Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

BIRD-DOG / ค้นหาแดนฝันสุดขอบฟ้า ภาค 5 ตอนที่ 19 บทลิขิตแห่งสายธาร

ขอบคุณครับที่ติดตาม

ตอนที่ 19 บทลิขิตแห่งสายธาร

“ซ่า...า”

ฝนตก...รุนแรง...

“ครืน...น”

คลื่นน้ำ...ปั่นปวน...

พายุ...กำลังพัด...

เป็นเพลิงพายุแห่งความริษยา...

“วาว...ว”

ท่ามกลางประกายสีฟ้าของสายธารที่สาดส่องแสงเปล่งประกายออกมาจากร่างของอาคีลัสที่เบื้องหน้าทำเอาสายตาของทุกคนต้องรู้สึกได้ถึงความโปร่งใส่ที่แสงสามารถลอดผ่านออกไปได้ก่อนที่ร่างของรองแม่ทัพแห่งสายธารสายที่ทิ้งยังปลายเท้าลง ณ เบื้องหน้าของทุกคนในยามนี้-รองแม่ทัพสาวแห่งสายธารที่กวาดสายตาจ้องมองมาแทบจะมิได้แตกต่างจากเดิมมานัก...

เพียงแต่เส้นผมกลายเป็นสีน้ำเงินฟ้าราวกับสายธาร...

ดวงตาก็เปล่งประกายออกมาราวกับสายธารได้บ่งบอกถึงความเป็นตัวตนที่จางหายไปดั่งเช่นเหมือนกับเมื่อครั้งที่สู้กับซีเบร็น...

“ผู้ที่ต่อต้านท่านไนล์จะต้องตาย”

เป็นเพียงแค่คำกล่าวสั้นๆแต่ร่างของอาคีลัสก็พุ่งทะยานเข้ามาหายังอารีธูซ่าด้วยความรวดเร็วดั่งสายน้ำแทงยังคมดาบที่แหลมคมออกมาอย่างไม่นับถ้วนประหนึ่งเม็ดฝนโหมกระหน่ำลงมาจากทั่วพื้นนภา…

“เฟียว...เฟียว...เฟียว...เฟียว...เฟียว...”

“เฟียว...”

อารีธูซ่าที่เลิกคิ้วถึงกับพุ่งหลบยังปลายดาบมากมายที่พุ่งเข้ามาถึงกับตวัดยังดาบฟันใส่ยังร่างของอาคีลัสที่เบื้องหน้าทันที...

“ครืน...น”

คมดาบผ่านยังร่างของอาคีลัสออกไปราวกับสายน้ำทำเอาอารีธูซ่าที่เห็นถึงต้องส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจ

“บ้าน่า...”

แต่ประกายตาสีน้ำเงินเข้มที่เรียวสวยของเธอซึ่งเห็นยังคมดาบมากมายต่างพุ่งข้ามาอย่างไม่หยุดยั้งราวกับจะจัดการเธอ-สิ่งเดียวที่อารีธูซ่าสามารถทำได้ในยามนี้คือต้องรีบก้าวถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว

“เฟียว...”

“โอ๊ย...”

อารีธูซ่าที่จ้องมองไปยังเบื้องหน้าถึงกับต้องหลับตาซ้ายลงไปอย่างไม่รู้ตัว-เมื่อคมดาบที่แหลมคมและยืดยาวออกมาอย่างไร้สิ้นสุดสายหนึ่งของอาคีลัสกลับแทงเฉียดยังหัวไหล่ซ้ายออกไปจากปรากฏบาดแผลขึ้นมาให้หยาดเลือดต้องรินไหล...

“...เฟียว...เฟียว...เฟียว...เฟียว...”

แค่คมดาบที่มากมายราวสายพิรุธยังไม่หยุดยั้งยังกระหนำใส่ร่างของอารีธูซ่าราวกับตกอยู่ท่ามกลางพายุร้ายจนแม้แต่เธอทีก้าวถอยหลังออกไปอีก 6 ถึง 7 เมตรก็ยังต้องโดนปลายดาบที่แหลมคมอีก 4 สายดังสายฝนที่เปียกปอนยังน่องซ้าย ต้นแขนซ้าย ลำแขนซ้ายและแข้งจนหยาดโลหิตกระเซ้นรินไหลจนต้องทรุดลงไปนั่งคุกเข่ากับดาดฟ้าของซิลเวอร์แอร์โร่อย่างไม่ยินยอม...

“...”

อารีธูซ่าที่นิ่งเงียบได้แต่จ้องมองไปยังปลายดาบที่แหลมคมของอาคีลัสที่กำลังจะพุ่งเข้ามายังเป้าหมายต่อไปคือหัวใจของเธอ...

ถ้าพุ่งเข้ามาน่ะ...

“หือ...”

เพราะแทนที่อาคีลัสจะโจมตีเข้าใส่เพื่อเผด็จศึกยังอารีธูซ่ากลับหยุดชะงักลงไปเล็กน้อยด้วยใบหน้าที่เหมือนกับจะขัดแย้งว่า”ไม่พอใจต้องชัยชนะนี้”ราวกับสติกลับคืนมาชั่วครู่-แต่เพียงพริบตาเดียวที่สายธารริมไหลผ่านร่างราวกับเสียงกระซิบที่ชั่วร้ายของภูติแห่งวารี...

“ซ่า...”

อาคีลัสที่คล้ายกับรับรู้ถึงศัตรูและเป้าหมายที่แท้จริงถึงกับรีบหันร่างแทงยังปลายดาบที่แหลมคมและรวดเร็วเข้าไปหายังร่างของโซฟีเน่ทันที

“เฟียว...”

“โซฟีเน่ระวัง...”

โซฟานถึงกับส่งเสียงร้องตะโกนออกมาอย่างดังลั่นพร้อมทั้งพุ่งร่างเข้าไปทันที เพราะทั้งเธอและใครๆต่างคาดไม่ถึงว่า”อารีธูซ่าที่ชนะในรอบแรกจะพ่ายแพ้อย่างง่ายดายถึงเพียงนี้”-ได้แต่จ้องมองไปยังปลายดาบสีฟ้าครามแทงตรงไปยังหัวใจของโซฟีเน่อย่างไม่สามารถจะช่วยเหลือได้ทัน...

“...”

อาร์เชอะที่จ้องมองเห็นยังทุกสิ่งภายใต้ประกายตาสีเขียวมรกตที่เรียวสวยซึ้งถึงกับยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวานจ้องมองยังปลายดาบที่พุ่งเข้าไปยังหัวใจของน้องสาวสุดที่รักของเธออย่างไม่เดือดร้อนอะไร...

...

เพราะในพริบตาก่อนที่คมดาบจะสัมผัสยังร่างและแทงเข้าไปในหัวใจของโซฟีเน่กลับต้องหยุดชะงักลงไปพร้อมทั้งร่างของอาคีลัสที่คล้ายกับโดนยังสายลมสีเขียวมรกตที่โชยพัดอยู่...

มาเรียเบ็ลปกป้องโซฟีเน่ไว้อีกครั้งหนึ่งด้วยสายลมของเจ้าหญิงแห่งสายลมแดนเหนือ...

“...ตายซะเถอะ”

คมดาบสีฟ้าสกายบูลของโซฟานที่พุ่งตามติดฟันใส่ร่างของอาคีลัสอย่างรวดเร็วและรุนแรงในพริบตาเดียวด้วยความโกรธทันที

“เปรี้ยง...”

