hakumen
monstrum

จอมเวทอมตะ ตอนที่ 10


      หลังจากโนวาและเดวิดตรวจทั่วที่พักของอาร์คเพื่อตามหาปีศาจที่โนวาสร้างขึ้น โนวาก็จัดการฝังศพคนดวงซวยที่อยากดีดพิณเทพด้วยตัวเองแล้วกินเนื้อแกะฝีมือเซเลนเป็นอาหารว่าง เขาต้องทำให้เซเลนและเฮเลนไม่กลัวเจ้าปีศาจที่ไม่มีตัวตนนั้นด้วยการเดินดูรอบบ้านจนพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว

“เอามาทั้งกระดูกนั่นล่ะ ไม่ต้องแงะออกหรอก”
เทพอิกริดในร่างของคาร์ลพูดเสียงเรียบ ตามองไปที่ขาแกะน้ำมันเยิ้มที่โนวากำลังใช้มีดหั่นเอาเฉพาะเนื้อออกมาให้ โนวาบรรจงวางน่องแกะย่างไว้ใต้จมูก เขาไม่ลืมก้มหัวทำความเคารพด้วย

“เอาอีกไหมขอรับ” โนวาหยิบน่องแกะอีกชิ้นให้แต่เทพอิกริดส่ายหัวปฏิเสธ

      เมื่อเห็นเทพอิกริดกำลังละเลียดน่องแกะชิ้นที่ใหญ่ที่สุดแล้วโนวาจึงหยิบขึ้นมากินบ้าง มันเค็มไปหน่อยแต่ก็พอไหว

      ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังสนุกสนานกับการแทะเนื้อแกะออกจากกระดูกนั้นมีขนนกสีทองเส้นหนึ่งบินเข้ามาทางหน้าต่างแล้วร่วงหล่นแทบเท้าของเทพอิกริดที่ทั้งปากเต็มไปด้วยเนื้อ

“งานด่วน เดี๋ยวข้ามานะโนวา เก็บเจ้าชิ้นนี้ให้ด้วย”
เทพอิกริดกลืนเนื้อคำใหญ่แล้วหายตัวไปทันทีพร้อมกับขนนกสีทอง โนวาคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่เทพอิกริดจะมีงานอื่นนอกเหนือจากจับตามองเขา อากาศยามค่ำวันนี้เย็นเสียจนโนวาขี้เกียจซักผ้า เขาไม่ได้รู้สึกขี้เกียจมากว่าร้อยปีแล้ว...

      ผู้ที่เดินทะลุผ่านประตูกระท่อมสร้างความประหลาดใจให้ ชายในผ้าคลุมมอซอคนนี้หากเขาค้นในบันทึกของตัวเองก็จะพบว่าเขาเคยพบผู้มาเยือนในวันที่ได้รับคำเชิญชวนของเหล่าปีศาจ โนวารีบพุ่งไปยังพิณเทพก่อนที่จะถูกหยุดด้วยเสียงที่แสดงอาการเป็นมิตร

“ไม่ต้องเตรียมอาวุธหรอกข้ามิได้มาร้าย มาเหมือนกับครั้งก่อน เผื่อว่าท่านเกิดเบื่อการรอคอยแล้วจะเปลี่ยนใจ”

“ข้าได้บอกไปแล้วต้องดูอนาคตก่อน” โนวายักไหล่

“แต่คราวนี้ข้ามาพร้อมกับของกำนัลเหมือนครั้งก่อน ท่านไม่อยากรู้หรือว่าอิกริดปิดบังสิ่งใดไว้ และความสัมพันธ์ระหว่างท่านและอิกริด ข้าจะให้ท่านดู”

      โนวาปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นคำเชิญชวนที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ จริงอยู่ที่เทพอิกริดปิดบังความจริงบางส่วนแต่ไอ้การที่รับฟังความจริงจากพวกปีศาจไม่ได้หมายความว่าจะต้องไปเข้ากับพวกนั้นเสมอนี่ โนวาคิดเข้าข้างตัวเอง เฟรีอารู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ห้ามปรามจึงนิ่งเงียบแต่พร้อมที่จะช่วยโนวาเสมอหากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น

