Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

ปาร์ตี้ผีอลเวง ปาร์ตี้ที่ 8 ความลับของคุณนักฝัน...

ขอบคุณครับที่ติดตาม...และมีความสุขในปีใหม่ครับ

ปาร์ตี้ที่ 8 ความลับของคุณนักฝัน...

“นี่ถามหน่อยสิ”

อยู่ๆคุณเจ้าของที่มีสิทธิ์อันชอบธรรมทางกฏหมายที่สามารถครอบครองยังบ้านหลังนี้ก็ส่งเสียงร้องเรียกยังคุณนักรักที่กำลังนั่งเล่นมองดูดวงตะวันที่แสนร้อนแรงบนท้องนภา เพราะดวงตะวันกลับสวยงามและไม่ร้อนแรงเท่ากับยามที่มีชีวิตทำเอาเขาจ้องหันไปมองยังอีกฝ่ายแล้วส่งเสียงถามออกไปว่า

“มีอะไรหรือครับ”

เพราะยังไงเขาที่อยู่ในฐานะของผู้อาศัยจึงต้องมีมารยาททดีกับเจ้าของบ้านเอาไว้ก่อน...คุณเจ้าของที่เห็นเช่นนั้นจึงยิ้มออกมาอย่างยินดี

“...”

เขาที่เขียนนิยายของสัปดาห์นี้เสร็จเรียบร้อยแล้วอยู่ว่างๆไม่มีอะไรทำจึงได้เข้าสมานั่งลงที่ด้านข้างของชายหนุ่มแล้วส่งเสียงกล่าวออกไปอย่างยินดีว่า

“นายรู้จักกับคุณรัตติ...”

เขาที่หนุ่มเล็กน้อยแล้วจึงเปลี่ยนเป็นว่า

“...เออ...คุณนักฝันมานานแล้วหรือ”

“ก็นานกว่าคุณน่ะครับ”

ถึงแม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนที่มีนิสัยดี-แต่พูดเขาพูดถึงทุกนักฝันด้วยสีหน้าและแววตาเช่นนี้อดที่จะทำเอาคุณนักรักส่งเสียงตอบออกมาอย่างกวนๆไม่ได้...แต่คุณเจ้าของที่คล้ายกับไม่ถือสาอะไร เพราะมีเรื่องขอร้องอีกฝ่ายกลับยิ้มออกมาอย่างพอใจพลางรีบร้องถามออกมาว่า

“งั้นนานเท่าไหร่ล่ะ”

เพราะคุณเจ้าของพึ่งจะมาอยู่อาศัย ณ บ้านที่มีผีสิงมากมายหลังนี้ได้ไม่ถึงอาทิตย์ดีนัก...คุณนักรักที่ได้ยินถึงตอบออกไปว่า

“ก็ก่อนคุณประมาณห้าถึงหกวันล่ะครับ”

เพราะการที่เข้าไม่สามารถโกหกหรือปิดบังอีกดฝ่ายได้เป็นจุดเสียของคนที่พึ่งจะตายเช่นเขาที่พลังทางวิญญาณยังไม่เสถียรสักเท่าไหร่...

นี่เป็นข้อเสียเพียงหนึ่งเดียวของผีมือใหม่เช่นเขาที่จะไหนไปมาไหนยังต้องก้าวเดินและเปิดปิดประตูเหมือนสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ตามความเคยชิน...

“หา...”

คุณเจ้าของที่ได้ยินถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจทันทีพลางจ้องมองไปยังหน้าของคุณนักรักด้วยความเชื่อเหลือที่เหมือนๆกับจะหายไปจากแววตาพลางร้องถามออกไปว่า

“...งั้นนายก็ไม่รู้เรื่องของคุณนักฝันสิ”

“ก็พอจะรู้ๆอยู่บ้าง...”

คุณนักรักได้แต่ฝืนยิ้มแล้วส่งเสียงตอบรับออกไปพลางกล่าวออกมาว่า

“...เธอคล้ายกับอยู่ที่นี่มานานกว่าทุกคนและคล้ายกับเป็นหัวหน้าของผีทุกตนที่นี่น่ะ”

“เรื่องนั้นฉันก็พอจะรู้...”

คุณเจ้าของที่ส่งเสียงร้องออกมาด้วยความรับทราบก่อนที่จะถามออกไปด้วยความติดใจสงสัยว่า

“...แล้วนายเจอกับคุณนักฝันได้ยังไงล่ะ”

“หลังจากที่ผมตาย...”

คุณนักรักที่รำลึกถึงความหลังที่บอกไม่ได้ว่าจะเศร้าเสียใจหรือดีใจดี เพราะความตายในความรู้สึกของเขาในยามนี้มันเป็นแตกต่างไปจากยามที่มีชีวิตอยู่เลย...