ร่างของอาคีลัสถึงกับกระเด็นออกไปชนยังกาบเรือซิลเวอร์แอร์โร่ทันที...โซฟานที่ไม่มีเวลามาสนใจจะไล่ตามยังอาคีลัสกลับหันไปร้องถามยังโซฟีเน่ว่า

“เป็นอะไรหรือเปล่า”

“ไม่ค่ะ...”

โซฟีเน่ที่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวานพลางส่งเสียงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

“...มาเรียเบ็ลปกป้องหนูอยู่ค่ะ-อาจารย์”

“มาเรียเบ็ล...”

โซฟานที่ส่งเสียงเรียกยังชื่อของเจ้าหญิงแห่งสายลมแดนเหนือที่กำลังหลับใหลอยู่-แต่คอยพิทักษ์ยังแม่ลูกศิษย์และน้องสาวที่น่ารักของเธอถึงกับต้องยิ้มออกมาอย่างขบขันเล็กน้อย เพราะเมื่อมีมาเรียเบ็ลปกป้องยังโซฟีเน่อยู่จึงไม่มีใครบนโลกนี้ทำร้ายเธอได้เหรอก-แม้แต่เหล่าเทวะราชันย์ก็ตาม...

มิน่าล่ะ...อาร์เชอะจึงไม่ทุกข์ไม่ร้อนใจอะไรเลย

...เท่ากับเธอบ้าหรือโง่ไปเอง

“ครืน...”

แต่อาคีลัสที่ลุกขึ้นมาอย่างง่ายดายหลังจากโดนยังโซฟานราวกับไร้ยังความรู้สึกเจ็บปวดใดๆ เพราะร่างของเธอในยามนี้ก็รับพลังจากเทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรเช่นเดียวกัน...โซฟานที่ไม่สนใจถึงกับรีบหันร่างกลับไปมองยังด้านหลังอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งจ้องมองไปด้วยสายตาที่ไม่พอใจ เพราะเธอและทุกคนรู้แล้วว่า”เป้าหมายของอาคีลัสคือใคร”...

...โ.ซฟีเน่

“เชอะ...”

แต่อาธีน่าที่ไม่สบอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง-ยิ่งกว่าใครๆที่อาคีลัสกลับบังอาจเล่นงานยังโซฟีเน่ถึงกับเค้นเสียงพลางจ้องมองไปยังรองแม่ทัพแห่งสายธารที่เบื้องหน้าแล้วจึงกล่าวออกมาว่า

“...อาจารย์ไม่ต้องค่ะ-ฉันจัดการ...”

“เธอก็ไม่ต้อง...”

อานิต้าที่ส่งเสียงกล่าวออกมาอีกคนขว้างยังเบื้องหน้าของอาธีน่าและโซฟานไว้ทั้งยังส่งเสียงบอกออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...ฉันจัดการเอง”

เพราะโซฟีเน่นอกจากเป็นยังร่างสถิตของเจ้าหญิงแห่งสายลมแดนเหนือที่กำลังหลับใหลอยู่แล้วยังเป็นเพื่อนรักของเธอด้วยและด้วยพลังและความสามารถของเธอน่าจะเหมาะสมกับจัดการกับอีกฝ่ายมากที่สุด...

“เฟียว...”

แต่ยามเมื่ออคีลัสพุ่งเข้ามาอีกครั้งเพื่อจัดการยังโซฟีเน่กลับมียังสายลมสีเขียวที่โชยพัดผ่านยังร่างของทั้ง 4 ที่กำลังตกลงกันไม่ได้ออกไปรับดาบของอาคีลัสอย่างรวดเร็วทันที

“เปรี้ยง...”

ผู้ที่ตวัดดาบสีเขียวมรกตออกไปรับยังดาบของอาคีลัสแล้วตวัดยังร่างของอีกฝ่ายต้องกระเด็นออกไปกลับเป็นเรย์ร่าที่ในยามนี้กลับยืนขว้างอยู่เบื้องหน้าของทุกคนด้วยใบหน้าที่นิ่งเงียบราวกับไร้ยังความรู้สึกใดๆอีก...อานิต้าที่เห็นถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความไม่พอใจว่า

“เดี๋ยวก่อนสิ-เรย์ร่า...”

เธอกล่าวออกมาได้แค่นั้นก็ต้องหยุดชะงักลงไปเมื่อเห็นยังสายตาของเรย์ร่าที่หันมามองอย่างเย็นชายิ่ง...จนอาธีน่าที่อยู่ด้านข้างถึงกับต้องร้องถามออกไปว่า

“เป็นอะไรไปหรือ-อานิต้า”

เพราะการที่อีกฝ่ายอยู่ๆแม่จอมก่อเรื่องอีกคนบนซิลเวอร์แอร์โร่นิ่งเงียบลงไป-มัยน่าจะต้องมีอะไรอย่างแน่นอนเลย...แต่เสียงที่เฉื่อยชาของซิลเวอร์ที่กำลังยืนอยู่ด้านหลังของทุกคนกำลังกล่าวออกมาว่า

“เรย์ร่าในยามนี้กำลังโกรธอยู่”

“จริงหรือ”

อาธีน่าที่เห็นถึงเรย์ร่าที่นิ่งเงียบไม่ได้บ้าผู้ชายเช่นทุกครั้งถึงกับต้องหันไปถามยังแม่เรนเดียสาวที่อยู่ด้านหลังทันที...อานิต้าที่มีท่าทางหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัดถึงกับรีบพยักหน้าตอบรับออกมาอย่างที่ไม่กล้าสบสายตาของเรย์ร่ากลับไปทันที

“ควับ...ควับ...”

“ให้เรย์ร่าที่กำลังโกรธออกไปสู้จะดีหรือ...”

แอร์โร่ที่สงสัยและเป็นห่วง(สาวๆสวยๆ)ถึงกับส่งเสียงถามยังซิลเวอร์ที่อยู่ด้านข้างออกไปว่า

“...อีกฝ่ายกำลังโดนพลังของเทพธิดาแห่งสายธารบงการอยู่น่ะ”

“ไม่ต้องห่วงหรอก...”

ซิลเวอร์ที่ยิ้มออกมาอย่างเฉื่อยชาอีกครั้งอย่างไม่ร้อนใจว่า

“...เพราะยังไงในแดนเหนือก็ไม่มีใครสู้เธอได้อยู่แล้ว”

“รวมถึงนายด้วยหรือ”

แอร์โร่จึงมองไปยังเพื่อนรักเห็นยังอีกฝ่ายเพียงยิ้มตอบกลับมาอย่างเฉื่อยชาเท่านั้นจึงไม่ได้กล่าวอะไรออกไปอีก...ทำเอาโซฟานที่คิดที่จะก้าวออกไปต้องเปลี่ยนใจหยุดยั้งลงไปในพริบตา เพราะต้องการดูยังฝีมือที่แท้จริงของแม่แมวป่าสาวคนนี้แทนแล้ว...

“ครืน...”

อาคีลัสที่ไม่สนใจยังพุ่งเข้ามาอีกครั้งตรงมาหายังโซฟีเน่เหมือนกับไม่เห็นเรย์ร่าอยู่ในสายตา-เธอแทงยังคมดาบมากมายตรงผ่านยังร่างของเรย์ร่าเข้ามาราวกับสายฝนที่ตกลงมาอย่างนับไม่ถ้วน...