      อากาศในกระท่อมที่เยือกเย็นกลับร้อนผ่าว กำแพงด้านหนึ่งมีกลุ่มก้อนอากาศสีดำสนิทหมุนเกลียวกันเป็นวงกลมขนาดใหญ่ ชายในผ้าคลุมผายมือไปยังเจ้าสิ่งนั้นแล้วบอกโนวาว่าหากต้องการเห็นความจริงก็ให้เข้าไปข้างในนั่น

      ถึงจะดูไม่ค่อยปลอดภัยแต่โนวาก็ก้าวเข้าผ่านวงกลมสีดำไป ความรู้สึกเหมือนเดินฝ่ากองไฟปรากฏขึ้นชั่วพริบตาแล้วก็หายไปทันที เบื้องหน้าของเขาคือซากปรักหักฟังของปราสาทหินสีดำ ด้านหลังของโนวาชายในผ้าคลุมยืนอยู่ด้วยรอยยิ้มที่โผล่ออกทางผ้าคลุมหัว

“ข้าจะให้ท่านดูอดีตทีละอย่างที่จอมโกหกอิกริดปิดบังไว้ ที่นี่คือช่วงเวลาที่จอมมารถูกอิกริดที่เดินทางมาพร้อมผู้กล้าคริสสังหาร ข้าจะปล่อยเวลาให้เดินไปล่ะนะ”

      ชายในผ้าคลุมดีดนิ้วเปาะ สายลมเบาๆพัดไปมาทำให้โนวารู้สึกกระอักกระอ่วนใจแปลกๆ เบื้องหน้าของเขาพลันมีร่างของคนสี่คนขึ้นมาทันที คนหนึ่งมีเส้นผมสีทองต้องเป็นจอมเทพเอรีสแน่ จอมเทพเอรีสกำลังยืนอยู่ข้างหน้าประตูสีเงินที่เปิดแง้มออก ประตูนั้นตั้งอยู่โดดเดี่ยวราวกับสิ่งปลูกสร้างที่ใช้สำหรับประตูนั้นพังไปหมดแล้ว

“อิกริด ข้าให้เวลาเจ้าตัดสินใจเหมือนกรณีของเฟซิสแล้วกัน เจ้าสามารถใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวในแดนมนุษย์นี่จนกว่าจะถึงอายุขัย แต่หากเจ้าก้าวพ้นประตูบานนี้ไปแล้วถือว่าเจ้ารับตำแหน่งเทพทันที ไม่ทีวันกลับมาอาศัยอยู่ในแดนมนุษย์นี่ได้อีก...ข้าไปก่อนแล้วกันจะได้ไม่เป็นการกดดันเจ้า” จอมเทพเอรีสเดินผ่านช่องประตูที่สูงท่วมหัว

โนวาถึงได้พิจารณาอีกหนึ่งคนที่ยืนอยู่หน้าประตูและอีกสองคนที่คุกเข่าอยู่กับพื้นดิน คนที่ยืนอยู่หน้าประตูคือเทพอิกริดที่ดูหนุ่มกว่าคนที่เขารู้จักเล็กน้อย ที่แปลกคือปีกสีรุ้งที่ติดอยู่บนแผ่นหลัง มันดูงดงามราวกับถูกบรรจุไปด้วยอัญมณีนับแสน นั่นคือปีกของเทพอิกริดหรือ
ส่วนอีกสองคนนั้นเป็นหญิงสาวที่อายุไม่น่าห่างจากเทพอิกริดมากนัก คนผมยาวสีน้ำตาลกุมดาบด้วยมือที่สั่นระริก รึนางจะเป็นผู้กล้าคริสที่เวเบอร์พูดถึงตอนอยู่ในถ้ำ โนวาดูสิ่งที่ดำเนินไปอย่างจดจ่อ อยากรู้ว่าเทพอิกริดปิดซ่อนความจริงอะไรไว้

“เดี๋ยวอิกริด อย่าเพิ่งไป” ผู้กล้าคริสยันตัวลุกขึ้นและตะโกนใส่เทพอิกริดสุดเสียงเพราะเทพอิกริดในอดีตกำลังก้าวเดินไปทางประตูสีเงินโดยไม่ใส่ใจพวกนาง

