Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

BIRD-DOG / ค้นหาแดนฝันสุดขอบฟ้า ภาค 5 ตอนที่ 17 การต่อสู้ของเหล่าหญิงสาว

ขอบคุณครับที่ติดตาม

ตอนที่ 17 การต่อสู้ของเหล่าหญิงสาว

“เธอเป็นใครกันน่ะ”

อารีธูซ่าที่กำลังจ้องมองไปยังเซไนล์ที่เบื้องหน้าถึงกับต้องขมวดคิ้วร้องถามออกไปอีกครั้งเช่นเดียวกับทุกคน เพราะที่ข้างกายของเทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรผู้เป็นดั่งเทวะและราชันย์ของพวกเธอบนดินแดนแห่งสายธารกลับมิเคยมียังแม่เงือกสาวผู้นี้อยู่เลย...

เซไนล์ แอตแลนติกเป็นใครกัน...

แต่ทั้งใบหน้าตลอดจนกิริยาของเซไนล์ที่เบื้องหน้ากับถอดแบบยังท่านไนล์ผู้งดงามสูงส่งและยิ่งใหญ่ออกมาจนหมดสิ้นแทบจะเป็นคนๆเดียวกับเลยก็ว่าได้...

ผิดแต่สีผมและสีตา...

ในยามที่ได้ยินยังคำเสียงที่รวยระรินราวกับสายธารที่หลั่งไหลออกมาจนทำเอาอารีธูซ่าแทบจะร้องโผล่ออกไปว่า”ท่านไนล์”ด้วยซ้ำไป...

“เพื่อท่านไนล์แล้ว...”

เซไนล์ที่ยืนอยู่ยังเบื้องหน้าของเซบัสใต้แสงจันทราที่กำลังสาดส่องท่อประกายลงมาอย่างงดงามพลันยื่นออกไปลองรับยังหยาดน้ำตาที่ไหลรินลงมาจากฟากฟ้าอย่างไม่เปียกปอนสิ่งใดนอกไปจากหัวใจคนแล้วจับจ้องมองไปยังชายหนุ่มแล้วกล่าวออกมาอีกว่า

“...สายน้ำทั้งมวลจะช่วยเหลือพระองค์”

“...”

อารีธูซ่าที่เห็นถึงเซไนล์ยื่นออกมาอย่างไปถึงกับต้องนิ่งเงียบลงไปทันทีราวกับภาพของหญิงสาวที่เห็นคือเทพธิดาแห่งสายธารที่เบื้องหน้าคล้ายกับกำลังหลั่งหยาดน้ำตาไหลรินด้วยความเศร้าสร้อย...

ภาพของเทพธิดาแห่งสายน้ำกลางห้วงมหาสมุทรที่ยื่นมือออกไปรองรับยังสายธารที่โปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าคล้ายปรากฏขึ้นมาให้อารีธูซ่าเห็นถึงอีกครั้งหนึ่ง...

ภาพของหญิงสาวที่งดงามและสูงส่งจนสุดหล้าแต่กลับต้องเก็บยังหยาดน้ำตาแห่งความเศร้าสร้อยปล่อยให้ท้องฟ้าต้องหลั่งรินหยาดน้ำตาออกมาแทนหัวใจที่เจ็บปวดเพราะความรัก...

มันเป็นภาพที่ทำให้อารีธูซ่าต้องลงที่จะคุกเข่ามอบยังความภักดีอย่างสุดชีวิตและดวงใจให้กับเทพธิดาผู้งดงาม สูงส่งและยิ่งใหญ่ของเธอ...

“ทำไมไนล์ถึงได้รักผมากมายถึงเพียงนี้...”

เซบัสที่จับจ้องมองไปยังเซไนล์แล้วทราบออกไปว่า

“...ทั้งๆที่ผมกลับจดจำยังเธอไม่ได้เลย”

“...”

เซไนล์ที่ได้ยินยังชายหนุ่มกล่าวออกมาถึงกับนิ่งเงียบลงไป-เธอที่ฝืนยิ้มออกมาอย่างอับจนปัญญาท่ามกลางสายฝนที่คล้ายกับทวีความโศกเศร้าลงมาพลางส่งเสียงตอบออกไปว่า

“...ไว้ความทรงจำของพระองค์กลับมา-พระองค์จะจำได้ถึงความรักของท่านไนล์ที่มีต่อพระองค์ว่ามากมายและยิ่งใหญ่ไม่เป็นรองของเจ้าหญิงแห่งสายลมแดนเหนือเลย”

“ผมก็อยากที่จะจดจำให้ได้...”

เซบัสที่ได้จับจ้องมองไปยังท้องฟ้าทางทิศตะวันออกที่กำลังมุ่งหน้าไปพลางกล่าวออกมาด้วยความหวังว่า

“...จดจำได้ถึงความรักของไนล์ที่มีต่อผม...”

หยุดลงไปเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อไปอีกว่า

“...และจดจำได้ถึงความรู้สึกของผมที่มีต่อเธอ”

“...”

เซไนล์ที่ได้แต่ใช้ยังประกายตาสีฟ้ามรกตจับจ้องมองไปยังปราสาทแห่งสายธารที่เบื้องหน้าถึงกับได้แต่ยิ้มออกมาอย่างเศร้าสร้อยพลางจับจ้องมองไปเท่านั้น...

สิ่งที่เธอทำได้ในยามนี้คือปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปภายใต้การนำพาของสายธารและสายลมที่โชยพัดนี้เท่านั้น...
--------------------------------------

เวลาในการนัดแลกตัวประกันคือตอน 4 โมงเย็น-สถานที่คือน่านน้ำนอกเมืองทางเหนืออาคีรอน...โดยเอพิรัส อาคีรอนท่านผู้นำของเมืองจะเป็นคนนำยังค่าไถ่ของอารีธูซ่าจำนวน 2 ล้านไถ่มาจ่ายให้...

แต่เวลาในยามนี้เลยยังเวลาที่นัดไว้มาราวๆ 2 ชั่วโมงแล้วกลับไม่มีวี่แววของเอพิรัสจะนำยังค่าไถ่มาจ่ายเลย...

ไม่สิ...ถ้าพูดให้ถูกต้องที่เมืองอาคีรอนแห่งนี้กลับไม่มีทหารแม้แต่สักคนเดียวออกมาให้เห็นเลยราวกับเหมือนไม่รับรู้ถึงการมาถึงของซิลเวอร์แอร์โร่...

สิ่งที่พอมีให้เห็นได้ในยามนี้คือระดับของของน้ำทะเลกลับสูงเท่ากับดาดฟ้าของซิลเวอร์แอร์โร่แล้ว-ยังดีที่มีกาบเรือจึงทำให้น้ำไม่ไหลทะลักเข้ามาในเรือ...

ซึ่งถ้ามุ่งหน้าไปอีกเมืองละก้อระดับจะต้องสูงจนเข้ามาภายในเรือซิลเวอร์แอร์โร่อย่างแน่นอนเลย...

“นี่มันอะไรกัน...”