...การมีชีวิตอยู่หลังความตาย

จึงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มที่เรียบเฉยแทบจะไร้ความรู้สึกใดๆว่า

“...หลังจากที่ยืนจ้องมองดูยังร่างกายของตนเองอยู่สักพักก็รู้สึกได้ว่าถึงเวลาที่ต้องไป มันไม่มีใครมารับเราเหมือนกับในหนังหรือตำนานอะไร-เพียงแต่มีเส้นทางแห่งแสงสีขาวที่ดีบริสุทธิ์สายหนึ่งทอดผ่านมาให้เราก้าวเดินออกไปเท่านั้น...”

ชายหนุ่มที่หยุดเล็กน้อยแล้วจึงส่งเสียงกล่าวต่อมาอีกว่า

“...ผมก้าวเดินผ่านผู้คนและเรื่องราวมากมายที่ยังมีชีวิตอยู่ตรงไปตามเส้นทางอย่างไม่สนใจอะไรนัก-ได้พบยังคนตายที่เป็นเพื่อนร่วมทางก็พูดคุยและก้าวเดินไปอย่างไม่หยุดราวกับลืมเลือนยังกาลเวลาจึงกระทั่งไปถึงยังประตูที่ควรจะก้าวผ่านเข้าไป ณ อีกโลกหนึ่ง...มันเป็นโลกที่คนตายควรไป...”

“แล้วไงต่อ...”

เมื่อเห็นยังอีกฝ่ายหยุดนิ่งเงียบลงไปคุณเจ้าของจึงส่งเสียงร้องถามออกไปด้วยความอยากรู้และสงสัย...คุณนักรักที่ได้แต่ยิ้มออกมาอย่างไม่รู้สึกยินดียินร้ายอะไรยังก้าวต่อไปอีกว่า

“คนที่เฝ้าประตูอยู่ไม่ยอมให้ผมผ่านเข้าไปน่ะ...”

ไม่ยอมให้คุณนักรักผ่านเข้าไปยังอีกฝั่งหนึ่ง-เขาจึงกล่าวต่อไปด้วยรอยยิ้มว่า

“...ในขนาดที่ผมไม่รู้จะทำอะไรได้แต่ยืนรออยู่ที่หน้าประตูอย่างสิ้นหวังก็ได้พบกับเธอแล้วก็ถูกพามาอยู่ด้วยกันที่นี่น่ะครับ”

“งั้นหรือ...”

คุณเจ้าของที่ได้ยินถึงกับขมวดคิ้วด้วยความสงสัยจากเรื่องที่ได้ฟังๆมา-คนตายทุกคนก็น่าที่จะสามารถผ่านยังยังอีกโลกหนึ่งได้ไม่ใช่หรือ...

แล้วทำไมคุณนักรักที่นั่งอยู่เบื้องหน้าตลอดจนผีทั้งหลายที่บ้านหลังนี้กลับไม่สามารถผ่านเข้าไปได้...

เขาที่เป็นนักเขียนที่ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัยจึงต้องการข้อมูลเพิ่มอีกได้แต่ถามออกไปว่า

“...ทำไม-มันเป็นเพราะอะไรว่า”

“เพราะผมได้ฝ่าฝืนกฏแห่งกรรมไงครับ”

“ฝ่าฝืนกฏแห่งกรรม”

เมื่อเห็นยังอีกฝ่ายมีสีหน้าที่งงๆแล้วคุณนักรักจึงอธิบายออกไปว่า

“ครับ เพราะตอนเด็กๆผมที่ป่วยเป็นโลกหัวใจจึงได้ทำการฝ่าตัดเปลี่ยนหัวใจเป็นหัวใจเทียม...”

เขาที่ยิ้มออกมายังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...นั่นอาจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมฝ่าฝืนกฏแห่งกรรมจนไม่สามารถผ่านไปยังโลกอีกฝั่งก็ได้ละมั่งครับ”

“อย่างงั้นเองหรือ...”

คุณเจ้าของที่ได้ยินถึงกับจ้องมองไปยังใบหน้าของชายหนุ่มด้วยความเห็นใจอีกฝ่ายพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...งั้นทุกคนที่อยู่ที่นี่”

“ครับ...เท่าที่ผมรู้มา...”

คุณนักรักที่ขบคิดเล็กน้อยจึงกล่าวออกไปว่า

“...อย่างคุณนักวาดก็เพราะให้ดวงตากับลูกไปจึงไม่สามารถผ่านไปได้ คุณนักเที่ยวก็เพราะรับบริจาคไตมา-ส่วนคุณนักร้อง...”

เขาฉะงักลงไปเพราะไม่อยากที่จะกล่าวถึงความลับของอีกฝ่ายออกมา...คุณเจ้าของที่ขบคิดเล็กน้อยก็พอจะทราบว่าสาเหตุที่ทวดของเขาไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ เพราะคงเปลี่ยนฟันเป็นทองคำหมดละมั้ง-โดยไม่ทันได้สงสัยอะไรถึงคุณนักร้องเลยจึงร้องถามออกไปว่า

“แล้วคุณนักฝันล่ะ...”

“เออ...”

คำถามของคุณเจ้าของนี้ถึงกับทำเอาคุณนักรักต้องนิ่งเงียบลงไปทันที เพราะจริงๆแล้วเขาแทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคุณนักฝันเลย...

