hakumen
monstrum

จอมเวทอมตะ ตอนที่ 11



      เป็นเช้าที่มัวหม่นอีกวันของโนวา เมื่อคืนเขาไม่น่าคาดหวังจะได้คำตอบทั้งหมดจากเทพอิกริดเลย สิ่งที่เทพอิกริดบอกเขาก็แค่ความจริงเรื่องที่เทพอิกริดมีพลังของพอลและเวเบอร์อยู่ และเรื่องที่เทพอิกริดมีลูกอยู่ในแดนมนุษย์

สาเหตุที่ทำให้เหล่าเทพต้องปิดเรื่องนี้อย่างเข้มงวดก็เพราะมีจุดอ่อนของเทพอิกริดแฝงอยู่ หากเทพอิกริดยังไม่เป็นเทพเต็มตัวก็ยังมีโอกาสที่พลังของเทพอิกริดจะกลายเป็นดาบพุ่งเข้าทำลายเหล่าเทพเสียเอง

      ส่วนเรื่องความเกี่ยวเนื่องระหว่างเทพอิกริดและโนวานั้น เทพอิกริดบอกแค่ว่ารอให้เขาพบกับมังกรแสงอีกครั้งถึงจะบอกให้รู้ได้ เฟรีอาร่ำๆจะบอกกับเขาหลายหนแล้วแต่ติดตรงที่เทพอิกริดใช้เรื่องที่ต้องการนางสนมเพิ่มขู่ไม่ให้บอกเรื่องดังกล่าวกับเขา

“แค่นั้นอิ่มหรอขอรับ”

      โนวาถามเทพอิกริดด้วยเสียงเหนื่อยหน่าย เซเลนเอาข้าวเช้ามาให้แล้ว ส่วนของเทพอิกริดยังน้อยเช่นเดิมแต่ไม่ต้องการเพิ่มในส่วนที่โนวาถวายให้ วันนี้โนวาว่างจากงานที่ได้รับจึงต้องคิดหาทางเข้าไปในปราสาทเพื่อทำตามจุดหมายเดิม ตรวจสอบข่าวลือเรื่องการประชวรโดยไม่รู้สาเหตุของพระราชาเมืองนี้

“เดี๋ยวข้าช่วยเอาไหม ทำให้ท่านล่องหนง่ายนิดเดียว...แต่ข้าไม่ออกไปเด็ดขาดค่ะท่านอิกริด”

      เฟรีอาเสนอความเห็นเป็นคนแรก แถมยังดักคอเทพอิกริดด้วยประโยคเก่าแต่ใช้ได้ตั้งแต่เมื่อวานยันวันนี้ ไม่รู้ว่านางจะกลัวอะไรนักหนากับการเป็นนางสนมของเทพอิกริด

      แต่หนทางที่สะดวกสบายยิ่งกว่าตอนนี้กำลังมอบดอกไม้ช่อใหญ่ให้เซเลนที่พยายามปั้นยิ้มเต็มที่ ขุนนางที่ออกมาเก็บส่วยประจำเดือนและดูจะหลงรักเซเลนเข้าด้วย ถ้าเป็นอย่างที่โนวาคิดไม่ต้องให้เขาไปต่อยหน้าแค่เดินผ่านก็ถูกนำตัวไปสอบในปราสาทด้วยข้อหา‘อยู่ใกล้เซเลนเกินไป’

“อ้าวนี่ใช่ไหมวนิพกที่เป็นที่โจษจันไปเกือบค่อนเมืองน่ะ คนที่สองรองจากเดวิดที่อยู่ใกล้เซเลนได้นานกว่าสองวัน ให้อยู่ในกระท่อมของเอเลนในฐานะไหนล่ะ สัตว์เลี้ยง หรือว่าทาส”

      ขุนนางหนุ่มชักม้ามาหาโนวาที่ทำเป็นถือตะกร้ามาคืนเซเลน พยายามไม่ยิ้มมากเกินไปหรือวิ่งไปคว้าพิณเทพมาจัดการ “นี่!” เซเลนร้องอย่างดุเดือด

