Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

LOVE MAGIC FANTASY-04 : 501-Division ตอนที่ 27 แม่ทัพมังกรพสุธาทมิฬ

ภาคนี้อาจมีฉากที่ไม่เหมาะสม และการบรรยายตัวละครที่มากไปหน่อย ถ้าไม่ชอบก็อ่านข้ามๆไปได้น่ะครับ เพราะไม่อยากที่จะตัดออกครับ...ขอบคุณที่ติดตามครับ

ตอนที่ 27 แม่ทัพมังกรพสุธาทมิฬ

...

ความนิ่งและเงียบแผ่ขยายออกไปปกคลุมยังทุกสิ่งราวกับกาลเวลาได้หยุดยั้งลงแม้กระทั่งยังลมหายใจของทุกคนที่ต่างจับจ้องมองไปเป็นสายตาเดียวยัง...

...เดราส โดรากอน-แม่ทัพมังกรพสุธาทมิฬ

แต่ในสายตาของเดราสกลับมองเห็นอยู่เพียงแค่ 5 ถึง 6 คนเท่านั้น...ซีน่อน โรเซร่า อาริเซีย อเล็กซ์ รันและ...

...เทลน่า

“อืมม์...”

ราเมลที่จ้องมองไปยังดาราสอดที่จะส่งเสียงออกมาเล็กน้อยอย่างที่ชื่นชมยังอีกฝ่ายไม่ได้...เทลน่าที่คล้ายได้ยินยังเสียงนี้จึงอดที่จะหันไปมองยังชายหนุ่มด้วยสายตาที่ไม่พอใจ-เธอยังส่งเสียงกล่าวออกไปว่า

“นายไปชื่นชมศัตรูทำไมกัน”

“เพราะเป็นศัตรูสิ...”

ราเมลส่งเสียงออกมาเล็กน้อยพร้อมทั้งกวาดสายตาจับจ้องมองไปยังดาราสแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...จึงน่าชื่นชม”

“เอ๋ะ...”

เรนนี่ที่ได้ยินถึงกับร้องออกมาด้วยความสงสัย-เธอถึงกับกวาดสายตาจ้องมองไปยังใบหน้าของชายหนุ่มพลางร้องถามออกไปว่า

“....ทำไมล่ะ”

“...”

ราเมลที่ยิ้มเล็กน้อยแล้วจึงส่งเสียงตอบออกมาว่า

“...ทั้งๆที่อยู่ท่ามกลางศัตรูมากมายแต่ดาราสกับยังสามารถนั่งนิ่งได้ราวกับอยู่ในกองทัพของตังเอง-ผู้ชายอย่างนี้สิถึงกับจะสมกับเป็นแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่จริงๆ”

“จริงด้วยสิ...”

เรนนี่ส่งเสียงร้องออกมาอย่างเห็นด้วยพร้อมทั้งกวาดสายตาจ้องมองไปยังอีกฝ่ายด้วยสายตาที่ชื่นชมขึ้นมาทันที...ส่วนเทลน่าที่ได้ยินคำกล่าวของราเมลก็คลายยังความรู้สึกที่ไม่พอใจต่อชายหนุ่มขึ้นมาทันที-เธอเพียงแค่พยักหน้าตอบรับออกไปเท่านั้น

“อืมม์”

เพราะในยามนี้-เดราสที่กำลังตกอยู่ในวงล้อมของนายทหารและนักรบกว่า 200 นาย...แต่ซีนอนที่ยืนอยู่ตรงกลางกลับก้าวเดินออกไปยังเบื้องหน้าเล็กน้อยพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“เราไม่ได้พบกับนานแล้วสิน่ะ-เดราส”

“ฟุบ...”

ในขนาดที่โรเซร่า อาริเซีย อเล็กซ์และรันต่างค่อยๆแยกย้ายกันออกไปยืนล้อมยังทั้งสี่มุมรอบๆบัลลังก์ของเดราสในรัศมีกว้างประมาณ 10 เมตรไว้ทันที...แต่เดราสที่คล้ายกับไม่สนใจยังใครอื่นอีก-เขาที่นั่งเคียงคอผิงยังแขนซ้ายกวาดสายตาจ้องมองมายังซีน่อนอย่างเย็นชาเพียงส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“นานแล้วสิน่ะ-ที่เราไม่ได้พอกัน...”

ประกายตาสีทองที่จับจ้องมองไปยังซีน่อนคล้ายกับท่อยังแววแห่งความยินดีเล็กน้อยก่อนที่จะส่งเสียงกล่าวต่อมาอีกว่า

“...ตั้งแต่สงครามจบสิ้นลงไปเมื่อห้าปีก่อน...”

เขายังกล่าวออกมาอีกอย่างแฝงถึงความเศร้าสร้อยว่า

“...ถึงวันนั้นข้าจะสามารถกลับไปพบเจ้ายังปราสาทของเฟลริวได้-ถึงใครจะบอกว่าเป็นชัยชนะของข้าที่มีต่ออัศวินที่เก่งกาจที่สุดแห่งเฟรย์ลิเซียก็แล้วแต่...”

หยุดผลางกลางออกไปอีกว่า

“...แต่ข้าที่ไปพบยังเจ้าได้ทราบดีถึงความพ่ายแพ้ของสิบสองแม่ทัพแห่งเฟลริว”

“นั่นสิน่ะ...”