ว่าเธอเป็นใครมาจากไหน...

จริงแล้วชื่ออะไร...

อายุเท่าไหร่...

เป็นวิญญาณมานานแค่ไหน...

หรือเพราะเหตุใดจึงไม่สามารถผ่านไปยังโลกอีกฝั่งหนึ่งได้...

“อือ...”

คุณนักรักที่ฉุกใครคิดขึ้นมาได้หรือถึงกับส่งเสียงร้องออกไปว่า

“...หรือว่าคุณนักฝัน...”

เพราะจากที่สายตาและทางทีที่เขาสังเกตกลับไม่เห็นยังคุณนักฝันมีอะไรที่ผิดปกติเหมือนกับคุณนักร้องเลย เพราะคุณนักวาดมักจะหลับตา คุณเจ้าบ้านก็มักชอบโชว์ฟันปลอมอยู่บ่อยๆ...

หรือว่าคุณนักฝันจะเป็นเหมือนกับคุณรักร้องกัน...

...เป็นผู้ชายมาก่อน

“มีอะไรหรือ”

คุณเจ้าของที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงร้องถามออกไปด้วยความสงสัยพลางจับจ้องมองไปยังชายหนุ่ม...คุณนักรักที่ได้แต่ส่ายหน้าถึงกับส่งเสียงตอบออกไปว่า

“ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ...”

เขาที่พยายามจะไม่คิดถึงเหตุผลที่คุณนักฝันไม่สามารถผ่านไปยังโลกอีกฝั่งได้ว่า”มันเป็นเหตุเดียวกับคุณนักร้อง”จึงได้แต่ตอบออกไปว่า

“...ว่าทำไมเธอจึงไม่สามารถผ่านไปยังอีกฝั่งได้”

“งั้นหรือ...”

คุณเจ้าของที่มีสีหน้าที่ผิดหวังราวกับเริ่มรู้สึกได้ว่า”ถามผิดคนแล้ว”-แต่เขาที่คล้ายกับไม่รอช้าฉุกใจคิดอะไรได้แล้วจึงยิ้มพลางถามออกไปว่า

“...แล้วนายไม่คิดอยากจะรู้หรือ”

“...”

คำถามนี้ทำเอาคุณนักรักที่ได้ยินถึงกับนิ่งเงียบลงไปทันที เพราะเขาก็อยากที่จะรู้มันจริงๆด้วยจึงจ้องมองไปยังอีกฝ่าย...คุณเจ้าของจึงส่งเสียงกล่าวออกมาทันทีว่า

“งั้นเรามาร่วมมือกันไหม...”

เขายังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...มาสืบว่าคุณนักฝันจริงๆแล้วเป็นใครกันแน่”

“มันจะดีหรือครับ”

คุณนักรักที่ยังลังเลได้แต่ส่งเสียงถามออกไปพลางมองหน้าของอีกฝ่าย เพราะใจหนึ่งเขาก็อยากรู้-ใจหนึ่งก็ไม่อยากที่จะละลาบละลวงยังความลับของเธอ...คุณเจ้าของที่ยิ้มออกมาพลางกล่าวออกมาว่า

“ไม่เป็นไรหรอกน่า...”

เขายังกล่าวออกมาอีกว่า

“...มันก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรหรอก”

“...”

ในขนาดที่อีกฝ่ายยังนิ่งเงียบอยู่คุณเจ้าของจึงกล่าวออกมาอีกว่า

“นายลองไปถามคนอื่นๆดูสิจะได้รู้ข้อมูล...”

หยุดเล็กน้อยแล้วจึงกล่าวออกมาอีกว่า

“...เพราะเราแค่อยากรู้จักเธอให้มากขึ้นเท่านั้นเอง”

“แล้วทำไมคุณใม่ไปถามเองล่ะครับ”

คุณนักรักส่งเสียงถามยังอีกฝ่ายออกไป เพราะเขาก็น่าจะทำได้เองโดยที่ไม่จำเป็นจะต้องผ่านยังชายหนุ่มเลย...คุณเจ้าของที่ฝืนยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วจึงกล่าวว่า

“ที่ฉันไม่ไปถามเองก็เพราะไม่ค่อยชินกับการคุยกับผีเท่าไหร่น่ะ...”

ราวกับเหมือนอีกฝ่ายจะลืมไปแล้วว่า”คุณนักรักก็เป็นผีเหมือนกัน”-คุณเจ้าของยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...ไม่ใช่ผมกลัวน่ะ-แต่มันยังไม่ชินน่ะ”

“ผมก็ตายไปแล้วน่ะครับ”

คุณนักรักส่งเสียงกล่าวออกไปด้วยความสงสัยพลางจ้องมองไปยังอีกฝ่ายที่สามารถคุยกับเขาได้เหมือนไม่มีอะไร...คุณเจ้าของที่ฝืนยิ้มขึ้นมาเหมือนๆกับว่า”จะลืมไป”จึงกล่าวออกมาอีกว่า

“ข้อดีของคุณคือไม่ค่อยจะเหมือนผีสักเท่าไหร่นักน่ะสิ”

“งั้นหรือครับ...”

