K.W.E.
นักล่าCG Touhou

มีอา-มังกรน้อยปาฏิหาริย์ - (Master And The Little Dragon) - ตอน 46 ก่อนการชี้ขาด

มีอา-มังกรน้อยปาฏิหาริย์ - (Master And The Little Dragon) -

ตอน 46 ก่อนการชี้ขาด
------------------------------

            ยังไม่ถึงช่วงเที่ยงของวัน อาทิตย์ยังไม่ทันฉายแดงร้อนแรงเต็มที่
            แต่การศึกก็ทำท่าจะสิ้นสุดลงในอีกไม่กี่เพลาข้างหน้านี้แล้ว...

            การล้มตายนองเลือดกระจายไปทั่วสนามรบ
            อาโกลาสที่รู้ตัวว่าเป็นรองต่างก็พยายามสู้อย่างสุดกำลังและยังยืนหยัดอยู่ได้ก็เพียงแค่แรงใจเท่านั้น
            กำลังพลที่เหลืออยู่และจากภาพรวมที่เป็นรองอย่างเห็นได้ชัด ยืนยันคำตอบด้วยตัวเองแล้วว่าสู้ต่อไปก็ไม่มีโอกาสชนะแม้เพียงน้อยนิด...

            กระนั้นทหารทุกคนยังคงสู้...
            เพราะเชื่อในสิ่งที่เครนี่ว่าไว้ เชื่อในโอกาสเพียงหนึ่งเดียว
            มันเป็นการเดิมพันที่แลกด้วยชีวิตของผู้ที่อยู่ข้างหลัง โดยชีวิตของผู้ที่อยู่เบื้องหน้าจะตัดสินทุกสิ่งทุกอย่างว่าบทสรุปของอนาคตจะลงเอยที่จุดใด ระหว่างความสงบสุข หรือการสิ้นชาติ...

            แม้สภาพทัพฟ้าจะเป็นรอง แต่เครนี่ที่เป็นตัวแปรสำคัญที่สุดยังคงยืนหยัดอยู่ได้ครบสามสิบสอง โดยที่มีกลุ่มของดาเนี่ยลช่วยสนับสนุนอย่างเต็มที่
            และด้วยทักษะการบินที่เหนือเลิศกว่าใครทำให้จนถึงตอนนี้เกราะหนาที่เน้นเป็นพิเศษก็ไม่มีรอยแม้แผลถลอก ตรงข้ามเครนี่ยังเป็นฝ่ายที่ไล่ล่าทหารมังกรไฮแลนด์จนพื้นที่จุดนั้นเริ่มเปิดกว้างมากขึ้น

            การบินวนเวียนอยู่บริเวณเดิมๆทำให้เครนี่เห็นภาพทัพบกที่ถูกไล่ต้อนเพียงข้างเดียว
            ตลอดชีวิตทหารมานั้น เขาไม่เคยเห็นการศึกใดที่ทารุณและนองเลือดเท่านี้มาก่อน...

            เครนี่อยากลงไปช่วยแนวรบด้านล่างลดภาระให้กองทัพบก แต่ก็ไม่อาจทำได้ เพราะภารกิจเดียวที่รอคอยอยู่นั้นสำคัญยิ่งกว่าอื่นใด หากแลกด้วยอนาคตของประเทศแล้วมันก็สำคัญยิ่งกว่าชีวิตทหารเบื้องล่างนับร้อยนับพันที่ต้องถูกสังเวยไป
            "ช่วยอดทนอีกหน่อยเถอะทุกคน... เวลานั้นใกล้มาถึงแล้ว...!" เขาได้แต่พูดกับตัวเองในใจ

            การอดทนของทุกฝ่ายดำเนินผ่านห้วงเวลาอย่างเนิบช้า เสมือนคำประชดที่กล่าวว่าเวลาแห่งความสุขนั้นมักผ่านไปไว เวลาแห่งความทุกข์นั้นมักช้าจนแทบหยุดนิ่ง...

            ทว่าในที่สุดแล้วนาทีสำคัญที่จะมีผลต่อการศึกก็มาถึง...
            แลนซาร์ดเป็นคนแรกของอาโกลาสที่จับช่วงเวลานั้นได้ก่อนใครอื่น เสียงจากเอียริน่าถูกส่งผ่านโสตประสาทไปยังสมองด้วยพลังพิเศษ

            เมื่อเพ่งมองจากมุมอับสายตาที่บดบังรอบข้างด้วยเมฆแล้ว ระยะห่างที่พอจะมองเห็นได้ลางๆด้วยสายตาก็ทำให้แลนซาร์ดถึงกับกำหมัดด้วยความพอใจกับผลลัพธ์ภารกิจที่ออกมา
            เขาหยิบกระบอกกล้องส่องขึ้นมามองส่องขยายภาพให้แน่ใจ ก็ยิ่งชัดเจนว่าบุคคลที่เฝ้ารอมาโดยตลอดได้ปรากฎกายออกมาแล้ว

            ธีโอดอร์ก้าวออกมาจากเต๊นท์พร้อมกับหัวเราะเสียงดังลั่น
            "ฮะ ฮ่าๆๆ ทำได้ดีนี่ทัพไฮแลนด์ของข้า! อาโกลาสร่นถอยไม่เป็นท่าแล้ว!!" เขาพูดออกมาโดยไม่สนใจว่าทหารที่บาดเจ็บในแนวรักษาที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักจะรู้สึกเช่นไร

            ราชาหนุ่มผู้กระหายเลือดแห่งแดนเหนือหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมา มองผ่านเต๊นท์พยาบาลออกไปไกล ดูทัพบกที่ไล่บดขยี้อย่างบ้าคลั่ง เช่นเดียวกับทัพฟ้าที่จัดการสังหารมังกรและผู้ใช้มังกรของอาโกลาสอย่างต่อเนื่อง
            "กอร์ด้อนไปอยู่แนวหน้าแล้วสินะ!?" เขาพยายามมองหา แต่กอร์ด้อนก็อยู่ไกลเกินกว่าที่จะเห็นได้
            "ครับท่าน! แม่ทัพท่านนี้มักจะเป็นผู้ที่ไปเหยียบแนวหน้ารบสุดท้ายของศัตรูได้ก่อนใครเสมอๆ" เสนาธิการคนหนึ่งกล่าว
            "ดีล่ะ! งั้นคงอีกไม่นานอาโกลาสก็แตกพ่ายแล้วแน่ๆ!" ธีโอดอร์หัวเราะสะใจแล้วเดินห่างเต๊นท์ออกมาอีกเพื่อให้เห็นภาพหายนะของอาโกลาสชัดเจนขึ้น

            แลนซาร์ดม้วนกล้องเก็บแล้วจับบังเหัยนสองมือพร้อมบินออกจากจุดพลางตัว
            "ในที่สุดแกก็โผล่หัวออกมาจนได้นะ! ตอนนี้ได้ใจไปก่อนเถอะ แล้วทุกอย่างที่แกหวังมา มันจะพังทลายในพริบตา!"

            แลนซาร์ดสั่งให้บินเอียริน่าบินด้วยความเร็วสูงสุดเพื่อไปรายงานแก่เครนี่ด้วยตัวเอง


            ...............................................


            ณ ท้องฟ้าช่วงกลางค่อนหลังของแนวรบอาโกลาส

            เครนี่กำลังขยายแนวพื้นที่เตรียมการให้เปิดกว้างมากขึ้นอีกเพื่อรองรับอัศวินมังกรที่จะมาสมทบกับแผน
            ในตอนนั้นเองเขาก็เห็นแลนซาร์ดกำลังบินหลบหลีกการโจมตีจากทางด้านหลังอย่างเต็มที่โดยไม่สนใจที่จะหันไปตอบโต้ให้เสียเวลา

            พอเข้าสู่พื้นที่ปลอดภัยที่เครนี่สร้างไว้แล้ว อัศวินมังกรสองคนที่อยู่ในจุดที่สูงกว่าก็โฉบลงมายิงธนูสกัดช่วยแลนซาร์ดได้ทันท่วงที

            แม้จะปลอดภัยแล้วแลนซาร์ดก็ยังคงความเร็วสูงสุดไว้หมายจะส่งรายงานให้เร็วที่สุด
            ซึ่งพออยู่ในจุดที่พอได้ยินเสียงตะโกนชัดเจนแล้ว เขาก็ส่งรหัสที่ได้ตกลงกันไว้ตอนประชุม
            "ท่านเครนี่! เต่าออกจากกระดองแล้วครับ!!" เขาเอ่ยต่อเนื่อง "พิกัดจากโขดหินไม่เกินห้าเมตรทางด้านหน้าครับ!"

            สิ้นประโยคสั้นๆที่แลนซาร์ดกล่าว ทั้งเครนี่ แลนซาร์ด แฟ้งค์ก็หันไปมองยังทิศของเต๊นท์พักธีโอดอร์แทนจะพร้อมๆกัน
            "ในที่สุดเวลาก็มาถึงแล้วนะเครนี่" ดาเนี่ยลพูดขึ้น
            "ครับ... ยืนยันเป้าหมายได้แล้ว ตอนนี้ก็เหลือเพียงงานเดียวที่ต้องทำก่อนเริ่มแผนการขั้นสุดท้าย" เครนี่กล่าวพลางมองไปทางด้านหลังห่างออกไปยังจุดที่วีเธอร์อยู่ "มาถึงตอนนี้ฟิลยังสู้อย่างเต็มที่ กอร์ด้อนน่าจะมาขวางผมไม่ได้แล้ว ถ้าจะมีอะไรให้ต้องกังวลเห็นจะเป็นรองแม่ทัพเสียมากกว่า"
            "มีพลังพิเศษด้วยสินะ?" ดาเนี่ยลมองตาม
            "บอลพลังหักเหน่ะครับ แรงดูดเอาเรื่อง ถ้าโดนบีบอัดเข้าไปก็ตายสถานเดียว จะใช้เบี่ยงทิศธนูก็ได้ ทำให้เราเสียจังหวะก็ยังได้ เหมือนไม่มีอะไรแต่ก็ป่วนใช้ได้เลย" เครนี่ให้ความเห็น "ถ้าโดนไล่จี้จากทางด้านหลังอาจทำให้เสียจังหวะเอาได้เหมือนกัน อีกอย่างถ้าเราจัดการได้ก็คงจะสร้างความปั่นป่วนให้ไฮแลนด์ไม่น้อย"
            "เอ่อ... แต่ว่าถ้าธีโอดอร์รู้ว่าเสียรองแม่ทัพไป มันจะไม่เตลิดหนีไปก่อนหรือครับ?" แฟ้งค์เป็นกังวล
            "เพราะแบบนี้น่ะสิ ฉันถึงปล่อยให้หมอนั่นอยู่มาจนถึงตอนนี้" เครนี่ตอบ "ถ้าวีเธอร์ตายตอนที่ยังไม่อิ่มตัว ทัพไฮแลนด์คงแตกตื่น ธีโอดอร์ก็จะไม่รู้สึกปลอดภัย แต่ตอนนี้ไฮแลนด์แทบจะยึดฟ้าได้แล้ว อีกทั้งกอร์ด้อนก็ยังผลักดันให้ทัพฟ้าบดขยี้ลึกไปอีกจนดูยังไงก็ไม่น่าจะแพ้แล้ว ถึงตอนนี้ต่อให้วีเธอร์ตายไปสักคนก็ไม่ทำให้ธีโอดอร์ลังเลใจนักหรอก... ตราบที่กอร์ด้อนยังคงอยู่ในสนามรบด้วยล่ะนะ"
            "เข้าใจล่ะครับ" แฟ้งค์พยักหน้า
            "ถ้างั้นฉันขอไปจัดการให้สิ้นเรื่องสิ้นราวก่อนล่ะ"
            "อีกฝ่ายมีพลังพิเศษอยู่คงจะทำให้ยุ่งยาก ถ้าท่านแม่ทัพไม่ว่ากระไรผมก็จะขอไปช่วย..." แฟ้งค์ออกตัว
            "ไม่ต้องหรอก ขอรับไว้แค่ความรู้สึกไว้ก็พอ" เครนี่ยิ้มเล็กๆตอบรับ "พลังมันอาจจะไม่เอื้อให้กับการบุกประชิดตัวก็จริง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีเข้าถึงตัวได้หรอก ไม่ต้องเป็นห่วงๆ แล้วก็อีกอย่างนะ..."