ซีน่อนยิ้มตอบรับกลับไปอย่างเศร้าสร้อย-เขาที่ใช้ประกายตาสีดำสนิทแฝงยังความเจ็บอันสูญเสียสบยังสายตาสีทองของฝ่ายตรงข้ามอีกที่ไม่หวาดกลัวยังสิ่งใดๆแล้วตอบรับกลับออกไปว่า

“...ห้าปีแล้วสิน่ะ-กับชัยชนะที่ฉันต้องแรกมาด้วยหยาดน้ำตา”

เพราะ 12 แม่ทัพแห่งเฟลวริวที่เก่งกาจก็ได้พรากยังคนสำคัญของซีน่อนไปเช่นกันในการต่อสู้เมื่อ 5 ปีก่อนที่อัศวินที่เก่งที่สุดแห่งเฟรย์ลิเซียเลือกที่จะหยุดยั้งแม่ทัพทั้ง 12 ของเฟลริวที่เก่งกาจเพียงลำพัง...
ผลในครั้งนั้นเพียงมีเดราสผู้นี้เหลือรอดเพียงคนเดียวมาพบกับเขาที่สามารถเอาชนะยัง 100 อัศวินของเฟลริวที่เฝ้าปราสาทไว้...

มันเป็นการเผิญหน้าของนักรบที่เก่งกาจและแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ที่ทั้งเหน็ดเหนื่อยและบาดเจ็บยิ่ง-สิ่งที่ทำให้ทั้งสองยังคงเผชิญและพร้อมที่จะจับอาวุธเข้าต่อสู้กันคือเกียริต์และศักดิ์ศรีแห่งอัศวินเท่านั้น...

“เป็นห้าปีที่ยาวนานจริงๆ...”

เดราสที่เค้นยังรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยพลางส่งเสียงตอบออกไปว่า

“...ดาบที่อยู่ในฟักนี้มันร่ำร้องที่จะตวัดออกมาแล้ว-แต่น่าเสียดายที่กว่ามันจะถูกชักออกมากลับต้องกินเวลายาวนานออกมานับห้าปี”

“มันช้าไปห้าปีจริงๆ....”

ซีน่อนส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งกำดาบในมือแน่นราวกับรอคอยยังฝ่ายตรงข้ามลุกขึ้นมาปะดาบกับตน เพราะเมื่อสามปีก่อนที่ซีน่อนและเดราสประดาบเล่มตวัดเข้าหากัน-ก่อนที่คมดาบที่สองจะฟาดออกไป...สัญญาสงบศึกของเฟรย์ลิเซียและเฟลริวก็ได้ออกมาแล้ว...

...ท่ามกลางความพ่ายแพ้ของเฟลริวและชัยชนะของเฟรย์ลิเซีย

การสู้ต่อของทั้งสองที่พึ่งจะเริ่มขึ้นในวันนั้นกลับต้องสิ้นสุดลงไปก่อนเวลาอันควรและยึดยาวจนมาถึงทุกวันนี้...

ทุกคนที่ทราบยังการต่อสู้ในครั้งนั้น-ต่างต้องการที่จะรับรู้ถึงผลของการต่อสู้ของ 2 นักรบที่ยิ่งใหญ่แห่งเฟรย์ลิเซียและเฟลริวนี้...

“...เข้ามาได้เลย”

ซีน่อนส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งกวาดสายตาจ้องมองไปยังเดราสที่เบื้องหน้า เพราะเขาก็เป็นอีกคนหนึ่งที่อยากจะทราบถึงคำตอบนี้...

แต่...

เดราสที่ยิ้มออกมาเล็กน้อยจึงลุกขึ้นมาพร้อมทั้งชักดาบสีทองออกมาอย่างฟักอย่างรวดเร็วชี้ลงไปยังปลายพื้นที่เบื้องล่าง-จับจ้องมองไปยังซีน่อนไปเพียงผู้เดียวเท่านั้น

...ราวกับไม่มีใครอื่นอยู่ในสายตาเขาอีก เพราะเดราสก็อยากที่จะทราบยังคำตอบนั้นเหมือนกัน

“เรามาต่อกันเถอะ...”

เดราสที่จับจ้องมองไปยังซีน่อนราวกับจะย้อนเวลาหลับไปยังเมื่อ 5 ปีก่อนที่ทั้งตนและอีกฝ่ายทีทั้งเหน็ดเหนื่อยและบาดเจ็บสาหัสกำลังจะเผชิญหน้ากันจึงส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งตวัดยังคมด้วยฟันใส่ยังซีน่อนอย่างสุดแรง...ซีน่อนที่ไม่รอช้าก็รีบตวัดยังคมดาบฟันรับที่ฟาดลงมาของเดราสทันที

“เปรี้ยง...”

เสียงคมดาบประทะกันดังก้องกังวานไปทั่วอาณาจักรบริเวณราวกับสายลมและคลื่นพลังที่รุนแรงโชนพัดโหมไปยังร่างและหัวใจของทุกคนทันทีราวกับกาลเวลาไปหยุดลงไป...

แต่เวลาของทั้งสองได้เริ่มขึ้นมาอีกแล้ว...

...การต่อสู้ของทั้งสองจึงได้เริ่มดำเนินต่อแล้ว

“ย๊าก...”

เดราสที่ไม่รอช้ารีบตวัดยังคมดาบแทงใส่ยังใบหน้าของซีน่อนอย่างรวดเร็วทันที...ซีน่อนก็รับตวัดยังคมดาบปัดยังดาบของอีกฝ่ายให้เบนออกไปเล็กน้อยพร้อมทั้งรับวกกลับมาฟันใส่ยังหัวไหล่ของฝ่าตรงข้าม

“เปรี้ยง...”

แต่เดราสที่ไว้ยิ่งกว่ากลับรีบตวัดดาบรับดาบของซีน่อนและใช้มือซ้ายที่ว่างเปล่าต่อยใส่ยังหน้าอกของเขาทันที...ซีน่อนก็ต่อยยังหมัดซ้ายต่อยยังหมัดของเดราสทันที

“ตรูม...”