คุณนักรักที่ได้แต่ฝืนยิ้มออกมาอย่างจนใจ เพราะไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดีกับคำชมของอีกฝ่ายนี้จึงได้แต่เปลี่ยนเรื่องส่งเสียงถามออกมาว่า

“...แล้วคุณน่ะจะทำอะไรละครับ”

สาเหตุที่เขาถามออกไป เพราะไม่เห็นยังคุณเจ้าของที่บอกว่าจะร่วมมือกันเห็นว่าจะทำอะไรเลย...คุณเจ้าของที่ยิ้มออกมาแล้วจึงกล่าวออกมาว่า

“ส่วนฉันก็จะติดต่อยังนายหน้าขายบ้านนี้ที่เคยโดนยังคุณนักฝันหลอกบ่อยๆให้ช่วยไปค้นยังข้อมูลทะเบียนราษฎร์ว่ามีภาพไหนที่ตรงกับคุณนักฝันบ้างจะได้รู้ยังข้อมูลของเธอยังไงล่ะ...”

เขายังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...แล้วก็จะไปถามยังคนแถวๆนี้ด้วยว่ารู้จักยังคุณนักฝันหรือเปล่าน่ะว่าเป็นใครกัน”

“งั้นก็ได้ครับ”

เพราะเท่ากับเขาและคุณเจ้าของได้แบ่งหน้าที่แยกย้ายกันออกไปหาข้อมูลจากคนเป็นและคนตายในเวลาเดียวกัน...
---------------------------------------

จากคำบอกเล่าของคุณนักวาด

“ผมไม่รู้เรื่องนี้หรอกครับ”

จากคำกล่าวของคุณแม่บ้าน

“ถ้าไม่ใช่เรื่องงานบ้าน-ฉันไม่สนใจหรอก”

จากคำพูดของคุณเจ้าบ้าน คุณเจ้าสั่วและคุณเจ้าที่

“เรื่องนั้นอย่าสนใจเลยน่า”

“นั่นสิมากินเหล้ากันดีกว่า”

“วันนี้ไม่เมาไม่เลิก”

จากคำเตือนของคุณหัวขาด

“อยากการรู้ความลับของคนอื่นมันอาจจะทำให้หัวขาดได้น่ะ”

จากคำเชิญของคุณนักร้อง

“ถ้าอยากรู้จริงๆล่ะก้อ-คืนนี้มาอยู่เป็นเพื่อนฉันจนเช้าสิจ๊ะ”

จากคำตอบของคุณขี้เล่น

“การถามความลับของผู้หญิงไม่ใช่สิ่งที่ผู้ชายควรทราบ”

และจากคำถามของคุณนักเที่ยว

“อยากรู้ทำไมไม่ไปถามเธอเองล่ะ”

นี่คือคำตอบต่างๆหลังจากที่คุณนักรักถามยังทุกคนที่คิดว่า”น่าจะรู้ออกไป”เรื่องราวต่างๆของคุณนักฝัน” ทั้งเรื่องยามมีขีวิตและเหตุผลที่ไม่สามารถไปยังโลกอีกฝั่งหนึ่งได้...

สรุปคือเขาไม่รู้อะไรเลย...

...ไม่ทราบอะไรเหมือนเดิม
----------------------------------------------------

“เฮ้ย...”

คุณนักรักที่ได้แต่มานั่งถอนหายใจอยู่ที่บันไดหน้าบนอย่างจนใจ เพราะเขาที่ไล่ถามยังผีคนอื่นๆมากมาย-แต่ก็ยังไม่ทราบยังคำตอบของคุณนักฝันเลยสักอย่างจึงได้แต่ส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างหมดอาลัยตายอยากว่า

“...แล้วจะทำไงดีล่ะ”

ก่อนที่จะ...

อยู่ๆที่เบื้องหน้าตาของของคุณนักรักก็ปรากฏยังหัวของคุณหัวขาดขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน

“เหวอ...”

คุณนักรักที่ยังไม่ชินถึงกับร้องออกมาอย่างเสียงหลงถอยกายไปตามยังกำแพงด้านหลังจนแทรกเข้าไปครึ่งร่างของอย่างลืมตัวจนรู้สึกได้อีกครั้งว่า”ตนก็ตายไปแล้วจะไปกลัวทำไมกัน”-เขาที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังหัวขาดที่เบื้องหน้าอย่างชัดเจนถึงกับส่งเสียงร้องออกไปว่า

“...คุณหัวขาด...”

ก่อนที่สายตาของเขาจะไล่ขึ้นไปตามสายเบ็ดตกปลาที่เกี่ยวอยู่บนหัวของคุณหัวขาดไปสู่มือของคุณขี้เล่นที่กำลังนั่งหัวเราะชอบใจอยู่บนระเบียงด้านบนของชายหนุ่มอยู่จึงส่งเสียงถามออกไปว่า

“...คุณขี้เล่นนี่เอง...”

