Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

LOVE FANTASY-05- Sword and Destiny ตอนที่ 19 การชักพาแห่งชะตากรรม

ขอบคุณครับที่ติดตาม

ตอนที่ 19 การชักพาแห่งชะตากรรม

ในตอนสายๆทุกคนที่มาถึงยังท่าเรืออารันโด้ของทวีปเทลันเหนือกลับต้องเสียเวลาเล็กน้อยที่ท่าเรือและด่านตรวจคนเข้าเมืองว่า”เป็นนักโทษที่มีหมายจับหลบหนีมาหรือเปล่า”...

“เฮ้ย...”

โซฟีที่โล่งใจถึงกับใช้ยังมือซ้ายทาบลงไปยังหน้าอกพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...โชคดีที่หมายจับของพวกเรายังมาไม่ถึงที่นี่”

เพราะพวกของเทรุสที่พึ่งจะมาถึงกับมีหมายจับกันทุกคนจึงต้องรีบหนีออกจากเมืองวาเลนเซียมุ่งหน้าข้ามายังทวีปเทลันเหนือแห่งนี้ก่อนที่ทางอาณาจักรวาเลนเซียจะส่งยังหมายจับของพวกตนมาถึงยังทวีปนี้...

ซึ่งข้อมูลของเทรุส เรกะก็สามารถหาได้จากงานประลองซึ่งจะยากกว่าของโซฟีที่มีประวัติอยู่ที่วาเลนเซียทั้งการเรียนและการทำงาน...

...ส่วนคิสน่ากับเซนัสกลับเป็น 2 คนที่ไม่มีหมายจับ

“นายจะไปไหนน่ะ”

เรกะที่คล้ายสังเกตเห็นถึงเซนัสที่พอก้าวลงมาจากเรือก็หันกายหมายจะก้าวเดินออกไปโดยไม่รอคอยใครทันที...เซนัสที่หาวออกมาเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อไปว่า

“หาว...ฉันจำเป็นต้องบอกด้วยหรือ”

“...”

ทำเอาเรกะที่ได้ยินถึงกับต้องนิ่งเงียบลงไปทันที เพราะจริงๆแล้วระหว่างเซนัสกับพวกของเธอแค่บังเอิญนั่งเรือร่วมทางมาด้วยกันเท่านั้น...

ไม่ได้คิดที่จะร่วมเดินทางกับพวกเธอเสียหน่อย...

“...ชิ”

หลังจากที่เค้นเสียงออกมาด้วยความไม่พอใจแล้วเรกะก็ได้แต่กอดอกสะบัดหน้าไปอีกทางทำราวกับไม่สนใจยังเซนัสที่ยิ้มออกมาอย่างเฉื่อยชาซึ่งก้าวออกไปอย่างไม่สนใจอะไรอีกครั้งหนึ่ง...เทรุสที่ไม่มีเวลาสนใจยังเซนัสที่หายไป เพราะต้องรีบไปข่วยเหลือยังเทเรียจากเอฟเฟลจึงรีบส่งเสียงกล่าวกับทุกคนว่า

“เรารีบไปยังท่ารถรางเถอะ”

เพราะการจะเดินทางจากเมืองท่าอารันโด้ไปยังเมืองหลวงของอาณาจักรอัสก้าหรือเมืองอัสก้าที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้นั้นจะต้องนั่งยังรถรางลงไปยังเมืองออสก้าที่อยู่ทางใต้แล้วจึงค่อยต่อไปยังรถรางไปยังเมืองอัสก้าที่อยู่ทางตะวันออกอีกทีหนึ่ง...

ซึ่งด้วยความเร็วของรถรางก็ต้องใช้เวลาราวๆ 6 ถึง 7 ชั่วโมงเลยทีเดียวและจะต้องเสียเวลาต่อรถที่ออสก้าด้วย...

“รีบไปกันเถอะ”

คิสน่าที่คิดออกมาอย่างเจ้าเล่ห์แสนกลนิดๆผิดกับทุกครั้งที่มักจะชอบแวะยังเมืองอื่นๆดูโน้นทานนี่กลับส่งเสียงตอบรับกลับมาด้วยรอยยิ้มที่เหมือนกับจะทราบอะไร...

“อืมม์...”

แต่เทรุสที่ใจร้อนกลับยังไม่ทันฉุกคิดอะไรจึงรีบก้าวเดินนำหน้าของทุกคนออกไปทันที...เรกะที่คล้ายกับมีทีท่าลังเลนิดๆถึงกับจ้องมองไปยังทิศตรงข้ามที่เซนัสก้าวออกไปด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก...

แต่ที่แนน่เป็นไม่ชอบใจ ไม่สบอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง...

“คิก...”

คิสน่าที่ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายนิดๆแล้วจึงจับบ่าของเรกะพลางกล่าวออกไปว่า

“...ไม่ต้องห่วงหรอกเดี๋ยวชะตากรรมก็นำพาให้มาบรรจบกันเองแหละน่า”

“บ้าน่า...ใครอย่าจะไปร่วมเดินทางกับหมอนั้นกัน”

เรกะที่รู้ตัวว่า”พลั้งปากไป”ถึงกับหน้าแดงขึ้นมาทันทีรีบสาวเท้าก้าวตามหลังของเทรุสกับโซฟีออกไปอย่างรวดเร็วยิ่งราวกับเหมือนจะหนียังสายตาที่ชั่วร้ายของหญิงสาว...คิสน่าที่เห็นทุกคนต่างก้าวเดินออกไปถึงกับยิ้มออกมาพลางกระโดดขึ้นไปนั่งบนไม้เท้าให้ค่อยๆลอยตามหลังออกมาอย่างสนุกสนานยิ่ง...
--------------------------------------------

“หาว่าไงน่ะ...”

เทรุสถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจพลางจ้องมองไปยังเจ้าหน้าที่ขายตั๋วรถรางพลางร้องถามออกไปอีกว่า

“...หมายความว่าไงที่ตั๋วรถรางเต็มหมดแล้ว”

“ก็อย่างที่บอกแหละครับว่าที่เมืองหลวงของเรากำลังมีงานจัดการฉลองวันเกิดของพระราชาและอีกทั้งยังเป็นการคัดเลือกยังองค์รัชทายาทคนต่อไปด้วย...”

เจ้าหน้าที่ขายตั๋วที่มีสีหน้าที่หนักใจยังเอาผ้าเช็ดหน้าซัดเหงื่อ เพราะเขาที่เจอยังลูกค้ามากมายมาถามเช่นนั้นจึงส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...ตั๋วรถในช่วงเช้านี้จึงเต็มหมดเลย”

“หา...”

เทรุสที่ส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจถึงกับต้องมองไปยังเจ้าหน้าที่แล้วจึงส่งเสียงร้องถามออกไปว่า

“...แล้วเมื่อไหร่จะมีรถวางอีกล่ะ”

“ถ้าเป็นรถตอนเที่ยวบ่ายก็น่าจะมีห้องพิเศษเหลืออยู่ห้องหนึ่งน่ะครับ...”

เจ้าหน้าที่ขายตั๋วรถรางที่พลิกดูหายังที่นั่งที่เหลืออยู่แล้วจึงส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...จะเอามั้ยครับ”

“เอามาเลย”

เทรุสส่งเสียงตอบออกมาอย่างรวดเร็วทันที เพราะเขาต้องการไปให้ถึงอัสก้าเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้-หากเปลี่ยนเป็นนั่งเรือหรือรถม้าอาจจะต้องเสียเวลามากกว่านี้

“หือ...”

แต่อยู่ๆกลับเสียงของเซนัสที่ร้องออกมากลับเลิกคิ้วด้วยความหนักใจพลางกล่าวออกมาอีกว่า

“...ไม่มีที่วางเหลือแล้วหรือ”

“หือ...”

เรกะที่ได้ยินเสียงกลับเห็นยังเซนัสที่สวมใส่ยังชุดที่หลอมกว้างราวกับพึ่งจะตื่นนอนตัวเดิมกำลังกัดกินยังขนมปังเป็นอาการเช้าอย่างเฉื่อยชา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า”เซนัสที่แยกออกไปคงจะไปหาอะไรกินเป็นมื้อเช้าก่อนจะมาที่สถานนี้แห่งนี้”...ในขนาดที่โซฟีถึงกับยิ้มพลางร้องออกมาอย่างดีใจว่า

“เซนัสก็จะไปยังอัสก้ากับพวกเราด้วยหรือค่ะ”

“อืมม์...”

เซนัสที่พยักหน้าพลางกัดกินยังขนมปังราวกับขี้เกียจตอบ เพราะถึงจะไม่มีรถรางไปวันนี้ก็ไม่เป็นไร-ไปพรุ่งนี้ก็ได้...แต่คนขายตั๋วรถรางที่กวาดมองยังสีหน้าของพวกเทรุสกับเซนัสแล้วจึงกล่าวออกมาว่า

“พวกคุณรู้จักกันใช่มั้ยครับ...”

แล้วจึงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...งั้นก็ไปด้วยกันได้นี่ครับ”

“หา...”

เรกะที่ได้ยินถึงกับเลิกคิ้วด้วยความสงสัยทันที...ส่วนโซฟีที่ยิ้มอย่างดีใจกลับร้องถามออกไปว่า

“หมายความว่าไงค่ะ”

“ก้อห้องพิเศษของเราสามารถนั่งได้เจ็ดถึงแปดคนน่ะครับ...”

คนขายตั๋วที่กวาดสายตามองไปยังเทรุส คิสน่า เรกะ โซฟีและเซนัสทั้ง 5 คน-ถ้าจะนั่งร่วมกันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรไม่ใช่หรือ...เรกะที่แกล้งเป็นกอดอกเลิกคิ้วด้วยสีหน้าที่เหมือนกับไม่สนใจกล่าวออกไปว่า

“ฉันไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว”

“ไปด้วยกันน่ะค่ะ”

โซฟีถึงกับชะโงกหน้าไปถามยังเซนัสทันที-การที่ชายหนุ่มไปด้วยก็จะได้ช่วยเหลือยังพวกเธอเวลามีอะไรเกิดขึ้น เพราะยังไงอีกฝ่ายก็สามารถใช้ยังเวทย์รักษาและพื้นพลังให้กับทุกคนได้(ถือว่าเป็นคนที่จำเป็น)...เซนัสที่ขบคิดเล็กน้อยจึงพยักหน้ารับลงไปอย่างไม่คิดอะไรพลางกล่าวออกมาว่า

“ก็ดีจะได้ไม่ต้องเสียเวลาหาตั๋ว”

“เฮ้ย...เอางั้นก็ได้”

เทรุสส่งเสียงร้องออกมาอย่างไม่คิดอะไรมากนักอีกคน เพราะยังไงถึงจะมีเซนัสไปหรือไม่ไปรถรางก็ไม่มีทางออกเร็วขึ้นหรือช้าลงอยู่แล้ว...

ค่าตั๋วก็ไม่ได้ถูกลงหรือแพงขึ้นด้วย...

“คิก...คิก...”