“อะไรคริส ถ้าคิดขวางทางเป็นเทพของข้าเราคงได้เห็นดีกันบ้างล่ะ”
เสียงของเทพอิกริดปกปิดความรู้สึกเศร้าหมองไว้ไม่ได้อย่างที่เจ้าตัวต้องการ คงสมจริงกว่านี้หากเทพอิกริดหันมาสบตานางด้วย

“ไม่ใช่ ไม่ใช่เลยฟังข้าก่อน...ข้าไม่ให้เจ้าผ่านประตูนั้นไปแน่”

“ไหนลองบอกเหตุผลมาสักข้อสิ ท่านพ่อกับท่านแม่ข้าตายเพราะปกป้องเมืองรัก ตอนนี้ข้ามีคนในครอบครับเหลืออีกคนคือท่านเฟซิส เจ้ากับแอนนาก็น่าจะใช้ชื่อเสียงให้เป็นประโยชน์หาเงินหาทองได้เองนี่ คงไม่ต้องพึ่งข้าหรอก” เทพอิกริดยังไม่ยอมหันหลังกลับมาหาผู้กล้าคริสทำให้โนวารู้สึกรำคาญพิกล

“อย่าล้อเล่นน่าอิกริด เทพีเฟซิสคือพี่สาวของเวเบอร์ ไม่ใช่เจ้า...ทำไมถึงยึดถือยึดมั่นขนาดนี้นะ”

“จะให้ข้าพูดอีกกี่ครั้งก็ยังเหมือนเดิมนั่นล่ะ ข้าคือเวเบอร์ เวเบอร์คือข้า พี่ของเวเบอร์ย่อมเป็นพี่ของเข้าด้วยจริงมั้ย”

“แล้วถ้าหาก ถ้าหากว่าข้ารักเจ้าล่ะอิกริด เจ้าจะอยู่กับข้ามั้ย”

      ผู้กล้าคริสเอื้อมมือไปฉวยจับปีกของเทพอิกริดไว้ แต่สิ่งที่นางจับได้คือก้อนขนนกจำนวนมากที่ร่วงหล่นอยู่แทบเท้า ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความพลาดหวัง เปลือกตาของนางค่อยๆปิดลงในที่สุด ก่อนที่จะล้มเทพอิกริดเข้ามาประคองร่างนางให้นอนราบลงเบื้องหน้าหญิงสาวอีกคนหนึ่ง

“ดูแลนางให้ดีนะแอนนา คริสจะต้องพบคนที่ดีกว่าข้าได้แน่”

      คำพูดที่เด็ดขาดของเทพอิกริดไม่สอดคล้องกับน้ำหยดหนึ่งที่ร่วงลงพื้นดินแห้งกรัง เทพอิกริดทิ้งทั้งสองคนไว้เบื้องหลังแล้วเดินผ่ารอยแง้มของประตูสีเงินบานใหญ่เพื่อรับตำแหน่งเทพอย่างเต็มภาคภูมิ โนวาได้ยินเสียงลอยมาตามลมว่า “ข้าคือเวเบอร์ เวเบอร์คือข้า หากเวเบอร์ไม่สมหวังในความรัก ข้าไม่ขอมีความสุขกับผู้เป็นภรรยาเด็ดขาด”

“ไหนล่ะที่บอกว่าไม่อยากมีข้อผูกมัด เขาเคยเล่าให้ท่านฟังไหมว่าตัวเองกับเวเบอร์คือคนๆเดียวกัน”
ชายในผ้าคลุมเรียกความสนใจของโนวาในระหว่างภาพรอบด้านจางหายไปเหลือเพียงแสงสว่างอ่อนๆของพระอาทิตย์ยามพลบค่ำ

“แล้วท่านเทพอิกริดก็ทิ้งนางไว้อย่างนั้นหรือ ข้าเป็นคนนอกยังรู้เลยว่าผู้กล้าคริสรักท่านเทพอิกริด”