ทั้งยังถามออกไปว่า

“...ทำอะไรของคุณน่ะ”

“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...”

คุณขี้เล่นที่หัวเราะออกมาอย่างขบขันพลางกระโดดลงมายังพื้นเบื้องล่างหน้าคุณนักรักในพริบตาพลางใช้มือจับยังหมวกสีดำมีแถบสีขาวคาดหันมายิ้มให้อย่างอารมณ์ดีพลางร้องถามออกมาว่า

“...เห็นนายกำลังนั่งเซ้งๆอยู่ก็เลยอยากลองแกล้งดูน่ะ”

“งั้นหรือครับ...”

คุณนักรักที่ได้แต่ตอบรับไปพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังคุณขี้เล่นที่แต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาว เน็คไทดำ สูทดำ กางเกงขายาวสีดำและรองเท้าสีดำราวกับภาพของไมเคิล แจ็คสันบนเวทีคอนเสริต์ในยุค 90 ที่เหมือนแม้กระทั่งทรงผมก็ไม่ปานถ้าไม่ติดว่า”อีกฝ่ายมีใบหน้าที่ขาวสวยน่ารักยิ่งกว่าผู้หญิงหลายๆคน”...

นี่เป็นอีกคนที่คุณนักรักไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่าย เพราะหากบอกว่าเป็นผู้ชายก็สวยเกินไป-แต่ถ้าเป็นผู้หญิงกลับไม่ใช่ยังความรู้สึกของผู้หญิงเลย...

ถ้าไม่ใช่ทอมก็น่าจะเป็นกระเทยที่ยังไม่สามารถยืนยันยังเพศที่แท้จริงได้...

คุณนักรักที่มองไปยังอีกฝ่ายพลางซ้อนกับภาพของคุณนักฝันที่เขาไม่รู้ว่า”เป็นหญิงหรือชาย”ถึงกับต้องส่ายหน้าอย่างเซ้งๆพลางกล่าวออกไปว่า

“...อย่ามาหลอกให้ตกใจได้มั้ยครับ-ผมยิ่งกลุ้มใจอยู่ด้วย”

“ยังไม่เลิกสนใจยังเรื่องของคุณนักฝันอีกหรือ...”

คุณขี้เล่นที่ทรุดลงไปนั่งไขว้ห้างยังกลางอากาศราวกับเหมือนมีเก้าอี้ที่มองไม่เห็นอยู่ถึงกับพยักหน้ารับแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...ไหนนายเคยบอกกับคุณนักร้องว่าไม่สนใจอดีตของผู้หญิงไม่ใช่หรือ”

“ถ้าเป็นผู้หญิงก็ดีสิครับ”

คุณนักรักตอบรับกลับไปด้วยความหนักใจ เพราะยิ่งคิดถึงเรื่องราวต่างๆของคุณนักฝันยิ่งอยากจะรู้ยังเรื่องของเธอมากขึ้นอย่างที่ห้ามใจไม่อยู่...

ซึ่งครึ่งหนึ่งก็เป็นเพราะความอยากรู้ของตัวเองและคุณเจ้าของกระตุ้นด้วย...

“นายจะสนใจอะไรมากมายนักล่ะ...”

คุณขี้เล่นที่ต้องการจะแกล้งๆยังชายหนุ่มเล่นถึงกับยิ้มออกมาพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...จะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงก็ช่างเถอะ เพราะไหนๆเราตายกันแล้ว-เรื่องเพศน่ะไม่สำคัญหรอกน่ะ”

“...”

ในขนาดที่คุณนักรักได้แต่นิ่งเงียบลงไป เพราะไม่สามารถกล่าวอะไรออกมาได้...คุณนักร้องที่กลายกับแอบฟังอยู่นานพลางส่งเสียงออกมาว่า

“ผู้ชายก็เป็นอย่างนี้แหละ...”

ทำเอาทุกคนต้องหันไปมองยังหล่อนเป็นสายตาเดียวฟังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...อยากรู้เรื่องของผู้หญิงไปเสียหมด”

“คนเราก็ต้องมีความลับที่ไม่อยากให้ใครรู้บ้างสิ”

คุณนักเที่ยวที่คล้ายกับจะออกไปไหนพร้อมทั้งกระเป๋าเดินทางกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มที่เหมือนกันไม่คิดอะไร...คุณนักรักได้แต่มองไปยังคุณนักเที่ยวแล้วถามออกไปว่า

“แล้วคุณจะไปไหนครับ”

“ฉันพึ่งจะบอกไปเมื่อกี้ไม่ใช่หรือ...”

คุณนักเที่ยวที่ไม่กล่าวอะไรยังตอบออกมาอีกว่า

“...คนเราต้องมีความลับสักอย่างสองอย่างสิ”

“หือ...”

คุณนักรักที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงร้องออกไปพลางขบคิดในใจว่า”การที่หล่อนออกไปข้างนอกนี่เป็นความลับด้วยหรือ”-เขาจึงไม่คิดที่จะกล่าวอะไรออกไปอีก...แต่คุณขี้เล่นที่เหมือนกับกลัวเรื่องจะหมดสนุกจึงยิ้มออกมาพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“แล้วนายมีเหตุผลอะไรที่ต้องการรู้ล่ะ”

“...”