คิสน่าที่คล้ายกับทราบอะไรดีอยู่แล้วถึงกับส่งเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อยอย่างชอบใจ เพราะถึงเธอจะมองไม่เห็นยังเธอและเทรุสที่นั่งอยู่บนรถไฟขบวนนี้-แต่กลับเห็นยังเรกะ โซฟีและเซนัสที่นั่งยังรถรางคันนี้
แล่นออกไปในยามบ่ายอย่างชัดเจนเลย...

มันเป็นสิ่งที่โดนกำหนดเอาไว้แล้วถึงชะตากรรมของทั้ง 3 ที่ต้องก้าวเดินออกไปและทุกที่กำลังรอคอยยังทั้ง 3 อยู่ด้วยสายลมแห่งชะตะกรรมที่ชักนำไปสู่ยังจุดหมายปลายทางของมัน...

ยังอัสก้าที่เป็นเมืองหลวงของทวีปนี้...

“...งั้นเราไปหาอะไรทานกันเถอะ...”

คิสน่าที่ก้าวเดินนำหน้าของทุกคนออกไปอย่างไม่สนใจอะไรยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...เมืองนี้ก็มีอาหารทะเลอร่อยๆกว่าที่เลออนอีกน่ะ”
------------------------------------------------

“ขโมย...”

เสียงร้องออกมาอย่างลั่นจากนอกร้านทำเอาเทรุสที่กำลังตักอาหารใส่ปากต้องเผลอชะโงกหน้าผ่านยังบานหน้าต่างชั้น 2 ลงไปมองอย่างลืมตัว...

“ตุบ...ตุบ...ตุบ...”

เขาเห็นยังเด็กผู้ชายผมสีเขียวคนหนึ่งที่สวมใส่ยังชุดที่ดูรุ่มร่ามกำลังวิ่งหนียังพ่อค้า 2 คนซึ่งกำลังไล่กวดด้วยใบหน้าที่โกรธแค้นจึงส่งเสียงร้องออกไปราวกับรับรู้ว่า

“...หือ”

เหมือนกับมีทางทีสนใจจะลงไปช่วยจับยังขโมยด้วยอีกคนหนึ่ง...โซฟีที่เห็นยังเด็กหัวขโมยซึ่งขโมยยังอาหารใส่ยังเสื้อผ้าที่สกปรกและขาดหลายแห่งถึงกับส่งเสียงร้องออกมาว่า

“น่าสงสารจัง”

“ชีวิตก็อย่างนี้นั่นแหละ...”

เรกะที่ยิ้มออกมาราวกับแฝงยังความเศร้าเอาไว้นิดๆพลางส่งเสียงกล่าวต่อไปว่า

“...ต้องต่อสู้และดิ้นร้นกันเพื่อมีชีวิตรอด”

“หาว...”

เซนัสที่มานั่งร่วมทานอาหารด้วยเพียงหาวออกมาเล็กน้อยคล้ายกับไม่สนใจหรือแสดงยังความเห็นใดๆออกมาราวกับมันเป็นเรื่องราวที่แสนจะธรรมดาเรื่องหนึ่งบนโลกหล้าใบนี้เท่านั้น...แต่คิสน่าที่กำลังเอาส้อมม้วนยังหมี่ผัดปูใส่ปากเป็นคำสุดท้ายอยู่ถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ไม่ห่วงต้องหรอก...”

เธอที่โบกมือเรียกยังพนักงานเสริฟ์ที่กำลังหันมาสบตาพอดีพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...เดี๋ยวพวกเราก็ได้เจอกันอีก”

“หา...”

โซฟีที่แอบเอาใจช่วยเหลือยังเด็กน้อยหัวขโมยถึงกับร้องถามออกไปด้วยรอยยิ้มว่า

“...หมายความว่าเด็กคนนั้นจะหนีรอดได้หรือ”

“...”

คิสน่าที่ยิ้มรับถึงกับราวกับไม่คิดที่จะตอบอะไรกลับหันไปกล่าวกับพนักงานเสริฟ์สั่งอาหารออกไปว่า

“...ขอเป็นสเต๊กกุ้งมังกรทอดอีกทีค่ะ”

“ได้ค่ะ”

เมื่อพนักงานรับยังรายการอาหารไปแล้วคิสน่าที่ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขถึงกับกวาดสายตาจ้องมองไปยังโซฟีที่คิดจะร้องถามอะไรและเรกะที่เลิกคิ้วด้วยความสงสัยจึงยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์นิดๆพลางกล่าวออกมาว่า

“ถ้าฉันบอกว่าเด็กคนนั้นมีชะตากรรมจะได้เป็นพระราชาแล้วพวกเธอจะเชื่อมั้ยล่ะ”

“หา...”

โซฟีที่ได้ยินถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจในขนาดที่เรกะกลับพยักหน้ารับ-ส่วนเทรุสกลับยังเฉยๆเหมือนกับไม่สนใจจะโต้แย้งอะไรนัก เพราะทราบดีอยู่แล้วว่าอะไรเป็นอะไร...

ถึงทั้ง 3 จะมีสีหน้าและท่าทางที่แตกต่างกัน-แต่ก็คล้ายกับเชื่อในสิ่งที่คิสน่ากล่าวออกมาราวกับไม่ได้แย้งอะไรออกมาเหมือนเช่นทุกครั้ง...เซนัสที่จ้องมองไปยังคิสน่าถึงกับร้องออกมาด้วยความสนใจนิดๆว่า

“เธอเป็นหมอดูหรือ...”