            เครนี่เก็บธนูไว้แล้วเปลี่ยนมาใช้หอกขอดเกล็ดมังกรแทน เขาปลดล็อคแล้วคลายยืดข้อต่อเพียงแค่ครึ่งเดียว ก่อนที่จะหันขวางแล้วจับควบบังเหียน
            "ฉันมีหนี้แค้นกับหมอนี่ด้วย" ถึงจะเป็นแผนที่บล็อคเครนี่เพื่อให้กอร์ด้อนไปเล่นงานฟิลได้ แต่เครนี่ก็มองว่าวีเธอร์ก็เป็นอีกส่วนที่ทำให้ฟิล มีอาบาดเจ็บสาหัส และทำให้กราไนต์ต้องตาย
            "ถ้างั้นก็ขอให้ชนะอย่างปลอดภัยนะครับท่านแม่ทัพ"
            "ฝากจุดนี้ด้วยล่ะ!"

            กล่าวเพียงเท่านั้นเครนี่ก็สั่งให้ริริสบินแยกออกไป

            
            ...............................................


            ถึงจะไม่ใช่นักรบมังกรสายที่เน้นทำลายฆ่าฟัน อีกทั้งยังเป็นรองในเรื่องจำนวนทัพ
            แต่เครนี่ก็ยังคงดูน่าเกรงขามอยู่เสมอ

            เครนี่แทบจะบินไปยังจุดที่ต้องการได้โดยไม่มีทหารมังกรไฮแลนด์คนไหนเข้ามาขวางกั้น
            จนกระทั่งอยู่ด้านข้างห่างกันในระยะที่ยิงธนูได้เครนี่ก็เอ่ยปากทักทายกึ่งท้าประลอง
            "นายก็มาป่วนฉันมาได้หลายวันแล้ว ถึงเวลาต้องจัดการให้เด็ดขาดไปเลยน่าจะดีกว่านะ"
            "ฮะๆ นึกว่าใครกัน ท่านแม่ทัพของอาโกลาสอุตส่าห์มาหาด้วยตัวเองเลยหรือนี่...?" วีเธอร์หันไปเห็นเข้าก็พูดล้อเลียน ยิ่งเมื่อเห็นเครนี่ถืออาวุธลักษณะหอกแทนที่จะเป็นธนูแล้วก็ยิ่งทำให้รู้สึกขำขันขึ้นไปอีก "ว่าแต่จะไหวหรือท่านแม่ทัพ ก่อนหน้านี้กว่าจะผ่านผมไปได้ท่านก็เหนื่อยแทบแย่แล้วนี่นา นี่หวังสูงขนาดจะจัดการผมให้เด็ดขาดเชียวหรือ... ขนาดธนูยังยิงไม่ถูก แล้วคิดจะใช้หอกเข้ามาแทงเลยเหรอ บ้าไปแล้วมั้งแม่ทัพใหญ่?"
            "ถ้างั้นก็ลองดูหน่อยเป็นไง"

            เครนี่ไม่พูดพร่ำทำเพลง พอเห็นจังหวะที่ลมกำลังพัดมาจากทางด้านหลังองศาทะแยงข้าง เขาก็สั่งให้ริริสบินทะยานตรงไปข้างหน้า
            "เฮอะ! ท่าจะบ้าไปแล้วจริงๆนั่นล่ะ!?" วีเธอร์ไม่ตกใจกับการรุกไว เขาเพ่งมองพร้อมกับจับตารอจังหวะใช้พลังพิเศษของออสม่า "ถ้าอยากปลิวกลางอากาศอีกก็เชิญเลย!"

            จากการต่อสู้บนท้องฟ้ามาพักใหญ่ทำให้เครนี่รู้ดีถึงพลังพิเศษของออสม่าดี
            บอลสูญญากาศหักเหเป็นพลังพิเศษที่รบกวนการบินของเครนี่ได้อย่างมาก ลักษณะมันเหมือนช่องว่างที่มีแรงดึงดูดมหาศาล โดยสามารถเบี่ยงทิศไปได้อย่างอิสระตามที่วีเธอร์กำหนด ดูดเข้าแล้วกระชากออกสองทิศก็ทำได้ หรือจะดูดมาแล้วบีบอัดวนเวียนในลูกบอลที่สร้างขึ้นก็ยังได้
            สำหรับการต่อสู้ที่ต้องเล่นงานให้ถึงตัวแล้ว พลังนี้จึงเป็นสิ่งที่ขัดขวางได้อย่างมาก โดยมันเป็นได้ทั้งอาวุธและโล่กำบังไปพร้อมๆกัน

            ครั้งก่อนที่เครนี่แหวกมาได้นั้นก็เพราะต้องเสี่ยงดวงบินย้อนกับทิศทางการหักเห ซึ่งก็ทำได้สำเร็จ
            แต่กับวีเธอร์แล้ว ตำแหน่งรองแม่ทัพของไฮแลนด์ก็ไม่ใช่ตำแหน่งที่ได้มาเพราะโชค เขาจะไม่พลาดซ้ำสองกับสิ่งที่จับทางได้แล้ว
            "เข้ามาเลย... นายจะไม่ได้บินผาดโผนแบบเดิมอีกแล้ว...!" วีเธอร์แทบไม่กะพริบตารอจังหวะ พลังพิเศษของออสม่าถูกเตรียมรอไว้ใช้ได้ทุกเวลา

            เครนี่ยังคงไปในทิศทางและความเร็วเดิมพุ่งตรงซึ่งๆหน้า
            วีเธอร์มองแล้วก็คิดว่าอาจเป็นการวัดความใจถึงมากกว่าลูกเล่นจึงสั่งให้ออสม่ายิงบอลพลังหักเหออกไป

            ลูกบอลสีดำขนาดวงแขนโอบถูกพ่นออกมา มันพุ่งตรงเข้าหาเครนี่
            ซึ่งหากเครนี่ยังคงบินตรงต่อไปแล้ว เขาจะถูกดูดอัดในลูกบอลแล้วดีดออกมาทางด้านข้างและด้านข้าง
            "ภาพแกกับมังกรถูกแยกชิ้นส่วนคงน่าดูไม่เบานะเครนี่!" วีเธอร์กร้าวเสียงมั่นใจ

            ทว่าก่อนที่จะถึงระยะดูดของสูญญากาศนั้นเอง เครนี่ที่พอจะจับทางของพลังพิเศษได้ก็เกิดเปลี่ยนทิศทางการบินแบบฉับพลัน จากพุ่งตรงก็เปลี่ยนรูปแบบเป็นหลบหลีกแทน
            "จังหวะนี้ล่ะริริส!" เขาดึงบังเหียนแล้วเอียงตัวออกซ้ายเต็มที่พร้อมกับยืนกางตัวเปิดพื้นที่รับลมให้สุด "ท่าบินหมากรุก!"

            จังหวะเดียวกันนั้นเองลมที่พัดไปทางซ้ายจากทางด้านหลังก็แรงมากขึ้นเป็นเท่าตัว
            ทำให้จากที่ควรจะบินเฉี่ยวไปเพียงเล็กน้อย กลับถูกลมกระแทกเข้าอย่างจังจนเส้นทางการบินเฉไป

            เมื่อเครนี่หักหลบออกไปแล้ว บอลสูญญญากาศหักเหก็เป็นอันลอยเคว้งไปโดยไม่ถูกออกไรเลย
            ผิดกับทางเครนี่ที่หลังจากคุมริริสให้หลบได้แล้ว ลมที่พัดมาก็เบาลง ด้วยองศานั้นเขาสามารถชักให้ริริสบินกลับทิศทางเดิมได้ไม่ยากนัก ด้วยความเร็วที่คงเหลือในตอนแรก เพียงแค่ชั่วอึดใจเท่านั้นเครนี่ก็โฉบเข้ามาในระยะโจมตีด้วยอาวุธระยะกลางกึ่งสั้นได้
            "บ้าน่า!?" วีเธอร์มองด้วยความตกตะลึง "นี่มันท่าบินบ้าอะไรวะเนี่ย!?"
            "ตกใจทำอะไรไม่ถูกเลยหรือไง?" เครนี่กล่าวพร้อมกับสะบัดหอกเข้าใส่

            ความที่ออสม่าบินประคองตัวอยู่เพื่อใช้พลังพิเศษทำให้แทบไม่มีความเร็วต้นอยู่เลย การเอาตัวรอดทำได้เพียงแค่ออสม่าตีปีกแบบฉับพลันเท่านั้น ระยะการหลบจึงไม่มากพอที่จะหลบได้อย่างสมบูรณ์

            ฉั๊วะ!

            ปลายหอกเฉือนแก้มของวีเธอร์ไปแบบฉิวเฉียด

            เครนี่บินต่อไปด้วยความเร็วเช่นเดิมเพื่อให้มีแรงส่งในการตีโค้งกลับตัวสำหรับเตรียมโจมตีรอบที่สอง
            ขณะที่ทางวีเธอร์ก็ถึงกับเปลี่ยนสีหน้ากับการโจมตีที่คาดไม่ถึง สังหรณ์ใจไม่ดีที่แทรกขึ้นมาทำเอาต้องรีบคุมออสม่าบินจากจุดอันตรายโดยไม่มีเวลาที่จะมาสนใจแผลเลือดซิบที่แก้ม...

            พอเครนี่พลิกตัวกลับมาได้ ทางด้านวีเธอร์เองก็ตั้งตัวได้เช่นกัน ระยะห่างที่มากพอสมควรทำให้เครนี่ไม่ชิงบุกไวอีก เช่นเดียวกับวีเธอร์ที่ไม่ด่วนลงมือทำอะไรอันจะเป็นการเปิดช่องว่างโดยเปล่าประโยชน์
            "เมื่อกี้นี่มันอะไรกัน...?" วีเธอร์พยายามคุมสติและไตร่ตรองหาคำตอบ

            เครนี่ไม่พูดอะไร เขาหยิบเศษหญ้าออกมาจากกระเป๋าเล็กๆแล้วปล่อยเพื่อดูทิศทางและความแรงของลม
            พอเห็นว่าลมพัดหญ้าปลิวไปทางด้านซ้ายมือแล้ว เขาก็ไม่รอช้าสั่งให้ริริสบินตรงไปทั้งอย่างนั้น

            วีเธอร์หันมองแล้วก็แปลกใจ เครนี่บินตรงก็จริงอยู่ แต่ก็ไม่ได้บินตรงมาทางตน หากแต่บินในความสูงที่มากกว่าและไปในทิศทางซ้ายมือซึ่งห่างจากวิถีโจมตีอยู่มากโข
            เมื่อเห็นทุกอย่างพร้อมดีแล้วเครนี่ก็เปิดฉากรุกไว เขาให้ริริสเร่งความเร็วมากขึ้นจนถึงที่สุดแล้วเมื่อเห็นว่าลมพัดย้อนมาได้เต็มที่แล้ว เขาก็สั่งให้ริริสหักซ้ายสุดตัวทันที

            ลมที่พัดหนุนช่วยผลักดันให้ทิศทางการบินเปลี่ยนไปแบบฉับพลัน และเมื่อรวมด้วยความเร็วสูงที่ออกตัวมาแต่แรกแล้ว สิ่งที่วีเธอร์เห็นก็คือการตีโค้งที่เร็วและแรง เหมือนฝืนธรรมชาติแต่ก็ยังคงบินได้โดยไม่เสียการทรงตัว
            "อะไรกัน!? อีกแล้วเรอะ!?"
            "คาดไม่ถึงเลยล่ะสิ" เครนี่หันมองพร้อมขยับแขนหาองศา

            ภาพรวมแล้วอาจดูน่าประทับใจ แต่ในรายละเอียดปลีกย่อยยังไม่ถือว่าดีพอนักสำหรับเขา
            ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะเครนี่เข้าพื้นโจมตีได้ช้ากว่าที่คิดและจุดที่เล็งไว้ก็คลาดเคลื่อนไปพอสมควร

            แต่นั่นก็ยังถือว่าดีเกินพอที่จะบีบให้วีเธอร์ต้องชักอาวุธขึ้นมาป้องกันตัว

            เคร้ง!

            ด้วยจังหวะที่เหนือกว่าทำให้หอกของเครนี่เอาชนะวีเธอร์ได้ไม่ยาก
            เพียงแค่ปะทะหนเดียวเท่านั้นเครนี่ก็ทำให้หอกของวีเธอร์เป็นอันต้องหลุดมือร่วงลงสู่พื้นล่างไป
            "ฮึ่ย!!" วีเธอร์หันมองเครนี่ที่บินผ่านไป มือของเขายังคงสั่นระริก "แสบนักนะ!"