คุณนักรักที่นิ่งเงียบลงไปราวกับถามยังตนเอง หัวใจและจิตวิญญาณว่า”เขาอยากรู้เรื่องของคุณนักฝันไปทำไมกัน”-เขาที่ขบคิดเล็กน้อยยังไม่ทราบคำตอบใดๆ...

ทราบแต่เพียงว่า...

...ถ้าไม่รู้แล้วลำบากใจ

...ถ้ารู้แล้วสบายใจ

ชายหนุ่มที่ยังไม่สามารถหายังคำตอบได้ในยามนี้จึงกวาดสายตาจ้องมองไปยังคุณนักเที่ยว คุณนักร้อง คุณหัวขาดไปหยุดอยู่ที่คุณขี้เล่นแล้วจึงส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“...เพราะว่าเราเป็นเพื่อนกัน-ผมก็เลยอยากรู้เรื่องของคุณนักฝันน่ะครับ”

“นี่นายยังไม่เห็นอยากรู้เรื่องของฉันเลย”

คุณนักร้องส่งเสียงร้องประท้วงออกมาทันทีทั้งยังจ้องมองมาด้วยสายตาที่เหมือนตัดพ้อนิดๆราวกับจะยั่วยวนยังชายหนุ่มคันหัวใจให้อยากเกา...คุณนักรักที่โชคดีไม่มีหัวใจให้คันจึงได้แต่ฝืนยิ้มแล้วส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“เรื่องของคุณผมรู้แล้วครับ”

“แล้วไม่อยากรู้อะไรเพิ่มอีกหรือ”

คุณนักร้องที่ตาเป็นประกายถึงกับยืนยังหน้าและหน้าอกปลอมเข้ามาใกล้ๆชายหนุ่มด้วยความหวัง...คุณนักรักจึงรีบส่งเสียงตอบออกไปทันทีว่า

“ไม่ล่ะครับ...”

เขายังกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...พอแล้วล่ะครับ”

“เชอะ...ผู้ชายไร้หัวใจ”

คุณนักร้องยังคงใช้ยังคำต่อว่าที่ต่อว่าชายหนุ่มอยู่เป็นประจำด่าออกมาเช่นทุกครั้งพร้อมทั้งสะบัดหน้าไปอีก
ทางทำเป็นไม่สนใจยังชายหนุ่มอีก...

แต่กลับพลางไม่ยอมที่จะไปไหนเหมือนกับยังคงอยากจะอยู่ต่ออีกหน่อย...

“การที่ฉันไปยังโลกที่ฝั่งโน้นไม่ได้น่ะ...”

คุณหัวขาดที่มีแต่หัวอยู่ถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...เพราะตอนที่จะผ่านเข้าไปน่ะจะเอาลืมเอาหัวไป-เขาก็เลยไม่ให้เขาไป...”

หยุดเล็กน้อยแล้วจึงกล่าวออกมาอีกว่า

“...แต่พอกลับมาเอาหัวที่ลืมไว้ก็ขี้เกียจจะไปแล้วเลยมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ยังไงล่ะ”

“งั้นหรือครับ”

คุณนักรักได้แต่ส่งเสียงตอบรับกลับไป เพราะไม่คิดว่า”เหตุผลของคุณหัวขาด”มันจะง่ายดายถึงเพียงนี้เองหรือจึงกวาดสายตาจ้ององไปยังคุณขี้เล่นเพียงคนเดียวที่ยังไม่รู้ถึงเหตุผลที่ชัดเจน...

แต่เขาก็พอที่จะเดาๆได้อยู่แล้ว...

“แล้วนายไม่อยากรู้ถึงสาเหตุของฉันบางหรือไง”

คุณขี้เล่นถามออกมาทั้งรอยยิ้ม...คุณนักรักจึงส่ายหน้าพลางกล่าวออกไปว่า

“ไม่ล่ะครับ...ผมพอที่เดาๆได้ล่ะครับ”

“ฉันว่านายไม่มีทางเดาถูกหรอก...”

คุณขี้เล่นท้าออกมาทั้งยังกล่าวออกมาอีกว่า

“...แต่ถ้านายบังเอิญเดาถูก-ฉันจะบอกยังเรื่องเกี่ยวกับคุณนักฝันที่ฉันรู้ทั้งหมดให้กับนายรู้เอง”

“จริงหรือครับ”

คุณนักรักที่ได้ยินถึงกับตาเป็นประกายทันที เพราะโอกาศเช่นนี้กลับมีไม่บ่อยนักที่จะมีใครยอมเล่าเรื่องของคุณนักฝันให้เขาฟัง

“จริงสิ...”

คุณขี้เล่นยังกล่าวต่อมาอีกว่า

“...เห็นอย่างนี้ฉันก็ไม่ใช่คนที่ชอบโกหกน่ะ”

“ก็ได้ครับ...”

