง ปาร์ตี้ที่ 11 แผนการที่แสนเลวร้าย...

ขอบคุณครับที่ติดตาม

ปาร์ตี้ที่ 11 แผนการที่แสนเลวร้าย...

“เอาไงดีล่ะ...”

คุณนักรักที่นั่งอยู่ในรถแท็กซี่ถึงกับร้องถามออกไปเมื่อพบยังคนขับรถได้พายังร่างที่นั่งหลับใหลด้วยความเศร้าของคุณคนเก็บต้นฉบับซึ่งกำลังหลับไปเลี้ยวพาเข้าไปยังโรงแรมม่านรูดราคาถูกๆ...

“ควับ...”

เขาที่ทำอะไรไม่ได้ถึงกับได้แต่พยายามคว้ายังคอแขนของอีกฝ่ายพร้อมทั้งส่งเสียงร้องออกไปว่า

“...หยุดน่ะ”

“อะไรกันว่ะ...”

คนขับแท็กซี่ที่คล้ายกับรู้สึกได้ยินดีถึงกับยกมือช้ายขึ้นแคะหูพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังคุณคนเก็บต้นฉบับที่ด้านหลังเพียงยิ้มออกมาก่อนกล่าวต่อไปว่า

“...สงสัยเราคงคิดมากไปเอง”

เพราะคนขับแท็กชี่ที่กำลังคิดจะประกอบกรรมชั่วคงคิดว่า”อุปทานไปเอง”เท่านั้นจากหิริโอตะปะที่มีอยู่อันน้อยนิด...

“ทำไงดีล่ะครับ-คุณนักฝัน”

คุณนักรักได้แต่หันไปร้องขอยังความช่วยเหลือคุณนักฝัน เพราะคนขับแท็กซี่กลับมองไม่เห็นหรือได้ยินยังเสียงของผีที่พึ่งจะตายเช่นเขา...คุณนักฝันที่ส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ไม่ต้องห่วง...”

เธอที่ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ น่ารักและซุกซนพลางกล่าวต่อไปว่า

“...เดี๋ยวฉันจัดการเองน่า”

“จริงหรือครับ”

คุณนักรักส่งเสียงร้องถามออกไปด้วยความหวังที่มีแต่เพียงแค่คุณนักฝันที่ยิ้มรับออกมาเท่านั้น...

“เอียด...ด”

ไม่นานนักคนขับแท็กซี่ที่คล้ายกับจ่ายค่าห้องและอะไรเสร็จแล้วถึงกับเปิดประตูรถด้านที่คุณคนขับเก็บต้นฉบับหมายจะอุ้มยังร่างเข้าไปในห้องพร้อมทั้งแลบลิ้นเลียริมฝีปากกล่าวออกมาว่า

“หวานหมูล่ะทีนี้...”

ก่อนที่จะ

“...ย๊าก”

คนขับแท็กซี่ถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นก่อนที่จะโดนตัวของคุณคนเก็บต้นฉบับพร้อมทั้งหน้าซีด ตาเหลือกแล้วรีบวิ่งหนีออกไปจากโรงแรมอย่างรวดเร็วทำเอาคุณนักรักที่สงสัยต้องทำหน้างงๆแล้วร้องถามออกไปว่า

“คุณทำอะไรน่ะ”

“ฉันก็แค่...”

คุณนักฝันที่ยิ้มตอบรับออกมาพร้อมทั้งแทรกจากด้านหลังเบาะผ่านยังร่างของคุณคนเก็บต้นฉบับให้ใบหน้าของเธอลอยขึ้นมาจากร่างที่กำลังหลับใหลอยู่ให้คนขับแท็กซี่ให้เห็นเหมือนกับผีหลอก...

ไม่สิ...นี่มันเป็นผีหลอกจริงๆ...

“นั่นสิน่ะ...”

คุณนักรักที่ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจที่สามารถแก้ปัญหายังคงขับแท็กซี่ที่กำลังจะทำความช่วยและสามารถช่วย
เหลือยังคุณคนเก็บต้นฉบับได้-เขาที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังคุณนักฝันราวกับฉุกใจคิดถึงอะไรบ้างอย่างได้จึงร้องถามออกไปว่า

“...แต่ว่าจะเอาไงต่อดีครับ”

“นั่นสิ...”