หลังจากที่นั่งรอ นอนรอ กินข้าว ทำนายดวงจนเซ้งไปกว่า 2 ชั่วโมงก็ไม่มีวี่แววว่าจะได้เงินหรือมีทหารออกมาชิงยังตัวของอารีธูซ่ากลับไปเลย-โดโรธีถึงกับต้องร้องออกมาอย่างไม่สบอารมณ์เป็นอย่างยิ่งพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังมินะกับมินาที่อยู่ด้านข้างทั้นที...แม่แมวสองพี่น้องก็ตอบกลับมาว่า

“ฉันไม่รู้”

“ถามฉันแล้วจะรู้ได้ยังไง”

“ปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ดีแน่...”

อาธีน่าที่ถึงกับยืนกอดอกรออยู่ด้วยก็ถึงกับต้องบ่นออกมาอีกคนถึงกับหันไปถามยังโซฟีเน่ที่เป็นกัปตันและเป็นหัวหน้าในการปฏิบัติการในครั้งนี้ว่า

“...เอาไงดีล่ะ-โซฟีเน่”

“อานิต้า...”

โซฟีเน่ที่ร้องเรียกยังแม่เรนเดียสาวที่คล้ายกับรับหน้าที่เป็นสายสืบเข้าไปสืบข่าวในเมืองดูสถานการณ์ผ่านเครื่องสื่อสารแล้วจึงถามออกไปว่า

“...เกิดอะไรขึ้นหรือ”

“ไม่รู้เหมือนกัน...”

เสียงของอานิต้าคล้ายกับดังผ่านยังลำโพงของซิลเวอร์แอร์โร่แทนที่จะเป็นเครื่องมือสือสาร เพราะมินะเป็นคนต่อกับมือ เพราะไม่อยากที่จะตกข่าวจึงฟังยังเสียงที่ดังลั่นของแม่เรนเดียสาวดังกังวาลต่อไปว่า

“...ดูเหมือนที่ปราสาทเจ้าเมืองจะมีทหารเฝ้าอยู่อย่างหนาแน่นผิดปกติ-แต่ตามตัวเมืองต่างๆกับไม่มีทหารแม้แต่สักคนเดียว”

“นี่มันอะไรกัน”

อาธีน่าที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความสงสัย เพราะจากสภาพที่อานิต้ารายงานเข้ามานี้-มันดูเหมือนว่า”เอพิรัสนอกจากจะไม่เอาเงินค่าไถ่ออกมาจ่ายแล้วยังฉุกหัวฉุกหางอยู่ในปราสาทไม่ยอมออกมาอีกด้วยราวกับจะตั้งรับการบุกของซิลเวอร์แอร์โร่ก็ไม่ปาน”...ส่วนเม็กที่คล้ายกับนั่งทานยังอาหารมื้อเย็นอยู่ถึงกับฉุกใจคิดอะไรขึ้นมาได้จึงรีบกล่าวออกมาว่า

“จริงด้วยสิ...”

“มีอะไรหรือ”

ยูอันที่นั่งทานอาหารอยู่ก็ส่งเสียงร้องออกมาทันที เพราะหลังจากที่ต้องนอนเฝ้ายังอารีธูซ่าพอตื่นมาก็รู้สึกหิ้วเลยมานั่งทานเป็นเพื่อนกับเม็กจึงสนใจ-เผื่อมีอะไรที่น่าทาน...แต่เม็กกลับยิ้มออกมาพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังปราสาทของเอพิรัสที่คล้ายกับเปลือกหอยที่เป็นเกลียวสังข์สวยงามสีฟ้าแล้วกล่าวออกไปว่า

“แม่นั่นน่ะขี้ขลาดจะตายไป”

“ขี้ขลาด”

ยูอันที่คล้ายกับไม่เข้าใจจึงรีบถามออกมาอย่างงงๆ เพราะสิ่งที่เม็กร้องออกมากลับไม่ใช่เรื่องอาหารอย่างที่เธอเข้าใจ-แต่เป็นเรื่องอื่นแทน...อาธีน่าที่หูผึ่งจึงรีบร้องถามออกมาทันทีว่า

“เอพิรัสเป็นพวกขี้ขลาดหรือ”

“อืมม์...”

เม็กที่พยักหน้ารับหลังจากที่พึ่งจะช่วยกับสองคนกับยูอันจัดการยังวัวตัวใหญ่ยักษ์หนักราวๆ 2 ตันหมดไปทั้งตัวแล้วกล่าวออกมาว่า

“...ก็น่าจะพอๆกับคราน่าและยูอันล่ะมั่ง”

“ฉันไม่ได้ขี้ขลาดเสียหน่อย...”

ยูอันที่รีบส่งเสียงร้องประท้วงออกมายังกล่าวต่อไปทันทีว่า

“...แค่เกลียดการต่อต่อเท่านั้นเอง”

“ส่วนฉันก็แค่กลัวคนแปลกหน้าเท่านั้น”

“จ้าๆ...”

เม็กพยักหน้ารับอย่างไม่คิดอะไร-เมื่อได้ยินยูอันกับคราน่าที่นั่งทานของหวานอยู่ที่ข้างเอวร้องออกมาอย่างงอนๆนิดๆ...อาธีน่าที่ไม่มีเวลามาสนใจจึงรีบหันไปถามยังโซฟีเน่ทันทีว่า

“เอาไงดีล่ะ...”

ทั้งยังดูปริมาณเศษซากอาหารที่เม็กกับยูอันกินลงไปในมื้อนี้ได้แต่พลางกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ถ้าเป็นอย่างนี้เราคงมีเงินไม่พอสำหรับเดินทางอย่างแน่นอนเลย”

เพราะมีแต่ตัวเขมือบขึ้นมาอาศัยอยู่บนเรือเพื่อขึ้นมาอีกแล้ว-ไหนจะเม็ก คราน่าแล้วยังมีครองครัวของมินะกับมินาอีก...

“อืมม์...”

โซฟีเน่ที่ขบคิดเล็กน้อยถึงกับกวาดสายตาจ้องพวกของโดโรธี มินะและมินาที่เตรียมพร้อมจะลุยอยู่แล้วจึงร้องถามยังอานิต้าออกไปอีกว่า

“...ที่ปราสาทมีทหารอยู่ราวๆกี่คน”

“น่าจะประมาณสองถึงสามร้อยคนล่ะมั่ง”

เสียงของอานิต้าตอบออกมาอย่างชัดเจนทำเอายูอันที่ทานอาหารอยู่ถึงกับหน้าซีดส่งเสียงเล็กน้อยถึงกับต้องร้องออกไปว่า

“หรือว่า...หรือว่า...”

ถ้าเป็นไปได้-แม่เต่าสาวก็ไม่อยากที่จะคิดถึงเรื่องต่อไปเลยราวกับพอๆจะรู้นสัยของเหล่าลูกเรือและกัปตันของซิลเวอร์แอร์โร่อยู่...โซฟีเน่ที่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวานน่ารักราวกับเทพธิดาแห่งชัยชนะที่พร้อมจะนำพาทุกคนเข้าสู้สงครามและการต่อสู้จึงกับส่งเสียงกล่าวออกมาทันทีว่า

“เราก็แค่จะบุกเข้าไปเอาค่าไถ่กันเท่านั้นเอง”

“ไม่...”

ยูอันที่ได้ยินถึงกับรีบส่งเสียงร้องออกไปทันทีว่า

“...ฉันไม่เอาด้วย”

“ไม่ได้หรอก...”