“ข้าต้องเอาเขาไปตรวจคนเข้าเมืองเซเลน ถ้าเขามีใบผ่านทางรับรองว่าจะกลับมาทำงานเป็นข้ารับใช้เจ้าในวันนี้แน่ ฝากสวัสดีท่านอาร์คด้วยบอกท่านว่าวันหลังข้าจะเอาของมาเยี่ยม”

      เหล่าทหารรับใช้กรูกันเข้ามาจับแขนโนวาที่ไม่แสดงอาการขัดขืนแล้วพาตัวไป เซเลนร้องให้ขุนนางปล่อยตัวโนวาแต่ไม่ได้ผล เทพอิกริดในร่างของคาร์ลมองโนวาถูกพาตัวไปยังปราสาทแล้วหาวหวอด

“คงเอาพิณเทพมาให้ข้าได้นะเฟรีอา”

“ถึงจะแกล้งบ้าข้าก็ไม่ปล่อยหรอกเจ้าวนิพก เลือกเอาแล้วกันว่าจะถูกทรมานหรือเนรเทศ นี่ก็ดีแล้วนะถ้าเป็นคนอื่นเจ้าคงตายสถานเดียว”

“แล้วทำไมไม่ฆ่าข้าเสียเดี๋ยวนี้ล่ะ” โนวาพูดจาลองดี

“เซเลนเป็นห่วงเจ้ายังกับอะไรดี ข้าไม่อยากทำให้นางเกลียดข้าเพราะเผลอฆ่าเจ้าตามอารมณ์”

      โนวาถูกคุมขังในคุกข้างกำแพงปราสาท มันทั้งมืดทั้งอับชื้น เขาถูกขังเดี่ยวให้แยกจากนักโทษอื่นๆ ในห้องขังแคบๆมีเพียงประตูเหล็กกล้า ที่นอนปูด้วยฟางแลกระโถนสำหรับขับถ่ายเท่านั้น แถมยังถูกล่ามตรวนไว้ที่แขนและขาอีกด้วย

“เฟรีอา”

      โนวาพูดเบาๆ ที่สายหนังคาดลำตัวตึงและหนักขึ้นนางคงวาร์ปเอาพิณเทพมาให้เขาแล้ว ตรวนที่ต่อเชื่อมแขนขาถูกสะบั้นในพริบตา ประตูห้องขังค่อยๆเปิดอ้าออกไม่ให้ยามที่เฝ้าอยู่หน้าห้องขังอีกชั้นหนึ่งรู้ตัว

      เพียงชั่วอึดใจเดียวผู้คุมทั้งสองก็สลบไปด้วยฝีมือของโนวา เหล่านักโทษที่เห็นการแหกคุกของโนวาคิดจะตะโกนเพื่อให้เขาช่วยปล่อยตัวเองออกไปบ้าง แต่ร้อยทั้งร้อยคิดว่าตัวเองฝันไปเมื่อเห็นโนวาเปลี่ยนพิณเล่มงามเป็นอาวุธต่างๆ

      โนวาค่อยๆก้าวผ่านยามเฝ้าประตูชั้นนอกที่คุมขัง พยายามไม่ฆ่าใครหากไม่เลือดขึ้นหน้าจริงๆ เพราะไม่อยากให้หลุมศพของโซล่าเปรอะเปื้อนเลือดที่เกิดจากฝีมือของเขาเอง

      ตอนแรกเขาคิดว่าปราสาทจะเต็มไปด้วยทหารและยาม ที่ไหนได้กลับไม่มีทหารแต่เต็มไปด้วยพวกชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันเข้ามาทางรั้วปราสาทราวกับหนีอะไรอยู่ โนวาไม่ลังเลที่จะเอ่ยปากถามชายชราคนหนึ่งที่ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นหิน

      ได้ความว่าเขตเมืองด้านทิศใต้ถูกโจรร้ายเข้าแทรกซึมแล้วบุกปล้นสะดม เนื่องจากกลุ่มโจรแอบแฝงตัวเข้ามาในฐานะนักเดินทางแล้วรวมตัวกันเข้าปล้นทำให้เหล่าทหารนายกองไหวตัวไม่ทันและกำแพงเวทของเทพอิกริดไม่ทำงาน

“เฟรีอา ไปหาผลึกเร็ว!”