คุณนักฝันที่กวาดสายตามองไปยังรอบๆที่จอดรถหน้าห้องของโรงแรมม่านรูดนี้ด้วยความหนักใจถึงกับต้องขมวดคิ้วที่เรียสวยนิดๆ เพราะถ้าจะปล่อยทิ้งไว้แบบนี้ก็ไม่ได้หรือจะรอให้อีกฝ่ายตื่นก็คงเสียเวลาไปเปล่าๆจึงพลางกล่าวออกมาว่า

“...ถ้าจะขับรถกลับไปเองเดี๋ยวคนก็หาว่าเป็นคนผีสิงอีก”

“คุณขับได้หรือ”

เขาถามออกไปด้วยความสนใจ...คุณนักฝันที่ยิ้มรับกล่าวออกมาว่า

“แน่นอน...”

พลางกล่าวออกมาอีกว่า

“...คิดว่าฉันเป็นใครกัน”

“คุณมีใบขับขี่หรือ”

เขาถามออกไปอีกครั้งด้วยความอยากรู้มากว่าจะสงสัยหรือไม่เชื่อถาม...แต่หญิงสาวกลับยิ้มแล้วย้อนถามเขากลับมาว่า

“แล้วคุณคิดว่าที่โลกหลังความตายนี้มีการสอบใบขับขี่มั้ยล่ะ”

“...”

คุณนักรักที่นิ่งเงียบราวกับไม่ค่อยอยากตอบยังสิ่งที่เขาคิดออกไปว่า

“...คงจะไม่มีใครใช่ครับ”

“ปิ่งปอง...ถูกต้องค่ะ”

ยิ่งได้รับยังคำตอบรับของหญิงสาวถึงกับทำเอาคุณนักรักถึงบกับยิ้มไม่ออก เพราะเธอถึงบอกว่าจะขับเป็น-แต่จริงๆแล้วกลับคือเธอน่าจะขับเป็นต่างหากล่ะ...

ดีไม่ได้อาจจะทำให้มีเพื่อนอยู่ร่วมบ้านเพิ่มหรือไม่เขาก็อาจจะเดินไปส่งยังคนคุณเก็บต้นฉบับยังประตูสู่โลกโน้นก็ได้ เพราะเท่าที่เขารู้ก็คือหล่อนคล้ายกับไม่น่าจะเคยทำอะไรที่ฝ่าฝืนยังกฏแห่งกรรมเช่นเดียวกับเขา...
หากคุณคนเก็บต้นฉบับต้องตายและต้องแยกจากจากเขาอีกครั้งหนึ่ง...

...มันจะต้องเป็นสิ่งที่เลวร้ายอย่างแน่นอนเลย

...ถ้าเป็นไปได้เขาไม่อยากจะเห็นยังน้ำตาของหล่อนอีก

คุณนักรักจึงได้แต่กล่าวออกไปว่า

“...มันน่าจะเป็นวิธีอื่นที่ดีกว่าน่ะครับ”

“ชิ...”

คุณนักฝันที่ได้ยินยังความไม่เชื่อถือของชายหนุ่มถึงกับเค้นเสียงออกมาอย่างไม่พอใจจนอยากจะหนีไปทิ้งให้เขาแก้ปัญหาเอง-แต่ถ้าเธอไปแล้วคนขับแท็กซี่เกิดกลับมาเอารถล่ะก้อคงจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีอย่างแน่นอนเลย...

“...เอาไงดี...”

เธอที่เลิกคิ้วมราเรียวสวยราวกับคิดอะไรออกมาถึงกับรอยออกมาอย่างดีใจทันทีว่า

“...คิดออกแล้ว”

“ทำไงครับ...”

แต่คุณนักฝันที่คล้ายกับไม่สนใจยังคุณนักรักที่ส่งเสียงถามออกมาราวกับไม่มีความจำเป็นที่ต้องตอบให้เสียเวลา-เธอที่ไม่รอช้ากลับล้วงยังโทรศัพท์มือแล้วกดโทรออกมาอย่างรวดเร็ว

...

สักพักคล้ายกับอีกฝ่ายรับสายแล้วคุณนักฝันที่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวานน่ารักก็ส่งเสียงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ชวนฝันว่า

“...ฉันกำลังรออยู่ที่โรงแรมม่านรูดที่ซอยแปด-นายรีบมาเร็วๆน่ะ...”

เมื่อวางโทรศัพท์แล้วจึงยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายแต่น่ารักว่า

“...เอาล่ะเรียบร้อยแล้ว”

“คุณโทรหาใครล่ะ”

คุณนักรักถามออกไปราวกับอยากจะรู้ถึงกับมองไปยังเธอด้วยความสงสัย...แต่คุณนักฝันที่ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์และชั่วร้ายนิดๆราวกับจะกุมยังหัวใจของชายหนุ่มไว้(ถ้ามี)พลางตอบออกมาว่า

“แล้วนายคิดว่าใครล่ะ”

“คุณเจ้าของ...”