เสียงปะทะกันของหมัดทั้งสองคนที่ต่อยเข้าใส่กันอย่างรุนแรงยิ่งจนทำให้ทั้งสองที่ประดาบกันอย่างไม่ยอมขยับถึงกับต้องต่างพากันเซก้าวถอยหลังออกไปคนละครึ่งก้าว

“...ตุบ”

“ย๊าก...”

“ย๊าก...”

ซีน่อนและเดราสต่างส่งเสียงร้องออกมาพร้อมๆกันอีกครั้งหนึ่งและพร้อมกันตวัดยังคมดาบในมือขวาฟันใส่กันอย่างรุนแรงยิ่ง...

“เปรี้ยง...”

คมดาบปะทะกันจนประกายไฟแลบขึ้นมาก่อนที่จะค่อยๆกระเด็นย้อนกลับไปอย่างรุนแรง..แต่ซีน่อนและเดราสที่กัดฟันแน่นยังคงตวัดคมดาบฟันใส่กันอีกครั้งอย่างสุดแรง

“เปรี้ยง...”

“เปรี้ยง...”

“เปรี้ยง...”

คมดาบที่ถูกฟาดใส่กันอย่างนับไม่ถ้วนจนประกายไฟแทบจะลุกขึ้นมาอย่างไม่หยุดยั้งอย่างสุดแรงจะหยาดเหงื่อมากมายถึงหลั่งไหลออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง-แรงประทะของมันทำเอาหัวไหล่ของซีน่อนที่กระเด็นถอยหลังกลับไปถึงกับแทบล้า...แต่การสู้ต่อยังไม่หยุดยั้ง...

ยังการต่อสู้ของบุรุษที่เก่งกาจที่สุดของสองแผ่นดิน...

...ยกเว้นผู้กล้าและจอมมาร

“เปรี้ยง...”

คมดาบยังคงต้องประทะกันอีกครั้งหนึ่งจนซีน่อนที่ยืนหยัดอยู่อย่างช้านานถึงกับต้องก้าวถอยหลังออกไปเล็กน้อย...เดราสที่เห็นเช่นนั้นจึงสบโอกาสรีบตวัดยังคำดาบทองคำในมือของเขาฟันใส่ยังร่างของซีน่อนทัน

“เฟียว...”

“หือ...”

แต่ซีน่อนที่ไม่รอช้ากลับพุ่งร่างผ่านสวนกลับไปหลบยังคมดาบที่ฟันลงมาของเดราสและต่อยยังหมัดซ้ายใส่ไปกลางหน้าอกของอีกฝ่ายอย่างสุดแรง

“เปรี้ยง...”

เสียงหมัดที่พุ่งเข้าใส่ยังเกราะทองคำที่หน้าอกของเดราสจนเป็นรอยหมัดพร้อมทั้งร่างของเดราสที่ชะงักลงไปเล็กน้อย...

แต่เล็กน้อยเท่านั้น...

“ย๊าก...”

แต่เขาที่กัดฟันแน่นอย่างไม่ยอมรับความพ่ายแพ้กลับตวัดยังกำปั้นซ้ายต่อยใส่ใบหน้าของซีน่อนอย่างสุดแรงทันที

“โครม”

หน้าของซีน่อนถึงกับสะบั้นออกไปอย่างสุดแรง-ร่างถึงกับเซออกไปเล็กน้อยพร้อมทั้งเลือดที่กลบปากเพียงหันกลับมาเผชิญยังใบหน้าของอีกฝ่ายอีกครั้ง

“...”

เพียงยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วก็ตวัดยังดาบฟาดออกไป...

“เปรี้ยง...”

คมดาบประทะกันอีกครั้งอย่างรุนแรงราวสายฟฟ้าฟาดถล่มยังโลกหล้า...ร่างของซีนอนกับเดราสถึงกับกระเด็นถอยหลังออกไปอีกคนละครึ่งก้าวท่ามกลางสายตาของทุกคนที่ทำได้เพียงแค่จับจ้องมองไปยังทั้งสองเท่านั้น...

เพราะการต่อสู้ในครั้งนี้เป็นการต่อสู้ของทั้งสอง...

...เพียงแค่ทั้งสองเท่านั้น

“เปรี้ยง...”

ทุกดาบที่ฟาดฟันใส่กันราวกับโลกหล้าทั้งใบจะถึงกาลดับสูญ-พื้นพสุธาถึงกับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นจนแตกสลาย มวลอากาศถึงกับก่อเกิดกระแสลมรุนแรงราวพายุโหมกระหน่ำ...

“ครืน...”

ถึงสองเท้าของซีน่อนกับเดราสยืนหยัดอยู่บนพื้นแผ่นดินอย่างไม่ยอมสั่นไหว-แต่ผื่นพสุธาที่ทั้งสองยืนอยู่กับค่อยๆแยกออกห่างออกมานับ 10 เซน...ที่ลึกลงไปอย่างไร้สิ้นสุด

“เปรี้ยง...”

อีกทั้งยังคมดาบที่ฟาดเข้าใส่กันทั้งสองเล่มยังเปล่งพลังทำลายที่รุนแรงจนทุกสิ่งที่อยู่ใกล้แหลกสลายออกไปในพริบตา...ในทุกคนที่คมดาบปะทะกัน-ราเมลรู้สึกได้ถึงกระแสพลังที่พุ่งออกมาจนร่างและเส้นผมถึงกับโชยพัดไปยังด้านหลัง

“บ้าน่า...”