            เครนี่ไม่สนใจ เขาให้ริริสบินข้างหน้าต่อไปเพื่อเตรียมกลับตัว เข้าปะทะครั้งที่สาม
            ระหว่างที่บินอยู่นั้นเครนี่ก็ได้ถอนหายใจพลางพูดขึ้นมาลอยๆกับตัวเอง
            "ยากกว่าที่คิดนะ ไม่อยากเชื่อเลยว่าลูกจะใช้ท่านี้ได้ด้วยการฝึกซ้อมเพียงไม่กี่วันเท่านั้น" เขากล่าวถึงฟิล "ก็ช่างคิดมาได้นะ ท่าทางจะก้าวเหนือความเป็นหนึ่งเดียวกว่าที่พ่อคิดไว้เสียอีก"

            ที่จริงแล้วเครนี่อาจทำตัวเหมือนไม่สนใจการต่อสู้ของฟิล แต่ช่วงหนึ่งเมื่อเห็นว่าฟิลสามารถรั้งการ์ด้อนได้นานเหลือเชื่อก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาวิธีการบินแบบปกตินั้นไม่เคยช่วยให้อัศวินมังกรรอดจากการไล่ล่าของกอร์ด้อนได้เลย
            นั่นเองที่ทำให้เขาพบว่าลูกชายนั้นได้คิดค้นท่าบินแบบใหม่ขึ้นได้จริงๆแล้ว มันไม่ได้มีลูกเล่นที่สลับซับซ้อนหรือพิศดารใดๆ เพียงแค่ทำความเข้าใจกับธรรมชาติแล้วหาทางประสานเข้าให้ลงตัวเท่านั้น

            เครนี่กับฟิลนั้นมีความคล้ายคลึงกันมากๆเรื่องหนึ่งคือเป็นอัจฉริยะด้านการควบคุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเครนี่มีประสบการณ์มากแล้ว
            เพียงแค่เห็นฟิลบินท่าหมากรุกไม่กี่ครั้งก็เริ่มที่จะจับหลังได้ และเขาก็คิดที่จะลองใช้บ้างเพื่อป่วนวีเธอร์ดู...

            ผลการทดลองออกมาดีผิดคาด แต่ก็ไม่เป็นที่พอใจนัก เพราะหากเป็นไปตามที่หวังจริง มันก็ควรที่จะทำให้สังหารวีเธอร์ได้ตั้งแต่การโจมตีหนแรกแล้ว
            "จังหวะไม่ลงตัวเท่าไหร่ คงเพราะต้องแบ่งภาระหน้าที่รับผิดชอบชัดเจนจริงๆ" เครนี่วิเคราะห์ "ไม่เพียงแค่ผู้บังคับต้องฉลาดคิดและปรับตัวเท่านั้น แต่มังกรก็จะมีบทบาทอย่างมากด้วยเหมือนกัน การปรับปีกและหางอย่างละเอียดอ่อนนั้นเป็นเรื่องที่มังกรต้องทำด้วยตัวเองจะละเอียดอ่อนกว่าให้นายสั่งสินะ... ถ้าขาดการประสานที่ดีจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปก็คงไม่มีทางบินแบบนี้ได้แน่... ฟิลฉลาดที่จะใช้ความเป็นมังกรจากมีอาแท้ๆ มีอาก็ตอบรับได้เกินคาด ยังกับว่าถูกกำหนดให้สองคนนี่มาอยู่เป็นคู่กันจริงๆเลยนะ"
            "ครือ..." ริริสร้องขึ้น แม้ว่าจะไม่เข้าใจคำพูดทั้งหมดของเครนี่ แต่ก็พอรู้สึกได้ว่าเขากำลังเปรียบเทียบตัวมังกรอยู่

            เครนี่ก้มมองแล้วยิ้มเล็กๆ ก่อนที่จะลูบคอริริสปลอบใจ
            "ไม่ใช่ความผิดเธอหรอกนะริริส เดิมทีท่านี้มันก็เป็นไปไม่ได้สำหรับคนอื่นอยู่แล้วล่ะ... มันเป็นท่าเฉพาะของสองคนนั้นจริงๆ" เครนี่พูดบอก "ฟิลเป็นอัจฉริยะ มีอาเองก็ด้วย ทั้งสองก็เหมือนมีทัศนะแบบเดียวกัน และเหนือสิ่งอื่นใดทั้งสองก็รู้ใจกันดีที่สุดด้วย มันจึงเกิดเป็นท่าพิเศษขึ้นมาได้... ถ้าจะเลียนแบบอย่างดีสุดก็แค่ใกล้เคียงแต่ไม่มีทางเหมือนได้เป๊ะหรอกนะ อย่าไปคิดมากเลยริริส"
            "กรร..." เธอขานรับพอรับรู้ได้
            "เอาเป็นว่าเราสู้ในแบบที่เราถนัดกันดีกว่านะ ถ้าฟิลมีสิ่งที่เขาเท่านั้นที่ทำได้ เราเองก็เหมือนกัน"

            เครนี่จับคอริริสแน่นจนเกือบบีบ สัมผัสและความอบอุ่นจากมือส่งผ่านถึงมังกรรับใช้บ่งบอกนัยยะว่าต้องการที่จะเอาจริงแล้ว
            "ถึงท่าบินหมากรุกจะปิดฉากไม่ได้ แต่นั่นก็อยู่ในความคาดหมายอยู่แล้วล่ะนะ เพราะจุดประสงค์ของท่านั้นจริงๆไม่ใช่ปลิดชีพแต่เป็นการหว่านรากแห่งความกลัว แล้วค่อยจัดการด้วยท่าเฉพาะที่ได้ผลจริง"

            เครนี่กลับมานั่งท่าพร้อมบินโลดโผน มือทั้งสองจับบังเหียนไว้กระชับแน่น ก่อนที่จะเอ่ยปากปลุกขวัญกึ่งบัญชาไปยังริริส
            "มาแสดงให้พวกนั้นได้เห็นกันเถอะว่าการต่อสู้ในรูปแบบของเรานั้นเป็นยังไง!"
            "ก๊าซ!!" มังกรสาวขานรับมั่นใจ จากนั้นก็บินตรงเข้าไปหาวีเธอร์ตามที่เครนี่ต้องการ


            ...............................................


            ภาพรวมของสภาพอากาศดูแจ่มใสตลอดวัน มีเมฆประปราย
            แต่กระนั้นลมบนเองก็เริ่มจะมีการผันผวนมากขึ้น

            จังหวะหนึ่งที่มีอากำลังบินเอาตัวรอดอยู่นั้น ลมวูบหนึ่งก็พัดสวนหางตาซ้ายของฟิลเข้า ทำเอาเขารู้สึกแปลกขึ้นมาจนอดใจที่จะหันหลังไปช่วงสั้นๆไม่ได้
            "หืม...!?" ฟิลผละจังหวะหันมองกลับไปทางด้านหลัง

            เหมือนเป็นความบังเอิญที่จงใจให้เกิด ณ จุดที่หัน ฟิลเห็นลางๆถึงเงาพ่อของตนที่กำลังสู้อยู่
            แต่ระยะห่างที่มากเอาเรื่องก็ทำให้เห็นแค่คร่าวๆว่าใครทำอะไรเท่านั้น ไม่ได้รู้ถึงรายละเอียดปลีกย่อยว่าเครนี่กำลังเลียนแบบท่วงท่าของตนอยู่

            ฟิลเหลือบมองได้แค่ช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น มีอาก็ถึงกับร้องผวาลั่นขึ้นมา
            "อันตรายพี่จ๋า!?"

            ฟิลแทบจะตอนสนองกับเสียงนั้นทันที จิตสังหารที่แผ่ออกมากระทบที่คอจนทำเอาขนลุกทำให้เขาสะบัดหน้าหันไปมองยังจุดนั้น
            แล้วก็พบว่าขวานกำลังถูกฟันเข้าใส่ในระดับคอเข้าให้แล้ว
            "ลง!" ฟิลรีบย่อตัวลงแนบหลังมีอา

            มีอาเองก็ช่วยเสริมอีกแรงด้วยการลดเพดานบินฉันพลัน ทิ้งดิ่งห่างมิเร่อร์ออกไปได้หวุดหวิดชนิดที่คมขวานเฉี่ยวผ่านเหนือศีรษะฟิลไปไม่ถึงศอก
            "โธ่... อย่าเหม่อสิพี่จ๋า!" มีอาบ่นเสียงหลงขณะที่กำลังเร่งบินต่ำลงมา
            "อา โทษทีนะมีอา พอดีรู้สึกแปลกๆนิดหน่อยน่ะ"
            "อะไรแปลกเหรอ?"
            "บอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่คิดว่าพ่อน่าจะกำลังทำอะไรสักอย่างที่น่าทึ่งอยู่แน่ๆ"
            "เห...?"
            "ช่างเถอะ" ฟิลตัดบทด้วยความที่ไม่อยากให้มีอามาเสียสมาธิเหมือนตนเมื่อครู่ "ว่าแต่ว่าลมผันผวนน่าดูเลยนะ บินลำบากขึ้นไหมมีอา?"
            "ก็นิดหน่อยล่ะค่ะ แต่ว่าดูเหมือนทางโน้นเองก็โดนผลเหมือนกันนะ เห็นบินได้เร็วไม่เท่าก่อนหน้านี้แล้ว"
            "อื้ม... งั้นก็ดีแล้วล่ะ น่าจะได้เวลาปลดอาวุธอีกชิ้นของกอร์ด้อนกันแล้ว"

            ฟิลกำมือขวาไว้แน่น ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าด้านบนที่อยู่ข้างหน้าบริเวณป่าหลังทะเลสาป
            "ตรงด้านบนโน้นมีเมฆมากน่าจะมีประจุไฟฟ้ามากเกินพอนะ แถมลมน่าจะผันผวนแรงด้วย อาจจะช่วยสร้างเวลาและจังหวะแลกหมัดกันได้"
            "เห...?"
            "เอาเป็นว่าพยายามหลบไปให้ถึงตรงนั้นให้ได้ล่ะมีอา" ฟิลนัดแนะแต่ยังไม่บอกสิ่งที่กำลังจะทำต่อไป "ไม่รู้ว่าพ่อทำอะไรอยู่ แต่พี่คิดว่าพ่อคงต้องการจะทำให้สงครามนี้จบลงแล้วล่ะ พี่เองก็อยากแบบนั้นด้วยเหมือนกัน รีบจบศึกแล้วกลับไปพักกันดีกว่านะ"
            "อื้ม! เห็นด้วยที่สุดเลยล่ะ"

            มีอารับคำแล้วหาช่องทางบินลอดช่องว่างของลมที่พัดต้านไปยังจุดที่ฟิลต้องการ


            ...............................................


            วูบ!!