คุณนักรักถึงกับตอบออกมาเองทันที เพราะคงมีเพียงคนเดียวในโลกนี้ที่ทราบว่า”คุณนักฝันอยู่ที่โรงแรมม่านรูด”แล้วต้องรีบแจ่นมาอย่างแน่นอนเลย-แต่เขาที่ยังไม่เข้าใจยังถามออกไปอีกว่า

“...แล้วทำไมคุณถึงไม่โทรบอกตำรวจล่ะ”

“ตำรวจก็ใช่ว่าจะมีญาณเห็นผีได้ง่ายๆอย่างคุณเจ้าของนี่...”

คุณนักฝันกล่าวถึงข้อดีเพียงหนึ่งเดียวที่เธอคิดออกของอีกฝ่ายทั้งยังกล่าวออกมาอีกอย่างจริงจังว่า

“...แล้วอีกอย่างฉันที่เป็นวิญญาณถ้าโทรไปหาตำรวจเพื่อให้เขาได้ยินถึงเสียงที่อยู่ห่างไกลออกไปก็ต้องเปลืองแรงด้วย”

“งั้นหรือครับ”

คุณนักรักได้แต่พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เพราะแค่ส่งเสียงไปไกลๆก็คงเปลืองพลังของหญิงสาวมากแล้ว-นี่ยังจะทำให้เธอต้องพูดกับคนธรรมดาที่ไม่สามารถเห็นผีได้ก็คงจะยิ่งทำให้เหนื่อยยิ่งขึ้นไปอีกจึงฟังหญิงสาวกล่าวต่อมาว่า

“และถ้าเกิดตำรวจถามมาว่าใครแจ้งจะให้บอกว่าเป็นวิญญาณหรือผีสาวน่ารักหรือไง”

“ครับ”

เขาที่พยักหน้ารับโดนไม่สนใจคำว่าผีสาวน่ารัก”ฟังหญิงสาวกล่าวต่อมาอีกว่า

“อีกอย่างถึงฉันจะเป็นวิญญาณแต่ก็ไม่อาจที่จะต้องขึ้นโรงขึ้นศาลหรอกน่ะ”

“แล้วคุณมีโทรศัทพ์ด้วยหรือครับ”

คุณนักรักได้แต่ถามออกไปเพื่อจะเปลี่ยนเรื่อง เพราะรู้ดีว่าเขาไม่มีเหตุผลที่จะไปโต้เถียงยังหญิงสาว...แต่คุณนักฝันกลับตอบมาอย่างง่ายดายว่า

“บังเอิญคุณเจ้าสั่วให้มาน่ะ...”

พลางกล่าวต่อไปว่า

“...เห็นบอกว่าลูกหลานเผาโทรศัพท์กระดาษมาให้เลยรู้สึกไม่พอใจก็ไปแกล้งเอาโทรศัพท์ของหลานสาวมาโยนใส่กองไฟเล่นก็แล้วเอามาให้ เพราะจริงๆแล้วก็ไม่ได้อยากได้ถึงมีธุระอะไรที่ต้องใช้ด้วย”

“แต่ว่าสามารถโทรหาคนเป็นได้ด้วยหรือครับ”

“ได้สิ...”

คุณนักฝันยังกล่าวออกมาอีกว่า

“...เพราะยังไงทั้งคลื่นเสียงและคลื่นโทรศัพท์ก็เป็นคลื่นชนิดหนึ่งเหมือนกับคลื่นวิญญาณอย่างพวกเรา-แค่ปรับเปลี่ยนนิดหน่อยก็ใช่ได้แล้ว...”

เธอที่ยิ้มออกมาอย่างน่ารักว่า

“...นายอย่าลืมสิว่าฉันเป็นคุณนักฝันน่ะ”

“ครับ”

คุณนักรักได้แต่ตอบรับกลับไปยังคุณนักฝันที่เป็นผู้เชียวชาญยังเรื่องคลืน(วิญญาณ)จนทำเอาอดที่จะสงสัยไม่ได้ว่า”เธอเป็นวิญญาณมานานเท่าไหร่เลยน่ะ”...

เพราะดูท่าทางอายุก็น่าจะพอๆกับเขาหรือน้อยกว่าด้วยซ้ำไป...
------------------------------------------

“นี่มันหลอกกันนี่ครับ”

นี่คือคำกล่าวแรกของคุณเจ้าของที่รู้ความจริงหลังจากที่มาถึงยังที่ม่านรูดและได้ทราบยังเรื่องราวต่างๆ...คุณนักฝันโต้กลับไปอย่างรวดเร็วว่า

“แล้วคุณคิดว่าฉันเรียกคุณมาที่นี่ทำไมหรือ”

“เออ...”