ราเมลที่จ้องมองดูถึงการต่อสู้ของทั้งสองถึงกับต้องร้องออกมาอย่างตกใจ-แต่ดวงตาสีน้ำตาลที่ยังคงจับจ้องมองไปยังทั้งสองอย่างไม่กระพริบละสายตาไปไหนยังคงส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...นี่มันคือการต่อสู้ของมนุษย์จริงหรือ”

“...”

เทลน่า เรนนี่ รัลเรย์ โซฟาลล่า จูเรียและทุกคนต่างนิ่งเงียบ-ไม่มีใครตอบยังคำถามของราเมลออกมา เพราะทุกสิ่งที่ปรากฏขึ้นมาในสายตาของราเมลและทุกคนในยามนี้-มันราวกับปีศาจร้ายที่กำลังรบรากันมากกว่า…

เหมือนไม่มีศึกระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ คนกับคน-แต่เป็นเหมือนปีศาจกับปีศาจ มังกรกับมังกร...

“ย๊าก...”

ซีน่อนส่งเสียงร้องลั่นออกไปอีกครั้งพร้อมทั้งตวัดยังคมดาบฟันออกไปอย่างรุนแรงปะทะกับคมดาบของเดราสจนร่างของทั้งสองถึงกับต้องกระเด็นก้าวถอยหลังกลับไปอีกคนละครึ่งก้าว...

ระยะห่างที่เพียงแค่ก้าวเดียวนี้...

...ก็เพียงพอแล้ว

“...”

ซีน่อนถึงกับยิ้มออกมา-เป็นรอยยิ้มที่สะใจที่ได้ประดาบกับผู้ที่ยิ่งใหญ่และเก่งกจาเช่นนี้ราวกับรอคอยยังเวลาที่สาสมใจเช่นนี้มาตลอด 5 ปีเต็ม...

“หึ...”

เดราสที่เค้นเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่สมหวังเช่นเดียวกัน-เขาที่จับจ้องมองประกายตาสีทองไปยังซีน่อนและทุมเทเรี่ยวแรงทั้งมวลของพลังและวิญญาณผ่านลงไปยังคมดาบพร้อมทั้งตวัดฟันลงไปอย่างสุดแรงพร้อมทั้งส่งเสียงร้องตะโกนออกไปว่า

“คลื่นมังกรพิโรษ...”

“ครืน...”

พลังของคมที่ฟาดลงมาถึงราวกับกระแสคลื่นที่รุนแรงโหมกระหน่ำลงมาใส่ยังร่างของซีน่อนที่เบื้องหน้าอย่างไม่หยุดยั้งราวกับจะซัดร่างของซีน่อนให้หายไปจากโลกใบนี้ในพริบตา...แต่ซีน่อนที่เห็นยังคลื่นดาบที่ถาโถมลงมาจากทุกทิศทุกทางเพียงยิ้มออกมาแล้วกวาดดาบฟันจากขวาบนเฉียงลงไปด้านซ้ายอย่างสุดแรงพร้อมทั้งส่งเสียงร้องตะโกนออกมาอย่างดังลั่นว่า

“…ซีน่อนเฟรส”

“เฟียว...”

คมดาบของซีน่อนถึงกับตัดยังคลื่นดาบมังกรพิโรษที่ฟันลงมาขาดออกจากกันไปจนหมดสิ้น-ก่อนที่คมดาบของเขาจะประทะยังคมดาบสีทองอีกครั้งพร้อมทั้งร่างที่พุ่งเข้าหากับ...

ตาต่อตาต่างจับต้องมองกันและกันอย่างชัดเจน...

“เพล่ง...”

เสียงในครั้งนี้ดังขึ้นมาอย่างชัดเจนและกังวานยิ่งกว่าทุกครั้งไปพร้อมทั้งภาพที่ทุกคนในที่นี้ไม่อยากที่จะเห็นก็บังเกิดขึ้นมา...

ปลายดาบของซีน่อนที่กำศึกมาอย่างยาวนานนับหลายสิบปีต่างหักสะบัดลง-ปลายคมดาบถึงกับปลิวหายลับไปบนท้องนภา...

ด้านนั่นหมดสภาพไปหลังจาดกับประทะกับเหล่าร้อยอัศวินแล้วเหมือนกับหัวใจของเขาที่หมดสภาพไปเมื่อหลังสงครามจบลงเมื่อ 5 ปีก่อน...

แต่ที่เบื้องหน้าเดราสที่ถือยังดาบสีทองที่คมกริบจ้องมองไปยังซีน่อนที่เบื้องหน้าด้วยแววตาที่เสียดายเล็กน้อยถึงความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นจากดาบนั้น

“แกแพ้แล้ว...”

เดราสส่งเสียงกล่าวออกมาเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มที่จะขอยอมรับยังชัยชนะครั้งนี้ไว้-เขาที่ไม่รอช้ารีบตวัดยังคมดาบฟันลงมาอย่างรุนแรงและรวดเร็วถึงสองครั้งซ้อนเป็นเครื่องกากบาดพร้อมทั้งส่งเสียงร้องตะโกนก้อนออกมาว่า

“...ดรากอนครอส”

“ซีน่อน...”

ทุกคนต่างส่งเสียงร้องเรียกยังชื่อของนักรบที่เก่งกาจที่สุดของเฟรยลิเซีย-เจ้าของสมญานาม”วันโซลเยอร์ปะทะวันฮันเดรด์ไนท์”ที่กำลังจะพ่ายแพ้ลงไปในยามนี้...แต่กลับไม่มีเสียงของใครที่จะสามารถได้ยินอย่างชัดเจนยิ่งในยามนี้เท่าเสียงของหญิงสาวที่กำลังหัวใจจะแตกสลาย...