“เฟียว...เฟียว...เฟียว...เฟียว...เฟียว...เฟียว...ว”

“ขอพลังของท่านมาเรียเบ็ลจงสถิตอยู่บนคมดาบของข้าด้วยเถอะ”

เรย์ร่าที่กล่าวออกมาพร้อมทั้งกวาดยังประกายตาสีเหลืองที่คมกริบทรงเสน่ห์แทงผ่านสายลมสีเขียวมรกตที่โชยพัดใส่ยังทุกปลายดาบสะกัดยังการโจมตีของอาคีลัสอย่างรวดเร็วแล้วแม่นยำ

“เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง...ง”

“เปรี้ยง...”

ทำเอาประกายดาบที่เรียวสวยราวกับสายลมของอาคีลัสก่อเกิดเป็นประกายน้ำแข็งขึ้นมาในพริบตาแล้วเรย์ร่าที่ไม่รอช้ารีบพุ่งร่างเข้าไปอย่างรวดเร็วแทงยังปลายดาบออกไปอีกครั้งยังช่องว่างที่สายฝนซัดสาดใส่ยังหน้าอกของรองแม่ทัพสาวอย่างแม่นยำ

“โครม...”

จนร่างของอาคีลัสถึงกับพุ่งกระเด็นลอยออกไปชนยังกาบเรือของซิลเวอร์แอร์โร่อีกครั้งอย่างง่ายดาย...อารีธูซ่าที่ยังคงทรุดนั่งจ้องมองยังร่างของอาคีลัสที่ลอยกระเด็นออกไปถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความประหลาดใจว่า

“บ้าน่า...”

เพราะไม่คิดว่า”คมดาบของเรย์ร่าจะสามารถทำร้ายยังร่างของอาคีลัสได้” เพราะในยามที่ดาบของเธอฟันใส่อาคีลัสนั้นกลับรู้สึกได้ถึงร่างของอีกฝ่ายที่สลายไปดังสายน้ำให้คมฟันสามารถฟันผ่านไปได้...

“...นี่มันอะไร”

อารีธูซ่าถึงกับจ้องมองไปยังร่างของอาคีลัสที่ลุกขึ้นมาอีกครั้งราวกับเกลียวคลื่นอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีวันมลายหายทันทีราวกับจะสังเกตยังการต่อสู้ของทั้งสองทันที...

“หึ...”

เรย์ร่าที่เค้นเสียงหัวเราะออกมาอีกครั้งทำเอาอานิต้าที่ได้ยินถึงกับต้องเสี้ยวสันหลังจนต้องทรุดลงไปนั่งกุมหัวตัวสั่นให้อาธีน่าเห็นได้อย่างชัดเจนแล้วแม่แมวป่าลิงซ์ที่ไม่รอช้าถึงกับพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วใส่ยังร่างของอาคีลัสราวกับจะเผด็จศึก-เธอแทงดาบออกไปอย่างรวดเร็วราวกับ 7 ดาวเหนือใส่ยังร่างของอาคีลัส

“เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง...”

ยังตำแหน่งหัวไหล่ซ้าย ขวา หน้าอกซ้าย ขวา กลางอก ท้องและท้องน้อยจนร่างของอาคีลัสถึงกับลอยกระเด็นออกไปอีกครั้ง-แต่ร่างของเรย์ร่าที่พุ่งตามไปราวกับเงาตามตัวถึงกับตวัดยังคมดาบฟันออกเป็นดาว 7 แฉกใส่ยังร่างของอาคีลัสอีกครั้งตัดลากไปตามขาซ้ายขึ้นไปใบหน้าตวัดลงมายังขาขวาย้อนขึ้นไปยังหัวไหล่ซ้ายวกลงมายังข้อมือขวาตัดตรงผ่านเอวมายังข้อมือซ้ายโยงกลับไปยังหัวไหล่ขวาก่อนที่จะกลับมายังจุดเริ่มต้นที่เท้าซ้ายสิ้นสุดยังดวงดาว 7 แฉกที่ก่อเกิดเป็นสายลมน้ำแข็งนี้จนร่างของอาคีลัสจึงลอยกระเด็นลงไปทันที

“โครม...”

ร่างของอาคีลัสที่ล้นลงไปราวกับหมดยังท่าสู้ต่อได้อีกจากการโจมตีนี้พร้อมทั้งเรย์ร่าที่หันหลังกลับพร้อมทั้งตวัดยังคมดาบเก็บเข้าใส่ที่ฟักข้างเอวอย่างรวดเร็ว...อารีธูซ่าที่เห็นถึงฝีมือของเรย์ร่าที่ตวัดดาบฟันยังสายลมสีเขียวมรกตอย่างรวดเร็วจนเกิดยังประกายน้ำแข็งแช่งยังร่างของอาคีลัสมิให้ลกายเป็นสายน้ำได้จนพ่ายแพ้ลงไปอย่างง่ายดายถึงกับต้องส่งเสียงร้องออกไปว่า

“เพลงดาบที่ยอดเยี่ยม”

เพราะมีแต่ดาบที่รวดเร็วเช่นนั้นจึงสามารถจัดการกับร่างของอาคีลัสที่สามารถกลายเป็นสายน้ำได้...ในขนาดที่อาธีน่าซึ่งเห็นถึงคมดาบเช่นนี้ของเรย์ร่าถึงนิ่งเงียบลงไปราวกับใบ้กินลงไปทันที เพราะฝีมือเช่นนี้-คนที่พอจะรับมือได้บนซิลเวอร์แอร์โร่นี้คงจะมีแต่โซฟานดับเซเรสเท่านั้น...

อะไรต่างๆที่เคยทำไว้กับเรย์ร่าถึงกับปรากฏขึ้นมาในหัวของแม่วิหกแดงทันทีราวกับกลัวยังอีกฝ่ายจะโกรธขึ้นมาเช่นนี้เหมือนกัน...

“...”

มีเพียงแต่โซฟานเท่านั้นที่เห็นยังดาบนี้ของเรย์ร่าถึงกับยิ้มออกมาอย่างพอใจราวกับวางแผนจะประลองกับอีกฝ่ายเมื่อไหร่ดี เพราะเธอไม่กลัวยังอีกฝ่ายจะไม่กล้าเอาจริงกับเธอหรอกตราบใดที่ยังสามารถมีซิลเวอร์เป็นเหยื่อล่ออยู่นี้...

เพราะฝีมือของเรย์ร่าที่เห็นในยามนี้ผิดกับยามที่เล่นๆกับไทกะราวกับคนละคนเลยก็ว่าได้-ดีไม่ได้น่าจะเหนือกว่ายูอันด้วยซ้ำไป...

หากไม่นับยังนักดาบอันดับหนึ่งแห่งเปลวเพลิง(แคสท์)และสายธาร(อารีธูซ่า)ที่แพ้ไปแล้วระหว่างนักดาบอันดาบหนึ่งแห่งทะเลทรายสีทอง(โซฟาน) ดินแดนสายแดนเหนือ(เรย์ร่า)และหมู่เกาะแห่งแสงสว่าง(เซเรส)ที่อยู่บนซิลเวอร์แอร์โร่น่าจะต้องมาจัดอับดับกันอย่างจริงๆจังหน่อยแล้วสิ...

