Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

ปาร์ตี้ผีอลเวง ปาร์ตี้ที่ 10 ความรักของคนที่ยังอยู่...

ขอบคุณครับที่ติดตาม

ปาร์ตี้ที่ 10 ความรักของคนที่ยังอยู่...

และอีกหลายวันต่อมา...

ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนเดิม-เหมือนเช่นดั่งทุกวัน...ที่คุณเจ้าของยังคงเวียนที่จะเอาเวลาว่างจากการทำงานมาตามขอยังความรักของคุณนักฝัน...

มันเป็นเรื่องปกติ...

เป็นเรื่องที่เกิดเป็นประจำ...

“วันนี้คุณว่างมั้ยครับ...”

คุณเจ้าของที่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวานและเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังจับจ้องมองไปยังคุณนักฝันที่กำลังนั่งลอยงอเข่าอยู่กลางอากาศแล้วร้องถามออกไปว่า

“...วันนี้อากาศดีเราออกไปเที่ยวข้างนอกกันมั้ยครับ”

“เที่ยวข้างนอก...”

คุณนักฝันที่ทำหน้าสงสัยพลางจ้องมองไปยังอีกฝ่ายแล้วถามออกไปว่า

“...มันเกี่ยวอะไรกับอากาศดีด้วย”

เพราะสำหรับวิญญาณเช่นเธอแล้วสภาพอากาศเทียบจะไม่มีผลเท่าไหร่นัก ความร้อนและหนาว ฝนตกหรือแดดออกเป็นเพียงแค่ความรู้สึกเท่านั้น แค่ปรับเปลี่ยนนิดหน่อยดวงวิญญาณก็สามารถทนยังความหนาวเย็นหรือร้อนแรงได้ แม้แต่ฝนที่ตกลงมาก็อยากที่จะเลือกเปียกหรือไม่เปียกได้ตามต้องการ...

“เออ...”

หลังจากที่ขบคิดเล็กน้อยคุณเจ้าของก็กล่าวออกไปว่า

“...แต่อากาศดีๆอย่างนี้อยู่ในบ้านก็น่าเสียดายออกไป-ผมว่าพวกเราน่าออกไปข้างนอกกันดีกว่า”

“มันก็จริงน่ะ...”

คุณนักฝันพยักหน้ารับเหมือนกับจะเห็นด้วย ทำเอาสีหน้าของคุณเจ้าของมีความหวังขึ้นมา-วันนี้เป็นวันที่แสงแดดสดใส ทั้งไม่ร้อนและไม่แรงจนเกินไป...

ท้องฟ้าสดใส เป็นประกายและมีเมฆอ่อนๆพร้อมทั้งสายลมที่โชยพัดจึงน่าที่จะออกไปบินเล่นบนท้องฟ้าจริงๆอย่างที่คุณเจ้าของกล่าว-คุณนักฝันที่เลิกคิ้วพลางจ้องมองไปยังอีกฝ่ายและถามออกไปว่า

“...นั่นสิทั้งๆที่อากาศดีๆอย่างนี้แล้วทำไมนายถึงไม่ออกไปข้างนอกเองล่ะ”

“ฉันก็อยากออกไปเหมือนกัน...”

คุณเจ้าของที่คล้ายกับไม่รู้สึกถึงทำเสียงที่เป็นเชิงถามของคุณนักฝันกลับส่งเสียงร้องถามออกไปด้วยความหวังทันทีว่า

“...งั้นเราออกไปข้างนอกกันเถอะ”

“ฉันกับคุณน่ะหรือ...”

คุณนักฝันที่ทำยังสีหน้าที่งงๆราวกับไม่เข้าใจยังความหมายของอีกฝ่ายจึงถามออกไปว่า

“...เราจะไปทำอะไรกัน”

“ก็อย่างเช่นดูหนัง ฟังเพลงและหาข้าวกินไงล่ะ”

คุณเจ้าของรีบส่งเสียงตอยบออกไปอย่างรวดเร็วด้วยสีหน้าที่เต็มเปี่ยมด้วยความหวังทันที-ภายในหัวก็วาดฝันและวางแผนถึงการเที่ยวในครั้งนี้อย่างมีความสุขจนยิ้มออกมาอย่างรวดเร็วทันที...แต่คุณนักฝันกลับกล่าวออกมาว่า

“ทำไมต้องออกไปดูหนัง ฟังเพลงและหากินที่ด้านนอกด้วยล่ะ...”

คุณนักฝันที่ไม่เข้าใจว่า”ทำไมคุณเจ้าของถึงต้องการออกไปด้านนอกเพื่อหาข้าวกิน ดูหนังหรือฟังเพลง”-เธอยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...ก็ในเมื่อที่นี่ก็มีหนังให้ดู มีอาหารอร่อยๆที่คุณเจ้าสั่วเอามาและก็มีคุณนักร้องร้องเพลงเพราะๆให้ฟังอยู่”

เพราะถึงเธอจะออกไปเที่ยวตามห้างข้างนอก ดูหนังก็เพราะฆ่าเวลาที่ไม่มีอะไรทำเท่านั้น ส่วนการแอบกินอาหารต่างๆ เพราะต้องการชิมเท่านั้น...