      โนวาตะโกนอย่างเดือดดาล เขตเมืองด้านใต้คือเขตที่เซเลนอยู่ หากนางเป็นอะไรไปเขาจะไม่มีวันไปถึงตัวมังกรแสงได้ตลอดกาล

      ลำแสงสีแดงบนผ้าพันแขนของโนวาเปลี่ยนรูปเป็นนกอินทรีขนาดยักษ์ อุ้งตีนของมันจับแขนของโนวาไว้ราวกับคีมเหล็ก เมื่อปีกทั้งสองข้างที่กว้างกว่า 2 เมตรกระพือก็พาให้ตัวโนวาลอยขึ้นไปในอากาศด้วย มันเป็นภาพที่น่าแปลกประหลาด นกสีแดงตัวหนึ่งหอบเอาผู้ชายที่ถือพิณขึ้นไปยังท้องฟ้า ตรงไปทางเมืองด้านทิศใต้ที่มีควันไฟลอยเป็นสัญญาณของอะไรสักอย่างหนึ่ง

“ขอโทษที”

      เฟรีอาขอโทษโนวาเพราะนางทำได้แค่วาร์ปสิ่งของเท่านั้นไม่สามารถวาร์ปโนวาไปหาเซเลนได้ หากโนวาเรียกวิหคพิณก็รังแต่จะเสียเวลาสู้ให้เฟรีอาเปลี่ยนร่างแล้วพาเขาบินไปยังไงเสียทั้งเฟรีอาและวิหคพิณก็มีความเร็วเท่ากัน...

      ผู้คนที่เหมือนมดตัวเล็กๆเคลื่อนขบวนกันสามสาย สายแรกเป็นคนธรรมดาหนีเข้ามาทางปราสาท สายที่สองเป็นพวกทหารในชุดเกราะที่เดินทางมาช่วยล่าช้าทำให้บ้านเรือนเสียหายจากการถูกชิงทรัพย์และวางเพลิง สายที่สามคือกลุ่มโจรเคลื่อนออกจากเมืองไปพร้อมกับทรัพย์สินและผู้หญิงเท่าที่มันจะหอบไปไหว

      เฟรีอาพาโนวาร่อนลงข้างๆเดวิดที่ช่วยพยุงอาร์คและแองกัสให้นั่งดีๆ โชคดีที่มีแค่เดวิดเท่านั้นที่ตัวเปราะเปื้อนไปด้วยบาดแผลและเลือด เฟรีอารีบคืนสภาพก่อนที่จะมีใครมาเห็นเข้า บ้านของเซเลนเป็นหลังหนึ่งที่ถูกครอบคลุมด้วยเปลวเพลิง เสียงฟืนปะทุและแสงที่สาดออกมาทำให้โนวาคิดว่าอาร์คกำลังร้องไห้อยู่

“เซเลนล่ะ” โนวารีบถามใจหนึ่งอยากตามกลุ่มโจรไปแต่อยากให้รู้ชัดว่านางยังอยู่ภายใต้การดูแลของเดวิด

“พวกมันพาตัวนางไปข้าต้องดูท่านอาร์คและอาจารย์ก่อนเลยตามไปทันทีไม่ได้ มาก็ดีแล้วฝากดูท่านทั้งสองและดับไฟด้วย ข้าจะตามพวกนั้นไป ต้องช่วยเฮเลน”

      เดวิดฉวยดาบที่พื้นเดินไปทั้งขาเขยก อาร์คและแองกัสคงแค่สลบไปเพราะยังหายใจอยู่ เสียงหอนแหลมสูงชวนหนาวสันหลังดังอย่างโดดเดี่ยวด้านหลังของโนวาทำให้เขาต้องหันไปดู เทพอิกริดในร่างของคาร์ลกำลังหอนอย่างเยือกเย็นแม้แต่เดวิดยังสงสัยว่าจะหอนทำไมกัน

      เมื่อการหอนของเทพอิกริดสิ้นสุดลงปาฏิหาริย์พลันปรากฏ เม็ดฝนเล็กๆนับพันร่วงลงมาจากฟากฟ้าที่ไร้กลุ่มเมฆ ไฟที่ลุกโหมบ้านเรือนอยู่ค่อยๆดับลงพร้อมๆกับพิษบาดแผลบนตัวผู้เคราะห์ร้าย

