YAmiMaRU
Member

นัยยะในภาพยนตร์เรื่องWarm Bodies ซอมบี้ที่รักPart1 * Spoiler เนื้อหาอย่างแรง!*

นัยยะในภาพยนตร์เรื่อง Warm Bodies ซอมบี้ที่รัก Part 1 เมื่อมนุษย์เริ่มกลายเป็นซอมบี้ในโลกความเป็นจริง * Spoiler เนื้อหาอย่างแรง!*

# บทความนี้ค่อนข้างยาวถึงยาวมาก จึงต้องแบ่งเป็นหลายPart ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ #

เกริ่นนำ
      
Warm Bodies ซอมบี้ที่รัก หนังรักแนวแปลกประจำต้นปี 2556 ว่าด้วยเรื่องราวของซอมบี้ ที่คราวนี้มาเปลี่ยนมุมมองจากมนุษย์เป็นซอมบี้พระเอกของเรื่องกันบ้าง กับ อาร์ ซอมบี้หนุ่มที่ต้องการทำอะไรมากกว่าการเดินอย่างเรื่อยเปื่อย และกินมนุษย์เป็นอาหาร เขาต้องการมีปฎิ-สัมพันธ์กับซอมบี้คนอื่นๆ แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงเพราะทั้งเขาและคนอื่นๆก็ตายกันไปหมดแล้ว จนกระทั่งได้พบกับ จูลี่นางเอกของเรื่อง ซึ่งกลายเป็นรักแรกพบที่รุนแรงขนาดทำให้เขาอยากกลับไปเป็นคนอีกครั้ง
      
มาถึงตรงนี้บางท่านอาจสงสัยว่ามันเกี่ยวกับหัวข้อที่ผมตั้งไว้ตรงไหน สารภาพว่าตอนแรกก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้หรอก คิดว่าแค่ไปดูเพราะถูกใจตัวอย่างหนังกับเนื้อหาคร่าวๆที่ได้เห็นตอนแรกอย่างแรงแบบไม่มีเหตุผล แต่หลังจากที่ไปดูมา กลับรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มีนัยยะแอบแฝงไว้หลายอย่างมากจริงๆ จนอดไม่ได้ที่จะเขียนระบายออกมาให้คนอื่น ( รวมถึงตัวเอง ) ได้อ่านกัน

Part 1 ซอมบี้ – เมื่อมนุษย์ห่างเหินและทำร้ายซึ่งกันและกัน
      
อ่านหัวข้ออาจจะงงว่ามันเหมือนกันตรงไหน เริ่มจากซอมบี้ในหนังก่อนเลยละกัน ซอมบี้ในเรื่อง จากการบอกเล่าของอาร์ คือมนุษย์ที่ติดเชื้อบางอย่างจนกลายเป็นซอมบี้โดยไม่รู้ว่ามาจากสาเหตุอะไร เพราะเจ้าตัวจำไม่ได้แล้ว อาการก็เหมือนอย่างที่เราๆรู้กัน คือ ไม่มีความรู้สึก ไม่มีความทรงจำตอนยังมีชีวิตอยู่ พูดไม่ได้ หรือได้บ้างแต่น้อยมาก ตายังมองเห็น หูยังได้ยิน จมูกยังได้กลิ่น ไม่รับรู้ความรู้สึกร้อนหนาว ไม่เจ็บไม่ปวด และกินมนุษย์เป็นอาหาร ซึ่งพระเอกของเราก็เป็นเหมือนๆกัน แต่ต่างกันตรงที่เขาอยากจะทำอะไรได้มากกว่านั้น ทั้งพยายามสื่อสารกับซอมบี้คนอื่น ชอบเก็บของต่างๆ มาไว้บนเครื่องบินที่เจ้าตัวเรียกว่า “ บ้าน “ ชอบฟังเพลงจากแผ่นเสียงมากกว่าเครื่องเล่น mp3 เพราะฟังแล้วไพเราะกว่า และคิดมากกว่าที่ซอมบี้จะคิดกัน
      
ตอนดูครั้งแรกคิดในใจว่า “ เฮ้ย! ซอมบี้แน่เหรอวะ? “ เพราะพี่แกเหมือนคนมากกว่าซอมบี้เยอะเลยหล่ะ ( หรือไม่จริง? ) ซึ่งพอลองมาคิดหาเหตุผลแล้วก็พบว่ามันมีสาเหตุนะ เพราะอาร์ไม่ได้อยากเป็นซอมบี้ตั้งแต่แรก แต่ถูกทำให้เป็น ส่วนหนึ่งในตัวเขาคงอยากกลับเป็นมนุษย์เหมือนเก่า จึงพยายามทำหลายๆอย่างที่มนุษย์ทำแต่ดูจะไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่ จนได้เจอนางเอกเนี่ยแหละถึงเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด

# (ในช่วงแรกของหนัง จะมีตอนที่อาร์จินตนาการถึงสภาพสนามบินในอดีตที่มีผู้คนมากมายอยู่ด้วยกัน พูดคุยกัน ทำสิ่งต่างๆด้วยกัน ซึ่งผิดกับปัจจุบันที่มีแต่ซอมบี้เดินไปมาอย่างไร้จุดหมายเหมือนรออะไรบางอย่างอยู่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร รวมทั้งตัวอาร์เองด้วย ) #
      
เมือเปรียบกับคนเราในปัจจุบัน ผมกลับรู้สึกว่าเรากำลังเปลี่ยนไปในทิศทางตรงกันข้าม คือเริ่มกลายเป็นซอมบี้กัน ทำไมถึงคิดแบบนั้น? เอาง่ายๆเลย ในบ้านเราเองเนี่ยแหละ ทุกวันนี้เราคุยกับคนในบ้านมากหรือน้อยกว่าคนอื่นๆนอกบ้านกันหล่ะ? เกินครึ่งคงปฎิเสธไม่ได้ว่านอกบ้านมากกว่า ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม ทั้งหน้าที่การงานเอย ธุระต่างๆเอย หรือที่หนักสุดเพราะไม่รู้จะคุยกับคนในบ้านเรื่องอะไร ละคร? บางคนก็ทำงานดึกไม่ได้ดูละคร พอกลับถึงบ้านคนอื่นก็นอนกันหมดแล้ว หรือแค่ทำงานไม่เหมือนกัน ก็ไม่มีเรื่องจะคุยกันแล้ว ฯลฯ ซึ่งพอเอาสาเหตุทั้งหมดมารวมกันก็สรุปได้ว่า การดิ้นรนทำมาหากินเพื่อหาเงินมาเลี้ยงชีวิต มาสนองความต้องการของตัวเอง ( โดยเฉพาะคนในเมืองหลวง ) เนี่ยแหละ เป็นต้นเหตุสำคัญของความห่างเหินกันของคนในปัจจุบัน
      
บางคนอาจเถียงว่า เฮ้ย! ไม่จริงหรอก ผมยังคุยกับเพื่อนๆกันออกบ่อย ทางเฟสบุ๊คบ้างล่ะ โทรศัพท์มือถือบ้างล่ะ หรือโทรหาคนที่บ้านว่าอยากได้อะไรมั๊ย?จะได้ซื้อไปฝาก อันนี้ไม่เถียง แต่ถามหน่อยเถอะ นอกจากคุยกันผ่านอุปกรณ์สื่อสารแล้วได้ทำอย่างอื่นร่วมกันบ้างไหม? ไม่ว่าจะไปเที่ยวด้วยกัน ไปซื้อของด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน จับมือกัน กอดกัน สัมผัสซึ่งกันและกันโดยไม่ผ่านสื่อใดๆ อย่าว่าแต่คนในครอบครัวกับเพื่อนฝูงเลย ในที่ทำงานเองนอกจากเรื่องงานแล้ว บางทีก็ไม่คุยเรื่องอื่นกันเลยก็มี เพราะคิดกันว่าเรื่องส่วนตัว พูดให้คนอื่นรู้มากมันไม่ดี
      
มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ต้องอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม หรืออย่างน้อยก็ต้องมีคู่อยู่ด้วยกัน แต่เดี๋ยวนี้เริ่มไม่เป็นแบบนั้นแล้ว บางคนไม่มีคู่ ไม่แต่งงาน ชอบอยู่คนเดียว เห็นบ้านเป็นแค่ที่ซุกหัวนอน ไม่มีความหมายใดๆ คนอื่นนอกจากตัวเองคือคนแปลกหน้า ไว้ใจไม่ได้ จึงไม่พูดคุยกัน ไม่สร้างความสัมพันธ์ต่อกัน ไม่รู้สึกรู้สาความทุกข์ร้อนของคนอื่นนอกจากตัวเอง และบางครั้ง ( ซึ่งเดี๋ยวนี้เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ) เพื่อที่จะมีชีวิตรอด หรือเพื่อสนองความอยากของตัวเองก็พร้อมทำร้ายซึ่งกันและกันอย่างไม่ปราณี ต่อให้เป็นเพื่อนร่วมงาน เพื่อนสนิท แย่สุดก็คนในครอบครัวเดียวกันเอง หนักเข้าอาจถึงขั้นมองว่าเป็นเรื่องปกติของสังคมมนุษย์สมัยนี้ไปแล้วก็มี
      
ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ผมมองว่าเหมือนซอมบี้ในหนังเป๊ะๆเลย ทั้งอยู่ตัวคนเดียว ใช้ชีวิตไปเรื่อยเปื่อย เดิน ( ทำงาน? ) ไปวันๆ ไม่พูดคุยกัน ไม่สร้างความสัมพันธ์กับคนอื่น เวลาหิวก็กินได้แม้กระทั่งมนุษย์ที่ตัวเองเคยเป็นเหมือนๆกัน กินไม่หมดก็กลายเป็นซอมบี้เหมือนกันอีก ถ้าไม่อยากให้เป็นก็ต้องกินสมอง หรือก็คือต้องกินกันให้ตายไปข้างนึง เหมือนคนสมัยนี้ เวลาถูกเขาทำไม่ดี ก็พร้อมทำไม่ดีตอบกลับไป อาจถึงขั้นฆ่ากันให้ตายไปเลย และลามปามไปถึงคนอื่นเพราะมองว่าใครๆเขาก็ทำกัน เหมือนการแพร่เชื้อโรคเปลี่ยนคนเป็นซอมบี้ไม่มีผิด! แถมยังเลวร้ายกว่าอีกเพราะเราตั้งใจจะทำเอง พร้อมเหตุผลเข้าข้างตัวเองต่างๆนาๆ ไม่เหมือนในหนังที่ต้องกลายเป็นซอมบี้เพราะถูกเปลี่ยนโดยไม่ตั้งใจ ไม่ทันตั้งตัว และไม่อยากจะเป็น อยากจะกลับไปเป็นมนษย์ด้วยตัวเองก็ทำไม่ได้เพราะไม่รู้วิธี แล้วจะไม่ให้ผมมองมนุษย์สมัยนี้ว่าเหมือนซอมบี้ได้อย่างไร?

พรุ่งนี้ต่อ Part 2 โบนนี่ เมื่อมนุษย์ฉีกทึ้งความเป็นคนออกจากตัวเองไปจนหมด

ปล. แสดงความคิดเห็นกันได้เต็มที่ครับ



Edit by YAmiMaRU - 27 ก.พ.56 เวลา 01:43:46 น.

Edit by YAmiMaRU - 27 ก.พ.56 เวลา 01:44:39 น.

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 27 ก.พ.56 เวลา 01:39:04 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 3 จากทั้งหมด 3 Reply

Agleam Aloft
เด็กเก็บกด

ที่จริงฉากที่พระเอกจินตนาการถึงสนามบินก่อนโรคระบาด ทุก shot ช่วงนั้นกล้องจับให้เห็นว่า แต่ละคนล้วนเดินจ้องโทรศัพท์ ไม่ยอมคุยกันเลย ผมตีความได้ 2 ทาง
- ประชดประชันเอาฮา ว่าบ่นว่าอยากคุยกันได้เหมือนเมื่อก่อนทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนก็ไม่ได้คุยกันอยู่แล้ว
- คิดว่าสมัยก่อนคนสื่อสารผ่านทางตัวหนังสือ ก็ยังดีกว่าสมัยซอมบี้ที่คุยกันไม่รู้เรื่องเลย

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 27 ก.พ.56 เวลา 10:40:20 น.

Ueki
Otaku Rookie

เห็นด้วยอย่างแรงจริงๆครับสมัยนี้คนคุยกันและทำอะไรร่วมกันน้อยลงจริงๆชอบต่างคนต่างอยู่เอาตัวเองเป็นที่ตั้งเห็นแก่ตัวกันบ่อยขึ้นถ้าเป็นกันแบบนี้ผมว่าเป็นซอมบี้กันไปเลยดีกว่า 555

ความคิดเห็นที่ 2 ตอบเมื่อ 27 ก.พ.56 เวลา 14:51:45 น.

EL
วัตถุลึกลับในห้องวิทย์ฯ

ลงชื่ออ่านครับ smile

ความคิดเห็นที่ 3 ตอบเมื่อ 01 เม.ย.56 เวลา 10:33:17 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 3 จากทั้งหมด 3 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