“...”

ทำเอาคุณเจ้าของที่ได้ยินถึงกับต้องนิ่งเงียบออกไปทันทีพลางยิ้มออกมาอย่างอายๆนิดๆส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างเขินๆว่า

“...ก็เราไปกันคนสองไง”

“ทำไมต้องไปกันสองคนด้วย...”

คุณนักฝันที่คล้ายกับไม่เข้าใจยังกล่าวออกมาอีกว่า

“...ถ้าฉันจะไปจริงๆก็น่าจะไปกับคุณนักรักไม่ดีกว่าหรือ”

“หา...”

คุณเจ้าของที่ได้ยินถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจว่า

“...ทำไมต้องเป็นหมอนั่นด้วย....”

เขาที่คล้ายกับฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ถึงกับต้องรีบส่งเสียงร้องถามออกมาอย่างร้อนร้นทันทีว่า

“...หรือว่าคุณกับคุณนักรักเป็น...เป็น...”

“ก็เพราะเราเป็น...”

คุณนักฝันที่ยิ้มออกมาพลางใช้ยังปลายนิ้วชี้ที่เรียวสวยเตาะยังเรียวริมฝีปากของเธอเบาๆพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...เราเป็นวิญญาณเหมือนกันไงล่ะ”

“เป็นวิญญาณ...”

คุณเจ้าของที่ได้ยินถึงกับอดรู้สึกไม่ได้ว่าควรจะดีใจหรือขำดีได้แต่ฟังยังคุณนักฝันกล่าวต่อไปอีกว่า

“...เพราะเขาที่พึ่งจะตายไม่นาน-ฉันจึงยังมีเรื่องที่จะต้องสอนเขาอีกตั้งมากมายเลย”

“เฮ้ย...”

คุณเจ้าของที่ได้ยินถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ เพราะดูเหมือนว่าคุณนักฝันจะไม่ได้คิดอะไรที่เป็นพิเศษกับคุณนักรัก-เขาที่คิดเข้าข้างตัวเองยังส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“...เราไปดูหนัง ทานข้าวกับคนสองน่ะครับ”

เพียงจับจ้องมองไปยังเธอด้วยความหวัง...แต่คุณนักฝันที่ยิ้มแย้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ชวนฝันนิดๆยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“ไปกันฉันจะดีหรือ”

“ดีสิครับ...”

คุณเจ้าของยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...ขอเพียงเป็นคุณจะต้องดีอย่างแน่นอนเลย”

“แต่ว่าคุณไม่กลัวหรือที่ใครๆจะเห็นยังคุณทานข้าวคนเดียว...”

“เอ๋ะ...”

คุณเจ้าของที่ได้ยินถึงกับร้องออกทมาอย่างเสียงหลงทันทีพลางฟังยังคุณนักฝันกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ดูหนังคนเดียว พูดคนเดียวเหมือนกับคนบ้า”

“เออ...”

คุณเจ้าของที่ลืมไปว่า”คนส่วนมากจะไม่เห็นยังคุณนักฝันถ้าเธอไม่ปรากฏตัว”จึงรีบส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างรวดเร็วว่า

“...งั้นคุณการปรากฏตัวให้คนอื่นๆเห็นด้วยสิครับ”

“ไม่เอา...”

คุณนักฝันที่จะไม่แม้แต่จะเสียเวลาต้องคบคิดใดๆยังบอกถึงเหตุผลออกมาทันทีว่า

“...ฉันขี้เกียจเดิน”

เพราะถ้าเธอปรากฏกายให้ทุกคนเห็นก้ต้องเดินไปเดินมาเหมือนกับคนปกติซึ่งมันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

“...”

ทำเอาคุณเจ้าของที่ได้ยินถึงกับต้องนิ่งเงียบลงไปทันที เพราะปกติแทบจะนับครั้งได้เลยที่เขาจะเห็นถึงคุณนักฝันเดินสักครั้ง-ถ้าให้เธอปรากฏตัวแล้วลอยไปลอยมาจะต้องทำเอาผู้คนพากันแตกตื่นอย่างแน่นอนเลย...

“คุณก็เดินก็ได้นี่”

“ไม่เอา...”

หญิงสาวยังส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างจริงจังว่า

“...มันเมื่อย”

“...”

ยิ่งทำเอาคุณเจ้าของพูดอะไรไม่ออก เพราะเขาไม่รู้ว่า”วิญญาณนี่เวลาเดินแล้วจะเมื่อยหรือเปล่า”จึงไม่รู้จะทำยังไง...คุณนักฝันที่คล้ายกับไม่สนใจอะไรยังกล่าวออกมาอีกว่า

“ถ้าคุณอยากออกไปเที่ยวก็ไปสิ...”