      มีไม่น้อยภาวนาขอบคุณต่อเทพอิกริดที่แสดงความเมตตาต่อผู้ที่ศรัทธาต่อพระองค์ เดวิดลูกคลำแขนทั้งสองข้างมันไม่เหลือแม้แต่รอยแผลเป็น พละกำลังกลับคืนมาเมื่อลิ้นสัมผัสกับน้ำทิพย์ที่เทพอิกริดส่งมาเพื่อช่วยเหลือ

“เดี๋ยวฝากสองคนนี้ด้วยแล้วกัน ข้าต้องรีบไปตามหาผ...เซเลน” โนวาเกือบหลุดคำว่าผลึกออกมา

      โนวาไม่สนใจสายตาของใครอีกแล้ว เขากรีดนิ้วมือลงบนพิณเทพเพื่อเรียกวิหคแห่งสายลมสีขาวบริสุทธิ์ออกมาแล้วกระโดดขึ้นไปนั่งบนหลังของมัน เทพอิกริดก็กระโดดขึ้นไปนั่งวางท่าด้วย เดวิดอยากถามว่าโนวาเรียกนกตัวนี้มาได้ยังไงแต่เขาห่วงเฮเลนมากกว่าจึงขอติดตามไปด้วย เทพอิกริดพยักหน้าน้อยๆแล้วส่งลมหอบร่างที่ปวกเปียกของเดวิดขึ้นมาบนหลังของวิหค…

“บอกข้าได้ไหมเวย์นเจ้าเป็นใครกันแน่ พอสิ้นเสียงหอนของเจ้าหมาตัวนั้นฝนก็ตก พอเจ้าดีดพิณก็มีนกตัวนี้ออกมา”

“ถ้ารักชีวิตก็ตามไปเงียบๆ อย่าถ่วงแข้งถ่วงขาแล้วกัน”

      โนวาส่งสายตาปรามการสอดรู้ของเดวิด ข้างล่างเป็นป่าสีเขียวขจีฝูงม้าพาหนะของกลุ่มโจรวิ่งหนีเหล่าทหารที่ตามไล่หลัง แต่ไม่มีทางหนีวิหคแห่งสายลมที่บินเร็วกว่าลมพายุพ้น โนวาบังคับให้นกแห่งสายลมลงจอดดักหน้ากลุ่มโจรที่ทุ่งหญ้ารอยต่อระหว่างป่าและภูเขาสูงชัน

“ขอบคุณที่พาข้ามา ท่านหลบไปก่อนเถอะ” เดวิดที่ฟื้นตัวแล้วก้าวเดินออกไปรอรับกลุ่มกองโจรที่ดาหน้ากันมาไม่หยุด

“ถ้าคิดว่าข้าเป็นวนิพกธรรมดาล่ะก็ผิดแล้ว…คงฆ่าได้ใช่ไหม” โนวาเผลอพูดกับเทพอิกริดที่หาที่นั่งดูได้อย่างเหมาะเจาะ เดวิดมองไปรอบๆก็คิดว่าพูดกับตัวเขาเอง “ตามสบายเลย”

      โนวาสั่งให้วิหคสายลมหายไปเปลี่ยนพิณเทพให้กลายเป็นดาบปฐพีที่ด้ามมีสีดำสนิทสูดลมหายใจเสียงดังเหมือนวัวกระทิง

      โนวาปักดาบลงกับพื้นดินตรงหน้าทันที เสียงคำรามของผืนดินดังพร้อมกันกับพื้นดินใต้เท้าของเหล่ากองโจรแยกออกเป็นเข็มดินจำนวนมหาศาลพุ่งขึ้นมาเสียบร่างของม้าพาหนะแต่ไม่ไปถึงตัวคนขี่ โนวากลัวว่ามันจะเป็นการฆ่าเซเลนที่มีผลึกของจอมเทพเอรีสอยู่กับตัว