เขาที่คล้ายกับไม่เชื่อเรื่องดวงสักเท่าไหร่กลับลอบยิ้มออกมาเล็กน้อยพลางกล่าวออกไปว่า

“...เป็นทีมที่แปลกดีน่ะ”

เพราะแค่มีนักดาบ นักสู้ นักเวทย์แต่กลับไม่มีนักบวชซึ่งมีความสำคัญต่อทีมเลยกลับมีหมอดูที่ไร้ประโยชน์ในการต่อสู้แทน...

...ซึ่งเซนัสก็ไม่เคยเห็นยังคิสน่าช่วยเหลืออะไรเลยในการต่อสู้สักครั้งหนึ่ง

ถึงจะนับยังดุ๊กที่ไปๆมาๆไปด้วยอย่างมากก็แค่มาพวกโจมตีเพิ่มมาอีกคนเท่านั้น-ถึงจะเก่งแค่ไหนก็ตามแต่ทีมอย่างนี้อายุไม่น่ายืนสักเท่าไหร่...

เซนัสที่คล้ายกับไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องกล่าวออกไป เพราะไม่ใช่ยังเรื่องของตนเองจึงกัดกินยังเนื้อปลาที่เคี้ยวง่ายยังเบื้องหน้าลงไปเท่านั้น

“...”

แค่คิสน่าที่ใช้ยังประกายตาสีเขียวที่เรียวสวยซึ่งมองไปยังเซนัสที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับเรกะถึงกับยิ้มออกมาเล็กน้อยอย่างเจ้าเล่ห์ราวกับทราบดีว่า”ชะตากรรมของเขาถูกกำหนดมาแล้วอย่างชัดเจน”...

เพียงแต่เขากลับก้าวเดินออกไปบนเส้นทางสายนี้อย่างไม่รู้ตัวเท่านั้น...
---------------------------------------------------

เวลาส่วนมากในระหว่างที่กำลังรอยังรถรางออกหมดไปกับการเดินเที่ยวชิมอาหารและซื้อของของคิสน่า โซฟีและเรกะเสียส่วนมาก...พอเทรุสที่คล้ายกับทราบว่า”ใกล้เวลาที่รถรางจะออก”จึงรีบลากยังทุกคนตรงมาขึ้นยังรถรางทันทีอย่างไม่รอช้า...

“เดี๋ยวสิ...”

โซพี่ที่โดนลากขึ้นไปยังห้องพิเศษถึงกับร้องออกมาอย่างเสียดายนิดๆว่า

“...ฉันยังอยากเดินเที่ยวยังตลาดอีกหน่อยน่ะ”

“เราไม่มีมาเที่ยวกัน”

เทรุสร้องเสียงแข็งออกมาด้วยความไม่พอใจพลางจ้องมองไปยังโซฟีที่คล้ายกับซื้อยังเครื่องประดับที่ทำจากปลาดาว กำไลกระดองเต่าและที่ติดผมซึ่งเป็นเปลือกหอยที่สวมใส่อยู่ที่คอ ข้อมือและศีรษะด้านซ้ายอย่างเหนื่อยใจ-ส่วนทางด้านของเรกะก็ซื้อยังเข็ดขัดเส้นใหม่ที่ทำจากเศษกระดองเต่าเช่นกัน

“เอาน่าๆ...”

คิสน่าที่ยิ้มออกมังกล่าวออกมาอีกว่า

“...ทุกคนก็มีของที่อยากได้เหมือนกันน่ะ”

“ชิ...”

เทรุสถึงกับเค้นเสียงออกมาอย่างไม่สบอารมณ์เอาถุงใส่ยังของกินของคิสน่าที่บังคับให้เขาถือวางลงไปยังเก้าอี้ในห้องอย่างไม่พอใจพลางจ้องมองไปยังกระเป๋าหนังโลมาสีชมพูใบเล็กๆที่คาดยังเอวด้านหลังของหญิงสาวอย่างไม่สบอารมณ์พลางกล่าวออกไปว่า

“...เธอมันก็เหมือนกันนั่นแหละ”

เพราะดูเหมือนกับทุกคนจะไม่มีใครร้อนใจยังเทเรียที่โดนยังเอฟเฟลจับตัวไปเลย...คิสน่าที่ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์แต่น่ารักกลับส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“เอาน่าๆ...”

เธอยังส่งเสียงกล่าวแทงใจดำของเทรุสออกมาอย่างชัดเจนยิ่งว่า

“...ถึงพวกเรามาเร็วรถรางก็ใช่จะออกเร็วขึ้นนี้-พ่อพี่ชายติดน้องสาว”

“...”

ทำเอาชายหนุ่มพูดอะไรไม่ออกเลย เพราะมันก็เป็นจริงอย่างที่เธอว่า...ส่วนทางด้านของเซนัสที่ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องพิเศษของรถรางก็ล้มตัวลงไปนอนยังเตียงสำหรับพักผ่อนระหว่างเดินทางข้างหน้าต่างทันที(ด้วยการดึงยังที่นั่งให้ยื่นออกมาเฉพาะเป็นที่ๆ)ไปราวกับว่าการเดินเที่ยวกับเหล่าหญิงสาวทั้งหลายเหมือนกับใช้ยังพลังงานของเขาไปจนหมดสิ้นทั้งวันแล้ว...

“หนีไปไหนน่ะ”

เสียงร้องลั่นของพ่อค้าคนหนึ่งดังขึ้นมาที่ด้านนอกหน้าต่างของรถรางทำเอาเทรุส เรกะกับโซฟีที่สนใจถึงกับหันออกไปมองยังเบื้องนอกเห็นถึงพ่อค้า 2 คนที่ไล่ล่ายังหัวขโมยอยู่ในตอนที่พวกเขากำลังทานอาหาร-พ่อค้าอีกคนที่กวาดสายตาจ้องมองไปรอบๆแล้วจึงกล่าวออกมาว่า

“ไปดูทางโน้นกัน...”