...โรเซร่า

เธอที่จับจ้องมองไปยังซีน่อนในเสี้ยววินาทีสุดท้ายที่กระชับสั่นยิ่งกว่าประกายไฟพร้อมทั้งขยับชักดาบหมายที่จะพุ่งออกไปรับยังดาบนี้ยอมตายแทนเขา...เฉกเช่นเดียวกับเหล่าแม่ทัพแห่งเฟรยลิเซียอีก 3 คนที่เตรียมพร้อมจะพุ่งเข้าไปช่วยเหลือยังซีน่อน...

แต่...

“...”

ซีน่อนกลับเพียงยิ้มออกมาเล็กน้อยราวกับไม่ยอมรับยังคมพ่ายแพ้-เขาที่คล้ายกับตอบรับและสบยังสายตาของโรเซร่าเพียงคนเดียวยังส่งเสียงร้องตะโกนก้องออกมาอย่างชัดเจนว่า

“...ฉันยังไม่แพ้เสียหน่อยน่ะ...”

แต่รวบรวมยังพลังทั้งมวลของตนที่มีอยู่ทั้งความพลังความหวัง ความกล้าและความรักแทงดาบที่ปลายหักใส่ไปยังตรงกลางของเรื่องหมายกากบาดอย่างรุนแรงราวกับสว่านแห่งแสงที่จะทะลวงแม้แต่สวรรค์ให้ทะลายลงมาพร้อมทั้งส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นว่า

“...ซีน่อนสแมท”

...

หลังจากที่คมดาบของซีน่อนแทงออกไปทุกคนก็หยุดยั้งลงไปยังสายตาของทุกคนที่จับจ้องมองไปยังซีน่อนและเดราสที่เบื้องหน้าอย่างนิ่งเงียบเท่านั้น...

“อ๊าก...”

ซีน่อนส่งเสียงร้องออกมาเล็กน้อยพร้อมทั้งหยาดโลหิตสองสองที่พุ่งทะลักขึ้นมาจากหัวไหล่ทั้งสองข้างเล็กน้อย...โรเซร่าที่เห็นเช่นนั้นจึงส่งเสียงร้องออกมาอีกครั้งราวกับหัวใจที่จะแหลกสลายว่า

“...ซีน่อน”

“ไม่เป็นไร...”

ซีน่อนส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งจับจ้องมองไปยังเดราสที่เบื้องหน้าแล้วหันกลับมายิ้มให้กับโรเซร่าพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...ฉันชนะแล้ว”

ราวกับชัยชนะในครั้งนี้ขอมอบให้กับเธอ...

“...”

สายตาของทุกคนที่จับจ้องมองไปยังเดราสในครั้งนี้ถึงกับเห็นยังคมดาบของซีน่อนที่แทงออกไปอย่างสุดแรงถึงกับปักอยู่ค้าอกตรงหัวใจของแม่ทัพมังกรทมิฬผู้ยิ่งใหญ่...เดราสที่เพียงใช้สายตาสุดท้ายจับจ้องมองไปยังซีน่อนที่สามารถมอบยังความตายและความพ่ายแพ้ให้กับตนได้เพียงเค้นรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ฉันแพ้แล้ว...”

เขายังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“...พ่ายแพ้ให้กับวันโซลเยอร์ผู้สยบยังวันฮันเดรด์ไนท์ผู้ยิ่งใหญ่...”

เดราสไม่เคยแปลกใจและสงสัยเลยว่า”ทำไมกองทัพของตนมากมายจึงได้พ่ายแพ้ให้กับชายผู้นี้” เพราะในเมื่อเขาผู้เป็นเจ้าของสมญาแม่ทัพมังกรพสุธาทมิฬยังพ่ายแพ้และยอมรับมันอย่างหมดหัวใจเลย...

“...”

เดราสที่ไม่จำเป็นต้องการอะไรออกมา-เขาเพียงยิ้มรับและจับจ้องมองไปยังซีน่อนที่เบื้องหน้าพร้อมทั้งลมหายใจสุดท้ายที่ดับสูญไปพร้อมทั้งปักยังดาบสีทองในมือของตนลงไปยังซีน่อนที่เบื้องหน้า...
ราวกับจะมอบยังดาบเล่มนี้ให้กับเขา...

“ช่างสมกับเป็นยอดนักรบที่ยิ่งใหญ่จริงๆ”

ซีน่อนที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังร่างของเดราสที่ยืนยังอยู่อับไม่ยอมล้มและหลับตาลงไปเพียงส่งเสียงกล่าวออกมา-เขาถึงกับโค้งให้กับอีกฝ่ายด้วยความเต็มใจยิ่ง

“ตรุบ...ตรุบ...ตรุบ...”

ในยามนี้กลับไม่มีเสียงโห่ร้องขึ้นมาถึงชัยชนะในครั้งนี้-นอกไปจากเสียงตบมือของเหล่านักรบกว่า 200 คนที่เป็นประจักษ์พยานถึงการลาลับไปของแม่ทัพผู้เก่งกาจที่สุดแห่งเฟลริว

...ที่แม้ตายก็ไม่ยอมสยบต่อศัตรู

“น่าแปลก”

อเล็กซ์ที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังร่างของเดราสที่เบื้องหน้าด้วยความสงสัยยิ่ง...ทำเอาอาริเซียที่ได้ยินถึงกับถามออกไปด้วยความสงสัยว่า

“น่าแปลกอะไรหรือ”

“ก็เดราสไม่ได้แปลงร่างเป็นมังกรมาสู้กับพวกเราเหมือนกับแม่ทัพแห่งเฟลวริวคนอื่นๆนี่”

อเล็กซ์ที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังร่างของเดราสอีกครั้งพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกมา...แต่ซีน่อนที่ได้ยินจึงยิ้มแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ไม่เห็นจะแปลกเลย...”