เธอยังกล่าวออกมาอีกว่า

“...ไม่เห็นต้องสนใจอะไรเลย”

“แต่ผมอยากไปกับคุณน่ะ...”

คุณเจ้าของที่จ้องมองไปยังคุณนักฝันที่เบื้องหน้าแล้วจึงส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...ผมชอบคุณน่ะ”

“ขอบคุณ...”

คุณนักฝันที่ยิ้มออกมาอย่างไม่คิดอะไร เพราะเธอก็ชอบยังเขา ชอบยังวิญญาณทุกคนที่อยู่ที่นี่ไม่มีคิดอะไรเป็นพิเศษหรือมีอคติด้วยจึงกล่าวออกไปว่า

“...ก็เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่หรือ”

“ไม่ใช่แบบนั้น...”

คุณเจ้าของที่ไม่ยอมแพ้ยังกล่าวออกมาอีกว่า

“...ผมรักคุณและอยากจะอยู่กับคุณตลอดไป”

“แต่ฉันไม่ได้ชอบคุณแบบนั้น...”

คุณนักฝันที่จ้องมองไปยังคุณเจ้าของที่เบื้องหน้าราวกับเธอไม่เคยรู้สึกอะไรกับเขาแบบนั้นจึงหาเหตุผลปฏิเสธเขาออกไปทันทีว่า

“...แล้วอีกอย่างฉันก็เป็นผีส่วนคุณก็เป็นคนด้วย”

“ผมไม่สน...”

คุณเจ้าของที่ได้ยินถึงกับรีบส่งเสียงกล่าวออกมาทันทีว่า

“...ดูอย่างนิยายเรื่องรัตติกาลยอดรักซิ...พระเอกที่เป็นมนุษย์ยังสามารถรักกับหญิงสาวที่เป็นผีได้เลย-เขาที่สัญญาว่าจะรอคอยเธอไปเกิดแล้วกลับมารักและแต่งงานกัน...”

คุณเจ้าของที่จับจ้องมองไปยังหญิงสาวที่เบื้องหน้าพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนด้วยความหวังว่า

“...เพื่อคุณแล้วไม่ว่ากี่สิบกี่ร้อยปีผมก็จะรอคอยคุณที่กลับมาเกิดใหม่แล้วแต่งงานกัน”

“ไม่ล่ะ...”

“หา...”

เมื่อได้ยินยังคุณนักฝันปฏิเสธออกมาทำเอาคุณเจ้าของต้องร้องออกมาด้วยความตกใจได้แต่ฟังยังเธอกล่าวต่อมาอีกว่า

“...ตอนนี้คุณก็อายุยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปดแล้ว-ถ้าฉันไปเกิดใหม่พออายุยี่สิบคุณก็จะห้าสิบแล้วเรื่องอะไรที่หญิงสาวน่ารักๆอย่างฉันจะต้องมาแต่งงานกับผู้ชายแก่ๆด้วยล่ะ...”

“...”

เมื่อเห็นยังอีกฝ่ายพูดไม่ออกคุณนักฝันที่ไม่รอช้ายังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...แล้วอีกอย่างถ้าเกิดฉันไปเกิดเป็นผู้หญิงที่อ้วนๆ ดำๆหน้าตาอัปลักษณ์หรือเกิดเป็นเกิดเป็นผู้ชายและก็อาจ
จะไปเกิดเป็นช้าง ม้า วัว ควาย หมู หมา กา ไก่หรือแมวแล้วคุณจะยังรักฉันอีกมั้ยล่ะ”

“...”

ยิ่งทำเอาคุณเจ้าของที่ได้ยินถึงกับพูดอะไรไม่ออก เพราะแค่อย่างแรกก็แย่แล้ว-ถ้าเป็นอย่างอื่นยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยล่ะ...

ไม่ว่าจะเป็นรักของชายกับชายหรือคนกับสัตว์-เขาไม่เคยจิตนาการมาก่อนเลย เพราะในนิยายส่วนมากที่อ่านอีกฝ่ายก็จะเกิดมาเป็นหญิงสาวที่สวยงดงามเช่นเดิม...

ซึ่งความเป็นจริงมันอาจจะโหดร้ายยิ่งกว่าที่คิด...

แต่คุณเจ้าของที่ขบคิดเล็กน้อยแล้วจึงยิ้มราวกับหายังวิธีแก้ไขได้จึงส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...ถ้าคุณไม่สามารถไปเกิดแล้วมาอยู่กับผมได้-งั้นผมก็จะฆ่าตัวตายแล้วมาอยู่เป็นผีร่วมกับคุณแทน”

“หือ...”

คุณนักฝันที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงร้องถามออกไปว่า

“...แล้วคุณไม่กลัวตายหรือ”

“ผมไม่กลัวหรอก...”