ทั้งยังกล่าวต่อไปด้วยความมั่นใจว่า

“...ฉันว่าเห็นมันวิ่งหนีไปทางนั้น”

“ไปกันเถอะ”

เมื่อพ่อค้าอีกคนตอบรับแล้วทั้ง 2 จึงวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วทันที...โซฟีที่รู้สึกเป็นห่วงเด็กน้อยที่ต้องเป็นขโมย เพราะไม่มีกินจึงรีบถามออกไปว่า

“แล้วเด็กคนนั้นจะรอดมั้ยน่ะ”

“ไม่ต้องห่วงหรอก”

คิสน่าที่ยิ้มออกมาพลางกล่าวออกมาอย่างเจ้าเล่ห์นิดๆยังถามกลับมาว่า

“...ลองถามเจ้าตัวดีมั้ยล่ะ”

“เอ๋ะ...”

โชฟีที่ได้ยินถึงกับต้องร้องออกมาด้วยความสงสัยรวมถึงได้แต่มองไปยังเธออย่างงงๆ...แต่เรกะกลับเพียงยิ้มออกมาเท่านั้นพร้อมทั้งรถรางที่แล่นออกไปจากสถานีเพื่อมุ่งหน้าไปสู่ออสก้าอันมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่อัสก้า...

“...”

คิสน่าที่ยิ้มออกมาพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังช่องที่เก็บของสำหรับลูกค้าซึ่งอยู่ตรงเหนือหน้าต่างรถไฟแล้วจึงกล่าวออกมาว่า

“...ออกมาเถอะ...”

ทั้งยังกล่าวต่อมาอีกว่า

“...ไม่มีใครมาตามจับเธอแล้วล่ะ”

“หา...”

เทรุสที่ได้ยินถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจทันที-เธอที่ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งมือขวาเลื่อนออกไปจับยังดาบอาเทออนเพื่อระมัดระวังภัยทันที

“...”

แต่ทุกอย่างกับนิ่งเงียบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น...คิสน่าที่ยิ้มออกมาอย่างไม่คิดอะไรกลับกวาดสายตาจ้องมองไปยังเรกะเล็กน้อยคล้ายกับจะบอกใบ้อะไร

“อืมม์...”

เรกะที่พยักหน้ารับถึงกับกระโดดเหยียบยังเบาะที่นั่งขึ้นไปกระชากยังประตูช่องเก็บของที่ทำมาจากไม้ให้เปิดออกมาทันที

“ควับ...”

พร้อมทั้งร่างของเด็กน้อยอายุราวๆ 12 ถึง 13 ปีคนหนึ่งที่ล่วงหล่นลงมาทันที

“...ตุบ”

“โอ๊ย...”

เด็กน้อยที่ล่วงหล่นลงมาถึงกับค่อยๆลุกขึ้นมายืนหลังจากส่งเสียงร้องออกมาทำให้พวกโซฟี เรกะสามารถมองเห็นยังใบหน้าของเด็กน้อยได้อย่างชัดเจน...

เด็กน้อยคนนี้เป็นเด็กผู้ชายที่มีใบหน้าที่น่ารัก ดวงตากลมโตสีฟ้าคราม รับกับขนตาและเส้นผมยุ่งๆสีทอง จมูกโด่งที่งอนนิดๆแสดงถึงนิสัยที่ดื้อรั้น มีใบหน้าและแก้มสีขาวนวลรับกับริมฝีปากดที่บอบบาง ถึงจะแต่งตัวโทรมๆที่เป็นเพื่อชุดเสื้อแขนสั้นสีน้ำตาล กางเกงขาผ้าขายาวก็เถอะ-แต่โซฟีที่เห็นถึงกับต้องเผลอคว้าร่างของเด็กชายเข้ามากอดร้องออกไปว่า

“น่ารักจังเลย”

“ปล่อยน่ะ”

เด็กชายส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจพยายามที่จะดิ้นออกมาจากการกอดรัดของโซฟีอย่างไม่หยุดยั้ง-แต่ดูเหมือนจะไม่หลุดง่ายๆ...เรกะที่เห็นเช่นนั้นจึงส่งเสียงถอนหายใจออกมาด้วยรอยยิ้ม

“เฮ้ย...”

“...”

คิสน่าที่ยิ้มกลับกวาดสายตาจ้องมองไปยังเซนัสที่ลุกขึ้นมามองยังเธอด้วยความสงสัยหรือประหลาดใจแล้วจึงยิ้มตอบรับกลับไปอย่างอ่อนหวานยิ่ง

“...”

เซนัสที่ขมวดคิ้วและสงสัยกลับจ้องมองไปยังคิสน่าราวกับรู้สึกได้ว่า”คิสน่าไม่น่าจะใช่แค่หมอดูธรรมดาๆเสียแล้ว” เพราะนอกจากเขาที่รู้ว่า”มีเด็กชายซ่อนตัวอยู่”ก็น่าจะมีเธอกับเรกะเท่านั้น...

เขาและเรกะที่ได้ยินยังเสียงหายใจกับแผ่วเบาของเด็กชาย...

...แต่คิสน่าเหล่าหลับรู้ได้ยังไงกัน
-------------------------------------

เมืองอัสก้าอันเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรอัสก้าที่ยิ่งใหญ่-ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปเทลั้นเหนือจัดว่าเป็นเมืองที่หลอมร่วมยังเทคโนโลยีขั้นสูงเอาไว้...