โดโรธีที่ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายพลางก้าวเข้ามาหายังแม่เต่าสาวราวกับมั่นใจว่า”อีกฝ่ายจะต้องหลบหนีอย่างแน่นอน”เลยจึงกล่าวออกมาว่า

“...เพราะเธอเป็นตัวเอกเลยล่ะงานนี้”

เพราะอารีธูซ่าที่โดนจับเป็นตัวประกันสำหรับเรียกค่าไถ่นี้ถูกขังอีกที่กระดองด้านหลังของยูอันในยามนี้...
แม่เต่าสาวที่ได้ยินถึงกับรีบส่ายหน้าพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“งั้นพวกเธอก็เอาแค่กระดองไปก็พอแล้ว”

“มันหนัก-ฉันไม่อยากแบก”

มินะที่ส่ายหน้าปฏิเสธอย่างรวดเร็วทันทีในยามที่ก้าวเข้ามายืนปกป้องการหลบหนีของยูอันเคียงข้างกับพี่สาวของเธอ...แล้วมินาที่ยิ้มออกมายังกล่าวออกมาอีกว่า

“กระดองของเธอ-เธอก็ต้องแบกไปเองสิ”

“ไม่เอาล่ะ”

ยูอันที่ตอบปฏิเสธออกมาทันทีแล้วรีบหนีเข้าไปหลบอยู่ในกระดองกับอารีธูซ่าอย่างรวดเร็วทันทีเหมือนกับไม่สนใจอะไรอีก...โดโรธีที่ทรุดลงไปนั่งบนกระดองเต่าของยูอันถึงกับยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์และรู้ทันว่า

“ฉันไม่ปล่อยให้เธอหนีไปหรอก”

“...”

ทำเอายูอันที่นิ่งเงียบลงไปถึงกับไม่สามารถใช้ยังนาโมแม็ชชีนขับคลื่นยังกระดองเต่าหลบหนีไปได้เลย...อาธีน่าที่เห็นว่าพวกโดโรธีสามารถจับการยังยูอันไม่ให้สามารถหลบหนีได้แล้วจึงหันไปถามยังโซฟีเน่ที่เป็นกัปตันว่า

“แล้วมีแผนอะไรมั้ยล่ะ”

เพราะถ้าไม่มีก็คงเหมือนเช่นเดียวกับทุกครั้งที่อาศัยเวลากลางคืนแล้วลอบบุกเข้าไป...แต่โซฟีเน่ที่จ้องมองไปยังปราสาทรูปหอยสังข์ของเอพิรัสที่สร้างอยู่ในตำแหน่งที่แตกต่างจากปราสาทเจ้าเมืองคนอื่นๆถึงกับยิ้มออกมาเล็กน้อยพลางกล่าวออกมาว่า

“จะเอายังไงดีน่ะหรือ...”

เพราะปราสาทสีฟ้าที่เบื้องหน้าแทนที่จะสร้างอยู่ตรงกลางเมืองกลับสร้างอยู่ทางทิศตะวันออกติดยังท่าเรือสำหรับหลบหนีไปราวกับกลัวยังศัตรูจะบุกโจมตีก็ไม่ปาน...
---------------------------------------

“ยังเป็นปราสาทที่สวยเหมือนเดิมเลยน่ะ”

โบลเบที่ในยามนี้กำลังนั่งทานน้ำชาอยู่อย่างมีความสุขท่ามกลางบรรยายที่ร่มรื่นสวยงามราวกับสรวงสววค์กลางสายน้ำที่เต็มไปด้วยโขดหิน หาดทรายสีขาวสะอาด และเกลียวคลื่นสีฟ้าอมน้ำเงินที่งดงามท่ามกลางแสงของดวงตะวันที่กำลังตกดิน...

“แน่นอนอยู่แล้วล่ะ”

เสียงที่ดังก้องกังวาลมาอย่างอารมณ์ดีของเอพิรัสตอบกลับมาอย่างชัดเจที่ยังโต๊ะเบื้องหน้าของโบลเบที่นั่งอยู่...เจ้าเมืองเบรุทที่ยิ้มรับแล้วจึงส่งเสียงถามออกไปว่า

“แล้วเธอไม่คิดที่จะเอาเงินค่าไถ่ไปไถ่ตัวอารีธูซ่าออกไปหรือ”

“ไม่ล่ะ...”

เอพิรัสส่งเสียงตอบออกมาอย่างชัดเจนทั้งนังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...เพราะยังไงฉันก็อยู่ฝ่ายสันติเหมือนกับเธอ-ไม่คิดที่จะต่อสู้กับซิลเวอร์แอร์โร่หรอก”

ซึ่งจริงๆแล้วเอพิรัสที่ทั้งขี้ขลาดและกลัวการต่อสู้มักจะเอนเอียงไปยังทุกคนที่เข้ามาถามเธอเสมอไม่ว่าจะเป็นอารีซูร่าหรือโบลเบก็ตาม...

“งั้นหรือ...”

โบลเบที่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวานพลางจ้องมองไปยังเพื่อนรักที่เบื้องหน้าราวกับทราบยังนิสัยดีแล้วจึงกล่าวออกไปว่า

“...แล้วไม่กลัวอารีธูซ่าไม่พอใจหรือ...”

ทั้งยังกล่าวออกมาอีกว่า

“...พวกเธอทั้งสองคนสนิทกันมากไม่ใช่หรือ-เห็นส่งเงินให้กับกองทัพของอารีธูซ่าตั้งมากมาย”

“อารีธูซ่าขอมา-ฉันไม่กล้าไม่ให้หรอก...”

เอพิรัสที่ตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่กลัวๆอยู่นิดๆเมื่อได้ยินชื่อนี้ เพราะรายได้ของเมืองอาคีรอนส่วนหนึ่งจะต้องแบ่งส่งให้กับอารีธูซ่าด้วยเพื่อบำรุงกองทัพแห่งสายธารตามคำขอ(แกมบังคับ)-เธอยังกล่าวต่อมาอีกอย่างไม่สบอารมณ์ว่า

“...แต่ที่เลวร้ายที่สุดคือพอส่งให้อารีธูซ่าแล้วพอทางอาคีลัสทราบก็ต้องส่งไปให้อาคีลัสด้วยนี่สิ-ทำให้ต้องจ่ายถึงสองทางเลยล่ะ...”

เธอที่ถอนหายใจแล้วยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...เฮ้ย...ฉันจะเหลียดพวกบ้าสงครามจริงๆเลย”

“แล้วเธอจะเอายังไงล่ะ...”

โบลเบที่ยิ้มรับเพียงจับจ้องมองไปยังเจ้าเมืองสาวที่เบื้องหน้าแล้วจึงถามออกไปว่า

“...จะปล่อยยังซิลเวอร์แอร์โร่ไว้อย่างนั้นหรือ”

“ปล่อยให้รอไปสักวันสองวันแล้วพอไม่มีใครเอาเงินค่าไถ่ไปให้เดียวก็ไปเอาล่ะ...”

เอพิรัสที่คล้ายกับไม่สนใจยังกล่าวต่อไปอีกอย่างไม่รับผิดชอบว่า

“...แล้วก็ปล่อยให้ทางอาคีลัสจัดการต่อไปก็แล้วกัน-ฉันไม่อยากยุ่งด้วย”

“แล้วคิดหรือว่าทางซิลเวอร์แอร์โร่จะยอมไปง่ายๆ”

โบลเบที่จ้องมองไปยังอีกฝ่ายแล้วจึงส่งเสียงร้องถามออกไปด้วยรอยยิ้มที่ราวกับจะคาดการณ์อะไรไว้แล้ว...แต่เอพิรัสที่คล้ายกับไม่สนใจอะไรนักกลับกล่าวออกมาว่า

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอก เพราะฉันเรียกทหารทั้งหมดที่มีให้เฝ้ายังคอนช์แห่งนี้ไว้แล้ว...”

