hakumen
monstrum

จอมเวทอมตะ ตอนที่ 8



“กรี๊ดด!”

เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของเซเลนปลุกโนวาให้ตื่นจากการหลับใหล เขาพบสาเหตุที่ทำให้นางกรีดร้องได้ทันที ผ้าห่มสีขาวขุ่นเต็มไปด้วยคราบเลือดและรอยมีด เมื่อคืนเขาลืมเปิดประตูกระท่อมทิ้งไว้เลยมีคนเข้ามาด้วยเจตนาร้าย

เขารำคาญที่มีคนเข้ามาลอบฆ่าเมื่อตอนกลับมาเลยหลับไปทั้งอย่างนั้น ไม่เข้าใจเทพอิกริดว่าเหตุใดจึงไม่สังหารหรือขัดขวางพวกที่แอบเข้ามาเมื่อคืน ถึงเขาจะเป็นอมตะแต่ก็อารมณ์เสียเวลาที่โดนแทงเหมือนกัน

“เมื่อคืนข้าลองเล่นอะไรนิดหน่อยน่ะ ส่วนนี่ก็...เลือดกวาง เลือดกวางที่ข้าจะสาดออกไปนอกหน้าต่างแต่มันไม่ออกไป ข้าไม่มีผ้าห่มเปลี่ยนเลยต้องนอนทั้งอย่างนี้” โนวาปดอย่างรวดเร็วไม่ละอายต่อเทพอิกริดที่มองเขาด้วยสายตาคมกริบ

      เซเลนยืนยันว่านางจะเอาผ้าห่มไปซักแล้วซ่อมให้ และขอให้โนวาไปช่วยเดวิดทดสอบความแข็งแรงของดาบหลังอาหารเช้า

“เอ้า เมื่อคืนลูกค้าเอามีดมาคืนร่วมสิบเล่มแน่ะ” โนวาชี้ให้นางดูกองมีดสั้นที่วางกองอยู่บนพื้นข้างเตียง ผู้บุกรุกเมื่อคืนคงกลัวว่าจะมีใครจับได้จึงรีบหนีแล้วทิ้งอาวุธเอาไว้ เซเลนทำปากยื่นเมื่อลองหยิบมาดูเล่มสองเล่ม

“เดี๋ยวให้เดวิดมาเก็บแล้วกัน ถ้าไม่ว่างก็ไม่ต้องไปก็ได้นะ เดวิดชอบเล่นแรงๆกับคนที่มาช่วยซะเรื่อย”

“แค่ทดสอบความแข็งแรงของดาบทำไมต้องกลัวว่าจะเล่นแรงด้วย” โนวาพิจารณาอาหารเช้าในจานแล้วเหล่มองเทพอิกริดในร่างหมาป่ากำลังแทะกระดูกชิ้นใหม่อย่างสนุกปาก

“แองกัสบอกว่าวิธีตรวจดูความแข็งแรงของดาบที่ดีที่สุดคือลองใช้จริง ถ้าท่านใช้ดาบไม่เป็นก็ไม่ต้องก็ได้เพราะปกติพี่เฮเลนมาช่วยตลอด แค่เห็นว่างานนี้ควรให้ผู้ชายทำมากกว่า” เซเลนออกไปจากกระท่อมพร้อมกับผ้าห่มด้วยความเร็วเหลือเชื่อ

“...เดี๋ยวข้าไปปฏิเสธนะขอรับ” โนวาเดินไปปิดประตูกระท่อมเพื่อเปลี่ยนเสื้อที่ชุ่มเลือด เรื่องอะไรต้องไปสู้กับมนุษย์ธรรมดาให้เสียเวลาเปล่า ศัตรูหนึ่งเดียวของเขาคือมังกรแสงต่างหาก