“ครืน...”

แต่ร่างของอาคีลัสที่คล้ายกับไม่สามาถอยู่ในสภาพที่ต่อสู้ได้อีกกลับลุกขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งทำเอาเรย์ร่าที่ต้องเหลียวสายตากลบไปมองยังกล่าวต่อมาอีกว่า

“ยังไม่เข็ดอีกหรือ”

เพราะต่อให้อาคีลัสลุกขึ้นมากี่ครั้งก็จะโดนเธอล้มลงไปทุกครั้งอย่างไม่ปราณีใดๆสำหรับผู้ที่คิดร้ายต่อเจ้าหญิงของเธอ...

ยิ่งลุกขึ้นมายิ่งเป็นการทำร้ายยังตนเองมากกว่า...

“อย่าค่ะ...”

เซไนล์ที่ไม่สามารถทนยังการต่อสู้ที่ไร้ยังความหมายนี้ได้ถึงกับต้องก้าวออกมาขว้างยังเรย์ร่าและอาคีลัสเอาไว้พร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...ฉันจัดการที่เหลือเองค่ะ”

“ควับ...”

เธอที่ไม่รอช้าให้เรย์ร่าได้มีโอกาสได้ตอบรับหรือปฏิเสธอะไรออกมากลับสาวเท้าก้าวเดินตรงไปยังร่างของอาคีลัสที่พุ่งเข้ามาด้วยประกายเกล็ดน้ำแข็งราวกับไร้สติ-แม่เงือกสาวที่ยื่นมือออกไปยังใบหน้าของรองแม่ทัพสาวแล้วยิ้มออกมาอย่างเศร้าสร้อยพลางส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“ขอท่านไนล์โปรดจงตื่นจากฝันร้ายด้วยเถอะ”

“...”

เพียงพริบตาเดียวที่ฝ่ามือของเซไนล์สัมผัสยังเพชรสีฟ้าที่หน้าผากของอาคีลัสกลับเปล่งประกายแสงสำน้ำเงินที่งดงามขึ้นมาอีกครั้งขับไล่ยังประกายอันหม่นหมองออกไปทันที

“หือ...”

อาคีลัสที่รู้สึกตัวถึงกับยิ้มออกมาอย่างมีความสุขเล็กน้อยก่อนที่จะทรุดร่างลงไปในวงแขนของเซไนล์ที่ช่วยประครองร่างของเธอเอาไว้...แม่เงือกสาวที่ยิ้มพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ไม่เป็นไรแล้วค่ะ”

“อืมม์...”

อารีธูซ่าที่เห็นถึงเซไนล์สามารถปลดปล่อยยังอาคีลัสจากการครอบนำด้วยพลังจากฝันร้ายของท่านไนล์ได้ถึงกับต้องขมวดคิ้วด้วยความหนักใจยิ่ง...

เพราะหญิงสาวที่มีใบหน้าเดียวกับท่านไนล์นี้คล้ายกับเป็นใครกันจึงมีพลังที่อยู่เหนือของเหล่าเทพพิทักษ์ทั้ง 7 และ 3 ผู้รับใช้ใกล้ชิดเสียอีก...

พลังที่มากพอจะท้าทายยังเทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรนี้...

“ท่านเรยร่าชนะแล้ว”

แม่นกแก้วบีบีที่เฝ้ายังเสกระโดงถึงกับร้องประกาศยังทุกคนทันทีให้ทราบและรับรู้ถึงชัยชนะอีกครั้งของซิลเวอร์แอร์โร่ที่มีต่อดินแดนแห่งสายธารนี้อีกครั้ง...
-------------------------------------------

การต่อสู้จบสิ้นลงพร้อมกับความพ่ายแพ้ของอาคีลัส เพราะเหล่าทหารมากมายที่ทราบก็ต่างถึงกับรบกระโดดหนีลงจากดาดฟ้าเรือของซิลเวอร์แอร์โร่อย่างไม่รวดเร็ว

แต่สิ่งที่สร้างยังความตกใจให้กับทุกคนในยามนี้กลับเป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ไม่ห่างจากเบื้องหน้าของซิลเวอร์แอร์โร่ในยามนี้ต่างหาก...

เพราะภาพที่ปรากฏให้ทุกคนเห็นผ่านยังสายน้ำที่สูงจนเกินเสากระโดงเรือของซิลเวอร์แอร์โร่ในยามนี้คือปราสาทที่งดงามสวยนามว่า”แอตแลนติก”ซึ่งปราสาทอยู่ ณ เบื้องหน้า...

ปราสาทอันเป็นที่ประทับของเทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทร...

...เมย์ ซีซี ไนล์

“บ้าน่า...”

ทำเอามินะที่วิ่งกลับมารวมกลุ่มกับพวกโซฟีเน่ที่ดาดฟ้าเรือด้านหน้าถึงกับต้องสงสัยเรือออกมาด้วยความตกใจทันที เพราะตามที่เธอรู้การที่จะมาถึงนครแอตแลนติกนั้นจะต้องผ่านยังโอเชียนนัสก่อนไม่ใช่หรือ...
และต้องใช้เวลาอีกกว่า 2 ถึง 3 วันด้วย...

แม่แมวสาวถึงกับต้องร้องออกมาด้วยความตกใจว่า

“...นี่มันอะไรกัน”

“ไชโย...”

คราน่าที่เห็นยังปราสาทแห่งสายธารถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างดีใจที่ในที่สุดเธอที่ได้กลับมาถึงกับจุดหมายที่ต้องการแล้ว-จะได้เวลาบอกลายังซิลลเวอร์แอร์โร่ทันที...เม็กที่ยืนปล่อยให้อีกฝ่ายเกาะเอวถึงกับพยักหน้ารับด้วยความหนักใจทันที เพราะการตัดสินที่ยิ่งใหญ่ของสายธารรออยู่เบื้องหน้าแล้ว

“นี่ฉันตาฝาดไปหรือเปล่า”

มินาส่งเสียงร้องออกมาพร้อมทั้งยืนมือออกไปหยิกแก้มของโมนาที่อยู่ใกล้ๆเป็นเรื่องยืนยันทันที

“โอ๊ย...เจ็บน่ะ”

“เป็นความจริงสิน่ะ”

โดโรธีก็ได้แต่ต้องพยักหน้าอย่างไม่เชื่ออีกคนหนึ่ง เพราะภาพที่เห็นคือเมืองแอตแลนติดกจริงๆด้วย...เจนนี่ที่หันไปถามยังเซไนล์ที่อยู่ด้านข้างว่า

“นี่ทำไมเราถึงมาอยู่ที่นี่กันได้ล่ะ-เซไนล์”

“ด้วยความปรารถนาของท่านไนล์นำพายังพวกเรามาถึงที่นี่...”

เพราะแรงลมและเกลียวคลื่นที่ซัดสาดอย่างรุนแรงจากฝันร้ายของเทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรที่ยิ่งใหญ่ทำให้เรือซิลเวอร์แอร์โร่ถึงกับสามารถแล่นมาถึงยังจุดหมายได้เร็วกว่าที่ทุกคนคาดคิดไว้-เซไนล์ที่ชี้ไปยังเมืองทั้ง 4 ที่มีขนาดใหญ่พอๆกับนครแอตแลนติกที่อยู่ตรงกลางแล้วกล่าวออกไปว่า

“...เมืองทั้งสี่ที่อยู่ด้านนอกของนครแอตแลนติกมีชื่อว่าโอเชียนนัสที่มีท่านเจ้าเมืองทีธีสเป็นผู้ดูแล”

“อืมม์...”

