hakumen
monstrum

จอมเวทอมตะ ตอนที่ 14



      หนึ่งอาทิตย์หลังจากที่โนวาหลุดพ้นจากคำสาป เขาต้องรับบทผู้เก่งกาจที่สามารถจัดการกับมังกรแสงที่ทำให้พระราชาทรงประชวรหนัก โนวาต้องเป็นคนป่วยอาการหนักที่ร่างกายเต็มไปด้วยรอยแผลถลอกปอกเปิกฟกช้ำดำเขียว เซเลนและเดวิดที่ทำหน้าที่ลำโพงส่งข้อความระหว่างเขาและชาวบ้านเป็นผู้ช่วยดูแลแผลให้

      จนย่างเข้าวันที่แปดเทพอิกริดยังไม่โผล่หัวออกมา เฟรีอายังพูดคุยอยู่และปลอบว่าหากเทพอิกริดไม่กลับมานางจะไปเดินเรื่องเอง คาร์ลร่างแปลงของเทพอิกริดก็กลายเป็นหมาป่าแสนรู้ธรรมดาไม่มีพิษภัยและไม่ทำลามกกับเซเลนตอนที่ถูกจับอาบน้ำอีกแล้ว ส่วนพิณเทพโนวาตั้งใจเอามันหมกไว้ใต้ตู้ลิ้นชักแล้วเอาผ้าปิดไว้ไม่ให้ใครเห็น ตอนนี้เขาไม่ได้เป็นอมตะอีกแล้วหากไปดีดคงกลายเป็นซากแน่

“เลือดยังออกอีกไหม” เซเลนกระโดดเข้ามาในกระท่อมอย่างร่าเริง ถือตะกร้าทำแผลและตะกร้าใส่ของกินมาอย่างละมือ โนวาอยากเจอกับโซล่าเร็วๆจนนึกไปว่านางคงเข้าใจผิดหากเห็นเขากับเซเลนอยู่บ้านเดียวกัน

“ไม่ออกแล้ว” โนวาชักรำคาญตัวเองที่แผลหายช้าไม่ทันใจ เคยคิดอยากกลับเป็นอมตะแบบเดิมเหมือนกันแต่เลิกเพราะการมีชีวิตอยู่อย่างหมองเศร้าและยาวนานมันน่าเบื่อมากกว่า

“จริงสิเวย์น มีคนมาหาท่านด้วยบอกว่าเป็นเพื่อนของท่านน่ะ”

      เซเลนวางตะกร้าทั้งสองคน โนวาเลิกคิ้วเขาไม่เคยจำได้ว่ามี่เพื่อนที่ไหน แถมเขายังอายุหลายร้อยปีคงไม่มีผู้เกี่ยวข้องกับเขามีชีวิตเหลือรอดอยู่ได้แน่ เมื่อชายที่อ้างว่าเป็นเพื่อนของโนวาเดินเข้ามาในกระท่อมพร้อมส่งสายตาหวานหยดให้เซเลน เทพอิกริดในร่างของไบรอันเหมือนตอนเจอกับเขาครั้งแรก เซเลนหน้าแดงรีบบอกให้โนวาสั่งให้ทำแผลเองแล้วรีบวิ่งออกไป แก้เก้อว่าต้องไปเข้าเวรขายของต่อจากเฮเลนพี่สาว

      ประตูกระท่อมปิดอย่างแผ่วเบาไม่ให้คนข้างนอกมองเข้ามาได้ เทพอิกริดกลับเป็นร่างเดิม ผมสีทองสั้นแค่หูชุดสีดำที่ดูดีขึ้น โนวาไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่าว่าชุดของเทพอิกริดดูสดใสขึ้นทั้งที่เป็นสีดำเหมือนเดิม

“ไม่เจอกันนานแผลยังเต็มตัวเหมือนเดิม ตอนแรกข้าว่าจะรอให้แผลเจ้าหายก่อนค่อยให้ท่านเอรีสถอนคำสาป แต่ถ้าเจ้าไม่มีแผลบ้างเดี๋ยวคนอื่นจะสงสัย” เทพอิกริดถือวิสาสะหยิบซุบเนื้อต้มของโนวาขึ้นมาดมแล้วลองชิมดูช้อนหนึ่ง