“ไม่ได้โนวา เจ้าจะแพ้มนุษย์หน้าไหนข้าไม่ว่า แค่เจ้าหัวเหลืองนั่นเท่านั้นที่เจ้าห้ามหนีห้ามแพ้เด็ดขาด...ข้าสาบานได้เลยว่าจะเลาะกระดูกซี่โครงเจ้ามาเคี้ยวเล่นแทนกระดูกชิ้นนี้ถ้าเจ้าแพ้กลับมา” เทพอิกริดพูดเสียงเหี้ยมเกรียมแล้วกัดกระดูกต้นขาหมูขาดเป็นสองส่วนในครั้งเดียว โนวาถอนหายใจยาวเยียดแล้วลงมือทานข้าวเช้า แค่การทดสอบดาบคงไม่ต้องใช้พิณเทพหรอกเขาคิด...

“เวย์นทางนี้”

      เดวิดชายผมสีเหลืองดวงตาสีมรกตทักอย่างร่าเริง เขารีบปล่อยเฮเลนออกจากอ้อมแขนทันทีเมื่อเซเลนมองทั้งคู่ด้วยสายตาขุ่นเขียว “ทำไมไม่ไปจู๋จี๋กันในห้องซะเลยนะ” เซเลนบ่น นางโยนปลายผ้าห่มด้านหนึ่งพาดท่อนไม้ที่วางบนไม้ง่ามสองอัน ผ้าห่มยังมีสีแดงจางๆอยู่นางคงพยายามเอาคราบเลือดออกถึงที่สุดแล้ว

“ขอโทษทีที่ให้ท่านต้องลำบาก เฮเลนเขาอยากพักบ้างน่ะ” เดวิดสวมเสื้อแขนสั้นโชว์รอยแผลและรอยไหม้ที่ข้อมือ เซเลนบอกว่าเดวิดมาเรียนตีดาบกับแองกัสเพื่อนของพ่อนางจึงไม่แปลกที่จะมีรอยแผลอยู่ที่มือ

“ไม่เป็นไรช่วงเช้าข้าว่างอยู่ ลองหมดนี่เลยหรอ” โนวาขมวดคิ้วกองดาบที่วางสุมกันบนพื้นดินไม่น่าต่ำกว่ายี่สิบเล่ม มีทั้งแบบมีดสั้นและดาบยาวประเภทต่างๆ

“ถ้าเล่นกันแบบแรงๆก็ไม่นานหรอก แค่ทดสอบว่าฟันกับดาบเล่มอื่นแรงๆแล้วมันจะบิ่นหรือหักไหมเพราะข้าลองผสมเหล็กเอง...ไม่ต้องห่วงข้าไม่ทำเจ้าเป็นแผลหรอก”

      เดวิดพูดแล้วหยิบดาบที่พื้นขึ้นมาสองเล่ม เขาส่งให้โนวาเล่มหนึ่งแล้วบอกเฮเลนให้ถอยไปอีกหน่อย โนวาเพิ่งสังเกตว่าด้ามดาบมีหมายเลขสลักอยู่แต่ละหมายเลขคงผสมเหล็กด้วยสัดส่วนจำเพาะของมันเอง

      การทดสอบดาบของทั้งคู่มีเพียงเดวิดเท่านั้นที่รู้สึกสนุก ไม่ว่าเขาจะทำยังไงก็เข้าถึงตัวโนวาไม่ได้ พอเข้าถึงตัวดาบในมือใครสักคนต้องบิ่นและกะเทาะจนต้องหยุดเพื่อโยนดาบลงในกองที่ใช้ไม่ได้แล้วเปลี่ยนเล่มใหม่ หรือไม่แองกัสที่มานั่งดูด้วยก็บอกให้พอได้แล้ว เซเลนที่นั่งดูยิ้มแห้งๆไม่เชื่อว่าโนวาจะเก่งถึงขนาดนี้

“นี่เจ้าเป็นวนิพกธรรมดาแน่หรอ” เดวิดโยนมีดส้นเล่มหนึ่งให้โนวาแล้วจับมีดสั้นอีกเล่มที่มือของตัวเองให้กระชับพร้อมกับพุ่งเข้าโจมตีอีกครั้ง...

