hakumen
monstrum

จอมเวทอมตะ ตอนที่ 9


      โนวาค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นบนเตียงในกระท่อม เขาคลำหัวป้อยมองหาเทพอิกริดในร่างของคาร์ลจนทั่ว เขาค่อยๆเดินไปที่ห้องน้ำเพราะได้ยินเสียงน้ำไหล จนเห็นร่างหมาป่าตัวเปียกปอนถูกเซเลนจับฟอกสบู่ทั่วตัว

“คาร์ล” โนวาแสดงความแปลกใจ ไม่สบตาที่แสดงความไม่ชอบใจของเทพอิกริด เขาสาบานได้ว่าครั้งสุดท้ายที่เทพอิกริดทำตาแบบนี้คือตอนที่ภูเขาลูกหนึ่งยุบไปเป็นแถบเพราะพวกเขาถูกน้ำป่าพัดไปติดในถ้ำแล้วหาทางออกไม่ได้

“ข้าเห็นมันตัวเหม็นเลยจับอาบน้ำ เดี๋ยวล้างฟองออกก็เสร็จแล้ว” เซเลนร้อง นางไม่นึกอายบ้างรึไงทั้งที่ถกกระโปรงขึ้นถึงขาอ่อนแล้วแท้ๆ เขาคิด

      ตัวของเทพอิกริดแฟบเล็กลงถนัดใจ ขนแข็งๆลีบแนบกับผิวหนัง เซเลนพยายามเช็ดตัวด้วยผ้าขี้ริ้วสีหม่นและทำได้อย่างง่ายดายเพราะหมาน้อยที่เพิ่งจับอาบน้ำไประดมเลียใบหน้าและลำคอนางอย่างรวดเร็ว นางคงนึกว่ามันคงดีใจที่ได้อาบน้ำเสียที

“ลามก” โนวาขยับปากเดินไปนั่งเงียบที่เก้าอี้เพราะแววตาขุ่นเขียวของเทพอิกริดมองตรงมาทางเขาอีกครั้ง

“เดี๋ยวจะมาเอาตะกร้าคืน ขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวเดียว…คาร์ล!” เซเลนร้อง เทพอิกริดนึกทะลึ่งมุดเข้าไปอยู่ในกระโปรงที่แทบจะแนบกับต้นขา โนวามองด้วยสายตาตำหนิทันทีที่เซเลนเอามันออกมาได้

“ซนจริง” เซเลนนั่งยองๆดุแล้วตีปากของเทพอิกริดเบาๆ และเทพอิกริดก็ตอบแทนด้วยการเลียปากและแก้มของนางสองสามครั้ง โนวาคิดว่าถ้าเทพอิกริดอยู่ในร่างคนคงเหมือนคู่สามีภรรยาที่เพิ่งแต่งงานแน่

“ไม่กลัวข้าไปเรียนเรื่องนี้ต่อท่านเอรีสหรือขอรับ” โนวามุ่ยหน้ามองผัดผักที่เซเลนเอามาให้ตาเขม็ง ส่วนตัวของเซเลนนั้นรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะกลัวเป็นหวัด

“นิดๆหน่อยๆไม่เป็นไรหรอก ข้าไม่ได้อาบน้ำพร้อมกับสาวๆมาหลายร้อยปีแล้ว ตั้งแต่เดินทางกับเจ้า…แล้วเป็นไงบ้าง ไปดูอดีตของเวเบอร์มาแล้ว” เทพอิกริดเลียเท้าหน้าตัวเองอย่างใจเย็น

“นี่ท่านไปเลียหน้าเลียตาสาวๆในขณะที่ข้าต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวหรือขอรับ เป็นความกรุณาสุดแสนเลยขอรับ”

“หยุดคิดแบบนั้นโนวาเดี๋ยวคำสาปของท่านเอรีสก็ทำงานอีกหรอก ที่จริงข้าคิดพานางสนมเดินทางด้วยสักสองสามคนเผื่อเหงา เห็นแก่เจ้าเลยไม่พามา” เทพอิกริดยอมรับแบบไม่ปิดบัง

“ท่านอิกริดลามก ผิดกับท่านพอลและเวเบอร์ลิบเลย” เสียงเฟรีอาสนับสนุนโนวาทำให้เทพอิกริดหลับตานิ่งราวกับรู้สึกเจ็บปวดจากคำพูดของเฟรีอา