      กองโจรที่เพิ่งเสร็จจากการปล้นสะดมอย่างดุเดือดกำลังอารมณ์ร้อน เมื่อมีคนมาขัดขวางการเดินทางก็ลงจากม้าเพื่อสังหารผู้ที่ขัดขวางการเดินทางกลับรัง เจ้าตัวหัวหน้าเป็นจุดสังเกตได้ง่ายที่สุด คือคนที่โสโครกที่สุดกำลังตะโกนสั่งให้ลูกน้องวิ่งมาทางพวกเขาพร้อมกับดึงร่างของเซเลนและเฮเลนลงมาจากหลังม้าของตนที่ตายไปแล้ว

“ข้าเตือนแล้วนะว่าอย่างขัดแข้งขัดขา อาวุธของข้ามันไม่เคยมีตาซะด้วยสิ”

      โนวาเปลี่ยนดาบดินในมือให้กลายเป็นกรงเล็บน้ำแข็งที่ยื่นออกมาจากหมัดทั้งสองข้าง แล้ววิ่งตะลุยเข้าไปหาพวกโจรร้ายอย่างไม่กลัวความพ่ายแพ้ ทำให้เดวิดมีใจสู้มากขึ้นรีบพุ่งไปหาพวกโจรบ้างคิดจะระวังหลังให้เพื่อนที่ต่อสู้ร่วมกันด้วยเพราะไม่ถึงสองนาทีหมอนั่นก็ได้แผลที่แขนซ้ายแล้ว เดวิดไม่ทันสังเกตว่าแผลนั่นหายไปในพริบตาเหลือทิ้งไว้แค่คราบเลือด

      ถึงเดวิดจะอยากช่วยเหลือโนวาแค่ไหนแต่ต้องอาศัยโนวาช่วยเวลาคับขันเสมอ จนเหล่าโจรลดจำนวนลงไปเยอะแล้วและพวกทหารก็ตามมาทันต่างตกใจกับกองศพของม้าที่โนวาเป็นผู้สังหาร

      เหล่าโจรที่ถูกทหารที่มีจำนวนมากกว่าไล่ตามบวกกับตัวร้ายสองตัวที่เก่งเกินกว่าคนปกติยังมีชีวิตอยู่จึงเปลี่ยนวิธีจากการดาหน้าเข้าต่อกรเป็นการหยิบฉวยร่างหญิงสาวที่พาตัวมาจากในเมืองมาเป็นตัวประกันเพื่อหลบหนี

      เดวิดปราดไปช่วยผู้หญิงกลุ่มหนึ่งไว้ได้แต่โนวาไม่ทันระวังหลังจึงโดนดาบของเจ้าตัวหัวหน้าที่ต้องการเซเลนเป็นตัวประกันฟันฉับลงที่หน้าอก เจ้าโจรร้ายได้ทีถือโอกาสฟันซ้ำเข้าที่เดิม แต่ทว่าโนวาไม่ล้มเงื้อกรงเล็บน้ำแข็งทั้งสองข้างเข้าแทงเจ้าหัวหน้าโจร กรงเล็บน้ำแข็งข้างซ้ายทะลุหัวใจของมันแต่กรงเล็บข้างขวาหักพุ่งกลับมาเสียบทะลุหน้าอกของโนวาพาหัวใจสีแดงสดของเขาออกนอกร่างกายไปด้วย

      เสี้ยววินาทีหนึ่งที่รู้ว่าหัวใจของตัวเองไม่ได้อยู่ในร่างโนวาคิดถึงความตายขึ้นมาทันทีทั้งที่เคยมีเหตุการณ์ที่ทำให้หัวใจหลุดออกจากร่างมาหลายครั้งแล้ว เศษก้อนเนื้อที่เคยถูกเรียกว่าหัวใจสลายไปพร้อมกับใบมีดน้ำแข็งที่ปักลงต่อหน้าสองพี่น้องที่ตกใจจนสลบทันที

แน่นอนทีเดียวร่างกายของโนวาสร้างหัวใจขึ้นมาใหม่ทันทีแต่บาดแผลรูปกากบาทและรอยของการควักหัวใจไม่หายยังเหลือบาดแผลเลือดไหลซิบอยู่เหมือนเป็นรอยถลอกบนร่างของคนธรรมดา

      โนวาที่ร่างกายและกรงเล็บข้างที่หักฟื้นสภาพแล้วจึงลุกไปหมายประจัญบานต่อแต่มือของใครคนหนึ่งจับเขานอนลงกับพื้น กลิ่นหอมอ่อนๆทำให้เขาผล็อยหลับราวกับต้องมนต์ ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่าว่าได้กลิ่นของโซล่าลอยมาตามลม มันคล้ายกับกลิ่นของผ้าพันแขนส่วนหนึ่งที่เฟรีอาใช้เวทมนตร์คงกลิ่นของเจ้าของไว้ให้เขาลำลึกความทรงจำโดยเฉพาะ เฟรีอาบอกว่ามันจั๊กจี้พิกลเวลามีคนเอาจมูกเข้ามาใกล้...