      การทดสอบดาบของเดวิดเป็นที่น่าพอใจ แองกัสชายวัยกลางคนผมหงอกขาวผอมเกร็งสั่งให้เดวิดเก็บดาบกว่าครึ่งที่ใช้ได้เป็นตัวอย่างการผสมและเอาส่วนที่หักหรือบิ่นไปหลอมใหม่

      ตกบ่ายโนวาก็ทำงานขายของต่อ มีลูกค้าอยู่หลายรายที่วิ่งออกจากร้านทันทีที่เห็นหน้าเขา “สงสัยกินอะไรผิดสำแดงมา” เซเลนบ่นอุบเพราะมันทำให้ยอดขายลดลง แต่โนวาเชื่อแน่ว่าถ้าพวกนั้นต้องเป็นคนที่พยายามฆ่าเขาแน่...

“ไบรอัน” ชื่อนี้เปล่งออกจากปากของโนวาตอนเห็นเดวิดที่อยู่ในเสื้อคลุมอาบน้ำเอาชาและขนมปังมาให้

“ข้าเดวิดนะ...รึเพราะข้าสวมเสื้อคลุมอาบน้ำนี่เลยทำให้เจ้าจำผิด” เดวิดรีบเดินกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที โนวาคิดว่าเสื้อคลุมอาบน้ำของเดวิดเหมือนกับเสื้อคลุมของนักเวทสมัยก่อนเพียงแค่เสื้อคลุมจะดูหรูหราและเรียบร้อยกว่า

“เฟรีอา เจ้านึกอะไรเกี่ยวกับคนที่ชื่อไบรอันได้บ้างมั้ย” โนวาพูดกับเฟรีอาทางมุมปาก ยกแก้วชาขึ้นจดมุมปากเพื่อไม่ให้ลูกค้าเห็นว่าเขาพูด

“ไปถามเทพอิกริดเถอะ” เฟรีอาตอบช้าๆ นางชอบนอนอยู่เฉยๆมากจนเกือบกลายเป็นคนขี้เกียจไปแล้ว เพราะเมื่อคืนเขาค้นในบันทึกตอนต้นๆถึงได้นึกออก เทพอิกริดเคยแปลงร่างเป็นผู้ชายที่ชื่อว่าไบรอันตอนเจอกับเขาครั้งแรก...

      เขาไม่คิดว่าคราวนี้เทพอิกริดจะยอมตอบคำถามของเขาตรงๆ หรือท่านจะรู้แล้วว่าเมื่อเช้าเป็นแค่การประดาบเพื่อดูความแข็งแกร่งดาบไม่ใช่สู้เอาชีวิตเลยอารมณ์ดี

      เขารีบจดบันทึกทันทีว่าไบรอันชายหนุ่มที่มีลักษณะคล้ายกับเดวิดมีตัวตนอยู่จริง เขาเป็นนักขมังเวทที่แข็งแกร่งและอาจารย์สอนดนตรีหลวงที่มีชื่อเสียงเป็นคู่แค้นของเวเบอร์ ที่สำคัญเขาคือคนรักของเจ้าหญิงผมเขียวคนนั้น แต่เทพอิกริดยังสู้อุตสาห์ไม่ยอมบอกสาเหตุที่เปลี่ยนร่างเป็นเขาอยู่ดี

โนวาลองถามไปว่าเพราะเทพอิกริดก็ชอบเหญิงผมเขียวใช่ไหม แต่คำตอบที่ได้คือเทพอิกริดและเจ้าหญิงผมเขียวเกิดคนละยุคกัน เจ้าหญิงผมเขียวนั้นเกิดในยุคของเวเบอร์ก่อนเทพอิกริดเกิดหลายสิบปี