“ในยุคนั้น ท่านพอลคือมนุษย์ผู้ใกล้เคียงเทพมากที่สุด ส่วนเวเบอร์...” เทพอิกริดกระแอม “คือมนุษย์ที่ใกล้เคียงกับจอมเทพเอรีสมากที่สุด ย่อมสมบูรณ์แบบกว่าข้าฟ้ากับเหวอยู่แล้ว”

“เหมือนท่านเอรีส แม้แต่ท่านพอลหรอขอรับ แล้วท่านล่ะ”

“จะว่าไปสองคนนั้นเหมือนฝาแฝดทางวิญญาณเลยล่ะ เพียงแค่โดยรวมยังด้อยกว่าท่านพอลเท่านั้น ส่วนข้า…เกิดคนละยุคกับเวเบอร์ ไม่นับ” โนวานิ่วหน้า นี่ละการตอบแบบขอไปทีของเทพอิกริด

      โนวามีคำถามมากมายอยากถามเทพอิกริดเกี่ยวกับไลล่า ทำไมนางถึงมาอยู่ในบ้านพักตระกูลเวทได้ ทำไมเวเบอร์ไม่แย่งชิงนางมาไว้ครอบครองด้วยกำลัง ทำไมเทพอิกริดถึงเปลี่ยนร่างเป็นไบรอันเมื่อเจอเขาครั้งแรก

      แต่พอโนวานึกภาพใบหน้าที่งดงามของนางได้เท่านั้นร่างของเขาก็แข็งเกร็งด้วยความเจ็บปวด หัวปวดไปทั่วราวกับมีภูเขาที่ใกล้ระเบิดอยู่แทนที่สมอง ดวงตาพร่ามัวมองเห็นภาพความเจ็บปวดที่ฝังอยู่ในจิตใจของเขา โนวาล้มลงไปนอนกองอยู่กับพื้นงอตัวด้วยความเจ็บปวดสุดแสน ขาทั้งสี่ข้างของเทพอิกริดมีรอยกรีดผุดขึ้นพร้อมกับเลือดกองใหญ่ไหลออกมาราวกับตาน้ำ แล้วโนวาก็สลบไปด้วยคามเจ็บปวดที่ชาไม่เคยชินกับมันสักที...


      โนวารู้สึกตัวอีกครั้งก็พบว่าตนนอนอยู่บนเตียง เก้าอี้ข้างตัวมีถังน้ำเย็นและผ้าเช็ดหน้าโทรมๆผืนหนึ่งวางพาดไว้ โต๊ะกลางกระท่อมมีเงาตะคุ่มของใครบางคนนั่งหลับอยู่ เขาเพ่งมองโดยใช้แสงจันทร์จากทางหน้าต่างจึงรู้ว่าเป็นเซเลน นางคิดอะไรกันแน่มานอนอยู่ตรงนั้นดึกๆดื่นๆ

“เฟรีอา เฟรีอา...” โนวากระซิบกับผ้าพันแขน

“อาราย...” เสียงของคนที่ถูกปลุกดังออกมาเบาๆตามประสา

“ช่วยเอาเซเลนมานอนบนเตียงที เดี๋ยวข้าจะลงไปนอนกับเทพอิกริด”

“...ได้”

      เฟรีอาจัดการให้เขาอย่างรวดเร็ว ร่างของเซเลนลอยผ่านหัวของโนวาเพื่อจะลงไปนอนบนเตียงอย่างแผ่วเบา โนวาดึงผ้าห่มให้ปิดถึงหน้าอกแล้วนั่งพิงกำแพงด้านหนึ่งหลับข้างกับเทพอิกริดที่ขนฟูนุ่มน่ากอด สิ่งเดียวที่เขาต้องการหลังจากผจญกับคำสาปของจอมเทพเอรีสคือ‘การพักผ่อน’…

      เขาตื่นขึ้นอีกทีเซเลนและถังน้ำก็หายไปจากกระท่อม ร่างของเขาและเทพอิกริดถูกคลุมด้วยผ้าห่มผืนใหม่ที่ไม่มีคราบเลือด เซเลนคงตื่นแล้วและเอาผ้าให้เขาห่มแทน