คุณนักรักที่ยิ้มรับถึงกับกวาดสายตาจ้องมองไปยังคุณนักร้องพลางกล่าวออกมายังเหตุผลแรกที่เขาคิดออกทันทีว่า

“...ผมว่าที่คุณผ่านไปอีกฝั่งไม่ได้ก็เหตุผลเดียวกับคุณนักร้องแหละครับ”

“ใจร้าย”

คุณนักร้องที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างน้อยใจพลางแกล้งบีบน้ำตาไหลพอเป็นพิธีเท่านั้น...คุณขี้เล่นที่หัวเราะและยิ้มออกมาอย่างชอบใจกลับส่ายหน้าออกมาอย่างชอบใจพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ไม่ใช่...ไม่ใช่”

“งั้น...”

คุณนักรักที่คล้ายยังไม่ยอมแพ้ถึงกับกวาดสายตาจ้องมองไปยังใบหน้าที่รูปร่างที่มองไม่ออกว่า”เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง”ของคุณขี้เล่นแล้วจึงส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...หรือว่าคุณมีสองเพศครับ”

เพราะคล้ายๆกับสมัยที่เขายังมีชีวิตอยู่ก็เคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับคนที่มีทั้งเพศชายและเพศหญิงในเวลาเดียวกันจากการแบ่งเซลล์ที่ผิดปกติอยู่บ้าง...

ซึ่งจากลักษณะและท่าทางของคุณขี้เล่นก็น่าจะเป็นเช่นนั้น...

“นายนี่มันไร้หัวใจจริงๆด้วยสิ...”

คุณขี้เล่นส่งเสียงด่าออกมาด้วยรอยยิ้มอีกครั้งหนึ่งและนี่ก็เป็นอีกคนที่ด่ายังชายหนุ่มเช่นนี้...

...คนไร้หัวใจ

แต่คุณขี้เล่นที่คล้ายกับไม่โกรธอะไรยังส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ยังไม่ถูก...”

พลางสบสายตายิ้มให้กับชายหนุ่มแล้วจึงส่งเสียงกล่าวออกมาอีกด้วยน้ำเสียงที่ไม่รู้ว่าชายว่าหญิงนี้ว่า

“...ฉันให้โอกาสนายทายอีกครั้งหนึ่งก็แล้วกัน-ถ้าไม่ถูกก็เป็นอันจบกัน”

“เออ...”

คุณนักรักที่ได้ยินถึงกับได้แต่ส่งเสียงร้องออกมาเล็กน้อย เพราะอีกฝ่ายเป็นชายหรือเป็นหญิงแล้วเขายังไม่รู้เลย-แล้วจะทายยังเหตุผลที่อีกฝ่ายไม่สามารถฝ่ายไปยังโลกอีกฝ่ายได้อย่างไรกัน...

เพราะจากที่พิจารณาดูอีกฝ่ายก็ไม่มีอะไรที่บ่นชี้เหมือนกับคุณนักวาดให้เห็นเลยหรือจะเหมือนกับคุณนักเที่ยวที่รับบริจาคอวัยวะกัน...

แต่ถ้าจะให้เขาจับอีกฝ่ายถอดเสื้อผ้าเพื่อหาสาเหตุก็ไม่ได้ด้วยสิ...

หลังที่ต้องเสียเวลาขบคิดอยู่สักพักคุณนักรักที่ได้แต่ส่ายหัวอย่างอับจนปัญญาจึงกล่าวออกไปว่า

“ผมยอมแพ้ล่ะครับ...”

เขายังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ผมไม่รู้จริงๆถ้าจะให้เดาล่ะก้อคงเป็นคุณไม่อยากที่จะไปเองมากกว่า”

“โอ้...”

คุณขี้เล่นที่ส่งเสียงร้องออกมาอย่างดีใจยิ้มออกมาพลางส่งเสียงกล่าวออกมาทันทีว่า

“...ถูกเสียด้วยสิ”

“หา...”

ท่ามกลางสายตาของชายหนุ่มที่จ้องมองไปยังอีกฝ่ายด้วยความตกใจอยู่นั้น...คุณขี้เล่นจึงฉลยออกมาทันทีว่า

“ฉันแตกต่างไปจากทุกคนที่อยู่ที่นี่ที่ไม่สามารถไปยังโลกฝั่งโน้นได้...”

หยุดเล็กน้อยแล้วจึงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

“...การที่ฉันไม่ไปยังโลกฝั่งโน้นเป็น เพราะฉันไม่ต้องการที่จะได้เองไงล่ะ”

“จริงหรือครับ”

คุณนักรักได้แต่ส่งเสียงร้องถามออกไปอย่างกับไม่เชื่อยังสิ่งที่ได้ยินว่า”มีคนตายที่ไม่ยินยอมไปยังโลกฝั่งโน้นด้วยหรือ”...คุณหัวขาดที่กลิ้งอยู่กับพื้นจึงยิ้มแล้วกล่าวออกมาว่า

“จริงสิ...”