“แล้วไลล่าก็เป็นคนถือดาบพญาจิ้งจอกใช่ไหมขอรับ ที่ท่านอิกริดเล่าให้ฟังตอนเราพบเฟรีอา” โนวาเปิดสมุดอีกเล่มแล้วลองตั้งคำถามดูไม่คิดว่าคำตอบของเทพอิกริดคือใช่ เมื่อเทพอิกริดรู้สึกตัวจึงพยายามกลบเกลื่อนด้วยเสียงไอ

“งั้นหมายความว่ายังไงขอรับ ทำไมท่านเอรีสถึงให้ไลล่าอะไรนั่นกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งท่านเอรีสคิดอะไรกันแน่”

“ว่าไงเวเบอร์ ข้าว่าให้รู้ซะตอนนี้เลยดีกว่า...” เทพอิกริดพูดกับเวเบอร์ที่อยู่ในร่างของตัวเอง

      ลำแสงสีส้มแดงค่อยๆลอยออกมาจากร่างหมาป่าขนฟู มันก่อรูปเป็นเวเบอร์ผู้มีดวงตาสีพระจันทร์แดง
“ทางเจ้า คงกินเวลาสักสิบนาทีนะอิกริด...เดี๋ยวข้าพาเจ้าไปดูอดีตก็แล้วกันโนวา ถ้ามันกระตุ้นต่อมอยากรู้ของเจ้านักก็”

“เรื่องระหว่างท่านเวเบอร์กับไลล่าแล้วก็ไบรอันนะขอรับ” โนวาร้องอย่างดีใจและปล่อยรอยยิ้มที่ไม่เคยมีออกมาหลายร้อยปี

      สายลมวูบหนึ่งพัดมากระทบใบหน้าของโนวาก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบ ร่างของโนวาค่อยๆล้มลงบนที่นอนนุ่มด้วยเวทมนตร์ของเทพอิกริด

“อ้าวหลับแล้วหรอยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลย” เสียงหวานๆของเซเลนทำให้เทพอิกริดสะดุ้ง ถ้าช้าไปนิดเดียวคงต้องยอมลบความทรงของนางบ้างล่ะ

“ไหนๆนายเจ้าก็หลับแล้วไปอาบน้ำกันก่อนพระอาทิตย์ตกดีไหมคาร์ล เจ้าน่ะตัวเหม็นมากเลยรู้ไหม” เซเลนเดินมาลูบหัวของเทพอิกริดเล่นอย่างสนุกสนาน...


      ทางด้านโนวาที่อยู่ในความมืด เขารู้สึกเหมือนอยู่ในพายุที่มองไม่เห็น ร่างของเขาหมุนวนไร้ทิศทางแต่กลับไม่รู้สึกคลื่นเหียน สุดท้ายร่างของเขาก็ปรากฏอยู่กลางโถงทางเดินสีเข้มและผนังสีส้มอ่อน คงเป็นตึกที่ไหนสักแห่งแน่

“ตอนนี้เราอยู่ที่ปราสาทไพน์ นี่คือความทรงจำของวิญญาณข้า จะให้เจ้าได้เห็นความสัมพันธ์ของพวกข้าสามคน พวกนั้นมองไม่เห็นเจ้าหรอกถ้าอยากกลับก็บอกแล้วกัน”

เสียงทุ้มต่ำของเวเบอร์หยุดลงเมื่อโนวาเห็นใครบางคนกำลังเดินมาทางเขา เป็นชายหนุ่มร่างทะมัดทะแมง ผมสีทองยาวประบ่าดวงตาสีพระจันทร์แดงสงบนิ่งมองแค่ทางเดินข้างหน้าเท่านั้น โนวาคิดว่าต้องเป็นเวเบอร์สมัยหนุ่มๆจึงเดินตามไป