“ตื่นแล้วหรอ เมื่อคืนเป็นอะไรพอกลับมาเอาตะกร้าก็เห็นท่านลงไปนอนบนพื้นแล้ว” เซเลนเปิดประตูกระท่อมเข้ามาด้วยรอยยิ้ม และสีหน้าห่วงใยที่ไม่ปิดบัง ในมือถือตะกร้าใบเก่ามาด้วย

“โรคประจำตัวน่ะ” โนวาโยนผ้าห่มกลับไปบนที่นอน เทพอิกริดงับหน้าแข้งเขาเบาๆเพราะอยากนอนห่มผ้าต่อ มือบอบบางยื่นมาแตะหน้าผากเขาเบาๆแล้วดึงกลับ

“วันนี้ข้าเอาซุบอ่อนมาให้ กินแล้วนอนซะ ข้าทำงานแทนท่านวันนึงก็ได้”

“ไม่ต้อง ข้าหายดีแล้วแต่ขอกินก่อนแล้วกัน...อ้อ คราวหน้าไม่ต้องถึงกับมาเฝ้าไข้ข้าก็ได้นะ ข้าไม่ตายง่ายๆหรอก”

โนวาหยิบถ้วยใส่ซุปขึ้นมาซดรวดเดียวหมดแล้วบรรจงหย่อนถ้วยกระเบื้องลงไปในตะกร้าสานของเซเลนอีกครั้ง เทพอิกริดถอนหายใจยาว ก็น่าอยู่หรอกโนวายังไม่ได้ดินอะไรตั้งแต่เมื่อวานนี้

“ข้าโดนท่านพ่อว่าด้วย ถ้าท่านโผล่ไปบอกว่าไม่เป็นอะไรเลยข้าก็เสียชื่อน่ะสิข้าถึงกับมานอนที่นี่เลยนะ” เซเลนนิ่วหน้า ไม่ใช่ความผิดของโนวาเลยสักนิดที่นางมาเฝ้าไข้เขายันสว่าง

“บังเอิญนางมาพบก่อนข้าส่งท่านขึ้นเตียง เลยคิดว่าท่านป่วยหนัก” เสียงกระซิบสำนึกผิดของเฟรีอาแว่วเข้ามา

“ก็ได้ข้าจะยอมทำตัวเป็นคนป่วยสักวัน เดี๋ยวจะทำงานเพิ่มให้อีกหน่อยด้วย” โนวาพูดเสียงอ่อยกระโดดขึ้นไปนอนบนที่นอนทำให้ฝุ่นที่ติดตามที่นอนฟุ้งออกมา

“เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าไปเดินตลาดด้วยกันไหม ท่านจะได้ไปเที่ยวด้วยไง”

“ตอนนี้ข้าควรรับบทคนป่วยไม่ใช่หรอ แล้วพรุ่งนี้ข้าต้องขายขอแทนวันนี้ที่ไปไม่ได้...”

“ถือว่าข้าทำแทนสิ” ประกายตาของเซเลนทำให้โนวาคิดถึงเทพอิกริดตอนคิดเรื่องสนุกออก และนั่นทำให้เขารู้สึกอ่อนใจโดยหาสาเหตุไม่ได้

“ตอนแรกข้าคิดว่า...จะไปดีดพิณหาเงินสักหน่อย คงไปกับเจ้าไม่ได้หรอก” โชคดีที่โนวานึกขึ้นมาได้ว่าบอกกับทุกคนว่าเขาเป็นวนิพก

“ดีสิ ข้าไม่เคยเห็นวนิพกเข้ามาหาเงินในเมืองมานานแล้ว ข้าร้องเพลงได้นะถึงจะทำอย่างไซเรนไม่ได้ก็เถอะ”

      เซเลนหัวเราะเดินออกจากกระท่อมทิ้งความลำบากใจให้กับโนวา ลองมีนางติดสอนห้อยตามคำสาปของจอมเทพเอรีสคงได้สำแดงฤทธิ์อีกสักรอบสองรอบเพราะนางหน้าเหมือนไลล่าอย่างกับแกะ โนวาจะลุกไปปิดประตูแต่ลืมไปว่าเขาต้องเล่นบทคนป่วยที่ต้องนอนอยู่เฉยๆ

“เมื่อคืนนึกยังไงลงมานอนเล่นกับข้าล่ะ” เทพอิกริดเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ ประตูกระท่อมค่อยๆปิดเองอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้ใครมองเห็น