“ลืมตาแล้ว เขาไม่เป็นไรแล้ว”

      เสียงสดใสของหญิงสาวแว่วมาทำให้โนวารู้สึกตัวเผลอร้องเรียกโซล่าไปโดยไม่ตั้งใจ ตาที่ไม่ชินแสงมองเห็นเงาคนล้อมรอบและค่อยๆชัดขึ้น เดวิดที่เลือดเต็มตัวกับเซเลนและเฮเลน มีคนอื่นมาด้วยอีกสองสามคน ด้านหลังของพวกเขาคือกระท่อมที่โนวายืมใช้เป็นที่ซุกหัวนอน

“ที่นี่ที่ไหน แล้วพวกโจรล่ะ”

“อย่าเพิ่งลุกซี่” เซเลนนิ่วหน้านางดูวิตกจนผมเผ้าพันกันเป็นกระเซิง “โดนพวกทหารจับไปหมดแล้วโชคดีที่ท่านและเดวิดไปดักหน้าถ่วงเวลาพวกมันไว้ไม่งั้นพวกโจรคงหนีทัน นี่ก็บ่ายแล้วหิวรึเปล่า”

“แล้ว” โนวาสำรวจสมบัติสำคัญสองชิ้นก่อนเป็นอันดับแรก ยังไงเสียเขาก็ไม่มีวันตาย “ผ้าพันแขน แล้วพิณข้าล่ะ”

      เซเลนพยักเพยิดไปทางคาร์ลที่นอนทับผ้าสีแดงและพิณสีเงินอยู่ โนวาไม่อยากคิดว่าเฟรีอายอมให้ท่านอิกริดทับได้ยังไงในเมื่อปฏิเสธการเป็นนางสนมทุกกรณี ความสนใจของเขาเปลี่ยนมายังแถบผ้าพันแผลที่พาดข้ามหน้าอก “ท่านเป็นแผลน่ะ เหลือเชื่อเลยลุยขนาดนั้นได้แผลมานิดเดียว”

      ด้วยความที่ไม่อยากเชื่อคำบอกเล่าของเซเลนเขาค่อยๆแหวกผ้าดิบพันแผลออกก็เห็นเลือดที่ไหลซึมออกมาจากบาดแผลที่หน้าอก มนุษย์ธรรมดาไม่น่าสร้างรอยแผลให้เขาได้นี่ หรือว่าเขาจะหลุดพ้นจากการเป็นอมตะแล้ว

“นอนพักซะข้ามีอะไรจะถามเจ้าอีก เพราะบ้านถูกเผาตอนนี้พวกเราเลยต้องอาศัยกระท่อมของเจ้าอยู่ไปก่อน ทนหน่อยนะ” เซเลนชี้ให้โนวาดูอาร์คที่นอนสลบไสลอยู่บนที่นอนของโนวา

“แล้วเจ้าสองคนจะนอนที่ไหนล่ะ เดี๋ยวข้าไปนอนข้างนอกก็ได้”

“ข้ากับพี่เฮเลนจะไปนอนบ้านเดวิดที่อยู่ใกล้ปราสาท ข้าพาท่านพ่อไปตอนนี้ไม่ได้เพราะไม่มีใครแบกท่านไหวเดวิดยังต้องนั่งทำแผลอยู่ที่นี่ก่อน ยังไงคืนนี้ข้าจะนอนเฝ้าท่านพ่อด้วยไม่ต้องห่วงเรื่องของกิน”

      เซเลนยกถังน้ำไปไว้บนโต๊ะที่ถูกย้ายติดริมกำแพงด้านหนึ่ง โนวาเพิ่งสังเกตว่านอนอยู่บนพื้นกระท่อมโดยมีผ้าปูเตียงต่างที่นอน เขาล้มตัวลงนอนอีกครั้งอยากหลับให้สบายเพราะเสียเลือดไปมากและหมดแรงจะทำอะไรแล้ว...