คอนช์คือชื่อปราสาทหอยสังข์ของเธอแล้วเอพิรัสจึงกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจว่า

“...ขอเพียงแค่ฉันขังตัวอยู่ในคอนช์แห่งนี้ตลอดชีวิต-พวกนั้นคงไม่กล้าบุกเข้ามาหรอกจริงมั้ยล่ะ”

“แต่พวกนั้นคือโจรสลัดซิลเวอร์แอร์โร่น่ะ...”

โบลเบที่จับจ้องมองไปยังอีกฝ่ายด้วยประกายตาสีเขียวมรกตที่แฝงยังรอยยิ้มอะไรบ้างอย่างเอาไว้แล้วจึงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...จอมโจรที่กล้าบุกถึงต้นไม้แห่งชีวิต ปราสาทแห่งสายลมกรีนวินด์ ตำหนักแห่งแสงสว่างมูนไลท์และหอคอยมาร์ชทอยเชียวน่ะ”

“เธอ...เธอหมายความว่าไงกัน”

เอพิรัสที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงร้องถามออกมาด้วยความตกใจกลัวจนตัวสั่น...โบลเบที่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวานพลางจิบชาลงไปอย่างสบายใจราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วจึงกล่าวออกมาอีกว่า

“แล้วเธอคิดหรือว่าจอมโจรที่คิดจะบุกเข้าไปยังปราสาทแอตแลนติกของเทพธิดาของพวกเราจะไม่กล้าบุกเข้ามายังวังเล็กๆของเธอหรือไงกันล่ะ”

“ไม่หรอกล่ะมั่ง...”

เอพิรัสที่ร้องออกมาด้วยความตกใจพยายามที่จะปลอบใจและหลบตัวเองถึงกับใช้ยังสายตากวาดมองไปยังรอบๆปราสาทของเธอ-เมื่อไม่เห็นยังมีท่าทางจะมีใครบุกเข้ามาถึงกับยิ้มออกมาอย่างโล่งใจพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...พวกนั้นคงจะไม่สนใจยังเจ้าเมืองตัวเล็กๆอย่างฉันหรอกน่า...”

สำหรับเธอจริงๆแล้วกลับไม่มีความสำคัญอะไรเลยที่ต้องต่อสู้ด้วย เพราะแค่ผ่านทางไปให้มันจบๆก็ได้...

“โครม...”

แต่ยังไม่จะสิ้นเสียงของเอพิรัสที่กล่าวออกมาจนหมดสิ้นปราสาทคอนช์ของเธอทั้งหลังก็สั่นไหวราวกับจะถล่มลงมาในทันที-ยามเมื่อท่านเจ้าเมืองอาคีรอนสาวจับจ้องมองไปยังชายทะเลที่เบื้องหนึ่งถึงกับเห็นยังธนูสีเงินขึ้นใหญ่อันหนึ่งพุ่งทะยานมาหยุดยังเบื้องหน้าจนทำเอาปราสาทและห้องทำงานของเธอเสียหายไปหลายส่วนเลยทีเดียว...

“ควับ...”

แล้วจึงเห็นยังหญิงสาวที่มีปีกสีขาวสะอาดสวมใส่ยังเสื้อคลุมสีดำราวกับกัปตันโจรสลัดตวัดยังคมดาบที่เรียวสวยสีขาวแดง ปล่อยให้ประกายแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาจากท้องฟ้าท่องประกายสีทองที่งดงามราวกับเทพธิดาที่ยิ้มใช้ประกายตาสีเขียวมรกตจับจ้องมองมายังเธอราวกับจะทราบว่าเป็นใครแล้วกล่าวออกมาว่า

“เธอคือเอพิรัส อาคีรอนเจ้าเมืองอาคีรอนใช่มั้ย”

เสียงดังออกมาจากความมืดพร้อมทั้งประกายตาสีแดงที่จ้องมองประกายตาสีเขียวมรกตกลับไปพร้อมทั้งกล่าวออกมาว่า

“เธอเป็นใครกัน”

“โซฟีเน่...”

โซฟีเนที่ยิ้มออกมาพลางจ้องมองไปยังหอยสังข์สีฟ้าที่วางอยู่บนเก้าอี้เบื้องหน้าที่มีโต๊ะ ถ้วยและกาน้ำชาซึ่งอยู่ด้านข้างของโบลเบแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...กัปตันซิลเวอร์แอร์โร่”

“ทหาร...ทหาร...”

เสียงร้องออกมาจากดังลั่นจะหอยสังข์ยังกล่าวต่อมาอีกว่า

“...จอมโจรบุกแล้ว”

“ท่านเจ้าเมือง...”

“โจรปล้น...”

เสียงของเหล่าทหารที่อยู่ใกล้ประมาณ 20 ถึง 30 คนที่ทำหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับห้องเจ้าเมืองแห่งนี้ถึงกับรีบวิ่งเข้ามาอารักขาภายในห้องทันที

“ตุบ...ตุบ...ตุบ...”

ก่อนที่ทหาราวกับ 5 ถึง 6 จะโดนยังหญิงสาวมนุษย์ชนเผ่าเรนเดียจะกระโดดเหยียบศีรษะพร้อมทั้งสายลมสีแดงเพลิงที่พุ่งลงมาตวัดยังฟันใส่ยังเหล่าทหารอีก 6 ถึง 7 คนในพริบตา-แล้วทั้งสองจึงทิ้งร่างลงที่ข้างโซฟีเน่พร้อมทั้งอาธีน่าที่ร้องสั่งการออกมาอย่างรวดเร็วว่า

“ขว้างศัตรูไว้”

“ทุกคนบุก”

แคสท์ที่รับหน้าที่นำหน่วยประจัญบานสกัดยังเหล่าทหารที่จะบุกเข้ามาภายในห้องถึงกับส่งการออกมาอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งพุ่งร่างออกไปจัดการยังทหาร 4 ถึง 5 คนได้อย่างง่ายดายเคียงข้างยังไทกะที่ตวัดดาบฟันล้มศัตรูลงไปอย่างง่ายดายไม่แพ้กัน

“เฟียว...เฟียว...เฟียว...”

“ตาย...ตาย...”

ดีสส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นควงไม้พลองหวดใส่ยังเหล่าทหารที่เบื้องหน้าอีก 2 ถึง 3 คนล้มลงไปในพริบตาอยู่ใกล้ๆกับมีมี่ที่กระโดดเอาค้อนยักษ์ทุบหัวเหล่าทหาร 3 ถึง 4 คนได้อย่างง่ายดาย-โดยมีพวกฟ็อก์ววันทั้ง 4 จัดการที่เหลือเฝ้าตั้งรับไม่ให้เหล่าทหารสามารถบุกเข้ามาช่วยเหลือเจ้าเมืองได้...