“มันมีต่อจากนั้นอีก...หลังจากที่อิกริดได้รับการแต่งตั้งเป็นเทพได้ครึ่งปี ผู้กล้าคริสได้เปลี่ยนตัวเองให้เป็นหญิงสาวธรรมดาแล้วเดินทางไปยังแดนเทพ เพื่อได้อยู่ใกล้ชิดกับเทพอิกริดอีกครั้ง นางถึงกับทิ้งวิชาการต่อสู้ทั้งหมด ขอเพียงได้เป็นนางบำเรอชั้นต่ำของเทพอิกริดก็พอใจแล้ว

“สิ่งนี้พวกปีศาจอย่างข้าก็แปลกใจเหมือนกันว่าเหตุใดมนุษย์จึงมีมุมมองความรักไม่เหมือนกัน ผู้ชายยอมทิ้งความรักเพื่อทุกสิ่งอย่างเทพอิกริด ส่วนผู้หญิงนั่นยอมทั้งทุกสิ่งเพื่อความรัก ผู้หญิงทำได้ทุกอย่างเพื่อคำว่ารัก แต่ผู้ชายยอมทำทุกอย่างเพื่อคำว่าศักดิ์ศรี พวกปีศาจอย่างข้าต่างกับพวกเทพตรงเรื่องความรักนี่ล่ะ ปีศาจอย่างเราเห็นความรักเป็นสิ่งไร้สาระ ส่วนพวกเทพเห็นความรักเป็นสิ่งวิเศษ” ชายในผ้าคลุมถอนหายใจยาว โนวาดูยังไงคนตรงหน้าก็เหมือนมนุษย์มากกว่าปีศาจ

“ผู้กล้าคริสเข้าไปทำงานในแดนเทพแล้วก็ได้เจอกับเทพอิกริด นางอ้อนวอนขอร้องเทพอิกริดให้รับนางเป็นข้ารับใช้แต่กลับได้รับเพียงคำสั่งให้กลับไปอยู่ที่แดนมนุษย์เท่านั้น จนจอมเทพเอรีสอาจารย์เทพอิกริดเกิดความรำคาญจึงทำความตกลงกับผู้กล้าคริสและเทพอิกริดจนนางยอมกลับแดนมนุษย์

“ปีศาจส่วนหนึ่งที่แฝงตัวเข้าไปสืบข่าวหาข่าวส่วนนี้มาให้ก่อนที่มันจะตายเพราะพิษจากลูกศรของเฟรเซีย พวกเราต่างสงสัยว่าเหตุใดผู้กล้าคริสที่มีความมุ่งมั่นขนาดนั้นจึงยอมถอยกลับไปง่ายๆจึงให้คนเฝ้าจับตาดูผู้กล้าคริสไว้

“โนวาท่านจะเชื่อข้าหรือไม่ก็ตามใจ แต่เก้าเดือนหลังจากผู้กล้าคริสกลับจากแดนเทพนางก็ให้กำเนิดเด็กคนหนึ่งขึ้นมา พวกเราจึงรู้แน่ชัดว่าจอมเทพเอรีสสั่งให้เทพอิกริดมอบลูกของตนให้ เพื่อให้นางยอมกลับมาอยู่แดนมนุษย์พร้อมกับเลือดเนื้อของเทพอิกริดที่นางรัก เพราะระหว่างนั้นนางไม่เคยมีสัมพันธ์กับชายคนไหนเลย”

“แล้วเป็นยังไงต่อ ลูกของท่านอิกริดคนนั้น”

“ก็ใช้ชีวิตเหมือนกับเป็นมนุษย์ธรรมดาน่ะสิ แต่มนุษย์ยังไงก็เป็นมนุษย์วันยังค่ำ เทพอิกริดยังอดไม่ได้ที่จะลงไปเยี่ยมลูกชายของตัวเองบ้างบางครั้งทำให้เราแน่ใจได้ว่าเด็กคนนั้นคือลูกของเทพอิกริด ไม่ต้องห่วงท่านไม่ได้สืบสายเลือดของเด็กคนนั้นมาหรอก”