      กลางดึกคืนนั้นโนวาที่นอนเต็มอิ่มแล้วสวมเสื้อผ้าหลวมๆหยิบพิณเทพและผ้าพันแขนออกไปนั่งดูดาวอยู่คนเดียว บ้านที่ถูกไฟคลอกกว่าค่อนหลังทำให้เขานึกถึงสภาพเมืองที่ถูกพวกปีศาจทำลาย ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือปีศาจก็มีสำนึกของการทำลายล้างไม่ต่างกัน เขาก็เป็นคนหนึ่งล่ะที่รับรองได้

“เป็นห่วงเรื่องแผลนั่นใช่ไหม” เทพอิกริดเดินออกมาจากกระท่อม นั่งแหมะลงให้โนวาสามารถลูบขนที่แผ่นหลังเล่นได้ “ไม่ต้องห่วงคืนจันทร์เต็มดวงคืนพรุ่งนี้มันจะเหลือแค่รอยแผลเป็น ความเป็นอมตะของเจ้ายังไม่หายไปหรอก”

“แล้วทำไม...ขอรับ”

“วงล้อแห่งชะตากรรมรู้ไปก็เท่านั้น” แล้วเทพอิกริดก็หลับไปพร้อมกับโนวาที่นอนดูดาวอยู่ด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย...

      วันรุ่งขึ้นโนวาถูกเซเลนบ่นใส่ตลอดทั้งเช้าเพราะออกไปนอนตากน้ำค้างทั้งคืน อาร์คพ่อของฝาแฝดไปอยู่ที่บ้านของลูกเขยคนโตเรียบร้อยทำให้กระท่อมเหลือแค่โนวาเพียงคนเดียว บ้านที่ถูกไฟไหม้มีพวกทหารมาช่วยกันรื้อโครงบ้านเดิมออก โนวาคิดว่าถ้าได้เทพอิกริดหรือเฟรีอาช่วยงานคงเสร็จเร็วกว่านี้

      เดวิดและแองกัสอาจารย์สอนตีดาบช่วยกันขนเศษดาบที่ถูกไฟเผาออกมา มันไหม้จนเหลือแต่ใบดาบและด้ามที่ทำด้วยเหล็ก ส่วนพวกที่ด้ามทำด้วยไม้เหลือเพียงใบมีดให้เห็นเท่านั้น เดวิดบอกว่าเพราะเป็นดาบคุณภาพดีจึงไม่เสียหายจากการถูกเผาด้วยไฟแค่นี้

โนวาจะเข้าไปช่วยด้วยเพราะยังไม่คิดจะลอบเข้าไปในปราสาทอีกครั้ง แต่โดนเฮเลนเอามีดสั้นของนางจ่อคอหอยแล้วสั่งให้ไปนอนต่อ แผลของเดวิดเลือดหยุดไหลแล้วแต่รอยแผลที่หน้าอกของเขายังมีเลือดไหลซิบๆหากออกแรงมากเกินไป

      ตอนบ่ายเซเลนล้มป่วยเพราะร่างกายเหนื่อยล้าและต้องนอนพักที่บ้านของเดวิดภายใต้การดูแลของโรสน้องสาวของเดวิด เฮเลนเปรยว่าเพราะโนวาทำให้น้องสาวของนางทำงานหนักเกินไป แต่เดวิดมากระซิบบอกว่าเพราะเฮเลนไม่ยอมทำอะไรเลยต่างหากภาระจึงมาตกอยู่กับเซเลนคนเดียว...