“ทำไมเมื่อวานคำสาปถึงทำงานได้ล่ะขอรับท่านอิกริด ในเมื่อ...” โนวาสาบานได้เลยว่าเขาไม่นึกชอบไลล่าแม้แต่น้อย ยังไงเขาก็รักโซล่าของเขาอยู่ดี

“บางครั้งความรักก็ก่อตัวโดยที่ไม่รู้สึก ยังไงก็นึกถึงแต่หน้าของโซล่าไว้แล้วกัน ถึงจะกลายเป็นวิญญาณไปแล้วก็เถอะ”

      คำพูดที่สบายใจของเทพอิกริดทำให้โนวารู้สึกดีได้แค่นิดเดียว แต่เขาอดถามเทพอิกริดไม่ได้ว่าทำไมเวเบอร์ถึงไม่ใช้กำลังชิงตัวนางมา เทพอิกริดจึงตอบไปว่า “ก็เพราะไลล่าเก่งกว่าเวเบอร์น่ะสิ เรื่องขืนใจน่ะง่ายแต่ถ้านางสวนกลับล่ะยุ่งแน่”

“แต่พอข้าได้ไปดูอดีตมาถึงได้เอะใจขอรับ ไม่ได้มีแต่เวเบอร์เท่านั้นที่เหมือนกับท่านอิกริด ข้ายังเหมือนกับท่านอิกริดด้วยอีกคน”

“ข้าเหมือนกับเวเบอร์ต่างหาก” เทพอิกริดนั่งไขว่ห้างบนโต๊ะกลางห้องอย่างสบายอารมณ์

“แถมท่านยังดีต่อข้ามาก ให้อาวุธ ชี้นำให้ข้าเดินได้อย่างถูกต้อง แถมยังลงมาเดินทางกับข้าเสียอีก...ข้าบอกเลยดีกว่า ข้าคิดว่า”

“คิดว่าข้าคือพ่อแท้ๆของเจ้างั้นหรอ” เทพอิกริดตาลุกวาวพยายามไม่ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา “ข้าให้อาวุธเจ้าเพราะสงสารต่างหาก ที่ชี้นำทางเพราะเจ้าตอนนี้เป็นกำลังรบสำคัญ และที่ข้าลงมาเดินทางด้วยเพราะคำสั่งของท่านเอรีสเจ้าลืมไปรึไง”

“ถึงข้าจะมีสนมร่วม 20 คนแต่ยังไม่มีชายากับลูกหรอก มีลูกอ่อนเพลียมีเมียอ่อนใจสู้มีสนมไม่ได้เปลี่ยนห้องทุกคืน” เทพอิกริดเสริม

“แต่ไม่มีโอกาสบ้างหรือขอรับที่...”

“ข้ายังไม่เคยบอกเจ้าเรื่องนี้สินะ นางสนมของข้านอกจากนางมนุษย์แล้วยังมีพวกแดนเทพที่มีสายเลือดของเทพ เอลฟ์ มังกรครึ่งมนุษย์ ภูตพราย นางเงือก ยังขาดนางไม้อยู่ เฟรีอาข้ารอเจ้าเสมอนะ” เทพอิกริดทำเสียงเหมือนเด็กที่อยากได้ของเล่นชิ้นที่ยังขาด

“ไม่ค่ะท่านอิกริด” เฟรีอาตอบอย่างรวดเร็ว โนวาเพิ่งรู้ว่าเทพอิกริดเป็นคนเจ้าชู้พอตัว

“อย่างหลังๆข้าเข้าใจว่าไม่สามารถมีลูกกับเทพอย่างท่านได้ แต่มนุษย์กับพวกแดนเทพ...”