จากสภาพของเจ้าเมืองที่ควรจะได้รับปกป้องอย่างดีที่สุดกลับกลายเป็นตกอยู่ในวงล้อมของเหล่าโจรสลัดอย่างโดดเดี่ยวไร้การช่วยเหลือใดๆทั้งสิ้น เพราะประตูที่เป็นทางเข้าเพียงทางเดียวที่เหล่าทหารสามารถบุกเข้ามาช่วยเหลือกลับเข้ามาได้ไม่เกิน 15 คนต่างถูกเหล่าหน่วยรบของซิลเวอร์แอร์โร่จัดการขัดขว้างไว้จนหมดสิ้น...

ถึงนี่จะไม่ใช่การจัดตะพาบในไห้ก็ไม่แตกต่างกับมากนัก เพราะเป็นการจับหอยในสังข์แล้ว...

“...”

เอพิรัสที่เห็นถึงสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีที่หลบซ่อนเข้าไปในหอยสังข์ของเธอจึงรีบปิดยังช่องทางเข้าออกอย่างรวดเร็วทันที เพราะมีแต่ซ่อนอยู่ภายในนี้จึงปลอดภัยที่สุด...

ไม่มีที่ใดปลอดภัยกว่าในหอยสังข์ของเธออยู่แล้ว...

“ออกมาเสียดีๆ”

โซฟีเน่ที่เห็นยังอีกฝ่ายไม่ยอมออกมาจากหอยสังข์ถึงกับร้องสั่งการออกมาทันที...เอพิรัสที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นว่า

“ไม่มีทาง...”

ทั้งยังกล่าวออกมาอีกว่า

“...ฉันไม่มีวันยอมออกไปอย่างเด็ดขาดเลย”

เพราะถ้าออกไปก็เท่ากับตายเท่านั้นเอง...

“เฮ้ย...”

อานิต้าที่ส่งเสียงถอนหายใจออกมาอย่างเซ้งๆกับพวกที่ชอบหลบๆซ่อนๆจึงหันไปกล่าวกับโดโรธี มินะและมินา-แม่ลูกแมวที่ซุกซ่อนทั้ง 3 ว่า

“...จัดการทีสิ”

“ได้เลย...”

โดโรธีที่ยิ้มตอบรับออกมาอย่างชั่วร้ายนิดๆพลางจับจ้องมองไปยังหอยสังข์ที่อยู่เบื้องหน้าพร้อมทั้งหันไปพยักหน้าให้กับมินะทันที...

“ค่ะ...”

มินะที่ตอบรับกลับมาด้วยรอยยิ้มถึงกับพุ่งเข้าไปหายังหอยสังข์ของเอพิรัสที่วางอยู่บนเก้าอี้ทันที-ในมือยังมีลำโพงนาโมแมชชีนที่มียังสว่างปลายแหลมหมุนด้วยความเร็วสูง...

“ฟรี้...รี้”

“ฮึม...”

แม่ลูกแมวสาวที่แสนซนถึงกับหัวเราะออกมาเล็กน้อยแล้วเอาลำโพงปลายสว่างเจาะลงไปผ่านยังเปลือกหอยสังข์ที่แข็งแกร่งของเอพิรัสถึง 7 ตัวพร้อมทั้งลำโพงเบสอีกหนึ่งตัวแล้วจึงหันไปกล่าวกับโดโรธีที่ถึงไมค์ว่า

“ลำโพงเรียบร้อยแล้ว”

“เครื่องเสียงก็เรียบร้อย”

มินาตอบกลับมาอีกครั้งพลางเปิดยังเครื่องเสียงให้ทำงานพร้อมใช้ทันที...โดโรธีที่ยิ้มออกมาอย่างดีใจและสนุกสนานจึงหันมาส่งเสียงร้องถามทุกคนที่รอฟังเพลงที่แสนจะไพเราะของเธอว่า

“ทุกคนพร้อมหรือยัง”

“พร้อมแล้ว”

โซฟีเน่ อานิต้า อาธีน่าตอบจนทุกคนที่ใส่ยังเครื่องปิดหูแน่นปกป้องยังเสียงเพลงให้สามารถเร็ดรอดเข้ามาได้ถึงกับพยักหน้าตอบมาอย่างรวดเร็วทันที...โดโรธีที่ไม่สนใจถึงกับยิ้มออกมาพลางร้องตะโกนพลางยังไมค์ออกมาอย่างดังลั่นว่า

“เริ่มได้...”

“ค่ะ...”

“โอ.เค...”

เสียงของมินะที่ตอบรับกลับมาพร้อมทั้งกีต้าร์ในมือและมินาที่เคาะกลองชุดเป็นจังหวะเตรียมที่จะบรรเลงบทเพลงที่แสนไพเราะทันที...

“ได้เวลาตายแล้วทุกคน...”

โดรธส่งเสียงตะโกนออกมาอย่างดังลั่นพร้อมทั้งร้องออกมาทันทีว่า

“...ตาย...ตาย...ตาย...ความตายกำลังมาหาเธอ...ตาย...ตาย...ตาย...ความตายกำลังมาหาเธอ...

“โอ็ย...”

เสียงร้องของเอพิรัสดังรอดออกมาจากหอยสังข์ราวกับทหารที่ผ่านยังสมรภูมิที่โหดร้าย-โดนยังห่าระเบิดดังร้อยนับพันทิ้งบอมลงมาอย่างไร้ความปราณีใดๆ...

ทั้งยังราวกับได้ยินเหมือนเสียงกรี๊ดร้องของวิญญาณร้ายจากขุมนรก...

หรือเสียงของเอาปลายเล็บที่แหลมคมกรีดกระจกจนเกิดริ้วรอยจนเสี้ยวฟัน...

รวมๆแล้วนี่คือเสียงเพลงของโดโรธีและฝีมือดนตรีของมินะกับมินาที่บรรเลงจนจบเพลงราวกับจะนำพายังวิญญาณของเจ้าเมืองสาวไปพบยังพระเจ้าอย่างง่ายดาย-แต่น่าน่ากลัวเธอดันรอดตายขึ้นมาไม่ยอมขาดใจจึงทำได้แต่ต้องทุกข์ทรมานจนต้องคลานออกมาอย่างเปลือกหอยอย่างเหมือนกับจะหมดแรง

“...โอ๊ย...โอ๊ย”

“...”

ยูอันที่แอบมองจากในกระดองเต่าที่วางอยู่เป็นหนึ่งในชุดกลองของมินาถึงกับนิ่งเงียบไม่ยอมที่จะกล่าวอะไรออกมา เพราะทราบดีถึงความทรมานของเสียงโดโรธีว่าเป็นเช่นไร...

เพียงแต่ครั้งนี้กลับมีดนตรีที่แสนโหดร้ายของมินะกับมินาประกอบด้วย...

...นรกชัดๆ

“เป็นไง...”

โซฟีเน่ที่ยิ้มออกมาอย่างพอใจแล้วจึงถามออกไปว่า

“...ยอมแพ้หรือยังล่ะ”

“ยอมแล้ว...โอ๊ย...”

เอพิรัสที่ถึงกับค่อยๆคีบคลานได้แต่พยายามที่จะลุกขึ้นมาอย่างอ่อนระโหยโรยแรงจ้องมองไปยังโซฟีเน่ส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...ฉันยอมแล้ว”

“งั้นก็ดีแล้ว...”