ทำเอาคุณเจ้าของที่ได้ยินถึงกับนิ่งเงียบไม่สามารถกล่าวอะไรออกมาได้อีก-ได้แต่ฟังยังคุณนักฝันกล่าวออกมาว่า

“แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่ได้หลอกคุณด้วย เพราะฉันรอคุณอยู่ที่โรงแรมจริงๆ...”

ยิ่งทำเอาคุณเจ้าของไม่สามารถปฏิเสธได้ เพราะถ้าคิดให้ดีแล้ว-เขาก็ไม่น่าที่จะสามารถทำอะไรกับเธอได้อยู่แล้ว-การมาโรงแรมจึงไม่มีประโยชน์อะไรจึงได้แต่ฟังคุณนักฝันกล่าวต่อไปอีกว่า

“...หรือถ้าคุณคิดว่าโดนฉันหลอกจริงๆก็ไม่เป็นไรหรอกน่ะ เพราะคนส่วนมากก็มักจะโดนผีหลอกอยู่แล้วนิ”

“ครับ...”

คุณเจ้าของได้แต่ตอบรับกลับไปอย่างช่วยไม่ได้พลางขับรถตรงกลับไปยังบ้านของเขาก่อนเป็นดีที่สุดตามความต้องการของเขาและทุกคน...

“...”

ส่วนคุณนักฝันที่เห็นยังเห็นยังคุณนักรักนิ่งเงียบไปจนร้องถามออกไปว่า

“...เป็นอะไรไปหรือเปล่า”

“เปล่าครับ”

คุณนักรักได้แต่ส่ายหน้าอย่างอันจนปัญญา เพราะมื่อครู่เขาที่เงียบลงไปเพราะได้ยินยังคุณคนเก็บต้นฉบับส่งเสียงออกมาอย่างแผ่วเบา...

มันเป็นชื่อของเขา...

เพราะไม่ว่า”ว่าแผ่วเบาแค่ไหน”-มันก็ไม่แผ่วเบาเกินไปกว่าที่เขาจะได้ยิน...

“ถึงแล้ว...”

คุณเจ้าของถึงกับส่งเสียงร้องออกมาพร้อมทั้งขับยังแท็กซี่เข้ามาจอดยังบ้านสำเร็จพลางรีบลุกออกไปหมายจะปลุกยังคุณคนเก็บต้นฉบับให้ตื่นขึ้นมา เพราะไม่ต้องการให้อีกฝ่ายทราบว่า”โดนพาเข้าโรงแรมในระหว่างที่กำลังหลับไป”ตามความต้องการของคุณนักรักจึงเขย่าตัวแล้วส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“...ตื่นเถอะครับ”

“หือ...”

คุณคนเก็บต้นฉบับถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างรู้สึกตัว-หล่อนที่คล้ายกับยังรู้สึกเวียนๆหันอยู่จึงลืมตาขึ้นมาอย่างมึนพลางร้องถามออกมาว่า

“...ที่นีที่ไหนค่ะ”

“ที่นี่บ้านผมครับ...”

คุณเจ้าของบอกพร้อมทั้งช่วยประคองยังคุณคนเก็บต้นฉบับเข้าไปในนั่งพักในบ้านอย่างรวดเร็วเพียงแต่บ่นออกมาเล็กน้อยว่า

“...น่าจะช่วยกันบ้าง”

“ฉันเป็นผีน่ะ”

เมื่อเห็นคุณนักฝันตอบออกมาเช่นนั้นคุณนักรักจึงตอบออกไปว่า

“ผมก็เป็นผีครับ”

ราวกับคำตอบนี้แทนยังทุกปัญหาได้อย่างสิ้นเชิง...คุณเจ้าของที่ได้แต่ประคองยังคุณคนเก็บต้นฉบับที่เหมือนกับยังจะเพลียอยู่หรือไม่สบายอะไรสักอย่างเข้าไปในบ้านพลางส่งเสียงกล่าวออกมาเบาๆว่า

“ถ้าเป็นคุณนักฝันก็ดีสิ...”

แต่ยังไม่ลืมที่จะกล่าวออกไปว่า

“...รัตติกาลของผม”

“หือ...”

คุณคนเก็บต้นฉบับที่คล้ายกับได้ยินอะไรถึงกับร้องถามออกมาว่า

“...ว่ากี้คุณว่าอะไรค่ะ”

“เปล่าครับ...ไม่มีอะไร”

คุณเจ้าของได้แต่ส่งเสียงตอบออกไปด้วยรอยยิ้มที่เต็มฝืนพาร่างของอีกฝ่ายเข้าไปนั่งพักยังโซฟาห้องรับแขกที่ผีๆทั้งหลายต่างอยู่กับเต็มไปหมดจนไม่สามารถทำอะไรได้...