“แดนเทพเปลี่ยนการเขียนรายงานเป็นแบบเย็บเล่มจะได้ไม่ต้องมานั่งพะวักพะวงกับความยาว แต่ข้าลองวัดความยาวแล้วคูณด้วยจำนวนหน้าแ รายงานข้ามันก็ยาวสองเมตรอย่างที่เทพเอรีสสั่งไว้ตอนแรกนั่นล่ะ”

“พิณเทพอยู่ที่นั่นขอรับ”

“ไอ้นั่นหรอ” เทพอิกริดดีดนิ้วเปาะ พิณเทพลอยออกมาจากที่ซ่อน โนวาถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าสัญลักษณ์เปลี่ยนไปจากรูปกริฟฟินเป็นรูปงูตัวยาวเหยียด “ข้าแอบเปลี่ยนตอนกลับน่ะ ใช้อาวุธเวทได้เหมือนกับพิณเทพของจริง แต่เรียกวิหคกับดูดพลังชีวิตไม่ได้เหมือนกับพิณของท่านเอรีส ข้าลองสร้างเลียนแบบดูเห็นว่าเจ้าคงใช้ของจริงไม่ได้เลยเอาของเทียมมาให้ใช้แทน คงไม่อยากถูกดูดพลังชีวิตจนตายใช่ไหม”

“แล้วเรื่องนั้นล่ะขอรับท่านอิกริด” โนวากระแอมลุกไปนั่งทานน้ำซุปที่พร่องไปเล็กน้อย แผลที่หน้าท้องและขาสองข้างยังปวดแปลบอยู่

“เรื่องมันยาวเจ้าคงไม่อยากรู้หรอก...ล้อเล่นน่า” เทพอิกริดทำท่าจริงจังจนโนวานึกอยากให้รางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยมจริงๆ

“จะเริ่มจากไหนดี...ที่ข้าว่าเวเบอร์เหมือนกับท่านเอรีสน่ะไม่ใช่แค่พลังหรอก หากท่านพอลคือสัญลักษณ์แห่งแสงสว่างเวเบอร์ก็คือสัญลักษณ์ของความมืด เพราะจิตใจและวิญญาณของเวเบอร์มีทั้งด้านสว่างและด้านมืดรวมกันถึงเหมือนกับจอมเทพเอรีส ส่วนท่านพอลเป็นผู้สะอาดบริสุทธิ์ทั้งกายและใจจึงเหมือนกับเทพ

“ที่นี้ไอ้ที่มันมาอยู่ในร่างกายข้ามันไม่ใช่แค่พลัง ยังมีวิญญาณของสองคนนั่นอีกเพื่อให้พลังของพวกเขาหลอมรวมกับพลังของข้าได้ เมื่อใดที่พลังรวมกันเป็นหนึ่งวิญญาณย่อมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวเป็นพลังและวิญญาณของข้า

“วิญญาณของเวเบอร์คือส่วนที่มีปัญหา เขามีทั้งส่วนที่เป็นความมืดมิดอยู่ด้วยจึงไม่สามารถรวมกับวิญญาณของท่านพอลที่เป็นแสงสว่าง อีกทั้งพลังยังมหาศาลเกินว่าร่างของข้าจะควบคุมได้ทั้งหมดจึงมีความเป็นอิสระอยู่บ้างเล็กน้อย แต่หลังจากข้าทำให้เขายอมรับได้แล้วจึงยอมให้ข้าเป็นฝ่ายควบคุม

“หลังจากจอมเทพเอรีสกำจัดจอมอสูรในตำนานได้ข้าจึงต้องแบ่งวิญญาณและพลังเป็นสองส่วนเพื่อให้วิญญาณและพลังบริสุทธิ์พอที่จะเป็นเทพได้อย่างเต็มตัว ไม่ใช่สภาพครึ่งเทพครึ่งมนุษย์อย่างที่เทพยุคเก่าๆเป็น