            บอลสูญญากาศหักเหถูกยิงออกมาในลักษณะที่เปลี่ยนไปมากขึ้น ทำให้การต่อสู้ระหว่างเครนี่กับวีเธอร์ดูท่าจะยืดเยื้อออกไปอีก

            เพราะเป็นศึกสุดท้ายแล้ววีเธอร์จึงใช้ทุกอย่างที่มีในการต่อสู้
            เดิมทีตอนที่รั้งเครนี่ไว้ช่วงศึกก่อนหน้าอาจทำให้ดูเหมือนว่าฝีมือของเขาทัดเทียมกัน แต่แท้จริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่

            เครนี่ที่เยือกเย็นนั้นมีความสุขุมน่ากลัวนัก และยิ่งเมื่อสามารถบินท่าหมากรุกที่ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนก็ยิ่งทำให้วีเธอร์โดนกดดันอีกทางหนึ่ง
            หากไม่คิดจะเปิดฉากแลกกันให้รู้แล้วรู้รอด หนทางที่จะผ่านช่วงเวลาที่บีบหัวใจนี้ไปได้เห็นจะมีทางเดียวคือประคองยื้อเวลาจนศึกนี้จบลง หรือจนทัพฟ้าอาโกลาสหมดท่าและเครนี่ต้องถูกรุมเล่นงานหรือต้องถอนตัวไปเอง

            การสู้ถ่วงเวลาเป็นเรื่องที่วีเธอร์พอจะมั่นใจอยู่ไม่น้อย เพราะฝีมือการบินของเขาก็ถือว่าดีที่สุดในไฮแลนด์ อีกทั้งก่อนหน้านี้ก็ใช้ทักษะทั้งหลายรั้งเครนี่ไว้ได้โดยตลอด และเมื่อรวมถึงพลังพิเศษที่เหลืออยู่แล้ว วีเธอร์เชื่อว่าน่าจะทำให้เครนี่เข้าประชิดตนไม่ได้อีกและสามารถซื้อเวลาได้จนถึงจุดแพ้ชนะของสงคราม

            อาจดูเหมือนคิดเข้าข้างตัวเองมากเกินไป แต่เครนี่ก็ยอมรับในความจริงเรื่องที่ลูกบอลสูญญากาศหักเหนั้นได้สร้างปัญหาในการเข้าปะทะหรือบินผ่านมาโดยตลอด
            ความที่ลูกบอลนั้นมีขนาดเบาและคำนวนระยะที่ดูดอัดได้จึงทำให้สามารถยิงเข้าใส่ได้ตั้งแต่ระยะกลางเป็นต้นไป ที่ผ่านมาเครนี่ถูกพลังนี้ขัดขวางไม่ให้ผ่านไปได้ และครั้งนี้วีเธอร์ก็หวังว่าจะทำเช่นเดิมได้อีก

            แต่เครนี่ไม่คิดเช่นนั้น
            "ก่อนหน้านี้พลังเดิมๆอาจใช้ป่วนได้อยู่ แต่มันก็ใช้ไม่ได้ผลตลอดหรอกน่า" เครนี่คุมริริสบินห่างออกจากวีเธอร์หลายช่วงตัวพอที่จะมีพื้นที่บินเร่งให้เต็มที่
            "แล้วนายจะทำอะไรฉันได้!?" วีเธอร์พูดย้อนคืน
            "ที่ผ่านมานายเคยเห็นฉันทำอะไรนอกเหนือตำราบ้างไหมล่ะ?" เครนี่ยิ้มมุมปากแล้วพูดกดดัน "ดูเหมือนว่านายจะมั่นใจทักษะการบินมากนะ แน่นอนว่าฉันเองก็เหมือนกัน และฉันก็มั่นใจมากกว่านายเสียอีก เพราะที่ผ่านมานั้นใช้เพียงแค่การบินในฉบับตำราที่อาจเพิ่มความผาดโผนและความกล้าเข้าไปหน่อยก็ทำให้อัศวินมังกร ทหารมังกรหลายคนต้องสยบราบคาบมาแล้ว"
            "แล้วยังไงเรอะ?"
            "หึ... มันทำให้ฉันปิดบังฝีมือได้สนิทยังไงล่ะ" เครนี่เอียงตัวขนานข้างคอของริริสแล้วตอบ "นายคิดว่าพลังพิเศษของมังกรฉันคืออะไรล่ะ... แล้วคิดว่ามองข้ามอะไรไปอีกไหม อย่างเช่นท่าบินอื่นที่ฉันไม่เคยเปิดเผยน่ะ?"
            "คิดจะขู่กันงั้นหรือไง เปล่าประโยชน์น่า!! ถ้ามีจริงนายใช้มันมานานแล้ว จะเก็บไว้มาถึงตอนนี้เพื่ออะไรกัน?" วีเธอร์ทำใจดีสู้เสือ
            "นายคิดว่าฉันขู่งั้นเหรอ... หึๆ" เครนี่พูดตัดบทพร้อมตระตุกบังเหียนสั่งให้ริริสออกตัวบินไปข้างหน้า "มาลองพิสูจน์ดูกันไหมล่ะ เดิมพันด้วยชีวิตไปเลย!!"
            "กล้านักก็เข้ามาตายเลย!!"

            วีเธอร์ตั้งสมาธิเพ่งดูเครนี่ตาเขม็ง ขณะที่มือข้างหนึ่งก็แตะคอของออสม่าพร้อมสั่งการเรียกใช้พลังพิเศษ
            การถูกป่วนด้วยท่าบินหมากรุกทำให้วีเธอร์เสียศูนย์ไปไม่น้อย แต่อย่างไรเสียเขาก็ยังรู้จักเรียนรู้ความผิดพลาดได้ในช่วงเวลาอันสั้น

            วีเธอร์เชื่อว่าท่าบินหมากรุกในรูปแบบเครนี่นั้นยังดูหยาบอยู่มาก การบินหักมุมอาจจับทางและจังหวะได้ยาก แต่อย่างน้อยที่สุดแล้วก็ยังพอจะมองออกว่าเครนี่บินหักได้แค่ในระนาบซ้ายหรือขวาเท่านั้น
            "มาเลย! คราวนี้ฉันจะฉีกแกเป็นชิ้นๆให้ดู" วีเธอร์คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า

            กระทั่งถึงจุดที่สามารถหักเลี้ยวฉับพลันได้แล้ว วีเธอร์ก็เป็นฝ่ายที่ชิงลงมือก่อน
            "จัดการเลยออสม่า! บอลสูญญากาศหักเหสามทิศ!!" วีเธอร์คำนวนเป็นอย่างดีแล้วว่านี่คือพื้นที่ๆเหมาะสมที่สุด
            "โฮก!!"

            ออสม่าอ้าปากแล้วสร้างบอลสูญญากาศสามลูกพ่นออกมา ขนาดของมันเล็กลงจากปกติไปกว่าครึ่ง แต่จำนวนที่มากกว่าเดิมก็มากเกินพอที่จะลดช่องว่างความแตกต่างนั้นไปได้
            บอลสูญญากาศทั้งสามลูกเริ่มกระจายห่างออกจากกันเป็นวงกว้างและเริ่มทำงานทันทีที่ได้ระยะ เครนี่เพ่งสายตามองก็เห็นได้ชัดว่าละอองน้ำจากก้อนเมฆถูกดูดเข้าไปในลูกบอลแล้วกระจายออกทางด้านข้างอย่างรวดเร็วและรุนแรง
            "ยิงทีเดียวสามลูกเลยเรอะ... ไม่ธรรมดาเลยนี่ กะว่าจะไม่ให้หนีไปได้แม้ทิศทางไหนเลยสินะ" เครนี่ยอมรับหัวคิดของวีเธอร์ที่ฉลาดโจมตีและใช้ท่าไม้ตายก้นหีบได้ถูกช่วงเวลา

            แต่กระนั้นมันก็หาได้ทำให้แผนที่เครนี่วางไว้ต้องผิดไปได้
            "แต่ว่าการบินบนฟ้านั้นไม่ได้มีเพียงซ้ายหรือขวาเท่านั้นหรอกนะ ท้องฟ้าคือพื้นที่ว่างสามมิติ! ฉันจะสอนให้นายได้รู้เอง!!"

            ว่าแล้วเครนี่ก็ทำสิ่งที่วีเธอร์คาดไม่ถึง ด้วยการบินตรงเข้าหาบอลสูญญากาศด้วยความเร็วสูงสุด
            "เร็วอีกริริส!" เครนี่สั่งเสียงดังขึ้น
            "สติแตกแล้วเรอะไง บินเข้าหาความตายแบบนี้!?" วีเธอร์ไม่เข้าใจความคิดของเครนี่

            จนจวนเจียนที่จะเข้าระยะถูกกระชากดูด เครนี่ก็จึงได้ออกคำสั่งที่สองออกมา
            "เตรียมตัวริริส!"
            "โฮก" ริริสขานรับจากนั้นก็กดหัวตัวเองลงต่ำทำทีเหมือนจะมุดหลบบอลสูญญากาศลงไปข้างล่าง

            จากที่วีเธอร์เห็นแล้วระยะหลบหลีกยังตื้นเกินไปจนไม่สามารถก้มได้สุด หรือถ้ายังพอจะเอาตัวรอดได้เฉพาะมังกรเท่านั้น ไม่รวมถึงผู้ใช้ที่อยู่ตำแหน่งสูงกว่า

            แต่วีเธอร์คิดผิดไปมหันต์ เพราะแนวคิดนั่นหมายถึงการบินหลบแบบปกติเท่านั้น...

            ก่อนที่จะมุดหัวลงต่ำกว่านี้ เครนี่ก็ได้ผละมือจากบังเหียน โดยมือข้างซ้ายจับคอของริริสช่วยประคอง มือข้างขวาจับด้ามหอกขอดเกล็ดมังกรอยู่
            เครนี่ถดตัวจากคอไปช่วงหลังของริริสและนั่งคุกเข่าทรงตัวเช่นนั้น

            จนเมื่อเล็งเป้าหมายและวางตำแหน่งได้แน่นอนแล้ว เขาก็ออกคำสั่งที่สามออกมาอย่างจริงจัง
            "เอาเลยริริส! ดีด!!"
            "ก๊าซ!!" ริริสร้องเสียงดังตอบรับควบกับเรียกกำลังใจ

            ริริสบินลงต่ำอีกจนแทบจะเป็นแนวตั้งฉากกับพื้นดิน พร้อมๆกันนั้นก็อาศัยจังหวะที่ก้มหัวลงสะบัดหลังเต็มที่
            เครนี่เองที่ย่อเข่าตั้งฐานมาแต่แรกก็กระโดดสุดกำลังในจังหวะที่ริริสสะบัดหลังพอดีกัน

            พลันนั้นทั้งผู้ใช้มังกรและตัวของมังกรรับใช้ก็แยกห่างออกจากกัน
            เครนี่กระโดดลอยตัวสูงจนข้ามจากระยะดูดของบอลสูญญากาศหักเห เช่นเดียวกับริริสที่ถูกแรงถีบส่งดันให้มุดต่ำลงได้มากขึ้นจนพ้นระยะอันตรายไปด้วยเช่นกัน

            การกระทำของเครนี่ไม่ได้หวังผลเพียงแค่หลบหลีกเฉพาะหน้าเท่านั้น เพราะตำแหน่งที่กำลังลอยตัวอยู่นั้นเป็นการพุ่งเข้าหาวีเธอร์ที่กำลังอยู่บนหลังออสม่าซึ่งกำลังบินนิ่งอยู่
            "อะไรน่ะ!? กระโดดจากหลังมังกรเองงั้นเหรอ บ้าไปแล้ว!?" วีเธอร์เห็นแล้วก็ผวาจะดึงบังเหียนให้ออสม่าหลบ

            แต่มันก็สายไปแล้ว เครนี่ลงมือได้เร็วกว่า
            ก่อนที่จะออสม่าจะได้หันหัวหลบออกไป เครนี่ก็ใช้มือทั้งสองจับหอกขอดเกล็ดมังกรแล้วปักเข้าที่บริเวณระหว่างต้นคอกับแผ่นหลังของออสม่าซึ่งจุดนั้นแทบจะห่างจากหว่างขาของวีเธอร์ไม่มากนัก

            นั่นก็ทำให้เครนี่สามารถหยุดตัวเองได้ด้วยการตีเข่าเข้าที่กลางอกวีเธอร์ได้อย่างจัง

            พลั่ก!!

            เข่าขวาของเครนี่อัดที่อกวีเธอร์ทำเอาแทบจะกระเด็นหลุดจากหลังมังกรไป แต่ด้วยสัญชาตญาณผู้ใช้มังกรมานานมือข้างหนึ่งจึงยังคงจับบังเหียนไว้แน่น แม้ร่างกายจะปลิวจนหลังกระแทกหลังมังกรไปแล้วก็ตาม
            การที่เครนี่มาเพิ่มบนหลังอีกคนทำให้น้ำหนักที่ออสม่าแบกรับต้องคูณสองเข้าไปในทันที แม้ว่าจะยังอยู่ในระดับที่พอรับได้ไหว แต่ก็ทำให้ออสม่าต้องสะบัดปีกกระพรืบปรับสมดุลเป็นการใหญ่จะแทบจะทำอะไรอื่นไม่ได้...
            "อั่ก..." วีเธอร์ลืมตาแล้วรีบลุกขึ้นนั่งด้วยอาการจุกหายใจไม่สะดวก

            แต่พอที่สติกลับคืนมานั่นเอง เขาก็พบว่าตอนนี้เครนี่อยู่แทบจะชิดใกล้ตัวเขาแล้ว ระยะห่างเพียงสองศอกที่มีหอกขอดเกล็ดมังกรคั่นกลางเท่านั้น
            "คาดไม่ถึงล่ะสิ..." เครนี่พูดขึ้นพลางจ้องตาวีเธอร์ "ก็บอกแล้ว... ว่าอย่าได้คิดว่าฉันมีดีแค่การบินไปมาเท่านั้น"
            "แก...!"