โซฟีเน่ยิ้มออกมาอย่างพอใจที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังเจ้าเมืองอาคีรอนที่เบื้องหน้าด้วยรอยยิ้มที่เหมือนกับจะพอใจยังผลงานของแม่ลูกแมวทั้ง 3 ที่สามารถบีบยังเอพิรัสสามารถออกมาได้อย่างง่ายดายเช่นนี้...

เอพิรัส อาคีรอน(Epirus Acheron)เป็นหญิงชนเผ่ามนุษย์ที่มีเสียงผมสีเขียวราวกับสายธารแห่งมรกต ดวงตาเรียวสวยสีแดงเพลิง ใบหน้าขาวอมชมพู จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากสีแดงสดสวย ใบหน้ารูปใข่ สวมใส่ยังชุดเสื้อยืดคอกว้างสีฟ้าเผยยังหัวไหล่ที่ขาวนวลทั้ง 2 ยาวถึงขาอ่อน กระโปร่งบานยาวประมาณหัวเข่าสีน้ำเงิน คาดยังเข็มขัดเส้นโตสีขาว เผยยังเรียวขาวที่ขาวนวลสวยสวมใส่ยังไร้ส้นที่ถักด้วยเถาวัลย์สีเขียว มีกระดองเปลือกหอยสังข์ที่ด้านหลัง...แล้วโซฟีเน่ที่ไม่รอช้ารีบตวัดยัง BIRD-DOG ชี้ออกไปยังเบื้องหน้าพลางส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“เอาเงินค่าไถ่มาเสียดีๆ”

“ไม่มีหรอกค่ะ...”

เอพิรัสที่ส่ายหน้าอย่างเศร้าสร้อยพลางบอกกล่าวออกมาอีกว่า

“...เงินตั้งสองล้านไนล์แค่เมืองเล็กๆอย่างเราไม่มีปัญญาจ่ายให้หรอกค่ะ”

“งั้นหรือ...”

โซฟีเน่ที่ยิ้มรับออกมาเหมือนกับจะเข้าใจยังสิ่งที่เอพิรัสกล่าวออกมาจึงหันไปกล่าวกับอานิต้าว่า

“...ช่วยจัดการทีสิ”

“ได้เลย...”

อานิต้าที่ยิ้มตอบรับออกมาอย่างรวดเร็วพลางก้าวเดินออกไปยังเบื้องหน้าของเอพิรัสพร้อมทั้งคว้ายังคอเสื้อของอีกฝ่ายลากเข้ามาใกล้ๆแล้วร้องถามออกมาว่า

“...สารภาพมาดีกว่าน่า...”

แม่เรนเดียสาวยังกล่าวออกมาอีกว่า

“...หรือจะต้องให้ใช้กำลังกัน”

“ฉันไม่มีจริงน่ะค่ะ...”

เอพิรัสที่บีบยังน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาที่เรียวสวยยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...ฉันไม่มีเงินจริงๆน่ะคะ...ได้โปรดเถอะค่ะ”

“นี่...”

เจนนี่ที่ส่งเสียงร้องออกมาจากเห็นใจยังอีกฝ่าย เพราะดูจากดวงตาที่ใส่ซื่อและท่าทางที่อ่อนแอของเอพิรัสคงไม่น่าที่จะทนยังการขมขู่ของอานิต้าได้หลบทั้งยังกล่าวออกไปว่า

“...นี่เอพิรัสคงได้โกหกหรอกมั้ง”

“ชิ...”

อานิต้าที่เต้นเสียงออกมาอย่างไม่พอใจพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังเอพิรัสที่เบื้องหน้าแล้วจึงร้องถามออกไปว่า

“...งั้นมีเท่าไหร่”

“สองหมื่น...”

“หือ...”

อานิต้าที่ได้ยินถึงกับจ้องมองไปยังแม่หอยสังข์สาวด้วยความไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อพลางร้องถามออกไปอีกว่า

“...ว่ายังไงน่ะ”

“สามหมื่น...”

“สี่หมื่น...”

“หกหมื่น...”

“แปดหมื่น...”

“หนึ่งแสน...”

“แสนห้า...”

“...”

เมื่อเห็นยังอานิต้าที่ยังนิ่งเงียบอยู่จ้องมองมาด้วยสายตาที่ขมขู่ทำเอาเอพิรัสต้องตัดใจส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างสั่นๆว่า

“...ทั้งหมดมีอยู่แค่สองแสนไนล์เท่านั้นค่ะ”

“ชิ...”

อานิต้าที่ได้ยินถึงกับเค้นเสียงร้องออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ว่าพลางร้องกล่าวออกไปอีกว่า

“...มีแค่นี้จริงๆหรือ”

“อือ...”

เอพิรัสที่คล้ายกับจะร้องไห้ถึงกับรีบพยักหน้าตอบรับออกมาอย่างรวดเร็วอย่างไม่คิดชีวิต...อานิต้าจึงเลิกคิ้วซ้ายเค้นเสียงข่มขู่ถามต่อมาอีกว่า

“จริงน่ะ”

“จริงๆค่ะ”

เมื่อได้ยินยังเอพิรัสส่งเสียงตอบออกมาอย่างรวดเร็วทันที..อาธีน่าที่รู้สึกสงสัยจึงหันไปถามยังโบลเบที่เหมือนกับนั่งดื่มชาอยู่อย่างสบายอารมณ์พลางส่งเสียงถามออกไปว่า

“...ไหนเธอบอกว่าน่าจะมีอยู่ราวๆสองถึงสามล้านไนล์ยังไงล่ะ”

“นี่เธอร่วมมือกับพวกนั้นหรือ-โบลเบ...”

เอพิรัสที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงร้องถามออกไปไปด้วยความตกใจทันทีว่า

“...ทั้งๆที่เราเป็นเพื่อนกันแท้ๆ”

“ดูเหมือนพอเอพิรัสรู้ว่าพวกเธอกับจิ้งจอกสีเงินลงมือปล้นที่ซีเบร็นแล้วก็เลยย้ายสมบัติของเธอทั้งหมดไปไว้ยังเมืองอาคีรอนตะวันออกหมดแล้วล่ะ...”

โบลเบที่ยิ้มออกมาพลางจ้องมองไปยังเอพิรัสแล้วจึงกล่าวออกมาอีกว่า

“...ตอนแรกที่ฉันมาถึงที่นี่ก็เห็นยังเอพิรัสก็ลังเลราวกับจะย้ายหนีไปยังเมืองอื่นอยู่แล้วด้วยก็เลยหลอกให้มานั่งดื่มน้ำชาเป็นเพื่อนน่ะ”

“โหดร้ายที่สุด”

เอพิรัสที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงร้องประท้วงยังโบลเบที่เป็นเพื่อนรักออกมาทั้งน้ำตาทันที...อาธีน่าที่ได้ยินเช่นนั้นจึงร้องถามยังโซฟีเน่ด้วยความเซ้งๆในอารมณ์ว่า

“เอาไงดีล่ะ”

“ไหนๆก็ไหนๆแล้ว...”

โซฟีเน่ที่ยิ้มออกมายังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...สองแสนก็เอาเถอะ”

เพราะยังไงไหนๆมาแล้วก็น่าจะเอาอะไรติดไม้ติดมือกลับไปด้วย...

“อยู่ไหน”

อานิต้าที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงร้องถามออกไปทันทีทำเอาเอพิรัสที่เหมือนกับจะร้องไห้ได้แต่ต้องเอายังหีบสมบัติหีบสุดท้ายที่เหลือซึ่งแอบซ่อนไว้ด้านในเปลือกหอยส่งออกไปอย่างจำยอม...