“ในเมื่อพวกเจ้ารู้แล้วว่าเทพอิกริดรักกับผู้กล้าคริสแล้วทำไมตอนนั้นถึง...” โนวาคิดถึงตอนที่พวกปีศาจนำร่างปลอมของโซล่ามาเสนอให้เขา ทำไมผู้หญิงที่นำมาให้เทพอิกริดถึงเป็นไลล่า ไม่ใช่ผู้กล้าคริส

“อย่างที่ท่านได้ยินนั่นล่ะ เทพอิกริดมีสถานภาพคล้ายกับเวเบอร์มาเกิดใหม่ ไม่แปลกนักที่ทั้งเวเบอร์และอิกริดจะรักนางเหมือนกัน อิกริดถึงได้ไม่ขอข้องเกี่ยวกับผู้กล้าคริสไงล่ะ”

      เพื่อทำให้คำตอบกระจ่างชัด ชายในผ้าคลุมดีดนิ้วอีกครั้งหนึ่ง รอบข้างของโนวาเปลี่ยนไปราวกับสีที่ผสมไม่เข้ากัน บางแห่งหมุนวนบางแห่งคดเคี้ยว จนภาพมาหยุดอยู่ในทุ่งกว้างที่เต็มไปด้วยหลุมและเปลวเพลิง “นี่คือเหตุการณ์ตอนที่เวเบอร์ยังมีชีวิตอยู่ พ่อของอิกริดยังไม่ลืมตาดูโลกเลยด้วยซ้ำ”

      สิ่งที่เบนความสนใจของอิกริดคือสิ่งที่น่าจะเป็นร่างของคน แต่มันเป็นสีคล้ำขาดรุ่งริ่งเหมือนเพิ่งขึ้นมาจากบ่อกรด มีชายอีกคนก้าวตามหลังมาพร้อมกับผลักร่างรุ่งริ่งล้มลงกระแทกพื้นดินดังอั้ก

“จะหนีไปหนาย~” ชายคนที่ตามมาพูดอย่างสนุกสนานแล้วใช้เท้าข้างหนึ่งเหยียบแผ่นหลังเอาไว้ไม่ให้หนี
โนวาจ้องมองตาค้างเพราะเขาคือเทพอิกริดไม่ผิดแน่ทั้งใบหน้าที่ยิ้มเยาะทั้งเส้นผมที่เหมือนผู้หญิงไหนบอกว่ายังไม่เกิดไง แต่ชายที่พาเขามาดูอดีตบอกว่ารอก่อน

“ขอบใจอิกริด...เอาละ เกมจบสักทีคืนพลังของข้ามาได้แล้ว!!”

       มีคนอีกคนหนึ่งเดินมาด้านหลังของเทพอิกริด เขามีเส้นผมสีส้มอ่อนแต่โครงหน้าและรูปร่างเหมือนกับจอมเทพเอรีสอย่างกับแกะ เมื่อชายผมส้มยื่นมือไปสัมผัสส่วนหัวของสิ่งที่นอนกองอยู่บนพื้นเสียงเหมือนลูกโป่งถูกปล่อยลมก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องจนร่างที่อนอยู่กับพื้นแห้งเป็นฝุ่นผง

“แค่นี้ไม่เห็นต้องให้ข้ามาลำบากด้วยเลยขอรับ แค่ท่านกระดิกนิ้วทีเดียวก็จับมันได้แล้ว” เทพอิกริดในอดีตถอนหายใจยาว

“เอาน่า...เอ้านี่เวเบอร์ ร่างใหม่”

      ชายผมส้มในอดีตผายมือไปยังข้างตัวของเทพอิกริด ฝุ่นผงในอากาศปลิวมารวมตัวกันเป็นร่างของคนผู้หนึ่งที่โนวาจำได้ติดตาว่าเป็นเวเบอร์ ทำให้โนวายิ่งสงสัยว่าเทพอิกริดอาจเป็นเวเบอร์จริงๆก็ได้

      หมอกควันสีแสดแผ่กลุ่มก้อนออกมาจากร่าของเทพอิกริดเพื่อแทรกซึมเข้าร่างของเวเบอร์ เมื่อมันสิ้นสุดร่างของเทพอิกริดก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น ผมสีทองเปลี่ยนสีอ่อนและยาวขึ้น ดวงตาเปลี่ยนจากสีพระจันทร์เป็นสีฟ้าคราม ร่างของเทพอิกริดเปลี่ยนเป็นร่างของคนที่โนวาจำลักษณะได้ดีที่สุด ผู้กล้าพอล!!

“นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดที่ชี้ให้เห็นว่าเทพอิกริดคือร่างรวมของผู้กล้าพอลและเวเบอร์ผู้ร้ายกาจ หลังจากนี้ท่านคงเดาได้อิกริดถือกำเนิดขึ้นโดยหลอมรวมพลังของทั้งคู่เอาไว้ด้วยกัน

“ผู้กล้าพอลไม่มีปัญหา ด้วยจิตใจเมตตาจึงยอมให้อิกริดควบคุมพลังของเขาได้ทั้งหมด แต่เวเบอร์ที่มีพยศไม่ยอมอ่อนให้อิกริดง่ายๆถึงจะยอมมอบพลังให้แต่วิญญาณส่วนหนึ่งก็ยังอยู่ในร่างของอิกริดอย่างที่ท่านเห็น”

      โนวาคิดว่าที่เขาพูดมีโอกาสถูกสูงมาก บางครั้งเขาเห็นเวเบอร์ออกมาจากร่างของเทพอิกริด ตอนแรกที่เจอกันเทพอิกริดยังใช้ร่างของเวเบอร์ด้วยซ้ำ แต่ทำไมถึงต้องปิดบังกันด้วย เวเบอร์ก็ไม่ได้มีชื่อเสียงทางด้านลบหนำซ้ำยังเป็นลูกศิษย์สายตรงของผู้กล้าพอลและเพทีเฟซิสเสียด้วย

“ท่านคงไม่รู้เรื่องนี้สินะโนวา ใดอดีตเวเบอร์เคยถูกเรียกว่าคนทรยศที่ถูกเฟรเซียตามล่า อิกริดเลย...”

“อย่ามามั่ว!! ข้ากลืนพลังของเวเบอร์ได้แล้วมันก็ต้องเป็นพลังของข้าสิ จะให้ใช้ชื่อเวเบอร์มาอ้างหาอะไร”

      เสียงที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจของเทพอิกริดดังกลบเสียงอื้ออึงในหัวของโนวา หากตอนนี้เขามีสมุดบันทึกอยู่คงจดสิ่งที่เห็นลงไปได้สักสิบหน้าแล้วแน่ๆ ความมืดที่ยิ่งว่าความมืดที่โนวาเคยพบเข้าปกคลุมรอบข้างพวกเขาไว้ ชายในผ้าคลุมเหลียวซ้ายมองขวาเลิ่กลั่กโนวาถึงได้รู้ว่านี่คือพลังของเทพอิกริด

“ข้ารึอุตสาห์ให้ลูกน้องไปถ่วงเวลา ที่ไหนได้” ชายในผ้าคลุมขมวดคิ้ว

“ถ้าจะถ่วงเวลาข้าก็น่าจะหาให้เก่งเท่าตอนนั้นนะ”

      เสียงของเทพอิกริดดังออกมาอีกแต่ยังไม่เห็นตัว ความมืดนี่น่าจะเป็นพลังของพวกปีศาจสิ ไม่น่าใช่พลังของเทพ โนวาคิด

“โนวาท่านดูเถอะ แค่ข้าจะบอกความจริงก็เข้ามาขวางแล้ว อิกริดเป็นจอมโป้ปดขนานแท้เลย”

“ใครกันจอมโป้ปด แต่เท่าที่สายสืบของข้ารายงานผลมาคนที่รู้เรื่องนี้ในเหล่าปีศาจก็มีแค่เจ้าตนเดียวนี่ ปิดปากซะก็คงจบ”

      เทพอิกริดปรากฏตัวออกมาเป็นเงาลางๆในความมืดเหมือนเงาผียิ่งทำให้โนวาเกรงกลัวในอำนาจจนไม่คิดขัดขืนอีก เทพอิกริดจะปิดปากเขาด้วยไหม