ทุกคนที่พยักหน้ารับจึงกวาดสายตาจ้องมองไปยังเมืองโอเชียนนัสที่เป็นดั่งประตูเข้าสู่ยังแอตแลนติกที่เบื้องหน้าทันทีราวกับเตรียมพร้อมที่จะบุกเข้าไปอย่างไม่หวั่นเกรงใดๆอีก...

“งั้นก้อ...”

โซฟีเน่ที่ไม่รอช้าจึงรีบตวัดยังปลายนิ้วที่เรียวสวยชี้ไปยังปราสาทแห่งแอตแลนติกอันเป็นที่ประทับของเทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกไปทันทีว่า

“...พวกเราก็บุกเข้าไปกันเถอะ-ทุกคน”

“เฮ่...”

“บุกได้...”

โดโรธีและเหล่าแม่ลูกแมวที่แสนซนทั้ง 3 ถึงกับส่งเสียงโห่ร้องออกมาอย่างดังลั่นด้วยความดีใจ...กาเน็ทที่รีบกวาดสายตายังทุกคนที่กำลังโห่ร้องถึงกับต้องกล่าวออกมาอย่างปลงๆว่า

“นี่ร่วมฉันด้วยหรือเปล่า”

“ถ้าเป็นไปได้ฉันขออยู่เฝ้าเรือละกัน”

โมนาส่งเสียงกล่าวออกมาทันทีอีกคน เพราะเรื่องต่อสู้นี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอชอบหรือถนัดเหมือนพี่สาวทั้ง 2 คนเลย...แต่แคสท์ที่เป็นเหมือนกับหัวหน้าหน่วยประจัญบานถึงกับสั่งการออกมาอย่างรวดเร็วว่า

“ทุกคนเตรียมพร้อม...”

ยามเมื่อซิลเวอร์แอร์โร่เข้าเทียบยังโอเซียนนัสแล้วเธอที่กระโดดออกจากกำแพงบาเรียของซิลเวอร์แอร์โร่เข้าไปในโอเซียนนัสพร้อมทั้งกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...ทุกคนตามมา”

“ค่ะ...”

ไทกะ ดีส มีมี่ โดโรธี มินะ มินาและเจนนี่ที่จัดว่ากลายเป็นหน่วยประจัญบานไปแล้วจึงรีบกระโดดวิ่งตามลงไปในยังห้วงแห่งสายธารที่เบื้องหน้าทันที...

ก่อนที่ร่างของทุกคนจะจนลงไปในสายธารกว่าครึ่งเอว เพราะสายธารที่เป็นของแข็งที่เหยียบได้กลับอยู่ต่ำกว่าที่คาดคิดเอาไว้...มินะที่ขยับตัวอยู่ท่ามกลางสายน้ำถึงกับส่งเสียงร้องออกมาทันทีว่า

“ว้าย...อย่างนี้ก็เคลื่อนไหวลำบากแย่สิ”

“ไม่หรอก...”

เซไนล์ที่กระโดดลงมาเปลี่ยนยังขาให้กลายเป็นปลาสามารถแหวกว่ายออกไปยังสายธารที่เบื้องหน้าอย่างง่ายดายกลับส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...สายธารของท่านไนล์บางเบาราวกับอากาศจึงไม่มีผลต่อการเคลื่อนไหวและการหายใจหรอก”

“จริงด้วย...”

ดีสที่กระโดดไปมาท่ามกลางสายน้ำสีน้ำเงินนี้ได้อย่างอิสระถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างดีใจ เพราะต่อให้ต้องต่อสู้บนสายธารที่สูงกว่าครึ่งเอวนี้ก็ไม่น่าจะแพ้ยังอีกฝ่ายอย่างเด็ดขาด...ส่วนมีมี่ที่อยู่ด้านข้างถึงกับเอามือกวักสายน้ำขึ้นมาดื่มแล้วจึงส่งเสียงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุขว่า

“แถมยังอร่อยด้วย”

“นี่จริงหรือ...”

เจนนี่ที่ร้องออกมาด้วยความสนใจแล้วจึงรีบเอามือจ้วงน้ำขึ้นมาดื่มทันทีแล้วจึงยิ้มออกมาอย่างยินดีและพอใจอีกว่า

“...ถ้าเอามาผสมกับทรายสีทองและสายลมสีเขีวมรกตจะต้องได้รสชาติที่ดีอย่างแน่นอน”

ดีกว่าว่าหมายถึงอร่อยที่ยิ่งกว่าอร่อยและอร่อย...

เพราะแค่ทรายสีทองที่เคยนำมาทำข้าวผัดแข่งกับโซฟานที่ใช้ยังน้ำแข็งจากสายลมสีเขียวมรกตก็รสชาติยอดเยี่ยมอยู่แล้ว...

“เอาไงดีล่ะ...”

อาธีน่าที่หันไปมองยังโซฟีเน่ที่เป็นกัปตันของซิลเวอร์แอร์โร่ในยามนี้แล้วจึงส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“...ฉันไม่อยากเปียกด้วยสิ”

เพราะถึงจะสามารถหายใจและขยับได้เหมือนปกติก็ตามแต่ถ้าอยู่ท่ามกลางสายน้ำเช่นนี้ละก้อ-หากเปลี่ยนแขนให้กลายเป็นปีกของพวกเธอหากเปียกอาจจะทำให้บินช้าลงไปก็ได้...

แม้จะเป็นเพียงแค่เล็กน้อยก็ก็อาจจะส่งผมถึงความพ่ายแพ้ก็ได้...

...นี่จึงอาจจะเป็นการต่อสู้เป็นครั้งแรกที่พวกเธอจะต้องตกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสียเปรียบก็ได้

“ไม่ต้องห่วงหรอก...”

โซฟีเน่ที่ยิ้มออกมาอย่างดีใจราวกับรอคอยยังโอกาสมานานแสนนานแล้วจึงหันไปสั่งยังกาเน็ทว่า

“...กาเน็ท-เธอเอารถม้าออกด้วยนี้เลย”

“หา...”

กาเน็ทที่ส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจยังกล่าวออกมาอีกว่า

“...จะให้ฉันเป็นคนขับหรือ”

“ก็ใช่น่ะสิ...”

โซฟีเน่ที่ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์และชั่วร้ายนิดๆใช้ยังประกายตาสีเขียวประกายที่ฉายยังแววเจ้าเล่ห์นิดๆไม่ผิดกับพวกโดโรธีแล้วกล่าวออกมาอีกว่า

“...ยังจะต้องถามอีกหรือ”

“อะไรหรือ”

กาเน็ทที่จ้องมองไปอย่างงงๆราวกับไม่เข้าใจยังสิ่งที่โซฟีเน่กล่าวออกมา...แต่อาธีน่าที่ยืนกอดอกอยู่ด้านข้างถึงกับยิ้มออกมาพลางส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“ฮ้าว...ก็เห็นชอบขี่ม้าไม่ใช่หรือ”

“เออ...”