คุณเจ้าของที่ยิ้มออกมาอย่างมั่นใจพลางจับจ้องมองไปยังหญิงสาวที่เบื้องหน้าด้วยความรักแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...เพราะผมรู้ว่าเบื้องหลังของความตายมีคุณอยู่”

ความจริงเรื่องราวมันควรจะซึ้งมากกว่านี้ เพราะมีผู้ชายคนหนึ่งยอมตายเพื่อผู้หญิงสาวตนรักจนไม่เสียดายแม้แต่ชีวิตของตน...แต่คุณนักฝันกลับพูดดับยังความหวังและทำลายบรรยายกาศออกมาในพริบตาว่า

“การฆ่าตัวตายเป็นบาปหนัก...”

เธอยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกอย่างชัดเจนว่า

“...มันเป็นอนันตกรรมซึ่งถ้าคุณฆ่าตัวตายจะต้องตกนรกไม่ได้ผลุดไม่ได้เกิด”

“...”

ทำเอาคุณเจ้าของที่ได้ยินถึงกับต้องนิ่งเงียบไปทันที เพราะเขาที่รู้ว่า”มีโลกหลังความตายและมีโลกอีกฝั่งที่ยังไม่รู้จัก”กับเหล่าวิญญาณทั้งหลายที่ไม่สามารถข้ามเข้าไปได้-เขาที่ไม่รู้จะทำยังไงดีถึงจะทำให้คุณนักฝันรักและอยู่กับเขาได้...

เพราะฆ่าตัวตายก็ไม่ได้รอให้เธอไปเกิดก็ไม่ได้อีก...

คุณนักฝันที่คล้ายกับไม่ต้องการให้เขาฆ่าตัวตายหรือคิดอะไรที่โง่ๆ เพราะการยังมีชีวิตอยู่คือสิ่งที่ดีที่สุดแล้วจึงกล่าวออกมาอีกว่า

“และอีกอย่างหนึ่งที่คุณยังมีบ่วงกรรมอยู่ไม่เหมือนกับพวกเราที่โดนตัดและไร้ยังบ่วงกรรมแล้ว-เมื่อตายไปแล้วจะต้องผ่านเข้าไปยังโลกฝั่งโน้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้...”

“...”

ทำเอาคุณเจ้าของต้องนิ่งเงียบไปนพริบตา เพราะหลังจากตายยังมีโลกที่ฝั่งโน้นรอคอยข้าอยู่-ทำให้เขาไม่สามารถอยู่กับหญิงสาวได้...

ไม่ว่าจะเป็นนรกหรือสวรรค์มันก็ไร้ยังความหมายสำหรับเขาแล้ว...

“ฉันว่าถ้าคุณอยากที่มีจะคนรักนักล่ะก้อ...”

คุณนักฝันที่เสนอยังความคิดดีๆที่จะช่วยหายังทางออกให้กับคุณเจ้าของยังส่งเสียงกล่าวต่อมาอีกว่า

“...ฉันว่าคุณน่าจะหายังผู้หญิงที่มีชีวิตมาเป็นแฟนและคนรักดีกว่าจะได้สร้างยังครองครัวที่แสนอบอุ่นขึ้นมา-มีลูกที่น่ารักๆ”

“...”

คุณเจ้าของที่ได้ยินถึงกับทรุดนั่งลงไปทันทีกับความผิดหวัง เพาะความเป็นจริงมันคล้ายกับไม่เป็นไปอย่างที่เขาคิด-แต่อยู่ๆเขาที่คล้ายกับไม่ยอมแพ้ถึงกับส่งเสียงร้องออกมาว่า

“ไม่สิ...มันจะต้องมีวิธีสิน่า”

เขาที่ไม่รอช้าจึงรีบหันกายแล้ววิ่งเข้าไปในห้องทำงานเพื่อค้นหายังข้อมูลต่างๆจากหนังสือและอินเตอร์เน็ททันที เพราะเชื่อว่า”มันจะต้องมีวิธีที่ทำให้เขาและหญิงสาวสามารถอยู่ได้ด้วยกันอย่างแน่นอนเลย”...
มันต้องมีปาฏิหาริย์...

“เฮ้ย...”

คุณนักฝันที่ยังลอยร่างอยู่ยังห้องโถงที่ทุกคนคล้ายกับจ้องมองมายังเธอเป็นสายตาเดียวถึงกับยิ้มให้กับทุกคนอย่างไม่คิดอะไรก่อนที่จะรู้สึกได้ถึงว่า” ณ ที่ห้องนั่งเล่นนี้คล้ายกับขาดใครไปสักคนหนึ่ง”-คุณนักฝันจึงรีบถามยังคุณนักร้องว่า

“...คุณนักรักไม่อยู่หรือ”

“ไม่รู้สิ...ฉันไม่สนใจผู้ชายที่ไร้หัวใจคนนั้น”

คุณนักร้องส่งเสียงตอบออกมาทันทีด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกับเคื่องๆนิดๆ เพราะดูเหมือนก่อนออกไปคุณนักรักอาจทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจเป็นแน่...คุณนักเที่ยวที่กำลังวางแผนว่าจะไปเที่ยวยังประเทศไหนต่อดีถึงกับเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือท่องเที่ยวพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“เห็นหายไปตั้งแต่สายๆแล้ว...”

หยุดเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อไปว่า

“...เหมือนกับจะออกไปไหนน่ะ”

“งั้นหรือ”

หญิงสาวเพียงตอบรับออกมาเล็กน้อยท่ามกลางเสียงของคุณขี้เล่นที่ดังขึ้นมาว่า

“ฉันรู้น่ะจะบอกให้เขามั้ยล่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอก...”

คุณนักฝันที่ไม่รอช้ารีบถีบตัวพุ่งร่างออกไปยังเบื้องหน้าทั้งๆไม่จำเป็นทันทีพลางส่งเสียงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

“...ฉันพอรู้แล้วว่าเขาน่าจะอยู่ที่ไหน”

เพราะเธอพอที่จะเดาๆได้ว่า”ชายหนุ่มน่าจะอยู่ที่ไหนกัน”-คุณนักฝันที่ไม่รอช้าจึงรีบมุ่งหน้าไปหาเขาทันที...คุณขี้เล่นที่เห็นถึงกับยิ้มออกมาพลางอุ้มหัวของคุณหัวหายพลางส่งเสียงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้ายว่า

“เราแอบตามไปดีมั้ยล่ะ”

แล้วคุณขี้เล่นที่ไม่ขอยังความเห็นคุณหัวหายรีบอุ้มหัวของเขาแอบตามยังหญิงสาวออกไปทันที...ทำเอาคุณหัวขาดต้องรีบตามออกไปอย่างรวดเร็ว เพราะไม่อยากที่จะกลายเป็นคุณหัวหายจริงๆ...

เพราะรู้สึกว่า”เคยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่คุณขี้เล่นลืมเอาหัวเขากลับมา”จนกลายเป็นคุณหัวหายอยู่พักใหญ่กว่าจะค้นหายังหัวของตนเจอ...

“เอาไงดีล่ะ...”

คุณนักร้องที่รู้สึกสนใจขึ้นมาถึงกับหันไปถามยังคุณนักเที่ยวที่นั่งอยู่ด้านข้าง-แต่คุณนักเที่ยวที่เงยหน้าขึ้นมาด้วยรอยยิ้มถึงกับส่งเสียงถามออกมาว่า

“สนใจหรือ”

“...”

คุณรักร้องไม่ได้กล่าวอะไรออกไป-หล่อนเพียงแค่ยิ้มตอบรับกลับมาเท่านั้น...
-----------------------------------------

ท้องฟ้าแจ่มใส...สาดแสงลงมาอย่างงดงามและสดใส...

ท้องฟ้าวันนี้แดดไม่แรง มีเมฆเพียงเล็กน้อยระกอบกับสายลมอ่อนๆกลับดูยังไงก็ไม่น่าจะมีฝนตก-แต่บรรยายกลับรู้สึกอึมครึมอย่างบอกไม่ถูก...

สิ่งที่อึมครึมอาจไม่ใช่ท้องฟ้าหรือสภาพอากาศในยามนี้-แต่อาจจะเป็นความรู้สึกของชายหนุ่มต่างหาก...

คุณนักรักในวันนี้กลับกลายเป็นคุณนักรักสมชื่อ-เขาที่ไม่รู้จะทำอะไรได้แต่กลับมายังบ้านของเขา...

...เมื่อยังมีชีวิตอยู่

บ้านยังคงเป็นเช่นเดิม-ในวันหยุดเช่นนี้...

พ่อที่ไม่จำเป็นต้องทำงานกลับก้าวเดินออกมานั่งตัดแต่งสวน เอากระบอกน้ำฉีดยังดอกกล้วยไม้ที่เลี้ยงไว้อย่างอารมณ์ดี-แม่ที่มักจะคลุกอยู่ในครัวกำลังทดลองทำอาหารที่พึ่งเรียนมาเพื่อเป็นอาหารเที่ยงและมื้อค่ำให้กับทุกคนได้ทาน...

และ...

คุณคนเก็บต้นฉบับในชื่อที่คุณนักฝันตั้งชื่อให้ก็กำลังนั่งทำงานอะไรเล็กๆน้อยและคุยโทรศัทพ์ถ้าจะให้เขาเดาๆก็คงจะเป็นทางกองบรรณาธิการ เพราะดูเหมือนว่าวันนี้น่าจะเป็นวันที่หล่อนจะต้องไปเอาต้นฉบับของคุณเจ้าของแล้ว...