            เครนี่ไม่เสียเวลาว่าความกว่านี้ มือซ้ายที่จับที่เอวด้านหลังถูกสะบัดออกมาข้างหน้า โดยมือข้างนั้นได้กำด้ามมีดปลายแหลมออกมา
            "ไม่มีเวลาเล่นด้วยแล้ว จบกันแค่นี้ล่ะ" เครนี่พูดเสียงเยือกเย็น

            วีเธอร์ถึงกับเบิกหามองตกใจ ผวารู้ว่ากำลังจะเผชิญกับสิ่งใดข้างหน้า

            สวบ!

            ไวเกินกว่าจะคิดอ่านหลบหนีได้ทัน เครนี่ก็เสียบมีดนั้นเข้าที่ใต้ชายโครงของวีเธอร์ แทงงัดขึ้นทีเดียวถึงหัวใจจบการต่อสู้ในคราวเดียว
            "อ๊อก...!" รองแม่ทัพแห่งไฮแลนด์ไม่ทันแม้แต่จะได้ร้องเจ็บปวดใดๆ สติแทบจะวูบสนิทไปทันทีที่มีดถูกกดเข้าไปครึ่งเล่ม

            เครนี่ดึงมีดออกมา ก่อนที่จะถีบร่างของวีเธอร์ออกไป
            ซึ่งเมื่อทันทีที่ร่างหลุดจากหลังมังกรไปนั้น ด้วยสัญชาตญาณและความผูกพันเดิมที่มีอยู่ ออสม่าก็ทำท่าจะพลิกตัวบินตามไปรับ

            เครนี่ถือโอกาสนี้ดึงหอกขอดเกล็ดมังกร แล้วจากนั้นก็กระโดดออกจากหลังของออสม่าไปคนละทางบ้าง
            ซึ่ง ณ จุดนั้นริริสที่บินวนไปมาอยู่ห่างที่รอดูแต่แรกก็ได้โฉบมารับได้อย่างรู้ใจ
            "ฮึบ!" เครนี่แตะหลังแล้วพลิกตัวย่อขยับนั่งอย่างชำนาญ ก่อนที่จะเก็บอาวุธแล้วจับบังเหียนพร้อม

            เครนี่ก้มมองดูออสม่าที่บินต่ำไปรับร่างไร้วิญญาณของวีเธอร์แล้วบินหนีออกจากสนามรบไปยังพื้นที่ปลอดภัยตามความคิดประสามังกรทั่วไป
            "กรร..." ริริสที่บินประคองอยู่ครางขึ้นเบาๆด้วยน้ำเสียงเหมือนเป็นห่วง
            "ไม่เป็นไรหรอกริริส ฉันสบายดี" เครนี่ตอบพลางถอนหายใจ "วิธีนี้เสี่ยงไปหน่อย แต่ว่าหากชนะได้ก็คือว่าคุ้มที่สุดแล้วล่ะ"
            "ครือ..."
            "เท่านี้ก็เสร็จไปอีกเรื่องล่ะ ที่เหลือก็แค่ความเคลื่อนไหวของกอร์ด้อน..." เขาเริ่มมองหาถึงหนทางดำเนินการตามแผนต่อไป


            ...............................................


            ขณะที่เครนี่ปิดฉากการสังหารรองแม่ทัพของไฮแลนด์แล้วเสร็จ...
            ทางด้านฟิลที่กำลังประลองกับกอร์ด้อนเองก็ใกล้ถึงจุดที่ต้องปิดฉากเช่นกัน

            แม้ว่าตลอดช่วงหลังที่ใช้หอกเป็นอาวุธแล้ว กอร์ด้อนจะยังคงเป็นฝ่ายเล่นงานฟิลอยู่เพียงข้างเดียวก็ตามที
            แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ภาพปรากฎภายนอกเท่านั้น ซึ่งแม้แต่กอร์ด้อนเองก็ไม่รู้ตัวว่าตอนนี้ฟิลเริ่มเตรียมที่จะตอบโต้ให้เห็นผลในครั้งเดียวอยู่แล้ว

            มีอาทำตามที่ฟิลบอกมาได้อย่างดี เธอบินหลบหลีกด้วยกำลังและสมาธิทั้งหมดที่มี จนในที่สุดก็พาตัวเองมาในบริเวณพื้นที่ๆมีเมฆกระจายตัวอยู่มากได้สำเร็จ
            ส่วนฟิลก็เชื่อใจในการบินของมีอาและผ่อนการป้องกันลงอย่างเห็นได้ชัด เขาจับบังเหียนด้วยมือข้างเดียว ส่วนอีกข้างก็กางออกให้ห่างตัวมีอาแล้วมีปฏิกริยาบางอย่าง เหมือนมีการสะสมพลังงานบางสิ่ง

            มีอารู้สึกว่าเหมือนมีอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็นสะกิดแถวบริเวณเกล็ดช่วงเอวเธอในช่วงที่มือข้างที่กางออกของฟิลอยู่
            มันเป็นสัมผัสที่บ้างก็เหมือนถูกเกา บ้างก็เหมือนถูกตีให้พอสะดุ้ง แต่มีอาก็ไม่กล้าถามเพราะกลัวจะเสียสมาธิและก็เพราะฟิลบอกให้ตั้งใจบินเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

            เมฆหมอกที่กระจายฟุ้งช่วยปิดบังสิ่งที่ฟิลจะทำอยู่ได้ดี กอร์ด้อนเองก็เน้นจะเล่นงานอย่างเดียวโดยไม่ได้คิดสงสัยใดๆด้วย

            หลังจากที่บินหลบหลีกและสวนกลับมาหลายครั้ง
            ในที่สุดช่วงจังหวะหนึ่งที่ลมพัดหวนก็ทำให้ฟิลและกอร์ด้อนต้องผละออกจากกันมาหลายช่วงตัว ซึ่งเมื่อต่างฝ่ายต่างตั้งตัวได้ก็พบว่าทั้งคู่ก็ได้พร้อมเผชิญหน้ากันอีกครั้งเข้าแล้ว

            ระยะห่างมีมากพอประมาณ แต่ทั้งฟิลและกอร์ด้อนก็อยู่ในท่วงท่าพร้อมบินปะทะกันโดยไม่คิดหลบหนีอีก

            กอร์ด้อนมุ่งหวังจะดวลซึ่งๆหน้ามาแต่แรกแล้ว ทางฟิลที่หนีมาตลอด ในหนนี้เขากลับให้มีอาพร้อมเผชิญหน้าบ้าง
            "เอาล่ะทำได้ดีมากเลยมีอา จากนี้ไปก็จะตัดสินกันล่ะนะ" ฟิลจับบังเหียนให้กระชับเป็นพิเศษในท่าที่เหมือนกับจะเข้าไปแลกอาวุธในระยะประชิด "เริ่มบินเข้าไปหากอร์ด้อนได้เลย รักษาเส้นทางไว้นะ พยายามบินสวนโดยให้มือขวาของพี่ห่างจากกอร์ด้อนไม่เกินครึ่งเมตร"
            "นะ... แน่ใจนะพี่จ๋า...?" มีอาเป็นกังวล "มันใกล้มากเลยนะพี่จ๋า?"
            "ใช่ นั่นล่ะคือระยะมาตรฐานในการแลกอาวุธกัน"
            "แต่ไม่เห็นพี่จ๋ามีอาวุธอะไรเลยนี่นา?" มีอาเหลือบมองมือขวาของฟิลที่ดูว่างเปล่า แต่เหมือนมีก้อนมวลสารอะไรบางอย่างเปล่งแสงแปร๊บปร๊าบโดยตลอด
            "มีสิ เวทสายฟ้านี่ล่ะอาวุธชิ้นสุดท้ายที่จะใช้ปลดหอกของกอร์ด้อนได้" ฟิลยอมเฉลย "อืม ที่ผ่านมามันดูเหมือนเป็นการหนีตลอด แต่สำหรับพี่แล้วมันคือการเก็บข้อมูลน่ะ แล้วพี่ก็ได้ข้อมูลมากเกินพอแล้ว เราจะดวลเดี่ยวให้รู้กันไปเลยในคราวนี้ล่ะ"
            "แต่มีอารู้สึกไม่ดีเลยอ่ะพี่จ๋า... อีกฝ่ายใส่เกราะเหล็กแข็งเลยนะ แค่สายฟ้านี่มัน..."
            "เชื่อพี่สิ มันได้ผลแน่" ฟิลมั่นใจในความคิดตัวเอง "สายฟ้ามันมีความพิเศษของตัวเอง ยิ่งรอบตัวมีเมฆฝนที่มากด้วยประจุไฟฟ้าแล้วมันยิ่งเห็นผล"
            "อา..."
            "มีสมาธิไว้มีอา เราจะทำงานใหญ่แล้วนะ" ฟิลขึ้นเสียงให้มีอาตื่นตัว "พี่มั่นใจว่าทำได้แน่ แต่ถ้ามีอาไม่มั่นใจล่ะก็ ทุกอย่างจบนะ!"
            "อ่ะ... ค่ะ...!" เสียงขู่กึ่งดุของพี่ชายทำเอาน้องสาวถึงกับสะดุ้งขึ้นได้

            ในระหว่างนั้นเองมีอาก็สัมผัสได้ว่ากอร์ด้อนเริ่มออกบินมาแล้ว ฟิลเองก็หันมองตามไปด้วยเช่นกัน
            "เวลาไม่ค่อยท่าแล้ว กอร์ด้อนลงมือก่อนจนได้" ฟิลตัดบทกึ่งสั่งการ "ไม่ต้องคิดอะไรแล้วมีอา บินตรงเข้าไปเลย!"
            "ค่ะ...!" มีอายอมทำตาม
            "จัดการให้จบๆแล้วกลับบ้านด้วยกันเถอะนะ" ฟิลลดเสียงลงจากปลุกกระตุ้นเป็นให้กำลังใจ "กลับไปแล้วพี่จะทำสตูว์อุ่นๆให้มีอาทาน"
            "มีอาก็จะทำเค้กให้พี่จ๋าด้วยนะ!" เด็กน้อยตอบกลับแล้วคืนสมาธิกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
            "ดี" ฟิลยิ้มพอใจ ก่อนที่จะคืนสมาธิบ้าง "งั้นก็บินเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ ระวังแรงลม และรักษาทิศทางไว้นะ"
            "อื้อ!"

            มังกรศึกของทั้งสองบินจากระยะห่างหลายร้อยเมตร พอต่างฝ่ายต่างเริ่มเร่งความเร็วระยะห่างก็หดสั้นลงมากขึ้นเรื่อยๆ
            จนเมื่อทั้งมีอาและมิเร่อร์เร่งความเร็วจนถึงที่สุดแล้ว ทั้งคู่ก็พุ่งแหวกอากาศเข้าหากันแทบจะเป็นเส้นตรงเห็นเสมือนลำแสงสีชมพูกับสีน้ำเงินเข้มกำลังจะตัดสวนกันในไม่กี่อึดใจ

            กอร์ด้อนยกแขนง้างหอกพร้อมเสียบแทง
            "เลิกคิดที่จะหนีแบบนี้แสดงว่ายังมีแผนอะไรอีกใช่ไหมไอ้หนู!?"

            ฟิลที่เตรียมใจมาแต่แรกไม่มีอาการหวั่นไหวต่อเสียงคู่คำราม
            "แผนน่ะมีแน่!" เขากล่าวพลางกางมือขวาสุด

            พลันนั้นลูกประจุที่สะสมมาแต่แรกก็ทำการดูดไฟฟ้าสถิตย์ที่อยู่รวมตัวมากขึ้นในพริบตา
            ลูกบอลที่ส่องแสงมาแต่แรกขยายตัวขึ้นหลายเท่าตัวและกระจายสะเก็ดไฟฟ้ารอบทิศ
            "ถ้าคิดจะหนีละก็... ทำซะเดี๋ยวนี้เลยนะท่านแม่ทัพ!!" ฟิลตะโกนสวนกลับไปใช้จิตวิทยาร่วม
            "อวดดีนักนะไอ้หนู!! ก็แค่มายากลหลอกเด็ก!!"