กาเน็ทที่ได้ยินยังน้ำเสียงที่ชั่วร้ายของอาธีน่าออกมาอย่างชัดเจนถึงกับหน้าแดงขึ้นมาในพริบตา เพราะไม่ทราบว่าทำไมใบหน้าของไบบาเรดถึงกับมาปรากฏอยู่ในหัวของเธอในยามนี้...

“...ฉันเปล่าเสีย...”

กาเน็ทที่ร้อนตัวคิดที่จะร้องปฏิเสธอะไรออกไปกลับฉุกใจคิดได้จึงรีบส่งสัยงร้องถามยังพวกโซฟีเน่ออกไปว่า

“...นี่พวกเธอรู้ได้ยังไงกัน”

“ไม่มีใครสามารถปิดอะไรสายสืบอย่างชั้นได้หรอก”

อานิต้าที่นอกจากจะเป็นสปายประจำเรือแล้วยังมีนิสัยที่ชอบสอดรู้สอดเห็นยังความลับชาวบ้านส่งเสียงกล่าวออกมาด้วยความความภูมิใจ...อาธีน่าที่พยักหน้ารับยังกล่าวออกมาอีกว่า

“ใช่...ใช่...ไม่มีอะไรบนซิลเวอร์แอร์โร่นี้ที่พวกเราไม่รู้หรอก”

เพราะการรู้ถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนเรือเป็นสิ่งที่เธอต้องรู้ เพราะกัปตันมั่วแต่สนใจผู้ชายเหมือนสมัยของโซฟานที่รับตำแหน่งนี้ต้องรับรู้ เพราะอาร์เชอะก็สนใจแต่น้องสาวเช่นกัน...

และในสมัยของซิลเวอร์ก็เช่นเดียวกัน เพราะกัปตันในสมัยนั้นอย่างแอร์โร่ก็สนใจแต่ผู้หญิงเหมือนกัน...
...ตำแหน่งรองกัปตันของซิลเวอร์แอร์โร่จึงเหมือนกับมีคำสาปพ่วงมาด้วยเหมือนกัน

“ใช่แล้ว...”

อานิต้าที่ยืดออกขึ้นมาด้วยความภูมิใจยังส่งเสียงกล่าวออกมาทันทีว่า

“...ขนาดอาธีน่าที่ชอบแอบมองยังโพอิกัสบ่อยๆ-ฉันยังรู้เลย”

“ใช่แล้ว...”

อาธีน่าที่พยักหน้าตอบรับออกมาถึงกับต้องชะงักลงไปในพริบตารีบพุ่งเข้าไปคว้ายังคอเสื้อของแม่เรนเดียสาวอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งส่งเสียงร้องออกไปว่า

“...เธอรู้ได้ยังไงกัน-ยั่ยอานิต้า”

“ฉันแค่บังเอิญเห็นน่ะ...”

ถึงตอนแรกอานิต้าจะบังเอิญเห็นก็ตาม-แต่หลังๆที่เธอแอบสอดรู้สอดเห็นเองจึงไม่สามารถบอกออกไปได้นอกจากแค่ยิ้มหลอกลวงอีกอีกฝ่ายออกไปเท่านั้น...

“ชิ...”

อาธีน่าที่เค้นเสียงออกมาอย่างไม่สบอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง เพราะคำพูดขชองอานิต้าที่กล่าวออกมาเช่นนี้จะเชื่อได้สักหนึ่งในแสนหรือหนึ่งในล้านหรือเปล่าน่ะ-เธอที่ไม่รีบช้ารีบตวัดยังดาบขึ้นมาจ่อลำคอของอีกฝ่ายแล้วส่งเสียงถามออกมาอีกครั้งอย่างชัดเจนว่า

“...เธอบอกใครไปบาง”

“ก็แค่...”

อานิต้าที่ได้แต่ฝืนยิ้มออกมาอย่างอับจนปัญญาแล้วจึงค่อยๆกล่าวออกมาว่า

“...โซฟีเน่ โดโรธี มินะ มินา เจนนี่...”

เมื่อเห็นถึงประกายตาที่เหมือนจะโกรธขึ้นมาของอาธีน่าจึงได้แต่รีบประจบกล่าวออกไปว่า

“...แต่ไม่ต้องห่วงหรอกน่ะ-ฉันยังไม่ได้บอกบีบี”

“แค่แม่ลูกแมวทั้งสามตัวนั้นก็ชั่วร้ายมาพอแล้ว...”

สิ่งที่อาธีน่าร้องกล่าวออกมาเป็นความจริง เพราะการที่แม่ลูกแมวทั้ง 3 คนนั้นทราบก็เท่ากับความลับของเธอไปตกอยู่ในกำมือของพวกนั้น-สู้ให้บีบีเป่าประกาศไปทั่วซิลเวอร์แอร์โร่ยังจะสบายใจเสียมากกว่าจึงเค้นเสียงกล่าวออกไปว่า

“...ตายซ่ะเถอะ”

เพราะถึงจะฆ่ายังอีกฝ่ายไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้นก็เถอะ-แต่อย่างน้อยก็น่าจะพอปลอบใจได้บ้าง...แต่ก่อนที่อาธีน่าจะตวัดยังคมดาบออกไปกลับมีเสียงของโซฟานดังขึ้นมาว่า

“ไปกันได้แล้ว”

ยามเมื่อกวาดสายตาจ้องมองไปเห็นยังโซฟานในยามนี้นั่งประจำอยู่บนรถม้าเคียงข้างอาร์เชอะที่ยิ้มออกมาเหมือนกับทั้งคู่จะรู้อะไรอยู่บ้างแล้วทำเอาอาธีน่าจ้องขมวดคิ้วด้วยความหนักใจทันที...โพอิกัสตัวดีที่คล้ายกับเป็นตัวต้นเหตุกับทำเป็นหน้าตายก้าวขึ้นมานั่งเป็นคนขับรถส่งยิ้มให้กับเธอพลางกล่าวออกมาว่า

“ขึ้นมาสิ...ฉันเป็นคนขับให้เอง”

“...”

ทำเอาอาธีน่าที่นิ่งเงียบหน้าแดงถึงกับกล่าวอะไรออกมาไม่ถูกเลยได้แต่ทำเป็นหันไปมองทางอื่น...โซฟีเน่ทีไม่รู้ช้ารีบช่วยกันกับอานิต้าคว้ายังแขนของอาธีน่าก้าวเดินขึ้นไปนั่งบนรถม้าด้วยรอยยิ้มทันที

“ตุบ...”

นั่งลงไปบนกระดองเต่าสีดำของยูอันที่ในยามนี้ขังยังทั้งอารีธูซ่า เอพิรัสและอาคีลัสเอาไว้แล้วแล่นออกไปทันทีโดยมีเซบัสนั่งอยู่เคียงข้างและเซเรสนั่งอยู่บนหลังคา...

“พวกเราบุกได้”

แคสท์สั่งกล่าวออกมาอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งนำยังพวกของไทกะวิ่งตรงไปยังประตูเมืองของโอเชียนนัสที่อยู่ยังเบื้องหน้าทันที...โลอี้ที่เห็นเช่นนั้นจึงยิ้มกับจาริโค้แล้วรีบก้าวตามไปอย่างรวดเร็วคอยพิทักษ์ยังเหล่าหญิงสาว

“ชิ...”