      เวเบอร์หนุ่มพาโนวาไปหยุดอยู่หน้าประตูห้องที่สลักลวดลายสวยงาม เขาเคาะประตูแล้วเปิดมันออกทำให้คนที่นั่งจดจ่ออยู่กับเอกสารในห้องหันมามอง

“ยังไม่เสร็จเลยเวเบอร์ รออีกสักครึ่งวันได้ไหม” เสียงของนางไพเราะยิ่งกว่าเสียงของพิณเทพที่โนวาใช้เสียอีก นางผู้นั้นมีเส้นผมสีเขียวดวงตาสีอำพัน ชุดของนางธรรมดาจนไม่เหมาะกับเครื่องประดับในห้องแม้แต่เตียงสีชมพูที่มีระบายสีเงินก็ตาม

“คิดไว้แล้ว” เวเบอร์หนุ่มถอนหายใจอย่างเยือกเย็นเดินไปดูกองเอกสารบนโต๊ะของนาง “บอกเจ้านั่นด้วยว่าเอาเวลาออดอ้อนเจ้ามาช่วยทำงานดีกว่า อย่างน้อยก็ยังมีประโยชน์กว่ามิราจของเจ้านิดนึง”

“แค่งานสอนของเขาก็รัดตัวแล้ว”

“รัดตัวบ้าอะไร ข้าเห็นเจ้านั่นย่องมานอนห้องนี้ทุกคืน เดี๋ยวข้าไปกระซิบกับท่านการ์ให้แล้วกันว่าเจ้านั่นจะย้ายมาอยู่ห้องเจ้าให้มันเป็นงานเป็นการ” เวเบอร์หนุ่มพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยทำให้โนวาคิดถึงเทพอิกริด เขาดูเหมือนกับเวเบอร์หนุ่มมาก

      โนวาชักสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งคู่แล้ว ในเมื่อเทพอิกริดบอกว่าเขารักกันแล้วทำไมทำตัวเหมือนกับเป็นแค่เพื่อนธรรมดา มีสายลมรุนแรงพัดเข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดอ้าจนผ้าม่านปักทองพริ้วไหวอย่างรวดเร็ว มีชายอีกคนหนึ่งปรากฏตัวท่ามกลางผ้าม่านที่พริ้วไหว ดวงตาสีมรกรต เส้นผมสีเหลืองซีดและร่างที่สูงโปร่งโนวาไม่ต้องเดาก็รู้ได้เลยว่าต้องเป็นไบรอันแน่

“พูดถึงก็มาพอดี เห็นไลล่าบอกว่างานรัดตัวไม่ใช่หรอไบรอัน พระอาทิตย์ยังไม่ตกดินเลยนะจะทำอะไรก็หัดดูเวลาบ้าง” เวเบอร์หนุ่มมองไบรอันด้วยสายตาเหยียดหยามจนไลล่าเอ็ด

“ก็รู้ว่าเจ้ามาเกาะแกะกับนางนี่ล่ะ กลับไปนอนกับเมียตัวเองดีกว่าไหมเวเบอร์”

“พูดเองเออเองเสร็จ จำไม่ได้แล้วหรอว่าตอนนั้น...”

“ถ้าพวกท่านยังไม่เลิกเถียงกันในห้องนอนข้าอีก ข้าจะเรียกซีซาร์ออกมา เวเบอร์ท่านคงรู้ดีที่สุดว่ามันร้ายกาจขนาดไหน” ชายหนุ่มทั้งสองหยุดการโต้เถียงกันทันที โนวาไม่รู้ว่าซีซาร์คืออะไร แต่มันต้องเป็นสิ่งที่มีอำนาจมากแน่

      โนวาจึงพอเข้าใจ ความสัมพันธ์เป็นแบบสองชายหนึ่งหญิงตามที่ท่านอิกริดเล่า ทั้งเวเบอร์หนุ่มและไบรอันต่างก็ต้องการตัวนางทั้งคู่แต่ใจของนางนั้นไปอยู่กับไบรอันแล้ว แต่ไหนท่านอิกริดบอกว่าใจตรงกันไง โนวาคิด