“ไง...เป็นห่วงหรือ”

“ครับ...”

คุณนักรักที่จ้องมองไปยังคุณนักฝันที่ถามออกมาได้แต่ตอบออกไปว่า

“...ผมอดที่จะเป็นห่วงเธอไม่ได้”

“งั้นหรือ...”

คุณนักฝันที่คล้ายกับเริ่มไม่พอใจขึ้นมานิดๆถึงกับร้องยังชายหนุ่มออกไปว่า

“...แล้วคุณสามารถทำอะไรได้”

แม้แต่คำกล่าวก็ยังแสดงถึงความห่างเหินออกมาอย่างไม่ทันได้รู้สึกตัว...คุณนักรักที่คล้ายกับยังไม่ทันได้รู้สึกตัวจึงยิ้มออกมาอย่างเต็มฝืนพลางกล่าวออกมาว่า

“เพราะผมไม่สามารถทำอะไรได้จึงได้รู้สึกไม่ดีอยู่ตอนนี้ไงครับ”

“ฉันมีวิธีสามารถช่วยนายได้น่ะ”

คุณนักฝันที่ยิ้มออกมาราวกับวางแผนอะไรไว้แล้วจึงกล่าวออกไป...คุณนักรักที่ยิ้มออกมาอย่างดีใจและมีความหวังจึงส่งเสียงถามออกมาว่า

“ยังไงครับ”

“แต่ว่านายจะทำได้หรือเปล่าล่ะ”

คุณนักฝันส่งเสียงถามออกมาด้วยสีหน้าที่หนักใจพลางจับจ้องมองไปยังใบหน้าของชายหนุ่มทันที...คุณนักรักที่พยักหน้าแล้วกล่าวออกไปว่า

“ได้ครับ”

คุณนักฝันจึงตอบออกไปว่า

“เมื่อนายไม่สามารถดูแลได้ก็หาคนอื่นมาดูแลสิ”

“คนอื่น...”

คุณนักฝันที่ส่งเสียงร้องออกมาด้วยความสงสัยกับสีหน้าที่แววยังความเศร้าสร้อยนิดๆ-แต่เพื่อความสุขของคุณคนเก็บต้นฉบับจึงได้แต่ร้องถามออกไปว่า

“...ใครหรือครับ”

แต่น่าแปลกที่เขาไม่รู้สึกเจ็บปวดเลย...

...หรือว่ามันเป็นเพราะเขาตายไปแล้วน่ะ

“ก็คุณเจ้าของไง...”

คุณนักฝันที่ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ราวกับวางแผนการจับคู่นี้เอาไว้แล้วยังกล่าวต่อมาอีกว่า

“...คนหนึ่งเป็นนักเขียนส่วนอีกคนหนึ่งก็เป็นคนเก็บต้นฉบับก็น่าจะเหมาะสมกันดีไม่ใช่หรือ”

“...”

คุณนักรักที่ได้ยินถึงกับต้องนิ่งเงียบไปเล็กน้อยพลางขบคิดถึงความเหมาะสมของทั้งสองก็เหมาะสมกันจริงๆทั้งอายุและทุกสิ่งทุกอย่างจึงพยักหน้าตอบรับออกไปว่า

“...อืมม์”

“นายไม่เป็นไรแน่น่ะ”

คุณนักฝันที่คล้ายกับเป็นห่วงยังอีกฝ่ายจึงจ้องมองไปพลางส่งเสียงร้องถามออกไปอีกครั้ง...คุณนักรักที่ฝืนยิ้มแล้วจึงกล่าวออกไปว่า

“ไม่เป็นไรครับ...”

เขายังส่งเสียงกล่าวต่อมาอีกว่า

“...ขอแค่เธอมีความสุขก็พอแล้วครับ”

เพราะถ้าทำให้คุณคนเก็บต้นฉบับสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อีกครั้งหนึ่งกับผู้ชายสักคนหนึ่งก็คงจะดีกว่าต้องเศร้าเสียใจไปเรื่อยๆเช่นนี้กับคนที่ตายไป...

นี่จึงเป็นสิ่งที่น่าจะดีที่สุดแล้ว...

“งั้นก็ตกลงตามนี้...”

คุณนักฝันที่ยิ้มออกมาอย่างดีใจยิ่งพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...ที่นี่คุณเจ้าของจะได้ไม่ต้องมายุ่งกับฉันเสียที”

“เอ๋ะ...”