“พลังและวิญญาณบางส่วนที่ชั่วร้ายท่านเอรีสจะปล่อยให้มนุษย์เป็นผู้ควบคุม ส่วนอีกครึ่งที่เป็นส่วนแสงสว่างข้าจะเก็บไว้เอง เพราะมีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่ควบคุมความชั่วร้ายได้ดีที่สุด ที่จริงข้าก็ไม่จำเป็นต้องแยกวิญญาณตัวเองหรอก แต่เพราะข้ามีวิญญาณของคนสามคนอยู่ในร่างเลยต้องแบ่งออกไปไม่งั้นจะไม่เสถียร

“แต่พิธีเกิดผิดพลาด แทนที่วิญญาณสองส่วนของข้าจะแบ่งเป็นส่วนสว่างกับส่วนมืด ทั้งสองส่วนกลับมีทั้งแสงสว่างและความมืดเท่ากันพอดิบพอดี วิญญาณครึ่งหนึ่งบินกลับเข้าสู่ร่างของข้าแต่วิญญาณอีกดวงล่องลอยออกไปทางหน้าต่าง แม้แต่ท่านเฟซิสที่บินเร็วเท่าเสียงฟ้าผ่ายังไล่ตามไม่ทัน ข้าและท่านเอรีสก็ขยับตัวไม่ได้เสียอีก สุดท้ายวิญญาณและพลังครึ่งหนึ่งของข้าจึงล่องลอยไปยังโลกมนุษย์

“เหล่าเทพน้อยใหญ่ต่างเร่งค้นหา หากพลังครึ่งหนึ่งของข้าไปตกอยู่ในกำมือของปีศาจคงไม่ต่างอะไรกับการหยิบยื่นปีกให้มังกรทะเล แต่ก็ไม่มีใครหาเจอไม่ว่าจะเป็นเหล่าเทพหรือปีศาจจนคิดกันว่าวิญญาณของข้าลงไปเกิดเป็นมนุษย์ปะปนกับมนุษย์คนอื่นๆไม่ต่างกับใบไม้น้อยๆในป่าใหญ่

“แต่แล้วหนึ่งพันสองร้อยปีต่อมา ท่านเอรีสในร่างมนุษย์ลงมาเดินตรวจวิหารของตัวเองมีงูยักษ์ตัวหนึ่งคลานขึ้นมาจากแม่น้ำ มันตัวอ้วนป่องเหมือนกับกินไข่มังกรเข้าไปทั้งใบ งูยักษ์คลานลงแทบเท้าท่านเอรีสแล้วสำรอกเอาทารกคนหนึ่งออกมาก่อนที่มันจะสิ้นใจตาย สิ่งที่ท่านเอรีสพบก็คือเด็กคนนั้นเองที่เป็นเจ้าของวิญญาณอีกครึ่งหนึ่งของข้าโชคชะตาเข้าข้างเหล่าเทพที่ให้เจ้างูยักษ์นำเด็กน้อยมามอบให้กับท่านเอรีสแทนที่จะเป็นพวกปีศาจ

“ตอนนั้นข้าคิดว่าจะตัดแบ่งวิญญาณอีกรอบเสียเดี๋ยวนั้นแต่มันอาจแลกด้วยชีวิตของเด็กน้อย จึงตกลงกันว่าให้เด็กคนนั้นทำงานอยู่ในวิหารเพื่ออยู่ห่างไกลจากเหล่าปีศาจเฝ้ารอให้เด็กน้อยสิ้นอายุขัยเองจึงตัดแบ่งวิญญาณของข้าอีกรอบหนึ่ง ข้ามีชีวิตอมตะจึงไม่ต้องสนใจเรื่องเวลาสักเท่าไหร่

“แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลกกับข้าอีกครั้ง เด็กน้อยคนนั้นโตเป็นหนุ่มและมีความรัก น่าเศร้าที่คนรักของเขาตายเพราะสงคราม เด็กน้อยในตอนนั้นกลับทำในสิ่งที่ข้าหัวเราะแทบตกเก้าอี้ เขาขโมยศิลาวิญญาณในวิหารของท่านเอรีส รนหาที่ตายเองทั้งที่ข้าอุตสาห์ยืดอายุให้แล้วแท้ๆ”

      เทพอิกริดตบหัวเข่าตัวเองดังฉาดและระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง หัวของโนวามีเพียงความว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอีกแล้ว เท่าที่เขาจำได้ศิลาวิญญาณคงมีแค่ก้อนเดียวและนั่นเป็นสาเหตุทำให้เขาต้อมาเดินทางกับเทพอิกริด

“ยังไม่จบ เป็นเรื่องบังเอิญที่มังกรแสงดันกลืนผลึกกาลเวลาเข้าไป ท่านเอรีสจึงต้องอาศัยเจ้าที่คิดว่าตัวเองเป็นคนธรรมดาในการจัดการเพื่อให้เหล่าเทพเป็นเพียงตำนานและสิ่งที่สมควรเคารพเท่านั้น ตอนนั้นข้าเสนอตัวไปทำงานนี้แทนเองเพราะไม่อยากให้เจ้าที่ไม่รู้ถึงความวิเศษของตัวเองเข้าไปพัวพันกับเหล่าปีศาจ สุดท้ายก็อย่างที่เจ้ารู้ข้าต้องลงมาเดินทางด้วยและต้องเขียนเรียงความยาวเกือบเมตรอยู่ทุกสิบปีนี่ไง”

“หมายความว่ายังไงขอรับท่านอิกริด” โนวาหัวเราะ เหมือนกับที่เทพอิกริดเล่ามาเป็นแค่เรื่องตลกร้ายๆตามปกติ อย่างเขาเนี่ยนะเป็นอีกครึ่งหนึ่งของเทพอิกริด ถ้าเขาใช้พลังของเทพอิกริดซะเรื่องกำจัดมังกรแสงคงสบายกว่านี้แน่

“วิญญาณของเจ้าคือส่วนหนึ่งของตัวข้าโนวา นั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมข้าถึงต้องลงมาจับตามองเจ้าทุกฝีก้าว ข้าอยากบอกให้เจ้ารู้และใช้พลังของข้าตั้งแต่แรกเพราะเจ้าบื้อขนาดไม่คิดพกอาวุธติดตัวทั้งที่รู้ว่าต้องต่อสู้ แต่ท่านเอรีสที่ไม่อยากให้เรื่องวิญญาณสองส่วนของข้าแดงขึ้นจึงให้ยืมพิณเทพใช้ น่าตลกที่พวกปีศาจก็ระแคะระคายเรื่องนี้เหมือนกัน ถึงได้ส่งคนมาหาเจ้าตั้งสองหน พวกเทพเหยียบเรื่องนี้แทบตายแต่พวกปีศาจยังสามารถรู้ความลับนี้ได้อีก”

“ข้ากับท่านคือคนเดียวกันหรือขอรับ เหมือนท่านอิกริดกับเวเบอร์”

“ไม่ใช่ มันเหมือนกับไฮดร้าที่แยกหัวออกมาเป็นงูยักษ์ได้นั่นล่ะ ถึงงูยักษ์จะเป็นส่วนหนึ่งของไฮดร้า แต่ไฮดร้าก็คือไฮดร้าไม่ใช่งูยักษ์ ไม่สังเกตบ้างหรอว่าเราสองคนเหมือนกันมาก แต่คงไม่ทันสังเกตหรอกเพราะข้าใช้ร่างอื่นให้เห็นประจำยกเว้นช่วงหลังๆที่ออกจะขี้เกียจสักหน่อย นั่นล่ะที่ทำให้รายงานข้าเพิ่มความยาวขึ้น”