“ทำไมชอบมาชุมนุมกันที่ห้องน้องข้าอยู่เรื่อยเลยนะ...เวเบอร์ ไลล่า ท่านพ่อสั่งให้ไปพบ”

      เจ้าของเสียงทุ้มร่าเริงปรากฏตัวพร้อมประตูห้องที่เปิดออกอย่างรวดเร็ว เขาเป็นชายหนุ่มผมสีน้ำตาลตาสีพระจันทร์ โนวารู้สึกคุ้นหน้ายังไงไม่รู้

“ข้ามาเอางานขอรับ แต่เจ้านั่นน่ะ...” เวเบอร์หนุ่มพูดเสียงเรียบทั้งที่พยายามใส่ความฝ่ายตรงข้ามจนไลล่าร้องว่าพอน่า

“แค่สองคนนี้ไบรอัน ท่านพ่อยังโกรธท่านอยู่เรื่องที่ทำระเบียงห้องนี้พัง...”

      เมื่อสิ้นเสียงห้องนอนของหญิงสาวก็ไหววูบราวกับเปลวเทียน มันค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นอีกห้องหนึ่งที่มีเครื่องประดับตกแต่งคล้ายกัน ผิดกันแค่มีชายอีกคนนอนซมอยู่บนที่นอน ใบหน้าอิดโรยและดวงตาสีน้ำตาล โนวาคิดว่าเหมือนกับอาร์คพ่อของเซเลนไม่มีผิด

“ข้าพาพวกเขามาแล้วขอรับท่านพ่อ” เสียงของชายหนุ่มคนเดินเปิดประตูเข้ามาในห้องแล้วเดินกลับออกไป ทิ้งไว้แค่ ไลล่า เวเบอร์หนุ่ม ชายที่เหมือนกับอาร์คและความเงียบเท่านั้น

“ไลล่า พ่อคิดมานานแล้วนะว่าเจ้าควรมีคู่หมั้นสักคน จะได้ไม่มีใครมาว่าเจ้าได้ว่ายี่สิบแล้วแต่ยังไม่มีแม้พระคู่หมั้น” ชายที่นอนอยู่บนเตียงพูดเบาๆพยายามไม่เสียงดังจนเกินไป

“ข้ากับไบรอันหรือคะท่านพ่อ” ไลล่ามองชายคนนั้นอย่างพิจารณา โนวาขมวดคิ้วเพราะไม่อยากเชื่อว่ามันจะพอดีกันอย่างนี้ พ่อ ลูกสาว แล้วก็ลูกเขย

“เจ้ากับเวเบอร์ต่างหาก”

“ว่าไงนะคะท่านพ่อ ข้ากับไบรอันรักกันคนเขารู้กันค่อนเมือง แล้ว…” โนวาสังเกตได้อย่างชัดเจนว่านางตื่นตกใจเกินเหตุและพยายามไม่กรีดร้องออกมา

“นั่นมันเรื่องเล็ก รักกันแต่ก็ไม่จำเป็นต้องแต่งงานกันเสมอไป เวเบอร์คือลูกน้องที่จงรักภักดีกับพ่อมากที่สุด หากลูกได้เขาเป็นคู่พ่อก็...” ผู้เป็นพ่อส่งเสียงไอเบาๆ เวเบอร์หนุ่มลอบมองนางอย่างครุ่นคิด

“เดี๋ยวก่อนไลล่า”

      เวเบอร์หนุ่มดึงไลล่าที่ก้าวจะออกจากห้องมาไว้แนบกับหน้าอก นางกระอักกระอ่วนใจไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี

“ข้ารัก...” สิ่งที่ออกจากปากของไลล่าทำให้ผู้นอนอยู่บนเตียงกลั้นรอยยิ้มไว้เพราะคิดว่าลูกสาวเขินอายเกินกว่าจะบอกรักต่อหน้าพ่อ