            ฟิลไม่พูดต่อ เขาขบฟันเตรียมปะทะเมื่อเห็นกอร์ด้อนทะยานเข้าหาตามที่คาดหวังไว้
            เมื่อรู้สึกว่ารวมกระแสได้มากเกินพอแล้ว ฟิลก็บีบก้อนพลังที่รวมรวมไว้แล้วสะบัดแขนขวาออกให้สุดพร้อมเอ่ยชื่อคาถาออกมา
            "หอกสายฟ้า!" (Zeus's Spear)

            สายฟ้าที่ไร้รูปร่างแปรสภาพเหมือนท่อนเหล็กเพรียวปลายแหลมตามที่ฟิลต้องการ

            ประจุไฟฟ้าที่ขึ้นรูปแล้วถูกเร่งกำลังด้วยเวทต่อเนื่องของฟิลทำให้ขนาดมันขยายใหญ่ขึ้นได้ราวกับหอกเหล็กของอัศวินบนหลังม้า
            "อะไรน่ะพี่จ๋า...!?" มีอาผวาเล็กๆหันมองเมื่อรู้สึกว่ามีกระแสไฟฟ้าสถิตย์สะกิดครึ่งตัวซีก
            "เวทชั้นสูงบทหนึ่ง ไม่จำเป็นก็ไม่อยากใช้นักหรอก... มีอาอาจโดนผลกระทบจากสะเก็ดไฟฟ้าบ้าง ก็ทนหน่อยนะ" ฟิลพ่นลมหายใจเตรียมพร้อม "ทุกอย่างพร้อมแล้ว บินสวนไปเลยนะมีอา!"
            "อะ... อื้อ!"

            มีอาหันกลับเตรียมใจบ้าง จากนั้นก็กัดฟันสะกดความกลัวแล้วพุ่งเข้าหากอร์ด้อน
            หอกเหล็กปลายแหลมถูกชี้ไปที่ช่วงอกของฟิล เช่นเดียวกันกับปลายยอดของหอกสายฟ้าก็ถูกชี้ไปที่เกราะเหล็กหน้าผากของกอร์ด้อน
            "ว้าก!!" สองผู้ใช้มังกรอ้าปากส่งเสียงคำรามท้าชนความตาย

            อีกไม่กี่อึดใจก็จะถึงจุดปะทะ
            ระยะใกล้แค่นี้ทำให้เห็นชัดเจนแล้วว่าอาวุธทั้งสองคนมีขนาดความยาวใกล้เคียงกันมาก มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะจบลงด้วยการแลกการโจมตี
            กอร์ด้อนผ่านศึกทั้งบกและฟ้ามาเยอะไม่มีความหวาดเกรงแม้แต่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตนสวมเกราะเหล็กหนาที่แม้แต่ธนูก็ยังเจาะไม่เข้า

            ฟิลเองก็เช่นกัน เขาไม่กลัวอาวุธและเกราะของกอร์ด้อนเพราะเชื่อมั่นใจพลังตนเอง ทุกอย่างถูกเตรียมมาเพื่อการนี้ และเพื่อวินาทีนี้
            "เสริมพลัง!!" ฟิลเค้นเวทไปที่มือขวาและบีบให้แรงขึ้นอีก

            หอกที่เหมือนจะมีความยาวเท่ากันก็ยาวขึ้นอีกถึงหนึ่งในสาม
            "ยาวขึ้นมันก็ไม่ต่างกันนักหรอกน่า!!" กอร์ด้อนเรียกกำลังดันแขนขวาไปข้างหน้าให้หอกพุ่งเข้าปะทะกับหอกของฟิล หมายจะปัดให้กระเด็นออกไปแล้วเป็นฝ่ายแทงอย่างง่ายๆ
            "อย่าได้ดูถูกจอมเวทนักท่านแม่ทัพ!!" ฟิลเองก็ดันแขนไปข้างหน้าสวนคืน

            ทว่าส่วนขอบของหอกทั้งสองที่ทำท่าจะปะทะกันกลับไม่เป็นอย่างที่กอร์ด้อนคิด
            เมื่อหอกของฟิลเป็นเสมือนความก้อนเมฆ การปัดของกอร์ด้อนไร้ผล โดยฟิลฟันหอกสายฟ้าผ่านลอดใต้ใบขวานไปอย่างน่าอัศจรรย์
            "จำไว้นะท่านแม่ทัพ นอกจากแกนกลางแล้วที่เหลือมันก็คืออากาศธาตุไฟฟ้าดีๆนั่นล่ะ" ฟิลเหน็บแนม
            "แก!!?"

            เปรี้ยง!!

            ทันทีที่ปลายหอกของฟิลกระทบกับเกราะเหล็กของกอร์ด้อน
            สายฟ้ากำลังศักดิ์สูงก็ถูกส่งผ่านไปอย่างง่ายด่าย เกราะหนาที่ทำหน้าที่กันได้ทั้งคมดาบและคมหอก บัดนี้กลับเป็นผลเสียและกลายเป็นสื่อไฟฟ้าชั้นดีที่สุดให้กับฟิล
            "อ๊าก...!!" แม้แต่ผู้ผ่านศึกและได้รับบาดแผลน้อยใหญ่มาไม่ถ้วนอย่างกอร์ด้อนก็ถึงกับสะท้านเมื่อถูกช็อตทั้งเป็น

            ฟิลพยายามเกร็งแขนไว้ให้นานที่สุด อย่างน้อยก็จนกว่ากระแสที่สะสมจะผ่านไปมากเกินพอที่จะทำให้กอร์ด้อนเจ็บหนักกว่านี้

            ทว่าการได้สะบัดแขนขวาเต็มกำลังก็ทำให้อาการบาดเจ็บที่สะสมมาแต่แรกแสดงผลขึ้น
            ฟิลกดหอกสายฟ้าได้แค่ครึ่งจากที่ตั้งใจไว้เท่านั้น กำลังที่มีอยู่ก็หมดลง... พอมือของฟิลสั่นจนกำไม่อยู่ สภาพหอกสายฟ้าก็สลายตัวไปกลางอากาศทันที

            ขณะที่กอร์ด้อนที่ชาไปทั้งแขน แต่ก็ยังคงกำหอกไว้แน่นด้วยความคุ้นมือประสานักรบ และเห็นได้ทันทีว่านี่คือโอกาสโต้คือที่ดีที่สุดเช่นกัน
            "ตายซะเถอะไอ้เด็กนรก!!"
            "แย่ล่ะ...!?" ฟิลตั้งตัวไม่ทัน

            ฉั๊วะ!!

            ในหนนี้เป็นหอกของกอร์ด้อนบ้างที่ได้ทวงคืนความแค้น
            หอกของกอร์ด้อนเฉือนแขนขวาฟิลเป็นทางยาวทั้งแต่ข้อมือไปจนถึงต้นแขน ทำเอาเลือดแดงสดกระเซ็นทั่วท้องฟ้า ก่อนที่มือข้างขวาของกอร์ด้อนจะหมดกำลังจนต้องปล่อยหอกปลายขวานไปในที่สุด...

            มีอารับรู้ได้แทบจะทันทีในนาทีที่ฟิลถูกเล่นงาน
            ก่อนที่ปากจะร้องหาด้วยความเป็นห่วง ปีกของเธอก็ทำหน้าที่โดยไม่ต้องบอกในการพาร่างของพี่ชายบินหนีออกไปให้ไกลที่สุด

            ดูแล้วนี่น่าจะเป็นโอกาสที่เหมาะแก่การไล่ล่านัก แต่กอร์ด้อนเองก็เจ็บจากการสวนหมัดเมื่อครู่อยู่ไม่น้อย...
            "อึ๊ก... แกไอ้เจ้าหนู...!!?"

            กอร์ด้อนรู้สึกชาตั้งแต่แขนไปจนถึงหัว สายฟ้ามีความรุนแรงเกินคาด เกราะที่มีเหล็กเป็นส่วนผสมไม่ได้ช่วยป้องกันอะไรแต่อย่างใด และสายฟ้านั้นก็พาดไปถึงมังกรรับใช้ด้วยทำให้จังหวะการบินสะดุดชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด
            ทั้งอาการบาดเจ็บและความโมโหแทบจะทำให้กอร์ด้อนทำตัวเยือกเย็นมีสติต่อไปไม่ได้อีก เขาถอดหมวกเหล็กออกแล้วโยนทิ้งออกไปเพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนกว่าเดิมและหายใจได้คล่องขึ้น
            "ข้าจะฆ่าแกให้ได้...!!" แม่ทัพใหญ่แห่งไฮแลนด์ตะโกนขึ้นก้องฟ้า


            ...............................................


            ฟิลทำเรื่องน่าทึ่งให้อัศวินมังกรแห่งอาโกลาสและทหารมังกรแห่งไฮแลนด์ได้ประจักษ์สายตาอีกครา
            นอกจากเรียกเลือดในช่วงต้นของการปะทะแล้ว ตอนนี้ก็ยังปลดอาวุธของกอร์ด้อนไปได้อีกหนึ่งชิ้นโดยพ่วงด้วยอาการบาดเจ็บที่กินไปเกือบทั้งซีกขวา ซึ่งแม้แต่ทหารไฮแลนด์เองก็ไม่เคยเห็นกอร์ด้อนพลาดได้มากขนาดนี้มาก่อน

            อย่างไรก็ดีถึงจะดูได้เปรียบ แต่การแลกหมัดครั้งนี้ก็ทำให้ฟิลบาดเจ็บอยู่ไม่น้อยเช่นกัน...

            ปลายแหลมของหอกกดและเฉือนแขนฟิลลึกและยาวเอาเรื่อง เลือดจำนวนมากยังคงไหลทะลักจากแผลที่แขนข้างนั้น...
            ระหว่างที่มีอากำลังบินหนีออกมาฟิลก็รีบพยายามปิดบาดแผลให้เร็วที่สุด
            "บ้าจริง... ถ้าแขนขวาไม่เจ็บมาแต่แรกล่ะก็... เผลอๆอาจทำให้กอร์ด้อนตกจากหลังมังกรไปแล้วด้วยซ้ำ..." เขากัดฟันสะกดความเจ็บปวดโดยใช้ความรู้สึกโมโหนึกเสียดายมาข่ม
            "พี่จ๋า!? เป็นยังไงบ้าง!?" มีอาแทบสะกดกลั้นไม่อยู่ เธอร้องออกมาเสียงดังอย่างห้ามตัวเองไม่ได้
            "พี่ไม่เป็นไรมีอา... บินต่อไป ตอนนี้กอร์ด้อนชะงักไปแล้ว เป็นโอกาสที่เราจะฟื้นตัวเหมือนกัน" ฟิลอดทนพยายามไม่แสดงอาการอ่อนแอออกมา
            "แต่ว่าแขนพี่จ๋า!?"
            "ยังอยู่ดีล่ะ... ถึงจะได้เลือดแต่อย่างน้อยก็ยังไม่ขาดไปไหนล่ะนะ..."

            ฟิลพูดติดตลกกลบเกลื่อนบรรยากาศ เขาลองขยับนิ้วดูซึ่งเมื่อพองอได้ก็ทำให้อุ่นใจอยู่บ้างว่ากล้ามเนื้อและเส้นเอ็นยังปกติอยู่
            "คงโดนปาดไปแค่ผิวหนังขั้นนอกน่ะนะ... ไม่ลึกถึงกล้ามเนื้อหรือกระดูกหรอก ไม่ต้องเครียดมากมีอา... บินต่อไป..." ฟิลพูดไปใช้เวทรักษาไป
            "พอเถอะพี่จ๋า..." มีอาออกอาการท้อแท้
            "แผลแค่นี้เล็กน้อยน่ะมีอา... เตรียมตัวสู้ต่อไปได้แล้ว เราใกล้จะชี้ขาดเต็มทีแล้ว..." ผิดกับฟิลที่ยังคงมุ่งมั่น
            "แต่ว่าพี่จ๋าสัญญาไว้แล้วนี่นา..."
            "สัญญา...?"
            "ก็... ก็ที่ว่าถ้าพลาดจะเลิก..." มีอาพูดไปอยากร้องไห้ไป ยิ่งสู้ฟิลยิ่งเจ็บจริงจากเจ็บเล็กน้อย ก็มาจนได้เลือด มีอากลัวว่าขืนสู้ต่อไปอีกฟิลอาจจะ...
            "พี่สัญญาว่าจะเลิกเมื่อพลาดไม่ใช่เหรอ...?"
            "แต่เมื่อกี้..."
            "พี่ปลดอาวุธกอร์ด้อนได้แล้วนะมีอา... จะเรียกว่าพลาดได้ยังไง...?"
            "มันก็..."
            "บาดเจ็บระหว่างต่อสู้น่ะเป็นเรื่องปกติ... ตอนนี้เราทำกันได้ดีแล้ว เหลืออีกแค่นิดเดียวเท่านั้น..."
            "แต่..."