เขายังกล่าวออกมาอีกอย่างมั่นใจว่า

“...เพราะอย่างเดราสไม่มีทางยอมลดเกียรติ์ของตัวเองให้ตกต่ำไปเพื่อต้องการครอบครองยังพลังที่ชั่วร้ายนั้นหรอก”

“นายแน่ใจได้อย่างไร”

อเล็กซ์ที่หันไปมองยังอีกฝ่ายส่งเสียงร้องถามออกมาด้วยความระแวงนิดๆ...แต่ก่อนที่ซีน่อนจะส่งเสียงตอบอะไรออกมา-โรเซร่ากลับชิงส่งเสียงกล่าวออกมาก่อนว่า

“ซีน่อนต้องเข้าใจสิ...”

เธอยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะขมให้เย็นชาอีกว่า

“...เพราะมีแต่วีรบุรุษเท่านั้นที่เข้าใจยังวีรบุรุษด้วยกัน”

“เพราะซีน่อนไม่เพียงแต่เป็นวีรบุรุษในใจของทุกคนเท่านั้น-แต่ยังคล้ายกับเป็นวีรบุรุษในใจของใครบ้างคนด้วย...”

อาริเชียที่ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์นิดๆยังส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งกวาดสายตาจ้องมองไปยังโรเซร่าแล้วส่งเสียงแซวๆออกไปว่า

“...ใช่ไหมจ๊ะ-โรเซร่า”

“...”

โรเซเร่าที่หน้าแดงกลับรีบหลบยังสายตาของทุกคนหันไปมองยังทางอื่นแล้วส่งเสียงกล่าวออกมาทันทีว่า

“...มาถามอะไรฉันกันล่ะ...”

ก่อนที่จะกล่าวเฉไฉออกไปว่า

“...ฉันไปเกี่ยวอะไรด้วย”

“อืมม์...”

อเล็กซ์ที่คล้ายกับไม่มีเวลามาสนใจยังหญิงสาวทั้งสองจึงยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วโค้งให้กับร่างของเดราสที่เบื้องหน้าตน-ราวกับยอมรับและข้ออภัยที่สงสัยยังวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่ผู้นี้...

“งั้นหรือจ๊ะ...”

อาริเซียที่คล้ายกับกัดไม่ปล่อยยังส่งเสียงกล่าวออกมาอีกครั้งพร้อมทั้งรอยยิ้มที่ชั่วร้ายยิ้มในสายตาของโรเซร่า...แต่ก่อนที่หญิงสาวจะกล่าวอะไรออกไปนั้น

“ทุกคนระวัง...”

เสียงของรันดังผ่านผ้าคลุมออกมาอย่างที่ไม่มีได้ทันคาดคิด-ทั้งยังกล่าวต่อมาอีกว่ารวดเร็วว่า

“...มันยังไม่จบ”

“หือ...”

ราเมล เทลน่า เรนนี่ รัลเรย์ ซีซ่อน โรเซร่า อาริเซีย อเล็กซ์และทุกคนที่ได้ยินยังเสียงของรันต่างหันไปมองยังร่างของเดราสที่ยืนอยู่ตรงกายสายตาของทุกคนในพริบตาทันที-ทั้งยังได้ยินเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“ข้าไม่ยอมให้เจ้าตายไปง่ายหรอก-เดราส...”

ก่อนที่ทุกคนจะเห้นยังมือสีดำทมิฬที่ชั่วร้ายคู่หนึ่งที่ยาวแค่ครึ่งลำแขนจะโผล่ขึ้นมาเหนือหัวของเดราสพร้อมทั้งค่อยปักยังขนนกสีดำที่ลุกโชนขึ้นมาด้วยเพลิงเปลวที่ยังส่งเสียงกล่าวต่อไปอีกว่า

“...แม่ทัพมังกรทมิฬผู้เก่งกาจของข้า”

“หา...”

“บ้าน่า...”

ท่ามกลางเสียงของทุกคนที่ส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจที่เห้นยังฝ่ามือสีดำทมิฬคู่นั้นหายไปพร้อมทั้งเปลวเพลิงสีดำทมิฬที่ลุกโชนขึ้นมาแผดเผายังร่างของเดราช...อเล็กซ์ที่ขยับแว่นตาเล็กน้อยเพียงส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ดาร์ชวินด์”

“หือ...”

ราเมลที่ได้ยินถึงเสียงของอเล็กซ์กล่าวออกมาพร้อมทั้งเห็นยังทุกๆคนที่อยู่รวมๆตัวถึงกับมีสีหน้าที่เคร่งเครียดจับจ้องมองไปยังร่างของเดราสที่ลุกโชนด้วยเปลวไฟแห่งความมืดนั้นกลับส่งเสียงร้องถามออกมาว่า

“...ดาร์ชวินด์นี่มันอะไรหรือ”

“ไม่รู้สิ...”

เรนนี่ที่ไม่รู้เหมือนกันส่งเสียงร้องออกมาเป็นคนแรกด้วยความสงสัย เพราะสำหรับเดฌกสาวที่มาจากบ้านนอกเช่นเธอแล้วแค่ได้ยินยังไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย-แล้วจะรู้จักได้ยังไงกัน...ทำเอาโซฟาลล่าที่อยู่ใกล้ๆถึงกับส่งเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อยพลางส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“...หน่วยของเธอนี่จริงๆเลยน่ะ”

“ฝากไว้ก่อนถอะ...”