“พูดออกมาไลล่า จะได้รู้เรื่องกันไปซะ” เวเบอร์หนุ่มสวมกอดนางอยู่กระซิบข้างหูไม่ให้นายของตนเองได้ยิน

“ข้ารักไบรอัน...ขอโทษด้วยเวเบอร์ข้ารักไบรอันความรักที่ข้ามอบให้ท่านมันน้อยกว่าที่ข้ามอบให้กับไบรอัน” ไลล่าพูดน้ำตาเริ่มไหลออกมาอาบแก้มที่สั่นเทา เวเบอร์หนุ่มและโนวาก็พลอยเศร้าไปด้วย

“ข้าไม่อยากอยู่กับใครนอกจากไบรอัน แล้วก็ท่านจะให้ข้าดูเหมือนหญิงหลายใจหรือท่านพ่อ เปลี่ยนผู้ชายแค่ชั่วข้ามคืน ข้าไม่ใช่...”

“เรื่องนั้นมันเปลี่ยนกันได้ แค่ต้องอาศัยเวลาลูกก็น่าจะรู้ดี”

“เดี๋ยวก่อนขอรับท่านรีอัส” เวเบอร์หนุ่มพูดแทรกด้วยความตั้งใจของตัวเองที่ต้องการให้ไลล่ามีความสุขที่สุด

“ข้าก็มีคู่หมั้นหมายอยู่เหมือนกันขอรับ และคงไม่ดีหากให้องค์หญิงสูงศักดิ์มาเดินทางไปไหนมาไหน ข้าบอกไปแล้วว่าหลังจากเสร็จงานที่ไพน์แล้วข้าต้องไปที่โทรสต่อ” เวเบอร์พูดทั้งที่น้ำตาปริ่มขอบตาทั้งสองข้าง พึมพำกับตัวเองว่า‘คราวฟลอร่าก็ทีหนึ่งแล้ว นี่ยังไลล่าอีก สักวันข้าจะฆ่าเจ้าไบรอัน’

“เลิกไม่ได้เลยหรือเวเบอร์ ไม่งั้นก็ให้ไลล่าเป็นหลวงซะสิ”

“มิได้ขอรับท่านรีอัส...คู่หมั้นข้าคือหญิงที่จอมเทพเอรีสเป็นผู้หมั้นหมาย หากถอนหมั้นหรือให้คนอื่นเป็นหลวงแทนข้ากลัวว่า...” เวเบอร์หนุ่มปดแบบสดๆร้อนๆเพื่อให้ความรักของอีกฝ่ายสมหวัง...

      แล้วรอบข้างของโนวาก็กลับสู่ความมืดอีกครั้ง เสียงของเวเบอร์ดังขึ้นมาอีกว่าอิกริดอนุญาตให้ดูได้แค่นี้ แต่ก็ยังใจดีเล่าให้โนวาฟังต่อว่ารีอัสพ่อของไลล่ายอมให้ไลล่าแต่งงานกับไบรอันได้ในที่สุด ความสงสารที่ไลล่ามีให้กับเวเบอร์เปลี่ยนเป็นความรักมันน้อยเกินไปสำหรับการครองคู่ของคนทั้งสอง

โนวานึกขึ้นมาได้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งตอนที่พวกปีศาจนำร่างของไลล่ามามอบให้ท่านอิกริด ที่จริงแล้วเวเบอร์ต่างหากที่รักนางไม่ใช่เทพอิกริดที่น่าหวาดเกรง..



Tags: (none)
ตั้งกระทู้เมื่อ 21 เม.ย.55 เวลา 19:41:51 น.
กำลังแสดงหน้าที่ 1 [ All ] [ First ] [ Last ]
ยังไม่มีใครตอบกระทู้นี้
วิธีการใช้ Function ต่างๆ