“นี่ค่ะ”

“ควับ...”

โดโรธีที่คว้าหีบสมบัติมาเปิดอย่างรวดเร็วให้มินะที่เอากล้องสำหรับส่องหยิบข้างของที่อยู่ภายในขึ้นมาตีราคาพลางร้องบอกออกมาอย่างรวดเร็วว่า

“เป็นของแท้โอ.เค.-ผ่าน”

“งานนี้ขาดทุนแย่เลย”

มินาที่เห็นยังสมบัติที่ได้จากการเรียกค่าไถ่ในครั้งนี้ได้เงินน้อยกว่าที่เรียกไปถึงสิบเท่าถึงกับบ่นออกมาด้วยความเซ้งๆในอารมณ์ เพราะเท่านั้นส่วนแบ่งของทุกคนถึงกับจะต้องน้อยลงไป-ได้คนล่ะไม่เท่าไหร่อย่างแน่นอนเลย...อาธีน่าที่ได้ยินถึงกับหันไปถามยังความเห็นของโซฟีเน่ที่เป็นกัปตันว่า

“จะทิ้งตัวอารีธูซ่าไว้ที่นี่เลยดีมั้ยล่ะ”

เพราะจะจับตัวไว้หรือปล่อยตัวประกันนั่น-มันเป็นสิ่งที่กัปตันของซิลเวอร์แอร์โร่จะต้องตัดสินใจ...ส่วนถ้าไม่เห็นด้วยแล้วเธอจึงค่อยเสนอยังความเห็นที่ขัดแย้งออกไปที่หลังละกัน...

“อืมม์...”

แต่โซฟีเนี่ที่ในปลายนิ้งชี้ซ้ายเตะที่ข้างแก้มด้านล่างเล็กน้อยราวกับขบคิดถึงอะไรบางอย่างแล้วใช้ยังประกายตาที่เรียวสวยจ้องมองไปยังโบลเบแล้วส่งเสียงร้องถามออกไปว่า

“...ที่อาคีลูสน่าจะมีเงินประมาณเท่าไหร่ล่ะ”

“อาคีลูสเป็นเมืองทหารการทหารที่แข่งขันกับอัพฟีอุสจึงน่าจะมีทรัพย์สินราวๆ...”

หลังจากขบคิดเล็กน้อยแล้วเจ้ามืองสาวจึงกล่าวออกมาว่า

“...สองถึงสามล้านไนล์อย่างแน่นอนเลยล่ะ”

“งั้นก็ดีแล้ว...”

โซฟีเน่ที่ได้ยินถึงกับรีบส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างรวดเร็วทันทีว่า

“...งั้นเราก็เอาอารีธูซ่าไปเรียกค่าไถ่ที่อาคีลูสแทนก็แล้วกัน”

เพราะเมื่อไม่ได้เงินค่าไถ่จากที่อาคีรอนนี้ก็มีแต่ต้องไปเอาที่อาคีลูสของอาคีลัสแทนเท่านั้น-ส่วนเงินสองแสนนี้เป็นค่าผ่านทางละกัน...อานิต้าที่กำลังคว้ายังคอเสื้อของเอพิรัสไว้ไม่ยอมปล่อยจึงร้องถามออกไปว่า

“แล้วจะเอาไงกับแม่นี่ดีล่ะ”

“เอาไงหรือ...”

โซฟีเน่ที่ขบคิดเล็กน้อยแล้วจึงยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์พลางกล่าวออกมาทันทีว่า

“...จับตัวไปด้วยล่ะกัน”

“หา...”

เอพิรัสที่ได้ยินถึงกับร้องลั่นพลางรีบกล่าวออกมาอย่างรวดเร็วทันทีว่า

“...ปล่อยฉันไปเถอะค่ะ...”

ทั้งยังกล่าวต่อไปอีกว่า

“...ฉันไม่เอาเรื่องหรือส่งทหารติดตามไปเข้าสมบัติคืนหรอกค่ะ”

“ไม่ได้...”

อาธีน่าที่ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์นิดๆกลับส่ายหน้าออกมาอย่างเห็นใจยังอีกฝ่ายพลางส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...เพราะเธอตัวเป็นตัวประกันที่เราเรียกค่าไถ่อีกคนยังไงล่ะ”

“กรี๊ด...”

เอพิรัสที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นว่า

“...โบลเบช่วยฉันด้วยน่ะ”

“เฮ้ย...”

โบลเบที่นั่งจิบชาถึงกับส่ายหน้าอย่างอับจนปัญญาพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังโซฟีเน่ อาธีน่า อานิต้าและแม่ลูกแมวที่ชั่วร้ายทั้ง 3 ซึ่งไม่มีทางยอมปล่อยยังเหยื่อชิ้นโตชิ้นนี้ให้หลุดมือไปแน่และเมื่อรวมถึงโซฟีเน่กับเซเรสที่กำลังจ้องมองมาจากบนดาดฟ้าเรือของซิลเวอร์แอร์โร่ซึ่งอาจจะลงมือด้วยล่ะก้อ...

เธอไม่มีทางชนะได้อย่างแน่นอนเลย...

...ดีไม่ดีอาจจะโดนจับเป็นตัวประกันสำหรับเรียกค่าไถ่ด้วย

เพื่อเป็นการเอาตัวรอดและเพื่อความปลอดภัยของตัวเองโบลเบขึงได้แต่ยิ้มพลางกล่าวออกไปว่า

“...ฉันคงช่วยอะไรไม่ได้หรอกน่ะ”

“ใจร้าย...โบลเบใจร้ายที่สุดเลย”

เอพิรัสส่งเสียงร้องออกมาทันทีน้ำตาทันที...อาธีน่าที่ได้ยินเช่นนั้นจึงหันไปกล่าวกับเจ้าเมืองเบรุทที่กำลังนั่งจิบชาอยู่ว่า

“งั้นฝากที่เหลือด้วยน่ะ”

“ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ...”

โบลเบที่ยิ้มออกมาพลางพยักหน้ารับแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...ไว้ดื่มน้ำชาเลสร็จแล้ว-ฉันจะไปแจ้งข่าวที่อาคีลูสให้เองไม่ต้องห่วง...”

ทั้งยังพลางกล่าวต่อไปว่า

“...แล้วอย่างลืมส่วนแบ่งของฉันที่เพิ่มขึ้นด้วยน่ะ”

“อืมม์...”

อาธีน่าที่เห็นยังทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจึงหันไปสั่งการยังพวกของแคสทืที่ได้ยามนี้กำลังรับหน้าที่ในการสกัดยังเหล่าทหารของอาคีรอนไม่ให้สามารถบุกเข้ามายังห้องนี้ไว้ว่า

“...ทุกคนถอย”

ท่ามกลางเสียงร้องของมาของเอพิรัสที่ดังขึ้นมาว่า

“โหดร้ายที่สุด...เพื่อนทรยศ”

“ฮึม...”

แคสท์ที่ส่งเสียงร้องออกมาเล็กน้อยเมื่อได้รับสัญญาถอยกลับจึงร้องสั่งการออกไปอย่างรวดเร็วทันทีว่า

“ดีส...มีมี่...”

“ค่ะ...หัวหน้า”

“อืมม์...อืมม์...”