คุณนักรักที่ได้ยินถึงกับจ้องมองไปยังหญิงสาวด้วยความตกตะลึงทันที เพราะดูเหมือนกับทุกสิ่งจะเป็นไปตามที่เธอวางแผนเอาไว้เสียแล้วสิ...

นี่อาจจะเป็นจุดประสงค์ที่แท้จริงของเธอก็ได้เแล้วแผนการจับคู่ที่ชั่วร้ายจึงเรื่องต้นขึ้น...
----------------------------------

ส่วนทางด้านของคุณเจ้าของที่ประคองยังร่างของคุณเก็บต้นฉบับเข้าไปนักพักภายในห้องรับแขกถึงกับก้าวเดินออกไปเอาต้นฉบับมาให้กับหล่อนพร้อมทั้งชงกาแฟมาให้แก้ง่วง...

“เอ๋ะ...”

แต่ยามเมื่อกลับมาถึงก็พบยังคุณคนเก็บต้นฉบับถึงกับหลับไปอีกครั้งด้วยความอ่อนเพลียแล้วจึงวางถ้วยกาแฟลงหมายที่จะปลุกหล่อนขึ้นมา

“เออ...”

เขาที่ส่งเสียงร้องออกมาได้เล็กน้อยก็ต้องชะงักลงไปทันที เพราะยามเมื่อกวาดสายตาจ้องมองไปเห็นยังใบหน้าของคุณคนเก็บต้นฉบับอย่างชัดเจน...

ถึงหล่อนจะไม่สวยเท่ากับคุณนักฝันก็ตาม...แต่ก็นับว่าเป็นหญิงสาวที่สวยคนหนึ่ง...

“ตุบ...”

ทั้งๆที่เคยพบหน้ากันมาตั้งหลายครั้ง-แต่ในครั้งนี้กลับรู้สึกหัวใจเต็นแรงขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุจึงรีบสะลัดหัวอย่างรุนแรงพลางร้องออกมาว่า

“บ้าน่า...คนที่เรารักคือคุณนักฝันต่างหาก”

“งั้นหรือ...”

คุณขี้เล่นที่คล้ายกับอ่านยังความคิดและเห็นยังเรื่องที่น่าสนุกถึงกับส่งเสียงร้องถามออกมาว่า

“...แต่คนกับคนก็น่าจะเหมาะสมกันดีน่ะ”

“ไม่...คนที่ฉันรักคือคุณนักฝันต่างหาก”

คุณเจ้าของส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจน...คุณขี้เล่นที่สบโอกาสแกล้งยังอีกฝ่ายถึงกับร้องถามออกไปว่า

“แต่คุณนักฝันตายแล้วส่วนนายยังมีชีวิตอยู่...”

ยามเมื่อจับจ้องมองไปยังคุณเจ้าของพลางกล่าวต่อไปอีกด้วยสายตาที่ชั่วร้ายว่า

“...และอีกอย่างก็ยังมีคุณนักรักคอยขว้างอยู่ข้างๆด้วย”

“...”

คำกล่าวนี้ถึงกับทำเอาคุณเจ้าของถึงกับต้องสะอึกขึ้นมาทันที เพราะปล่อยต่อไปเช่นนี้คงจะไม่ดีแน่-จึงรีบส่งเสียงกล่าวออกมาทันทีว่า

“...แต่ถ้าเธอไปเกิดก็จะได้เป็นคนเหมือนกับผมนี่”

“คุณนักฝันก็บอกแล้วไงถ้าเกิดอาจจะเป็นหมู หมา กา ไก่หรือผู้ชายก็ได้...”

คุณขี้เล่นยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...และถึงเป็นผู้หญิงสาวๆก็คงไม่เอาผู้ชายที่แก่คราวพ่อหรอก”

“...”

คุณเจ้าของที่คล้ายกับเถียงไม่ออกถึงกับได้แต่บ่นออกมาว่า

“...มันต้องมีวิธีสิน่า-ที่ทำให้ผมกับเธอได้อยู่ด้วยกัน”

“อะไรล่ะ...”

คุณขี้เล่นส่งเสียงถามออกไปพร้อมทั้งคว้าเอาหัวของคุณหัวขาดมาโยนเล่นพลางแกล้งทำหัวในมือหลุดไปยังร่างของคุณคนเก็บต้นฉบับที่กำลังหลับใหลอยู่...คุณเจ้าของได้แต่ทวนคำออกไปว่า

“วิธีที่ทำให้ผมกับคุณนักฝันสามารถอยู่ด้วยกันได้...”

ก่อนที่เขาจะค้นพบยังวิธีส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจว่า

“...ใช่แล้ว...”