“จะปิดปากข้ายังไงอิกริดวิชานี้ของเจ้ามีแต่จุดอ่อน แค่ข้าทำเหมือนมังกรแสงซะเจ้าก็คงไม่พ้นตัวขาดสองท่อนอีกรอบแน่”

      มือที่ยื่นออกมานอกผ้าคลุมสว่างวาบ ชายในผ้าคลุมตวัดมือเหมือนกับมีดกรีดลงบนความมืดตรงหน้าหวังให้เทพอิกริดที่เปลี่ยนร่างเป็นความมืดขาดสะบั้นเป็นสองท่อน แต่สิ่งที่ได้มากลับเป็นความว่างเปล่า ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่เปลวแสงอ่อนๆที่ฝ่ามือ

“หลายร้อยปีที่ผ่านมาข้าไม่ได้นอนอยู่เฉยๆอย่างเจ้านี่ ข้าทำแบบนี้ได้ด้วยนะ”

      เสียงของเทพอิกริดอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกมั่นใจ พริบตาที่เสียงเงียบไปแขนข้างที่ฝ่ามือเปล่งแสงก็หลุดออกจากร่าง มีแค่ความมืดที่ครอบคลุมรอยแผลทั้งสองไว้ ชายในผ้าคลุมตระหนกทันควัน อิกริดเปลี่ยนไปจากเมื่อกว่าสองพันปีก่อนเป็นคนละคน

“หากตัวแทนของจอมเทพเอรีสคือผลึกน้ำแข็งตัวแทนของข้าก็คือความมืด ความมืดที่กลืนได้ทุกสรรพสิ่งไม่ว่าจะเป็นแสงสว่างที่เรียกว่าความหวังหรือความมืดด้วยกันเอง เจ้าคงไม่เคยพบมาก่อนสินะ...ตอนนั้นเจ้าโชคดีที่ลูกข้าร้องขึ้นมาเลยรอดไปได้ แต่ตอนนี้ไม่มีทางเป็นแบบนั้นอีกแล้ว”

      เทพอิกริดเองที่ทำให้โนวารู้ว่าสิ่งที่ได้ฟังเป็นเรื่องจริง เทพอิกริดมีลูกแล้ว ยังมีอะไรอีกไหมที่เทพอิกริดปิดบังมันจากเขา แต่พอลองคิดดูมันก็เล็กน้อยเกินกว่าที่จะให้คนธรรมดาอย่างเขารู้นี่นา แต่เทพอิกริดตามรอยเขามาได้ยังไง ในเมื่อผู้ที่เปิดทางเข้าคือคนในผ้าคลุมไม่ใช่เทพอิกริด รึว่าเป็นความช่วยเหลือของเฟรีอา

“เอาเลยอิกริดหยุดลมหายใจข้าเลยสิ ยังไงเรื่องนั้นก็รู้กันไปทั่วแดนปีศาจแล้ว จะให้ข้าบอกโนวาเสียตอนนี้เลยก็ได้ เหตุผลที่ท่านตามรอยข้ามาได้เร็วขนาดนี้เพราะ...”

      ชายในเสื้อคลุมพูดไม่ถนัดเพราะเทพอิกริดปรากฏตัวออกมาเป็นเงาเลือนรางใช้มือข้างหนึ่งปิดปากของชายในเสื้อคลุมไว้ โนวาคิดว่าผมของเทพอิกริดดูเหมือนพระจันทร์กลางท้องฟ้าที่ไร้ดวงดาว เป็นจุดสังเกตเพียงหนึ่งเดียวที่รู้ว่าเป็นเทพอิกริด

“ขู่กันแบบนี้แสดงว่าเจ้ายังไม่มีหลักฐานพอจะเปิดเผยเรื่องนั้นสินะเลยย้ำความมั่นใจด้วยการบอกกับโนวา คงคิดสิว่าหากเป็นเรื่องจริงข้าคงเต้นเป็นจ้าวเข้าแน่...” เสียงของเทพอิกริดสงบเกินว่าจะล้อเล่นแต่ไม่วายแฝงความสนุกเอาไว้