      หลังจากพระอาทิคย์ตกไปได้ไม่นานดวงจันทร์ก็ลอยขึ้นบนท้องฟ้า แสงสว่างอ่อนโยนทำให้มองเห็นภายในห้องที่เซเลนใช้นอนพักได้อย่างยากเย็น ที่บ้านของเดวิดพวกผู้ชายไปช่วยกันซ่อมแซมบ้านเรือนที่ถูกปล้นสะดมไปเหลือเพียงพวกผู้หญิงอยู่ในบ้าน เซเลนที่ป่วยอยู่ใช้ห้องของเดวิดนอนเพราะเกรงว่าจะเอาโรคไปติดโรสเพื่อนรักที่อยากให้นอนห้องเดียวกัน

“ไม่ว่าตอนไหนยังงดงามเหมือนเดิม ไม่แปลกที่ท่านเวเบอร์จะหลงรัก”

      เทพอิกริดปรากฏตัวอย่างเงียบเชียบ ไม่ลืมสร้างร่างแยกให้อยู่กับโนวาที่อาจอยากรู้ว่าเขามาทำอะไรที่นี่ แสงสีส้มอ่อนลอยแยกออกจากร่างของเทพอิกริดก่อนตัวเป็นเวเบอร์เช่นเคย แต่ผิดไปจากตอนก่อนๆตรงที่รายละเอียดของเส้นผมและเสื้อผ้ามากจนดูเหมือนเป็นวิญญาณสีขุ่น

“ท่านเอรีสไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่ร้อยปีก็ยังขี้เล่นเหมือนเดิม ข้าพลาดไปได้ยังไงกันนางคือฟลอร่าชัดๆ ถ้าตอนนั้นทำแบบนี้ได้ข้าคงไม่ต้องตีกับเจ้าผมเหลืองจนทำให้ไลล่าเวียนหัวหรอก” เวเบอร์เดินไปปัดเส้นผมที่ระใบหน้าของคนป่วย

“ตอนแรกข้าก็คิดเหมือนท่านแต่พอไปถามท่านเอรีสเรื่องของนางถึงเพิ่งรู้ นางเหมือนไลล่าแค่ครึ่งของฟลอร่าเท่านั้น ครึ่งของซาราห์ถูกแยกออกไปเป็นพี่สาวของนาง”

“แล้วอีกครึ่งที่เหลือของนางคือคริสใช่ไหม”

      เวเบอร์หัวเราะน้อยๆทำให้เทพอิกริดทำหน้าพะอืดพะอมหันไปมองดวงจันทร์ที่ส่องแสงกลบหมู่ดาว มันมีสีออกแดงเล็กน้อยเหมือนดวงตาของเวเบอร์ “รีบร่ำลาให้เสร็จๆเสียขอรับ เวลาของท่านเหลือไม่มากแล้ว”

“ขอบใจเจ้ามากอิกริด แต่ถึงจะให้พูดก็ไม่รู้จะพูดอะไร ที่ข้าอยากพูดก็พูดต่อหลุมศพของนางไปเรียบร้อยแล้ว” เวเบอร์ลูบใบหน้าของเซเลนอย่างแผ่วเบา ผิวกายร้อนผ่าวเพราะพิษไข้ไม่รู้สึกตัวว่ามีคนอยู่ในห้องกับนางสองต่อสอง

“ไม่ว่ายังไงข้าก็ตัดใจจากเจ้าไม่ได้สักทีฟลอร่า ไม่ว่าจะเป็นสมัยที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่ สมัยที่เจ้ากลายเป็นไลล่า หรือแม้แต่ตอนเจ้าตายไปแล้ว ข้าขอโทษสำหรับที่ผ่านมา”

      เวเบอร์ก้มตัวลงจุมพิตริมฝีปากของเซเลนแล้วกลายเป็นประกายแสงสีแสดลอยออกไปทางหน้าต่าง เทพอิกริดมองด้วยสีหน้าอ่อนโยน

“อย่าลืมทำให้นางหายด้วยล่ะอิกริด ข้ารู้ว่าฝีมือเจ้า” เสียงของเวเบอร์ดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนประกายแสงที่เป็นวิญญาณของเวเบอร์จะลอยออกทางหน้าต่างห้อง...

************************

อยากรู้เรื่องเวเบอร์เพิ่มไปอ่านเรื่อง นักรบจันทรา ได้เลยนะจ๊ะ

ส่วนผู้อ่าน ถ้าไม่คอมฯบ้างระวังผู้เขียนงอนนะจะบอกให้

Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 24 เม.ย.55 เวลา 12:14:16 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