      โนวาที่ไม่ค่อยอยากเชื่อจำเป็นต้องเชื่อเพราะทุกอย่างลงตัวกันพอดี ที่คนในเมืองไม่รู้ว่าใครคือพ่อแม่ของเขาและไม่รู้ว่าเขาเกิดตอนไหนเพราะงูยักษ์คายเขาออกมาจึงไม่มีใครรู้เรื่องนั้น เพราะเขาคือเทพอิกริดตัวเทพอิกริดเองจึงเลี่ยงการใช้ร่างจริงต่อหน้าเขา เฟรีอาที่น่าจะหลุดพ้นจากคำสาปเมื่อพบกับเขาที่เป็นทั้งเทพอิกริดและโนวาก็ถูกเทพอิกริดปิดปากด้วยการสาปซ้ำซ้อนให้เดินทางมากับเขาด้วย

      ตอนที่เขาไปดูอดีตของเทพอิกริด เทพอิกริดหาตัวเขาเจอได้เพราะมีวิญญาณร่วมกัน และจดจำวิญญาณที่เปลี่ยนไปได้จึงหาตัวเจอ เจ้าปีศาจคงอยากบอกเรื่องนี้ถึงให้เขารู้ว่าเทพอิกริดคือเวเบอร์ แล้วเขาต้องทำยังไง อยู่แบบนี้จนกว่าจะตายงั้นหรือแล้วแบ่งวิญญาณกับเทพอิกริดอีกรอบ

“ไม่ต้องห่วงโนวา รอยแผลที่หน้าอกของเจ้าคือสัญลักษณ์ของการแลกเปลี่ยน ถึงจะเสี่ยงต่อการหลุดลอยและวิญญาณสองส่วนที่สับเปลี่ยนกันไม่ยอมรวมกัน แต่ก็เป็นวิธีใหม่ที่ท่านเฟรเซียคิดขึ้น มันกลายเป็นรอยแผลเป็นเพราะการแลกเปลี่ยนครึ่งวิญญาณของเราสองคนเสร็จสมบูรณ์ เวเบอร์ที่กวนประสาทข้ามานานไปอยู่กับเจ้าแทน ข้าเป็นเทพเต็มตัว เจ้าก็เกือบจะไม่มีพลังและวิญญาณของเทพเหลืออยู่เป็นแค่มนุษย์ธรรมดาเหมือนคนปกติ น่าดีใจไหม”

“แล้วตอนที่ข้าสู้กับมังกรแสงล่ะขอรับ”

“พลังและความนึกคิดของเวเบอร์ยังตกค้างอยู่อีกนิดหน่อย ที่เจ้าเรียกวิหคเหล็กกล้าออกมาได้ก็เพราะมีพลังของเวเบอร์คอยช่วยอยู่ ไม่งั้นคงใช้เวลามากกว่านั้นเป็นเท่าตัว”

      โนวานิ่งอึ้งพูดอะไรไม่ถูก ทั้งหมดที่ได้ฟังมาคือความจริง ถึงจะแลกเปลี่ยนวิญญาณกับเทพอิกริดแล้วแต่เรื่องที่เขาคือเทพอิกริดยังคงอยู่ ดีไม่ดีเขาอาจต้องผจญกับพวกปีศาจที่ต้องการพลังของเทพอิกริดอีกรอบหนึ่ง

“ถ้าพวกปีศาจมารังควานก็ใช้พิณเทพของข้าจัดการแล้วกันเจ้าคงใช้มันได้ไม่ยากนัก จากนี้ไปก็ใช้ชีวิตอย่างปกติสุขแล้วกันโนวา ชีวิตของเจ้าไม่ได้ยืนยาวอย่างเก่าอีกแล้วอย่างมากก็อยู่ได้อีกแค่แปดสิบปีเท่านั้นล่ะ”

“แล้วเรื่องโซล่าล่ะขอรับ”

      โนวาที่ไม่อยากให้บรรยากาศเงียบนักหาเรื่องคุย เรื่องเขาคือเทพอิกริดและเวเบอร์เพิ่งหายข้องใจไปก็เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าเทพอิกริดยังติดค้างเขาเรื่องนี้อยู่ด้วย ตัวเทพอิกริดเองได้ยินคำถามก็เกาคางคิดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง

“ยังจำเจ้าหญิงผมเขียวได้ไหม ไลล่าเป็นคล้ายกับข้ากำเนิดขึ้นมาจากวิญญาณ เพียงแต่วิญญาณของนางประกอบด้วยวิญญาณสองดวง นางจึงเป็นคนทีมีดวงวิญญาณสองดวงต่างกับข้าที่มีวิญญาณสามดวง

“วิญญาณสองดวงของนางดวงหนึ่งเป็นมนุษย์ธรรมดาแต่อีกดวงเป็นมังกรครึ่งมนุษย์ที่เวเบอร์หลงรัก ถึงพวกนางจะเกิดใหม่เป็นไลล่าหรือเจ้าหญิงผมเขียวแต่เวเบอร์ก็ยังรักอยู่ถึงจะไม่ได้นางมาครองอย่างไบรอันก็ตาม...ทีนี้...”

      เทพอิกริดเงียบไปอีกครั้งหนึ่ง โนวาหย่อนชามเปล่าลงตะกร้าของเซเลน เขาอยากรู้เกี่ยวกับโซล่าไม่ใช่ไลล่า เทพอิกริดได้ยินผิดไปรึเปล่า

“ท่านเอรีสเห็นว่า เวเบอร์ทำงานมาชั่วชีวิตจึงอยากให้เขาสมหวังในความรักบ้าง”

“แต่ท่านเวเบอร์มีท่านเมย์อยู่นี่ขอรับ!!”

      โนวาแทบจะตะโกนจนกระท่อมพัง มีอย่างที่ไหนเวเบอร์มีคนรักอยู่แล้วยังสนับสนุนให้ไปมีคนใหม่อีก เทพอิกริดจุ๊ปากบอกว่าอย่านินทาดังประเดี๋ยวเวเบอร์ก็ตื่นมาอาละวาดจนได้ โนวาชักสับสนเรื่องนี้ ไหนว่าอยากให้สมหวังกับความรักแล้วทำไมเวเบอร์ถึงยังอยู่กินกับคนเก่าได้อีก

“เดิมเวเบอร์ก็ไม่ได้รังเกียจเมย์หรอก แต่พอเขามาเจอไลล่าก็รู้สึกว่าเจอกับคนที่เป็นคู่กันจริงๆ ท่านเอรีสไม่อยากให้เรื่องนี้บานปลายจึงพระราชทานพิธีแต่งงานระหว่างเวเบอร์กับเมย์ให้แล้วสัญญาว่า...วันใดที่วิญญาณของเวเบอร์แยกออกจากร่างของข้าเพื่อมาเป็นมนุษย์ธรรมดา ท่านเอรีสจะประทานดวงวิญญาณของไลล่าลงมาเกิดด้วยเพื่อให้เป็นคู่กัน

“แต่ก็อุตสาห์มีปัญหาตามมาอีกจนได้ ไลล่าและไบรอันต่างก็ร้องขอต่อท่านเอรีสให้ได้คู่กัน ท่านเอรีสจึงจำเป็นต้องแยกวิญญาณของไลล่าออกเป็นสองส่วนอีกครั้ง ส่วนแรกเป็นของมนุษย์ธรรมดาให้คู่กับไบรอัน ส่วนอีกครึ่งให้คู่กับเวเบอร์เพื่อรักษาสัญญาของทั้งสามฝ่าย

“เคยได้ยินกิตติศัพท์เกี่ยวกับมังกรครึ่งมนุษย์ไหม เพศชายงามดังเทพบุตร เพศหญิงงามเหนือเทพธิดา ที่เซเลนมีพวกผู้ชายมารุมล้อมก็เพราะอย่างนี้ล่ะ ถึงจะเป็นแค่วิญญาณของมังกรครึ่งมนุษย์แต่ก็มีอำนาจดึงดูดเพศตรงข้ามได้”

“เดวิดมีวิญญาณของไบรอัน เซเลนมีดวงวิญญาณของมังกรครึ่งมนุษย์อยู่ แล้วเฮเลนล่ะขอรับ”

“เฮเลนน่ะมีดวงวิญญาณของมนุษย์แค่ดวงเดียว แต่เซเลนน่ะไม่...”