“พูดเรื่องอะไรกันอยู่หรือขอรับ ข้าไม่เข้าใจ” โนวาฝืนใจถามไปคิดว่าจะได้คำตอบบ่ายเบี่ยงจากเทพอิกริดอีก

“เดี๋ยวข้าจะตอบให้เท่าที่สามารถตอบได้ จะได้ไม่ต้องลำบากคนอื่นเขาอีก”

      เสียงของเทพอิกริดหยุดลงร่างของชายในผ้าคลุมก็ขาดเป็นเสี่ยงๆด้วยความมืดที่เป็นร่างแปลงของเทพอิกริด เมื่อศัตรูตรงหน้าตายแล้วความมืดก็ค่อยๆรวมตัวกันเป็นเทพอิกริดแล้วรอบข้างของทั้งสองก็กลับมาเป็นกระท่อมๆของบ้านเซเลนอีกครั้ง

“นั่งก่อนสิ ข้าจะเล่าให้ฟังเอง” เก้าอี้นั่งลอยมาตั้งด้านหลังของโนวาเขานั่งด้วยดวงตาที่หยุดนิ่งประมวลความคิดและความจำเข้าด้วยกัน

“เรามาเริ่มจากไหนกันดี...”

เทพอิกริดนั่งเหยียดขาลงบนที่นอน มองไปที่ประตูเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครโผล่พรวดเข้ามาเห็นเขานั่งอยู่อย่างสบายอารมณ์

“ข้ากับท่านอิกริด เป็นอะไรกันหรือขอรับ ถ้าเป็นแค่หน้าที่ของท่านทำไมเจ้านั่นถึง...”

“เฮ้ยๆจะถามอะไรให้มันดูลำดับบ้างสิ แทนที่จะถามเรียงหนึ่งไปสิบดันถามเรียงสิบมาหนึ่ง” เทพอิกริดทำหน้าปั้นยาก โนวาแน่ใจว่าไม่ได้คิดไปเองว่าเฟรีอากำลังพยายามกลั้นหัวเราะอยู่บนแขนเสื้อของเขา โนวาอยากถามว่าเฟรีอาหัวเราะใครกันแน่ระหว่างเทพอิกริดหรือว่าเขา

“จะให้ข้าเล่าแทนไหมคะท่านอิกริด ข้าเดาได้หมดแล้วล่ะ” เสียงเจื้อยแจ้วของเฟรีอาทำโนวาแทบสะดุ้ง

“จะเล่าก็ออกมาห้ามอยู่ตรงนั้น” แววตาของเทพอิกริดคมกริบดูไม่ออกว่ามีแผนอะไรอยู่รึเปล่า “ไม่ล่ะค่ะ ข้าไม่อยากเป็นสนมอีกคนของท่าน” เฟรีอาตอบอย่างรวดเร็วทำเอาเทพอิกริดสบถด้วยความเสียดาย

“เจ้าคงได้เห็นแล้วสิ ข้าได้รับพลังของทั้งผู้กล้าพอลและเวเบอร์ อันที่จริงได้ทั้งวิญญาณและพลังนั่นล่ะแต่มีเฉพาะของท่านพอลที่หลอมรวมกับข้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ เหลือเพียงวิญญาณของเวเบอร์เท่านั้นที่ไม่ยอมรวมกับข้าสักทีแต่มันก็มีประโยชน์ตรงที่เวเบอร์สมัยที่ยังมีชีวิตอยู่โด่งดังทั้งในหมู่ปีศาจและเทพ ข้าใช้ชื่อของเขาในการขู่ขวัญได้ชะงัดนักล่ะ”

“เอาเรื่องนี้ก่อนแล้วกัน ท่านอิกริดมีลูกด้วยหรือขอรับ”

      โนวาตัดสินใจลุกไปหยิบสมุดบันทึกคู่ใจและปากกาขนนกออกมา ไหนๆเทพอิกริดก็ให้สัญญาแล้วว่าจะตอบคำถามของเขา คงไม่บ่ายเบี่ยงแถไปนู่นมานี่อีกหรอก โนวาคิด...



Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 23 เม.ย.55 เวลา 19:34:32 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