ดีสกับมีมี่ที่อยู่ด้านหน้าสุดถึงกับส่งเสียงร้องรับออกมาอย่างรวดเร็วแล้วจึงตวัดยังไม้พลองในมือและค้อนยักษ์โจมตีใส่ยังทหารแห่งอาคีรอนที่เบื้องหน้าแล้วรีบกระโดดถอยไปยังด้านหลังรีบวิ่งตามทุกคนขึ้นไปบนดาดฟ้าของซิลเวอร์แอร์โร่ทันที

“ตุบ...ตุบ...ตุบ...”

“แย่แล้ว...”

หัวหน้าทหารหน่วยองครักษ์คนเห็นที่เห็นยังอานิต้ากำลังจับตัวของเอพิรัสที่หลบเข้าไปซ่อนตัวอยู่ภายในกระดองหอยสังข์ของเธอด้วยความหวาดกลัวกลับขึ้นไปยังซิลเวอร์อร์โร่ถึงกับต้องรีบส่งเสียงร้องสั่งการออกมาทันทีว่า

“...ท่านเอพิรัสโดนจับตัว-พวกเรารีบช่วยเร็ว”

“...รีบช่วยท่านเจ้าเมืองเร็ว”

“ย๊าก...”

แต่ทหารที่พุ่งเข้าไปอีกราว 3 ถึง 4 คนกลับถูกยังไทกะปักหลักปิดทางถอยให้กับทุกคนตวัดยังคมดาบฟันใส่จนล้มลงไปอย่างง่ายดาย-แม่เสือสาวที่ยิ้มออกมาอย่างชอบใจพลางจ้องมอวงไปยังเหล่าทหารที่เบื้องหน้าแล้วกล่าวออกไปว่า

“...ฉันไม่ยอมให้ใครผ่านไปได้หรอก”

“ถอยได้แล้ว”

แคสท์ที่ตวัดยังดาบยาวสีแดงในมือล้มทหารส่งไปอีก 3 ถึง 4 คนถึงกับสั่งการออกมาอย่างรวดเร็วให้ไทกะถอยกลับขึ้นซิลเวอร์แอร์โร่อย่างรวดเร็วทันที

“ชิ...”

ไทกะที่เค้นเสียงร้องออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ เพราะต้องได้แต่สู้พลางถอยพลางกระโดดกลับขึ้นไปบนดาดฟ้าของซิลเวอร์แอร์โร่อย่างไม่ยินยอมสักเท่าไหร่นัก เพราะทหารแค่นี้เธอสามารถจัดการได้อย่างง่ายดายอยู่แล้ว...แคสท์ที่ไม่รอช้รีบตวัดยังดาบฟันใส่ทหาร 2 คนที่บุกติดตามมาอย่างลดละพลางกลางปีกพุ่งทะยานกับมายังดาดฟ้าของซิลเวอร์แอร์โร่พร้อมทั้งร้องสั่งการว่า

“ยิงได้”

“เฟียว...เฟียว...เฟียว...”

เจนนี่ ดีสและมีมี่ที่อยู่บนดาดฟ้าซิลเวอร์แอร์โร้ถึงปายังมีดสั้น ยิงลูกธนูลงไปทันที...ฟอการิต้าที่อยู่ใกล้ๆถึงกับยิ้มออกมาอย่างชัวร้ายแล้วเอาลูกระเบิดจุดพร้อมทั้งปาลงไปใส่ยังทหารที่เบื้องล่างด้วยความสนุกสนานทันที

“ตรูม...ตรูม...”

ท่ามกลางเสียงระเบิดและห่ามีดสั้นและลูกธนูที่ยิงสวนลงมาทำเอาหัวหน้าองครักษ์ได้แต่ส่งเสียงร้องลั่นออกมาด้วยความเจ็บใจว่า

“ทุกคนถอยเร็ว”

เพราะหากบุกต่อไปนอกจากจะไม่สามารถช่วยเหลือยังท่านเจ้าเมืองแห่งอาคีรอนได้แล้วยังพากับบาดเจ็บไปเสียเปล่าๆ...โซฟีเน่ที่ยิ้มออกมาบนดาดฟ้าของซิลเวอร์แอร์โร่ที่ไม่รอช้ารีบส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นว่า

“เดินหน้าเต็มที่”

“ได้เลย”

ซีนอนที่ในยามนี้กลางเป็นคนขับเรือซิลเวอ์แอร์โร่เหมือนจะถาวรได้แล้วจึงส่งเสียงร้องออกมาอย่างชอบใจและอารมณ์ดีเป็นอย่างยิ่งขับยังซิลเวอร์แอร์โร่บุกทะยานออกไปราวกับศรสีเงินตัดยังเกลียวคลื่นที่สูงขึ้นมาจนแทบจะท่วมเข้าในในลำเรือของซิลเวอร์แอร์โร่ในพริบตา...

จนในยามนี้เพื่อป้องกันยังน้ำเข้าเรือจึงจำเป็นต้องการยังบาเรียสีชมพูไว้ตลอดเวลา-เพื่อมุ่งหน้าไปยังอารีลูสที่มีระดับน้ำที่สูงกว่าดาดฟ้าเรือของซิลเวอร์แอร์โร่แล้ว

“บ้าที่สุด...”

หัวหน้าทหารองครักษ์แห่งอาคีรอนจ้องมองไปยังซิลเวอร์แอร์โร่ที่สามารถจับตัวเจ้าเมืองหลบหนีไปได้ถึงกับหันไปมองยังโบลเลที่ยังคงนั่งมองดูทุกสิ่งอยู่จึงร้องถามออกไปว่า

“...เอาไงดีค่ะ-ท่านโบลเบ”

เพราะยังไงในยามนี้โบลเบที่ดังข้างมีตำแหน่งสูงถึงเป็นเจ้าเมืองและเทพพิทักษ์แห่งสายธารลำดับสูงที่มียศสูงกว่าจึงต้องร้องถามออกไปเมื่อเกิดยังปัญหาที่เจ้าเมืองโดนจับตัวไปเช่นนี้

“ไม่ต้องทำอะไรหรอก...”

โบลเบที่ยิ้มออกมาอย่างไม่คิดอะไรพลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังห้วงแห่งสายธารอันสดใสสีฟ้าแล้วจึงส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...ปล่อยให้อาคีลัสเป็นจัดการก็แล้วกัน”

“ค่ะ...”

เมื่อได้ยินเสียงของเจ้าเมืองเบรุทตอบออกมาเช่นนี้เหล่าทหารทั้งหลายจึงแยกย้ายกันออกไปดูแลยังความเรียบร้อยต่างๆต่อไปทันที-เพื่อรอยังเจ้าเมืองที่ได้รับการช่วยเหลือกลับมาดูแลต่อ...ส่วนโบลเบที่ยิ้มออกมาพลางจับจ้องมองไปยังสายฝนที่กำลังตกลงมาจากท้องฟ้าราวกับหยาดน้ำตาแห่งความเศร้าสร้อยของเทพธิดาของเธอจึงกล่าวออกมาว่า

“หวังว่าวันที่ฟ้าสดใสจะมาถึงเร็วๆน่ะ-ท่านไนล์”

ก่อนที่จะจิบชาลงไปอย่างมีความสุขและอารมณ์ดียิ่ง...

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 05 มิ.ย.55 เวลา 01:38:26 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