“พวกเทพอย่างข้ามียาวิเศษอยู่ เพียงกินแค่แก้วเดียวก็ถ่ายเลือดและโรคที่เกิดจากการเสพสังวาสได้ทั้งหมด ข้าไม่อยากมีห่วงเลยให้พวกนางกินทุกครั้งหลังจากเสร็จธุระ” เทพอิกริดแก้ตัว “ข้าไม่ใช่ท่านเอรีสนี่ ไหนๆมีชายากับเขาแล้วก็ต้องมีลูก”

“ท่านเอรีสมีลูกด้วยหรือขอรับ” โนวายกเสียงถาม ตามตำนานจอมเทพเอรีสมีแค่ชายาแต่ไม่มีลูก

“มีสองคน คนโตเป็นชายคนเล็กเป็นหญิง คนโตดีหน่อยเป็นผู้ใหญ่เกินตัวแต่คนเล็กนี่สิ ทั้งหน้าตาและนิสัยลอกแบบมาจากท่านเอรีสทุกกระเบียดนิ้ว พูดแล้วยังหนาวสันหลังอยู่เลย เจ้ารู้รึเปล่าว่าท่านเอรีสลงโทษคนที่ขาดประชุมเกิน 3 ครั้งด้วยการใช้ให้เลี้ยงลูกของท่านเป็นเวลา 30 ปี...ข้าเคยโดนตั้งสามรอบแทบรากเลือด”

“30 ปี แล้วลูกของท่านเอรีสไม่โตหรอขอรับ”

“ลูกของท่านเอรีสสองคนได้รับสายเลือดเทพมังกรจากท่านไวน์แม่ของพวกเขา อายุเลยเพิ่ม 1 ปีอายุต่อ 100 ปีเวลา ตอนนี้ยังไม่ถึง 15 ปีอายุ เลยด้วยซ้ำกำลังซนอีกต่างหาก” เทพอิกริดพูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมโดยไร้เหตุผล...


วันนั้นทั้งวันโนวานอนอยู่แค่บนเตียงและบันทึกทุกอย่างที่เขาเห็นมา ตอนกลางวันเฮเลนพี่สาวฝาแฝดของเซเลนเอาผักต้มเปื่อยๆมาให้พร้อมดอกไม้เยี่ยมไข้จากอาร์คพ่อของเซเลนและเฮเลน
โนวาถึงเพิ่งสังเกตว่าสองคนนี้เป็นฝาแฝดกันก็จริงแต่เฉพาะเซเลนเท่านั้นที่ให้ความรู้สึกเหมือนไลล่า เทพอิกริดบอกว่าเฮเลนกระโดกกระเดกไปนิดเลยรู้สึกว่าไม่เหมือนกัน...


      วันรุ่งขึ้นโนวาและเทพอิกริดในร่างของคาร์ลรีบไปที่น้ำพุกลางเมืองเพื่อเล่นเพลงหาเงินเพราะไม่ต้องการให้เซเลนตามไปด้วย แต่โนวาคิดผิดอย่างแรง เซเลนออกมาหาซื้อกับข้าวแล้วเจอเขาพอดีจึงขอกลับพร้อมกัน

      ผู้คนในตลาดส่วนใหญ่พากันสนใจเขาทั้งคู่ เป็นภาพที่งดงามเข้ากับรูปปั้นสีทองหม่นเบื้องหลัง ชายหนุ่มนั่งไขว่ห้างริมขอบบ่อปลายนิ้วทั้งห้าสัมผัสสายโลหะของพิณเพียงน้อยพอให้เกิดเสียงเพลงอันไพเราะ สายงามผมยาวนั่งฟังอยู่ใกล้ๆมีตะกร้าที่เต็มไปด้วยเนื้อและผักวางอยู่บนตัด ที่พื้นเบื้องหน้าทั้งคู่มีเสื้อคลุมเก่าคร่ำคร่าของโนวาวางรอรับเศษเหรียญ ส่วนคาร์ลนั้นนั่งหลับอยู่แทบเท้าของโนวาราวกับทาสผู้ซื้อสัตย์

      เสียงของพิณเทพไม่ว่าจะเป็นยามต่อสู้ ยามที่เรียกใช้วิหค หรือยามดีดเวลาว่างก็ให้เสียงที่ไพเราะไม่ต่างกับขลุ่ยเทพที่เทพไวน์สร้าง ผู้คนต่างลุ่มหลงไปกับบทเพลงของโนวาที่มีมนต์ประหลาดแฝงอยู่ ชายคนหนึ่งทำเหยือกใส่น้ำยาหกทำให้เสียเงินค่าเหยือกตวงน้ำยาของร้านด้วย แม้แต่เซเลนก็หลับตาพริ้มอย่างเคลิบเคลิ้มไม่รู้ตัวยว่าทำตะกร้าใส่ของหกกระแทกเท้าตัวเอง...