เทลน่าเค้นเสียงออกมาอย่างไม่พอใจโซฟาลล่านิดๆก่อนที่จะหันไปให้ไรก้าช่วยอธิบายให้ราเมลกับเรนนี่และใครๆที่ยังไม่รู้แทนอีก...ไรก้าจึงส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“ดาร์ชวินด์เป็นขนของนกฟินิกส์ที่แผดเผาตนเองเป็นเถ่าธุลีจนเป็นผงธุลีสีดำที่ใช้เวทมนตร์ต้องห้ามสร้างขึ้นมาให้เป็นขนนกสีดำ เพราะมันนอกไปจากจะสามารถชุบชีวิตยังสิ่งมีชีวิตแล้วยังใส่คำสาบที่ชั่วร้ายลงไปด้วย”

“แล้วถ้าจะชุบชีวิตละก้อ...”

เรนนี่ที่สงสัยยังอดที่จะส่งเสียงถามออกมาอีกว่า

“...ใช้ขนของนกฟินิกส์เลยไม่มีกว่าหรือ”

“เธอนี่จริงเลยน่ะ....”

ไรก้าที่คิดจะกล่าวอะไรออกไป แต่เมื่อเห็นยังสีหน้าที่ไม่พอใจเทลน่าที่ดูเหมืนกับว่า”ราเมลทจะคล้ายกับไม่เข้าใจเหมือนกัน”จึงเปลี่ยนใจพยักหน้าให้ไรก้าอธิบายแทนออกไปว่า

“ขนหางของนกฟินิสก์มันเป็นของหายากและมีราคาที่แพงมากจนแทบจะกลายเป็นไอเท็มในตำนานที่ไม่มีใครเคยได้รับเลย เพราะการเด็ดยังขนหางของนกฟินิกส์-มันเป็นเรื่องที่ยากมากๆ...”

เรียกได้ว่ากว่าจะได้ขนหนึ่งอาจตายเป็นกองทัพเลยก็ว่าได้-เธอที่หยุดเล็กน้อยแล้ว

“...และอีกอย่างหางของนกฟินิกส์ก็ยังมีคุณสมบัติที่ชำระสิ่งที่ชั่วร้ายด้วย-จึงทำให้เวทมนตร์ที่ชั่วร้ายไม่สามารถใช้ได้...ปรมาจารย์ที่หกแห่งดาเมนัส-เมื่อหกสิบปีจึงได้ทำการศึกษาและสร้างยังดาร์ชวินด์นี้ขึ้นมาเพื่อสร้างยังเหล่าจอมเวทเงาขึ้นมาเป็นเหล่านักล่าที่คอยไล่ล่ายังผู้ทรยศไงล่ะ”

“งั้นหรือ...”

เรนนี่ที่เข้าใจจึงพยักหน้ารับ-เธอที่กวาดสายตาจ้องมองไปยังไรก้าที่เหมือนกับเป็นองครักษ์ของเทลน่าด้วยรอยยิ้มแล้วจึงค่อยกล่าวออกมาว่า

“...ขอบใจน่ะ”

“ไม่เป็นไร”

ไรก้าส่งเสียงตอบออกมาอย่างไม่คิดอะไร เพราะมันเป็นหน้าที่ของเธออยู่แล้ว...แต่เรนนี่ที่ส่งเสียงจึงกวาดสายตาจ้องมองไปยังไรก้ากับเทลน่าด้วยความสงสัยแล้วจึงถามออกไปว่า

“พวกเธอนี่เป็นใครกันแน่น่ะ-ทำไมถึงได้รู้ยังเรื่องราวตั้งมากมายขนาดนี้...”

เรนนี่ยังส่งเสียงกล่าวต่อมาอีกอย่างสงสัยว่า

“...ไหนยังจะอาศัยอยู่ในวังกันอีก”

“เออ...เออ...”

ไรก้าที่ชะงักลงไปเล็กน้อยราวกับไม่สามารถที่จะตอบอะไรออกมาได้...แต่เทลน่าที่รีบกวาดสายตาจ้องมองไปยังร่างของเดราสที่แผดเพลิงสีดำค่อยจางหายเข้าไปภายในร่างที่ยังคงยืนอยู่แล้วส่งเสียงกล่าวออกมาอีกว่า

“นี่ไม่ใช่เวลามาสนใจยังเรื่องนี้น่ะ”

“อืมม์...”

ราเมลส่งเสียงร้องออกมาเล็กน้อยพร้อมทั้งรีบละสายตาจากเทลน่าไปจ้องมองมายังเดราสที่ค่อยลืมตาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งจากความตาย...

...จากศักดิ์ศรีและความดีงาม

“หือ...”

เดราสที่กวาดยังประกายตาสีดำสนิทราวกับความมืดจับจ้องมองไปยังทุกคนทันทีก่อนที่จะมาหยุดอยู่ยังซีน่อนที่เบื้องหน้าอีกครั้งพร้อมทั้งส่งเสียงกล่าวออกมาอีกอย่างเย็นชาว่า

“...เรามาสู้กันต่อเถอะ”

“งั้นหรือ...”

ซีน่อนเพียงส่งเสียงกล่าวออกมาเล็กน้อยด้วยความรู้สึกเสียดายยังนักรบที่ยิ่งใหญ่เบื้องหน้าที่ได้จบชีวิตลงไปแล้ว-ผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้านี้เป็นเพียงแค่ร่างของเดราสที่โดยควมชั่วร้ายบงการเท่านั้น...