            มาถึงตรงนี้แล้วฟิลก็คิดจะเล่นลูกดุขึ้นบ้าง แต่ก็ยังเป็นในลักษณะนิสัยของเขา
            "มีอา... รักพี่ใช่ไหม?"
            "ร... รักสิ...!"
            "งั้นก็รู้ใช่ไหมว่าพี่เป็นคนยังไง...?" ฟิลถามย้ำ
            "อะ... อือ..."
            "พี่ยอมเจ็บ... ยอมเสียเลือดเสียได้... หากมันจะทำให้ทำงานที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ให้สำเร็จ... ต่อให้ชีวิตพี่ก็พร้อมแลกได้... มีอารู้ใช่ไหม...?"
            "คะ... ค่ะ..."
            "มีอาก็รู้ดีนี่นา..." ฟิลถอนหายใจแล้วเปลี่ยนน้ำเสียงให้เบาลงถามให้มีอาได้คิด "แล้วถ้ามีงานสำคัญที่ยังไม่เสร็จดี... มีอาคิดว่าพี่จะทำยังไงต่อไป...?"
            "ก็... ก็... จะทำต่อไปจนกว่าจะเสร็จ..." มีอาตอบเสียงหวั่นๆ
            "พี่เบื่อแล้วเหนื่อยกับศึกบ้าบอนี่เต็มทีแล้ว... พี่อยากจะทำให้มันจบๆแล้วรีบกลับบ้านสักที..." ฟิลบ่นตัดพ้อแล้วโยงเข้าเรื่องเดียวกับ "บอกกับมีอาอีกทีนะว่า... มาจนถึงตอนนี้แม้จะได้แผลลึกแค่ไหน... เสียเลือดแค่ไหน... แต่ทุกอย่างมันยังเป็นไปตามแผนของพี่ทั้งหมด... ผลลัพธ์มันออกมาตรงตามที่ต้องการมาโดยตลอด... แล้วมีเหตุผลอะไรที่จะต้องเลิกกันล่ะ...?"
            "ตะ... แต่ว่า... ได้แผลนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนพี่จ๋าด้วยเหรอ...?" เด็กน้อยกล้าเล็กๆที่จะต่อปากต่อคำเพราะเป็นห่วง
            "การกระทำทุกอย่างต้องมีความเสี่ยง... แม้แต่ทำสวนผักยังเสี่ยงจะเกิดอุบัติเหตุจากพวกอุปกรณ์การเกษตรได้เลย... มีอาทำอาหารก็ยังเคยถูกมีดบาดมาแล้วไม่ใช่หรือไง...?" แม้จะยังดูมุ่นมั่นจนเหมือนจะเกินเลย ฟิลก็ยังคงมีสติ มีความเป็นนักอ่าน นักคิดอยู่เช่นเดิม
            "อะ... อึก..." เจอเหตุผลลูกถนัดของฟิลแล้วมีอาที่ใช้อารมณ์นำก็เถียงไม่ออกเช่นเคย
            "ไว้กลับไปแล้วพี่จะสอนเรื่องการบริหารความเสี่ยงให้... มันเป็นแนวคิดสมัยใหม่ที่ไม่ค่อยมีใครสนใจ... และดูยากไปหน่อยสำหรับมีอาตอนนี้... แต่สาระนั้นเข้าท่ามากโดยเฉพาะหากต้องการจะทำการใหญ่..." ฟิลสูดลมหายใจเข้าออกแรงเรียกสมาธิแล้วกลับเข้าเรื่องเดิม "มาถึงตรงนี้ก็เท่ากับเรามาได้จะถึงปลายทางแล้ว... เหลือก็แค่บีบให้กอร์ด้อนไล่แบบขาดสติ... ไล่แบบเต็มกำลัง... แล้วเราจะพลิกเกมปิดบัญชีรวดเดียว... สักสิบห้านาที... พี่จอมีอาอดทนให้ได้เท่านั้นล่ะ..."
            "เห...?"
            "ให้เดาแล้วไม่เกินสิบห้านาที... หรืออาจเร็วกว่านี้ก็ได้... แต่เชื่อได้เลยว่าการต่อสู้ของเราจะจบลงในเวลานี้แน่ๆ..."
            "สิบห้านาทีเหรอ..."
            "มีอารักพี่ใช่ไหม...?" ฟิลถามคำถามเดิมซ้ำสอง
            "รักสิ!" มีอาก็ตอบแบบเดิมซ้ำสอง
            "ดีแล้ว พี่เชื่อในคำพูดมีอาอย่างไม่เคยสงสัยสักนิดเลยล่ะ... แล้วมีอาก็ทำอย่างที่พูดเสมอจริงๆด้วย..." ฟิลนั่งตัวตรงมองตรงไปข้างหน้าแล้วพูดขึ้น "ฉะนั้นแล้วพี่ขอครั้งนี้ด้วยเถอะ... ถ้ามีอารักพี่จริงล่ะก็... ทำตามที่พี่บอก... สู้ให้จบๆไปซะ... อย่าให้พี่ต้องเสียเลือดไปโดยเปล่าประโยชน์... พี่ยอมหลั่งเลือดหากมันจะซื้ออนาคตได้... หากมันจะทำให้สิ่งที่ค้างคาใจที่พี่มีกับกราไนต์ต้องถูกปลดปล่อยออกไปได้... ถ้าเพื่อการนี้เลือดเนื้อสักเท่าไหร่พี่ก็ไม่เสียดาย..."
            "พี่จ๋า..."
            "มาถึงตรงนี้แล้ว... อนาคตที่สงบสุขของเราก็อยู่แค่เอื้อมแล้ว... อย่าคิดที่จะถอยอีก... แสดงให้พี่ดูว่ามีอารักพี่จริง..."

            ในระหว่างที่กำลังคุยอยู่นั้น กอร์ด้อนก็เริ่มบินได้อีกครั้ง
            มีอารู้สึกถึงการเคลื่อนไหวได้ก่อนจึงหันมอง ฟิลที่คาดเดาอยู่แล้วก็หันตาม
            "สู้กับคนตัวใหญ่ๆนี่มันเหนื่อยจริงๆ... ขนาดซัดพลังแรงแบบนั้นยังกลับมาฟื้นตัวได้ช่วงสั้นๆอีก..." ฟิลถอนหายใจแล้วมองดูแขนขวาตัวเองที่ยังรักษาไม่เสร็จดี

            แผลบางส่วนถูกปิดสมานไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังเหลืออีกกว่าครึ่งที่ยังเปิดให้เลือดไหลรินออกมาเรื่อยๆช้าๆ สภาพนี้หมายถึงฟิลไม่อาจใช้แรงหนักๆจากแขนขวาได้อีกแล้ว การเกร็งกล้ามเนื้ออาจทำให้แผลเปิดอ้าและเพิ่มปริมาณเลือดที่ไหลให้เลวร้ายขึ้นไปอีก
            "ช่วยไม่ได้นะ... ได้เท่านี้ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย..." เป็นไปตามที่ฟิลว่าไว้คือความเสี่ยงที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว

            ฟิลรับความจริง เขายกเลิกคาถารักษาก่อนที่ผละมือซ้ายออกมาเช็ดเลือดที่มือกับกางเกงตัวเองให้แห้งป้องกันการลื่น
            จากนั้นก็ได้ดึงเชือกที่ห้อยคอออกมา เชือกที่ห้อยเกล็ดของกราไนต์... เพื่อใช้มันทำเป็นบ่วงแล้วรัดที่ต้นแขนขวา
            "พี่จ๋าทำอะไรน่ะ...?" มีอาหันมองสงสัย
            "ห้ามเลือดชั่วคราวน่ะ..." ฟิลยังคิดสู้ต่อจริงทำเอามีอายิ่งกล้าๆกลัวๆมากขึ้นไปอีก
            "มีอายอมรับที่ว่าพี่จ๋าอยากสู้น่ะนะ... แต่แค่มือซ้ายอย่างเดียวจะทำอะไรได้น่ะพี่จ๋า... แค่จับบังเหียนก็ทำอะไรไม่ได้แล้วนะ...?"
            "ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก... อีกฝ่ายก็ไม่ได้ฟื้นตัวเต็มที่เหมือนกัน... ดูสิ..." ฟิลช่างสังเกตและชี้ให้มีอามองตาม "กอร์ด้อนใช้มือขวาสอดม้วนเชือดรัดแขนไว้แน่นเลย... แล้วใช้มือซ้ายที่ไม่ถนัดจับดาบแทน... แสดงว่าอาการชายังไม่หายไปดี... และถ้าทำถึงขั้นนี้ล่ะก็เป็นไปได้ว่าเขาน่าจะรู้ตัวว่าคงต้องใช้เวลาฟื้นตัวอีกพักใหญ่แน่... จะว่าไงดีล่ะ... ก็สมเป็นนักรบดีอยู่นะ แรงใจไม่หมดเลยจริงๆ หรือบางทีอาจแค้นพี่จนถอนตัวไม่ได้แล้วก็ได้... แบบนั้นก็ยิ่งเข้าทาง..."
            "แต่พี่จ๋าเองก็บาดเจ็บนะ... ถ้าต่างฝ่ายต่างบาดเจ็บก็ทำอะไรกันไม่ได้น่ะสิ?" มีอารู้สึกได้เลยถึงแรงกระทบเบาๆจากหยดเลือดที่ไหลจากแขนซ้ายฟิลลงมาที่ข้อศอกแล้วหยดเช่นนั้นโดยตลอด
            "เล็กน้อยน่ะมีอา... ถ้าเทียบกับตอนที่ถูกธนูยิงคราวก่อนแล้วก็เล็กน้อยมาก..." ฟิลยิ้มเล็กๆให้กำลังใจมีอาและเพิ่มน้ำหนักคำพูดตนเอง "ส่วนเรื่องอาวุธอะไรนั่นก็ไม่จำเป็นแล้วล่ะมีอา... ทุกอย่างเข้าล็อคหมดแล้ว... พี่ไม่จำเป็นต้องใช้แขนขวาอีกแล้วในตอนนี้... ที่เหลือก็อยู่กับมีอาเท่านั้นแล้วจริงๆล่ะ..."