ซึ่งตามปกติทุกวันหยุดสมัยที่คุณนักรักยังมีชีวิตอยู่-หล่อนก็มักจะออกไปเอายังวันหยุดเช่นนี้ เพราะจะได้มีใครอยู่เป็นเพื่อนเขาสักคน...

พอไปรับต้นฉบับที่ไม่รู้ว่าจะได้ตอนเวลาเท่าไหร่กลับกลับมาตอนเย็นก่อนที่จะนำต้นฉบับทั้งของเขาและนักเขียนคนอื่นๆไปส่งในวันอังคารที่เขามักจะต้องออกไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล...

เนื่องจากเขาที่ไม่สามารถออกไปทำงานได้จึงทำงานง่ายๆด้วยการเขียนเรื่องสั้นส่งประมาณทุกๆ 15 วันเพื่อลงตามหนังสือที่ออกรายเดือน ซึ่งไม่ยาวนักและก็พอจะมีรายได้เล็กๆน้อยๆดีกว่าวันๆไม่ทำอะไรเลย...

บ้านยังคงเป็นเช่นเดิมเพียงแต่ไม่มีเขา...

ทุกคนยังทำทุกสิ่งทุกอย่างตามปกติด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นภายใต้วันที่แสนแจ่มใส่นี้-แต่ในรอยยิ้มที่มีความสุขของทุกคนกลับแฝงยังความเศร้าของการสูญเสียเอาไว้…

มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มฝืน...

อาจเป็นทุกคนฝืนยิ้ม ฝืนมีความสุขและฝืนทำตัวตามปกติๆ เพราะไม่ต้องการในตนกลายเป็นต้นเหตุทำให้ทุกคนต้องเศร้าเสียใจกับการจากไป...

การทำตัวตามปกติของทุกคนคือสิ่งที่จำเป็นต้องทำทั้งเพื่อตนเองและคนอื่นๆ...

...และเพื่อเขาที่จากไป

“เป็นครอบครัวที่ดีน่ะ...”

คุณนักฝันที่ไม่ทราบลอยมาอย่างด้านข้างของชายหนุ่มตั้งแต่เมื่อไหร่กลับยิ้มออกมาอย่างทีเล่นและทีจริงส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...นายที่มีที่ให้กลับก็น่าจะอยู่ที่นี่ก็ได้ไม่ใช่หรือ”

“ไม่ดีกว่าครับ...”

คุณนักรักที่ส่ายหน้าอย่างอันจนพลางกล่าวออกมาว่า

“...หากพวกเขาเกิดเห็นผมขึ้นมาคงไม่ดีแน่นอน...”

ไม่ใช่ชายหนุ่มกลัวว่า”ทุกคนจะกลัวเขา”-แต่กลัวว่าทุกคนจะเศร้าเสียใจที่เห็นยังเขาอยู่ที่นี่ เพราะพลังวิญญาณที่ยังไม่เสถียร์ต่างหาก...

และการแอบดูคนอื่นก็ไม่ใช่นิสัยของเขาด้วย..

หากทุกคนเห็นเขาที่ยังอยู่ที่นี่ราวกับยังอาลัยอาวรจะต้องรู้สึกเศร้าขึ้นมาอย่างแน่นอน ดีไม่ดีอาจจะมีดีอาจจะต้องร้องไห้เสียใจจนถึงล้มป่วยไปเลยก็ได้...

คุณนักรักที่ยิ้มออกมาอย่างอับจนปัญญาได้แต่ส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...พวกกลับไปอยู่กับทุกคนน่ะดีแล้ว”

“งั้นหรือ...”

คุณนักฝันถึงกับยิ้มตอบรับออกมาราวกับยินดีที่จะต้องรับยังเขาที่มักจะแอบหายตัวกลับมาดูยังครอบครองที่ยังมีชีวิตอยู่หลายครั้งด้วยความอาลัย...

“...ดูพ่อแม่คุณดูมีความสุขดีนี่”

“พวกท่านถึงจะเศร้าเสียใจก็น่าจะผ่านมันได้ได้น่ะครับ เพราะคงทำใจเพียงแล้วระดับหนึ่งตั้งแต่ผมเกิดมาพร้อมทั้งโรคหัวใจ...”

คุณนักรักที่ละสายตาจากพ่อและแม่กลับไปยังคุณคนเก็บต้นฉบับที่เหมือนกับคุยโทรศัทพ์เสร็จแล้วเหมือนกับเต็มตัวที่จะออกไปไหนจึงได้แต่กล่าวออกมาอย่างเศร้าๆว่า

“...จะมีก็แต่...”

ถึงชายหนุ่มจะไม่กล่าวอะไรออกมา-หญิงสาวก็เข้าใจเป็นอย่างดีจึงได้แต่ยิ้มรับออกมาอย่างเศร้าๆเท่านั้น เพราะคนที่จะเศร้าเสียใจเพราะการตายนั้น-มันมีแต่คนที่มีชีวิตอยู่ต่างหาก...