นอกจากนี้อาณาจักรอัสก้าที่ปกครองยังทวีปเทลั้นเหนือกว่า 70 เปอร์เซ็นต์-ซึ่งมีเมืองอยู่ภายใต้กลางปกครองถึง 13 เมืองยังเป็นอาณาจักรที่มีความเข้มแข็งทางการทหารเป็นอย่างยิ่งจนสามารถเรียกได้ว่า”สามารถครองครอบยังกำแพงแสงแห่งพระเจ้าส่วนนี้ได้เลย”

เพราะฉนั้นองค์ราชาของอัสก้าจึงจัดได้ว่า”เทียบจะเป็นองค์ราชาของกำแพงแสงแห่งพระเจ้าส่วนนี้”เลยกก็ว่าได้ การคัดเลือกยังองค์รัชทายาทคนต่อไปของอัสก้าจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่ทั้งประชาชนและทุกคนทั้งทวีปต่างให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง...

หากเจ้าชายอันดับ 1 ผู้ที่มีสิทธิ์ในการครองราชย์อันดับ 1 ได้รับแต่งงตั้ง-อัสก้าจะจะส่งเสริมทางด้านเทคโนโลยี่ตามความสนพระทัยแทน

แต่ถ้าเจ้าชายอันดับ 2 ผู้ที่มีสิทธิ์ในการครองราชย์เป็นอันดับ 2 ได้รับการแต่งตั้ง-อัสก้าก็จะกลายเป็นอาณาจักรทางการทหารที่ทุกเมืองต้องกวาดกลัวทันที-โดยเฉพาะอาณาจักรวาเลนเซียที่อยู่ทางเหนือกับอาณาจักรรานัสที่อยู่ทางตะวันตกของปลายสุดทวีปเทลั้นเหนือทันที เพราะสงครามเพื่อขนาดดินแดนระหว่างอาณาจักรอาจจะเกิดขึ้นมาได้ทุกเมื่อ...

ส่วนเจ้าหญิงอันดับ 3 หรือผู้ที่มีสิทธิ์ในการขึ้นครองราชย์เป็นอันดับ 3 กลับไม่เป็นที่สนใจนัก เพราะเธอเป็นเพียงแค่เด็กสาวอายุ 12-13 ปีเท่านั้น...

ผู้คนส่วนมากจึงต่างมุ่งความสนใจไปยังผู้ที่มีสิทธิ์ในการขึ้นครองราชย์เป็นอันดับ 4 ถึง 8 มากกว่าที่มาจากบรรดาลูกชายของเจ้าเมืองต่างๆที่เป็นพระอนุชาของพระราชาองค์ปัจจุบันของอัสก้า-ซึ่งสามารถขึ้นครองราชย์ได้ในกรณีที่เจ้าชายอันดับ 1 และอันดับ 2 ไม่มีความเหมาะสมหรือไม่ได้รับเลือก...

ซึ่งการตัดสินใจการเลือกยังองค์รัชทายาทจึงอยู่ที่พระราชาแห่งอัสก้าว่าจะตัดสินใจเลือกใครในงานเลี้ยงค่ำคืนนี้จนแทบจะเรียกว่าเป็นการตัดสินใจถึงอนาคตของทวีปอห่งนี้เลยทีเดียวจนทำให้มีบรรดาเจ้าเมืองและตัวแทนของเมืองต่างๆตามเดินทางมาร่วมงานเลี้ยงที่จัดขึ้นในคืนนี้ที่พระราชวังแสงอัสดงแห่งอัสก้าเป็นอันมาก
และกว่าที่พวกของเทรุสจะมาถึงยังเมืองอัสก้าก็ราวๆเวลาที่พระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้ว-สำหรับพวกคนทั่วๆไปเช่นเทรุส เรกะ โซฟีและเซนัสไม่มีสิทะธิ์ที่จะได้เข้าร่วมยังงานเลี้ยงระดับสูงเช่นนี้เป็นแน่นอนเลย...

แต่เทรุสที่มั่นใจว่า”เอฟเฟลที่น่าจะเป็นคนใหญ่คนโตของอัสก้าซึ่งจับตัวของเทเรียไป”จะต้องเข้าร่วมงานนี้อย่างแน่นอน-เขาที่มั่นว่า”จะได้พบยังเทีเรียที่งานเลี้ยงแห่งนี้”จึงหันไปถามยังคิสน่าที่น่าจะมีวิธีช่วยเหลือเขาได้จึงร้องถามออกไปว่า

“เอาไงดีล่ะ”

“...”

เมื่อเห็นยังคิสน่าที่ไม่ตอบอะไรออกมา-เรกะจึงตอบออกมาทันทีว่า

“เราบุกเข้าไปเลยดีมั้ย”

เพราะไหนๆก็ต้องสู้เพื่อช่วยเหลือยังเทเรียอยู่แล้วสู้บุกไปตั้งแต่ตอนนี้เลยจะดีกว่าจะได้เป็นการประหยัดเวลาด้วย...โซฟีที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจทันที

“เดี๋ยวก่อนสิ-เรกะ...”

เธอที่คว้ายังแขนของนักสู้สาวเอาไว้ทันทีราวกับกลัวจะบุกไปหาเรื่อง ณ ตอนนี้จึงรีบส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“...จะให้บุกฝ่ายังทหารที่รักษาการณ์ขนาดนี้คงจะไม่ไหวหลบ”

“เฮ้ย...”

เซนัสที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงถอนหายใจออกมาอย่างเซ้งๆ เพราะรออยู่เช่นนี้ต่อไปก็ไม่มีความหมายอะไร-สิ่งที่เขาต้องการค้นหาก็อยู่ภายในปราสาทอาทิตย์อัสดงด้วยสิ...