            ฟิลตอบแล้วทำแบบเดียวกับกอร์ด้อนคือสอดแขนขวากับสายบังเหียนเพื่อรั้งตัวเองให้อยู่ดี
            "โทษทีที่ทำให้ชุดตัวเก่งต้องเปื้อนเลือดนะมีอา... ไว้พี่จะซักให้..." แขนขวาฟิลยึดติดกับบังเหียนแน่น มันช่วยยึดได้จริงและพอจะช่วยรัดห้ามเลือดได้อีกแรงหนึ่ง แต่เลือดก็เริ่มซึมเข้าผ้านั้นมากขึ้นเรื่อยๆ
            "โธ่พี่จ๋า... ยังจะพูดเรื่องแบบนี้อีก..."
            "ฮ่ะๆ เอาน่า... จากนี้ไปก็บินหลบเหมือนอย่างทุกทีนะ... แล้วรอฟังคำสั่งจากพี่ให้ดี..." ฟิลนัดแนะเป็นครั้งสุดท้าย "ถ้าถึงจุดหนึ่งพี่จะสั่งเอง..."
            "จะให้มีอาทำอะไรเหรอพี่จ๋า?"
            "ทำตามที่ฝึกน่ะ... จำได้ใช่ไหม... ท่ายากๆสองท่านั้นที่เราทำสำเร็จจริงเอาวันสุดท้าย..." ฟิลช่วยเรียกความจำ "มันเป็นท่าที่ยากลากเลือดก็จริง... แต่ตอนสำเร็จนี่รู้สึกสะใจเป็นบ้าเลยนะ... ยังจำตอนที่พี่กับมีอาตะโกนดีใจตอนสำเร็จได้อยู่เลย..."
            "อา... ท่านั้นเองเหรอ..." มีอานึกออก
            "เพียงแต่ว่าคราวนี้พี่เองอาจต้องทำอะไรเพิ่มด้วย... คงคุมมีอาไม่ได้ตลอด... แต่ว่าถ้าถึงจุดหนึ่งแล้วมีอาคนเดียวก็น่าจะทำได้นะ..."
            "มันก็พอได้อยู่หรอก... แต่มีอาห่วงว่า... ตอนฝึกมันได้ผลก็จริง แต่ไม่รู้ว่าใช้จริงมันจะเป็นยังไงนะพี่จ๋า..." เธอชักเริ่มติดนิสัยคิดรอบคอบตามฟิล
            "สำเร็จสิ... เพราะพี่ลองจินตนาการเสมือนจริงในนิมิตรมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว..."
            "เห...?"
            "เรื่องมันยาว... ไว้กลับไปจะสอนแล้วกัน" ฟิลตัดบท
            "พี่จ๋านี่ล่ก็... เอะอะอะไรก็กลับบ้านแล้วบอกตลอดเลย"
            "ก็จริงนี่นา..." เห็นมีอาฮึดฮัดเล็กๆขึ้นมาแล้วฟิลก็ชอบใจ "หรือว่ามีอาไม่อยากกลับบ้านล่ะ...?"
            "อยากสิ!"
            "ใช่ไหมล่ะ.... เอาเป็นว่าตอนนี้ทำเรื่องที่ควรทำให้เสร็จๆเถอะนะ.... ถ้ามีอาห่วงพี่มากล่ะก็ รีบเอาชนะให้ได้ พี่จะได้รักษาแขนให้หายสนิทไง... แล้วเราก็จะได้รีบกลับบ้านกัน..."
            "อะ... อืม..." คราวนี้มีอาเข้าใจที่ฟิลพูดและกลับมาพร้อมสู้ด้วยความเต็มใจอีกครั้ง "เข้าใจแล้วพี่จ๋า...! จะรีบทำให้จบแล้วรีบพากลับด้วยตัวเองเลย...!!"
            "ดีมากมีอา" ฟิลพยักหน้าแล้วเริ่มแผน

            มีอาพลิกตัวบินหลบออกไปทางด้านซ้าย ทิศตรงข้ามกับกอร์ด้อน เพื่อเตรียมที่จะหลบหนีตามที่ฟิลต้องการ...

            ฟิลลากกอร์ด้อนไปสู้จากจุดปะทะอยู่พอสมควรโดยที่ไม่มีใครตามไปยุ่งเกี่ยว
            ดูเป็นรองแต่ทุกอย่างยังตรงตามแผนเช่นเคย นอกจากฟิลแล้วไม่มีใครมองออกว่าเขาคิดจะทำอะไร และจะพลิกสถานการณ์ที่เป็นรองสุดๆนี้ได้เช่นไร

            ฟิลเชื่อว่าทุกอย่างจะลุล่วงได้ตามที่ต้อง ขอเพียงแค่เรื่องเดียวเท่านั้นคือหวังว่า สติ จะยังอยู่กับเนื้อกับตัวได้นานจนถึงตอนเผด็จศึก
            เพราะฟิลรู้สึกว่ามันจะเลือนลางลงไปทุกทีตามจำนวนเลือดที่หลั่งไหลออกมาที่แขนขวา...


            ...............................................


            หลังจากจัดการวีเธอร์ไปแล้วภาพรวมของไฮแลนด์ก็เริ่มปั่นป่วนไปพอสมควร โดยเฉพาะช่วงจุดที่เครนี่อยู่แทบจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยโดยสมบูรณ์
            ไม่เพียงแค่ขยายวงปกป้องพื้นที่ได้แล้ว การสูญเสียรองแม่ทัพไปก็ทำให้ทัพฟ้าของไฮแลนด์ออกอาการสับสนมากขึ้น การที่ยังพอรบอยู่ได้ตามรูปแบบนั้นก็ด้วยคำสั่งเดิมของกอร์ด้อนเท่านั้น

            ทุกอย่างตอนนี้ที่เข้าที่พร้อมแล้วสำหรับเครนี่ในการจัดการตามแผนขั้นสุดท้าย

            แต่อย่างไรเสียเครนี่ก็ยังคงให้ริริสบินนิ่งประคองตัวอยู่ตำแหน่งเดิม สายตาของเขาจดจ้องไปยังการต่อสู้ของลูกชายที่อยู่ห่างออกไปพอสมควร
            สำหรับความเห็นของเขาในยามนี้แล้ว ในมุมมองของแม่ทัพแล้วฟิลทำหน้าที่ได้ดีจนน่าชมเชย แต่ในมุมมองพ่อยิ่งห่างสายตาก็ยิ่งน่าเป็นห่วง

            ฟิลที่บาดเจ็บที่แขนขวาก็ยังคงพยายามต่อสู้กับกอร์ด้อนอย่างเต็มที่ ไม่มีวี่แววว่าจะเอาชนะแต่ก็ยังสามารถรั้งกอร์ด้อนไว้ได้ อย่างน้อยก็ดึงให้สู้ในระยะที่ห่างเกินพอที่เครนี่จะบินฉีกไปทำงานได้โดยไม่ถูกตามตลบหลังง่ายๆ
            "ถ้าจะจัดการธีโอดอร์ล่ะก็ เวลานี้เหมาะที่สุดแล้วนะเครนี่... วีเธอร์ถูกจัดการไปแล้ว กอร์ด้อนก็ถูกแยกห่างออกไปหลายช่วงตัวแถมดูจะหน้ามืดคนไม่สนใจทางนี้ด้วย ส่วนการป้องกันทางโน้นก็หลวม" ดาเนี่ยลประกบข้างแล้วพูดขึ้น "ถ้าจะลงมือก็ต้องตอนนี้แล้ว หากช้ากว่านี้อีกข่าวการเสียรองแม่ทัพกระจายถึงแนวหลัง ธีโอดอร์อาจเพิ่มการป้องกันหรือเตรียมหลบหนีได้นะ"
            "ผมทราบดีครับ" เครนี่ตอบแต่ยังคงหันมองเช่นนั้น

            แม้ตอนแรกจะตัดใจเด็ดขาดแล้วว่าไม่ว่าจะอย่างไรก็จะไม่หันกลับไปมองลูกชายอีก
            แต่ทว่าตอนที่ถึงเวลาต้องทำภารกิจสำคัญแล้วเขาก็อดที่จะหันกลับไปมองเสียไม่ได้

            เครนี่มองฟิลด้วยสายตาคาดหวังกึ่งอาวรณ์
            ฟิลสู้ได้อย่างน่าชื่นชมนัก แม้จะได้บินด้วยกันไม่นานฝึกด้วยกันไม่บ่อย แต่เขาภูมิใจในตัวลูกชายอย่างที่สุด พรสวรรค์ที่มีในตัวกับความมุ่งมั่นเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม ถ้าเป็นไปได้เขาก็อยากที่จะดูผลการต่อสู้นี้ด้วยตาตัวเอง ไม่ว่าจะดีหรือร้ายก็ตาม
            "ผมขออีกแค่สิบนาทีเท่านั้น... ขอให้ได้ดูการต่อสู้ของฟิลให้ถึงที่สุด แล้วจากนั้นผมจะไม่มีอะไรให้ห่วงอีกแล้ว" เครนี่พูดขึ้น
            "คาใจล่ะสิ..." ดาเนี่ยลรู้ทันและไม่แย้งอะไร "แต่ในฐานะพ่อคนฉันก็เข้าใจความคิดเธออยู่นะ..."
            "ฟิลอาจจะเอาแต่หนี แต่ผมรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณทั้งนักรบมังกรและคนที่เป็นพ่อ... เขาไม่ได้สู้เพื่อถ่วงเวลาแน่ๆครับ เขาหวังที่จะชนะ ไม่รู้ว่าด้วยวิธีไหนแต่ผมว่าฟิลกับมีอาต้องการเอาชนะกอร์ด้อนแน่ๆ"
            "ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ทั้งแววตาและน้ำเสียงของฟิลที่ได้เจอตอนประชุมนั้นไม่เหมือนคนปลงตกที่จะเดินหน้าเข้าสู่ความตายเลย แต่เขากำลังคิดจะท้าทายอะไรบางอย่างอยู่ มันเป็นแววตาที่มุ่งมั่นที่จะฝ่าอุปสรรคเพื่อมีชีวิตต่อไป"

            ดาเนี่ยลเห็นด้วยแล้วบินนิ่งดูตามเครนี่
            "ถ้าอย่างงั้นเรารอดูกันต่ออีกสักนิดก็แล้วกัน ยังไงซะเสียแค่รองแม่ทัพไปสักคนธีโอดอร์คงไม่ชิงหดหัวแน่ๆ ตราบที่ยังคิดว่าได้เปรียบ ตราบที่กอร์ด้อนยังอยู่"
            "ครับ"
            "อันนี้จริงแล้วถ้าเธอเป็นห่วงล่ะก็ ฉันจะไปช่วยฟิลอีกแรงก็ได้นะ..." ดาเนี่ยลออกตัว "ถึงฟิลจะเจ็บหนักแต่ที่ทำมาก็ไม่เลวเลยจริง ทั้งบินล่อจนลูกธนูหมด ทั้งปลดอาวุธคู่กายหลักจนเหลือแค่ดาบยาว เกราะสมบูรณ์ถูกใช้ไปสองในสาม แถมทำให้ทั้งกอร์ด้อนและมิเร่อร์ต้องเจ็บไปด้วยกัน ในตอนนี้ถ้ารุมเข้าไปจริงๆอาจชนะได้จริงๆก็ได้"
            "ไม่เป็นไรหรอกครับ ถึงจะดูแย่แต่ผมก็รู้ว่าฟิลยังไหว เขามีแผนอยู่แน่ๆถ้าเข้าไปร่วมโดยไม่นัดกันก่อนอาจทำให้จังหวะกับที่ฟิลวางไว้ต้องเพี้ยนไปได้" เครนี่ปฏิเสธอ เขามองฟิลด้วยสายตาที่เชื่อมั่น มันเป็นความรู้สึกส่วนลึกที่ส่งออกมา "ลูกชายผมคนนี้ไม่เคยถอดใจในความหวังที่มีอยู่ และเขาก็เป็นคนที่ชอบเก็บไม้เด็ดไว้ใช้ตอนสุดท้ายเสมอ... แต่ก่อนเคยทำมายังไง ในครั้งนี้ผมก็เชื่อว่าเขาก็จะทำแบบนั้นอีก"
            "แล้วแต่เธอก็แล้วกันนะ แต่ถ้าต้องการอะไรก็บอกมาละกัน"
            "ขอบคุณครับ... โอกาสสุดท้ายนี้ ขอให้ผมได้ดูฟิลสู้อย่างเต็มที่ด้วยดวงตาคู่นี้เถอะ... ไม่ว่าผลจะออกมายังไงผมก็ยอมรับได้ทั้งนั้น"

            เครนี่มองตรงไปที่ฟิลแล้วพูดขึ้นด้วยความรู้สึกแท้จริงจากใจ
            "ผมเชื่อว่าฟิลจะชนะได้ และเขาจะมาบินในเส้นทางนี้ร่วมกับผมแน่"

-----------------------------
Free talk - ใกล้ท้ายสุดและสุดท้ายของการต่อสู้แล้วครับ ตอนหน้าก็คือบทสรุปของการต่อสู้ครั้งที่ยากที่สุดของฟิลกับมีอากันล่ะ
จากสภาพที่เป็นรองที่สุด จากจุดที่แทบไม่เหลืออะไรเอาชนะ ฟิลจะพลิกมาเผด็จได้หรือไม่ ติดตามกันตอนหน้าเลยครับผม

คลังนิยายครับ

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 20 พ.ค.55 เวลา 14:54:47 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply

Jammaster X
ซาตานครอส

เป็นสองศึกที่อิ่มได้ใจมากครับ การต่อสู้ของฟิลประยุกต์ได้เยี่ยมในขณะที่ของเครนี่ก็โดนใจสมเป็นแม่ทัพใหญ่
ผมกลับคิดว่าจริงๆไม่น่ารอเท่าไหร่เลยแฮะเครนี่น่าจะบุกไปเลยมากกว่าแต่ก็พ่อละนะ

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบเมื่อ 26 พ.ค.55 เวลา 12:00:55 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ 1 ] [ Last ]
1 - 1 จากทั้งหมด 1 Reply
วิธีการใช้ Function ต่างๆ