“เพราะที่สุดที่ข้าเคยฟังมาเลย ว่างๆไปดีดให้ท่านพ่อกับพี่เฮเลนฟังมั่งสิ” เซเลนเดินกระเผลกเล็กน้อยเพราะเจ็บเท้า โนวาได้เงินมาเกือบร้อยเหรียญจากการแสดงเพียงครั้งเดียวทำให้เซเลนทึ่งจนชมไม่หยุดปาก

“ไว้ว่างๆแล้วกัน” โนวาพูดเนือยๆ ถ้าโซล่ามาฟังด้วยจะชมเขาอย่างนี้บ้างไหมนะ

      อาร์คเจ้าของบ้านได้ฟังคำชมเกี่ยวกับโนวาจากลูกสาวคนเล็กจึงชวนไปทานข้าวเย็นด้วยเพื่อเกี่ยวกับการเดินทางที่อยากถามตั้งแต่เจอครั้งแรก เดวิดรู้สึกสงสารโนวาเล็กน้อยเมื่อเขาบอกว่าคนรักของเขาตายเพราะสงครามและผ้าสีแดงที่พันแขนซ้ายของเขาคือตัวแทนของนาง

“แต่ข้าว่าท่านอยู่ห่างเซเลนไว้หน่อยดีกว่านะ ข้าเคยโดนแล้วตอนที่พยายามจีบเฮเลน” เดวิดแอบกระซิบกับโนวา เท่าที่เขาดูเดวิดไม่น่าเป็นคนที่จะรวบเอาเป็นคนรักทั้งพี่ทั้งน้อง โนวาไม่อยากบอกเลยว่าสาเหตุนั้นแหละที่ทำให้เขาต้องเปลี่ยนผ้าห่มผืนใหม่ ผืนเก่าถึงเซเลนจะซักเลือดออกไปบ้างแล้วแต่ยังไม่หมดกลิ่นเลยตั้องทิ้ง

      โนวาเห็นสิ่งที่เดวิดกลัวได้ทันทีที่กลับกระท่อมเพื่อเอาพิณเทพ พิณรูปสามเหลี่ยมสีเงินนอนอยู่บนพื้นเกยทับสิ่งที่น่าจะเป็นมือของซากศพแห้งกรังที่น่าจะมีอายุกว่าพันปี ในมืออีกข้างของผู้โชคร้ายไม่รู้จักอันตรายของพิณเทพมีมีดอยู่เล่มหนึ่ง โนวาคิดว่าเขาที่นอนตายอยู่คงแอบมาตัดสายพิณแต่คงเผลอดีดสายจึงโดนดูดพลังชีวิตจนกลายเป็นซากศพแห้งกรังราวกับมัมมี่

      เซเลนกรีดร้องทำให้เดวิดและเฮเลนกระโดดเข้ามาดูด้วย ส่วนเทพอิกริดในร่างของคาร์ลนั้นนอนไม่รู้ไม่ชี้เหมือนเป็นเรื่องปกติวิสัย

“เดี๋ยวข้าเอง“ โนวาตัดสินใจเดินไปหยิบพิณเทพก่อนที่จะมีใครหลงดีดมันอีก จะว่าไปยังคลุมเครืออยู่ว่าอะไรกันแน่ที่เป็นคนฆ่าชายคนนี้ พิณเทพ หรือเทพอิกริด

“จะให้ข้าช่วยเขาไหม ยังไงพลังชีวิตของเขาก็อยู่ในพิณเทพ ข้าช่วยเอามันออกมาได้นะ” เฟรีอาเสนอ โนวากระแอมให้นางเงียบเสีย ถ้าเทพอิกริดไม่ยอมให้ตายคงไม่ตายแน่

      เดวิดพิจารณาชุดและรูปหน้าของศพ เฮเลนคิดว่าเป็นนักเลงที่ทนเห็นคนมาเกาะแกะเซเลนไม่ได้เลยมาตัดสายพิณทิ้ง สิ่งที่ทั้งสามคนรวมเซเลนคิดก็คือ ‘อะไรที่ทำให้เขาตาย’