      เทพอิกริดหัวเราะในลำคอเหมือนกับตอนที่คิดเรื่องสนุกได้ โนวาพยายามกลั้นเสียงหัวเราะไม่ให้ออกจากลำคอ

“ถ้าให้มีแค่ไลล่าเดี๋ยวจะมีปัญหากับเจ้าอีกน่ะสิ ท่านเอรีสเลยรวมวิญญาณของมังกรครึ่งมนุษย์ตนนั้นกับผู้หญิงอีกคนเข้าด้วยกัน คงเดาได้ใช่ไหมว่าใคร”

      เทพอิกริดยิ้มแป้นลุกขึ้นบิดขี้เกียจ ลูบหัวโนวาสองสามทีแล้วบอกว่าว่างๆจะมาเยี่ยมอีก ประตูกระท่อมเปิดให้คนข้างในออกแล้วปิดลงอีกครั้งเทพอิกริดที่เปลี่ยนร่างเป็นไบรอันแล้วทิ้งให้โนวานั่งนิ่งอยู่กับเฟรีอาในห้อง นี่ท่านเอรีสและท่านอิกริดวางแผนไว้แบบนี้เองหรือ ให้มังกรครึ่งมนุษย์ที่เวเบอร์หลงรักและโซล่าลงมาเกิดเป็นคนเดียวกัน ไม่ว่าใครก็คิดไม่ถึง

“โซล่า เซเลน!!!”

      กระท่อมกระเทือนด้วยเสียงตะโกนด้วยความยินดีของโนวา เขาไม่เคยรู้สึกแช่มชื่นอย่างนี้ตั้งแต่ตอนที่โซล่าบอกรักเขาครั้งสุดท้าย พรากจากกันเสียนานไม่คิดว่าจะมาอยู่ใกล้แค่มือเอื้อม มิน่าเล่าเทพอิกริดจึงยัดเยียดชื่อเก่าของเวเบอร์ให้ เพราะให้เขาเป็นทั้งเวเบอร์และโนวาอย่างเต็มตัวไม่ผิดต่อนางทั้งสองคนที่รวมเป็นคนเดียวกันแล้ว

“หุบยิ้มซะทีเถอะย่ะ ดีใจจนบ้าไปแล้วรึไง”

      เฟรีอาที่จนแล้วจนรอดก็ไม่ออกจากผ้าพันแขนพูดกลบเสียงหัวเราะของโนวาที่กลั้นรอยยิ้มไว้ไม่อยู่ จากนี้เขาเพียงแค่อาศัยอยู่ที่นี่กับโซล่า มีงานทำ มีบ้าน มีคนรัก ท่านอิกริดวางแผนเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่สร้างป้อมปราการผนึกปีศาจไว้รึเปล่า เพราะสิ่งนั้นด้วยเหมือนกันที่เขาสามารถล้มมังกรแสงได้ง่ายๆ

“ได้ยินหมดแล้วสินะ”

      เทพอิกริดในร่างของไบรอันลูบหัวเซเลนที่ยืนพิงกระท่อมของโนวาอยู่ รอยยิ้มฉายบนใบหน้าที่สวยงามไม่รู้สึกรำคาญเสียงหัวเราะของโนวา

“ได้ฟังหมดแล้วค่ะท่านอิกริด ขอบคุณค่ะ”

      เทพอิกริดยิ้มให้เซเลนอีกครั้งด้วยความเมตตาแล้วเดินจากไป เซเลนถอนหายใจเฮือกนึกถึงตอนที่นางจะต้องเข้าไปหาโนวาอีกครั้งเพื่อเก็บตะกร้าและทำแผล นางหรือโนวาจะเป็นฝ่ายที่เผลอยิ้มออกมาก่อนกันนะ...



Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 27 เม.ย.55 เวลา 17:23:05 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