“ถ้าเป็นท่อระบายน้ำกับห้องครัวก็น่าจะมีทางพอให้ผ่านเข้าไปได้น่ะ”

เด็กชายหรือเฮรอลเสนอยังความเห็นออกมา เพราะเขาคนหนึ่งก็ต้องการที่จะลอบเข้าไปในปราสาทเหมือนกับทุกคน...โซฟีที่ได้ยินถึงส่งเสียงร้องออกมาทันทีอย่างไม่ยินยอมว่า

“ไม่เอาน่ะ...”

เธอยังร้องต่อไปอีกว่า

“...ถ้าไปตามท่อระบายน้ำหรือทางน้ำใต้ดินจะต้องเหม็นหรือสกปรกอย่างแน่นอนเลย”

“...”

คำกล่าวนี้ก็ถึงกับทำเอาเรกะที่ได้ยินต้องขมวดคิ้วด้วยความหนักใจไปอีกคนทันที เพราะถึงเธอจะไม่กลัวสัตว์ประหลาดชนิดไหนบนโลกนี้ก็ตาม-แต่เธอก็ไม่ต้องการเจอยังเจ้าสัตว์ประหลาดสีดำตัวเล็กๆ ที่มีหนวด 2 หนยวดและร่างขนานกับพื้นชอบอาศัยอยู่ตามที่สกปรกๆเลย...แต่เทรุสที่เหมือนกับไม่มีทางเรียกอื่นอีกจึงกล่าวออกมาว่า

“คงมีแต่ทางนั้นสิน่ะ”

เพราะเพื่อน้องสาวแล้วต่อให้ต้องบุกไปจอมพญามารหรือจอมปีศาจที่ไหนก็ไม่หวั่นหรอก-อย่าว่าแต่ท่อระบายน้ำทิ้งเลย...

“...”

เซนัสจึงพยักหน้ารับเท่านั้นอย่างช่วยไมได้อีกคนทำเอาโซฟีที่เห็นถึงกับต้องร้องออกมาด้วยความตกใจทันทีว่า

“ไม่น่า...”

เมื่อมองเห็นยังเรกะอีกคนที่มีสีหน้าที่ไม่ดีจึงรีบกวาดสายตาจ้องมองไปยังคิสน่าราวกับหายังทางช่วยเหลือทันที...แต่คิสน่าที่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวานกลับส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ไม่ต้องห่วงหรอก...”

เธอยังกล่าวต่อมาอย่างชัดเจนว่า

“...เดี๋ยวผู้ช่วยเหลือพวกพระเอกอย่างพวกเราก็มาเอง”

“หา...”

เทรุสที่ได้ยินถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจพลางถามยังหญิงสาวออกไปว่า

“...เธอหมายความว่าไงกัน”

“...”

คิสน่าที่คล้ายกับยิ้มไม่ได้ตอบอะไรออกมาเพียงใช้ยังประกายตาสีเขียวมรกตที่เรียวสวยงดงามอย่างยิ่งจ้องมองไปยังสะพานที่เบื้องหน้าซึ่งเป็นส่วนที่กั้นผ่านระหว่างตัวเมืองกับปราสาทพระอาทิตย์อัสดงของอัสก้าแทนยังคำตอบทำเอาทุกคนต้องหันไปมองตามเธอทันที...

“กุบ...กุบ...”

รถม้าที่หรูหร่าสีขาวสะอาดคันหนึ่งที่มีหม้าเทียมถึง 8 ตัวแสดงถึงความสูงศักดิ์ของผู้ที่นั่งอยู่แล่นผ่านยังเบื้องหน้าของทุกคนไปหยุดยั้งยังเหล่าทหารยามนับ 10 ถึง 20 คนที่ผ่านประตูปราสาทเอาไว้ก่อนที่จะรีบพากับเปิดทางให้รถม้าสามารถแล่นผ่านไปได้

เทรุสที่มองไปถึงกับร้องถามออกไปว่า

“นี่เธอจะให้เราแอบลอบขึ้นรถม้าเข้าไปหรือ”

จะว่าไปวิธีนี้ก็ไม่เลว-แค่จับตัวเจ้าของรถม้าและแอบเข้าไปก็น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว...

...ง่ายกว่าการบุกฝ่าเหล่าทหารประจำปราสาทเข้าไปเสียอีก

แต่คิสน่าที่ส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มกลับส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“ไม่ใช่หรอก”

“หือ...”

เสียงที่คุ้นๆหูดังรอดออกมาจากรถม้าราวกับคนที่อยู่ภายในรถม้าจดจำได้ถึงเสียงของคิสน่าเป็นอย่างดีจึงรีบส่งเสียงสั่งการออกมาทันทีว่า

“...เดี๋ยวก่อน-เซบัสเตียน”

“ครับ...”

พ่อบ้านที่มีหน้าที่ขับรถม้าถึงกับรีบหยุดรถอย่างรวดเร็วทันทีพร้อมทั้งรีบกระโดดลงมาจากที่นั่งคนขับแล้วก้าวลงมาเปิดยังประตูรถม้าให้กับคนที่นั่งอยู่ก้าวลงมาทันที

“เชิญครับ-นายท่าน”

“ตุบ...ตุบ...ตุบ...”

ชายที่นั่งอยู่ภายในถึงกับโค้งให้กับพวกเทรุสโดยเฉพาะคิสน่าอย่างสวยงามแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มทันทีว่า

“สวัสดีครับ”

“แก...”