ทั้งยังกล่าวออกมาอีกว่า

“...มีแล้ว”

“วิธีไหนหรือ”

คุณหัวหายถึงกับส่งเสียงร้องถามออกมาทันทีด้วยความอยากรู้ส่วนคุณขี้เล่นที่นิ่งเงียบลงไปราวกับเดาๆได้แล้ว เพราะทุกอย่างมันคล้ายกับเป็นไปตามแผนที่ต้องการแล้ว...คุณเจ้าของถึงกับกล่าวออกมาทันทีว่า

“ถ้ารอให้เธอไปเกิดใหม่ไม่ไหวก็ต้องทำให้เธอคืนชีพสิ”

“คืนชีพ”

คุณหัวหายถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจพลางจ้องมองไปยังอีกฝ่ายด้วยความสนใจและอยากรู้ทันที...คุณเจ้าของที่สามารถคิดวิธีได้จึงยิ้มพลางส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“เราแค่หาร่างของผู้หญิงสาวๆสวยๆที่พึ่งจะตายสักคนหนึ่งมาให้กับคุณนักฝันให้ในการคืนชีพก็พอแล้ว”

“ใครล่ะ”

คุณหัวหายเป็นคนส่งเสียงร้องถามออกมาในขนาดที่คุณขี้เล่นกลับนิ่งเงียบยิ้มแย้มออกมาอย่างพอใจราวกับทุกสิ่งเหมือนเป็นไปตามที่วางเอาไว้...คุณเจ้าของที่มีเป้าหมายและจึงจ้องมองไปยังร่างของคุณคนเก็บต้นฉบับพลางส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“ก็หล่อนยังไงล่ะ...”

ทั้งยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...และอีกอย่างคุณนักรักก็เคยเป็นคนรักเก่ากับคุณคนเก็บต้นฉบับด้วย...”

เขาและใครๆที่ทราบดีว่า”ทั้งคู่รู้จักกันมาก่อน”จึงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...แล้วคุณคนเก็บต้นฉบับก็จะได้อยู่กับคุณนักรักอย่างมีความสุขด้วย-เท่ากับวินวินด้วยกันทุกฝ่าย”

ราวกับจะลืมถามยังความรู้สึกของคุณนักฝันและคุณนักรักไปว่าต้องการเช่นนั้นหรือเปล่า...

“หา...”

คุณหัวหายที่ตกใจถึงกับจ้องมองไปยังอีกฝ่ายแล้วถามออกไปว่า

“...คุณเจ้าของจะฆ่าหล่อนหรือครับ”

“เออ...”

คำถามนี้ทำเอาคุณเจ้าของถึงกับต้องนิ่งเงียบลงไปทันที เพราะถึงแผนการณ์ของเขาจะวิธีหรือดีเลิศยังไงก็ตามแต่-แต่ถ้าจะให้เขาฆ่าคนก็คงจะทำไม่ได้หรือ...

จึงได้แต่ส่งเสียงออกมาอย่างถึงทางตันว่า

“...จะทำยังไงดี”

“ไม่เห็นจะยากเลย...”

คุณขี้เล่นที่ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์และขี้เล่นจึงพลางส่งเสียงกล่าวออกมาแก้ไขถึงทางตันว่า

“...ก็แค่ให้คุณคนเก็บต้นฉบับอยากตายเองซ่ะสิ”

“อยากตายเอง...”

คุณเจ้าของที่ตกใจกับข้อเสนอและสงสัยจึงร้องถามออกมาว่า

“...แต่ถ้าฆ่าตัวตายก็จะต้องผ่านไปรับโทษยังโลกที่ฝั่งโน้นไม่ใช่หรือ”

เพื่อชดเชยถึลบาปกรรมที่ฆ่าตัวตาย...

“ไม่ต้องห่วง-ไม่มีปัญหาหรอกน่า...”

คุณขี้เล่นที่ยิ้มออกมาราวกับพบยังเรื่องราวที่น่าสนุกสนานยิ่งพลางส่งเสียงชี้แนะว่า

“...เพราะการตายของคุณคนเก็บต้นฉบับเป็นการบริจาคร่างกายให้กับคุณนักฝันคืนชีพจึงเป็นการขัดกับกฏแห่งกรรมจึงไม่สามารถผ่านไปยังโน้นทางฝั่งโน้นได้...”