สำหรับเหล่าวิญญาณมากมายที่ไม่มีใครสามารถมองเห็นได้ถึงกับมีเรื่องราวที่ต้องสนใจและเรียนรู้มากมายหลังจากตายทำให้แทบจะไม่มีเวลาเศร้าเสียใจเท่าไหร่นักหลังจากตาย...

“เอาไปขอนอกเดี๋ยวน่ะคะ”

คุณคนเก็บต้นฉบับส่งเสียงบอกกับพ่อแม่ของชายหนุ่มพลางลุกขึ้นมาหยิบกระเป๋าสตางค์หมายจะก้าวออกไป...พ่อของชายหนุ่มเพียงพยักหน้ารับทราบในขนาดที่แม่ของเขาก็บอกว่า

“โชคดีน่ะ...”

ทั้งยังกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

“...ระวังตัวด้วยน่ะ”

“ค่ะ-หนูจะระวังตัว...”

คนเก็บต้นฉบับพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...แล้วจะรีบกลับมาน่ะค่ะ”

“อืมม์...”

พ่อของชายหนุ่มที่หยุดฉีดน้ำยังดอกกล้วยไม้ถึงกับพยักหน้ารับพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังคุณคนเก็บต้นฉบับที่ก้าวเดินออกไปเหมือนกับไม่มีอะไรแล้วจึงหันไปกล่าวกับภรรยาว่า

“ดูเหมือนจะไม่เป็นไรแล้วสิน่ะ”

“ถ้าเป็นเป็นอะไรก็ดีสิค่ะ...”

แม่ของชายหนุ่มส่งเสียงกลับออกมาอย่างเศร้าสร้อยว่า

“...ตาแดงกล่ำแบบนั้นถ้าไม่นอนร้องไห้ทั้งคืนก็คงดีสิน่ะ”

“...”

พ่อของชายหนุ่มไม่สามารถกล่าวอะไรออกมาได้ เพราะรู้ดีถึงความเศร้าเสียใจของคุณคนเก็บต้นฉบับ ของภรรยาและของตนเองดีถึงการสูญเสียยังคนที่สำคัญและมีค่าที่สุดไป...

“...”

แม่ของชายหนุ่มจึงได้แต่ยิ้มตอบรับกลับไปด้วยรอยยิ้มที่แฝงยังความเศร้าสร้อยเอาไว้และพ่อของเขาก็ตอบรับกลับมาด้วยรอยยิ้มเช่นนั้น...

แม้จะเป็นรอยยิ้มที่เศร้าสร้อยและเต็มฝืน-แต่ทั้งคู่ก็ยิ้มให้แก่กัน เพราะยังไงการมีรอยยิ้มก็ยังดีกว่าไม่มีรอยยิ้ม...

และยังดีกว่ามีน้ำตาสำหรับความเศร้าสร้อยนี้...
------------------------------------

“ไปตรงแถวสาทรค่ะ”

คนเก็บต้นฉบับส่งเสียงบอกออกมายามที่ก้าวเข้าไปนั่งบนรถแท็กซี่ด้านหลังซึ่งบอกยังจุดหมายให้มุ่งหายไปยังบ้านของคุณเจ้าของและทุกคนเพื่อเก็บต้นฉบับ...

“ตุบ...”

โดยที่ไม่รู้เลยว่า”บนรถนี้นอกจากหล่อนและคนขับแท็กซี่แล้ว”ยังมีคุณนักฝันนั่งลงที่ด้านข้างหล่อนและคุณนักรักได้นั่งลงไปยังข้างคนขับปล่อยให้รถแล่นตรงไปยังจุดหมาย...

“...”

คุณคนเก็บต้นฉบับที่ยิ้มออกมาเล็กน้อยพลางเอากระเป๋าสตางค์ใบเล็กขึ้นมาเบื้องดูอะไรบางอย่างภายในเจ้ากระเป๋าในนั้นถึงกับ...

...

ปล่อยให้หยาดน้ำตาที่เบาบางสายหนึ่งรินไหลออกมาอย่างไหลเสียงท่ามกลางสีหน้าที่ตกใจของคุณนักรักที่ได้เห็นถึงต้องต้องเผลอร้องออกมาว่า

“เธอร้องไห้หรือ...”

“หือ...”

คุณนักฝันที่ชะโงกหน้าเข้าไปแอบมองดูยังสิ่งที่อยู่ในกระเป๋าเงินของคุณคนเก็บต้นฉบับถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนกับสนุกสนานว่า

“...ใบกระเป๋าเงินมีรูปของนายอยู่น่ะ”

“...”

ทำเอาคุณนักรักที่ได้ยินถึงกับต้องนิ่งเงียบลงไปไม่สามารถที่จะกล่าวอะไรออกมาได้อีก เพราะเขารู้แล้วว่า”คุณคนเก็บต้นฉบับร้องไห้เพราะอะไร”...