เขายังกล่าวออกมาอีกว่า

“...ทุกวันนี้คุณขี้เล่นยังต้องคอยหลบยังเจ้าหน้าที่ที่คอยมาจับตัวอยู่เลย-เพื่อที่จะบังคับให้ไปยังโลกฝั่งโน้นยังไงล่ะ”

“ทำไมล่ะครับ”

คุณนักรักส่งเสียงถามออกไปด้วยความสงสัยพลางจ้องมองไปยังอีกฝ่ายทั้งๆที่มีโอกาสไปยังโลกฝั่งโน้นได้แท้ๆ-ผิดกับเขาและทุกๆคนที่อยู่ที่นี่ก็ตาม...

“...”

คุณขี้เล่นที่ยิ้มออกมายังกล่าวออกมาอีกว่า

“...แล้วทำไมนายถึงอยากไปยังโลกฝั่งโน้นล่ะ-ทั้งๆที่ไม่รู้ว่ามันไม่อะไรรอเราอยู่...”

พลางจ้องมองมายังคุณนักรักแล้วกล่าวออกมาอีกว่า

“...นายว่ามันไม่แปลกหรือ”

“...”

เมื่อเห็นยังคุณนักรักนิ่งเงียบแล้วคุณขี้เล่นจึงส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“มันก็เหมือนกับความตายนั่นแหละ ถึงเราจะรู้ว่าต้องตายแต่ก็ไม่อยากที่จะตายเพราะไม่รู้ว่าหลังจากตายแล้วเราไปไหนจึงพยายามที่จะมีชีวิตอยู่ยังไงล่ะ...”

คุณขี้เล่นที่ยิ้มยังกล่าวออกมาอีกว่า

“...การผ่านไปยังโลกฝั่งนั้นสำหรับฉันแล้วมันก็เหมือนกับการตายครั้งที่สองนั่นแหละ เพราะไม่รู้ว่ามีอะไรรอเราอยู่-ไม่รู้ว่าจะเป็นสวรรค์หรือนรกกัน”

“เออ...”

คุณนักรักที่พยักหน้ารับพลางขบคิดในใจว่า”นี่อยากจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งของคุณนักฝันก็ได้”-เธออยากไม่ต้องการที่จะได้ยังโลกฝั่งโน้นก็เป็นได้...ได้แต่ฟังยังคุณขี้เล่นกล่าวต่อไปว่า

“แล้วจะไปยังโลกฝั่งโน้นทำไมกันในเมื่อโลกฝั่งนี้ยังมีเรื่องราวมากมาย-ยังมีสิ่งสวยงามมากมายรอคอยเราอยู่”

“ฉันไม่เสียใจหรอกน่ะที่ไม่สามารถไปยังโลกฝั่งโน้นได้...”

คุณนักเที่ยวยังกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

“...เพราะโลกนี้ยังมีที่เที่ยวให้ฉันอย่างไม่หมดสิ้น”

“อืมม์...”

คุณนักรักที่ยิ้มออกมาอย่างเข้าใจแล้วราวกับฉุกใจคิดอะไรได้ถึงกับหันไปมองยังคุณขี้เล่นแล้วกล่าวออกไปว่า

“...งั้นผมก็ทายถูกแล้วสิครับ”

“ใช่แล้ว...”

คุณขี้เล่นที่ยิ้มออกมาอย่างขี้แล่นยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...เรื่องของคุณนักฝันที่ฉันรู้คือ...”

ท่ามกลางสายตาที่เต็มเปี่ยมด้วยความหวังของคุณนักรักที่จ้องมองไป-คุณขี้เล่นยังส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...ฉันไม่รู้อะไรเลย”

“หา...”

คุณนักรักที่ส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจยังกล่าวออกมาอีกว่า

“...นี่คุณแกล้งผมหรือครับ”

”ก็นายมันน่าแกล้งนี่”

คำตอบอย่างอารมณ์ดีพร้อมรอยยิ้มของคุณขี้เล่นถึงกับทำเอาชายหนุ่มโกรธไม่ออกจริงๆได้แต่ส่งเสียงถอนหายใจออกมาอย่างเซ้งๆเท่านั้น

“เฮ้ย...”

“ถามอยากรู้จริงๆล่ะก้อ...”

คุณนักเที่ยวที่กวาดสายตาจ้องมองออกไปยังด้านข้างของทุกคนแล้วจึงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...ไปถามกับเธอเองไม่ดีกว่าหรือ”

“เธอ...”

คุณนักรักที่ส่งเสียงร้องออกไปได้แต่นักพร้อมทั้งกวาดสายตามองขึ้นไปยังหน้าต่างชั้นสองเห็นยังร่างของคุณนักฝันที่ลอยออกไปจากนอกอาณาบริเวณบ้านราวกับกำลังจะไปไหนจึงรีบก้าวเดินหลังของเธอไปอย่างรวดเร็วทันทีทิ้งท้ายไว้เพียงเสียงของคุณนักร้องที่ว่า

“ช่างเป็นผู้ชายที่ไร้หัวใจจริงๆเลย”

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 03 ม.ค.57 เวลา 00:24:14 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