ทั้งยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...และอีกอย่างตราบใดที่คุณนักฝันยังใช้ชีวิตอยู่ในร่างของคุณคนเก็บต้นฉบับก็จะทำให้อีกฝ่ายคิดว่าคุณคนเก็บต้นฉบับไม่ตาย-หล่อนจึงสามารถเป็นวิญญาณอยู่กับคุณนักรักได้อย่างแน่นอนเลย”

“จริงหรือครับ”

คุณเจ้าของถึงกับส่งเสียงร้องถามออกมาอย่างมีความหวังทันที เพราะเท่านี้ทุกสิ่งทุกอย่างก็ลงล็อกและดีด้วยกันทุกฝ่ายแล้ว...คุณขี้เล่นที่ยิ้มรับจึงพยักหน้าตอบรับออกมาอย่างชัดเจนว่า

“จริงสิ...”

พลางไขว้นิ้วไม่ให้คุณเจ้าของเห็นแล้วกล่าวต่อไปว่า

“...ฉันจะไปหลอกนายทำไมกัน”

เพื่อความสนุกยังไงล่ะ...

...คุณขี้เล่นถึงกับลอบยิ้มด้วยความชอบใจ

“งั้นเดี๋ยวก่อนสิ...”

คุณเจ้าของที่คล้ายกับฉุกใจคิดอะไรได้จึงรีบกล่าวออกไปทันทีว่า

“...หากผมยอมตายแล้วสละยังร่างให้กับคุณนักรักสามาถคืนชีพได้มันก็เหมือนกันไม่ใช่หรือ”

เพราะถึงคิดด้วยหลักการเดียวกันมันก็น่าจะใช้ได้ แล้วไม่ต้องรอหวังผลให้กับคุณคนเก็บต้นฉบับอยากฆ่าตัวตายด้วย...

เพื่อได้อยู่กับคุณนักฝันแล้วเขายินยอมที่จะตายอยู่แล้ว เพราะความตายที่มีเธอรออยู่มันไม่ได้น่ากลัวหรอก...

“ไม่ได้หรอก...”

คุณขี้เล่นที่ส่ายหน้ายังกล่าวออกมาอีกอย่างชัดเจนว่า

“...เพราะนายดันรู้เรื่องของพวกเราและเรื่องที่เกี่ยวกับการฝืนฝ่ายังกฏแห่งกรรมแล้ว-เมื่อตายไปจะต้องไปรับโทษยังโลกที่ฝังโน้นอย่างแน่นอนเลย”

“งั้นหรือครับ...”

คุณเจ้าของที่ได้ยินจึงผิดหวังเล็กน้อยพลางส่งเสียงกล่าวต่อไปว่า

“...งั้นก็คงมีแต่ทางนี้สิน่ะครับ”

“ว่าแต่ว่า...”

คุณหัวหายที่ยังสงสัยพลางจับจ้องมองไปยังคุณเจ้าของและคุณขี้เล่นแล้วจึงส่งเสียงร้องถามออกไปทันทีว่า

“...คุณนักฝันอยากจะคืนชีพหรือ”

“เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงหรอก...”

คุณขี้เล่นยังรีบส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างรวดเร็วว่า

“...การกลับมามีชีวิตอีกครั้ง-ไม่มีใครที่ไม่ต้องการ...”

พลางยิ้มออกมาด้วยความเศร้าสร้อยนิดๆกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ไม่เว้นแม้แต่คุณนักฝันหรอก”

“...”

ทำเอาคุณหัวหายที่ได้ยินถึงกับต้องนิ่งเงียบลงไปอีกคนหนึ่ง เพราะเขาก็ยังจำได้ถึงสมัยที่ยังมีขีวิตอยู่-แม้แต่ในยามนี้ถ้าเป็นไปได้ก็อยากที่จะมีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง...

แม้จะเป็นเพียงแค่เล็กน้อยก็ตาม...

...มันอาจจะเป็นความอาลัยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

“งั้นก็ตกลงตามนี้...”

คุณเจ้าของที่ไม่ทันได้คิดอะไรถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาทันทีท่ามกลางรอยยิ้มของคุณขี้เล่นพลางส่งเสียงร้องถามออกมาทันทีว่า

“...แต่ผมต้องทำไงบ้างล่ะครับ”

“ไว้เดี๋ยวฉันช่วยวางแผนเอง...ไม่ต้องห่วงหรอกน่า”

คุณขี้เล่นถึงกับยิ้มแย้มออกมาอย่างชอบใจยังเรื่องราวที่แสนสนุกสนานกำลังจะเกิดขึ้นมาตามความต้องการของตน...

และแล้วแผนการณ์ที่แสนจะชั่วร้ายอีกแผนหนึ่งจึงได้เริ่มต้นขึ้นมาพร้อมๆกัน...

...เพียงแต่ชัยชนะและความสำเร็จจะเป็นขอใครก็เท่านั้นเอง


Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 17 ก.พ.57 เวลา 22:45:04 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