...ไม่เหลือบคราบของเดราสผู้ยิ่งใหญ่และสง่างามเลย

เดราสที่เบื้องหน้าในยามนี้นอกจากมีใบหน้าและร่างเช่นเดิมแล้ว-แต่กลับมีดวงตาและเส้นผมสีดำสนิท พร้อมทั้งผิวที่ขาวซีดราวกับซากศพ บนใบหน้าแก้มซ้ายยังมีรอยเปลวเพลิงสีดำแผดเผาอยู่ด้วย

ซีน่อนที่ไม่พอใจยังผู้ที่ต้องทำให้วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่เช่นเดราสต้องแปดเปื้อนยังบาปแห่งความชั่วร้ายของผู้กระหายชัยชนะจึงส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างไม่พอใจอีกว่า

“...ฉันจะจัดการกับแก-เพื่อเดราสเอง”

“งั้นหรือ...”

เดราสส่งเสียงกล่าวออกมาราวกับสิ่งที่ซีน่อนกล่าวออกมานั้น-มันไม่เกี่ยวอะไรกับตนเลย...ยิ่งสร้างยังความไม่พอใจให้กับซีน่อนเป็นอย่างมาก-เขาที่ไม่รอช้ายังจับดาบสีทองของเดราสที่ล่วงปักอยู่เบื้องหน้าของตนมากระชับแน่นไว้ในมือทันที...

“หมับ...”

หมายที่จะใช้ดาบเล่มนี้เพื่อปลดปล่อยยังเดราสให้พ้นไปจากคำสาบที่ชั่วร้ายของจอมมารผู้นั้น...

“หึ...”

แต่เดราสที่เค้นเสียงกล่าวออกมาอย่างไม่สนใจยังดาบที่อยู่ในมือของซีน่อนกำลังกำยังมือขวาของตนแน่ก่อนที่เปลวเพลิงสีดำทมิฬจะลุกโชนออกมาคล้ายเป็นคมดาบสีดำราวกับเปลวไฟทันที

“พรึบ...”

“ย๊าก...”

ซีน่อนส่งเสียงร้องตะโกนร้องออกมาอย่างลั่นดังอีกครั้งหนึ่งแล้วตวัดยังคมดาบฟันออกไปอย่างสุดแรงยิ่งพร้อมทั้งส่งเสียงร้องออกมาว่า

“...ซีน่อนแฟรต”

“คลื่นมังกรทมิฬ”

เดราสส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังลั่นพร้อมทั้งตวัดดาบฟันออกมาอย่างรวดเร็วจนร่างของซีน่อนที่กระเด็นถอยไปยังด้านหลังถึง 2 ก้าว-เขาได้แต่จับจ้องมองไปยังเดราสที่ยืนนิ่งราวกับภูผาที่เบื้องหน้าโดยไม่สั่นไหวใดๆ...โรเซร่าที่เข้ามาพยุงหลังของซีน่อนเพียงส่งเสียงกล่าวออกมาว่า

“เป็นยังไงบ้าง...”

ทั้งยังกล่าวต่อไปด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วงว่า

“...บาดเจ็บอะไรมากไหม”

“ไม่เป็นไร”

ซีน่อนส่งเสียงกล่าวออกมาพร้อมทั้งกระชับดาบในมือมั่นแล้วก้าวเดินออกไปยังเบื้องหน้าอย่างองอาจยิ่งราวกับไม่เห็นถึงความตายและความพ่ายแพ้อยู่ในสายตา...โรเซร่าจึงส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเป็นห่วงอีกว่า

“...นายยังบาดเจ็บอยู่น่ะ”

เพราะถึงจะสามารถเอาชนะเดราสเมื่อครู่ได้-แต่ซีน่อนก็ได้รับบาดเจ็บและต้องสูญเสียยังเรียวแรงไปมากมายเหมือนกัน...

“การต่อสู้ยังไม่จบ”

โรเซร่าที่เห็นเช่นนั้นจึงได้ชักดาบออกมาแล้วก้าวเดินตามหลังออกไปพร้อมทั้งอาริเซีย อเล็กซ์และรันที่เต็มพร้อมที่จะเปิดศึกกับเดราสแล้ว

ศึกระหว่าง 5 แม่ทัพแห่งเฟรยลิเซียกับแม่ทัพมังกรพสุธาทมิฬกำลังจะอุบัติขึ้นมาแล้ว...

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 22 พ.ค.55 เวลา 02:00:05 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply

Hayashi DaN
คุณพี่ชายสุดหวาน

สิ่งที่อ่านต่อไปนี้ไม่เกี่ยวกับส่วนที่เป็นเนื้อเรื่องหลัก-เพียงแต่อยากเขียนขึ้นมาเท่านั้น

ละครโรงเล็ก ตอนที่ 27
      
ราเมล      :      ท่านซีน่อนฟันซีน่อนแฟรส ท่านเดราสสวนกลับด้วยคลื่นมังกรพิโรษตามด้วยดรากอนครอส...ท่านซีน่อนก็สวนกลับด้วยซีน่อนสแมท...

รอย      :      ราเมลแกกำลังทำอะไร

ราเมล      :      ก้อกำลังบรรยายการต่อสู้ไงล่ะ

รอย      :      แกเป็นพระเอกไม่ใช่หรือ

ราเมล      :      แล้วไงล่ะ

รอย      :      ปกติพระเอกส่วนมากต้องสู้และจัดการบอสไม่ใช่หรือ

      ราเมลที่นิ่งเงียบเพียงจ้องมองไปยังซีน่อนกับเดราสที่สู้กันจนเหมือนฟ้าถล่มดินทลายไม่กล่าวอะไรออกไปทำเอารอยต้องหันไปมองอีกคนต่างก็เข้าใจทันทีโดยไม่ต้องกล่าวอะไรออกมาอีก...

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 22 พ.ค.55 เวลา 02:01:01 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