“ข้าเคยเจอแบบนี้มาก่อน” โนวาตัดสินใจเค้นสมองสร้างเรื่องขึ้น “ใช่แล้วไอพิษแห่งมิราจ ปีศาจหมอกควันที่ถ้าใครสัมผัสจะกลายเป็นซากแห้งกรังแบบนี้...มันคงโผล่มาพอดีน่ะเดี๋ยวข้าจะตรวจรอบๆเผื่อมันยังอยู่” โนวารีบเอาพิณมัดไว้ที่เชือกห้อยคอก่อนออกเดินสำรวจ ถ้าพิณอยู่กับตัวเขาย่อมไม่มีใครกลางยุ่งกับมันแน่

      ทั้งสามยังอุตสาห์เชื่อเรื่องที่โนวาแต่งขึ้น เดวิดถึงกับสาบานกับเฮเลนว่าจะไม่ปล่อยปีศาจหมอกของโนวามาทำอะไรนางกับน้องสาวเป็นอันขาด โนวาต้องใช้เวลาไม่น้อยเพื่อกล่อมให้ทั้งสามกลับไปหาบิดา ส่วนซากศพแห้งนั่นค่อยเอาไปกลบฝังตอนสว่าง โนวาเอาไปซุกกับกองฟืนหลังกระท่อมเพื่อไม่ให้ใครมาเห็นเข้า

“ฝีมือของอะไรขอรับท่านอิกริด พิณเทพ หรือว่าท่าน” โนวาปิดประตูกระท่อม เทพอิกริดเปลี่ยนร่างเป็นคนด้วยสีหน้าผ่อนคลายและเรียกให้เฟรีอาแสดงตัวบ้าง โนวาอยากเห็นเทพอิกริดตอนเกี้ยวสาวเหมือนกันแต่เฟรีอายืนยันหนักแน่นว่าไม่ออกไป

“ให้เฟรีอาแสดงตัวก่อนสิข้าถึงจะบอก ห้ามหนีด้วย”

“ถ้างั้นคงเป็นฝีมือของท่านอิกริด แค่สัมผัสคงไม่ทำให้ตาย”

“เจ้านั่นมันใช้มีดกรีดลงบนสายน่ะ ไม่ต่างอะไรกับใช้นิ้วมือดีดนักหรอก ครั้งแรกไม่ขาดมันเลยตะบี้ตะบันสีทีละเส้น ทีนี้ล่ะเป็นเรื่องดูดพลังชีวิตแบบรวดเดียวหมดเลย”

      เทพอิกริดตอบแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาวดึงพิณเทพออกจากมือของโนวาแล้วลองดีดบ้าง อาจจริงอย่างที่เทพอิกริดพูด พิณเล่มนี้สร้างโดยจอมเทพเอรีสคงไม่ถูกทำลายง่ายนักหรอก

“ไม่คิดเป็นของข้าจริงหรอเฟรีอา วังหลังข้าไม่เคยเงียบเหงา”

“ถ้าเจ้านั่นพยายามทำลายพิณเทพแล้วทำไมท่านถึงไม่ช่วยเขาล่ะคะท่านอิกริด”

“เจ้าได้ยินเสียงฟ้าร้องรึเปล่าโนวา” เทพอิกริดทำเสียงต่ำ โนวาพยักหน้าเขายังคิดอยู่เลยว่าฝนคงตกแน่ “นั่นล่ะ ข้าเสกสายฟ้าเป็นรูปงูลอยเข้ามาในกระท่อมเฉียดตัวมันไปนิดเดียว ถ้าหนีไปเสียแต่ตอนนั้นคงไม่ถูกดูดพลังชีวิตจนตาย”

“แล้วทำไม...”

“ข้าพุ่งกระแทกและกัดเขาแล้วแต่ยังรั้นทำต่อ ไล่แล้วเตือนแล้วแต่ยังไม่เชื่อเลยปล่อยให้ตายจนเจ้าเข้ามาเนี่ยล่ะ...”

      โนวาบอกได้คำเดียวว่าภาพลักษณ์ของเทพอิกริดตอนนี้ผิดกับที่เขาวาดภาพไว้อย่างสิ้นเชิง ตอนแรกนั้นเขาคิดว่าคงสง่างามน่าเกรงขามเอาจริงเอาจังเป็นสุภาพบุรุษ ที่ไหนได้ชอบทำเป็นเล่น เจ้าชูยักษ์แถมยังเอาแต่ใจตัวเองเป็นเด็กอีกต่างหาก...


Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 22 เม.ย.55 เวลา 08:30:36 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