“นายไม่ต้องเศร้าไปหรอก...”

คุณนักฝันที่คล้ายกับไม่สนใจถึงกับรถที่กำลังแล่นอยู่พลางชะโงกหน้าไปหายังชายหนุ่มแล้วยังกล่าวปลอบโยนยังชายหนุ่มออกไปว่า

“...การตายไม่ใช่ความผิดของใคร เพราะทุกคนจะต้องตายเหมือนกันหมด...”

เธอยังกล่าวออกมาอีกว่า

“...สิ่งที่เราทำได้คือการทำให้คนที่อยู่เบื้องหลังหายเศร้าเสียใจต่างหากล่ะ”

“ผมทำอะไรให้กับเธอได้บางล่ะ...”

คุณนักรักที่ได้แต่เงยหน้ามองไปยังคุณนักฝันที่ชะโงกหน้ายังเธอด้วยความหวังแล้วส่งเสียงถามออกไปว่า

“...ผมสามารถปลอบใจเธอได้หรือ”

“อืมม์...”

คุณนักฝันที่ขบคิดเล็กน้อยแล้วจึงกล่าวออกมาว่า

“...ไว้วันหลังฉันจะสอนวิธีเข้าฝันให้กับคุณแล้วกัน...”

เธอที่หยุดเล็กน้อยแล้วจึงกล่าวออกมาว่า

“...แต่ว่าคุณห้ามทำอะไรบ้าๆน่ะ”

“ทำอะไรบ้าๆ”

คุณนักรักทวนคำกลับไปด้วยความสงสัยพลางจับจ้องมองไปยังหญิงสาว...คุณนักฝันที่คล้ายกับคิดอะไรถึงกับหน้าแดงจึงกล่าวออกมาว่า

“อย่างเช่นพลอดรัก เพราะทำจะทำให้เกิดการอาลัยอาวรกันขึ้นมาหรือใบ้หวยเพราะถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงยังโชคชะตาของผู้คน...”

เธอที่หยุดเล็กน้อยแล้วจึงส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...อย่างมากก็แค่ปลอบใจให้ทำใจได้เท่านั้น เพราะการเข้าฝันคนเป็นบ่อยๆมันไม่ใช่เรื่องดีนักหรอก”

“ผมเข้าใจแล้วครับ...”

คุณนักรักที่ยิ้มรับกลับไปราวกับทราบยังวิธีที่จะช่วยเหลือยังคุณคนเก็บต้นฉบับให้หายจากความเศร้าและคิดถึงเขายังกล่าวกับคุณนักฝันที่ใจดีออกไปอีกว่า

“...ขอบคุณครับ”

“ใม่เป็นไร...แค่เข้าฝันคนแค่นี้สบายอยู่แล้ว...”

คุณนักฝันที่ยิ้มออกมาอย่างน่ารักสดใสและร่าเริงยังส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มว่า

“...ไม่งั้นฉันจะตั้งชื่อให้ตัวเองว่า’คุณนักฝัน’หรือไงล่ะ”

“ครับ...ครับ...”

คุณนักรักที่ได้ยินถึงกับยิ้มรับออกไปพลางขบคิดว่า”อยากจะพูดคุยอะไรกับคุณคนเก็บต้นฉบับดี”เมื่อเข้าฝันหล่อนปล่อยให้รถแท็กซี่ค่อยๆแล่นออกไปท่ามกลางคุณเก็บต้นฉบับที่เหมือนกับจะร้องไห้คนเผลอหลับไป...

“หือ...”

คุณนักฝันที่คล้ายกับสังเกตถึงอะไรบางอย่างถึงกับพลางขมวดคิ้วด้วยความสงสัยพลางร้องออกมาว่า

“...บ้านของเราไม่ได้ไปทางนี้นี่”

“อะไรน่ะครับ”

คุณนักรักที่ได้ยินถึงกับกวาดมองไปยังถนนที่อยู่เบื้องหน้าเห็นยังรถแท็กซี่ที่ควรจะตรงไปยังถนนเส้นหลักกลับเลี้ยวเข้าไปในซอยๆหนึ่งแทน...

“ควับ...”

ส่วนคนขับแท็กซี่ที่คล้ายกับเห็นถึงคุณคนเก็บต้นฉบับที่เผลอหันไปถึงกับกวาดสายตามามองยังด้านหลังด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้ายจนชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านข้างถึงกับต้องรู้สึกเสี้ยวสันหลังขึ้นมา...

คุณนักรักถึงกับรู้สึกได้ถึงลางร้ายขึ้นมาบางประการ...

เขารู้ได้ทันทีว่า”คุณคนเก็บต้นฉบับคล้ายกับกำลังตกอยู่ในอันตราย”...

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 31 ม.ค.57 เวลา 22:14:30 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