ฟ็อก์ซเห็นยังพวกลูกเรือซิลเวอร์แอร์โร่นำออกไปก่อนถึงกับเค้นเสียงออกมาเล็กน้อย-เมื่อเห็นยังเมียร่ากับฟอการิต้าก็ขึ้นไปนั่งอยู่บนรถม้าด้วยจึงได้แต่โบกมือให้เหล่าลูกเรือของตนตามลงหลังของพวกฟ็อก์ซวันทั้ง 4 ที่ทำหน้าที่แบกยังฟรีเนเซียตามหลังของรถม้าอย่างไม่สบอารมณ์...คูเปอร์จึงยิ้มออกมาแล้วจึงสั่งการออกมาว่า

“พวกเราตามไป”

“ครับ...”

เหล่าลูกเรือทั้งหลายตามบุกตามไปอย่างรวดเร็วเพียงทิ้งยังเหล่าคนที่เฝ้าเรือเอาไว้เล็กน้อย...เซเรเทียร์ที่ในยามนี้แยกร่างของมาจากซิลเวอร์แอร์โร่ถึงกับกวาดสายตาจ้องมองไปยังอาร์เชอะกับโซฟีเน่ที่นั่งอยู่บนรถม้าถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบว่า

“ฝากซิลเวอร์แอร์โร่ด้วย”

“ไม่มีปัญหา...”

อาเรียยิ้มรับออกในขนาดที่ซีน่อนเพียงโบกมือให้แบบปัดไปด้านหน้าและซีกที่กระดกขวดเหล้าตอบกลับมา...
---------------------------------------------

...

อาธีน่าที่ยืนอยู่บนรถม้าที่เบื้องหลังคาออกมาครึ่งหนึ่งพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังเหล่าทหารประจันโอเชี่ยนนัสที่สวมใส่ยังเครื่องแบบสีเขียวตัดยังสีฟ้าซึ่งขว้างอยู่ยังสะพานยาวที่ทอดออกไปยังป้อมปราสาทตรงกลางอันน่าจะเป็นที่บัญชาการของทีธีสถึงกับขมวดคิ้วด้วยความหนักใจ...

เพราะการที่อีกฝ่ายตั้งรับเช่นนั้นมีต้องบุกทะลวงไปตรงๆเท่านั้น-ซึ่งจะต้องเสียเวลาเป็นอันมากและสร้างยังความเหน็ดเหนื่อยให้กับเหล่าหน่วยประจัญบานทั้งหลายแน่นอนเลย...

แต่ถ้าจะให้แยกบุกออกไปด้านข้างของสะพานที่กว้างราว 10 กว่าเมตรนี้เป็นสิ่งที่ต้องน่าหนักใจ เพราะถ้าสู้บนผิวน้ำพวกเธอก็อาจจะเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบได้จึงต้องหันไปถามยังโซฟีเน่ที่เป็นกัปตันว่า

“...เอาไงดีล่ะ”

“เอายังไงหรือ...”

โซฟีเน่ที่ยิ้มออกมาราวกับจะถอดแบบยังพี่สาวออกมาทันที-แต่เธอที่ไม่ได้ถอดแบบแค่รอยยิ้มออกมากลับส่งเสียงกล่าวออกมาทันทีว่า

“...เอาตัวประกันออกมา-ยูอัน”

“ได้ค่ะ...”

สิ้นเสียงของแม่เต่าสาวก็ปรากฏยังร่างของอารีธูซ่า เอพิรัสและอาคีลัสทั้ง 3 เจ้าเมืองที่โดนจับเป็นตัวประกันออกมานั่งโดนโซ่มัดอยู่เบื้องหน้าของพวกโซฟีเน่ทั้ง 3 ทันที...โซฟีเน่ที่ไม่รอช้าจึงรีบเอาดาบ BIRD-DOGฟาดยังลำคอของอารีธูซ่าที่นั่งอยู่ตรงกลางแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ถ้าไม่อยากให้ตัวประกันเป็นอะไร-รีบเปิดทางให้พวกเราซ่ะ”

“เฮ้ย...”

อาธีน่าที่ถอนหายใจออกมาอย่างอับจนปัญญาได้แต่เอาดาบฟาดไปยังลำคอของอาคีลัสที่เบื้องหน้าแล้วจึงส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...เธอนี่ช่างเหมือนกับพี่อาร์เชอะเข้าไปทุกทีเลยน่ะ”

“ก็ฉันเป็นน้องสาวของพี่อาร์เชอะนี่...”

โซฟีเน่ที่ยิ้มตอบรับออกมายังจ้องมองไปยังใบหน้าของอาธีน่าด้วยแววตาที่เจ้าเล่ห์นิดๆแล้วจึงกล่าวออกมาว่า

“...ส่วนเธอก็เลียนแบบอาจารย์เข้าไปทุกทีแล้วสิน่ะ”

“ฉันไม่ได้เลียนแบบหรอก...”

อาธีน่าที่ส่งดเสียงถอดหายใจออกมาอีกครั้งแล้วจึงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...แต่เรื่องรู้แล้วว่าการเป็นรองกัปตันซิลเวอร์แอร์โร่มันลำบากแค่ไหนต่างหากล่ะ”

เพราะยิ่งมีกัปตันที่ชอบทำอะไรตามใจตนเองด้วยยิ่งแล้วใหญ่...

“เอาล่ะ...เปิดทางได้แล้ว...”

อานิต้าที่รับผิดชอบในการเฝ้าเอพิรัสที่เบื้องหน้าถึงกับยกเท้าลงไปเหยียบยังหัวไหล่ของแม่หอยสังข์สาวแล้วส่งเสียงกล่าวออกไปอีกว่า

“...ช่วยทำหน้าที่หน่อยแล้วกัน”

“กรี๊ด...อย่าทำอะไรฉันน่ะ...”

เอพิรัสที่เห็นถึงท่าทางเอาจริงของอานิต้าถึงกับรีบส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นทันทีด้วยความตกใจว่า

“...ทุกคนรีบช่วยฉันเร็วเข้า”

“เออ...เออ...”

ทำเอาเหล่าทหารทั้งหลายได้แต่มองหน้ากันอย่างทำอะไรไม่ถูกเมื่อได้เห็นยังเจ้าเมืองถึง 3 คนโดนจับและเอพิรัสส่งเสียงร้องลั่นออกมาด้วยความหวาดกลัวจึงได้แต่เปิดทางให้เหล่าลูกเรือของซิลเวอร์แอร์โร่ จิ้งจอกสีเงินและสีทองสามารถผ่านเข้าไปถึงยังป้องโอเซียนนาสที่อยู่ตรงกลางสะพานได้...

“...”

อาคีลัสที่นิ่งเงียบอย่างไม่สบอารมณ์ เพราะในยามนี้ถึงจะไม่มีบาดแผลอะไรที่ร้ายแรง-แต่ก็ยังรู้สึกเจ็บๆนิดๆจากการโจมตีของเรย์ร่าถึงกับกวาดสายตาจ้องมองไปยังอารีธูซ่าที่อยู่ด้านข้างแล้วเคียงเสียงออกไปว่า

“เชอะ...โดนจับเป็นตัวประกันแบบนี้ช่างไม่สมกับเป็นท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่และนักดาบที่เก่งกาจที่สุดของอาณาจักรแห่งสายธารเลย”

“เธอก็เหมือนกันไม่ใช่หรือ...”