เทรุสที่เห็นยังใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างชัดเจนถึงกับส่งเสียงร้องออกไปว่า

“...เป็นแกเองหรือดุ๊ก”

พลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังชายหนุ่มท่าทางสูงศักดิ์ที่ก้าวลงมาจากรถม้าหรือดุ๊กที่ในยามนี้สวมใส่อยู่ในชุดสูทสีขาวสะอาด สวมหมวก ถุงมือและรองเท้าสีขาวพร้อมทั้งใส่ยังแว่นตาวงกลมกรอบสีทองที่ดวงตาซ้ายที่กำลังยิ้มอย่างสูงศักดิ์ให้กับทุกคนโดยเฉพาะคิสน่าอยู่

“เสียมารยาท...”

พ่อบ้านเซบัสเตียนที่ได้ยินยังเสียงเรียกของเทรุสถึงกับร้องตวาดออกมาด้วยความไม่พอใจบางก้าวเดินออกมายังเบื้องหน้าของดุ๊กแล้วโค้งตัวให้พลางแนะนำยังดุ๊กด้วยท่าทางที่นอบโน้มว่า

“...รู้มั้ยว่าท่านผู้นี้คือใครกัน...”

แล้วยังกล่าวต่อมาอีกว่า

“...ท่านผู้นี้คือท่านดุ๊ก เลอลอง อารันโด้-ท่านเจ้าเมืองท่าอารันโด้ผู้มีสิทธิ์ในการครองราชย์เป็นอันดับสี่ของอาณาจักรอัสก้าที่ยิ่งใหญ่เชียวน่ะ”

“หา...”

เทรุสที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจไปอย่างยิ่ง เพราะไม่คิดว่าหัวหน้าโจรที่คิดจะปล้นชิงยังดาบอาเทออนและพยายามที่จะขอยังความรักจากคิสน่าจะเป็นถึงท่านเจ้าเมืองที่ยิ่งใหญ่และผู้มีสิทธิ์ครองราชย์อันดับ 4 เชียวหรือ...

และที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นบนรถม้าของดุ๊กยังมีร่างของหัวหน้าอัศวินแห่งวาเลนเซียนั่งอยู่ด้วย-พิมอสที่กวาดสายตามามองเห็นยังเทรุสและทุกคนถึงกับยิ้มออกมาเป็นความหมายว่า”เจอกันอีกแล้วน่ะ”

“ควับ”

เทรุสถึงกับขยับมือไปหมายจะชักดาบทันที เพราะทราบดีได้ถึงสถานการณ์ที่ชั่วร้ายขึ้นมาได้อย่างชัดเจน...แต่กลับไม่เห็นยังอีกฝ่ายจะลงมือใดๆนอกจากได้ยินเสียงที่ร้องออกมาจากด้านหลังเขาเท่านั้น...

“ว้าย...ท่านดุ๊ก”

โซฟีที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักยิ่งจ้องมองไปยังดุ๊กทันที เพราะนี่คือผู้ชายในฝันของเธอที่วาดไว้อย่างแท้จริงเลย...

ทั้งหล่อ ทั้งรวยและดูชั่วร้ายนิดๆ...

“เราไปกันเถอะครับ...”

ดุ๊กที่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวานพลางจ้องมองไปยังคิสน่าพลางยื่นมืออกไปแล้วกล่าวต่อไปอีกว่า

“...เราไปร่วมงานเลี้ยงกันเถอะ-คุณผู้หญิงสาวแสนสวย”

“ค่ะ...”

โซฟีที่คล้ายกับลืมตัวเผลอยื่นมือออกไปรับมือของดุ๊กที่ยื่นออกมาแล้วลากขึ้นไปนั่งบนรถม้าทันที..เทรุสที่เห็นเช่นนั้นถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจว่า

“เดี๋ยวก่อนสิ”

เพราะบนรถยังมีพิมอสที่มีหมายจับของพวกตนอยู่ด้วยอีกคนน่ะ...

“...”

คิสน่าที่เห็นเช่นนั้นจึงยิ้มออกมาพร้อมทั้งหันไปกล่าวกับทุกคนว่า

“..พวกเราก็ไปกันเถอะ”

แล้วจึงก้าวเดินเคียงข้างยังเทรุสไปพร้อมๆกับเรกะ เซนัสและเฮนอลทันทีราวกับชะตากรรมที่ยังคงก้าวเดินไปอย่างไม่รู้ตัว...

เรื่องราวยังคงดำเนินต่อไปเฉกเช่นชะตากรรมที่ยังคงก้าวเดินต่อไปอีกอย่างไม่สามารถหยุดยั้งได้...

...โลกหล้ายังคงหมุนอยู่ต่อไปตามเข็มของนาฬิกา

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 15 ม.ค.57 เวลา 22:09:10 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply

Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

สิ่งที่อ่านต่อไปนี้ไม่เกี่ยวกับส่วนที่เป็นเนื้อเรื่องหลัก-เพียงแต่อยากเขียนขึ้นมาเท่านั้น

ละครโรงเล็ก ตอนที่ 19
      
เทเรีย      :      ทำไมตอนนี้ฉันไม่มีบทอีกแล้วล่ะ

เนลก้า      :      ช่วยไม่ได้ เพราะเนื้อทีไม่พอเลยต้องไปโผล่ตอนหน้าแทน

เทเรีย      :      ฝากไว้ก่อนเถอะ

เนลก้า      :      ฉันว่าคำพูดของเธอนี่ชักเหมือนตัวร้ายเข้าไปทุกทีแล้วน่ะ

      เทเรียถึงกับนิ่งเงียบลงไปทันที เพราะยิ่งปล่อยนานไปเธอยิ่งห่างไกลไปจากบทนางเอกทุกที...

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 15 ม.ค.57 เวลา 22:09:51 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