อารีธูซ่าที่ยิ้มเยาะกัดยังอีกฝ่ายกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้ยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกอย่างชัดเจนว่า

“...คุณรองแม่ทัพอันดันสอง”

เพราะไม่ว่าจะแข่งอะไรกี่ครั้ง-อาคีลัสก็มักจะพ่ายแพ้ให้กับอารีธูซ่าเสมอๆ...สร้างยังความไม่พอใจให้กับอาคีลัสเป็นอย่างยิ่งถึงกับต้องตอบกลับไปว่า

“แล้วใครล่ะที่พึ่งจะแพ้ฉันเมื่อครู่”

“เมื่อกี้มันไม่นับ...”

อารีธูซ่าที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงตอบรับออกมาอย่างรวดเร็วทันที-ทั้งยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกอย่างชัดเจนว่า

“...ถ้าไม่ใช่ เพราะพลังของท่านไนล์ละก้อ-ฉันไม่มีทางแพ้แม่ปลาฉลามอย่างเธออย่างเด็ดขาดเลย”

“...”

ทำเอาอาคีลัสที่ได้ยินถึงกับนิ่งเงียบจนไม่สามารถกล่าวอะไรอกมาอีกได้...อารีธูซ่าที่เห็นเช่นนั้นจึงเกยทับลงไปทันทีว่า

“แถมยังก่อนหน้านั้น-ฉันก็จัดการเธอไปไม่ใช่หรือไง”

“ชิ..”

อาคีลัสที่ได้ยินถึงกับเลิกคิ้วขึ้นมาด้วยความไม่สบอารมณ์เป็นอย่างยิ่งถึงกับหันไปกล่าวท้าสู้ออกมาอีกครั้งทันทีว่า

“...งั้นเรามาสู้อีกครั้งเลยดีกว่า”

“ได้เลย...”

อารีธูซ่ายิ้มรับออกมาอย่างไม่กลัวเกรงอะไรทันทีพลางส่งเสียงกล่าวรับคำท้าออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...เธอพร้อมเมื่อไหร่ก็เข้ามาได้เลย”

“ควับ...”

แต่อาธีน่าที่ทนฟังยังทั้งสองทะเลาะกันมาตลอดทางแล้วจึงเอาปลายดาบที่เรียวสวยสีทองของเธอที่ฟาดยังลำคอของสองถึงกับขยับเล็กน้อยแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ทำตัวดีๆหน่อยสิ...”

ทั้งยังกล่าวออกมาอีกว่า

“...นึกถึงฐานะของตัวเองนิดสิ”

“ชิ...”

“เชอะ...”

ทำเอาอารีธูซ่าและอาคีลัสที่ได้ยินเช่นนั้นถึงกับเค้นเสียงออกมาอย่างไม่พอใจแล้วสะบัดยังหน้าออกไปคนล่ะทางทันอย่างไม่ยอมที่จะสบสายตากันอีกแลย...

“เอาล่ะ...”

แคสท์ที่รับหน้าที่ก้าวนำทุกคนมาหยุดยั้งเบื้องหน้าของระตูป้อมโอเชียนนัสจึงชี้ยังดาบที่เรียวยาวสีแดงออกไปไปยังทหารที่ยืนนิ่งเงียบอยู่เบื้องหน้าบานประตูที่ปิดสนิทจึงส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“...รีบเปิดประตูเดี๋ยวนี้น่ะ”

“...”

แต่ทหารที่อยู่กำแพงและด้านหน้าของบานประตูถึงกับนิ่งเงียบไม่ยอมเคลื่อนไหวทันที...ทำเอาโดโรธีที่รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นถึงกับยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายนิดๆแล้วส่งเสียงร้องออกมาว่า

“อานิต้า”

“ได้เลย”

อานิต้าส่งเสียงตอบรับออกมาอย่างรู้ทันแล้วจึงถีบยังเอพิรัสที่โดนมัดอยู่ยัง ณ เบื้องหน้าให้เซลงไปยังมินะและมินาที่ยืนรอรับอยู่ทันทีหิ้วยังแม่หอยสังข์สาวไปยังเบื้องหน้าของโดโรธีทันที...

“หึ...”

โดโรธีที่ไม่รอช้ารับตวัดยังกรงเล็บที่แหลมคมจ่อไปยังลำคอของเอพิรัสด้วยรอยยิ้มที่ทั้งเจ้าเล่ห์และชั่วร้ายนิดๆพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...ถ้าไม่ใช่ให้แม่นี่เป็นอะไรก็รีบๆเปิดทางให้กับพวกเราเร็วๆสิ”

“กรี๊ด...”

เอพิรัสที่ส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นถึงกับรีบบอกยังเหล่าทหารที่เบื้องหน้าทันทีว่า

“...รีบเปิดประตูเร็วๆสิ...”

เธอที่ร้องไห้ออกมาทั้งน้ำตาว่า

“...ฉันยังไม่อยากตายน่ะ”

“...”

แต่เหล่าทหารที่เบื้องหน้ายังคงนิ่งเงียบอยู่ราวกับไม่เห็นยังเอพิรัสที่ถูกกรงเล็บของโดโรธีจ่อหรือเสียงร้องขอชีวิตของเธอเลย...อาธีน่าที่เห็นถึงกับต้องขมวดคิ้วด้วยความหนักใจพลางส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“นี่มันหมายความว่าไงกัน”

“ทหารพวกนั้นจะไม่ขยับหรอก...”

โบลเบที่ไม่ทราบว่ามานั่งอยู่บนสายธารที่ด้านข้างของรถม้าทั้งแต่เมื่อไหร่กลับยิ้มแล้วจึงค่อนกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...หากไม่ได้รับคำสั่งจากทีธีส”

“หา...”

อาธีน่าที่ได้ยินถึงกับร้องออกไปอย่างตกใจพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังเม็กที่ยืนกอดอกอยู่ด้านข้างเธอเหมือนกับจะถามว่า”จริงหรือ”...เม็กกอดอกเพียงพยักหน้าตอบรับด้วยสีหน้าที่หนักใจว่า

“อืมม์...”

“ค่ะ...”

คราน่าที่คล้ายกับกอดยังเอวของเม็กก็พยักหน้าตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นๆราวกับกำลังกลัวอะไรอยู่อีกคน...แต่ไม่นานนักก็มีเสียงที่ดังก้องกังวาลขึ้นมาว่า

“เปิดประตูได้”

“ขอโทษค่ะ”

คราน่าที่ก้มลงไปเอามือกอดหัวจนตัวสั่นถึงกับต้องร้องไห้ออกมาทันทีด้วยความหวาดกลัว...อาร์เชอะที่ยิ้มรับถึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ไม่ต้องกลัวหรอกน่ะ”

“อืมม์...”

คราน่าที่คล้ายกับหายกวาดกลัวถึงกับพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มทันทีพร้อมทั้งสายตาของทุกคนที่จับจ้องมองไปยังบานประตูของโอเชียนนัสที่ค่อยเปิดออกมาอย่างแจ่มช้าพร้อมทั้งผู้ที่ค่อยๆก้าวออกมา...
ยังเทพพิทักษ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่รับหน้าที่เฝ้ายังโอเชียนนัสแห่งนี้...

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 18 มิ.ย.55 เวลา 01:49:55 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